[Liverpool VS Man U] ♥ ลุ้นรักศึกแดงเดือด

ตอนที่ 8 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 517
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    17 เม.ย. 52


          น้ำ
หนึ่งมาโรงเรียนแต่เช้า เหลืออีกแค่เพียงสองวันเท่านั้นก็จะถึงกำหนดส่งรายงานวิชาประวัติศาสตร์โลกแล้ว ช่วงนี้เธอจึงไม่มีเวลาที่จะนอนดึกๆ เพื่อคอยเชียร์ทีมรัก แต่ก็ยังมีเคนที่คอยรายงานผลการแข่งขัน

ไอ้น้ำ เมื่อคืนนี้หงส์เราชนะด้วยนะเว้ย ตอนนี้เราซิวที่หนึ่งในตารางได้เรียบร้อยแล้ว

อือ...

เฮ้ย...แกจะไม่สนใจฟังหน่อยเหรอ ว่าใครเป็นคนทำประตูน่ะ ไอ้น้ำ...แกฟังข้าอยู่ไหมเนี่ย เด็กหนุ่มเขย่าไหล่เพื่อนสาวเบาๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายได้แต่เขียนรายงานที่อยู่ตรงหน้าอย่างตั้งใจ

ก็ฟังอยู่นี่ไงเล่า ปากบอกว่าฟัง แต่มือของเธอก็ยังไม่หยุดเขียน

คำตอบของเด็กสาวทำให้คนเล่าเรื่องบอลหันไปมองหน้ากับวีวี่ด้วยความระอา ถึงความเครียดมากเกินไปของเพื่อน

กลางชลเดินกลับเข้ามานั่งที่โต๊ะประจำของตน หลังจากที่เขาไปคุยกับโอ๊คและมินเรื่องผลบอลเมื่อคืน เห็นว่ายัยเดอะ ค็อปกำลังตั้งใจปั่นรายงานอยู่ เขาก็พูดขึ้น

ไม่มีปัญหาตรงไหนเลยเหรอยัยบ๊อง เหมือนเขาพูดขึ้นมาลอยๆ แต่ก็ทำให้คนข้างๆ หยุดเขียนและหันมามองทันที

ไม่มีย่ะ! ทำไมยะ...เห็นฉันเป็นคนเจ้าปัญหานักหรือไง พูดจบน้ำหนึ่งก็เขียนรายงานต่อ

กลางชลหัวเราะ นี่แหละ...ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นยัยนี่ตัวจริงเสียงจริง ถึงอย่างไรเขาก็ดีใจที่เธอกลับมาเป็นน้ำหนึ่งคนเดิมที่ชอบต่อปากต่อคำกับเขาได้

หัวเราะอะไรไม่ทราบ ว่างมากนักก็หัดเอาหนังสือเรียนมาเปิดอ่านบ้างนะ สมองกลวงๆ ของนายจะได้มีรอยหยักกับเขาบ้าง

เธอน่ะว่างมากนักหรือไง มัวแต่ด่าคนอื่นเขาเดี๋ยวรายงานก็ไม่เสร็จหรอก รู้งี้ไม่น่าเอาหนังสือไปให้ยืมเล้ยยยยย...

เคนกับวีวี่ที่ยืนดูสงครามวาจาอยู่ก็ตาโต มองหน้ากันทันทีโดยที่ไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน สะดุดกับท้ายประโยคของนายปีศาจแดงหนุ่ม

แล้วใครเอ่ยปากยืมนายยะ เชอะ! ไม่ได้อยากจะยืมนักหรอก ถ้าหวงนักก็เอาคืนไปเลยไป ไม่ได้อยากได้!” ยังพูดไม่ทันขาดคำหญิงสาวก็วางหนังสือเล่มหนาที่ใช้ทำรายงานอยู่ลงบนโต๊ะของเขาอย่างแรง แล้วเดินสะบัดก้นออกไปด้วยความโมโห

ยัยน้ำก็นิสัยอย่างนี้แหละชล อย่าไปถือสามันเลย เดี๋ยวมันหายโกรธก็กลับมาเองแหละ วีวี่พูดกับกลางชลที่อ้ำอึ้งทำอะไรไม่ถูก

ตลอดตอนเช้าของวันนั้นน้ำหนึ่งไม่ได้กลับมานั่งเรียนในคาบเช้าเลยสักคาบ ทำให้กลางชลรู้สึกผิดที่พูดกวนโมโหเธอ เคนกับวีวี่เองก็เป็นหวงเพื่อนสาวไม่แพ้กัน จนกระทั่งพักกลางวัน เคนนึกได้ก็ลองโทรหาน้ำหนึ่ง ปรากฏว่าปิดเครื่อง ทั้งสามกังวลเป็นอย่างมาก

เพราะเราแท้ๆ เลยที่ทำให้น้ำโกรธมากขนาดนี้ เราจะทำยังไงดีล่ะเคน วีวี่ นี่รายงานก็ยังไม่เสร็จด้วย ใกล้จะถึงวันส่งอยู่แล้วเชียว กลางชลเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงคนที่หายไป

ปกติน้ำจะชอบไปนั่งที่สวนหย่อมข้างๆ โรงยิมนะ เราลองไปดูดีกว่า วีวี่เสนอความเห็น ทำให้สองหนุ่มเห็นด้วย แล้วทั้งสามก็มุ่งหน้าไปยังโรงยิม

ที่โรงยิมของโรงเรียน ช่วงพักกลางวันก็จะมีเด็กนักเรียนมาเล่นกีฬากันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบาสเกตบอล วอลเลย์บอล แบดมินตัน ปิงปอง หรือแม้กระทั่งฟุตบอลที่สนามฟุตบอลที่อยู่ถัดไป

ทั้งสามเดินผ่านโรงยิมไปที่สวนหย่อมเล็กๆ และแล้วเคนก็เห็นเพื่อนสาวแสนงอนของตน จึงได้กู่ร้องเรียกเธอ แต่เมื่อเธอไม่ยอมหันมาตามเสียงเรียก กลางชลจึงรีบเดินเข้าไปหาเธอทันที

น้ำ...เธอโกรธเราเหรอ เราขอโทษนะที่ทำให้เธอโกรธ เธอกลับไปเรียนและรีบทำรายงานให้เสร็จเถอะนะ

ขอโทษเหรอ?! ไม่น่าเชื่อเลยว่าคำๆ นี้จะหลุดออกมาจากปากคนอย่างนายน่ะ ฉันทำรายงานใหม่ก็ได้ ข้อมูลที่นายหามาให้มันจะได้ไม่มีอยู่ในรายงานของฉันให้เป็นเสนียดเปล่าๆ

พูดจบเด็กสาวก็ลุกออกไปจากตรงนั้น หลังจากที่นั่งเหม่อลอยมองดูผู้คนกำลังเล่นฟุตบอลอยู่อย่างเพลินตา สร้างความตกใจให้แก่อีกฝ่ายอย่างมาก กลางชลทำตัวไม่ถูก เขาก้ำๆ กึ่งๆ ว่าจะตามเธอไปดีไหม แต่เพราะมีอีกตั้งสองคนที่ช่วงตัดสินใจว่า ตามไปสิๆ เขาจึงได้ก้าวเท้าออกเสียที

กลางชลวิ่งตามมาจนได้ เขาจึงไม่ลดละความพยายาม ตามง้อเธอต่อไป แล้วเธอจะให้เราทำยังไงล่ะ เธอถึงจะหายโกรธเรา

คนที่เดินจ้ำอ้าวอยู่ตรงหน้าเขาหยุดกึกทันที เธอกลับหลังหันมามองเขากับหน้าตาอันจริงจังและเป็นกังวล ฉันไม่ได้โกรธที่นายพูดว่าไม่น่าให้ฉันยืมหรอกนะ แต่ฉันโกรธนาย เพราะนาย...เพราะนายเป็นตัวนายยังไงล่ะ ฉะนั้น นายควรจะรู้เอาไว้ซะว่าฉันไม่มีวันหายโกรธนาย ตราบใดที่นายยังเป็นตัวนายอยู่อย่างนี้ ไปตายแล้วเกิดใหม่ก็อย่าชื่อกลางชลอีกล่ะ

น้ำหนึ่งพูดใส่อารมณ์จนคำพูดของตัวเองทิ่มแทงเข้าไปในส่วนลึกของหัวใจคนฟังเหลือนับคณา เขาพูดไม่ออก ได้แต่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่ตรงนั้น หญิงสาวเดินห่างเขาออกไปแล้ว เหลือเพียงตัวเขาที่ยืนเจ็บอยู่ตรงนั้น

เคนกับวีวี่เดินตามมาทันได้ยินคำพูดของเพื่อนสาวของตนพอดี เคนเข้ามาโอบบ่ากลางชลไว้เป็นการปลอบใจ เขารู้จักน้ำหนึ่งดี เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ปากตรงกับใจเอาเสียเลย และทุกคำพูดที่ไม่ตรงกับหัวใจเท่ากำปั้นเล็กๆ นั้นก็มักจะเป็นคำพูดที่รุนแรงเสมอ

การเรียนรอบบ่ายเริ่มขึ้น น้ำหนึ่งกลับมาเรียนในตอนบ่าย เคนกับวีวี่ไม่มีใครพูดกับเธอ และตัวเธอเองก็รู้ดีว่าเป็นเพราะอะไร หญิงสาวนั่งเรียนด้วยความนิ่งเงียบตลอดบ่ายนั้น เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนเธอก็กลับบ้านโดยไม่ได้ล่ำลาใคร

ช่วงเย็นที่กลางชลนั่งเรียนนั้น แม้ว่าเขาจะนั่งห่างกับเธอเพียงไม่กี่คืบ แต่เขาก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้ อาจารย์เรียกชื่อให้ขานเขาก็ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะตอบ จนอาจารย์ต้องเรียกชื่อเขาซ้ำๆ หลายครั้ง และเพื่อนที่นั่งข้างๆ ต้องสะกิดให้เขายกมือขึ้นขานตอบ

ไปตายแล้วเกิดใหม่ก็อย่าชื่อกลางชลอีกล่ะ

คำพูดของน้ำหนึ่งยังคงก้องอยู่ในหัวของเขา เหมือนมันกำลังจะติดตรึงไปตลอด ยาวนานไปจนกว่าชีวิตของเขาจะหาไม่ ชายหนุ่มสะบัดหัวแรงๆ ขับไล่ความคิดอันฟุ้งซ่านออกไป เลิกเรียนแล้วเดี่ยวใบบัวจะรอ เขาจึงคว้ากระเป๋านักเรียนเดินกึ่งวิ่งออกไป

 

กเย็นวันนั้น ครอบครัวของกลางชลก็รับประทานอาหารมื้อเย็นกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แม่ตักต้มจืดลูกรอกให้กับเขา แล้วบอกว่าให้กินเยอะๆ เพื่อบำรุงร่างกายและบำรุงสมอง

แม่ครับ...ทำไมแม่ถึงตั้งชื่อผมว่ากลางชล เพราะแม่เปิดบทสนทนากับเขาก่อน จึงทำให้เขากล้าที่จะถามแม่ ในขณะที่คนฟังคำถามทำท่าแปลกใจ

ทำไมถึงคิดอยากจะรู้ล่ะลูก ร้อยวันพันปีไม่เห็นจะเคยสนใจ

ผมแค่...อยากรู้ไว้เฉยๆ น่ะครับ เห็นว่าชื่อผมแปลกดี แล้วก็ไม่มีใครเหมือน

แม่ยิ้ม ก่อนที่จะเอ่ยปากตอบผู้เป็นลูก ช่วงที่พ่อกับแม่แต่งงานกันใหม่ๆ แถวๆ บ้านยายของลูกจะมีศาลากลางน้ำอยู่ที่สระน้ำท้ายหมู่บ้าน และพ่อกับแม่ก็จะชอบไปนั่งเล่นกันทุกๆ เย็นจนค่ำมืดดึกดื่น

ทั้งกลางชลและใบบัวต่างก็ตั้งใจฟังอดีตของพ่อกับแม่ อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน แม้ว่าพ่อกับแม่จะชอบเล่าเรื่องความหลังในวันฉลองครบรอบแต่งงานจนทั้งสองจำได้ขึ้นใจ แต่แม่ก็ไม่เคยเล่าเรื่องนี้เลย

พ่อกับแม่ไปนั่งเล่นกัน เหมือนพวกข้าวใหม่ปลามันทั่วๆ ไปอ่ะนะ หลายๆ คนเดินข้ามสะพานผ่านไปผ่านมาที่รู้จักกัน ก็จะชอบแซวว่าเหมือนคนเพิ่งจีบกันใหม่ๆ แม่เล่ามาถึงตรงนี้ก็หัวเราะด้วยความเขินเล็กๆ จนกระทั่งวันที่แม่รู้ว่าแม่กำลังจะมีชล...

พ่อฟังอยู่ด้วยก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ ถึงวันวานที่ยังคงหวานอยู่ในตอนนี้

วันนั้นแม่อาเจียนทั้งวัน จนยายถามแม่ว่าเมนไม่มาใช่ไหม แม่ก็มาลองนึกดู เออ...จริงด้วย ยายเลยบอกให้พ่อพาแม่ไปตรวจที่โรงพยาบาล พอหมอบอกว่าแม่ท้อง แม่ดีใจที่สุดเลยนะลูกรู้ไหม แล้วลูกจะต้องเข้าใจความรู้สึกของพ่อกับแม่ในวันนั้นสักวันหนึ่ง

กลางชลหลบตาแม่ เขาน่ะหรือ...จะมาเป็นพ่อใครได้ ในเมื่อความพอใจในตนเองของเขาในตอนนี้วูบหายไปจนเกือบหมด ยัยบ๊องนั่นเล่นของหรือยังไง ทำไมถึงได้มีอิทธิพลกับตัวเขามากมายถึงเพียงนี้

พอตอนกลางคืนแม่นอน แล้วแม่ก็ฝัน แม่ฝันว่าแม่เก็บแหวนทองได้ที่ศาลากลางน้ำนั่นแหละ ในฝันแม่จำได้ดีมาก พอแม่เจอแหวนแม่ก็ดีใจที่สุดเลยนะ ยิ่งทำให้แม่รู้สึกผูกพันกับศาลากลางน้ำนั้นมากเลย แม่เลยตั้งชื่อชลว่า กลางชล ไงล่ะ เพราะแม่ถือว่าแม่ได้เจอชลที่นั่นนะลูก

เจ้าของชื่อสบตากับแม่ เขาภูมิใจในชื่อของเขามาก และเขาคิดว่าเขาจะลบล้างอคติของยัยนั่นให้จงได้ ใบบัวแอบเห็นท่าทีแปลกประหลาดของพี่ชายก็ลอบสังเกตอยู่ห่างๆ

ส่วนใบบัว ที่แม่ตั้งชื่อนี้ให้ เพราะใบบัวมักจะอยู่กลางน้ำ แม่ก็อยากให้ชลเป็นคนใจเย็นเหมือนน้ำ อยากให้บัวเป็นคนเอื้อเฟื้อ และช่วยเหลือคนอื่นเหมือนใบบัวที่มักจะรองรับหยดน้ำเสมอ

ใบบัวยิ้มกับที่มาของชื่อตนเอง บรรยากาศการรับประทานมื้อเย็นวันนี้ เป็นบรรยากาศของครอบครัวที่อบอุ่น ที่บางครอบครัวน่าจะอิจฉามากวันหนึ่ง กลางชลกับใบบัวช่วยกันเก็บจานมาล้าง แล้วเขาก็เข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวของตนเองในห้องนอน

ขณะเดียวกัน น้ำหนึ่งเพิ่งทำรายงานเสร็จ แต่ยังเหลือเขียนคำนำ สารบัญ และบรรณานุกรม ขณะที่เธอกำลังเปิดหนังสือเพื่อเขียนบรรณานุกรมอยู่นั้น เด็กสาวก็อดไม่ได้ที่จะนึกไปถึงเจ้าของหนังสือ

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและกดดูรายชื่อในนั้น เธอจัดเก็บเบอร์โทรของเขาไว้แล้วในคืนนั้นที่เขาเอาหนังสือมาให้เธอที่บ้าน นายกลางชล ชื่อที่ขึ้นแสดงอยู่ที่หน้าจอ และมีแถบสีที่กดเลื่อนขึ้นลงไปมาหยุดอยู่ที่ชื่อของเขา แล้วเธอก็ตัดสินใจกดปุ่มโทรออก

ยินดีต้อนรับคุณเข้าสู่บริการฝากข้อความเสียง กรุณาฝากข้อความเสียงของคุณหลังจากได้รับสัญญาณ...

นายบ้า ปิดเครื่องทำไมยะ ไหนบอกว่ามีปัญหาแล้วโทรมาได้ตลอดไง เปิดเครื่องเดี๋ยวนี้นะ

ทางด้านกลางชล เขาไม่รู้ตัวเลยว่าแบตเตอรี่โทรศัพท์ได้หมดและปิดเองอัตโนมัติ เพราะมันอยู่ในกระเป๋านักเรียนตั้งแต่ตอนเย็น เขานั่งดูรายการวิเคราะห์ผลฟุตบอลอยู่ที่หน้าโทรทัศน์โดยไม่สนใจกับอะไรเลย

น้ำหนึ่งรอให้นายนั่นเปิดเครื่อง แต่รอได้ไม่ถึงนาทีเธอก็รอไม่ไหว และเกิดอาการหงุดหงิด จึงโทรและฝากข้อความเสียงอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งมีข้อความเข้ามาเพื่อบอกว่านายนั่นสามารถติดต่อได้แล้ว

กลางชลดูรายการนั้นจบลง เขาจึงได้ทำการจัดกระเป๋านักเรียนเพื่อเตรียมตัวไปเรียนในวันพรุ่งนี้ เมื่อเห็นว่าโทรศัพท์แบตเตอรี่หมด จึงเอาไปชาร์ตได้สักนิดก็เปิดเครื่องไว้

ตี๊ดๆ ตี๊ดๆ...

เสียงเตือนว่าข้อความเข้า กลางชลจึงหยุดจัดกระเป๋า แล้วเอื้อมมือมาหยิบโทรศัพท์เพื่อกดดูข้อความ

นายบ้า ปิดเครื่องทำไมยะ ไหนบอกว่ามีปัญหาแล้วโทรมาได้ตลอดไง เปิดเครื่องเดี๋ยวนี้นะ ข้อความแรก

นายกลางชล นี่นายเป็นอะไรฮะ ทำไมนายต้องปิดเครื่องด้วย ข้อความที่สอง

อีตาบ้า...นี่นายปิดเครื่องใส่ฉันใช่ไหม นายไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนี้กับฉันนะ เปิดเครื่องมาคุยกับฉันให้รู้เรื่องนะนายกลางบึง!’ ข้อความถัดมา ที่เสียงเริ่มกระโชกโฮกฮากขึ้นเรื่อยๆ

ยังไม่ทันที่เขาจะได้กดฟังต่อ เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงเบอร์โทรที่เขาไม่ได้จัดเก็บไว้ในเครื่อง เขาจึงกดรับสายและพูดอย่างสุภาพ ฮัลโหล...สวัสดีครับ

นี่นายกลางบึงบ้า นายปิดเครื่องทำไมกันยะ ไหนบอกว่าโทรมาได้ตลอดไง ฉันโทรจนมือหงิกแล้วนะเนี่ย นายรู้บ้างไหมว่าฉันโมโหนายที่สุดเลยตอนเนี้ย @#$%&?&%...

เสียงปลายสายที่ตอบรับความสุภาพของเขา ทำให้เขารู้ในทันทีว่า เป็นเจ้าของข้อความเสียงที่ฝากไว้นั่นเอง เธอพูดโดยไม่เว้นวรรคให้เขาได้พูดหรือแก้ตัวอะไรเลยแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มทนฟังจนอีกฝ่ายหยุดไปเองเพื่อหายใจ

ไง...ด่าเราพอใจหรือยัง เราจะได้ขอพูดบ้าง

ถ้าอยู่ต่อหน้ากัน กลางชลคงจะได้เห็นหน้าอันบูดบึ้งของเด็กสาวในตอนนี้เป็นแน่ เธอไม่ตอบอะไร นอกจากเงียบ

เราไม่ได้ปิดเครื่องหนีเธอ เราเอาโทรศัพท์ใส่ไว้ในกระเป๋าแล้วแบตฯ มันหมดตอนไหนไม่รู้ เราก็ชาร์ตแล้วเปิดเครื่องมาเจอข้อความเสียงของใครบางคนนี่แหละ เขาพูดแกมหัวเราะเป็นเชิงแหย่อีกฝ่าย

ไอ้เราก็ใจไม่ดีไปเถอะนายบ้าเอ๊ย... น้ำหนึ่งพูดออกแนวบ่นๆ เสียมากกว่าจะเป็นการพูดกับเขา

ฮะ...อะไรนะ พูดใหม่ซิ เราได้ยินไม่ถนัด เขากล่าวยิ้มๆ จริงๆ แล้วเขาได้ยินถนัดหูทีเดียว แต่พอได้ฟังประโยคนั้นแล้วรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก จึงอยากจะได้ยินอีกครั้ง

เปล่า ไม่ได้พูดอะไรซะหน่อย ฉันจะโทรมาถามนายว่าเขียนบรรณานุกรมมันเรียงยังไง ก็แค่นั้นแหละ น้ำเสียงของเธอยังคงความห้วนเอาไว้เหมือนเดิม

กลางชลหัวเราะการกลบเกลื่อนของเธอ ก็มีชื่อผู้แต่ง ชื่อหนังสือ ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ที่ไหน ชื่อโรงพิมพ์ แล้วก็ปีที่พิมพ์ แค่นั้นแหละ...

บอกช้าๆ หน่อยสิยะ ฉันจดไม่ทัน บอกใหม่เดี๋ยวนี้เลยนะ เสียงนั้นวางอำนาจสั่ง แต่อีกฝ่ายก็ยอมจำนนแต่โดยดี โดยไม่ปริปากบ่นอะไร

สองหนุ่มสาวสนทนากันไป สลับกับการต่อปากต่อคำเหมือนปกติ

อาทิตย์หน้าศึกแดงเดือดแล้วนะ เธอเตรียมตัวแพ้ได้เลย เพราะตอนนี้ผีกำลังฟิต ทีมพร้อมมากที่สุดในรอบปี

เมื่อเปิดการสนทนาเรื่องฟุตบอลขึ้นมา น้ำหนึ่งก็มีท่าทีหมั่นไส้กลางชลขึ้นมาในทันที ไม่ต้องมาขี้โอ่แถวนี้เลย พร้อมได้สักกี่น้ำกันเชียว ตั้งอาทิตย์หน้าโน่น ต้องเจอกับเชลซีก่อนพรุ่งนี้ แล้วก็กับโรม่าในแชมเปี้ยนส์ลีกอีกไม่ใช่เหรอ ทีมยักษ์ๆ ทั้งนั้นนี่ ไหวเหรอ...ผีก็ผีเถอะ

อ้าวนี่ดูถูกไม่ได้นะจะบอกให้ อย่าลืมสิ ว่าตอนนี้ใครอยู่อันดับหนึ่งของตาราง ใช่ไหมครับอันดับสี่ พูดจบเขาก็หัวเราะเป็นการเยาะเย้ยอีกฝ่าย เพราะเขาหมายถึงอันดับของทีมรักในแชมป์ลีก ที่ทีมรักของเขาครองอันดับหนึ่งอยู่ ต่างจากทีมฝั่งตรงข้ามของเธอที่อยู่ในอันดับที่สี่รองจากทีมของเขาอยู่มากโข

ย่ะ...พ่อคนขี้โอ่ ไม่ต้องมาทับถมฉันหรอก นายน่ะเตรียมตัวแพ้ไว้ได้เลย เตรียมน้ำตาไว้ตกในด้วยล่ะ เพราะหงส์เองก็เตรียมตัวมาอย่างดีเหมือนกัน

กลางชลอดที่จะหัวเราะไม่ได้ ไม่รู้ว่าความโกรธหายไปไหนหมด ถ้าเทียบกับวันแรกที่เขาเคยต่อปากต่อคำกับเธอ เหมือนเป็นเรื่องตลกเสียมากกว่า

แล้วที่เธอเพียรพยายามโทรหาเรา แค่จะถามเรื่องบรรณานุกรมเองเหรอ เมื่อตอนบ่ายใครกันนะที่โกรธเราเป็นฟืนเป็นไฟ แถมยังบอกอีกว่าให้ไปตายแล้วเกิดใหม่ก็อย่าชื่อกลางชลอีก

คนฟังเงียบในทันที เธอรู้สึกผิดมากที่พูดรุนแรงเกินไป ถ้าเป็นใครก็คงจะรู้สึกแย่มากทีเดียว เอ่อ...ฉัน...ฉันจะรีบทำรายงานให้เสร็จ แค่นี้ก่อนละกันนะ

น้ำหนึ่งวางสายไปทันที ทำไมเธอถึงไม่กล้าที่จะพูดคำว่าขอโทษออกไป ขณะที่นายนั่นยังกล้าที่จะพูดกับเธอในวันนี้ เพราะไม่ได้พูดกับเขา ความรู้สึกผิดจึงยังไม่จางหายไปง่ายๆ เธอเขียนบรรณานุกรมเสร็จแล้วก็เขียนสารบัญ และคำนำตามลำดับ

รายงานเล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของความขัดแย้งระหว่างปาเลสไตน์และอิสราเอล ซึ่งเป็นเรื่องราวที่น่าค้นหา และมีข้อมูลไม่ค่อยมากนัก รายงานเล่มนี้จะสำเร็จขึ้นมาไม่ได้ถ้าขาดบุคคลเหล่านี้ ขอบคุณบุพการีที่ให้การสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้เสมอมา และที่สำคัญ ขอบคุณนายกลางชล เศวตสุขบริรักษ์ สำหรับข้อมูลและรายละเอียด

เด็กสาวจดปลายปากกาเขียนชื่อเขาลงไปเพื่อเป็นการขอบคุณเขา แม้ว่าเขาจะไม่ได้มาเห็นก็ตาม แต่เธอก็อยากใส่ชื่อเขาไปด้วย อย่างน้อยก็จะทำให้อาจารย์ได้รู้ว่าเขาเป็นคนที่มีน้ำใจมากมายเพียงไหน

ในขณะเดียวกัน เมื่อน้ำหนึ่งวางสายไปแล้ว กลางชลก็มานอนเปิดฟังข้อความที่เธอฝากไว้ถึงเขาต่อ เขาฟังไปก็ยิ้มไป เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ากำลังยิ้มกับเสียงแหลมๆ เล็กๆ ที่แหวใส่เขาหลายข้อความ

นายกลางชล นี่นายไปตายแล้วเกิดใหม่จริงๆ เหรอ ถ้าเกิดใหม่ก็อย่าลืมชื่อกลางชลเหมือนเดิมนะ ฉันกลัวว่าฉันจะจำนายไม่ได้... ข้อความที่สิบ น้ำเสียงของเจ้าหล่อนอ่อนลงกว่าเดิม

ฉันว่าฉันต้องจำนายได้แน่ เพราะจอมกวนประสาทมีนายแค่คนเดียวเท่านั้นแหละ โกรธฉันรึไง เปิดเครื่องมาคุยกันเลยนะนายบื้อ... ข้อความที่สิบเอ็ด เสียงเริ่มแข็งขึ้นมาอีกรอบ

ฉันขอโทษนะนายชล ฉันขอโทษที่ฉันว่านายแรงเกินไป... ข้อความที่ยี่สิบสาม เสียงของยัยจอมแสบเริ่มเครือๆ เหมือนกำลังใจไม่ดี

ฉันบอกว่าขอโทษแล้วไงยะ นี่นายเปิดเครื่องมาให้อภัยฉันสิ นายรู้จักให้อภัยคนอื่นเขาบ้างไหม... ข้อความที่ยี่สิบสี่ เสียงแข็งเหมือนเดิมแล้ว

เปิดเครื่องสินายชล นายจะโกรธฉันไปถึงไหน ถ้าไม่เปิดขอให้นายตกวิชาประวัติศาสตร์ ข้อความสุดท้ายที่เธอฝากไว้ แสบไม่ใช่เล่นนะยัยบ๊องนี่

เมื่อฟังครบทั้งยี่สิบห้าข้อความแล้ว กลางชลก็หัวเราะออกมาให้กับความบ้าของเธอ ข้อความส่วนใหญ่จะเป็นน้ำเสียงห้วนๆ แข็งๆ ตามปกติที่เธอชอบใช้เวลาพูดกับเขา แต่ข้อความที่เธอเอ่ยปากบอกว่าขอโทษเขานั้น เขาเปิดฟังมันซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นไม่รู้จักเบื่อ

ฉันขอโทษนะนายชล ฉันขอโทษที่ฉันว่านายแรงเกินไป...

น้ำเสียงของเธอเหมือนจะร้องไห้ และเหมือนกับว่าเธอรู้สึกผิดจริงๆ เขาฟังมันซ้ำไปซ้ำมาเพื่อจับจุดว่าคนพูดรู้สึกยังไงกันแน่ และข้อความนั้นเป็นข้อความที่ยี่สิบสาม เมื่อเขามาเปิดเช็คดูเวลาของข้อความที่ยี่สิบสี่ มันห่างกันถึงครึ่งชั่วโมง!

ยัยนั่นหายไปทำอะไรครึ่งชั่วโมง ในขณะที่ข้อความอื่นๆ เวลาห่างกันแค่เพียงไม่เกินห้านาทีเลยสักข้อความ เขาทั้งแปลกใจและเอะใจ อดที่จะคิดจินตนาการไปต่างๆ นานาไม่ได้ ไม่มีทาง...คนอย่างยัยนั่นคงไม่ร้องไห้ง่ายๆ หรอกมั้ง ข้อความที่ยี่สิบสี่ก็พูดเสียงห้วนๆ เหมือนปกตินี่นา เขาคิดในใจ




นวนิยายเรื่องนี้ไร้สิ้นคอมเมนต์เสียจริง
ใยเล่ามีเพียงนักอ่านเงา เห็นแก่ดวงแดของคนเขียนบ้าง
กว่าจะกลั่นกรองจากสมองและซีรีบัม มันก็ยากโขอยู่นา
ฤๅจะสิ้นไร้ไปทั้งเรื่องดี? ไม่ต้องเอามาลงต่อเลย...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

347 ความคิดเห็น

  1. #339 xวๅuจัe (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 16:39
     หนุกอ่่า
    #339
    0
  2. #270 ' Reborn~ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มีนาคม 2553 / 16:23
    ชอบมากๆ
    #270
    0
  3. #224 อโยธยานารี (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2552 / 15:06
    สนุกมากค่า ^^
    #224
    0
  4. #190 OISHI~GREEN_CLEVER♥ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กันยายน 2552 / 19:18

    สนุก จังง!!!

    >o<

    เปนนิยาย เรื่องแรกที่อ่านได้อย่างไม่เบื่อเรย

    >>สักนิด >..<

    เขียนต่อปัยนะคะ ^o^

    สู้ๆๆ ++

    #190
    0
  5. #150 เจ้าพิณ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2552 / 13:44
    สู้ๆนะคะพี่ปิง 


    ชอบค่ะชอบ
    #150
    0
  6. #119 CREAM zZ~ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 เมษายน 2552 / 11:51
    ว้าย สนุก อ๊ากกก...
    #119
    0
  7. #107 oppypang (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2552 / 16:26
    โถๆๆๆ สงสารคนแต่ง







    เม้นๆๆๆๆ เราคนไทยมีน้ำใจต่อกันค่ะ :)))
    #107
    0
  8. #77 sialy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มีนาคม 2552 / 17:28
    ปากไม่ตรงกับใจ
    #77
    0
  9. #54 เด็กแนว_hiphop (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 / 13:03
    น้ำหนึ่งนิสัยเหมือนคนเขียนค่ะ เฮะๆๆๆๆๆๆๆๆ เป็นคนปากไม่ตรงกับใจ
    #54
    0
  10. #53 นิด้า (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 / 12:13
    สงสารกลางชลจังเยย



    เมื่อรัยน้ำหนึ่งจะเลิกปากแข็งเนี่ย
    #53
    0
  11. #51 Zeen_kab (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 / 10:42


    น้ำหนึ่งนี่ปากกะจัยไม่ตรงกันเรย

    น่าสงสารกลางชล
    #51
    0