กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 10 : บทที่ 9 ความลับของวาซาบิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 85
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 พ.ย. 60

9. ความลับของวาซาบิ

 

          ผ่านปีใหม่มาได้สองสัปดาห์ อากาศยังคงหนาวเหน็บ แต่จินยอมทนเพื่อให้ความเครียดขึงที่เกิดจากความฝันได้ทลายลงโดย เลือกออกมานอกมิโอโมเตะ ใช้ตัวช่วยเป็นบุหรี่ซองใหม่จากร้านสะดวกซื้อ ถือโอกาสซื้ออุปกรณ์จำพวกเครื่องเขียนไว้ใช้ส่วนหนึ่ง นิตยสารวาไรตี้เอาไว้อ่านเวลาว่างหนึ่งเล่ม และหนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับเก่าที่ชาวบ้านมัดไว้เตรียมขายตอนเดินกลับ ถ้าใครตื่นมาเจอ อย่างน้อยก็อ้างได้ว่ามาทำความสะอาดหิมะหน้าร้าน

          เป็นครั้งแรกที่ฝันถึงชีวิตในช่วงที่อยู่ในเขตโคมแดงของโอซาก้า ทั้งที่อุตส่าห์วางใจว่าไม่ฝันร้ายเรื่องแม่ แต่การที่ฮานะปรากฎตัวแทนขึ้นมาทำให้รู้สึกกดดัน

          สูงน้อยกว่าฮิเดโอะสองเซนติเมตร แปลว่าจินคุงสูงหนึ่งร้อยแปดสิบสินะ

          อาจเป็นเพราะเสียงใสเจื้อยแจวผ่านริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ หรือชุดกิโมโนสีหวานในวันปีใหม่ทำให้เขาเก็บไปฝัน และในห้วงสำนึกนั้นภาพเธอแตะเนื้อต้องตัวเขา จินรู้สึกถึงความร้อนที่ผุดพรายขึ้นในกายจนต้องตื่นมาแล้วพึ่งนิโคตินในเช้าที่เย็นยะเยือก

          เขาดับบุหรี่และเก็บไปทิ้ง ใต้กองใบสนด้านหลังห้องเก็บของนั้นเต็มไปด้วยก้นกรองบุหรี่ไมล์เซเว่นของทั้งเขาและชิมะ ซึ่งเมื่อโดนฝนโดนหิมะมันก็ทับถมกลายเป็นซากที่ผุพัง

          เขาจะไม่ถูกทับแบบนั้น

          จินหมุนตัวจะเดินกลับ ได้ยินเสียงแมวร้องแว่วจึงชะงักฝีเท้าแล้วหันไปมอง แต่ไม่เจออะไร คงเป็นแมวบ้านไหนสักแห่ง เด็กหนุ่มเดินกลับร้านโดยไม่สนใจ

          เขาเดินผ่านประตูทางเข้าร้านที่มีป้ายชื่อมิโอโมเตะไปแล้ว จึงไม่รู้ว่าตนเองได้เป็นที่เฝ้ามองของชายคนหนึ่ง ผู้ชายผมยาวสวมหมวกและสวมสูทสีขาว กลืนไปกับอากาศยามเช้าที่มีหมอกสลัวลาง

 

          วันนี้มีออเดอร์พิเศษมาจากคาจิวาระ โคโทริ ซึ่งต้องการซาชิมิชุดใหญ่ และเบนโตะอีกห้าชุดสำหรับงานเลี้ยงทำให้ทุกคนมีงานล้นมือตั้งแต่เช้า โคจิ ฮิเดโอะ ไปตลาดนิชิคิเพื่อรับทูน่าที่สั่งจองไว้ นอกจากนั้นยังต้องซื้ออาหารทะเลสดๆ เพื่อจัดเมนูในเบนโตะอีกด้วย

          แรกสุดเลยโคจิแย้งว่ารสชาติซาชิมิจะไม่สดใหม่หากไม่ได้กินทันที แต่ลูกค้าคนสวยก็เสนอการแก้ปัญหาว่าเธอจะมารอรับไปเลย ทำให้หัวหน้าพ่อครัวไม่กล้าโต้แย้งลูกค้าคนสำคัญ

          ทำให้ตอนนี้ลูกสาวยากุซ่านั่งจิบชารออยู่ในห้อง โดยมีผู้ติดตามที่คุ้นตาคนในร้านนั่นคือ มาเอดะกับคุโบตะ ที่นั่งอยู่บริเวณทางเดินที่มีประจกใสกั้นอยู่ชั้นนอกซึ่งตอนนี้เปิดเล็กน้อยให้ควันบุหรี่ได้ลอยออก และคุโรซากิ แต่ชายผมยาวไม่นั่งในห้องที่ปูเสื่อญี่ปุ่นตามเคย เขาเลือกไปเดินชมสวนที่ได้รับคำบอกกล่าวจากนายหญิงน้อยว่าเจ้าบ้านได้นักออกแบบชื่อดังมาแต่งให้โดยไม่คิดค่าบริการ

          “ทำไมคุณคุโรซากิถึงไม่ชอบนั่งบนเสื่อทาทามิ นายรู้ไหมมาเอดะ” คุโบตะถามลอยๆ พลางพ่นควันบุหรี่ และจิบเบียร์กระป๋องแทนชาเขียว

          “ทำไมนายไม่ถามคุณคุโรซากิเองล่ะ” มาเอดะตอบ เขาสูบบุหรี่เช่นกัน แต่ไม่ได้ดื่มเบียร์

          เมื่อได้คำตอบไม่ตรงกับใจจึงเบะปาก คุโบตะอายุสามสิบ มากกว่ามาเอดะหนึ่งปี แต่เมื่อมาเป็นหนึ่งในผู้ติดตามโคโทริเขาจึงกลายเป็นลูกน้องอีกฝ่ายไปโดยปริยาย

          “แล้วนายไม่สงสัยเหรอ ไม่ใช่คนต่างชาติซะหน่อย” ชายผู้มีใบหูซ้ายขาดครึ่งบ่นอุบอิบ “แล้วนี่คุณคุโรซากิยังเดินชมสวนอยู่เหรอ”

          “คุโบตะ ถ้านายถามอะไรไร้สาระอีกคำเดียวฉันจะให้มาเอดะปิดปากนาย”

          เสียงโคโทริดังมาจากในห้องทำให้คนช่างพูดเงียบทันที มาเอดะกระตุกยิ้มนิดๆ เพราะเขาก็กำลังรำคาญอีกฝ่ายอยู่เช่นกัน แม้ว่าความสงสัยเรื่องชายผมยาวจะมีเต็มเปี่ยมก็ตาม

          “ชักหิวแล้วสิ เมื่อไหร่จะเสร็จ” คราวนี้คำพูดของคุโบตะเป็นแค่การรำพึงกับตัวเอง

 

          ฮิเดโอะแล่ซาชิมิบนเขียงที่รองด้วยน้ำแข็งเพื่อให้เนื้อยังคงความสดใหม่ ส่วนโคจิกำลังจัดเบนโตะโดยมีซูซิที่มีไข่ปลาแซลมอนโรยหน้าซึ่งชินโงเป็นคนม้วน ไข่หวานจากมาโมรุ และผักดองของฮานะ ทั้งหมดถูกจัดเรียงสลับกันกับเมนูหลักในแต่ละกล่อง เช่น ชุดเทมปุระ หรือปลาย่าง

          ฮานะหั่นผักดองส่งให้โคจิ มองดูฮิเดโอะบรรจงแล่ชูโทโร่อย่างเบามือแต่แม่นยำ เที่ยงตรง เขาลงมีดเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในแต่ละชิ้น และทุกชิ้นรอยตัดก็จะตรงราวกับใช้ไม้บรรทัดวัด

          คนถูกมองหันมา “ทำไมเหรอ”

          หญิงสาวยิ้มแล้วส่ายหน้าว่าไม่มีอะไร ก่อนจะเคลื่อนกายออกไปเพื่อทำงานของตัวเองต่อเนื่องจากการเตรียมอาหารตามคำสั่งพิเศษใกล้เสร็จแล้ว มาริปิดฝาเบนโตะที่จัดเสร็จแล้ว ก่อนจะนำมาห่อด้วยผ้า จัดตะเกียบใส่ซองแล้วสอดเข้าใต้ปมผ้า เป็นอันเสร็จหนึ่งกล่อง ในบรรดาพนักงานเสิร์ฟสาวสมสั้นได้ชื่อว่าผูกผ้าเทนงูกุย1ได้สวยที่สุดเนื่องจากเธอมีญาติที่ทำผ้าเทนงูกุยขาย

ฮานะเทน้ำใส่หม้อบนเตาที่ตั้งไฟอ่อน แล้วมองไปยังประตูทางเข้า จังหวะนั้นจินก็เดินเข้ามาพอดีพร้อมกับตระกร้าบรรจุใบชิโสะแดงที่ล้างแล้ว เมื่อเห็นว่าหญิงสาวมองมาอยู่ก่อนเขาก็ชะงัก

หญิงสาวเห็นใบชิโสะแดงก็ยิ้ม

“กำลังรออยู่เลย”

เสียงของเธอทำให้เด็กหนุ่มเห็นภาพในความฝัน ผิวขาวผ่องกับริมฝีปากแดงจัด รูปร่างผู้หญิงกลางคืนแต่ซ้อนภาพใบหน้าฮานะที่ส่งกลิ่นคาวแห่งตัณหาทำให้เขาร้อนวูบ รีบส่งตระกร้าให้แล้วก็ก้มหน้างุดๆ ไปล้างอุปกรณ์ครัวที่อ่างน้ำอย่างรวดเร็ว

ฮานะเกือบจะรับตระกร้าไม่ทัน แปลกใจกับอาการฉึบฉับของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ติดใจเนื่องจากน้ำในหม้อกำลังจะเดือดจึงต้องรีบเทใบชิโสะใส่ลงไป เธอจะใช้ความร้อนต้มเอาสีแดงของมันเพื่อไปทำน้ำดองผัก

“เสร็จแล้ว”

ฮิเดโอะบอก ทั้งซาชิมิและเบนโตะถูกจัดเรียงเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปก็ทำการแพคซาชิมิใส่กล่องโฟมใส่น้ำแข็ง โดยที่ชายหนุ่มจะห่อถาดซาชิมิด้วยพลาสติกอีกหนึ่งชั้นเพื่อไม่ให้ความเย็นเข้าไปในเนื้อปลามากเกินไป

“เดี๋ยวฉันช่วยค่ะ” ฮานะบอก

“ไม่ต้อง” ฮิเดโอะมองจินที่ก้มหน้าขัดหม้อ “คางาวะ นายมาช่วยยกไปส่งหน่อย”

จินเงยหน้าขึ้นจากหม้อ เห็นฮานะทำท่าจะพูดอะไรแต่ก็เปลี่ยนใจเมื่อฮิเดโอะมอง เขาล้างมือ เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนจนแห้งดีแล้วก็มายกลังโฟมเดินตามฮิเดโอะออกไป ตามด้วยมาริกับมิชิโกะที่ถือเบนโตะเดินตาม

โคจิ มาโมรุ ชินโง เช็ดมือและเก็บกวาดและทำงานกันต่อ ฮานะหันกลับมามองหม้อต้มใบชิโสะ สีแดงเริ่มปรากฎให้เห็น ภาพของจินกับฮิเดโอะทำให้รู้สึกอึดอัด

“มาโมรุคุง ฝากดูหม้อเดี๋ยวนะ อย่าให้เดือดจัด เดี๋ยวฉันมา”

“ครับคุณฮานะ”

 

หน้าเรือนรับรองลูกค้า ฮิเดโอะยืนส่งโคโทริ จินยืนเงียบๆ รอคำสั่ง เขารู้สึกได้ว่าลูกสาวยากุซ่าผู้นี้มองเขามากกว่าเด็กก้นครัว คงเป็นความประหลาดใจที่ตามติดมาตั้งแต่วันแรกที่พบว่าเขาอยู่ที่นี่

“ขอบคุณมากๆ นะคะคุณฮิเดโอะ ขอโทษด้วยค่ะที่ทำให้วุ่นวายแต่เช้า” สาวงามกล่าวออกตัว

พ่อครัวหนุ่มโค้งกลับ “ไม่เป็นไรครับ คุณคาจิวาระเป็นลูกค้าเก่าแก่ของเรา แค่นี้ไม่ลำบากอะไรเลย” เขาหันมาทางเด็กหนุ่มที่ถือกล่องโฟมอยู่

“คางาวะ เอาไปส่งให้คุณโคโทริที่รถด้วย”

จินจะก้าวออกไป แต่โคโทริเอ่ยขึ้นก่อน “ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวให้มาเอดะกับคุโบตะยกไป”

สองคนที่ถูกเอ่ยขึ้นเลิกคิ้ว ในแววตาตวัดความไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยอะไร เดินมารับกล่องโฟมจากจินและเบนโตะจากสองสาวแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นว่าหมดหน้าที่ตนเองแล้วจินก็เดินออกไป โคโทริเลือกสนทนาต่อกับฮิเดโอะอีกนิดหน่อยเนื่องจากเหลือแค่เขากับเธอ หญิงสาวพูดถึงจุดประสงค์ที่สั่งอาหารนอกเวลาขายอีกครั้งว่าเพื่อเลี้ยงผู้ร่วมหุ้นที่จะมาประชุมงานโปรเจคใหม่ของเธอ

“ถ้าสำเร็จแล้ว อาจจะมารบกวนทางร้านอีกครั้งนะคะ” เธอบอก หวานทั้งดวงตาและน้ำเสียง

“ยินดีเลยครับ” รอยยิ้มของฮิเดโอะก็เป็นสิ่งที่ชายหนุ่มไม่หวงเช่นกัน เพียงแต่มันยังเป็นไปในฐานะพ่อค้าและลูกค้าเท่านั้น โคโทริมุ่งหวังว่าจะเปลี่ยนมันให้ได้

เมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลา หญิงสาวก็ขอตัว

“แล้ว...อีกคนละครับ” เขาหมายถึงชายผมยาว โคโทริยิ้มจาง

“เดี๋ยวเขาก็มาเองค่ะ”

          เธอโค้งให้อีกครั้งแล้วก้าวออกไป

 

ระเบียงทางเดินทำให้ฮานะเห็นว่า โคโทริเดินออกไปที่สวนแล้ว ฮานะก็งงตัวเองว่ามายืนทำอะไรตรงนี้ เพราะท่าทางแปลกๆ ของจินหรือสายตาขุ่นๆ ของพี่ชายก็ไม่รู้ รู้สึกมีอะไรฟุ้งอยู่ในใจ

เธอกำลังจะก้าวกลับ แต่มองผ่านกระจกออกไปเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ในสวน ขายผมยาวที่มากับโคโทรินั่นเอง เธอเคยเห็นเขามาก่อน แต่ก็ไม่บ่อยนัก ได้ยินจากสาวเสิร์ฟพูดว่า ชายคนนี้ไม่ชอบนั่งบนเสื่อทาทามิ

ส่วนตัวแล้ว หญิงสาวก็ไม่คุ้นชินกับสายตาลึกลับ แต่พริ้มพรายนั่นด้วย

วันนี้เขาอยู่ในสวน สวมสูทกับโอเวอร์โค้ทสีขาว และยังคงมีหมวกสีเดียวกันเหมือนที่เธอเคยเห็นที่วัดคิโยมิสึ เขายืนล้วงกระเป๋านิ่งๆ สายตาทอดสูงขึ้นไปคล้ายจะมองต้นบ๊วยที่กำลังผลิดอก

ขณะที่กำลังมองอยู่อย่างสงสัย จู่ๆ เขาก็หันมาแล้วโค้งให้ ฮานะสะดุ้ง ก้มหน้าหลบอย่างไม่รู้จะทำยังไง เธอกำลังจะก้าวกลับครัวก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบื้องหลัง

พอหันไปก็เห็นจินกำลังเดินมา เขาชะงักฝีเท้าเล็กน้อย

จินกำลังจะรีบกลับไปล้างจานที่ครัว เขาหลบอากาศหนาวมาเดินตรงระเบียง แต่เมื่อเผชิญกับฮานะภาพในความฝันก็จุดความร้อนผุดพรายขึ้นอีก เธอจะต้องพูดกับเขาแน่ เพราะหญิงสาวเผยยิ้มออกมาแล้ว จินเลือกเดินกลับ แล้วเปิดประตูกระจกเพื่อลงไปเดินตัดสวนแล้วตรงไปที่ครัวอย่างรวดเร็ว

ฮานะกำลังจะอ้าปากทักแต่ไม่ทัน ด้วยช่วงขายาวทำให้ร่างนั้นก้าวลับตาไปแล้ว

หญิงสาวทำหน้านิ่ว ทำไมอีกฝ่ายถึงทำท่าหลบหน้าเธอด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็เริ่มพูดคุยกันดีแล้วเชียว

“มีอะไรเหรอคะคุณฮานะ”

ป้าชิมะถามขึ้น ฮานะหลุดจากความสงสัยทันที รีบส่ายหน้าแล้วตอบว่า เธอยืนดูสวนเท่านั้นและกำลังจะไปทำงานต่อ พูดจบก็ก้าวกลับครัว

หัวหน้าพนักงานเสิร์ฟมองตามร่างบอบบางนั้นไป แล้วหันไปมองประตูครัวที่จินกำลังเดินเอาฟืนไปเติม เป็นทิศทางที่หญิงสาวมองอยู่ ดวงตาหญิงวัยกลางคนฉายประกาย

 

ผ่านปีใหม่มาได้สองสัปดาห์ ร้านมิโอโมเตะก็ยังวุ่นวายเหมือนเดิม วันนี้มีต้นวาซาบิสดส่งมาจากชิสึโอกะแต่เช้า ฮิเดโอะไปตรวจรับ และมาเริ่มต้นการทำงานเหมือนเดิมด้วยอาหารมื้อแรกของวันซึ่งสำคัญที่สุด

ที่โต๊ะอาหาร จินชะงักเมื่อเห็นผักดองสีชมพูอมแดงเรียงอยู่ในจานใบเล็ก ตัวชาเหมือนมีไฟแล่นปร๊าดไปทั่วร่าง เขาจ้องมองมันเหมือนเห็นหนอนในอาหาร นานพอทำให้ฮานะสักเกตได้

“มีอะไรเหรอจินคุง กินได้หรือเปล่า”

ผักดองสีแดงที่อยู่ในเบนโตะในวันที่แม่ตาย

“เฮ้ย คางาวะ!

พร้อมกับคำเรียกมาโมรุก็ดึงแขนจิน เด็กหนุ่มรู้สึกตัวรีบทรุดกายลงนั่ง  หยิบตะเกียบมาคีบผักสีแดงเข้าปาก รสชาติเปรี้ยวอมหวานแทรกเค็ม

“หัวไชเท้า แตงกวา แล้วก็เชอรี่น่ะ” ฮานะบอกเหมือนอ่านคำถามบนหน้าเขาได้ “รสชาติเป็นไงบ้าง”

คนกินพยักหน้า พอมองให้ดี เขาเห็นความแตกต่าง สีแดงสดคือเชอรี่ หัวไชเท้าซอยเป็นสีชมพูอ่อนๆ ส่วนแตงกวาเป็นแดงอมน้ำตาลนิดๆ

น่าจะใกล้เคียงเลยทีเดียว หรืออาจจะใช่ก็ได้

“เป็นอะไรของนาย” รุ่นพี่กระซิบ

จินคีบหัวไชเท้าขึ้นมา มองของในตะเกียบแล้วเหลือบมองฮานะแวบหนึ่งคล้ายจะถาม เพราะเธอคือคนทำผักดองของที่ร้านทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นของที่เสิร์ฟหรือทำกินเอง

“ใช้ใบชิโสะแดงเป็นน้ำดองไง ที่ให้จินคุงเก็บมาเมื่อวานน่ะ มันจะได้เป็นสีชมพู” ฮานะบอก

คนฟังพยักหน้ารับรู้ มีสิ่งที่สงสัยอยู่ในใจ แต่พอจะอ้าปากถามก็เห็นสายตาหลายคู่เหลือบมองนึงเก็บคำถามลงในคอ แล้วตั้งหน้าตั้งตากินข้าวไปจนอิ่มเพื่อทำงานต่อ

 

ฮานะเดินมาที่แปลงผักเพื่อจะเลือกหัวไชเท้าไปเตรียมไว้เพิ่มสำหรับต้มและขูดฝอยเพิ่มเสิร์ฟเป็นเครื่องเขียง เธอชะงักเมื่อเห็นจินก้มๆ เงยๆ จัดเก็บวัชพืชอยู่

เกิดความลังเลขึ้นมา ตลอดสองสามวันนี้เขาทำท่าแปลกๆ ทำท่าเหมือนไม่อยากคุยกับเธอเท่าไหร่ หญิงสาวสงสัยว่าตนเองได้ทำอะไรผิดไปหรือเปล่า รู้อยู่ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่มาจากไหน พื้นเพเป็นอย่างไร ทำอะไรมาบ้าง ไม่เคยรู้เลย แต่จากที่เห็นก็เดาได้นิดหน่อยว่าไม่ใช่โลกที่มีสีสวยงามนัก

เธอได้กลิ่นอายความมืดมน ความแข็งกร้าวเหมือนสัตว์ที่บาดเจ็บ เคยได้ยินซาโอริคุยกับมาริและมิชิโกะว่า จินดูน่ากลัว แค่ยืนเฉยๆ ตาก็ดุแล้ว เคยคุยด้วย เคยถาม แต่ก็ตอบเป็นคำมากกว่าจะสนทนาด้วยยาวๆ

แต่ฮานะไม่คิดอย่างนั้น หรือเป็นเพราะความที่เจอเขาก่อนใคร จึงรู้ว่าเขาก็ยังคือเด็กหนุ่มน้อย สีหน้าเครียดนั่นคือความเก้อเขินมากกว่า

เธอมองสีหน้าตั้งใจเก็บวัชพืชของเขาแล้วตัดสินใจคิดว่าจะไม่รบกวน หมุนกายกลับ

“เอ่อ...คุณฮานะ”

ฮานะเกือบจะตกใจแล้ว เพราะไม่เชื่อที่หูตนเองได้ยิน ครั้นพอหันไปก็เห็นจินยืดกายขึ้นยืน แต่ก็ยังก้มหน้าอยู่ เขากะพริบตาปริบ แล้วค่อยๆ เงยหน้าสบตาเธอ

หญิงสาวยกคิ้ว ใจเต้นตึกตักอย่างไม่น่าจะเป็น เขาอายุน้อยกว่าสามปี แต่สูงกว่า ร่างกายก็หนา แข็งแรงแบบผู้ชาย เมื่อยืนทำท่าอึกอักกลับกลายเหมือนเด็กเล็กๆ

“จินคุงมีอะไรเหรอ”

ฮานะเอียงศีรษะเล็กน้อย นั่นดูน่ารักจนจินเกือบลืมคำถาม เขาต้องก้าวออกมาจากแปลงผักเพื่อกลบกิริยา ผ่อนลมหายใจช้าๆ

“ผักดองวันนี้ อร่อยมากครับ”

คนทำผักยิ้มบางเมื่อได้รับคำชม พอเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาทำท่าอึกอัก

“ขอบใจจ้ะ ถ้าชอบเดี๋ยวรออีกสักสิบวันนะ ชุดที่ดองเมื่อวานก็จะกินได้พอดี”

จินพยักหน้าหงักหงัก “ผมไม่เคยกินผักดองอร่อยแบบนี้มาก่อน แบบนี้คงขายดีมาก” พอได้เอ่ยคำแรก คำต่อๆ มาก็พรั่งพรู

“ดีใจที่ชอบนะ อ้อ แต่ว่าอันนี้ไม่ได้ทำขายนะ ทำกินกันเองในร้านน่ะ”

คราวนี้เด็กหนุ่มเลิกคิ้วบ้าง ทวนคำเบาๆ ฮานะเดินไปที่แปลง จินหมุนตัวเดินตาม พอเธอบอกว่าจะเอาหัวไชเท้าเขาก็อาสาจะถอนให้

“ทำไมถึงแค่ทำกินเองในร้านล่ะครับ” จินถอนไชเท้าหัวแรกออกมาแล้วใส่ลงตระกร้า

ฮานะปัดดินที่ดินกับผักสีขาวนั่นออก “เพราะว่าเป็นสูตรที่ฉันคิดเอง ใส่เชอรี่ลงไปทำให้รสชาติไม่ผ่านมาตรฐานคุณพ่อ อีกอย่างหนึ่งเพราะมันเป็นสีชมพู”

จินมองหน้าฮานะ “สีชมพู”

หญิงสาวยิ้ม “หัวไชเท้ามีสีเหลืองแล้ว ถ้าเป็นสีชมพูอีกจะทำให้ลูกค้าสับสนน่ะ จะไม่เป็นที่จดจำ”

คนฟังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากรู้ เขาดึงไชเท้าอีกหัว “แบบนี้ลูกค้าก็ไม่ได้กิน”

“ที่ร้านเรามีผักดองตั้งหลายสูตร ไม่ผ่านสักสูตรก็ไม่เป็นไรหรอก” เธอบอกง่ายๆ เข้าใจความเสียดายของเขา และวินาทีนั้นก็อุ่นวูบวาบอยุ่ในอก

“อ้อ แต่ว่ามีลูกค้าที่ได้กินอยู่คนหนึ่งนะ”

จินหันมา ฮานะทำท่าคิดขึ้นได้ เธอบอกจินว่าหัวไชเท้าพอแล้ว เขาจึงยกมาที่ลาน เปิดน้ำล้าง ไม่สนในความเย็นเยือก สีหน้ายังแสดงออกว่าสนใจเรื่องที่เล่า

“พอดีว่าเขามีโอกาสได้ชิมผักดองสูตรนี้แล้วชอบมาก ตอนหลังก็เลยให้ฉันใส่ให้ในเบนโตะน่ะ”

คนฟังเบิกตากว้าง ลุกพรวดเดียวถึงตัวจับต้นแขนสองข้างของฮานะอย่างรวดเร็ว

“ใคร! ใครกัน!

ฮานะตกใจตะลึงตะลาน จากที่เด็กหนุ่มก้มหน้าล้างหัวไชเท้าอยู่ก็พุ่งพรวดเข้ามาหาเธอไม่ทันตั้งใจ สีหน้าดุดันจริงจังจนหัวใจแทบจะหลุด

ชั่ววินาทีที่เห็นสีหน้าของหญิงสาว จินก็รู้สึกตัว รีบถอยหลังกรูดเหมือนเจอของร้อน โค้งต่ำๆ พร้อมขอโทษตะกุกตะกัก

ฮานะตั้งสติได้เหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มคือใจที่เต้นระรัว เธอตกใจจริงอยู่ แต่ผิวกายร้อนวูบวาบอย่างน่าแปลกใจ

ไม่เคยเห็นจินมีอารมณ์ร่วมกับเรื่องไหนเท่านี้มาก่อน

          จินดูเหมือนจะรู้สึกตัว เขาตั้งหน้าตั้งตาล้างหัวไชเท้าอย่างจริงจัง หญิงสาวเผลอยกมือทาบอก ใจยังสั่นระรัว

          “คือ...”

          “ฮานะ”

          เสียงเรียกของฮิเดโอะทำให้เธอสะดุ้ง ตัดความหวามไหวที่กำลังมองเสี้ยวหน้าเคร่งขรึมของจินขาดสะบั้น

          “หัวไชเท้าได้หรือยัง” ประโยคนี้ตั้งใจจะถามไปทางจินเพราะลูกจ้างหนุ่มล้างอยู่ “เร่งมือหน่อยคางาวะ” เขาพูดเหมือนสั่งแล้วหันมาทางฮานะ “ข้างในมีงานเยอะเลย ฮานะไปช่วยหน่อย”

          ฮานะพยักหน้า เหลือบมองจินแวบหนึ่งก่อนจะเดินตามพี่ชายเข้าไป

          จินพยายามบอกตัวเองว่า โอกาสหน้ายังมี

 

ฮิเดโอะฝนวาซาบิ ตะล่อมให้เป็นทรงกรวยคว่ำ แล้วยกไปวางในจานซาชิมิ ตามด้วยหัวไชเท้าขูด แล้ววางที่โต๊ะกลางเพื่อให้โคจิกับสมาชิกในร้านได้ชิมก่อน

หัวหน้าพ่อครัวชิมแล้วพยักหน้า หยิบพู่กันกับกระดาษมาเตรียมเขียนเมนูขึ้นป้าย

          “วาซาบิจากชิสึโอกะนี่คุณภาพดีที่สุดในญี่ปุ่นจริงๆ ชูรสซาชิมิได้ดี กลิ่นขึ้นจมูกสดชื่นมาก” ชิมะพูด

          “ชิสึโอกะ?” จินไม่กินของดิบ แต่ก็อยู่ในวงสนทนา เพราะมีเมนูอื่นที่ใช้วาซาบิด้วยเช่นกัน

“ซิสึโอกะเป็นแหล่งปลูกที่เหมาะสมที่สุดเพราะเป็นเขตที่มีภูเขาและลำธาร รวมทั้งอุณหภูมิที่คงอยู่ที่สิบห้าองศา มีความชื้น และรากต้องโดนน้ำที่ไหลผ่านตลอดเวลา แล้วก็ไม่ค่อยชอบแสงแดดอีก” ฮิเอโอะอธิบาย น้ำเสียงราวกับอาจารย์ที่กำลังเลคเชอร์ลูกศิษย์ในมหาวิทยาลัย

โคจิเขียนคำว่าซูชิและซาชิมิไปเป็นเมนูประจำวัน จินมอง สังเกตว่าเมนูเด่นประจำวันจะเปลี่ยนไป นอกเหนือจากฤดูกาลที่มีส่วนแล้ว ความสดใหม่ และของพื้นถิ่นก็เป็นปัจจัยในการปรุงเมนูขึ้นป้ายอีกด้วย

“วาซาบิไม่ได้ชื่อนี้ตั้งแต่แรก มีแต่คำว่า วะซะที่เป็นชื่อสมุนไพร แล้วก็นำมาเปรียบเทียบเพื่อหาความหมายก็ได้ว่า วะแปลว่าสมาน และ ซะแปลว่าช่วยเหลือ รวมแล้วมีความหมายว่าการรักษา เยียวยา”

ฮิเดโอะยังคงพูดต่อไป เช็ดมือกับผ้าขนหนู จินรู้สึกว่าอีกฝ่ายตัวใหญ่ขึ้นยามพูดถึงข้อมูลอาหาร

“หรือจะบอกว่า การกินวาซาบิช่วยฆ่าเชื้อโรคที่อาจจะติดมากับปลาดิบก็ได้นะ นี่เป็นความลับของวาซาบิ” ฮานะพูดต่อยิ้มๆ

คราวนี้จินหลุบตามองต่ำ เขายังค้างข้อสงสัยอยู่กับเธอ ลูกค้าคนเดียวที่ได้กินผักดองสูตรพิเศษของเธอ ใครกัน

          จินล้างจาน จมอยู่ในความเงียบ สมองครุ่นคิด สิ่งที่เขาเห็นคือผักดองที่เหลืออยู่ในเบนโตะ ของเหลือ นั่นแปลว่าคนๆ นั้นไม่กินของชนิดนั้นไม่ใช่หรือ

          ไม่ใช่ของชอบดังที่ฮานะกล่าวถึง

          นอกจากวาซาบิ มีอะไรที่เป็นความลับอีก

 

โคโทริจัดดอกไม้อยู่ที่เรือนญี่ปุ่น หลังจากที่บอกให้มาเอดะออกไปเนื่องจากต้องการใช้สมาธิ ไม่ถึงห้านาทีคุโรซากิก็เดินเข้ามา ทิ้งตัวลงนั่งตรงทางเดินหน้าห้องที่หญิงสาวทำงานอดิเรกอยู่ จุดบุหรี่พ่นควันสีเทาอ่อน

“มีอะไร” นายหญิงน้อยเป็นฝ่ายถามก่อน

“ทำไมคุณหนูไม่ให้มาเอดะอยู่ด้วย”

“นายน่ะสิ ไม่อยากให้มาเอดะรู้ ไม่งั้นก็เข้ามาแล้ว มาตั้งนานแล้วนี่”

“สมกับเป็นคุณหนูโคโทริ”

โคโทริใช้กรรไกตัดก้านดอกวิลโลว์ “เข้าเรื่องเลย ฉันไม่ตื่นเต้นกับคำชมของนาย”

“คางาวะ จิน”

ดวงตาคมหรี่ลง คนแจ้งข่าวอัดควันเข้าปอดอีกหน “อายุสิบหก มาจากโอซาก้า”

มือของลูกสาวคาจิวาระ ริวโซ ปักก้านวิลโลว์ลงในแจกัน ท่าทางเหมือนไม่สนใจ แต่นัยน์ตาก็ส่องแสงนิ่ง ถามกลับราบเรียบ

“ทำไมถึงเข้ามาทำงานที่นั่นได้” เธอหมายถึงร้านมิโอโมเตะ

“คางาวะเป็นฝ่ายไปขอทำงาน วันเดียวกับที่ถูกคุโบตะอัด วันเดียวกับที่คุณหนูไปที่ร้าน หลังจากนั้นก็ได้เจอชิเงรุและบังเอิญที่ได้เข้าทำงาน ”

มือเรียวที่กำลังจะหยิบวิลโล่ว์ก้านใหม่เสียจังหวะเล็กน้อย

“นายคิดว่าบังเอิญ?”

“คุณหนูคิดยังไงล่ะครับ”

โคโทริเงียบ ยังคงมองแจกันและกองดอกไม้ตรงหน้า คุโรซากิก็เงียบ

“บอกให้หมด”

เจ้าของมาดศิลปินพ่นควันบุหรี่ ท่าทางรื่นรมย์เป็นนิสัยไม่ได้ตระหนกกับคำสั่งห้วนๆ ของหญิงสาว

“คางาวะ จิน เป็นลูกของผู้หญิงที่ถูกฆ่าตายในโอซาก้า ที่อาซาโน่เป็นผู้ต้องสงสัย”

โคโทริละสายตาจากดอกไม้จนได้ เธอหันมามองคู่สนทนาด้วยดวงตาวาวโรจน์

“อะไรทำให้หมอนั่นมาที่นี่”

“ผมต้องตามต่อใช่ไหมครับ”

“ยังต้องถามอีกเหรอ”

คุโรซากิลุกขึ้นก้าวออกไป

“คุโรซากิ”

เจ้าของชื่อหยุดโดยไม่หันมา “อาซาโน่จะไม่เป็นอะไรใช่ไหม”

ชายผมยาวเดินออกไปเลยแทนคำตอบ โคโทริได้แต่มองตาม




25.11.17

อุธิยา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น