กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 13 : บทที่ 12 แมวและการมาเยือนของนกพิราบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ธ.ค. 60

12.  การมาเยือนของนกพิราบ

 

          แมวน้อยอิ่มนมแล้ว ไม่เห็นว่ามีอะไรที่สามารถกินได้อีกก็เดินออกไป

          แต่จินกับฮานะยังยืนอยู่

          ตอนเรียนก็มีเพื่อนนักเรียนหญิงเอาชอคโกแลตมาให้บ้าง โดยเฉพาะช่วงมัธยมสองและสาม เคยนับดูเกินกว่าสิบชิ้น ไม่นับจดหมายรักที่ฝากมาในล็อคเกอร์หรือยื่นให้ต่อหน้า แต่พอเข้ามัธยมปลายปีหนึ่งชอคโกแลตก็เหลือแค่ไม่กี่ชิ้น หายไปเท่าๆ กับจำนวนพลาสเตอร์ที่แปะบนหน้าของเขาในทุกๆ สัปดาห์ และการมาของเสียงร่ำลือความน่ากลัวในพฤติกรรมเงียบขึมแต่กราดเกรี้ยวของเขาแทน

          ความทรงจำล่าสุดในโรงเรียน นักเรียนหญิงไม่ถูกกับเขานัก แต่นอกโรงเรียนเช่นละแวกบ้าน เขายังเป็นเป้าของการถูกโลมเลียมเหมือนเดิมจากผู้หญิงอาชีพเดียวกับแม่ และเป็นแบบนี้มานานแล้ว

          “ชอคโกแลตวันวาเลนไทน์ ให้จินคุงจ้ะ”

          เสียงของฮานะดึงจินกลับมาสู่ปัจจุบัน เขาเห็นใบหน้าสดใสเช่นเดียวกับกล่องของขวัญ ดวงตามีความหวังและปรารถนาดีเช่นเดียวกับครั้งแรกที่เจอกันพร้อมข้าวปั้นบ๊วย แต้มด้วยรอยเขินอายกับหวั่นเกรงอยู่บางๆ

          จินค่อยๆ เอื้อมมือไปรับ บังคับไม่ให้สั่น ความขี้ขลาดผุดขึ้นวูบราวกับจะเตือนว่าเขาไม่ควรกับกับของขวัญชิ้นนี้ เธอเป็นความงดงามที่ชวนให้เขานึกถึงแต่ดอกไม้สมชื่อ รวมถึงกิโมโนสีชมพูสดใสดนั่นด้วย แต่หัวใจของเขาก็เอาชนะความลังเลได้ พร้อมๆ กับ อาการวูบวาบในท้องน้อย ชอคโกแลตที่ผู้หญิงมอบให้แปลว่า เขามีความหมายในสายตาของเธอมากพอจะให้

          “ขะ...ขอบคุณครับ”

          ฮานะยิ้มกว้างอย่างยินดีราวกับว่าได้ทำภารกิจอันยิ่งใหญ่สำเร็จ

          “ถ้างั้น เดี๋ยวไปทำงานต่อนะ” เธอกล่าวแล้วเดินออกไป

          จินยังรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรง เขามองของขวัญในมือ วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก

 

          หัวใจพองโตของจินแฟบลงไปถนัดไปเมื่อรู้ว่าชอคโกแลตจากฮานะทำให้กับทุกคนเป็นธรรมเนียม เพราะเมื่อเขากลับเข้าไปร้านสาวๆ พนักงานเสิร์ฟก็มีชอคโกแลตให้เช่นกัน รวมทั้งโมจิจากชิมะ จินผงกศีรษะขอบคุณ เอาของที่ได้ไปวางรวมกับของคนอื่นที่ห้องต้อนรับ แล้วเดินเลี่ยงไปทำงานต่อ

          “ขอบคุณแค่นี้เองน่ะเหรอ”

          ชินโงอดปากไม่ไหว แต่เลือกพูดเบาๆ กับมาโมรุ กระนั้นชิมะก็ได้ยิน หญิงกลางคนยกมือตบท้ายทอย หนุ่มรุ่นลูกสะดุ้ง

          “ลดการพูดลงแล้วทำงานให้มากขึ้น เจ้าชินโง”

          คนถูกตำหนิเบ้หน้า แต่ก็ไม่เถียง หันไปตั้งใจแล่ปลาบุริเตรียมย่างต่อไป ชิมะยิ้ม

          “บางคนเขาขี้อายเกินกว่าเธอจะรู้นะ”

          พ่อครัวหนุ่มยกคิ้ว กว่าจะคิดคำถามได้หัวหน้าสาวเสิร์ฟก็ผู้เจนโลกก็เดินออกจากห้องปรุงอาหารไปแล้ว

 

วันแห่งความรักยังคงเป็นวันทำงาน แต่บรรยากาศที่ร้านครึกครื้นเมื่อลูกค้าสาวๆ ได้นำชอคโกแลตมาฝากพ่อครัวหนุ่มๆ โดยเฉพาะลูกชายรูปหล่อของเจ้าของร้าน ทำให้กองชอคโกแลตของฮิเดโอะซ้อนสูงเกินกว่าของใคร ส่วนสาวเสิร์ฟก็ได้ดอกไม้จากลูกค้าหนุ่มๆ เหมือนกัน และก็เป็นลูกสาวเจ้าของร้านเช่นเคยที่ได้ดอกไม้ช่อโตจากลูกค้าหนุ่มนักธุรกิจและลูกชายคหบดีหลายๆ คน เสียงหัวเราะสนุกสนาน ห้องต้อนรับของชิมะเต็มไปด้วยของขวัญมากมาย

ร้านใกล้จะปิดแล้ว ชิมะแปลกใจที่เห็นโคโทริกับผู้ติดตามของเธอเดินผ่านผ้าม่านหน้าร้านเข้ามา หัวหน้าสาวเสิร์ฟทำตัวไม่ถูกเพราะหมดเวลารับออเดอร์แล้ว วันนี้ลูกสาวแก๊งฮิโนโทริสวมเดรสสีเลือดหมูทับด้วยโอเวอร์โค้ท มีผ้าพันคอสีขาวกันความหนาวรอบคอ

“คือฉันแค่ขอพบคุณฮิเดโอะค่ะ” เธอบอกพร้อมรอยยิ้ม

“งั้นรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวดิฉันไปตามให้” ชิมะบอก โคโทระผงกศีรษะขอบคุณและส่งสายตาให้ผู้ติดตามสองคนของเธอก็ไปยืนรอนอกร้านตามหน้าที่

          ระหว่างที่รอ ฮานะกับบรรดาสาวเสิร์ฟก็เดินผ่านมา ลูกสาวเจ้าของร้านมีช่อดอกไม้อยู่ในมือพร้อมสีหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามีแขก ทั้งหมดโค้งให้หญิงสาวทายาทยากุซ่า โคโทริผงกศีรษะรับตามารยาท ดวงตาวาวกับสีหน้าของเจ้าของร้าน แต่ก็ไม่มีคำพูดใด กระทั่งอีกฝ่ายเดินเอาดอกไม้มาวางที่ห้องต้อนรับด้านหน้าแล้วก็เดินออกไป ฮิเดโอะก็มาถึงพอดี

          “คุณโคโทริ”

          หญิงสาวฉีกยิ้ม ก่อนจะลดความชื่นบานลงให้ดูไม่ออกนอกหน้าเกินไป “ขอโทษที่มารบกวนตอนจะปิดร้านค่ะ” เธอพูดพร้อมก้มศีรษะ พ่อครัวหนุ่มตอบว่าไม่เป็นไร แววตาเขาแจ่มใสขึ้นเมื่อเห็นการมาเยือนของเธอ

          ในมือลูกสาวหัวหน้าแก๊งยากุซ่าคนดังเมืองนิชิเคียวมีกล่องของขวัญห่อด้วยกระดาษสีทองแวววาว ผูกริบบิ้นสีเดียวกัน มีอักษรภาษาอังกฤษปั้มนูมตรงมุมกล่องบอกชื่อร้านเพิ่มความหรูหรา

          “คุณฮิเดโอะคงจะได้รับชอคโกแลตเยอะแล้ว ถ้ายังไงจะขอให้รับของฉันอีกกล่องได้ไหมคะ”

          โคโทริกล่าวอย่างเขินๆ ขณะยื่นกล่องชอคโกแลตให้ ฮิเดโอะยื่นมืออกมารับด้วยท่าทางขัดเขินไม่แพ้กัน ถึงจะได้ของขวัญวันวาเลนไทน์มานับไม่ถ้วน แต่เมื่อได้รับจากมือสาวงามคนนี้ พ่อครัวหนุ่มรู้สึกตื่นเต้น ไม่รู้เพราะริมฝีปากชมพู เดรสสีแดง หรือดวงตาเฉี่ยวบนโหนกแก้มคมนั้นกันแน่

          “ทำไมจะไม่ได้ละครับ คุณโคโทริอุตส่าห์เอาให้ทั้งที ยินดีเลย ขอบคุณมากๆ ครับ”

          แก้มของโคโทริมีลมร้อนแตะยามที่เขาเรียกชื่อ

          “วันนี้ผมนึกว่าคุณโคโทริจะมากินที่ร้านเสียอีก”

          โคโทริต้องห้ามตัวเองไม่ให้เผลอยิ้มกว้างหรือแสดงท่าทางดีใจมากออกไป เขาพูดเช่นนี้ แปลว่าเขารอเธออย่างนั้นหรือ

          “วันนี้ที่บ้านมีแขกน่ะค่ะ ต้องอยู่ต้องรับกับคุณพ่อ” เธอกล่าว “อีกสองวันฉันจะมาค่ะ”

          “ได้ครับ คุณโคโทริจองห้องไว้เลยไหมครับ เดี๋ยวผมบอกป้าชิมะให้”

          แค่ท่าทางกระตือรือร้นของเขาก็ทำให้หญิงสาวอบอุ่นใจวันวาเลนไทน์ที่อากศเย็นเยือกและเธอต้องจำใจต้อนรับแขกของบิดาที่มาพร้อมลูกชาย คนเดียวกับที่อยู่ในรายงานประวัติผู้ดูตัว

          โคโทริหัวเสียมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ชายหนุ่มคนนั้นไม่เข้าข่ายขี้เหร่ ออกจะดูดีด้วยซ้ำ พ่วงด้วยวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ เตรียมตัวรับช่วงต่อกิจการบริษัทรถทัวร์ที่วิ่งจากเกียวโตไปยังจังหวัดอื่นๆ เรียกว่าคุณสมบัติเพียบพร้อม

          และการที่เขายอมมาพบกับครอบครัวยากุซ่าของเธอ ในมุมของริวโซนั้นถือว่าอีกฝ่ายให้เกียรติเป็นอย่างมาก

          แต่ในหัวใจของโคโทริคือความเจ็บปวด แม้ว่าตอนนี้ยังแบ่งรับแบ่งสู้ได้ แต่การที่เธอปฏิเสธคู่ดูตัวมาแล้วหลายหน หากที่บิดาของเธอยื่นคำขาด เส้นทางที่เธอจะเดินไปหาฮิเดโอะถือว่าถูกปิดตายลงทันที

          ผู้มาเยือนร่วมกินมื้อเย็นกว่าจะกลับก็เกือบสี่ทุ่ม ทำให้เธอเกือบพลาดโอกาสการมาเยือนมิโอโมเตะ แต่ยังเรียกได้ว่ามาทันก่อนที่วันแห่งความรักจะผ่านเลยไป ได้แค่เห็นเสี้ยวหน้าความขุ่นใจก็พลันมลายหาย

          “ขอบคุณค่ะคุณฮิเดโอะ”

          โคโทริกล่าวเมื่อเขาได้ทำการลงบันทึกการจองห้องสำหรับจัดเลี้ยงเปิดบริษัทอย่างเป็นทางการให้เธอ

          “ไม่เป็นไรครับ ยินดีกับคุณโคโทริด้วย ของคุณอีกครั้งสำหรับชอคโกแลต แล้วก็เรื่องบริษัท พยายามเข้านะครับ”

          เท่านี้เองที่รอมาตลอดทั้งวัน เธอแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้

          “รบกวนคุณฮิเดโอะนานแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”

          “ครับ ราตรีสวัสดิ์”

          พ่อครัวหนุ่มกล่าวลา หญิงสาวก็เดินออกมาจากร้าน อย่างน้อย เธอก็จบวันวาเลนไทน์ด้วยหัวใจที่แช่มชื่นยิ่งนัก

 

          ฮิเดโอะเดินกลับเข้าครัว ทุกคนกำลังทำเก็บกวาดทำความสะอาด ชิมะทักเรื่องชอคโกแลตกล่องใหญ่ ชายหนุ่มยิ้มเขินๆ มองไปยังน้องสาว

          “ฮานะก็ได้ดอกไม้เยอะแยะเลยนะปีนี้”

          “ไม่เท่าของพี่หรอกค่ะ นับหรือยังคะปีนี้ทำลายสถิติหรือเปล่า” เธอกล่าวตอบเสียงใส และบรรดาสาวๆ ก็สลับกันพูดคุยกันเรื่องของขวัญที่ลูกค้าให้มา

          “นี่ๆ ของป้าชิมะสิ ถึงจะไม่ได้ของ แต่คุณลุงวาดะมาชวนไปอยู่ด้วยเลยนะ คุณลุงที่ทำงานไปรษณีย์น่ะ”

          เสียงกรี๊ดกร๊าดดังเซ็งแซ่ เจ้าของเรื่องทำหน้ากึ่งเบื่อกึ่งเขิน ถึงจะล่วงเข้าวัยสี่สิบปลาย แต่หัวหน้าสาวเสิร์ฟยังคงเค้าความงามและพูดจาดี จึงมีลูกค้าหนุ่มใหญ่ชอบเกี้ยวพาและมายื่นไมตรีเสมอ

          จินเป็นคนเดียวที่ทำอย่างไปอย่างเงียบเชียบ นับถอยหลังเวลาเลิกงาน เพื่อจะไปชื่นชมกับชอคโกแลตที่ด้มาจากฮานะเสียที เป็นวันที่ยาวนาน เหนื่อย แต่ก็จบลงด้วยความอบอุ่นไม่น้อยสำหรับเขา

 

อีกสิบนาทีจะผ่านวันวาเลนไทน์ แต่ในห้องประชุมพรรคฮิโนโทริยังคงมีการเคลื่อนไหวซึ่งไม่เกี่ยวกับเทศกาลแปห่งความรักเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากบนโต๊ะมีกระดาษ ซองจดหมาย และป้ายประกาศ ซึ่งกำลังถูกล้อมด้วยสมาชิกที่นอกจากจะรวมหัวหน้าสูงแล้วยังมีหัวหน้าระดับสาขาย่อยอยู่ด้วย

          “ทั้งหมดนี้ถึงแม้จะมีทั้งประกาศ จดหมาย และถูกส่งมาจากที่ต่างๆ กัน แต่วิธีการตัดแปะในจดหมายบอกได้ว่ามาจากต้นกำเนิดเดียวกัน และจุดประสงค์เดียวก็คือการตามหาอาซาโน่ ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าหมอนี่เป็นใคร จึงขอเตือนให้ทุกคนระวังตัวในการเข้ามาของคนแปลกหน้า”

          อิอิดะเป็นคนชี้แจง สมาชิกส่งหลักฐานที่ได้มาผลัดกันดู

          “เราตั้งข้อสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของเด็กที่ชื่อคางาวะ จิน ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้หญิงที่โดนฆ่าตาย”

          “ทำไมคิดว่านี่ไม่ใช่ฝีมือของคุเรียว ในเมื่อผู้หญิงที่ตายเป็นคนจากแก๊งนั้น อาจจะเป็นการฆ่าปิดปาก” หัวหน้าสาขาคนหนึ่งถาม

          “ลองคิดแทนคุเรียว จะต้องเสียเวลาตัดแปะจดหมายและวิ่งส่งไปทั่วญี่ปุ่นทำไมกัน ออกตามล่าอาซาโน่เลยดีกว่า” ทาคามิเนะตอบ

          “แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เรายังไม่ได้ตัดคุเรียวออกไป เพราะอย่างน้อยอาซาโน่ก็เกี่ยวพันกับคนจากแก๊งคุเรียวโดยตรง แต่ให้ความสำคัญน้อยกว่า เรื่องนี้เรากำลังถามข้อมูลจากอาซาโน่ให้แน่ใจอีกที”

          คราวนี้ริวโซเป็นคนตอบ จบคำความเงียบก็ครอบคลุมอยู่ชั่วขณะ

“ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากทางสาขาใหญ่มีเท่านี้ ใครมีอะไรรายงานอีกได้เลย”

          ทาคามิเนะยกมือและกล่าว “ศพเมื่อเช้ายืนยันได้แน่นอนว่ามาจากแก๊งคุเรียวครับ”

“เพราะฉะนั้นทุกคนต้องระวังตัว มีอะไรให้รีบรายงานทันที”

          อิอิดะพูดแล้วปรายตาไปยังชายผมยาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่ในตำแหน่งรองหัวหน้าอันดับสอง เขาควงมีดในมือเล่นอย่างช้าๆ     

         

          สองวันหลังจากวาเลนไทน์ จินเดินไปที่แปลงผักด้วยอารมณ์ไม่แจ่มใส เกือบเดือนแล้วที่เขาตามหาคนที่อาซาโน่ ใช้วันหยุดวันอาทิตย์ รวมทั้งปฏิเสธการไปกินดื่มกับเพื่อนร่วมงานในหลายๆ คืนเพื่อออกไปส่งจดหมาย ผ่านทางไปรษณีย์บ้าง บางครั้งก็ใช้วิธีฝากไปกับบุรุษไปรษณีย์ไปหยอดใส่ตู้รับหน้าบ้านคาจิวาระ แต่ไม่มีการปรากฎตัวของชายที่ชื่ออาซาโน่เลย ชายจรจัดที่รับจ้างหาข่าวก็พูดไปในทางเดียวกันกับผลลัพท์ของจดหมาย

          ฉันรู้จักผู้ชายคนนั้นน่า ตัวสูง หน้าตาดี เป็นยากุซ่าคนเดียวเลยที่ไม่ใช่เครื่องประดับ พวกนาฬิกาทอง หรือ เลสข้อมือ สร้อยอะไรก็ไม่มี

          ชายชราท่าทางเชื่องซึมพูดแยกเขี้ยวซึ่งทำเผยให้เห็นฟันหน้าที่หายไปสามซี่ เขาทำจมูกย่นและตอบอย่างมีอารมณ์นิดๆ ตอนที่จินถามย้ำว่ารู้จักอาซาโน่ดีแค่ไหน ซึ่งกลุ่มคนจรจัดยืนยันตรงกันว่าไม่เห็นยากุซ่าคนนี้มานานแล้ว

          หรือว่าการค้นหาของเขาจะเปล่าประโยชน์ ชายผู้ชอบกินผักดองสีชมพูของฮานะคนนี้อาจจะตายไปแล้วก็ได้ การทิ้งหลักฐานเอาไว้ทำให้สามารถตามหาตัวชายคนนี้เจอก่อนเขา และถูกสำเร็จโทษไปแล้วก็ได้

          พอคิดเช่นนั้นแล้วจินก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา จึงพยายามข่มความไม่ได้ดั่งใจด้วยการทำงาน เขาเลือกตื่นแต่เช้ามารดน้ำผักซึ่งกลายเป็นหนึ่งในหน้าที่ประจำของเขาไปแล้ว ก่อนหน้านั้นจินก็ไม่รู้ว่าฮานะหวงงานผักของเธอมาก หญิงสาวภาคภูมิใจที่ได้ชื่อว่าดองผักได้อร่อยเป็นที่หนึ่งท่ามกลางร้านที่อยู่ในฮิงาชิยาม่า

          สาเหตุว่าทำไมถึงยอมให้เขามาดูแล เด็กหนุ่มเองก็ไม่กล้าถามเหมือนกัน

          จินก้มรดน้ำ พลางดูวัชพืช มองเห็นกางเกงฮากามะ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เจอกับฮานะ เธอส่งรอยยิ้มที่ทำให้ใจเขาไหววูบได้ทุกครั้ง

          “อรุณสวัสดิ์จินคุง” น้ำเสียงเธอก็สดใส

“อรุณสวัสดิ์ครับ”

ฮานะยืนเอามือไพล่หลัง เขาสูงกว่าเธอ เมื่อก้มนิดๆ เพื่อมองมะเขือทำให้ใบหน้าของเขาอยู่ระดับสายตาเธอพอดี เพิ่งเห็นว่าเขามีไฝเม็ดเล็กๆ อยู่ใกล้คิ้วซ้ายนิดเดียว ถ้าไม่สังเกตก็แทบจะไม่เห็น

“ชอคโกแลตเป็นยังไงบ้าง อร่อยไหม”

          จินเงยหน้าขึ้นมา ทำตาปริบๆ เม้มปากเล็กน้อยก่อนตอบ

          “คือ...ผมยังไม่ได้กิน”

          “อ้าว ทำไมล่ะ” เธอร้อง “หรือว่าจินคุงไม่ชอบชอคโกแลต”

          “ไม่ใช่ครับ” เด็กหนุ่มปฏิเสธ แล้วก็หลุบตามองต่ำ “ผม...ไม่กล้ากิน อยากเก็บเอาไว้ คุณฮานะอุตส่าห์ให้”

          ฮานะเผลอยิ้มออกมา คำตอบนิ่งแต่แฝงด้วยความขัดเขินของอีกฝ่ายกระตุ้นความวูบวาบให้เช้านี้ตื่นเต้น

          “แต่ว่าฉันอยากให้เธอกินนะ” น้ำเสียงตัดพ้ออย่างไม่ตั้งใจทำให้จินต้องละสายตาจากเถาแตงกวา “คือ ชอคโกแลตอันนี้ฉันทำเอง ฉันอยากให้เธอกิน จะได้รู้ว่าฉันตั้งใจจริงๆ”

          มือของจินที่ถือบัวรดน้ำของจินเกร็งขึ้นเล็กน้อย เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าหนักแน่น

          “ผมจะกินครับ”
          ฮานะก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมว่าทำไมจะต้องดีใจขนาดนี้ ที่ผ่านมาก็ให้ชอคโกแลตกับชายหนุ่มลูกจ้างในร้านมาหลายครั้ง คำชมท่วมท้นที่ได้กลับมายังไม่ทำให้ดีใจเท่ากับคำรับปากว่าจะกินของหนุ่มรุ่นน้องคนนี้เลย

          หญิงสาวเหลือบมองเด็กหนุ่มที่กำลังรดน้ำ ความจริงตั้งแต่แรกที่เดินมาใกล้เขา เธอก็ได้กลิ่นนิโคตินระเหยบางๆ

          “จินคุง”

          เรียกแล้วฮานะก็รู้สึกตัวว่าลังเลที่จะพูด

          “ครับ”

          เธอช้อนสายตามองเขา แววตาที่สานสบมามีความเป็นเด็กเหลือเฟือ

          “สูบบุหรี่ ไม่ค่อยดีนะ ถ้าจะเป็นพ่อครัว เพราะมีผลต่อการรับรสอาหาร ขอโทษที่พูดอย่างนี้ แต่...”

          “ผมไม่คิดจะเป็นพ่อครัว” เขาตอบกลับเรียบๆ โดยที่ก้มหน้ารดน้ำแครอท รู้ว่าสักเวลาหนึ่งหัวข้อนี้จะเดินมาถึง

          “อ้าว แล้วจินคุงอยากทำอะไร”

          “ไม่รู้” เขาย่อตัวลงเด็ดวัชพืช ครั้นแล้วก็เงยหน้าสบตาเธอ “ถ้าผมไม่มีความฝัน จะดูเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่องหรือเปล่า”

          ฮานะย่อตัวลงบ้าง หลุบตามองใบสีเขียวที่โผล่พ้นดินมา โล่งอกที่เขาไม่ตอบโต้ด้วยอาการฉุนเฉียว กิริยายังนิ่งและน่าค้นหาอย่างเคย แอบคิดว่าใบหน้าตอนนี้ของจินดูหล่อคมคายต่างจากพี่ชาย

“ความฝันไม่ได้วัดคุณค่าผู้ชาย เป็นแค่การแสดงออกของเป้าหมาย สิ่งสำคัญที่สุดคือการกระทำที่เห็นผล ฉันคิดแบบนี้”

          แล้วเธอก็ยิ้มบาง จินรู้สึกว่าอากาศหนาวนั้นกลายเป็นความอบอุ่นที่ไหลเวียน

 

          เช้านี้ชิมะเปิดสมุดรับจอง โดยจะตรวจดูห้องว่างเพื่อที่จะบอกกับลูกค้าได้ทันทีเมื่อรับสาย ห้องบ๊วยวันนี้เป็นของคาจิวาระ โคโทริ ซึ่งก็ไม่แปลกใจ ลูกสาวยากุซ่ารายนี้เป็นขาประจำทั้งในฐานะลูกค้าและการพยายามจะเป็นคนสนิทของลูกชายเจ้าของร้าน ยังเหลือห้องว่างอีกสามห้อง กับเวลาบ่ายสอง อาจจะมีลูกค้ามาอีกหรือไม่ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น เธอจึงเลือกนั่งจัดเรียงเอกสารในห้องต้อนรับไปพลางๆ

แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

หัวหน้าสาวเสิร์ฟยกหู “สวัสดีค่ะ ร้านมิโอโมเตะค่ะ”

เมื่อเธอหยุดเพื่อฟังปลายสายสักพัก ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ

 

“คุเรียวอย่างนั้นเหรอ?

ฮิเดโอะยกเสียงขึ้นสูง โคจิเองก็หยุดการลับมีดไปชั่วขณะ คนอื่นๆ มองหน้ากับไปมา ตอนนี้ทุกคนมาร่วมกันอยู่ในครัวกันหมดรวมทั้งสาวเสริ์ฟทั้งสาม

“ค่ะ ป้าไม่รู้จะทำยังไง ไม่กล้าปฏิเสธ ก็เลย...รับจองไปแล้วค่ะ” เธอกล่าวเสียงอ่อยผิดกับบุคลิค

ความเงียบเข้าครอบครองอยู่ชั่วขณะ ในที่สุดลูกชายเจ้าของร้านก็กล่าวขึ้น

“ป้าทำถูกแล้วครับ เราเป็นร้านอาหารจะเลือกลูกค้าไม่ได้”

“แต่ว่า ทางคาจิวาระก็จองมาเหมือนกันนะคะ”

คำนี้ทำให้ฮิเดโอะที่กำลังจดมีดกับเนื้อมัตสึซากะชะงัก เงยหน้าขึ้นมองลูกจ้างเก่าแก่ สีหน้าลำบากใจปรากฎชัด

“ผมว่าคุณฮิเดโอะควรไปเรียนคุณชิเงรุให้ทราบไว้ก่อนครับ”

โคจิเสนอความเห็นบ้าง ซึ่งฮิเดโอะก็เห็นด้วย

 

“คุเรียว อย่าบอกว่าเป็นยากุซ่าอีกนะครับ”

มาโมรุถามชินโงอย่างอดรนทนไม่ได้แม้ว่าโคจิจะอยู่ในครัวก็ตาม แต่เลือกตอนที่มายกลังเบียร์ ซึ่งชินโงก็รู้ใจและคันปากอยู่ก่อนแล้ว เขาก้าวออกมาแล้วบอกว่าจะไปเอาฟืน สองหนุ่มจึงใช้โอกาสสั้นๆ คุยกัน

“ก็ใช่น่ะสิ แกนี่ยังไงนะ ไม่รู้จักแก๊งยากุซ่าอันดับหนึ่งของโอซาก้า อ๊ะ อย่าบอกนะว่าเพิ่งมาเกียวโตอีก เรื่องแบบนี้น่าจะดังไปถึงทาคายาม่านะ” รุ่นพี่ดักคอ ทำเอาหนุ่มทาคายาม่าหน้าย่น แต่ไม่เถียงเพราะความอยากรู้มีมากกว่า

“ฮิโนโทริเข้าใจว่าเป็นลูกค้าเก่าแก่ แล้วคุเรียวนี่มาทำไม ยากุซ่าอันดับหนึ่งของโอซาก้าไม่เคยมาที่นี่มาก่อนไม่ใช่เหรอครับ”

ชินโงหอบฟืนขึ้นมา ขมวดคิ้ว มาโมรุพูดต่อ สีหน้าหวาดหวั่น “หรือว่าทั้งฮิโนโทริกับคุเรียวจะ...”

“อย่าพูดบ้าๆ น่า ไม่มียากุซ่าที่ไหนมามีเรื่องกันในร้านอาหารหรอก”

“แต่...”

“เชื่อฉันสิ เพราะว่าที่นี่เป็นร้านอาหาร ทุกคนล้วนมาลิ้มรสอาหาร แล้วอาหารที่อร่อยน่ะ ทำให้แม้แต่ยากุซ่าที่กำลังจะต่อยกันก็หยุดได้เลยนะ”

ชายหนุ่มผู้มีส่วนสูงเป็นปมด้อยกล่าวด้วยความเชื่อมั่น มาโมรุเปลี่ยนสีหน้าเป็นทึ่งสุดขีด เขาวางลังเบียร์ลงซ้อนกับลังเดิม

“จริงเหรอครับ ทำไมผมไม่เคยได้ยินมาก่อน”

“จะได้ยินได้ยังไง ก็ฉันเพิ่งพูดเดี๋ยวนี้เอง”

“โธ่ ผมก็นึกว่านักปราชญ์ที่ไหนพูดไว้”

ชินโงฉีกยิ้มและยืดอก “ก็วากาบายาชิ ชินโงคนนี้ไงล่ะ จำคำฉันไว้เถอะเจ้าหนูอิวาชิ1อาหารน่ะไม่ใช่แค่กินอร่อย แต่เป็นอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น”

พูดจบเขาก็ตบไหล่รุ่นน้อง ก่อนตะรีบเดินเข้าในห้องปรุงอาหารไป ทิ้งให้อีกฝ่ายทำหน้าปูเลี่ยน

 

เมื่อร้านเปิด และหนึ่งในลูกค้าซึ่งเป็นที่กล่าวขานมาถึงและสั่งเอาหารได้สักพัก ชิเงรุเข้าไปทักทาย เป็นที่รู้กันว่าสมาชิกของคุเรียว แก๊งยากุซ่าอันดับหนึ่งในโอซาก้าได้มาเลือกเยือนร้านมิโอโมเตะ เจ้าของร้านี่เปิดมาหนึ่งร้อยสี่สิบแปดปีได้ต้อนรับชายหนุ่มสี่คนโดยวางตนเองเป็นแค่ผู้ค้าขายอาหารที่ปรุงอย่างตั้งใจเท่านั้น

“อาหารเกียวโตดั้งเดิมแบบนี้หากินไม่ได้ง่ายๆ แล้ว อร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ”

ชายชราคำนับขอบคุณ คนพูดเป็นชายอายุห้าสิบปีซึ่งมีใบหน้าดุดันและรอยแผลเป็นนบนแก้มที่ดูน่ากลัว ซึ่งภายหลังชิเงรุรู้ว่าเขาชื่อโซโนดะ เป็นรองหัวหน้าคนสำคัญ

“แบบนี้เห็นทีจะต้องมาบ่อยๆ เสียแล้วสิ ใช่ไหมอามาเทรุ” ประโยคนี้โซโนดะหันไปตามชายหนุ่มอีกคน เขาสวมแว่นสีชา พยักหน้าตอบขรึมๆ

“เป็นเกียรติของมิโอโมเตะเช่นกันครับที่ได้ต้อนรับลูกค้าอย่างท่าน”

ลูกค้าวางตะเกียบลง “อยากจะขอชมหน้าพ่อครัวสักหน่อย ขอฉันเจอได้ไหม”     

“ได้ครับ” เป็นปกติของลูกค้าที่อยากจะกล่าวชื่นชมหรือตำหนิพ่อครัว หรือมีคำถามเกี่ยวกับอาหาร ชิเงรุทำท่าจะเคลื่อนกายออกไป

“ขอเจอทุกคนเลยนะ”

คราวนี้ชิเงรุชะงักไปนิดกับคำขอที่แปลก ก็เคยมีบ้างที่สมาชิกทุกคนจะมาขอบคุณผู้มีพระคุณ นั่นคือในกรณีที่เป็นลูกค้าคนสำคัญจริงๆ ซึ่งมีไม่บ่อยนัก ไม่ใช่จากลูกค้าที่มาเยือนครั้งแรกและเป็นยากุซ่าอย่างนี้

“แค่ไม่อยากขอบคุณคนใดคนหนึ่งน่ะ อาหารที่ดีมาจากครัวที่ดี กว่าจะสำเร็จเป็นหนึ่งจานก็มาจากการทำงานของทุกคน เพราะงั้นทุกคนจึงสำคัญเท่าๆ กันจริงไหม” โซโนดะกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“เชิญมาเถอะ ฉันอยากขอบคุณที่พวกเขาทำอาหารอร่อยๆ แบบนี้ขึ้นมา”

คำพูดนั้นยังนิ่งแต่หางเสียงกึ่งสั่ง ชิเงรุจึงผงกศีรษะรับรู้แล้วขอตัวออกไป โดยมีความหนักใจค่อยๆ กดน้ำหนักลงบนสองบ่าแต่ยังเชื่อมั่นว่าถึงจะมีสองแก๊งยากุซ่าอยู่ในร้านของเขา แต่จะไม่มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นแน่นอน

 

หลังจากที่ชิเงรุนำคำขอจากโซโนดะมาบอกสมาชิกในครัวทุกคนก็ยินดีจะไปทักทายสมาชิกแก๊งคุเรียว แม้จะประหลาดใจกึ่งตกใจก็ตาม โคจิเป็นห่วงเรื่องเมนูอาหารที่จะต้องเสิร์ฟ ชิเงรุจึงรับจัดการให้ระหว่างที่ต้องเสียเวลานี้ไปโดยช่วยกันกับฮานะ และกำชับให้ชิมะตัดบทลูกค้าให้นุ่มนวลที่สุด

โคจิเดินนำออกไป เมื่อเหลือบกลับมายังเห็นสมาชิกใหม่คนนั้นยังยืนอยู่ที่หน้าอ่างล้างจาน

“คางาวะ”

เสียงเรียกเข้มๆ ดึงให้เด็กหนุ่มรู้สึกตัว ก้าวออกมาและเดินตามหลังรุ่นพี่อย่างชินโงไปด้วยกิริยาปกติ แต่ข้างในหัวใจมีแค่เขาคนเดียวที่รู้ว่าชื่อ คุเรียว มีความหมายยังไง

ตั้งแต่เมื่อวาน ดูเหมือนว่าจะพยายามสงบสติอารมณ์เท่าไหร่ก็ยังไม่อาจทำได้ร้อยเปอร์เซนต์

คุเรียว โอซาก้า ยากุซ่า และชีวิตที่อยู่ภายใต้เงื้อมมือของกลุ่มคนสีเทา

เวลาเดียวกันกับที่คนครัวของมิโอโมเตะกำลังจะไปพบลูกค้าตามคำขอ ลูกค้าคนสำคัญอีกกลุ่มก็เข้ามา มาเอดะเปิดประตูร้านและเดินนำหน้าเข้ามา ตามด้วยโคโทริซึ่งแต่งกายเรียบหรูด้วยการสวมกระโปรง เพิ่มสีสันด้วยผ้าพันคอซึ่งเป็นงานที่เธอออกแบบเองเป็นงานทดลองชิ้นแรก และผู้ร่วมหุ้นอีกห้าคน ฮานะกับมาริเป็นคนมาต้อนรับ

“สวัสดีค่ะ”

โคโทริพยักหน้ารับคำทักทาย แต่สายตามองฮิเดโอะที่กำลังเดินผ่านประตูไปอย่างสงสัย และข้องใจมากขึ้นเมื่อเห็นคนครัวคนอื่นๆ ด้วย

“ไปไหนกันเหรอ”

“คุณโคจิพาพี่ฮิเดโอะกับลูกมือไปทักทายลูกค้าค่ะ มีลูกค้าอยากพบ เชิญทางนี้เลยค่ะ” ฮานะตอบ ผายมือและโค้งให้ผู้มาเยือนสาวสวยได้ไปนั่งในห้องบ๊วยที่จองไว้ โคโทริอยากได้ข้อมูลอีกว่าใครกันลูกค้าคนนั้น ถึงขนาดอยากเจอคนปรุงอาหารยกครัว แต่ว่าตนเองมีหน้าที่ต้องทำจึงเก็บคำถามไว้ ปรายตาไปยังผู้ติดตาม คุโบตะกับมาเอดะมองหน้ากันเชิงส่งสัญญาณว่าใครจะรับหน้าที่นี้

แต่เสียงเปิดประตูดังขึ้นเสียก่อน สองผู้ติดตามคุณหนูแห่งฮิโนโทริหันไป

“คุณคุโรซากิ”

โคโทริหันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อ หญิงสาวผุดยิ้มบาง ก่อนจะเดินต่อไปด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายกว่าเดิม รวมทั้งมาเอดะและคุโบตะก็เดินตามเข้าไปเมื่อเห็นสายตาเชิงเหนือกว่าของรองหัวหน้าอันดับสองของแก๊ง

แต่ยังเหลืออีกคนที่ยังก้าวไปไม่พ้นคือ เด็กหนุ่มในครัวของร้านมิโอโมเตะนามคางาวะ จิน ซึ่งหันกลับมามองผู้มาเยือน ยากุซ่าหนุ่มผมยาวมองตอบนิ่งๆ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินผละออกไปเพราะมีคนเรียก

“คือว่า...”

มาริที่ยังรับหน้าที่ต้อนรับเอ่ยขึ้น คุโรซากิดึงสายตากลับมาก่อนจะเพิ่มประกายเพื่อมองสาวเสิร์ฟผมสั้น

“ถ้าผมจะสั่งเบนโตะกลับบ้านและขอรับเป็นคำตอบสักเรื่องได้ไหมครับ”

สาวผมสั้นกะพริบตาปริบ

 

 

1.     หมายถึงปลาในตระกูลปลาซาร์ดีน และกลุ่มปลาตัวเล็กๆ มักจะเอามาทำน้ำซุป ในกรณีนี้นามสกุลของมาโมรุคือ อิวาชิตะ ชินโงเรียกอิวาชิเป็นการเล่นคำและหยอกว่าเป็นปลาตัวเล็กๆ



อุธิยา

20.12.17


ปลาอิวาชิ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น