แสบ Society ★ แด่นายกางเกงน้ำเงิน ถึงเธอกระโปรงแดง

ตอนที่ 3 : [ แสบ ! Chapter 1 ] ติดตามการอัพเดตที่นี่...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 มิ.ย. 57




          รรยากาศการเรียนของโรงเรียนชายล้วนอย่าง โรงเรียนเรียงบุรุษเมื่อถึงเวลาเรียนวิชาคณิตศาสตร์ หนุ่มๆ ห้องม.๕/๙ ก็นั่งเตรียมการเรียนกันอย่างตั้งใจ ยกเว้นเจ้าพวกหลังห้อง ที่พออาจารย์เดินเข้ามาปุ๊บก็หน้าถอดสีอย่างพูดไม่ออก เพราะเห็นสมุดการบ้านของตนเองอยู่ในอ้อมแขนอาจารย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

          เอาล่ะ...ก่อนจะเริ่มเรียนกัน ให้ทุกคนนำสมุดการบ้านมาส่งที่หน้าชั้นเรียนแล้วกลับไปนั่งประจำที่ของตัวเอง

          ได้ยินดังนั้นทุกคนก็ลุกกันคล่องปรูดปราด เพื่อนำสมุดการบ้านของตัวเองไปส่ง เว้นก็แต่กลุ่มหลังห้องอีกนั่นแหละที่ยังคงแน่นิ่งไม่ยอมกระดุกกระดิกไปไหนเลย รวมถึงสมบัติ หนุ่มแว่นหนาที่นั่งหน้าสุดทำหน้าเจื่อนๆ อยู่

          อ้าว...สมบัติ ทำไมไม่ส่งการบ้านล่ะ หรือว่าลืมเอามา อาจารย์ถามด้วยความแปลกใจ

          อะ...เอ่อ...สมุดการบ้านผมหายครับอาจารย์

          อ้อ...อย่างนั้นเหรอ อาจารย์ไม่ได้แสดงอาการตกใจเลยสักนิด เธอไม่ได้เอาการบ้านตัวเองให้ใคร ยืมลอก ใช่ไหม

          อาจารย์พูดพร้อมกับเมียงมองไปทางหลังห้อง แล้วเอ่ยแสร้งเอ่ยถามบ้าง ปันหยี ยามาดุสิต กันตภณ การันต์...แล้วทำไมพวกเธอไม่ส่งการบ้านเหมือนกันล่ะ

          คะ...คือ... เจ้าของชื่อ กันตภณ หรือ ตะโก้ ปริปากจะตอบแต่ก็ไม่กล้า

          ของพวกผมก็หายเหมือนกันครับอาจารย์ ไม่รู้ว่าใครมือดีเอาไป เจ้าก๋วยเตี๋ยวปากไวกว่ารีบพูดแทรกขึ้น ทำเอาเพื่อนหันขวับมองหน้าอย่างไม่พอใจ

          ไอ้เวรนี่...พูดอะไรไม่คิดเล้ยยยยยย

          อาจารย์หัวเราะหึในลำคอแล้วพูดขึ้นว่า เธอแน่ใจเหรอว่าหาย แล้วนี่ใช่ของพวกเธอกันไหม เอ้านี่สมบัติ...สมุดการบ้านของเธอที่โดน ขโมย ไป

          สมบัติรีบเอาสมุดของตัวเองไปวางส่งที่หน้าชั้นเรียน ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ ที่ส่งการบ้านเรียบร้อยแล้ว กลับมานั่งฟังอาจารย์ภาคทัณฑ์กลุ่มจอมแสบประจำห้องเงียบๆ

          ถ้างั้นอาจารย์ก็คงจะมือดีสินะ ที่เก็บสมุดการบ้านของพวกเธอที่วางเกลื่อนอยู่ได้ แถมยังไม่เสร็จอีก อาจารย์วางสมุดในมือบนโต๊ะอย่างเดือดดาล ออกมาข้างหน้าซิ...

          ว่าแล้ว...ปั้น ยอร์ช ตะโก้ และก๋วยเตี๋ยวก็ต้องเดินออกมาตามคำสั่งของอาจารย์ด้วยความจำยอม

          ตามฉันมานี่... หนุ่มๆ ที่ยืนหน้ากระดานเรียงแถวอยู่ต้องเดินออกจากห้องเรียนตาม อาจารย์สมสมร ออกไป

.....................................................

          าจารย์สมสมรพาปั้น ยอร์ช ตะโก้ และก๋วยเตี๋ยว มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าเสาธงเรียงหน้ากระดาน ท่ามกลางแดดร้อนๆ แม้ว่าทุกห้องจะเข้าเรียนกันหมดแล้ว แต่การยืนอยู่กลางแจ้งก็เป็นจุดเด่นอย่างมากที่สามารถทำให้คนที่นั่งริมหน้าต่างของแต่ละห้อง โผล่หน้าออกมามองด้วยความสนใจ

          ฉันจะให้พวกเธอยืนกลางแจ้งอย่างนี้เฉยๆ จนกว่าฉันจะสั่งให้เข้าร่ม แต่... อาจารย์พูดพร้อมกับเดินไปเดินมาเพื่อตรวจดูความเป็นระเบียบเรียบร้อยในตัวของศิษย์จอมแสบแต่ละคน ยืนเฉยๆ ก็จริง แต่ห้ามกระดุกกระดิกเด็ดขาด เงยหน้าขึ้นประจานตัวเอง ให้เค้ารู้กันทั้งโรงเรียนว่าพวกเธอลอกการบ้านเพื่อน

          ปั้นถูกอาจารย์จับคางให้เชิดหน้าขึ้น ในขณะที่คนอื่นพากันก้มหน้างุด เมื่อเห็นดังนั้นแล้วทุกคนจึงรีบเงยหน้าขึ้นมาตามๆ กัน

          แล้วตะโกนดังๆ ว่า พวกผมขี้เกียจครับ ทำการบ้านเองไม่ได้ เลยต้องลอกเพื่อน...ปฏิบัติ!”

          “พวกผมขี้เกียจครับ ทำการบ้านเองไม่ได้ เลยต้องลอกเพื่อน สี่หนุ่มทำตามคำสั่ง

          นักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนโผล่หน้ามาดูพวกเขากันเป็นแถว ไม่เว้นแม้แต่นักเรียนหญิงกระโปรงแดงโรงเรียนข้างๆ โรงเรียนยอดหญิงอนงค์นาง ที่โผล่หน้าออกมาจากรั้วกั้นแล้วพากันหัวเราะคิกคัก ชี้ไม้ชี้มือชวนกันดูเด็กหนุ่มสี่คนโดนทำโทษราวกับกำลังดูคณะตลกคาเฟ่

          สี่หนุ่มเดินหมดเรี่ยวแรงกลับมายังห้องเรียนที่อาจารย์สมสมรกำลังสอนอยู่ พวกเขาถูกสั่งให้ยืนตะโกนประจานตัวเองตลอดหนึ่งชั่วโมงเต็มท่ามกลางแดดเปรี้ยงยามบ่าย ทำให้อ่อนล้าจนแทบอยากเป็นลม...!

          โอยยย...หิวน้ำชะมัด ก๋วยเตี๋ยวบ่นกระปอดกระแปดพร้อมทำลิ้นห้อยหอบแฮกๆ เหงื่อผุดหลายเม็ด จากที่ผิวคล้ำอยู่แล้วก็ยิ่งเกรียมแดดเข้าไปใหญ่

          ใครสั่งให้เธอบ่นไม่ทราบ...นายการันต์!” อาจารย์จอมเนี้ยบแผดเสียงขึ้นมา สร้างความตกใจให้ คนที่เพิ่งบ่น จนสะดุ้งโหยง

          เหตุการณ์ที่แก๊งจอมแสบโดนทำโทษไปเมื่อเช้า ไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกผิดแต่อย่างใด ยังคงร่าเริงหากวนประสาทคนนั้นคนนี้ตามปกติจนกระทั่งเวลาเลิกเรียน

          “น้องกวาง...เลิกเรียนแล้วไปไหนจ๊ะ พี่ไปส่งที่บ้านมะ ?” ยอร์ชเอ่ยปากแซวนักเรียนหญิงโรงเรียนข้างๆ ที่เดินผ่านมา

          พวกเขามักจะใช้เวลาช่วงเลิกเรียนมานั่งดักรอแซวคนนั้นคนนี้ ทั้งยอร์ช ปั้น ตะโก้ และก๋วยเตี๋ยวก็ผลัดกันแซวคนโน้นทีคนนี้ หรือบางคนน่าแซวมากๆ พวกเขาก็ช่วยกันแซวเป็นทีม จนนักเรียนหญิงกระโปรงแดงที่เดินผ่านไปผ่านมารู้แกวว่าพวกนี้ดีแต่ปากแซวไปงั้น ไม่ค่อยมีใครอยากจะสนใจ

          “เฮ้ยๆ ไอ้โก้...น้องหน่อยของแกมาแล้วเว้ยยยย...” ก๋วยเตี๋ยวสะกิดตะโก้ที่นั่งข้างๆ ให้หันไปมองนักเรียนสาวร่างท้วมใส่แว่นหนาเตอะคนที่โดนพวกเขาแซวเป็นประจำ

          “ของกูที่ไหนหุ่นแบบนี้เหมาะสมกับมึงมากกว่าเว้ยไอ้ก๋วย ว่าไงจ๊ะน้องหน่อย สนใจไปกินไอติมกับเพื่อนพี่มั้ยจ๊ะ เงินไม่มีแต่หน้าตาดีพี่รับประกัน” ตะโก้พูดขึ้นขณะที่หญิงสาวร่างท้วมที่มีชื่อว่าหน่อยตรงข้ามกับหุ่นเดินมาทางนี้

          “ว่างมากรึไงมานั่งแซวคนอื่น” หน่อยตะโกนตอกกลับมาแล้วรีบเดินหนีไป ปล่อยให้สองหนุ่มตะโกนแซวกลับอีกต่างๆ นานา

          “ไอ้โก้ กูบอกให้มึงเรียกก๋วยเตี๋ยว อย่าให้กูเอาคืนนะมึง” ก๋วยเตี๋ยวพูดด้วยความคับแค้นเป็นเชิงทีเล่นทีจริง

          “ไงจ๊ะจูนคนสวย” และอีกหลายคำสารพัดที่บรรดาหนุ่มๆ งัดมาแซวสาวๆ แถวนั้นจนรู้ชื่อคนที่เดินผ่านประจำแทบทุกคน เว้นแต่ปันหยีที่นั่งมองผู้คนผ่านไปผ่านมาเฉยๆ อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

          แต่กลับกัน...นักเรียนทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง หรือแม้กระทั่งรุ่นเดียวกัน จากโรงเรียนยอดหญิงอนงค์นางที่แอบปลื้มแอบกรี๊ดเป็นแฟนคลับเขา หากอยากเจอหน้าเขาเมื่อไรก็มักจะหาเรื่องมาเดินผ่านตรงนี้จนเป็นที่รู้กัน

          “พี่ปั้นคะ...คือหนู...มีเรื่องจะคุยกับพี่ ขอเวลาพี่สักแป๊บได้มั้ยคะ” สาวน้อยกระโปรงแดงคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างกล้าๆ กลัวๆ เอ่ยกับชายหนุ่มโดยมี นักแซวนั่งอยู่ด้วย

          และไม่มีทางรอด... “น้องสาว...ชอบไอ้ปั้นมันเหรอ มันไม่หล่อหรอก สวยๆ อย่างน้องต้องคู่ควรกับพี่ยอร์ชนะจ๊ะ” ยอร์ชปากไวกว่าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนๆ

          “พี่เอาเวลาไปหาเงินทำศัลยกรรมที่เกาหลีให้หล่อกว่าพี่ปั้นเถอะ” อีกฝ่ายตอกกลับจนคนแซวต้องเป่าปากทำทีเป็นไม่รู้สึกอะไร

          ปันหยีลุกขึ้นตามสาวน้อยคนนั้นไป แล้วก็เหมือนเช่นเคย คือเธอสารภาพรักกับเขาและขอคบกับเขาเป็นแฟน ส่วนตัวเขาเองก็เหมือนเช่นเคยคือเอ่ยปฏิเสธแบบนิ่มๆ ถนอมน้ำใจ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกของอีกฝ่ายดีขึ้นมาเลย สาวน้อยคนนั้นน้ำตาคลอแล้ววิ่งหายไปกับฝูงชน

          เขาเดินกลับเข้ามานั่งที่เดิมกับกลุ่มเพื่อนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทำเหมือนเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของตน จนเพื่อนอดที่จะพูดกับเขาไม่ได้

          “ทำผู้หญิงร้องไห้ไว้เยอะ ระวังเหอะมึง ตอนมีแฟนซะเองกรรมจะตามสนอง” ก๋วยเตี๋ยวพูดในขณะที่ยอร์ชกับตะโก้ก็พยักหน้าอย่างเห็นดีเห็นงาม

          “ก็ให้กูทำไงได้ กูไม่ได้ชอบเค้านี่หว่า กูจะตกลงเป็นแฟนเค้าไปทำไม” ปันหยีตอบกลับสีหน้าเรียบเฉย

          “ก็ไม่ต้องทำไง พวกกูแค่อยากพูดเพราะอิจฉามึง เข้าใจยังไอ้เหี้*ปั้น ! พวกกูแซวคนโน้นคนนี้ ไม่เห็นจะมีใครสนใจพวกกูสักคน มึงนั่งเฉยๆ แต่กลับมีสาวมาสารภาพรัก...ห่* !!!” ยอร์ชได้ทีใส่เป็นชุดบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนสีหน้าจากเรียบเฉยเป็นแบบอื่นไปได้

          “ไร้สาระจริงพวกมึงเนี่ย กูกลับบ้านละ” ปันหยีพูดยังไม่ทันจบก็ลุกเดินไปเลย ทิ้งของขวัญจากสาวน้อยที่รับมาไว้ข้างๆ ยอร์ช พร้อมกับความงงงวยบนสีหน้าของเพื่อนทั้งสาม

          “แม่งนึกจะกลับก็กลับไปเลย ห่*ปั้น มันรู้ร้อนรู้หนาวอะไรมั่งวะ” ยอร์ชบ่นอุบอิบ

          “เออ...กูก็อยากรอดูหญิงที่จะมาลงเอยกับไอ้ปั้นเหมือนกันว่าจะเลิศเลอแค่ไหน เห็นแม่งปฏิเสธไปซะทุกราย ทุกโรงเรียน ไม่เว้นแม้กระทั่งลีด ดรัมเมเยอร์ ดาวโรงเรียน นางพพมาศ นางสงกรานต์ !” ก๋วยเตี๋ยวหมายมั่น

          “อ้าวเฮ้ย ! ไอ้ปั้นมันลืมของขวัญที่สาวให้ไว้ กูเชื่อละว่ามันไม่เคยสนใจอะไรจริงๆ” ยอร์ชพูดพร้อมหยิบของสิ่งนั้นชูขึ้นมา

          “ลาภปากกู เอามาแกะดูดิ๊อะไรในกล่องวะ” ว่าแล้วสามหนุ่มก็พากันรุมแกะของขวัญกล่องนั้นอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ เมื่อแกะกล่องออกมาแล้วก็พบว่าสิ่งของภายในกล่องนั้นคือกรอบรูปแสนคิขุน่ารัก พอได้เห็นแล้วต้องนึกถึงบุคลิกของผู้ให้อย่างสาวน้อยนางนั้น

          “คิดว่าของอะไรแพงๆ แต่ดันเป็นกรอบรูปกิ๊กก๊อกใส่รูปตัวเองเอามาให้ผู้ชายเนี่ยนะ น้องเค้าคิดได้ไงวะ” ยอร์ชพูดพร้อมทำท่าจะโยนกรอบรูปในมือทิ้งอย่างไร้ค่า

          “ทีนี้ก็ดูจากลักษณะของคนให้ของแก่ไอ้ปั้นมันได้ละ ถ้าท่าทางดูไฮโซๆ หน่อยพวกเราอาจจะได้ของแพงๆ มาใช้” ก๋วยเตี๋ยวออกความเห็น ก่อนที่จะตกลงกันต่อว่าจะทำยังไงกับกรอบรูปนี่ดี “แล้วใครจะเป็นคนเอาไปวะ...”

          “จะเอาไปทำไมไร้สาระ ก็เอาให้ถังขยะไงก็จบแล้ว คิดยากทำไม” พูดจบยอร์ชก็เหวี่ยงสิ่งของในมือลงถังขยะไปในทันที ทำให้สองหนุ่มอย่างตะโก้กับก๋วยเตี๋ยวอึ้งจนอ้าปากค้างอย่างตั้งตัวไม่ทัน

          “เฮ้ย ! ของไอ้ปั้นมันนะเว้ยไอ้ยอร์ช” ตะโก้เอ่ยขึ้นอย่างตกใจ

          “ขนาดของๆ มันมันยังไม่ได้อยากได้เลย มึงอย่าไปคิดแทนมันเลยไอ้โก้ ไป...กลับบ้านเหอะ” ยอร์ชเอ่ยชวน ทั้งสามจึงไปหยิบกระเป๋านักเรียนแบนๆ ของใครของมันแล้วกลับบ้านทันที

..................................................................

          วันต่อมาสี่หนุ่มแก๊งจอมแสบประจำโรงเรียนมาถึงโรงเรียนในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งเวลาที่พวกเขาเดินไปไหนมาไหนกันเป็นกลุ่มในโรงเรียน ก็ไม่พ้นเที่ยวแซวหรือพูดจากวนประสาทคนอื่นอยู่ร่ำไป ยกเว้นก็แต่แก๊งลายมังกร มาเฟียคุมโรงเรียน โดยมีหัวหน้าเป็นเด็กโข่งประจำสายชั้นม.5 ชื่อว่าเล้ง ที่เขาเป็นเด็กโข่งอยู่ทุกวันนี้ได้ก็เพราะเรียนม.4 ใหม่มาสามปีแล้ว เพิ่งจะได้ขึ้นม.5 กับคนอื่นๆ ก็ปีนี้เอง

          เล้งเป็นนักเรียนที่ใครต่อใครก็ไม่กล้าหือ แม้แต่อาจารย์บางคน เนื่องจากเขาเป็นทายาทเพียงคนเดียวของนักการเมืองใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลของย่านนี้ ในแก๊งของเขามีคนมาขอฝากตัวเป็นเพื่อนร่วมแก๊ง หรือเรียกตามภาษาปากก็คือลูกน้องหรือเบ๊มากมาย ซึ่งคนที่จะเข้าแก๊งนี้ได้ต้องทำตามความต้องการของเล้งจนพอใจเขาจึงรับเข้ากลุ่ม และใครก็ตามที่ได้เข้าแก๊งนี้ ทุกคนในโรงเรียนก็จะไม่มีใครกล้าหือด้วยแม้แต่คนเดียว

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67 ความคิดเห็น