คัดลอกลิงก์เเล้ว

CUT นาวินของอินใจ #14 warm and hot

โดย Amonster

กูเหมือนทาสรักในวังหลวงอ่ะอิเหี้ย

ยอดวิวรวม

4,172

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


4,172

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


68
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  21 มิ.ย. 61 / 01:39 น.
นิยาย CUT ԹͧԹ #14 warm and hot CUT นาวินของอินใจ #14 warm and hot | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
" นาวินของอินใจ "
ฟิคจอยแจมเหริน ไปติดตามกันได้จ้า

 
 

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 21 มิ.ย. 61 / 01:39


 
 11.35 น.

          ช่วงรับประทานอาหารกลางวัน  หลังจากที่ตักอาหารให้เด็กๆเสร็จ  อินใจจำต้องปลีกตัวออกมาด้านหลัง เนื่องจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นไม่หยุด  คาดว่าน่าจะมาจากการแจ้งเตือนจากแชทกลุ่มที่มีเรื่องให้ใส่ใจอยู่ตลอดเวลา

 

วรินยา:

มึง
มึงๆ
มึงง
มง
มึ้งงงง
อิดเหี้ย
อิทาสสปนดยพ

 

          อินใจหลุดหัวเราะออกมา  เมื่อเห็นว่าการเปิดแชทในเที่ยงวันนี้เป็น วิน หรือวรินยาที่ดูเหมือนมีเรื่องจะเล่าแบบเร่งด่วนจนพิมพ์ผิดพิมพ์ถูกมาแบบนี้  ยังไม่ได้ตอบอะไรเพราะกำลังรอว่าอีกฝ่ายจะเล่าอะไรออกมา  แต่ก็ไม่มีการตอบรับจากใครซักคน  จนต้องถามไปว่าไปซื้อกาแฟถึงไหน  จากนั้นคนอื่นๆก็เริ่มร่วมบทสนทนานี้โดยเดากันไปต่างๆนาๆว่าวรินยาน่าจะกำลังสู้รบปรบมืออยู่กับเลขาของพี่เล็ก  จนวรินยาบอกว่ามิสเตอร์นานะมาที่โรงเรียน ตอนแรกก็ตกใจนิดหน่อย  แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเขาจะมาที่นี่ทำไม แล้วเรื่องนี้สำคัญตรงไหน จนกระทั่งรูปของเขาถูกส่งเข้ามาในแชทกลุ่ม... นาวิน นี่มันนาวินชัดๆ  เขาใส่เสื้อคอเต่าแล้วสวมทับด้วยเสื้อโค้ท  กำลังเดินอยู่ในบริเวณโรงเรียนด้วยท่าทางเร่งรีบจนวรินยาถ่ายแทบจะไม่ทัน ยอมรับว่าอินใจตกใจมาก  ได้แต่ยืนนิ่งมองรูปในแชทไม่ละสายตา

 

          ไม่รู้ว่ายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน  จนสองวิ่งเข้ามาเขย่าแขนแล้วบอกว่านาวินกำลังเดินมาทางนี้แล้ว  อินใจเงยหน้าขึ้นมองเขาจนร่างสูงนั่นเดินเข้ามาหาช้าๆและใกล้เข้ามาเรื่อย  เขาไม่ได้ยิ้มหรือแสดงสีหน้าอะไร ทำให้เดายากว่ากำลังรู้สึกอะไรหรือคิดอะไรอยู่  เขาเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ตรงหน้า  มือถือในมือก็สั่นไม่หยุดเพราะข้อความที่ส่งมาอย่างต่อเนื่อง  ทำให้อินใจต้องเปิดไปอ่าน แจ้งเตือนมากมายทั้งจากทั้งแชทกลุ่มเพื่อนและ
เจ้านาย แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรไป  จนกระทั่งเหลือบไปเห็นแชทที่เคยติดต่อกับเลขาของมิสเตอร์นานะ  จึงตัดสินใจถามเรื่องที่ไม่เคยเอะใจมาก่อนหน้านี้เลย  นั่นก็คือชื่อไทยของมิสเตอร์นานะ

 

นาวิน
ชื่อของมิสเตอร์นานะ
นาวิน สินันทรานนท์

 

          แล้วรูปของคู่บทสนทนาก็ถูกเปลี่ยนเป็นรูปของคนตรงหน้า อินใจรู้สึกเหมือนอยู่ดีๆร่างกายก็ไม่มีแรงขึ้นมาซะอย่างนั้น มิสเตอร์นานะที่เคยพูดคุยผ่านเลขาส่วนตัวที่แท้ก็คือนาวิน และไลน์ที่เขาใช้ติดต่อและอ้างว่าเป็นเลขา ที่จริงแล้วก็คือเขามาโดยตลอด ไม่คิดว่าเขาจะอยู่ใกล้แค่นี้เอง แล้วที่ตลกร้ายไปกว่านั้นก็คืออินใจทำได้แค่คิดถึงเขาและเฝ้ารอให้เขากลับมาหาตลอด ทั้งที่จริงก็คุยกับเขาแทบจะทุกวัน เขาเล่นกับความรู้สึกคนอื่นอย่างนี้ได้ยังไงนะ  แล้วสักพักก็มีเสียงเล็กๆที่ทำให้อินใจหลุดจากภวังค์และความคิดสับสนวุ่นวายของตัวเอง

 
          “อาวินนนนน

 
          เด็กผู้หญิงตัวน้อย ถักเปียสองข้าง วิ่งมาหาคนตรงหน้าด้วยความดีใจ เธอเข้าไปกอดขาของคนเป็นอาไว้ จนคนตัวสูงต้องย่อตัวลงมาแล้วรวบกอดเด็กหญิงเข้ามานั่งที่ขาของตัวเอง เด็กผู้หญิงคนนี้คือลูกสาวของหมอจอห์นที่ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นป.4แล้ว เห็นแล้วอินใจก็ได้แต่คิดน้อยใจอยู่คนเดียวว่าเขาแค่มารับหลานกลับบ้าน ไม่ได้มาหาตัวเองซะหน่อย

น้องจีนคิดถึงอาวินมากๆเลยค่ะ อาวินคิดถึงน้องจีนมั้ยคะ” 

 
คิดถึงค่ะ คิดถึงมากๆ

 

          น้ำเสียงใจดีและอบอุ่นนั้นบอกคิดถึงกับหลานสาว แต่สายตาของผู้พูดกลับมองไปที่อินใจแบบไม่ละสายตา จนกระทั่งเขาหอมแก้มหลานตัวเอง สายตาก็ยังจับจ้องอยู่ที่อินใจ เหมือนต้องการจะสื่อว่าอยากทำแบบนี้กับอีกคน ทำให้อินใจรู้สึกร้อนๆที่หน้าอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นฝ่ายถูกหอมแก้มด้วยซ้ำ

 

ร้ายกาจที่สุด

.

.

.

.

.


 

20.45 น.

หลังจากที่ได้รับข้อความจากเจนวิชว่านาวินจะขายคอนโด  อินใจจึงตัดสินใจที่ไปทำความสะอาดให้เขาอย่างที่เคยทำทุกครั้งเมื่อกลับบ้าน  อีกอย่างเขาพึ่งกลับมา วันนี้เขาก็คงอยากใช้เวลากับครอบครัวที่บ้านใหญ่อย่างแน่นอน คงไม่น่าจะอยู่ที่ห้อง  จึงยืมรถของธาดาแล้วขับตรงมาที่คอนโดของเขาทันที

 

ประตูห้องเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างเล็กในเสื้อยืดสีเข้มและกางเกงนอนขายาวที่กำลังเดินเข้ามาในห้องราวกับว่ากลัวจะมีใครได้ยินเสียงตัวเอง  แต่จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อเจ้าของห้องไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ  ห้องที่เงียบสงัด และแสงไฟจากภายนอกห้องที่ส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาเพียงเล็กน้อยพอให้มองเห็น  นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้อินใจไม่อยากเปิดไฟให้ห้องมันสว่างไปมากกว่านี้  เพราะกลัวว่าภาพเก่าๆและความทรงจำที่เคยมีเขามันจะชัดเจนขึ้นมาจนปวดใจ ทุกครั้งที่กลับบ้านก็จะแวะมาทำความสะอาดห้องให้เขาเท่าที่จะทำ  ทุกครั้งที่มองโซฟาก็มักจะเห็นภาพตัวเองและเขานั่งดูทีวีด้วยกัน  มองไปที่ตู้เสื้อผ้าก็เห็นภาพตัวเองยืนบ่นเรื่องจัดข้าวของไม่เป็นระเบียบ  มองไปที่ห้องครัวก็เห็นภาพที่เขานั่งมองตัวเองล้างจานให้  หรือแม้จะมองไปที่ระเบียง  สัมผัสที่เคยได้รับจากเขามันก็เหมือนจะย้ำเตือนให้คิดถึงมากขึ้นทุกวัน

 

          หลังจากที่ทำความสะอาดเสร็จ  อินใจนอนลงที่เตียงของเขา  ยิ่งทำให้คิดถึงหน้าเจ้าของที่พึ่งเจอกันไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว ครั้งแรกที่ได้เจอเขาวันนี้ก็รู้เลยว่าตัวเองคิดถึงเขามากขนาดไหน  อยากพูดว่าคิดถึงและวิ่งไปกอดเขาอย่างที่เคยอยากทำมาตลอด  อยากด่าเขาให้เจ็บปวดที่สุด  ให้มากกว่าความเจ็บปวดที่ต้องเฝ้ารอเขามานานขนาดนี้  แต่แค่เห็นหน้าเขา ในหัวก็คิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น  อย่าว่าแต่วิ่งไปหาเลย แค่ทรงตัวให้ยืนได้ก็เก่งแค่ไหนแล้ว  ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากถามเขาด้วยเสียงเบาว่า คุณหายไปไหนมา  เท่านี้ก็เห็นแล้วว่าตัวเองน่ะแพ้ให้กับนาวินไปซะทุกเรื่องเลย ทำไมถึงได้อ่อนแอขนาดนี้ก็ไม่รู้  อินใจทำได้แค่ตัดพ้อกับตัวเองจนเผลอฟุบหน้าลงกับหมอนและร้องไห้ออกมา  จนผล็อยหลับไปในที่สุด

 

          ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่เผลอหลับไปในห้องของเขา อินใจรู้สึกเหมือนกับความฝัน เหมือนกับมีเสียงประตูที่เปิดออกและปิดลงอย่างช้าๆ เตียงที่ยุบลงด้วยน้ำหนักที่กดลงมาข้างๆ เหมือนกับว่ามีใครซักคนกำลังนอนเตียงเดียวกับเขา ซึ่งร่างใหญ่ๆนั่นก็ขยับขึ้นมานอนทับร่างของอินใจจนทำให้รู้สึกตัว อินใจลืมตาขึ้นช้าๆ ถึงแม้ว่าจะนอนฟุบหน้าลงกับหมอน เห็นเพียงแค่แขนแกร่งของใครบางคนที่คร่อมตัวไว้อยู่ แต่กลิ่นน้ำหอมและกำไลสีเงินที่อยู่บนข้อมือของเขา อินใจยังจำได้ดี

 

ผมคิดถึงคุณ

 

เสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ข้างแก้มเนียน  จนรู้สึกถึงอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของอีกคน ริมฝีปากสัมผัสเบาๆลงที่ต้นคอด้านหลังทั้งสองข้าง ขบเม้มที่ใบหู จนถึงเนินไหล่และกดจมูกลงกับซอกคอ  สูดกลิ่นหอมที่เขาคิดถึงและโหยหามาโดยตลอด  นาวินคิดว่าตัวเองเป็นคนมีความอดทนในระดับหนึ่ง ที่ผ่านมาก็คิดว่าตัวเองรักอินใจมากพอที่จะไม่ทำอะไรเกินเลย  แต่พอได้ใกล้ขนาดนี้แล้วเหมือนความยับยั้งชั่งใจเป็นศูนย์ขึ้นมาทันที  เขาจูบลงมาตามแนวสันหลัง มือข้างหนึ่งก็สอดเข้าไปในเสื้อยืด ไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของเอวบาง  จนคนใต้ร่างเริ่มหายใจติดขัดและครางเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน

 

คุณวิน....ไม่..

 

เหมือนเสียงห้ามเล็กๆนั่นจะไม่มีความหมายกับเขาเลย  แต่เหมือนยิ่งเพิ่มอารมณ์ให้เขามากขึ้น  เขาเลิกเสื้อยืดของคนตัวเล็กขึ้นไปจนเห็นเอวคอด ก้มจูบลงผิวขาวจนเป็นรอยแดงขึ้นมา

 

          เขาถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก  แล้วจับให้อีกคนพลิกหันมาหาแล้วตามลงไปทาบจูบ  โดยไม่ให้โอกาสได้ทักท้วงอะไร เสื้อผ้าของอีกคนถูกถอดและโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี  ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนกับพายุ แต่จูบที่ได้รับจากเขา กลับค่อยเป็นค่อยไปและอ่อนโยนที่สุด นานจนแทบจะขาดอากาศหายใจ  จากตรงริมฝีปาก เลื่อนมาเป็นตรงแก้มทั้งสองข้าง ปลายคาง แล้วก็หยุดตรงซอกคอขาวนั่น จูบเม้มไปทั่วจนเกิดรอยแดงจางๆ เสียงทุ้มต่ำพยายามกดเสียงครางของตัวเองเอาไว้ เพื่อที่จะไม่รุนแรงไปกว่านี้ เขาจับแขนของอีกคนให้โอบรอบคอตัวเอง แล้วจับเอวเล็กเอาไว้ จูบย้ำไปที่แก้มและคอนั่นซ้ำๆ เรื่อยมาถึงหน้าอกและกลางลำตัว  จนอีกคนเผลอแอ่นตัวรับกับสัมผัสนั้นโดยไม่รู้ตัว

  

          ขาเรียวเล็กถูกเขาลูบไล้อย่างเบามือ  เขาจับมันแยกออกและตั้งขึ้นข้างหนึ่ง  จากนั้นก็จูบไปที่ด้านในขาอย่างช้าๆและขึ้นไปจนถึงตรงเอว ในหัวของอินใจตอนนี้ว่างเปล่าไปหมด มือทั้งสองข้างบวกกับแรงที่น้อยนิดไม่ได้มีผลต่อเขาเลย  ร่างใหญ่ๆที่กดทับมาร่างกายของตัวเองอีกครั้งทำให้อินใจแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อต้านเขา  ส่วนเขาก็รู้สึกเหมือนกับถูกมอมเมาด้วยกลิ่นหอมจางๆและความน่ารักของอีกคน  จนหยุดการกระทำของตัวเองไม่ได้ ผิวขาวเนียนถูกเขาจูบเม้มไปทั่ว เหมือนกับอยากแสดงความเป็นเจ้าของ  เขาจับแขนเล็กให้โอบรอบแผ่นหลังของเขาและกดจูบไปที่ริมฝีปากอีกครั้ง ก่อนที่จะค่อยๆดันเข้าไปในตัวของอีกคนจนสุด

 

          ใบหน้าสวยๆนั้นขมวดคิ้วด้วยความเจ็บ น้ำตาซึมออกมาอย่างห้ามไม่ได้  จนร่างสูงต้องแช่เอาไว้อย่างนั้นเพื่อให้อีกคนได้ปรับตัว เขาลูบข้างลำตัวและจูบไปที่แก้มเบาๆ ปลอบโยนด้วยคำพูดและสัมผัสที่อ่อนโยนและยอมให้อีกคนระบายความเจ็บปวดนั้นด้วยการจิกเล็บลงบนแผ่นหลังและไหล่กว้าง  ทั้งที่เขาเองก็อึดอัดจนแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆเหมือนกัน

 

          ชู่วว เจ็บนิดเดียว

 

          เขาพูดปลอบตอนที่ร่างเล็กเผลอร้องออกมา ตอนที่เขาค่อยๆขยับขึ้นลงช้าๆ  วางแขนไว้ข้างลำตัวของอีกคน ใช้ปลายจมูกสำรวจไปทั่วใบหน้าก่อนจะเลื่อนลงมาจูบที่หัวไหล่ แววตาสั่นกลัวของอินใจทำเอาเขาใจอ่อน  มีพระเอกที่ไหนเขาทำแบบนี้บ้างวะ ในความคิดเขามีแต่คำว่าเลวเต็วไปหมด เขาคงจะเลวแบบที่หมากบอกจริงๆนั่นแหละ แต่ทำไงได้ ถ้าไม่รักก็คงไม่ทำถึงขนาดนี้

          

          มือเล็กที่กำแน่นอยู่บนไหล่กว้างของเขาแทบไม่มีแรง และทันทีที่ริมฝีปากชื้นนั่นจูบลงมา ใบหน้าเล็กก็เชิดขึ้นรับสัมผัสจากเขาจนน่าโมโหที่ยอมใจอ่อนให้เขาง่ายๆ เขาใช้มือสอดเข้าไปใต้แผ่นหลังบางให้แนบชิดกับตัวเองมากขึ้น และขยับเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ  จนทั้งห้องมีแต่เสียงครางและเสียงเหนื่อยหอบ เป็นอย่างนั้นไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ รู้ตัวอีกทีกว่าพายุจะสงบก็ปาเข้าไปเกือบตีสามแล้ว

           .

          .

          .

 


10.30 น.

          เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ซึ่งเป็นเวลาปกติที่อินใจจะตื่นในวันหยุด  มือเล็กๆเอื้อมมือไปปิดเสียงรบกวนนั้นโดยอัตโนมัติและกำลังจะลุกไปอาบน้ำ  แต่ก็ต้องถูกดึงลงให้ไปนอนหนุนที่แขนของอีกคนเหมือนเดิมที่ยังคงเปลือยท่อนบนไว้อยู่ แถมมือก็ยังซุกซน เดี๋ยวจับเอว เดี๋ยวลูบหลัง  จนอินใจเหนื่อยจะห้าม

 

          ทำไมตื่นเร็ว

          เสียงนาฬิกา

          “นอนต่อก็ได้ ไม่ได้ไปทำงาน

          “จะไปอาบน้ำ

          เดินไหวรึไงอินใจ

          “.....

          “ก็เป็นห่วง ปวดเนื้อปวดตัวรึเปล่า

 

          นาวินพูดทั้งที่ยังไม่ได้ลืมตา  แต่น้ำเสียงงัวเงียนั่นไม่ได้สัมพันธ์กับมือไม้ที่ยังสำรวจไปทั่วตัวอินใจนี่เลย เขาพยายามจับให้เบามือที่สุด ดูเหมือนจะเป็นห่วงแต่ความจริงก็แอบหวังกำไรเล็กๆน้อยๆจากคนตัวเล็กนี่นั่นแหละ

 

          คุณวิน เอามือออกก่อน

          “ออกตรงไหน มองไม่เห็น

          “ยังจะกวนอีก ไม่ค่อยปวดแล้ว

          ”ไม่เชื่ออ่ะ ไม่ปวดจริงหรอ 

          จริงๆก็นิดนึง

          ไหนมาโอ๋หน่อย

          “โอ๋บ้าบอไร ปล่อยก่อน

          “แล้วใส่เสื้อใครเนี่ย

          “ชุดนอนคุณ ขอยืมก่อนนะ

          “ไปเปลี่ยนตอนไหน

          “ก็  เมื่อคืน

          “ลุกไหวได้ไง

แล้วทำไมจะลุกไม่ไหวอ่ะ

          “โหคุณ ก็ผมใช้แรงไปเยอะ จะให้..โอ้ยย

          “ไม่ต้องพูดแล้ว! เดี๋ยวจะหยิกให้แรงกว่านี้เลย

          “เอ้า ก็เรื่องจริงอ่ะ

          “......

          “แล้วเมื่อเช้าก็ยังจะหนีเราไปอีก ใจคอคือจะทิ้งกันให้ตื่นคนเดียวหรอน้ำเสียงน้อยใจและใบหน้าหล่อๆที่ซุกลงกับซอกคอ พูดเสียงอู้อี้แบบนั้น เป็นการอ้อนที่งอแงแล้วก็เด็กน้อยมากๆสำหรับอินใจ

 

          “แค่จะไปอาบน้ำ งอแงเป็นเด็กๆไปได้

          “แต่เมื่อคืนก็ไม่เด็กนะ

          “อิเหี้ย เลิกพูดเลย!”

          “เขินแล้วชอบหลอกด่าตลอด

          “คุณวิน จะนอนเถียงกันแบบนี้อีกนานมั้ย ไปอาบน้ำ

          “งั้นอินอาบก่อน เราขอนอนต่ออีกนิดนึง

          “ง่วงอะไรขนาดนั้นอ่ะ

          “เมื่อคืนมันก็ไม่ได้แค่รอบเดียวนะอินใจ

          “เคยตื่นมาแล้วตายมั้ยคุณวิน

          “ไม่อ่ะ เคยแต่ตื่นมาแล้วได้เมีย

          “…….”

          “โอ๋ๆ ไม่แกล้งแล้ว เดี๋ยวพาไปอาบน้ำ

          “ไปเองได้

 

          อินใจลุกออกจากเตียง อาการปวดจากเมื่อคืนยังมีอยู่บ้าง ทำให้อินใจต้องใช้เวลาตั้งหลักนิดหน่อยกว่าจะเดินได้ปกติ เขาอยู่ในชุดนอนสีน้ำเงินเข้มของอีกคน ที่หลวมโคร่งไปหมดทั้งเสื้อและกางเกง จนต้องจับขากางเกงไว้ตลอดเวลาเดิน

 

          “อิน ถอดกางเกงก่อน

          “ห..ห้ะ

          “ถอดกางเกงออกก่อนมั้ย ถ้ามันหลวมขนาดนั้นอ่ะ

          “ไม่ๆ เดี๋ยวก็เปลี่ยนใส่ของเราไง เมื่อคืนแค่หาไม่เจอ

          “ขอโทษที่ผมรีบไปหน่อยนะครับ

          “ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้!”

        “ล้อเล่นจ้า คือที่บอกให้ถอดเพราะว่าตอนนี้บนตัวเรามีเสื้อผ้าแค่ชิ้นเดียว คือ..

          “คุณวิน! ไม่ต้องบอก

          “คนที่เขินควรเป็นเราป่าว แหนะ

          “แหนะไร! หันไปสิ เดี๋ยวถอดให้

          “ไม่

          นอกจากจะไม่หันหน้ามองที่อื่นแล้ว ยังนั่งเท้าคางมองคนตรงหน้านี่ถอดกางเกงอย่างหน้าตาเฉย อีกคนก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจิ๊ปากแล้วทำหน้าบึ้งใส่ รีบๆถอดคืนเจ้าของเขาไปให้จบๆ ถึงจะเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ถ้ามาทำอะไรแบบนี้ต่อหน้ามันก็ต้องมีอายกันบ้างแหละ     ส่วนอีกคนที่นั่งมองอยู่บนเตียง สายตาก็จับจ้องทุกการกระทำ จนโดนปากางเกงนอนใส่หน้าอกจนหลบไม่ทัน

 

          อินใจ ทำไมทำงี้

          “ก็คุณอ่ะ คิดอะไรลามกอยู่ใช่มั้ย

          “เอ้า มาใส่ร้ายกันได้ไง ยังไม่ได้คิดอะไรเลยในขณะที่พูดก็พยายามใส่กางเกงอย่างทุลักทุเล โดยมีผ้าห่มผืนใหญ่ปกปิดไว้อยู่

          หันมาได้แล้ว เสร็จแล้ว

 

          ยังไม่ทันที่อินใจจะหันมา นาวินเดินเข้าไปอุ้มคนตัวเล็กและเดินตรงไปยังห้องน้ำ จนอีกคนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ และทันทีที่เขาปล่อยอินใจลง อินใจก็ยืนเอามือขวางประตูห้องน้ำไว้เพื่อไม่ให้อีกคนเข้าไป

 

          อินใจ อย่ามาเล่นเป็นเด็กๆ

          “แล้วคุณจะทำอะไร

          “ก็อาบน้ำไง อาบน้ำด้วยกัน

          “ไม่ต้องมายิ้ม! ใครจะอาบน้ำกับคุณ

          “แล้วใครงอแงให้เรามาอาบน้ำ

          “ก็ไม่ได้จะให้อาบด้วยกันซะหน่อย คิดว่าเป็นพระเอกนิยายหรอ

          “ไม่รับรู้

          “เกลียดอ่ะ งั้นแปรงฟันเฉยๆ ยังไม่ต้องอาบ

          “แปรงด้วยคนได้ป่ะ

 

          อินใจไม่ได้พูดอะไร แต่กลับเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วก็ยื่นแปรงที่บีบยาสีฟันเรียบร้อยแล้วให้กับคนตรงหน้าที่พึ่งเดินตามเข้ามา เขารับแปรงสีฟันด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับเอียงคอมองตามอีกคนว่าจะทำหน้ายังไง จะเขินหรือเปล่า หรือจะทำหน้าบึ้งกลบเกลื่อน เขาขอบคุณด้วยการจุ๊บหน้าผากของอีกคนเบาๆ  จนอินใจต้องรีบแปรงให้เสร็จๆเพราะถ้าอยู่ต่ออีกนิด อาจจะถูกเขาหาเศษหาเลยไปมากกว่านี้ก็ได้  และหลังจากที่แปรงเสร็จ อินใจรีบเดินออกมาก่อน จนนาวินต้องรีบเดินเพื่อมายืนขวางเอาไว้ 

  

                    “โกรธหรอ

             

          “มีอะไรจะบอกมั้ยคุณวิน กับ 2 ปีที่ผ่านมาคนตัวเล็กจ้องหน้าเขาจริงจัง เหมือนกำลังโกรธอยู่ ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบจนน่าอึดอัด

          “มานั่งนี่มาเขาเดินไปนั่งที่ปลายเตียงแล้วตบตักเบาๆเป็นการบอกให้มานั่งตรงนี้ ปฏิกิริยาตอบรับจากคนตรงหน้าคือการขมวดคิ้วเหมือนไม่พอใจ แต่ก็ยอมทำตามเขาอย่างว่าง่าย พอนั่งลงที่ตัก เขาก็เอาผ้าห่มมาปิดขาของอินใจแล้วก็กอดไว้อย่างนั้นเหมือนกับว่าหวงมากๆ ทั้งที่ก็อยู่กันแค่สองคน

          จะมองหน้าอีกนานมั้ยเขาเงยหน้ามองคนบนตักที่กำลังเริ่มโมโห เผลอมองปากเล็กๆนั่นทุกครั้งเวลาที่เจ้าตัวพูดอะไรออกมา มันทำให้เขาแทบหยุดยิ้มไม่ได้เลย

 

          นาวินหยิบเสื้อยืดสีขาวข้างตัวมาใส่อย่างลวกๆ  แล้วก็เริ่มเล่าเรื่องของตัวเองในช่วงเวลา 2-3 ปีที่เขาไม่ได้ติดต่อกลับมาหาใคร เขาเรียนหนักมากและต้องเจอกับสภาวะการแข่งขันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนั่นเป็นเรื่องปกติของสังคมญี่ปุ่นอยู่แล้ว ช่วงแรกๆก็ยังได้ติดต่อกับอินใจอยู่ แต่พอเขาเริ่มเรียนหนักขึ้นเรื่อยๆ มีโปรเจค  เริ่มได้ฝึกงาน ทำให้เขายิ่งไม่มีเวลาที่จะมาทำอะไรอย่างอื่น มีอยู่ช่วงหนึ่งที่คิดว่าต้องรีบตั้งใจเรียนและทำงาน ไม่อยากเสียเวลาให้อะไรไร้สาระ จนบางครั้งก็ลืมใส่ใจคนที่รอเขาอยู่ทางนี้ไป

 

          เขาเรียนจบโทภายในเวลาอันรวดเร็วและเริ่มทำธุรกิจเล็กๆกับเพื่อนที่เรียนด้วยกัน เพื่ออยากพิสูจน์กับพ่อว่าเขาโตเป็นผู้ใหญ่พอและสามารถทำอะไรได้เองโดยไม่ต้องมีใครมาจัดการชีวิตให้ ธุรกิจน้ำหอมที่ร่วมทำกับเพื่อน 3-4 คน ก็พอเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ พอเวลาผ่านไปแบรนด์ของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นและเป็นที่นิยม ซึ่งแรงบันดาลใจในการทำก็มาจากกลิ่นหอมอ่อนๆจากใครบางคนที่เขาไม่เคยลืม กลิ่นหอมที่ยังคงติดอยู่ในใจเขาตลอดไม่เคยเปลี่ยนแปลง แล้ววันนี้เขาก็ได้กลับมาตามหาหัวใจของตัวเองซักที เขากอด จับมือและบีบแขนคนตัวเล็กเบาๆ อยู่อย่างนั้นตลอดที่เล่าเรื่องราวทั้งหมด เพื่อเป็นการปลอบโยนและบอกให้รู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้แล้วและจะไม่หายไปไหนอีก

 

          คุณวินขอโทษนะอินใจ คุณวินไม่ได้ตั้งใจจะทำให้อินใจต้องร้องไห้

          “อือ

          “อินไม่ต้องยกโทษให้เราหรอก มาเราผิดเองที่ปล่อยให้อินต้องรอนานขนาดนี้ แต่อยากให้รู้ไว้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนเลยที่เราไม่คิดถึงอิน

          “………..”

          “ต่อจากนี้เราสัญญาว่าจะไม่ทำให้อินเสียใจอีก จะไม่หายไปไหนอีกแล้ว เรารักอินนะ เราอยากมีอินอยู่ในชีวิตทุกวัน รู้มั้ย

 

          สีหน้าที่เจ็บปวดของเขาก็พอจะทำให้รู้แล้วว่าเขารู้สึกเสียใจจริงๆ แขนเล็กกอดตอบและลูบหลังเขาเบาๆเพื่อเป็นการปลอบโยนเขาเช่นกัน ที่จริงอินใจคิดว่าเขาก็ไม่ได้ผิดอะไร  การเติบโตเป็นผู้ใหญ่มันไม่ได้มีแต่เรื่องสวยงามเสมอไปหรอก เขาก็ทำหน้าที่ของเขา ทุกคนมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งนั้น  แต่บางทีก็อาจจะแค่น้อยใจเท่านั้นเอง

 

          ตอนคุณหายไป เราก็คิดถึงคุณมากเหมือนกัน ไลน์ไปหาทุกวัน บ่นเรื่องไร้สาระให้ฟังตลอด เพราะอยากให้คุณอารมณ์ดี ก็รู้ว่าคุณคงจะเครียดเรื่องเรียน ไม่มีเวลา แต่อย่างน้อยติดต่อมาบ้างก็ยังดี จะได้รู้ว่าสบายดีมั้ย

          “ขอโทษนะอินใจ

          “เราโกรธมากนะ แต่ก็รักคุณมากกว่า

          “อินใจ

         “เหนื่อยมั้ย ตอนอยู่ที่นั่นมือเล็กยกขึ้นจับที่แก้มของนาวิน ใช้นิ้วเกลี่ยไปมา เขาจับมืออินใจแนบกับแก้มตัวเอง หลับตาลงแล้วก็จูบลงที่ฝ่ามือนั้นเบาๆ

 

          ยอมเหนื่อย ถ้าจะได้มาเจอคุณ

 

          พูดจบก็ถูกปิดด้วยริมฝีปากเล็กจนคนตัวสูงไม่ทันตั้งตัว นาวินตกใจจนนั่งนิ่ง ทั้งๆที่เป็นแค่การจุ๊บแบบปากแตะปากธรรมดา อินใจทำระบบเขารวนขนาดนี้ได้ยังไง แต่ร่างกายก็ไวกว่าความคิด เขากดท้ายทอยเข้ามาหาตัวเองแล้วรวบเอวบางๆให้ขึ้นมานั่งคร่อมตักเขาเอาไว้ กดจูบลงไปและร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆจนหยุดตัวเองแทบไม่ได้ สุดท้ายก็เป็นอินใจเองที่ต้องผลักอกกว้างให้ออกห่าง แล้วนั่งหอบเหนื่อยอยู่บนตักเขาด้วยท่าทางน่าเอ็นดู

 

          เริ่มก่อนเองนะ อินใจ

          “ขอซื้อยิ้มมุมปากแบบนี้ทิ้งได้มั้ย เกลียดอ่ะ

          “เขินว่ะ

          “นี่เขินแล้วหรอ

          “อยากเห็นตอนไม่เขินมั้ย

          “ยังไง

          “แบบ  เมื่อคืน

          “อิเหี้ย โมโหละนะ เลิกพูดได้แล้ว

          “ฮ่าๆๆๆๆ ไม่แกล้งแล้วๆ ทำไมชอบด่าเราว่าอิเหี้ยตลอดอ่ะ ท้อแล้วนะ

ก็เหี้ยจริง

ครับๆ ยอมหมดแล้ว ยอมให้คุณด่าทั้งชีวิตก็ยังได้

หรอ

เราอาจจะเป็นคนที่ถูกด่าว่าอิเหี้ยที่มีความสุขที่สุดในโลกก็ได้

เป็นคนเลี่ยนๆแบบนี้หรอ

ก็เลี่ยนกับคุณคนเดียว

ไม่ต้องมาหยอด เรายังโกรธคุณเรื่องเมื่อคืนอยู่นะ

โกรธเรื่องอะไร

คุณอ่ะ ทำแบบนี้กับเราได้ไง เห็นว่าเรายังไงก็ได้ใช่มั้ย เลยทำแบบนี้อ่ะ

เราขอโทษ ถ้าทำให้อินโกรธ เพราะมันอาจจะ เอ่อ..ข้ามขั้นไปหน่อย

“………..”

แต่ที่พูดขอโทษ ไม่ใช่เพราะว่าเรารู้สึกผิดนะ ที่ทำไปทั้งหมดเราตั้งใจ เรารักอินมากจนไม่อยากให้อินไปไหนอีกแล้ว  รู้มั้ย

“………..”

“ความจริงมีคำพูดสวยหรูกว่านี้เยอะแยะที่จะให้อินเชื่อว่าเรารักอิน แต่เราอยากให้ต่อจากนี้ให้การกระทำพิสูจน์ดีกว่า ว่าอินจะไม่เสียใจเพราะเราอีก

อือ

เรื่องที่อินจะเสียใจเพราะเราก็คงมีอยู่เรื่องเดียว คือเรื่องที่เราหล่อเกินไป

รำคาญอ่ะ โรแมนติกซักนาทีก็ไม่ได้หรอ

“เรื่องเมื่อคืน เราขอโทษจริงๆ ยอมรับว่านิสัยไม่ดี แต่รอให้เจ้าตัวอนุญาตไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวโดนคนอื่นแย่งไป

“นี่ก็พูดตรงเกิน

ถ้าตรงกว่านี้ก็จะพูดว่าอยากได้เป็นเมียแล้วนะ

อีคุณวิน

ฮ่าๆๆ ทำไมน่ารักจังวะ

ขอบคุณ

ใครบอกว่าเราชมอิน

ไม่น่ารักจริงอ่ะใบหน้าเล็กเอียงคอถามคนตรงหน้า

.............

ว้าย แพ้

 

นาวินทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งมองคนบนตักนี่หัวเราะอย่างภูมิใจมากที่ตัวเองชนะเขา  เพียงเพราะเขาเถียงอะไรไม่ออก จริงๆก็ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะตอนนี้เขามีความสุขมากที่ได้เห็นรอยยิ้มของอีกคน แค่คิดว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้ทุกวัน  จะได้ตื่นมาเจอหน้าอินใจทุกๆเช้าและเห็นอินใจก่อนเข้านอนทุกคืน เขาก็ไปไหนไม่รอดแล้ว  เพราะอินใจคงเป็นสิ่งเดียวบนโลกเท่านั้นแหละ  ที่เขาจะยอมแพ้

 

  

 

...ถ้าหมายถึงในหัวใจของผม
คุณไม่เคยหายไปไหนด้วยซ้ำ....

 

-- นาวินของอินใจ --

 

   

 

 

 

     อยากมีฉากโรแมนติกเหมือนฟิคชาวบ้านเขาบ้าง แต่ได้เท่านี้จริงๆ ภาษาจะแข็งๆหน่อย อาจจะมีคนสงสัยว่าทำไมหายโกรธง่าย คือจริงๆอินใจก็ยังโกรธอยู่นั่นแหละ แต่ไม่อยากยืดเรื่องไปมากกว่านี้แล้ว เพราะกลัวไปต่อไม่ได้555555555555  ติชมกันได้เด้อแต่อย่าด่าคุณหนูเลย อยากแบดบอยแต่เมียด่าแบบไม่เหลือลุคพระเอกแล้ว  สงสาร

อย่าลืมไปเม้ามอยเล่าสู่กันฟังกันในจอยนะจ๊ะ คิดถึง
นมรักทุกคน

 #นาวินของอินใจ

ผลงานอื่นๆ ของ Amonster

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. #5 ChanikarnCare (@ChanikarnCare) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 23:32

    ฮื่อออ
    #5
    0
  2. วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 12:22

    น่ารักมากๆๆๆบ้าบอ เป็นการเลิกทาสที่แบบบบีเดกหะรนยาา เกิ๊นไปปปปปปปป อินใจน่ารักมากๆๆๆยัยตัวเร่ดดกกกกกกก หมั่นเขี้ยวความน่ารักของน้องอินใจ อุแงงงง้ ขอสเปอีกสักตอนได้มั้ยคะ อยากอ่านฉากเลิกทาสอีกจัง อุ้อิ้555555555555 แอร๊ หัวใจรัวๆๆๆ

    #4
    0
  3. #3 little-nannie (@little-nannie) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 13:16
    เขิน><ไม่ไหวแล้ว
    #3
    0
  4. วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 11:53

    ชอบทุกครั้งที่อินใจด่าคุณวินว่าอิเ-้ย ฮือ แบบมันตลกมาก

    #2
    0
  5. #1 ckhnt (@gyuuuuuuuuu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 10:40
    โรแมนติกไม่ถึงนาทีจริงๆ นาวินกวน-555555555555555555555555
    #1
    0