มีนากับมานี(จบแล้ว)

  • 96% Rating

  • 5 Vote(s)

  • 5,396 Views

  • 72 Comments

  • 46 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6

    Overall
    5,396

ตอนที่ 2 : ที่ทำงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 822
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    3 เม.ย. 62


มีนามาถึงที่ทำงานช้ากว่าปกติเนื่องมาจากรถไฟฟ้าที่ขัดข้อง เขายืนรอลิฟท์เพื่อขึ้นไปที่ชั้นยี่สิบหก ชั้นที่เขาทำงาน มีคนยืนรอลิฟท์เหมือนกันกับเขาอีกหลายคน แต่ละคนจ้องมองไปที่ตัวเลขบอกชั้นของลิฟท์ที่กำลังลดต่ำลงมา

ติ๊ง

เสียงกระดิ่งดังขึ้น ก่อนที่ประตูลิฟท์จะเปิดออก คนที่ยืนรอลิฟท์อยู่ต่างทยอยกันเดินเข้าไปด้านใน มีนาเดินเข้าไปในลิฟท์เป็นคนสุดท้าย ประตูลิฟท์กำลังจะปิด เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

“เดี๋ยวค่ะ

สมศักดิ์ ผู้ชายหัวใจหญิง อายุ 42 ปี สูง 185 เซนติเมตร รูปร่างบึกบึน แต่มีหน้าอกเช่นสาวรุ่น ในชุดเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีเทากับกางเกงยีนส์ขายาวสีกรมท่า ส่งเสียงร้องเรียกมาแต่ไกล 

สมศักดิ์วิ่งด้วยท่าทางที่ทะมัดทะแมงเหมือนกับนักวิ่งลมกรด สมศักดิ์ไม่ได้ทำให้คนในลิฟท์เสียเวลารอเขามากนัก เขาใช้เวลาไม่ถึงสี่วินาทีก็วิ่งมาถึงที่หน้าประตูลิฟท์แล้ว

ผู้ชายบางคนในลิฟท์ทำสีหน้าเบื่อหน่ายออกมา หญิงสาวบางคนในลิฟท์ก็ทำสีหน้าเนือยๆใส่สมศักดิ์ด้วยเช่นกัน 

พื้นที่ในลิฟท์ยังพอที่จะแบ่งให้คนอีกสองคนเข้าไปยืนได้ แต่กลับไม่มีใครยอมที่จะเขยิบตัวเข้าไปด้านใน มีนาเขยิบตัวถอยหลังเล็กน้อย เพื่อให้สมศักดิ์เดินเข้ามาได้

"ขอบคุณมากค่ะ" สมศักดิ์พูดค่ะได้อย่างชัดเจน

มีนายิ้มตอบ แล้วประตูลิฟท์ก็ปิด

ลิฟท์เคลื่อนตัวขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีเสียงตึงตังดังขึ้นมา แล้วลิฟท์ก็หยุดชะงักอยู่กับที่ทันที ไฟแสดงตัวเลขบอกชั้นดับลง คอมเพลสเซอร์แอร์ในลิฟท์ก็หยุดทำงาน ยังดีที่หลอดไฟในลิฟท์ยังติดอยู่ ผู้คนมากมายแต่กลับไม่มีเสียงพูดของใครเลย แต่ละคนได้แต่ยืนก้มหน้าหลบสายตากัน

ไม่ใช่มีนาคนเดียวเท่านั้น ที่ต้องมาเจอกับเรื่องแย่ๆเช่นนี้สองครั้งติดๆกันในวันเดียวกัน ในลิฟท์ยังมีคนอีกหลายคนที่เพิ่งจะลงจากรถไฟฟ้าขบวนเดียวกันกับที่มีนานั่งมา 

เสื้อเชิ้ตสีขาวของมีนาที่ยังไม่แห้งดีนัก เริ่มเปียกชุ่มอีกครั้งจากเหงื่อที่ไหลออกมาจากตามลำตัว เขาค่อยๆถอดเสื้อสูทสีกรมท่าที่ใส่อยู่ด้วยความระมัดระวัง แต่ข้อศอกของเขาก็ยังไปโดนถูกหน้าอกของหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา

"ขอโทษนะครับ" มีนาเบนหน้าไปเล็กน้อย

แล้วเขาก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่กล้าขยับตัวอีก เพราะกลัวว่าจะไปชนซ้ำที่หน้าอกของเธอ หญิงสาวไม่ได้ตอบหรือต่อว่าอะไรเขา แล้วภายในลิฟท์ก็ตกอยู่ภายใต้ความเงียบงันอีกครั้ง

"ขอโทษค่ะ"

หญิงสาวคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของมีนาเขยิบตัวมาข้างหน้าจนหน้าอกของเธอแนบไปที่แผ่นหลังของเขา มีนารีบเขยิบตัวไปข้างหน้า แล้วแผ่นอกของเขาก็ไปโดนเข้ากับหน้าอกของสมศักดิ์แทน ใบหน้าของเขาและสมศักดิ์ในตอนนี้อยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจของคนทั้งสองแทบจะรดต้นคอกันเลยทีเดียว

"ขอโทษครับ" มีนาพูดออกมา

มีนาไม่มีที่ให้ขยับตัวหลบอีกแล้ว เมื่อด้านหลังของเขาคือหน้าอกของหญิงสาวที่เขายังไม่เห็นหน้า ส่วนด้านหน้าคือหน้าอกของสมศักดิ์ 

มีนาไม่ได้รู้สึกรังเกียจสมศักดิ์เลยแม้แต่น้อย แต่เพราะหน้าอกของสมศักดิ์นั้นเด้งดึ๋งไม่แพ้สาวรุ่นๆ ทำให้เขารู้สึกเกร็ง

          "ไม่เป็นไรค่ะ" สมศักดิ์ยิ้มหวานกลับมา

แล้วจู่ๆหลอดไฟที่ให้ความสว่างในลิฟท์ก็ดับลง ในลิฟท์ตอนนี้จึงมืดสนิท แล้วมือข้างหนึ่งของใครคนหนึ่งก็พุ่งมาจับที่ตรงเป้ากางเกงของมีนาทันที แต่มีนาจับตัวเจ้าของมือนั้นไว้ไม่ทัน ตามมาด้วยเสียงร้องของหญิงสาวคนหนึ่งในลิฟท์

"ว้าย..." 

แล้วหลอดไฟในลิฟท์ที่ดับอยู่ก็กลับมาสว่างไสวอีกครั้ง คอมเพลสเซอร์แอร์เริ่มทำงาน ก่อนที่ลิฟท์จะเคลื่อนตัวอีกครั้ง คนในลิฟท์ต่างมองหน้ากันไปมา 

ติ๊ง แล้วประตูลิฟท์ก็เปิดออก

มีนาเดินออกจากลิฟท์ที่ชั้นยี่สิบหก ชั้นที่เป็นออฟฟิศของเขา สมศักดิ์เดินตามหลังเขาออกมา ก่อนที่จะแวะเข้าห้องน้ำเพื่อแต่งหน้าทาปาก

"อ้าว เจ้านายมาที่นี่ทำไมคะ" รัตนา เลขาสาวสวย อายุ 26 ปี ถามด้วยความสงสัย เพราะวันนี้ เจ้านายของเธอมีงานที่สยามพารากอน

"หือ" มีนาทำสีหน้างง

"ก็วันนี้เจ้านายต้องไปงานที่สยามพารากอนนะ"

"อืม... ใช่ ผมลืมไปเลย ว่าแต่งานเริ่มกี่โมง รัตนา คุณดูให้ผมทีสิ"

"สิบโมงยี่สิบค่ะ" เลขาสาวสวยตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดดูสมุดตารางงาน

           มีนาก้มหน้าลงไปมองเวลาจากนาฬิกาข้อมือสีเงินที่ใส่อยู่ที่แขนซ้าย ยังมีเวลาอีกสองชั่วโมงให้เขาเดินทางกลับไป เลขาสาวรีบวางงานที่กำลังทำอยู่ แล้วเดินตรงมาหาเจ้านาย เธอเอานิ้วชี้เรียวสวยแตะไปที่บริเวณแผ่นอกข้างซ้ายของเขาเบาๆ

"เจ้านายนี่ขี้ลืมจัง สนใจยาบำรุงสมองหน่อยไหมคะ" เลขาสาวสวยเริ่มเสนอขายสินค้าตัวใหม่

"ไว้ผมกลับมาจากสยามพารากอนก่อนนะ แล้วจะมาดู" มีนาไม่ปฏิเสธอีกเช่นเคย เขาช่วยอุดหนุนซื้อสินค้าที่เธอขายแทบทุกอย่างจนที่บ้านของเขาจะกลายเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆไปแล้ว

"รักเจ้านายที่สุดเลย" รัตนากุมมือทั้งสองข้างของเจ้านายไว้แน่น เธอทำท่าทางกระดี๊กระด๊าออกมาด้วยความดีใจ

มีนายิ้มให้เลขาสาว แล้วเดินออกจากออฟฟิศไป

 ...

"เจ้านายไม่อยู่ค่ะ เขาเพิ่งออกไปเมื่อตะกี้นี้เอง" รัตนาบอกกับสมศักดิ์

"ว้า... แย่จัง" สมศักดิ์พูดออกมาด้วยความผิดหวัง

"จะนัดไว้ไหมคะ" เลขาสาวหยิบสมุดตารางงานขึ้นมา

"ค่ะ"

"พรุ่งนี้แปดโมงสี่สิบ เจ้านายมีเวลาว่างประมาณครึ่งชั่วโมง ว่าแต่คุณสะดวกเวลานี้ไหมคะ" เธอถือปากกาเตรียมจดลงรายการนัดลงสมุด

"สะดวกค่ะ" สมศักดิ์ตอบแบบไม่ต้องใช้ความคิด เวลาว่างของเขามีเหลือเฟือในแต่ละวัน

รัตนาจดเวลานัดลงในสมุดตารางงาน ส่วนสมศักดิ์ขอตัวลากลับ แล้วเขาก็เดินออกจากออฟฟิศไป

...

ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน

มีนาเดินขึ้นไปบนเวทีเพื่อพูดเปิดตัวสินค้าชิ้นใหม่เป็นเวลาห้านาที แล้วหน้าที่ของเขาก็เสร็จสิ้นลง เขาเดินลงจากบนเวทีที่บันไดด้านหนึ่งซึ่งตรงกันข้ามกับบันไดด้านที่มานีและสาวๆอีกหลายคนที่แต่งกายด้วยชุดบาร์บี้ที่กำลังทยอยกันเดินขึ้นไปบนเวที 

งานแสดงสินค้าชิ้นใหม่ใช้เวลาไม่นานนัก แล้วหน้าที่ของสาวๆในชุดบาร์บี้ก็หมดลง

มานีถอดวิกผมสีชมพู แว่นตา และกระเป๋าสะพายคืนให้กับทางทีมงานแต่งหน้า ก่อนที่เธอจะขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวที่อยู่บริเวณด้านหลังของเวที

“ขอบคุณค่ะ” มานีรับเงินค่าจ้างจากผู้ชายหัวใจหญิงที่เป็นคนว่าจ้างเธอให้มาแสดงในชุดบาร์บี้

“ถ้ามีงานใหม่เข้ามา พี่จะรีบโทรไปบอกนะ” ผู้ว่าจ้างยิ้มให้เธอ

“ขอบคุณมากค่ะ” มานียิ้มตอบ ก่อนจะขอตัวลากลับ

...

มานี สาวรูปร่างเพรียวในชุดเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาวมีลวดลายเล็กน้อยตรงกลางเสื้อกับกางเกงยีนส์ขายาวสีกรมท่า และรองเท้าผ้าใบสีกรมท่าหนึ่งคู่ กำลังสะพายกระเป๋าใบใหญ่สีกรมท่าที่ทำมาจากผ้ายีนส์ ข้างในกระเป๋านั้นมีเสื้อสูทที่ยังไม่ทราบเจ้าของถูกม้วนเก็บไว้อยู่ภายใน ท่าทางที่เธอเดินดูทะมัดทะแมง   

"มานี... มานีใช่ไหม" เอนก หนุ่มหล่อ หน้าขาวใส วัยยี่สิบเอ็ดปี ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีดำ ตะโกนเรียกเธอด้วยความดีใจ

มานีหันหน้าไปมองเอนก เธอไม่แน่ใจว่าเขาเป็นใคร มานีจ้องหน้าของเขาอยู่ครู่หนึ่ง จึงจำได้ว่าเขาคือใคร

"อ้าว... เอนก" เอนกดูหล่อผิดหูผิดตาไปจากเมื่อตอนที่เขายังเป็นเด็ก

"ดีใจจังที่ได้เจอกับเธออีกครั้ง" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น เอนกไม่ได้เจอกับมานีมานานนับสิบปี นับตั้งแต่มานีย้ายเข้ามาอยู่ที่กรุงเทพฯ 

ถ้าไม่นับรวมแม่ของเขาเข้าไปด้วย มานีจะเป็นผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่เอนกคิดถึงอยู่เสมอ

"ตอนนี้ฉันย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯแล้วนะ" เอนกรีบบอกทั้งๆที่เธอยังไม่ได้ถาม

"นี่เบอร์โทรของฉัน โทรหาได้ตลอดเวลาเลยนะ" เอนกหยิบนามบัตรออกมา แล้วส่งให้เธอ เขากำลังทำตัวเป็นคอลเซ็นเตอร์ที่เธอสามารถติดต่อได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง 

เอนกอ้าปากเพื่อที่จะพูดต่อ ทำให้มานีหัวเราะเสียงดังออกมาด้วยความตลกขบขัน

"กลัวจะไม่ได้พูดหรือไง" เธอพูดแซวเขา ทำให้ใบหน้าของเขาแดงขึ้นเล็กน้อย

"ว่าแต่เธอย้ายมาอยู่ที่นี่นานหรือยัง" มานีถาม

"เพิ่งจะได้สองเดือนกว่าเอง ฉันได้งานทำที่กรุงเทพฯ แล้วเธอล่ะ งานที่ทำอยู่นี่เป็นงานประจำหรือเปล่า"

"ไม่ใช่งานประจำหรอก"

"เธอมากับเพื่อนหรือเปล่า” 

"ไม่... ฉันมาคนเดียว"

เอนกยิ้มกว้างออกมาทันทีด้วยความดีใจ

“แล้วเธอกินอะไรมาหรือยัง” เขารีบถามเธอ

“ยังเลย ว่าจะไปกินข้าวอยู่”  

"งั้น เราไปหาอะไรกินกันนะ ฉันเลี้ยงเธอเอง"

"ก็ได้ แต่หารครึ่งนะ" มานีรีบบอก

           "ไม่ๆ มื้อนี้ขอฉันเลี้ยงเอง ในฐานะที่ไม่ได้เจอกันมานาน" เอนกทำน้ำเสียงอ้อนวอน

"อืม...  ก็ได้ แต่มื้อหน้าฉันเป็นคนจ่ายนะ" มานีตอบตกลง

"ได้ๆ" 

 เอนกยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเมื่อเธอไม่ปฏิเสธคำชวนเขา

                                 
            จบตอนสอง
 

 

   






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #41 ทีมสตาร์ไลท์ (@doxther) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2554 / 15:09
     เหอะ ๆๆๆ มานีเอ๋ย
    เลือกยากจริง ๆ นั่นแหละ
    #41
    0
  2. #26 cut3w1n9* (@cut3w1n9) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 / 07:32
    ไหนว่าสูทของมีนาอยู่ที่มานีไง?
    เอาล่ะไม่เป็นไร เอาใจช่วยค่ะ ผิดๆ เยอะๆ คอมเมนท์จะได้เยอะๆ ฮ่าฮ่า
    #26
    0