กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 16 : บทที่ 15 ของขวัญและคำถาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 ม.ค. 61

15. ของขวัญและคำถาม

 

          ชิเงรุหยิบห่อผ้าออกมาจากลิ้นชัก เมื่อคลี่ออกดูก็พบว่าเป็นกิโมโนสีขาวลายดอกสึบากิ แววตามั่นคงไหววูบเล็กน้อย เลื่อนมือมากุมหัวเข่าตนเอง รู้สึกได้ถึงลมเย็นที่พัดผ่าน อาการตึงมักจะเกิดขึ้นเสมอหลังจากการนวดบะหมี่ สาเหตุที่ทำให้เขาต้องหยุดทำครัวก่อนเวลาอันควรก็เพราะปัญหาคือหัวเข่า

          เขายังอายุไม่มากเกินกว่าจะเป็นพ่อครัวใหญ่ ทว่าการลื่นล้มแล้วหัวเข่ากระแทกเมื่อห้าปีก่อนจนต้องผ่าตัด แม้จะไม่มีปัญหากับการใช้ชีวิต แต่ทำให้ไม่สามารถยืนทำครัวนานๆ ได้อีก จึงต้องยกตำแหน่งพ่อครัวมือหนึ่งให้กับโคจิอย่างเป็นทางการ

          ชายวัยห้าสิบห้าเจ็บใจในโชคชะตา แต่ก็อุ่นใจเมื่อโคจิทำงานได้ดี อีกทั้งฮิเดโอะลูกชายคนเดียวก็พัฒนาฝีมือได้รวดเร็ว รอเวลาที่เหมาะสมอีกไม่นานชายหนุ่มก็สามารถรับช่วงต่อเป็นผู้นำมิโอโมเตะรุ่นต่อไปได้อย่างเต็มตัว

          ผู้ชายซึ่งจะเป็นหัวหน้าคนได้ดีต้องมีภรรยาที่ดี เรื่องนี้ชิเงรุได้เตรียมไว้แล้ว มีการพูดคุยกันตั้งแต่ห้าปีก่อน วันนี้ ปีนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นที่จะทำตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

          “เมกุมิ ถึงเวลาต้องส่งมอบตำแหน่งนายหญิงแล้วนะ”

          สีหน้าของชิเงรุเปี่ยมสุขเมื่อลูบผ้ากิโมโน

         

          “สุขสันต์วันเกิดค่ะคุณฮานะ”

          “สุขสันต์วันเกิดครับคุณฮานะ”

สาวเสิร์ฟทั้งสี่และพ่อครัวสองคนกล่าวพร้อมเพรียงกันเมื่อฮานะเดินเข้ามาในครัว สาวสวยโค้งรับพร้อมคำขอบคุณ ก่อนจะรับของขวัญจากชิมะและสามสาวเสิร์ฟรวมกันอีกหนึ่งกล่อง และจากชินโงกับมาโมรุอีกหนึ่งกล่อง

          “ขอบคุณค่ะป้าชิมะ ขอบคุณค่ะ มิชิโกะซัง มาริจัง ซาโอริจัง ชินโงซัง มาโมรุคุงด้วย”

          “คุณโคจิบอกว่าจะมาตอนเย็นค่ะ” ซาโอริบอกเนื่องจากวันนี้จะมีงานเลี้ยงเล็กๆ ในกันร้าน เธอมองซ้ายขวา “แล้วคางาวะคุงล่ะ ไม่อยู่เหรอ”

          เสี้ยววินาทีที่ฮานะรู้สึกว่าลมหายใจสะดุด ก่อนจะปรับสติได้ในเวลาอันรวดเร็ว แม้จะเป็นวันเกิดของเธอ แต่เขาเป็นคนใหม่ เพิ่งมาอยู่ไม่รู้ก็ไม่แปลก

          “ไม่เห็นตั้งแต่เช้า ออกไปแถวนี้ละมั้ง ป้าเองก็ลืมบอกไป” ชิมะกล่าว แล้วหัวข้อเรื่องก็เปลี่ยนไปเป็นการชื่นชมของขวัญที่ฮานะได้มาแทน และเตรียมตัวทำงานเพื่อวันพรุ่งนี้ให้เสร็จเนื่องจากตอนเย็นจะมีงานเลี้ยงกันนั่นเอง

 

          โคโทรินั่งอยู่ในรถเบนซ์ที่กำลังแล่นบนถนนที่มุ่งตรงไปยังฮิงาชิยาม่า คุโบตะทำหน้าที่ขับเหมือนเดิม ข้างเขาเป็นมาเอดะ แต่วันนี้ข้างตัวเธอไม่มีคุโรซากิแต่กลายเป็นกล่องของขวัญแทน

          นอกจากวันเกิดของโอคาซากิ ฮิเดโอะแล้ว คุณหนูควรจะต้องจำด้วยว่าวันไหนเป็นวันเกิดของสึคิตะ ฮานะ

          เจ้าของมาดเนี้ยบและสูทสีครีมยังเป็นเครื่องแต่งกายที่คุ้นตาพูดขึ้นขณะที่มานั่งคุยกับเธอในวันที่จัดดอกไม้ หลังจากวาเลนไทน์ เธอไปที่ร้านมิโอโมเตะหนึ่งครั้งในฐานะลูกค้า แต่แล้วก็ยังไม่มีโอกาสไปอีกในฐานะคนรู้จัก

          ทำไมฉันจะต้องจำวันเกิดของผู้หญิงคนนั้น

          มีทางเลือกอะไรที่ดีกว่านี้ไหมล่ะครับ เขาตอบพลางยกมือรองกลีบซากุระที่ปลิวมา

          ฉันพูดถึงวันเกิดของคุณฮิเดโอะเธอเลือกกิ่งต้นสนมาเป็นสามกิ่งสามแบบเพื่อจะวางเป็นแกนในการจัดดอกไม้ในแนวตั้ง ใส่ลงในแจกันทรงเพรียวปากแคบ

          มันต่างอะไรกับการที่คุณหนูเอาเครื่องปั้นไปให้โอคาซากิซัง ชายหนุ่มตอบ เงยหน้ามองท้องฟ้าและหยิบบุหรี่

          เธอฟังแล้วนิ่งไป ก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดต่อ ฮานะจังเกิดวันที่ห้าเมษา  คุณหนูจะเลือกของขวัญเองไหมครับ     

          หญิงสาวหยิบช่อวิสเทอเรียซึ่งขึ้นมา มองที่แจกัน แล้วใช้กรรไกรตัดให้ได้ความยาวที่ต้องการ

          เลือกมาสองสามอย่าง เธอตอบวางก้านดอกไม้สีม่วงพาดกับกิ่งต้นสนได้อย่างสวยงาม คุโรซากิยกขาที่ไขว้ห้างลง ทำท่าจะลุกขึ้น

อย่าเรียกชื่อนั้นให้ฉันได้ยินอีก

          แม้ไม่ต้องมองก็รู้ว่าชายหนุ่มฉีกยิ้ม เขาก้มศีรษะแล้วเดินออกไป

          ในรถ โคโทริมองกล่องของขวัญข้างตัว คุโรซากิจัดมาให้ตามคำขอ เธอเลือกกำไลหยกจากเมืองจีน รวมกับผ้าพันคอที่เธอออกแบบเองเป็นสองชิ้น ไม่คาดหวังว่าเจ้าของวันเกิดจะถูกใจ เพราะไม่ใช่สิ่งที่มุ่งหวัง

          ผ่านย่านกิอง กำลังจะผ่านศาลเจ้าเอบิสึ โคโทริเห็นคนเดินอยู่ข้างทาง เกือบจะไม่สนใจถ้ารูปร่างนั้นไม่คุ้นตา เมื่อเห็นเสี้ยวหน้าที่เขามองมาเพื่อจะหลบรถเธอก็ยืดตัวตรง

          คางาวะ จิน

          หางตาเห็นคุโบตะเหลือบมองมาจากกระจกมองหลัง เธอบอกให้เขาจอด คุโบตะลังเลเล็กน้อยแต่ก็แตะเบรก ประตูหลังข้างขวาอยู่ตรงกับคนที่เดินอยู่พอดี

          จินคาดไม่ถึงอยู่เหมือนกันที่อยู่ๆ ก็เจอคนของฮิโนโทรินอกร้าน แถมยังเป็นโคโทริลูกสาวคนสำคัญ ซ้ำยังจอดรถสื่อเจตนาว่าจะพูดคุยกับเขาแน่นอน

          กระจกถูกลดลง ใบหน้าสวยที่ประดับด้วยดวงตาโชนแสงบอกความตั้งใจแรงกล้ามองกลับมา

          “กำลังจะไปที่ร้านเหรอ”

          จินจำได้ดี นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาคุยกับโคโทริ เขามองไปยังองครักษ์ประจำตัวของเธอทั้งสองคน ต่างก็นิ่งสงวนท่าที แต่เด็กหนุ่มรู้ว่านั่นเป็นการระแวดระวังขั้นสูงสุดของยากุซ่า

          เขาล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเกต สบตากลับแล้วพยักหน้า

          “เฮ้ย! คุณหนูถามนายต้องตอบ จะมาแค่พยักหน้าไม่ได้!

          คุโบตะตะคอก โคโทริก็ชะงักไปเช่นกัน หากนึกขอบคุณลูกจ้างอยู่ในทีเพราะทำให้เธอไม่เป็นฝ่ายที่โมโหออกไป เธอเงยหน้ามองอีกฝ่าย

          จินมองไปยังชายที่ใบหูข้างซ้ายขาด ดวงตาหรี่ลงเหมือนสกัดความแค้นที่เคยถูกรุมอัดเอาไว้ แล้วก็เบนมุมมองมายังลูกสาวริวโซ

          “พูดแค่นั้น ก็เข้าใจแล้วนี่”

          เสี้ยววินาที จินแทบไม่ทันตั้งตัวเมื่อเห็นชายคนขับเปิดประตู แต่ก็เช้าว่าชายอีกคนที่พุ่งข้ามหน้ารถมากระชากคอเสื้อเขาแล้วเงื้อหมัด

          “ไอ้เด็กบ้า!

          จินตกใจ ไม่ทันตั้งตัว รู้สึกว่าร่างกายถูกยกขึ้น จะขยับหนีหมัดของอีกฝ่ายก็เงื้อแล้ว

“หยุดนะ มาเอดะ!

ปลายหมัดหยุดอยู่ที่โหนกแก้มของจินพอดี มือก็ที่จะยกมากันก็ไม่ทันอยู่แล้ว แต่ด้วยเสียงของหญิงสาวมีอำนาจพอให้ผู้ชายตัวสูงหน้าเข้มดึงตัวเองกลับได้ คุโบตะก็พุ่งออกจากรถมาแล้วก็พลอยชะงักไปด้วย

“ถอยออกมา”

“แต่...”

“ฉันบอกให้ถอย!” คราวนี้เสียงของเธอเข้มขึ้น ดูสีหน้าก็รู้ว่าควบคุมอารมณ์อยู่ “นั่นไม่ใช่ธุระของเรา”

มาเอดะเม้มปาก มองเจ้านายสาวแล้วมองจินอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดมือออกจากอีกฝ่ายแล้วถอยกลับมาอย่างหัวเสีย ยังไม่วายส่งสายตาอาฆาตทำนองว่าฝากไว้ก่อน

คุโบตะก็มองจินเช่นกัน แต่เขายังเลือกยืนอยู่ตรงนั้นอย่างดูเชิง โคโทริยังทิ้งสายตาไว้ที่เด็กหนุ่ม

หลายวินาทีก่อนที่ลูกสาวยากุซ่าจะเอ่ยออกมา

“นายเป็นคนโอซาก้าใช่ไหม”

สีหน้าลูกจ้างหนุ่มร้านมิโอโมเตะเปลี่ยนไปวูบทันที ดวงตาไหวระริก และริมฝีปากเม้มสนิท

โคโทริสงบลงจากการถูกกิริยาแข็งกร้าวนั้นโต้ตอบ มือวางอยู่ที่ตักประกบเข้าหากัน ขณะที่หัวใจพองโตขึ้น เท่านี้ก็รู้คำตอบแล้ว หญิงสาวเหยียดฝ่ามือดูเล็บตัวเองที่เคลือบสีชมพูอ่อนๆ

“ที่นี่กับชินอิมามิยะไม่ไกลกัน แต่ว่าบรรยากาศคงต่างกันมากใช่ไหม”

เธอเอ่ยแล้วช้อนสายตาขึ้นไป ยกริมฝีปากนิดๆ ท่วงท่าแช่มช้าแต่สายตาจริงจัง จินซึ่งเรียกสติกลับมาได้แล้วในตอนแรกกลับยืนนิ่งขึงเข้าไปอีก เขาสานสบดวงตานั้นกลับ ในอกพวยพุ่งด้วยความร้อนเป็นระลอก เคยคิดว่าไม่อาจจะสืบหาเรื่องใดๆ จากเธอได้ ไม่คิดว่าเธอจะเป็นฝ่ายยื่นโอกาสมาให้อย่างนี้

“แค่นี้ตอบได้ใช่ไหม”

จินนิ่งอย่างใจเย็น พยายามควบคุมอาการตื่นตระหนก ในเมื่อเธอรู้ถึงถิ่นเดิมของเขา ก็น่าจะรู้ว่าเขาไปทำอะไรที่นิชิเคียว นี่คือโอกาสมากกว่าวิกฤต การตายของผู้ชายที่สะกดรอยเขาถ้าเป็นฝีมือของฮิโนโทริจริงแปลว่าเขายังมีบางอย่างที่ยากุซ่าแก๊งนี้ต้องการ

เด็กหนุ่มเหลือบไปมองคุโบตะที่ยังยืนจังก้าอยู่ โคโทริเข้าใจสัญญาณนั้น

“กลับเข้ามาคุโบตะ”

ชายผู้มีหน้าที่ขับรถสาดสายตาไปที่จินอย่างกราดกร้าว ก่อนจะผลุบเข้าไปนั่งประจำที่เหมือนเดิม ดึงประตูปิดดังปังจนเจ้านายสาวตวัดมองแวบหนึ่ง สตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้งเหมือนจะบอกว่าพร้อมจะไป

โคโทริรู้ว่าลูกน้องยังไม่ออกรถตราบใดที่เธอยังไม่ได้คำตอบจากจิน

“อาซาโน่”

หลังจากที่มองตากันอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดจินก็เอ่ยขึ้น เห็นคนทั้งสามมีปฏิกิรยาบ้าง คุโบตะหันขวับมา โคโทรเกร็งคอขึ้นเห็นได้ชัด

“ต่างกันที่...อาซาโน่” เขาตอบก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินออกไป

สมาชิกแก๊งฮิโนโทรินิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับว่าคำนั้นคือยาชาที่โปรยลงมาให้ทุกคนหยุดการเคลื่อนไหว

เป็นโคโทริที่ดึงตัวเองมาได้ก่อนใคร

“ไปได้แล้วคุโบตะ”

ชายหนุ่มรู้สึกตัว เข้าเกียร์แล้วเหยียบคันเร่งพารถเคลื่อนตัวออกไป และหลังจากนั้นถึงมาเอดะจะถามอะไร หรือก่นด่าจินแค่ไหน โคโทรก็จมอยู่กับความเงียบจนเขาเงียบไปเอง

ถ้าคุณหนูอยากจะได้อะไรจากเด็กที่ชื่อคางาวะ ให้พูดเรื่องโอซาก้า

หญิงสาวนึกถึงคำพูดของคุโรซากิ หนุ่มผมยาวจุดยิ้มแล้วจุดบุหรี่ เธอขมวดคิ้ว ยังไม่ทันได้ถามกลับ เขาก็ชูสองนิ้ว สองคำนี้ โอซาก้า กับ ชินอิมามิยะ

ทำไมเธอถามกลับ

เขาพ่นควันบุหรี่แทนคำตอบ แปลว่านั่นเป็นเรื่องที่เธอต้องค้นหาเอง

ถึงตอนนี้โคโทริได้รู้แล้ว

 

เบื้องหน้าฮานะคือบิดาบุญธรรม ส่วนที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็คือพี่ชายที่เธอรักและเคารพ แม้จะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันแต่ก็ผูกพันกันด้วยความรักและเมตตามาถึงสิบห้าปี

“ฮิเดโอะให้ของขวัญฮานะหรือยัง” ชิเงรุถาม ชายหนุ่มจึงหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงออกมา

“สุขสันต์วันเกิดนะ”

ฮานะเบิกคิ้วประหลาดใจ แวบหนึ่งหวั่นลึกๆ เนื่องจากของไม่ได้รับการหุ้มห่อมา

“พี่อยากให้ฮานะเปิดเลยน่ะ” ชายหนุ่มตอบเหมือนอ่านใจได้ หญิงสาวจึงรับมาและเปิดทันที

ที่เห็นคือตุ้มหูมุกคู่หนึ่ง สีขาวนวลตัดกับผ้าสีแดง เมื่อฮานะลองจับพลิกดูจึงเห็นว่ามีลักษณะเป็นตุ้งติ้ง เมื่อสวมกับหูจะแกว่งไหวและส่องประกายเมื่อยามเคลื่อนไหว ดูแล้วเป็นของที่มีราคาไม่น้อย

“ชอบไหม” น้ำเสียงที่ถามเบาๆ แฝงความหวัง หญิงสาวพยักหน้า

“ชอบค่ะ ขอบคุณค่ะพี่ฮิเดโอะ”

“เอาไว้ใส่ในโอกาสพิเศษนะ”

ฮานะสะกิดใจกับคำว่าโอกาสพิเศษของเขา กำลังนึกอยากให้ขยายความ แต่ชิเงรุเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

“วันนี้ฮานะก็อายุยี่สิบพอดี เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วนะ”

ชิเงรุกล่าว น้ำเสียงอ่อนโยนแต่จริงจัง  ฮานะปิดกล่องตุ้มหู และค่อยๆ วางไว้บนพื้นข้างตัว

          “ขอบคุณคุณพ่อด้วยค่ะ หนูมีวันนี้ได้เพราะคุณพ่อช่วยเหลือตลอด” หญิงสาวผงกศีรษะ รู้สึกได้ว่าวันนี้บิดาบุญธรรมดูจริงจังกว่าที่เคย

          ชายสูงวัยหยิบกล่องไม้สี่เหลี่ยมแล้วมาวางตรงหน้าฮานะ

          “รับไปสิ”

          ฮานะรู้ว่านั่นเป็นของขวัญ แต่ด้วยบรรยากาศทำให้เกร็งและเหลือบมองฮิเดโอะ ชายหนุ่มพยักหน้า เธอจึงค่อยๆ เอื้อมมือออกไปหยิบมา เมื่อเปิดออก หัวใจก็เหมือนจะหยุดเต้น

          ในกล่องที่บุด้วยกำมะหยี่มีมีดซันโตกุ1เงาวับ เธอจะไม่ตกใจถ้าตรงใบมีดไม่สลักชื่อ ฮานะ เจ้าของชื่อมองหน้าบิดาบุญธรรมอย่างตกใจ

          “สุขสันต์วันเกิดนะฮานะ”

          น้ำตาเอ่อทันที รู้ดีว่าสำหรับผู้หญิงแล้วเป็นเรื่องยากมากที่จะได้รับในการทำครัว โดยเฉพาะการทำซูชิเป็นเรื่องในฝัน ผู้หญิงเป็นได้แค่คนสนับสนุนอาหารประเภทต้ม ผัด ทอด ซึ่งเธอก็ได้ทำงานอย่างนั้นมาตั้งแต่เด็ก การลงมีดแต่ละครั้งเป็นการทำอาหารกินกันเองในร้านเท่านั้น ไม่เคยได้รับอนุญาตให้แล่ซาชิมิหรือแม้แต่กระทั่งการสัมผัสเนื้อปลา เนื่องจากมีความเชื่อว่าอุณหภูมิในร่างกายของผู้หญิงที่เปลี่ยนไปเวลามีรอบเดือนจะทำให้เนื้อปลาเสียรสชาติ

          ส่วนมีด คือเครื่องมือประจำตัวที่พ่อครัวทุกคนหวงแหนและทะนุถนอม เพราะเปรียบได้กับเครื่องมือดำรงชีวิต แม้แต่มาโมรุซึ่งเป็นแค่พ่อครัวมือรองยังมีมีดส่วนตัวซึ่งเขาต้องลับคมทุกๆ วัน ดังนั้นการที่ฮานะได้มีดที่มีชื่อสลักไว้เช่นนี้มีความหมายอย่างยิ่งยวดสำหรับคนทำอาหาร

          “ขอบคุณค่ะคุณพ่อ” เธอเอ่ยด้วยความตื้นตัน

          “ทำงานให้เต็มที่นะ” ชิเงรุกล่าว

          “ค่ะ” ฮานะพยักหน้า เช็ดหยดน้ำที่รินจากตา ของขวัญชิ้นนี้หมายถึงการยอมรับ เพราะได้มอบให้ต่อหน้าฮิเดโอะผู้ซึ่งจะสืบทอดมิโอโมเตะรุ่นต่อไป หรืออีกนัยหนึ่งก็คือการมอบภาระรับผิดชอบร้านอาหารให้อยู่ในความดูแลของเธอด้วยส่วนหนึ่งนั่นเอง

          ถึงอย่างนั้น ฮานะก็สัญญากับตนเอง เธอจะรักษามีดเล่มนี้เท่าชีวิต

         

          สาวสวยจากฮิโนโทริได้รับเชิญให้นั่งที่ห้องชาอีกครั้ง ฮานะโค้งศีรษะลงต่ำเป็นการทั้งขอบคุณและให้ความเคารพที่อีกฝ่ายอายุมากกว่าเธอ ตลอดเวลาที่ผ่านมาให้บริการในฐานะลูกค้าคนสำคัญ แต่เวลานี้คาจิวาระ โคโทริได้รับเกียรติมากขึ้นไปอีก

          ฮานะค่อยๆ พลิกกำไลหยกแสนงามและลูบผ้าพันคอลายกราฟฟิคที่ได้เป็นของขวัญอย่างเบามือด้วยรู้ว่าทั้งสองสิ่งนั้นสูงค่าโดยเฉพาะเครื่องประดับจากเมืองจีนชิ้นนั้น

“แค่ของธรรมดาน่ะ” คนให้พูดเรียบๆ เมื่อเห็นท่าทางเจ้าของวันเกิดมีสีหน้าตื่นเต้นปนปลาบปลื้มและชื่นชมฝีมือการออกแบบของเธอ

          “ไม่ว่าจะเป็นของแบบไหน แต่ถ้าคุณโคโทริให้ถือว่าเป็นของสำคัญสำหรับฉันค่ะ คุณโคโทริเก่งจริงๆ ค่ะ”

          โคโทริเหยียดริมฝีปากเล็กน้อย รู้นานแล้วว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นคนฉลาดใช้คำพูด อาจจะด้วยการทำงานบริการ หากเธอก็ปรับเป็นรอยยิ้มได้ “ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงนะ”

          “ขอบคุณอีกครั้งค่ะ” ฮานะโค้ง และกล่าวขอตัวให้แขกได้พักผ่อน

          ลับหลังลูกสาวเจ้าของร้าน ลูกสาวยากุซ่าก็มีสีหน้าเคร่งขรึม ประมวลความการกระทำครั้งนี้ว่าจะได้ผลมากเพียงไร ผลจากการเจอกับคางาวะจินระหว่างทาง คุโบตะกับมาเอดะถูกจึงสั่งให้รอนอกร้านเป็นการกันปัญหา

          หญิงสาวใช้ความคิดคนเดียวเงียบๆ พลางจิบชา

          ประตูบานเลื่อนเปิดออก ชายหนุ่มที่คุ้นตาเรียกรอยยิ้มที่หายไปครู่ใหญ่ของโคโทริให้กลับมา

          “คุณฮิเดโอะ”

 

          ฮานะนั่งอยู่ที่โต๊ะ วันอาทิตย์อย่างนี้ในครัวจะเงียบต่างจากวันทำงานจนดูเหมือนคนละสถานที่กัน ถ้าไม่มีงานเร่งด่วนอะไร หญิงสาวก็มีเวลาเปิดนิตยสารรายสัปดาห์ดูข่าวสารความเป็นไปของประเทศได้

          “อ้าว ไปไหนกันหมดคะเนี่ย” ชิมะก้าวเข้ามาในครัว มือหญิงกลางคนถือกล่องพัสดุใบใหญ่ “สงสัยไปนอนเอาแรงเตรียมงานเลี้ยงคืนนี้กันแน่ๆ” ผู้มาเยือนพูดต่อเอง คนอายุน้อยกว่าเงยหน้ามองยิ้มๆ

          “เมื่อกี้ป้าไปข้างนอกมากเจอคามูระคุงมาส่งพัสดุพอดี ของคุณฮานะค่ะ” เธอวางกล่องบนโต๊ะ สาวสวยเบิกตาโต ขยับตัวลุกมาดู “แล้วก็นี่จดหมายค่ะ ดูเหมือนจะมีโปสการ์ดด้วย” เธอวางตามลงมา

          ในวันเกิดของฮานะทุกปีจะมีของขวัญมาให้เสมอ จากลูกค้าบ้าง คู่ค้าบ้าง บางคนที่ย้ายที่อยู่ไปแล้วก็ยังส่งไปรษณีย์มา

          “คุณไนโตะจากโอซาก้านี่เอง คิดถึงจังเลย” น้ำเสียงเธอดีใจ เพราะคนส่งเป็นลูกค้าเก่าแก่ตั้งแต่เมกุมิยังอยู่ สมัยก่อนเธอไปเที่ยวโอซาก้ากับฮิเดโอะก็ยังแวะไปเยี่ยม

          ชิมะชงชามาวาง ลดเสียง “คนจากฮิโนโทริมาเหรอคะ”

          ฮานะพยักหน้า อีกฝ่ายจิบชา พึมพำว่ามิน่าละเห็นรถจอดอยู่ด้านนอก “แล้วก็ไม่เห็นคุณฮิเดโอะในนี้ด้วย”

          คนฟังข้อนสายตามองยิ้มๆ มือแกะพัสดุ ซึ่งข้างในเป็นกล่องของขวัญอีกชั้น เธอหยิบออกมา ค่อยๆ แกะโบว์ที่ผูกอย่างเบามือ แกะกระดาษห่อ จนเจอของขวัญซึ่งเป็นกระเป๋าผ้ามัดย้อมนัมบุเก่าแก่จากเมืองอิวาเตะ

          “น่ารักจังนะคะ สมกับเป็นคุณไนโตะ” ชิมะชม จำได้ว่าลูกค้าเก่าแก่คนนี้เป็นนักเขียนบทความเกี่ยวกับศิลปะ เธอจิบชาอีกครั้ง

          “คุณโคโทริก็เอาของขวัญมาให้เหมือนกันนะคะ” ฮานะบอกโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ถาม เพราะคาดเดาแล้วว่าหัวข้อเรื่องจะไปทางไหน อธิบายเพิ่มว่าเป็นกำไลหยกและผ้าพันคอที่ออกแบบเอง ชิมะพยักหน้าช้าๆ

          “สมกับเป็นคุณโคโทริเหมือนกัน”

ฮานะพับกระเป๋าผ้าใส่กล่องเหมือนเดิม บรรจงรีดกระดาษห่อให้เรียบเพื่อที่จะไปใช้ต่อ แล้วก็เอ่ยขึ้น “จะว่าไป พอเห็นคนจากฮิโนโทริก็นึกถึงคุณอาซาโน่นะคะ ไม่เห็นมานานแล้ว”

          “นั่นสิคะ ปกติก็เห็นมาอยู่บ่อยๆ บางทีก็มาคนเดียว เวลาเห็นคุณฮานะทำผักดองทีไรก็นึกถึงทุกที คุณอาซาโน่ชอบมากๆ เลย” ชิมะพูดเสริม และก็คุยต่อถึงยากุซ่าหนุ่มผมยาวอีกคนที่มาปรากฏตัวแทน

          ฮานะคล้อยตามข้อสังเกตของชิมะ คิดถึงฤดูร้อนปีที่แล้ว เธอไปซื้อของที่ย่านกิองและได้แวะเข้าร้านกาแฟ นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เจอกับคุโรซากิ ชายผมยาวมองเธอด้วยสายตายที่พุ่งตรง แม้จะสุภาพแต่ก็รู้ได้ว่าเขาเหนือว่าอาซาโน่ทั้งตำแหน่งและความน่ากลัว

ถึงตอนนี้ก็อดคิดไม่ได้ เกิดอะไรชายผู้ชอบกินผักดองคนนั้นกันแน่นะ

 

สองทุ่ม ฮานะเดินออกมาที่ห้องต้อนรับซึ่งสมาชิกทุกคนยกเว้นชิเงรุรออยู่ วันนี้ตกลงกันว่าจะไปกินเลี้ยงที่ร้านข้างนอกซึ่งชิมะโทร.จองไว้แล้ว เมื่อเจ้าของวันเกิดเดินออกมาเธอก็ทัก

“อุ๊ย กิโมโนตัวนี้...” เสียงของหัวหน้าสาวเสิร์ฟทำให้คนอื่นๆ หันมามองพร้อมกัน

          “ชุดของคุณเมกุมิค่ะ คุณพ่อให้มา” ฮานะหลุบตายกมือแตะแก้มเขินๆ หัวใจเต้นตึกตักเมื่อเห็นสายตาจากหนึ่งในลูกจ้างหนุ่มตัวสูง ซึ่งเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ให้ของขวัญกับเธอ หญิงสาวไม่รู้สึกผิดหวัง หากดีใจที่มีเขาร่วมอยู่ในงานด้วย

          “นั่นไงล่ะ ป้าจำไม่ผิดจริงๆ เป็นชุดที่สวยมากๆ เลยนะคะ คุณฮานะก็ใส่สวยมาก” หญิงกลางคนเอ่ยชม อีกฝ่ายยิ่งเขิน เมื่อสาวๆ ในร้านก็ชื่นชม จินหันไปมองทางอื่นและขยับผ้าพันคอ

          “ได้เวลาแล้ว ไปกันเถอะ” ฮิเดโอะพูดสั้นๆ น้ำเสียงจริงจัง ทำเอาซาโอริห่อไหล่ยกมือแตะปากอย่างเหวอๆ และพากันรีบเดินออกจากร้านไป

          บรรยากาศงานเลี้ยงสนุกสนาน หลังจากกินมื้อเย็นกันแล้วก็มีไปต่อที่ร้านคาราโอเกะอีก กว่าจะกลับก็เมื่อเวลาล่วงเข้าวันใหม่ โคจิแยกกลับไปที่พักแล้ว ชินโงกับซาโอริเดินเซมาชนกันแล้วก็หัวเราะ ฮิเดโอะเป็นคนที่ดื่มแอลกอฮอล์น้อยที่สุด เขาเดินคู่กับฮานะมองลูกจ้างที่พากันเดินคุยกันไปด้วยเสียงเฮฮาตามประสา แก้มของน้องสาวแดงระเรื่อ ตาฉ่ำเพราะเหล้าบ๊วย

          จินเดินรั้งท้ายกับมาโมรุ ได้ยินรุ่นพี่คุยอะไรหลายอย่าง แต่สมองเห็นแต่ภาพคู่ชายหญิงที่เดินข้างหน้า เขาคงเป็นคนเดียวที่ไม่มีของขวัญให้เธอ

          “วันนี้นายไม่ร้องเพลงเลยนะ คางาวะ” มาโมรุพูดอ้อแอ้ จินยิ้มตอบ “คุณชิมะนี่ร้องเพลงเพราะจริงๆ นะ คิดไม่ถึงเลย” เขายังพูดไปเรื่อยๆ เสียงพูดดังก้องในเส้นทางกลับร้านซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งกันหลับใหลกันหมดแล้ว

          อยู่ดีๆ โสตสัมผัสของจินก็ได้ยินเสียงบางอย่าง เขาหันกลับไป พยายามใช้สายตามองฝ่าความมืดไปแต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากถนนที่ว่างเปล่ากับกำแพงบ้านคน เขาหรี่ตา

          “มีอะไรเหรอคางาวะ”

          มาโมรุหันมาถามหลังจากที่ก้าวเลยไปแล้ว จินจึงเดินไปสมทบแล้วส่ายหน้าตอบว่าไม่มีอะไร

 

          เช้าวันจันทร์จะเป็นวันที่คนครัวทุกคนกำลังมีงานล้นมือ จินก้าวเข้ามาพร้อมตะกร้าแตงกวา เขามองไปที่ฮานะซึ่งกำลังหั่นรากบัว

          “คุณฮานะครับ ที่แปลงผัก”

          ฮานะหันมา เข้าใจว่าจินหมายถึงอะไร เธอวางมือทันที ให้มาโมรุมาหั่นแทนแล้วรีบใส่เกี๊ยะเดินตามจินไปท่ามกลางสายตางงงันของคนอื่นๆ ชินโงถึงกับทำหน้านิ่ว มาโมรุรีบก้มหน้าจดจ่อกับรากบัวทันที

          ฮิเดโอะเดินเข้ามาทันได้เห็นหลังฮานะไวๆ

“ฮานะไปไหนเหรอมาโมรุ”

คราวนี้จะไม่ตอบก็ไม่ได้ หนุ่มทาคายาม่าก็บอกไปตามความจริงว่าออกไปที่แปลงผัก “กับ...คางาวะครับ”

ฮิเดโอะทำหน้าหงิกกว่าชินโงเสียอีก เขารีบสืบเท้าไปยังประตูหลัง แต่น้องสาวกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปไกลแล้ว และที่สำคัญคนที่เดินคู่ด้วยนั้นคือเจ้าหนุ่มตัวสูงที่น่าหมั่นไส้คนนั้นนั่นเอง

         

 

1.     มีดทำครัวอเนกประสงค์ ยาวไม่เกินยี่สิบเซนติเมตร รูปร่างป้อม คมมาก




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น