มีนากับมานี(จบแล้ว)

  • 96% Rating

  • 5 Vote(s)

  • 5,396 Views

  • 72 Comments

  • 46 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6

    Overall
    5,396

ตอนที่ 1 : พบกันครั้งแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1262
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    3 เม.ย. 62

ตอนที่1 พบกันครั้งแรก

นิตยสารทราเวลแอนลีเชอะของประเทศสหรัฐฯ ประกาศการจัดอันดับเมืองที่ดีที่สุดของโลกในปี 2011 โดยที่กรุงเทพฯ ได้เป็นอันดับที่หนึ่งจากการจัดอันดับจากการลงคะแนนของผู้อ่านนิตยสารเล่มดังกล่าวทั่วโลก

           มานี เด็กสาวอายุยี่สิบเอ็ดปี สูง 168 เซนติเมตร หน้าตาสะสวย ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีชมพูกับกระโปรงบานสั้นสีชมพู รองเท้าส้นสูงแบบสานที่เธอสวมใส่อยู่ก็สีชมพู เธอยกมือที่เรียวเล็กข้างหนึ่งขึ้นมาปิดหน้าปกนิตยสารที่เธอกำลังอ่านอยู่ ก่อนที่จะพับเก็บมันลงไปในกระเป๋าสะพายใบใหญ่สีชมพู

นิ้วมือเรียวยาวของเธอจับไปที่ขาของแว่นตาทรงกลมเล็กกรอบสีชมพูให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนที่มือคู่สวยนั้นจะเสยไปที่ผมสีชมพูยาวสยาย ที่เล็บมือและเล็บเท้าทั้งสองข้างของเธอนั้นถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูอีกเช่นกัน นักศึกษาชายกลุ่มหนึ่งที่กำลังยืนรอรถไฟฟ้าบริเวณชานชลาแอบพนันขันต่อกันอย่างสนุกสนาน ว่าเด็กสาวใส่กางเกงสีอะไรอยู่ข้างในกระโปรง

รถไฟฟ้าแล่นมาจอดตรงที่สถานีตากสิน ช่วงเวลาเช้าที่การจราจรในกรุงเทพฯ ติดขัดอย่างหนัก ผู้คนมากมายต่างเร่งรีบที่จะไปให้ทันเข้างาน รถไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้คนมากมายนิยมใช้บริการกัน แม้ว่าบางครั้งจะต้องยืนเบียดเสียดกันบ้างก็ตาม แต่ก็ยังเหลือพื้นที่ให้เด็กสาวได้เลือกยืนดั่งเธอเป็นลูกค้า วี.ไอ.พี.ยืน. ของขบวนรถไฟฟ้านี้เลยทีเดียว

          ประตูของรถไฟฟ้าถูกปิด ก่อนที่รถไฟฟ้าจะแล่นออกจากสถานีไป รถไฟฟ้าแล่นออกไปได้เพียงสองสถานีก็มีเสียงกึกกักๆดังขึ้นมาจากทางด้านหน้าของรถไฟฟ้า รถไฟฟ้ากระชากตัวไปมาสองถึงสามครั้ง ผู้โดยสารในรถไฟฟ้าที่ยืนเบียดเสียดกันก็แค่เซกันไปเซกันมา ยกเว้นมานีคนเดียวที่พุ่งถลาไปข้างหน้า

           พลั่ก...

           เสียงของใบหน้าเด็กสาวกระแทกเข้ากับแผ่นอกของผู้ชายคนหนึ่ง มานีรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างยิ่ง

           "ขอโทษค่ะ" มานีพูดพร้อมกับยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาจับที่ขาของแว่นตาของเธอให้เข้าที่เข้าทาง

           ผู้ชายวัยทำงานหน้าตาดี อายุประมาณสามสิบกว่าๆ ไว้ผมรองทรง หวีผมเรียบแปล้ ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกางเกงขายาวสีกรมท่า รองเท้าหนังสีดำที่เขาสวมใส่อยู่ถูกขัดจนมันวับ เขาประคองร่างของเด็กสาวไว้ไม่ให้ล้มลงไป

มานีเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าของเขา แล้วแก้มเนียนสวยทั้งสองข้างของเธอก็กลายเป็นสีแดงระเรื่อ เธอหลบสายตาของเขาที่กำลังจ้องมองมาที่ใบหน้าของเธอ 

เขายิ้มเล็กๆออกมาที่มุมปากโดยที่มานีไม่มีโอกาสได้เห็น เธอเขยิบตัวถอยหลังออกมาจากวงแขนของเขาที่ยังประคองร่างเล็กของเธออยู่

“ขอบคุณมากค่ะ”

มานีอยากให้เขาพูดกับเธอว่า เออ... ขอโทษนะครับ คุณชื่ออะไรครับ เหมือนที่หนุ่มๆชอบเก็กหล่อแล้วทำกัน เวลาที่พวกเขาอยากจะรู้จักกับหญิงสาวซักคนหนึ่ง แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

มานีแอบชำเลืองมองเขาที่กำลังหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากในกระเป๋าสะพายขึ้นมาอ่าน ชื่อของหนังสือเล่มนั้นคือ คริส อะแรงเบิร์ก กับเพื่อนใหม่ต่างมิติ วรรณกรรมเยาวชนที่ติดอันดับขายดีที่สุดในโลกโดยฝีมือนักเขียนชาวไทย เธออ่านภาคหนึ่งจบไปตั้งสามรอบแล้ว

          รถไฟฟ้าจอดนิ่งนานหลายนาที ระบบไฟฟ้าที่ขัดข้องทำให้คอมเพลสเซอร์แอร์หยุดทำงาน อุณหภูมิภายในรถไฟฟ้าเริ่มสูงขึ้น ผู้ชายวัยทำงานยกมือข้างหนึ่งที่ใส่นาฬิกาข้อมือราคาแพงสีทองเรือนสวยขึ้นมาปิดหน้าหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ แล้วเก็บมันลงไปในกระเป๋าหนังสะพายสีดำยี่ห้อดัง ก่อนที่เขาจะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีชมพูออกมาจากในกระเป๋าเสื้อของเขาขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่ไหลออกมาจากตามใบหน้าและลำคอ เสื้อเชิ้ตของเขาเริ่มเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

          มานีเองก็รู้สึกร้อนมากเช่นกัน เหงื่อของเธอเริ่มผุดออกมาทีละเม็ดสองเม็ดทั้งตามใบหน้า ลำคอ และตามตัว ปากบางเรียวสวยที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อนและแก้มที่ถูกปัดหนาด้วยเครื่องสำอางราคาแพงเริ่มละลายออกมา 

มานีใช้มือข้างหนึ่งล้วงลงไปหยิบนิตยสารเล่มที่เธอเพิ่งจะอ่านไปได้ไม่นานออกมาจากในกระเป๋าสะพายเพื่อนำมาใช้แทนพัด เธอสะบัดหนังสือไปมา แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลย มานีถอนหายใจยาวออกมาเพื่อคลายความอึดอัด

มานีชำเลืองมองไปที่ใบหน้าของผู้ชายวัยทำงานคนนั้นอีกครั้ง เธอเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า ที่กระเป๋าเสื้อของเขามีรอยลิปสติกสีชมพูรูปปากของเธอติดอยู่ แม้เธอจะไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้เกิดรอยนั้น แต่เธอก็อยากให้เขาสังเกตเห็นมันอยู่ดี

เหมือนว่าเธอจะมีมนต์วิเศษที่สั่งได้ ผู้ชายวัยทำงานคนนั้นก้มหน้าลงไปสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้า แล้วเขาก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่ติดอยู่บนกระเป๋าเสื้อของเขา ผู้ชายวัยทำงานคนนั้นเงยหน้าขึ้นมา แล้วจ้องมองมาที่ใบหน้าสวยใสของเธอ มานีแสร้งทำเป็นว่าเธอเพิ่งจะเห็นรอยลิปสติกนั้นพอดี

มานีเริ่มคิดในใจ 

ฝ่ายต่อต้านภายในใจ โอ้... ไม่นะ นี่เรากำลังจะทำในสิ่งที่ขัดกับประเพณีวัฒนธรรมของหญิงไทยอยู่หรือนี่ 

ฝ่ายเห็นด้วยภายในใจ แล้วเธออยากจะรู้จักกับเขาไหมล่ะ

แล้วเธอก็ได้คำตอบของหัวใจ อยากสิ ก็เขาหล่อออกปานนั้น


ฝ่ายเห็นด้วยภายในใจ งั้นก็ลุยเลยซิ จะมัวชักช้าอยู่ไย 

ฝ่ายต่อต้านภายในใจ แต่ว่าเราเป็นหญิงไทยนะ หญิงไทยต้องรักนวลสงวนตัวสิ

ฝ่ายเห็นด้วยภายในใจ ก็เราไม่ได้ทำอะไรเสียหายซักหน่อย ชีวิตของเธอ เธอก็ต้องมีสิทธิ์ที่จะเลือกสิ

มานีตอบคำถามของหัวใจตัวเอง ใช่ ชีวิตของเรา เราก็ต้องมีสิทธิ์เลือกสิ

แล้วเธอก็รวบรวมความกล้า 

มานีหยิบผ้าเช็ดหน้าสีเดียวกันกับผ้าเช็ดหน้าของผู้ชายคนนั้นออกมาจากกระเป๋าสะพายใบใหญ่ของเธอ

"ขอโทษนะคะ" มานีเอาผ้าเช็ดหน้าของเธอเช็ดตรงที่รอยลิปสติกนั้น

"ไม่เป็นไรครับ" เขารีบกุมมืออันอ่อนนุ่มของเธอไว้

"แต่ว่า..."  มานีพยายามที่จะเช็ดรอยลิปสติกนั้นอีกครั้ง แต่เขากลับมีท่าทีที่ขัดขืน

เขาคงอยากที่จะเก็บรอยลิปสติกนั้นไว้เป็นที่ระลึก มานีคิดในใจแล้วยิ้มออกมา

ผู้ชายวัยทำงานใช้มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของเขา แล้วหยิบกระจกส่องหน้าบานเล็กออกมา ก่อนที่จะส่งให้เธอ

"ที่หน้าของคุณ..."

          มานีหยิบกระจกขึ้นมาส่องที่ใบหน้าของตัวเอง แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งตกใจ ที่รอบดวงตาทั้งสองข้างของเธอเต็มไปด้วยมาสคาร่าที่ไหลเยิ้มออกมา ผู้ชายวัยทำงานคนนั้นดึงผ้าเช็ดหน้าสีชมพูผืนเล็กจากมือของเธอมาไว้ที่ตัวเขา

"หลับตาด้วยนะครับ"

           มานีทำตามคำสั่งอย่างว่านอนสอนง่าย แล้วเขาก็บรรจงเช็ดรอยมาสคาร่าที่รอบดวงตาของเธออย่างนุ่มนวล

"เรียบร้อยครับ ลืมตาได้แล้วครับ"

           มานีลืมตาขึ้นมาตามคำบอกของเขา แล้วหยิบกระจกบานเล็กขึ้นมาส่องที่ใบหน้าของตัวเองอีกครั้ง

"ขอบคุณมากค่ะ" 

มานียื่นกระจกส่องหน้าคืนให้เขา ส่วนเขาก็ยิ้มหวานส่งให้เธอ แล้วเขาก็คืนผ้าเช็ดหน้าสีชมพูให้มานี

ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาโน้มเข้ามาใกล้แก้มอันอ่อนนุ่มของเธอ มานีรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นตามจังหวะของความตื่นเต้น แล้วเธอก็เริ่มคิดในใจอีกครั้ง

          ฝ่ายต่อต้านภายในใจ ไม่ได้นะ มันยังเร็วเกินไป

ฝ่ายเห็นด้วยภายในใจ แค่หอมแก้ม อย่าคิดมากไปเลย

ฝ่ายต่อต้านภายในใจ แต่ว่าเราเป็นหญิงไทยนะ

แล้วสติของเธอก็กลับมาที่ตัวอีกครั้ง เมื่อเขากระซิบที่ข้างใบหูของเธอว่า

“คุณครับ”

“คะ” 

น้ำเสียงที่มานีตอบไปเต็มไปด้วยความเขินอาย เมื่อเธอรู้ว่าเขาไม่ได้โน้มใบหน้ามาหอมแก้มเธอ เธอจินตนาการมากเกินไป

"คุณรู้ตัวไหมครับ ว่าคุณเป็นคนที่สวยมากเลยทีเดียว" เขาส่งสายตาหวานฉ่ำให้เธอ

ใบหน้าของเธอแดงเป็นลูกตำลึงสุก เมื่อเจอกับคำถามที่ตอบยากจริงๆ

"ผมพูดจากใจจริงเลยนะครับ" เขาพูดเน้นเสียง

"บ้า..." มานียกมือข้างหนึ่งขึ้นมา แล้วตีไปที่ไหล่ของเขาเบาๆ เธอรู้สึกเขินจนแทบจะยืนไม่ติดพื้นอยู่แล้ว

"ผมอยากสวยเท่าคุณจัง"

“หา...” 

 มานีพยายามบอกกับตัวเองว่า หูของเธอคงจะฝาดไป

"จริงๆนะครับ ผมอยากจะใส่ชุดบาร์บี้แบบคุณบ้างจัง" แล้วผู้ชายวัยทำงานคนนั้นก็แสดงท่าทางตุ้งติ้งออกมา นิ้วมือข้างหนึ่งของเขากำลังจับจีบอยู่ขณะที่พูดออกมา 

แน่นอนแล้ว เขาไม่แมน เมื่อได้ยินคำพูดถัดมาของเขา โอ้ย... ฟังแล้วจะเป็นลม แล้วร่างของเธอก็ทรุดลงไปกองอยู่กับพื้นทันที ผู้ชายวัยทำงานคนนั้นรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก จึงส่งเสียงร้องเอะอะออกไปด้วยเสียงของผู้หญิง

"ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วยค่ะ มีคนเป็นลม"

ผู้โดยสารโดยรอบที่กำลังหันหน้ามามองเด็กสาว ต่างคิดตรงกันว่า สาเหตุที่เธอเป็นลมก็เพราะว่าอากาศที่ร้อนอบอ้าวอยู่ในตอนนี้

มีนา ผู้ชายวัยสามสิบเก้าปี สูง 185 เซนติเมตร ในชุดเสื้อสูทสีกรมท่า กางเกงขายาวสีกรมท่าเช่นเดียวกัน ที่กำลังนั่งพักสายตาอยู่ ลืมตาขึ้นมามอง เมื่อเขาได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย แล้วเขาก็เห็นสาวสวยคนหนึ่งนอนกองอยู่บนพื้นของรถไฟฟ้า 

มีนารีบลุกขึ้นจากที่นั่งทันที แล้วย่อตัวลงไปอุ้มเธอขึ้นมาวางบนเก้าอี้ 

นักศึกษาสาวคนที่นั่งอยู่ข้างตัวของมีนารีบหยิบยาดมออกมาจากในกระเป๋าถือ แล้วส่งยาดมนั้นให้มีนาทันที

มีนายื่นยาดมไปแตะที่ปลายจมูกทั้งสองข้างของมานี

          ....

คอมเพลสเซอร์แอร์กลับมาทำงานอีกครั้งหลังจากระบบไฟฟ้าที่ขัดข้องถูกแก้ไขให้แล้วเสร็จ รถไฟฟ้าเริ่มเคลื่อนตัวออกจากสถานีอีกครั้ง พร้อมกับเสียงขออภัยจากทางผู้ให้บริการ

"ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ... ขณะนี้เราได้ทำการปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว... ขออภัยในความไม่สะดวก... และขอให้ทุกท่านเดินทางถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ขอบคุณค่ะ"

มานีรู้สึกตัวเมื่อรถไฟฟ้าแล่นออกจากสถานีศาลาแดงไปได้ระยะหนึ่ง เธอลืมตาขึ้นมาแล้วมองไปรอบตัว ที่ตักของเธอมีเสื้อสูทสีกรมท่าตัวหนึ่งวางปิดทับกระโปรงตัวสั้นของเธอไว้ 

นักศึกษาสาวคนที่นั่งอยู่ข้างตัวของมานีในตอนนี้บอกกับเธอว่า เจ้าของเสื้อสูทเพิ่งจะเดินออกจากรถไฟฟ้าไปที่สถานีศาลาแดง แล้วเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือที่นักศึกษาสาวคนนั้นถืออยู่ในมือก็ดังขึ้น นักศึกษาสาวคนนั้นรับสายทันที

“สวัสดีค่ะแม่...”  

การสนทนาระหว่างนักศึกษาสาวคนนั้นกับแม่ของเธอเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

แล้วเสียงจากตู้ลำโพงในขบวนรถไฟฟ้าก็ดังขึ้น ทำให้มานีหมดโอกาสที่จะได้ซักถามอะไรต่อ

"สถานีต่อไป สยาม..."

มานียิ้มให้นักศึกษาสาวคนนั้นที่ยังคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นจากที่นั่ง แล้วเดินออกจากรถไฟฟ้าไปด้วยท่าทางที่มาดมั่น โดยที่ไม่ลืมหยิบเสื้อสูทสีกรมท่าติดมือมาด้วย

                                  
          จบตอนที่หนึ่ง


                


     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #47 babybaby1234 (@babybaby1234) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2554 / 21:53
    ขอบคุณชานนานะครับสำหรับคำแนะนำดีๆ

    แก้ไขสีของตัวอักษรได้แล้ว


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 ธันวาคม 2554 / 09:43
    #47
    0
  2. #40 ทีมสตาร์ไลท์ (@doxther) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2554 / 15:06
     พระเอกนี่เป็นส่วนเกินตั้งแต่ตอนแรกเลยสินะ
    เรื่องนี้เป็นแนวฟรีสไตล์สินะ
    ชอบเปิดประโยคค่ะ
    อ่านแล้วอมยิ้มเลย

    ว่าแต่ สงสารหนูมานีจัง 
    ชมพูซะขนาดนั้น ขออนุญาติเรียก เลดี้พิงค์นะคะ
    ชักอยากตามต่อ ว่าจะลงเอยกันอีท่าไหน 
    ปล.ชอบฉากความคิดในใจมากเลย เหอะๆๆๆ โดนใจมาก
    #40
    0
  3. #37 แตงโม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2554 / 12:48
     หึๆ   เอะใจตั้งแต่ผ้าเช็ดหน้าสีชมพู... พอกระจกนี่เริ่มมั่นใจ 555

    น่าสนใจดีค่ะ นางเอกตลกดี แปลกหน่อยๆ ดูมั่นใจเวอร์ แหม ใส่ชมพูทั้งตัวขนาดนั้น แถมยังจิ้นซะเป็นเรื่องเป็นราว

    สำหรับเราผู้ชายชื่อมีนาค่อนข้างแปลก เพราะคิดว่าเป็นชื่่อผู้หญิงมากกว่า แต่อย่าสนใจเซ้นส์เรื่องเพศกับชื่อคนของเราเลย มันออกจะเพี้ยนอยู่สักหน่อย 

    อ่านต่อดีกว่า :)
    #37
    0
  4. #25 cut3w1n9* (@cut3w1n9) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 / 07:28
    มีนากับมานี ชื่อน่ารักมากกกก เซฟเฟเวอริทไว้แต่เพิ่งมาอ่านวันนี้
    ขอติงเรื่องคำผิดนิดนึงค่ะ เครื่องสำอาง ไม่มี ค์ ค่ะ

    รีบกดเม้นรีบไปอ่านต่อ
    #25
    0
  5. #17 omelet-omelet (@omelet-omelet) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2554 / 20:29
    นึกว่าชายกลางคนคือมีนาซะอีก 5555
    #17
    0
  6. #16 KO-FF (@chocolate896) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2554 / 15:59
    โอ้ว อะไรกันเนี่ย 
    อ่านตามก็ใจเต้นไปด้วยตั้งนาน
    ที่ไหนได้ งื้อ~เป็นอะไรไม่รู้

    #16
    0
  7. #11 jin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2554 / 22:50
    55555

    อ่านแล้วนะจ่ะ สนุกดี

    ขำตอนที่มี นาอยากใส่ชุดบาบี้



    555

    จะอ่านตอนที่ 2ต่อ และ
    #11
    0
  8. #10 liberty[ลิบเบอที] (@chaolao) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2554 / 19:01
    55555+ ถ้าเป็นเรา เราก็เป็นลม
    #10
    0
  9. #6 Naiad['s] (@naiads) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กันยายน 2554 / 13:55
    เอ่อ... ผู้ชายคนนั้น?
    #6
    0
  10. #4 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กันยายน 2554 / 11:55
    ตกลงว่าเป็นอะไรแน่
    #4
    0
  11. #2 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กันยายน 2554 / 20:14
    คำโปรยน่าสนใจมาต่อนะ
    #2
    0