กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 12 : บทที่ 11 วาเลนไทน์ ความตาย และช็อคโกแลต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ธ.ค. 60

11. วาเลนไทน์ ความตาย และช็อคโกแลต

 

          ฮิเดโอะเดินออกมาจากห้องจิบชาของบิดาด้วยใบหน้าแช่มชื่น ไม่ใช่เพราะคำชมเรื่องผลประกอบการจากบัญชีที่ทำมาด้วยความเรียบร้อย หัวข้อเรื่องร้านหรือการทำอาหารถูกเกริ่นนำมาแค่ช่วงแรกเท่านั้น

          โคจิบอกว่าฝีมือของแกพัฒนาขึ้นมาก ลูกค้าก็ชมมาหมายคนแล้ว บัญชีนี้ทำมาเรียบร้อยดีมาก”

          ขอบคุณครับ ผมจะพยายามต่อไป

          ผู้เป็นพ่อปิดรายงานแล้วส่งคืนให้ ยกชาขึ้นจิบก่อนจะหันมาสบตาเขาตรงๆ

          ปีนี้แกก็ยี่สิบสี่แล้ว อายุเหมาะสมที่จะสร้างครอบครัว

          ลมหายใจชายหนุ่มสะดุดเมื่อได้ยินคำว่าครอบครัว

          วันเกิดฮานะ เดือนเมษาใช่ไหม

          ฮิเดโอะได้แต่กล่าวคำว่าครับขณะที่หัวใจเต้นรัว เพราะคาดเดาว่าบิดาหมายถึงอะไร ทุกวันนี้ภาพที่ปรากฎโดยทั่วไปของเขากับฮานะคือพี่น้อง แต่ก็มีคนในร้านที่รู้ว่าฮานะเป็นลูกบุญธรรม และเธอถูกวางไว้ในสถานะคู่หมั้นของเขา

          แม่สื่อที่มาเมื่อเช้าก็ถูกปฏิเสธไปเรียบร้อยแล้ว

          เมื่อเดินมาถึงครัว ชายหนุ่มหยุดฝีเท้า สายตามองเห็นเสาต้นริมทางเข้าห้องปรุงอาหารที่เป็นไม้สน รอยยิ้มผุดขึ้นมา ที่ตรงนี้เขากับฮานะใช้วัดส่วนสูงกันตั้งแต่เด็กเนื่องจากไม้ฮิโนกิมีสีอ่อนพอให้ใช้ปากกาเมจิกเขียนได้ ถึงตอนนี้รอยก็จางไปตามเวลา หนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตรเป็นของฮานะ เธอเคยพูดว่าอยากสูงกว่านั้นอีกสักสองเซนติเมตรเหมือนคุโด้ ชิสุกะนักร้องที่ชอบ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ถึง

          พอวัดของเขาเธอก็ทำเสียงตื่นเต้น เพราะตอนเข้ามัธยมสอง ความสูงของเขายังแค่หนึ่งร้อยหกสิบห้า พอขึ้นมัธยมปลายความสูงก็เพิ่มพรวดพราด

          โอ้โห พี่ฮิเดโอะสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าเซนติเมตรแล้ว เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วตั้งแปดเซนติเมตรแน่ะค่ะ

          จนมาหยุดที่หนึ่งร้อยแปดสิบสองเซ็นติเมตร นั่นก็เป็นความภาคภูมิใจของเขา ภาพผู้ชายในฝันของหญิงสาวล้วนแล้วแต่ขายาว หุ่นนักกีฬา ถึงเขาจะไม่ใช่แต่ความสามารถด้านอาหารก็ไม่แพ้ใคร

          ฮิเดโอะมองไปที่ตัวเลขหนึ่งแปดสอง รอยยิ้มหายไปเมื่อเห็นตัวเลขหนึ่งแปดศูนย์

          คิ้วเข้มขมวดฉับ รอยปากกายังใหม่อยู่ ใครกัน...

คำตอบแทบจะมาพร้อมคำถาม ความสูงระดับนี้มีคนเดียว คางาวะ จิน

ลมร้อนแห่งความหวงแหนพัดวูบในร่าง ตั้งแต่ไรมา เสาต้นนี้คือพื้นที่ส่วนตัวระหว่างเขากับน้องสาวเท่านั้น ถึงไม่มีใครกำหนด แต่มันก็ใช่ แล้วทำไมตัวเลขของหมอนั่นถึงถูกเขียนเข้ามา

สายตาที่เด็กนั่นมองฮานะของเขามีประกายไหวๆ วูบๆ ผิดกับเวลามองเขาหรือเพื่อนร่วมงานที่กระด้างกว่า เช่นเดียวกับใบหน้าของฮานะที่มักจะหันไปทางเจ้าเด็กติดเตานั่นเสมอ ฮิเดโอะรู้สึกไม่สบายตัวเหมือนมีแมลงไต่ แต่ก็ได้แต่บอกตัวเองว่าให้ใจนิ่งเอาไว้

บางทีอาจจะเป็นแค่บุคลิกเงียบขรึมและคลุมเครือของอีกฝ่ายกลายเป็นความน่าสนใจ เขาไม่ควรคิดไปในแง่ร้าย อย่างไรก็ตาม เด็กนั่นเป็นแค่ลูกจ้าง

อีกไม่ถึงสามเดือนก็เป็นวันเกิดของฮานะแล้ว ขอให้วันนั้นมาถึงก็พอ

 

พักกลางวันที่ได้เวลาว่างเล็กน้อย จินไปนั่งประจำที่เก่า วันนี้ชิมะไม่มาเป็นเพื่อนร่วมวงอมควัน เขาจึงสูบบุหรี่คนเดียวแล้วก็คิดถึงการไปที่นิชิคิเพื่อติดประกาศในวันก่อน

หลังจากเรียกยากุซ่าให้มาเห็นก็เดินวนเวียนรอความเคลื่อนไหวจนบ่าย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็กลับมาที่ฮิงาชิยาม่า ทบทวนว่าปัญหาที่ไม่สามารถพบเจอคนชื่ออาซาโน่ได้ประการหนึ่งคือ เขาไม่เคยเห็นหน้าเจ้าตัวมาก่อน หากแต่มั่นใจได้ว่าทางฮิโนโทริจะต้องได้รับรายการเรื่องนี้แล้วแน่นอน

จินพยายามนึกว่านอกจากเบนซ์สีดำที่มารับแม่เขาเห็นอะไรอีกจากระเบียบห้องพักชั้นสาม แล้วก็คิดต่อไปว่าวันหยุดที่จะถึงจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้เจออาซาโน่ และไม่ให้ถูกจับได้

บุหรี่หมดมวน เขาดับและทิ้งก้นกรองไว้ใต้ใบสนเหมือนเดิม ใช้มือยันเข่าเพื่อลุกขึ้นยืน ยืดเส้นเล็กน้อยเตรียมตัวทำงานภาคบ่าย หมุนกายเพื่อจะเดินกลับลงเนิน ชะงักกึกเมื่อเห็นว่ามีคนอื่นอยู่ตรงมุมห้องเก็บของ

ฮานะ...

 

ฮานะวางสีหน้าเรียบๆ ขณะที่จินเบิกตาแล้วก็กลับมาเป็นท่าทีเคร่งขรึมเหมือนเดิม

“ขอโทษที่รบกวน ช่วยอะไรหน่อยได้ไหม”

คำพูดธรรมดาเรียกสติเด็กหนุ่มที่ทำผิดให้กลับมา เขาก้าวยาวๆ ลงมายืนใกล้เธอเตรียมพร้อมทำตามคำสั่ง เสมือนว่าไม่มีการพบเจอว่าลูกจ้างมาแอบสูบบุหรี่หลังร้านมาก่อน

“ฉันจะเอาจานจีนใบใหญ่ แต่มันอยู่สูง กลัวทำร่วง พอดีเห็นจินคุงตัวสูงเลยมารบกวน”

นายจ้างสาวอธิบายขณะที่จินเอื้อมมือขึ้นไปหยิบจานแบนใบใหญ่เขียนมือลายเส้นสีฟ้าบนฟื้นขาวดูสดใส ซึ่งอยู่บนชั้นวางของซึ่งอยู่สูงเกินระดับมือของเธอ เด็กหนุ่มไม่ถามอะไร แม้จะนึกสงสัยว่าทำไมเธอไม่ขอให้ฮิเดโอะหยิบให้ หรือความเป็นพี่ชายกับความเป็นลูกจ้างไม่เท่ากัน

“ขอบใจนะ ขอโทษที่รบกวนเวลาพักของเธอ”

จินทำกิริยาแค่ผงกศีรษะและก้าวออกมาจากห้องเก็บของ ฮานะมองแผ่นหลังที่ยังคงความอ้างว้างเหมือนวันแรกที่เห็น เมื่อรวมกับภาพสูบบุหรี่ เล่นไพ่นกกระจอกชั้นเซียน กินเบียร์ได้เหมือนน้ำเปล่าแล้วก็นึกสงสัยในลูกจ้างหนุ่มอายุสิบหกคนนี้ ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเป็นแบบไหนกันนะ

 

          โคโทริก้าวยาวๆ กลับมาที่เรือนญี่ปุ่นด้วยอาการหงุดหงิด ชายประโปรงพริ้วตามแรงเดิน ทั้งที่เช้านี้ได้ข่าวดีว่างานออกแบบและแผนธุรกิจที่เธอนำเสนอต่อผู้ถือหุ้นผ่านการเห็นชอบ วันพรุ่งนี้จะไปจะทะเลียนเปิดบริษัทอย่างเป็นทางการ สินค้าชิ้นแรกจะเป็นผ้าพันคอพิมพ์ลายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสนแคระและการจัดสวนในร้านมิโอโมเตะ

          แต่พอช่วงบ่ายบิดาเรียกเข้าไปคุยเรื่องที่ทำให้อารมณ์เปลี่ยน

          มาเอดะนั่งประจำการอยู่ด้านหน้า พอเห็นคุณหนูเดินมาเร็วๆ ก็ขยับตัว แต่ก็ช้าไปกว่าแฟ้มกระดาษที่เธอโยนใส่หน้า

          “โอ๊ะ..”

          “เอาไปให้พ้น! อย่าให้ฉันเห็นอีก”

          บอดี้การ์ดหนุ่มทำหน้างงๆ ไม่ทันถามประตูก็เลื่อนปิดดังปังบอกความรู้สึกเจ้านายสาวเป็นอย่างดี

          เมื่อทำไม่ได้ทั้งถามและตอบ มาเอดะจึงมองของในมือที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุ เห็นแค่คำแรกก็รู้ทันที

          รายงานประวัติผู้ดูตัว

 

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ยังมีหิมะตกประปราย แต่อากาศก็เริ่มอุ่นขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม เป็นเช้าที่ไม่สดใสสำหรับจิน เพราะเขาต้องมาเดินตลาดกับฮิเดโอะซึ่งพาฮานะมาด้วย ความหงุดหงิดอยู่ตรงที่เขาต้องมาเดินตามหลังสองพี่น้องที่ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนเสียงทักทายต้อนรับอย่างอบอุ่นเซ็งแซ่ไปหมด

ทำให้รู้ว่าคนทั้งสองเป็นที่รู้จักของตลาดย่านนี้ไม่น้อย เหมือนดาวฤกษ์ที่ส่องแสงจ้า ส่วนเขากลายเป็นดาวเคราะห์น้อยที่ได้แต่โคจรอยู่วงนอก

จุดเริ่มต้นมาจากวันนี้ฮิเดโอะจะมาเลือกปูและรับทูน่าที่จองไว้จากร้านของยามากุจิ คนที่จะมาช่วยถือของคือมาโมรุ แต่พอฮานะขอมาด้วย ฮิเดโอะก็เปลี่ยนความคิด

งั้นคางาวะไปช่วยถือของดีกว่า คางาวะแรงดี มาโมรุช่วยชินโงกับคุณโคจิแล้วกัน

เมื่อลูกชายเจ้าของร้านสั่งจึงไม่มีใครค้าน จินจึงต้องมาเดินถือของตามคู่ชายหญิงต้อยๆ ความเย็นรอบกายกลับทำให้ร้อนข้างในมากขึ้น

“โอ้วคุณชายน้อยกับคุณหนูฮานะมาเองเลย เลือกเลยครับ นี่ๆ ผมได้กุ้งมังกรมาเพิ่มด้วย คุณชายรับไหมครับ”

เจ้าของร้านขายของคล่องแคล่ว ฮิเดโอะเลือกกุ้งมังกรสดๆ ที่ยังเคลื่อนไหวมาจำนวนหนึ่ง ลูกจ้างของยามากุมิแพคลงในกล่องโฟมเช่นเดียวกับทูน่าและปู จินรับหน้าที่แบกลังโฟมไปเก็บที่รถ

“ฮานะเอาชีสเค้กอีกไหม”

ฮิเดโอะถามถึงขนมร้านโปรดของเธอ ฮานะเกือบจะตอบแต่เหลือบมองมาทางจินที่สองมือมีของที่ซื้อมาพะรุงพะรัง

“จินคุงกินขนมไหม เอาของไปเก็บที่รถก่อนก็ได้นะ”

คนถูกถามไม่ทันตอบ แต่คนตอบไม่ได้ถูกถามเอ่ยขึ้น “ซื้อไปกินที่บ้านเถอะ สายแล้ว”

หญิงสาวหน้าม่อยลงเล็กน้อย น้ำเสียงฮิเดโอะจึงอ่อนโยนอีกนิด “พอดีเราได้กุ้งมาเพิ่มไง ต้องรีบกลับไปทำต่อ เดี๋ยวจะไม่สด”

เขาอธิบาย ฮานะมีสีหน้าเข้าใจ

“งั้นนายไปรอที่รถก่อนคางาวะ” ฮิเดโอะหันไปสั่ง เด็กหนุ่มหมุนกายเดินไปโดยไร้คำพูด ทำเอาเจ้านายหนุ่มสะอึกเล็กน้อย แต่เสียงเรียกของน้องสาวทำให้สติเขากลับมา เก็บอารมณ์ลงได้ และเดินเคียงคู่เธอไปยังร้านขนมที่มีชีสเค้กของโปรดของเธอด้วยกัน

 

จินเดินหน้าท่วมเหงื่อถือฟืนที่ผ่าแล้วเข้ามาเก็บในห้อง หยิบไปวางข้างเตาไว้สองมัดเพื่อความสะดวก ในครัวทุกคนมีงานล้นมือ ในอ่างล้างจานก็เช่นกันที่มีหม้อและจานผสมกองสูงขึ้น เด็กหนุ่มถกแขนเสื้อแล้วลงมือล้างจานต่อ หูได้ยินเสียงต่างๆ ในครัว คำสั่งเชิงปรึกษางานกันของโคจิและฮิเดโอะ

เสียงบ่นเรื่อยเปื่อยของชินโง คำแซวต่อชิมะและสาวๆ รวมทั้งเสียงหัวเราะต่อกระซิกระหว่างพี่น้องในนาม

“ไม่เปลี่ยนค่ะ ทุกคนชอบมะเขือม่วงย่างมิโซะ พรุ่งนี้ฉันจะทำเป็นมื้อเช้า”

“แต่ว่าคราวที่แล้วก็ทำนี่นา” ชายหนุ่มทำเสียงโอด

“ก็หลายวันแล้วนี่คะ” ฮานะค่อยๆ ใส่เผือกหั่นเต๋าลงในหม้อซุปมิโสะ “ถ้างั้นส่วนของพี่ฮิเดโอะก็ไม่ต้องมีมะเขือม่วงย่างมิโซนะคะ”

“แล้วกัน”

คนเป็นน้องสาวหัวเราะคิกคัก เสียงนั้นสดใส เมื่อไหร่ที่ฮานะทำงานอยู่ในครัว บรรยากาศจะผ่อนคลาย รอยยิ้มกระจายความสดชื่นไปยังคนอื่นๆ ลดความตึงเครียดและเคร่งขรึม เพราะแม้แต่โคจิก็ยังมีคำพูดล้อเล่นบ้างเช่นกัน

จินหันมา เบนสายตาจากกิริยาของฮานะที่ใช้กำปั้นทุบเบาๆ ไปที่ต้นแขนฮิเดโอะ เขาเดินไปหยิบถังน้ำกับผ้าถูพื้นแล้วเดินออกไป สวนกับชิมะที่เดินเข้ามา หัวหน้าสาวเสิร์ฟเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ

 

“คางาวะคุง”

เสียงเรียกกับฝีเท้าดึงเขาจากภวังค์ สาวแก้มกลมซาโอรินั่นเอง เขาถูระเบียงเสร็จพอดีจึงยกถึงน้ำและผ้าเดินออกไปที่ลานซักล้าง ซาโอริเดินตาม

“คางาวะคุงนี่ขยันจังเลยนะ ทำงานได้ตั้งเยอะ มากกว่าอารากิที่ลาออกไปซะที” เธอเปิดบทสนทนาด้วยคำชม คนขยันขยี้ผ้าขี้ริ้ว คนชมก็ยืนอยู่ข้างๆ เอามือไผล่หลังทำหน้าไร้เดียงสา

“ถามอะไรหน่อยได้ไหม”

จินเทน้ำทิ้งแล้วเปิดน้ำสะอาดใส่ใหม่ ขยี้ผ้าอีกครั้งขณะตอบในลำคอ

“ได้ยินว่าคางาวะคุงมาโอซาก้า ก็เมืองเดียวกับชินโงเลยน่ะสิ เคยอยู่ตรงไหนของโอซาก้าเหรอ”

ในสมองลั่นคำว่า ชินอิมามิยะ แต่คำที่เอ่ยออกไปคือ “นัมบะ”

ซาโอริพยักหน้าจริงจัง “จินคุงเล่นไพ่นกกระจอกเก่งนะ แสดงว่าเคยเล่นบ่อยใช่ไหม”

เขานิ่ง คิดถึงสาเหตุที่ทำให้กลายเป็นที่เชี่ยวชาญในสายตาคนทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะไพ่นกกระจอก แต่เขาเล่นได้เกือบทุกอย่าง รวมไปถึงกลโกงที่นักพนันใช้กันด้วย

พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบเรื่องนี้ หญิงสาวก็ไปเรื่องอื่น “มาทำงานแบบนี้ ก็แสดงว่าออกจากโรงเรียนแล้วใช่ไหม ทำไม เกิดอะไรขึ้นเหรอ”

สีแดงของเลือด พื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ ความหิวโหย ความเจ็บปวดที่ถาโถมกระหน่ำมา นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น เหมือนมีไฟจุดในร่างกายให้พลันระอุ เขาคว้าถังน้ำและเดินผ่านซาโอริออกไปจนเกือบจะชน

“อุ๊ย อ้าว อะไรกัน” หญิงสาวร้อง ขมวดคิ้วมุ่น “เป็นอะไรน่ะ ฉันถามอะไรผิดเหรอ”

“ไม่ควรถามมากกว่า” ชินโงโผล่ออกมาจากต้นบ๊วยลอยหน้าเลิกคิ้วยียวน “รู้สึกว่าความน่ารักของเธอจะใช้ไม่ได้กับเจ้านั่นนะ”

ซาโอริทำปากยื่นค้อนปะหลับปะเหลือก ทำท่าจะเดินหนี หากครั้นแล้วก็ผุดยิ้ม

“ชินโงคุง รู้อะไรไหม คนสูงเนี่ย ต่อให้ทำหน้าบึ้งก็ยังสูงอยู่นะ”

พูดจบเธอก็เดินไป ชายหนุ่มรู้ว่าโดนแดกดัน คำรามหน้าแดง “ยายบ้า!!

 

เดินที่จินเดินมาที่เนินด้านหลังห้องเก็บของ ชิมะยืนพักเท้าตรงก้อนหินพ่นควันอยู่ก่อนแล้ว เด็กหนุ่มจุดบุหรี่แล้วก็ยืนสูบเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น

“เรื่องสูบบุหรี่ คุณฮานะรู้แล้ว”

          “ไม่แปลก” หญิงกลางคนตอบเรียบๆ เด็กหนุ่มหันมาสีหน้าสงสัย

“รู้ตั้งแต่วันที่เธอตื่นแต่แล้วออกไปสูบนอกร้านแล้ว คุณฮานะตื่นเช้า ถึงจะเก็บก้นกรองมา แต่กลิ่นก็ยังอยู่ เธอมีสัมผัสเรื่องการรับกลิ่นที่ดีมาก”

          “ป้าด้วย”

          ชิมะโบกมือว่าไม่เห็นต้องถาม จินอัดควันเข้าปอด มองแท่งนิโคตินในมือ

          “ผมจะโดนไล่ออกไหม”

          “ฉันยังทำงานอยู่ได้เลย” ชิมะตอบ

          คนอายุน้อยกว่าเกือบจะย้อนว่า นั่นเป็นเพราะหญิงกลางคนทำงานมานาน บ่มเพาะความเกรงใจและการเคารพจากเจ้านายอายุน้อยกว่าด้วยต่างหาก

          “ที่นี่ห้ามสูบก็จริง แต่ไม่ร้ายแรงขนาดไล่ออกหรอก ตราบใดที่เธอยังทำงานได้ดีอยู่”

          หัวหน้าสาวเสิร์ฟพูด และหลังจากนั้นก็เป็นความเงียบ

 

          “เสร็จงานแล้ว วันนี้ทิปเยอะเลย เอาไงดีสาวๆ ไปดื่มกันไหม”

          ชิมะถือซองทิปเต็มสองมือ สาวเสิร์ฟสามคนกรี๊ดกร๊าด ยกมือเห็นด้วยกันทั้งหมด แล้วก็หันไปชวนบรรดาหนุ่มๆ พ่อครัวด้วย ก่อนจะพากันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัว

          “มีของโคจิคุงด้วยนะ” หัวหน้าสาวเสิร์ฟบอก ยื่นซองหนึ่งให้ หัวหน้าพ่อครัวเช็ดมือ

          “รวมไว้ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมไปด้วย”

          “ว้าว ดีจังเลย งั้นไปกันให้หมดเลยนะ” ชิมะร้องอย่างดีใจ เพราะไม่บ่อยครั้งที่ชายหนุ่มเจ้าระเบียบจะไปเฮฮาหลังจากงานเลิก ส่วนใหญ่จะบอกว่าตนเองต้องตื่นเช้า วันนี้จึงเป็นโอกาสดี

          “ผม...ขอตัวครับ”

          จินพูดแล้วโค้งๆ ก่อนจะเดินไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่พ่อครัวคนอื่นยังคุยเรื่องร้านกันอยู่ สองพี่น้องเจ้าของร้านก็ตกลงไปด้วย จึงพากันมองหน้ากันอย่างงงๆ เพราะวันนี้เงินเดือนออก พรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดส่วนใหญ่แล้วพนักงานมักจะไม่พลาดโอกาสนี้

          “ทำตัวมีความลับอีกแล้ว” ชินโงกระซิบกับมาโมรุ

          “ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ ไปเจอกันที่หน้าร้าน” ฮิเดโอะตัดบท เป็นการบอกสมาชิกทุกคน รวมถึงฮานะและชิมะที่ยังมองตามแผ่นหลังของเด็กฝึกงานคนนั้นไปด้วย

 

          จินลงรถไฟที่สถานีคิโยมิสึโกโจ เดินมาตามย่านร้านค้า แวะซื้อบุหรี่ร้านประจำที่มีป้าวัยห้าสิบที่ยังแข็งแรงอยูเป็นเจ้าของ ทำให้เขานึกถึงบรรดาลุงป้าร้านขายของขำที่โอซาก้า หลังจากซื้อของเสร็จก็ยังยืนคุยอยู่ด้วยอีกสักคน จินพบว่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าสูงวัย ที่ต้องการไม่ใช่เพียงลูกค้า แต่เป็นเพื่อนแก้เหงาในวัยของลูกหลาน อย่างคุซาบุโร่ก็เช่นกัน เมื่อเขาเป็นฝ่ายฟัง ออกความเห็นบ้างก็ทำให้พวกเขาให้ความเอ็นดู หลายครั้งก็ตักเตือนเสมือนว่าเป็นหนึ่งในลูกหลานตัว

วันนี้วันที่เก้า เดือนสอง หลังจากออกจากร้านป้ามิยาซากิที่เขามักจะซื้อแค่บุหรี่กับลูกอมเล็กๆ น้อยๆ ก็เดินไปตามถนนที่ตรงไปยังร้านซึ่งปกติก็ใช้เวลาประมาณสิบถึงสิบห้านาที สังเกตว่าเริ่มมีบรรยากาศวาเลนไทน์ในพื้นที่ เริ่มจากร้านของขวัญ ร้านสะดวกซื้อที่ติดป้ายประกาศโปรโมชั่น รวมไปถึงร้านขนมหวานที่จัดเมนูต้อนรับเทศกาลแห่งความรักกันเต็มที่ สีชมพูถูกแต่งแต้มอยู่ทั่วไป

สี่โมงเย็น พระอาทิตย์เริ่มหลบขอบฟ้า อากาศมัวซัวขมุกขมัว จินล้วงสองมือเข้าในกระเป๋าเสื้อแจคเกต มาหยุดที่ตู้เครื่องดื่ม ระหว่างที่กดชากระป่องหางตามองเห็นผู้ชายคนหนึ่งในชุดสีดำเดินหลบวูบเข้ามุมถนนที่ร้านขายรองเท้า เด็กหนุ่มจึงหันมองเต็มตา

เขาเห็นผู้ชายคนนี้ตั้งแต่ลงสถานีแล้ว แต่ไม่ได้สนใจ ตอนที่หยุดซื้อบุหรี่ก็ยังเห็นว่าได้เดินเลี้ยวแยกไปแล้ว แต่ยังมาโผล่ที่ตรงนี้ รู้สึกการเทียวไปเทียวมาระหว่างฮิงาชิยาม่ากับนิชิเคียวจะออกดอกออกผลบ้าง หลังจากที่ผ่านมาส่งจดหมายไปแล้วไม่มีการเคลื่อนไหวที่น่าพอใจ ฉะนั้น ถึงไม่เจออาซาโน่แต่ก็จะได้อะไรจากการถูกสะกดรอยครั้งนี้แน่

จินดื่มชาจนหมด โยนกระป๋องเปล่าลงถังขยะ กำมือเข้าออก ตั้งแต่มาอยู่ที่ร้านมอโอโมเตะก็แทบไม่ได้ใช้มือหรือร่างกายสัมผัสกับคนอื่นๆ อีกเลย แต่การผ่าฟืน ถูพื้นทุกวันทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นมา

ยืดเส้นหน่อยน่าจะดี

 

          จินเดินไปเลียบคลองทากาเซะ หยุดที่หน้าร้านขนมชื่อ ลา เปอตี๊ด ดูเหมือนว่านี่จะเป็นร้านที่ฮานะชอบเพราะเขาทำโลโก้ของร้านได้ แล้วยืนเตร่ไปมา ทำท่าเหมือนรอใครสักคนอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ถอนใจผิดหวังเดินไปทางตะวันออก เดินไปเรื่อยๆ จนถึงศาลเจ้ายาซากะ ถ้าผ่านไปแล้วหักขึ้นเหนือจะเป็นสวนสาธารณะมารุยามะ

          ระยะทางตรงนั้นมีบ้านคนที่มีแปลงเกษตรเป็นส่วนใหญ่ แล้วจินก็ออกวิ่งสุดฝีเท้า ก่อนจะผลุบหายเข้าไปในตรอกข้างบ้านหลังหนึ่งตรงหัวมุมถนน

          เขาได้ยินฝีเท้าวิ่งตามหลังมา จินโหนตัวขึ้นรั้วบ้านคนที่เป็นบล็อคอิฐ กระโดดลงบ้านคนแล้วพุ่งตัวข้ามสวนไปยังอีกทางซึ่งจะไปอยู่ด้านหลังของผู้ติดตามได้ เพราะฝ่ายนั้นจะต้องหยุดตรงสามแยก แล้วเขาจะพุ่งเข้าล็อคตัวอีกฝ่ายได้ ขณะที่เจ้าของบ้านกำลังตกใจ เขาก็คงลากเจ้าหมอนั้นไปเพื่อเค้นถามข้อมูลได้แล้ว

          จังหวะที่จินโหนตัวขึ้นรั้วเพื่อจะกระโดดออกจากบ้านคน เขาเห็นแผ่นหลังของคนสะกดรอยไวๆ จึงรีบกระโดดลง แล้วก็พุ่งตัวเข้าไปทันที

          ทว่า ไม่ปรากฎร่างของใครเลย

          เด็กหนุ่มชะงักไปนิด แต่ก็เรียกสติอย่างรวดเร็ว พลิกตัวหันกลับมาตั้งการ์ดเตรียมพร้อม จังหวะแบบนี้อีกฝ่ายอาจจะรู้ทันแล้วตลบหลังมาอีกที

          แต่...ไม่มีใคร

          เขามองซ้ายขวางงงันไม่น้อย เมื่อกี้เขาเห็นผู้ชายคนนั้นอยู่ตรงนี้แน่ๆ แล้วหายไปไหนกัน ชั่วพริบตาเดียวแท้ๆ

          “เฮ้ย เมื่อกี้แกเข้าบ้านฉันทำไม ไอ้เด็กบ้า! ฉันจะแจ้งตำรวจ”

          จินสะดุ้งโหยง พุ่งตัวหนีไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เรื่องจะบานปลายเข้าไปใหญ่ จนถึงร้านมิโอโมเตะ เขาก็ยังไม่หายสงสัยว่าผู้ชายคนนั้นหายไปไหน ในเมื่ออุตส่าห์ตามติดเขามาขนาดนั้น น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้หาคำตอบในทันที

 

          เช้านี้ในครัวของร้านมิโอโมเตะเต็มไปด้วยความสดใส สนุกสนาน เมื่อฮานะนำชอคโกแลตให้เนื่องในโอกาสวันวาเลนไทน์ โคจิ ชินโง นั้นไม่ใช่ปีแรกที่ได้ แต่ก็มีรอยยิ้มกับน้ำใจของเจ้านายคนสวย ขณะที่มาโมรุได้เป็นครั้งที่สองก็ยังตื่นเต้นยิ้มไม่หุบ

          “ขอบคุณครับคุณฮานะ ซาโอริจัง มาริจัง มิชิโกะจัง ป้าชิมะด้วย” เขาพูดขณะที่มองกล่องชอคโกแลตในมือ

          “ทำไมชื่อฉันมาทีหลังล่ะ มาโมรุ” หัวหน้าสาวเสิร์ฟทำเสียงขึ้นจมูก ชายหนุ่มทำคอย่น คนอื่นๆ หัวเราะชอบใจ ชอคโกแลตของชิมะนั้นเป็นขนมหวาน นั่นคือโมจิจากชื่อดัง

ส่วนสาวๆ นั้นก็มีชอคโกแลตมาให้หนุ่มๆ เช่นกัน แต่เป็นชอคโกแลตที่มีขายตามร้าน ผิดกับของฮานะที่ทำเอง ห่อด้วยกระดาษสาลายกลีบดอกไม้หลายๆ ชนิดและเชือกฟั่นเกลียวย้อมสีที่เธอเก็บสะสมไว้

          “อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป รอให้หมดวันก่อน แล้วมาดูกันใครได้เยอะกว่า” ชินโงพูดอย่างโอ่ๆ

          “ท่าทางมั่นใจ ระวังปีนี้แพ้เด็กใหม่นะ” ซาโอริบอก อีกฝ่ายชักสีหน้าทันที หันไปมองทางมาโมรุ

          “ผมไม่เทียบเท่ารุ่นพี่หรอกครับ”

          “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้หมายถึงมาโมรุคุงหรอก” สาวแก้มกลมบอกยิ้มๆ แล้วเดินออกไป ชินโงทำหน้างงอยู่ชั่วขณะก่อนจะรู้ว่าหญิงสาวหมายถึงใคร

          “เอาอีกแล้วนะ ยายบ้า!

          คนอื่นๆ พากันหัวเราะชอบใจ โคจิเอ่ยปากให้เริ่มทำงานได้แล้ว ทุกคนแยกย้ายกันไป พวกผู้ชายเอาชอคโกแลตไปเก็บไว้ที่ห้องต้อนรับ ฮานะมองซ้ายขวา

          “เอ๊ะ แล้วจินคุงอยู่ไหนเหรอ”

 

          ฮานะเดินออกมานอกร้านเพราะจากคำบอกของชิมะและการไม่เห็นเด็กหนุ่มตัวสูงคนนั้นอยู่ที่มุมประจำของเขาไม่ว่าจะเป็นแปลงผัก ลานซักล้าง มุมผ่าฟืน จึงคิดว่าคงออกมาสูบบุหรี่

          จินคงแปลกใจถ้ารู้ว่าเรื่องสูบบุหรี่ ทั้งบิดาและพี่ชายของเธอรู้แล้ว แต่ไม่มีการคาดโทษอะไร เพราะทุกคนก็รู้ว่าเพื่อนร่วมวงของเขาก็คือชิมะ คนเก่าแก่ของร้านนี่เอง

          ฮานะเห็นไม้กวาดถูกพิงไว้ข้างรั้วก็ขมวดคิ้ว คนใช้หายไปไหน มองซ้ายขวา ถึงตอนนี้เขาไม่น่าจะต้องหลบซ่อนขนาดนี้แล้ว หญิงสาวกำลังจะเดินกลับ ได้ยินเสียงคนพูดแว่วจึงก้าวออกไป

          ภาพที่เห็นคือการมองจากด้านข้าง ร่างสูงนั่งยองๆ บนรองเท้าเกี้ยะ วางคางไว้ที่หัวเข่าบังเกิดแผ่นหลังโค้ง สายตามองสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้า

          แมวสีดำอายุไม่ถึงสองเดือน กำลังก้มหน้าก้มตาเลียนมที่อยู่ในกล่องกระดาษอย่างเอาเป็นเอาตาย

          “ฉันคงไม่ได้เอามาให้แก่ได้ทุกวัน เพราะงั้นก็กินเยอะๆ เผื่อวันที่หิวด้วย” 

          ที่ทำฮานะเผลอไผลไม่ใช่ความมีน้ำใจของจินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นรอยยิ้มสดใสที่ให้กับสัตว์สี่เท้าตัวน้อย ขณะที่พูดก็ยังลูบหัวมันไปด้วย

“ตอนนี้แกตัวเล็ก แต่แกก็ต้องสู้นะ ถ้าไม่สู้แกตายแน่”

หัวใจของฮานะเต้นโครมคราม เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสีหน้าสดใสของเด็กหนุ่มจากโอซาก้า ปกติแล้วรอบกายของเขาส่งกลิ่นความเคร่งขรึม อ้างว้าง ปนความน่ากลัว ความเป็นมาของชีวิตยังเป็นปริศนา นอกจากเล่นไพ่นกกระจอกเก่ง ดื่มเบียร์เก่ง อาศัยอยู่ที่นัมบะ โอซาก้า เป็นไปได้ว่าจะออกจากโรงเรียนกลางคัน แต่ก็ไม่มีใครรรู้สาเหตุที่แท้จริง

วินาทีนี้ฮานะจึงรู้สึกว่าแท้จริงเขาก็ยังเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบหกเท่านั้น บุคลิกที่เห็นคงเกิดจากโลกที่เติบโตมาหล่อหลอมหุ้มห่อเป็นเกราะโดยไม่รู้ตัว

“คุณฮานะ...”

จินเป็นฝ่ายรู้สึกตัวก่อน เขาขยับกายขึ้นยืนจนเจ้าแมวน้อยตกใจกระโดดถอยออกไปเช่นเดียวกับรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าเข้ม ฮานะหลุบตามองพื้นแวบหนึ่ง

“ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตกใจ”

จินไม่ได้ตอบอะไร ยังยืนเกร็งและรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง

“แมวเร่ร่อนเหรอ”

สายตาของฮานะทอดลงต่ำ จินมองตาม เจ้าตัวเล็กย่องเข้ากับเลียนมต่อ “น่าจะใช่ครับ แม่มันตาย”

คนฟังแน่ใจว่าไม่ได้คิดไปเอง เสียงของเขาเครือตอนพูดประโยคนี้

“ผมกำลังจะเขาไปทำงาน” เขาบอกและก้าวออกมา

“เดี๋ยว จินคุง”

จินชะงัก มัวแต่สะเทือนใจกับชีวิตลูกแมว เพราะการกระทำหลบๆ ซ่อนๆ หลายอย่างจึงวางตัวไม่ถูก และไม่ได้สังเกตว่าฮานะถืออะไรไว้ เมื่อเธอยื่นมาให้ตรงหน้า จึงนิ่งงัน

กล่องสี่เหลี่ยมขนาดเท่าฝ่ามือห่อด้วยกระดาษสาชมพูมีกลีบดอกไม้สีแดงแทรกอยู่เป็นลาย ผูกด้วยริบบิ้นผ้าสีเหลืองอ่อน อากาศยามเช้าในเดือนกุมภาพันธ์ยังหนาวเย็น แต่ตอนนี้จินร้อนวูบไปทั้งตัว

 “ชอคโกแลตจ้ะ สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะ”

 

          ขณะที่ร้านมิโอโมเตะมีบรรยากาศเช้าวันวาเลนไทน์ที่สดใส ที่คลองทากาเซะ ใกล้ตลาดนิชิคิกับอยู่ในภาวะพรั่นพรึง ชาวบ้านกำลังมองดูตำรวจแบกร่างไร้วิญญาณที่ถูกฆ่าตายขึ้นมาท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนนั่งยองๆ มองดูนายแพทย์ชันสูตรศพเบื้องต้น

          ไม่พบเอกสารประจำตัว แต่ดูจากการแต่งกาย เครื่องประดับเงินที่ข้อมือและรูปร่างดูเหมือนพวกยากุซ่า เขาสวมชุดสีดำ สาเหตุการตายเกิดจากการเสียเลือดมากเกินไป

          อันเป็นผลมาจากนิ้วทั้งห้าของทั้งสองมือถูกตัดออกไปจนสั้นกุด

         

 


อุธิยา

13.12.17

         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #12 fsn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 03:22
    เป็นเด็กอายุ 16 ที่ต้องเข้มแข็งและเอาตัวให้รอด
    #12
    0