[Liverpool VS Man U] ♥ ลุ้นรักศึกแดงเดือด

ตอนที่ 7 : [ Match IV ] : โทรมาได้ตลอดนะยัยบ๊อง...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 555
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    17 เม.ย. 52

 


วันนี้ทั้งวันเป็นวันที่น้ำหนึ่งไม่เป็นอันเรียน เพราะอารมณ์เสียกับนายนั่น ยิ่งได้เห็นหน้านายนั่นทั้งวันยิ่งทำให้เธอปรี๊ด อยากจะจิกหัวนายนั่นแล้วข่วนๆๆๆๆ เสียจริงๆ เลย ฮึ่ม...

พอเลิกเรียนปุ๊บเธอก็เก็บกระเป๋าแล้วเดินออกนอกห้อง ไม่คุย ไม่เสวนากับใครทั้งสิ้น จนเคนกับวีวี่ต้องมองหน้ากันแล้วพูดว่า เค้าเป็นอะไรของเค้า พร้อมกันอย่างงงๆ

น้ำหนึ่งเดินลิ่วๆ ลงมาจากอาคารก็ได้เจอกับโอ๊ค ที่มาดักรอเธออยู่แล้ว เมื่อเห็นหน้าคนที่ตนกำลังรออยู่ โอ๊คจึงได้ทีเอ่ยปากทวงสัญญาทันที

น้ำ...วันนี้เราไปกินไอติมกันได้แล้วใช่ไหม วันนี้น้ำจะกินไอติมรสอะไรดีครับ รสสตรอเบอร์รี่ไหม หวานๆ ดูเป็นผู้หญิงดีนะ

เขาพูดโดยที่ไม่ได้สังเกตหน้าบึ้งๆ ของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

ไปดิ๊...ยืนรออะไรอยู่อีกเล่า!” เธอตวาดจนชายหนุ่มต้องสะดุ้งโหยง รู้สึกแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นเธอในมุมนี้มาก่อน เขาก็ทำได้แค่หัวเราะแห้งๆ แล้วเดินตามเธอไป

เคนกับวีวี่เดินลงมาเห็นพอดี จึงยิ่งแปลกใจหนักเข้าไปอีก ว่าทำไมเพื่อนสาวของพวกเขา ครั้งนี้ถึงได้ยอมไปกับนายโอ๊คอย่างง่ายดายได้

มาถึงที่ร้านไอศกรีมน้ำหนึ่งก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง เมื่อพนักงานมารับออเดอร์เธอก็สั่งๆๆ จนคนที่มาด้วย (และจ่ายเงิน) อย่างโอ๊คถึงกับอึ้งกิมกี่

เอาช็อกโกแลตซันเดย์ วานิลาบาวาเลี่ยน อเมริกันช็อกโก้ ซูเปอร์สตรอเบอร์แหล บลาๆๆ~”

อะ...เอ่อ...ของผม...เอา...เอาไอติมรสชาเขียว ๒ ก้อนก็พอครับ ก้อนละสิบบาทใช่ไหมครับ เมื่อโอ๊คได้เห็นอีกฝ่ายสั่งแล้วเขาก็แทบปาดเหงื่อ อาจจะต้องปาดเลือดด้วย เพราะถูกขูดเลือดขูดเนื้อไปโครมใหญ่

ตอนนี้ขึ้นราคาเป็นก้อนละสิบห้าบาทแล้วค่ะ พนักงานสาวบอก

หะ...ห๊า~ เหรอครับ อ่ะ...งั้นผมเปลี่ยนใจเอาแค่ก้อนเดียวก็พอแล้วอ่ะครับ แหะๆ

เมื่อสาวเสิร์ฟรับออร์เดอร์ไปแล้วโอ๊คก็หันมายิ้มแห้งๆ ให้น้ำหนึ่งที่กำลังนั่งหน้าบูดอยู่ เธอไม่ได้สบอารมณ์ที่จะมาอารมณ์ดีกับหน้าทะเล้นของอีกฝ่าย

น้ำหนึ่งจัดการกับไอศกรีมที่ตั้งเรียงรายอยู่ตรงหน้าด้วยความโมโห ฮึ! นายกลางชลจอมกวน บังอาจมาก นี่ฉันจะทำรายงานเรื่องอะไรดีเนี่ย

ส่วนคนจ่ายเงินอย่างโอ๊คก็ได้แต่ตักไอศกรีมเข้าปากตาปริบๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก เขาไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมกลางชลถึงได้เรียกหล่อนว่า ยัยจอมแสบ ทุกครั้งที่พูดถึง เขาส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้คนนั่งตรงข้ามเป็นระยะๆ แต่หล่อนก็ไม่ได้สนใจอะไรนอกจากตะบี้ตะบันกินจนหมดทุกถ้วยจนได้

ฮ้าาาา~ อิ่มจังเลย... น้ำหนึ่งเอามือลูบท้องป้อยๆ พร้อมกับอารมณ์ที่ดีขึ้นมา นายไม่กินอีกสักสองถ้วยเหรอ อร่อยดีนะ ฉันว่าดูท่าทางนายไม่ค่อยอร่อยเลยอ่ะ

เอ่อ...เราอิ่มแล้วแหละ น้ำล่ะอิ่มไหม แค่น้ำกินอิ่มนอนหลับเราก็ดีใจแล้วล่ะ คนพูดถามไปงั้น ถ้าเธอจะกินอีกเขาเองนี่แหละที่จะตายเสียก่อน (กระเป๋าแบนแล้วยังจะมีหน้ามาปากหวาน)

ฉันอิ่มแล้วแหละ ถ้างั้น...เรากลับกันเลยไหม ฉันมีรายงานต้องทำอีก ยังไม่รู้เลยว่าจะทำเรื่องอะไรดี ขืนเธอจะกินต่ออีก อีกฝ่ายเห็นทีคงจะไม่ไหวแล้ว

โอ๊คเรียกพนักงานมาคิดเงิน ทั้งหมดหกร้อยเจ็ดสิบสี่บาทค่ะ พนักงานสาวรายงานค่าไอศกรีมแก่ลูกค้า แต่ลูกค้าเจ้ากรรมแทบจะลากเลือดทีเดียว เขาหยิบกระเป๋าเงินออกมาแล้วควักเงินจำนวนหนึ่งให้พนักงาน และในกระเป๋าเงินของเขาก็เหลือแบงก์ยี่สิบเพียงหนึ่งใบเท่านั้น

ทั้งสองเดินออกมาจากร้านไอศกรีมแล้ว โอ๊คก็ขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งน้ำหนึ่งที่บ้าน เป็นครั้งแรกที่น้ำหนึ่งยอมให้ผู้ชายมารู้จักบ้านของตนนอกจากเคน เพราะเห็นว่าเริ่มค่ำแล้ว เธอจึงยอมรับความหวังดีของเขา

น้ำหนึ่งกลับมาบ้านแล้วก็ต้องมานั่งกลุ้มอยู่กับรายงานวิชาประวัติศาสตร์ ว่าจะเปลี่ยนมาทำเรื่องอะไรดี แต่ละเรื่องก็มีแต่ที่เนื้อหาเยอะทั้งนั้น เหลืออีกไม่กี่วันก็จะถึงกำหนดส่งแล้ว เด็กสาวนั่งกุมขมับเหม่อลอย สายตาจับจ้องไปที่โทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้ตั้งแต่กลับมาถึง

ทหารอิสราเอลยิงมือปืนชาวปาเลสไตน์รายหนึ่งเสียชีวิต คาดว่าพรรคฝ่ายขวาจะกลับมาครองอำนาจ…’

เสียงของผู้ประกาศข่าวสาวดังขึ้นกระทบหูของน้ำหนึ่ง ทำให้เธอหลุดออกมาจากความกลุ้มใจและนึกขึ้นได้ในทันที แล้วเธอก็ลุกลี้ลุกลนไปหาหนังสือเรียนเก่าๆ ที่เก็บเอาไว้ในลังกระดาษ แล้วเด็กสาวก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาพินิจพิจารณา

ทำเรื่องนี้แหละ ข้อมูลมีน้อยแต่ก็ยังดีกว่าไม่มี เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปหาเพิ่มในห้องสมุดดีกว่า

เธอวางหนังสือ ประวัติศาสตร์ยิว เอาไว้บนโต๊ะทำการบ้าน แล้วรีบกดโทรศัพท์ไปหาเคน เพื่อบอกกับเพื่อนว่าตนจะทำรายงานเรื่องใด เพราะเผื่อบางทีที่บ้านของเขาจะมีข้อมูลให้เธอบ้าง

อื้อ...ไอ้น้ำเหรอ ว่าไง ทำเรื่องยิวเหรอ อือ...เดี๋ยวข้าจะลองหาให้ละกัน หนังสือของพี่บิลล์ก็คงจะพอมีมั้ง

อืม ขอบใจมากนะไอ้เคน ว่าแต่ตอนนี้แกทำอะไรอยู่วะเนี่ย กว่าจะรับสายฉันได้เด็กสาวทักเพื่อนหลังจากที่ได้ยินเสียงบรรยากาศไม่ค่อยคุ้นจากปลายสาย

อยู่กับนายกลางชล พอดีบ้านนายชลมีหนังสือเยอะดีอ่ะ อีกอย่าง...ข้ามาตามคำเรียกร้องของหัวใจด้วยว่ะ ท้ายประโยคเคนพูดเป็นเชิงกระซิบ เพราะกลัวว่าเจ้าของบ้านจะได้ยิน

แหม...เดี๋ยวนี้ชักจะเอาใหญ่แล้วนะแก ถึงขนาดจะเข้าตีสนิทศัตรูเลยเหรอ อีกฝ่ายพูดจิกแกมหมั่นไส้

ใครว่าเป็นศัตรูของข้า ศัตรูของแกคนเดียวแหละไอ้น้ำ ข้าว่านายชลก็นิสัยดีออกนะ หัดเปิดใจให้กว้างซะบ้าง

อ๋อนี่แกเห็นคนอื่นดีกว่าเพื่อนตัวเองแล้วเหรอไอ้เคน ดีเลย...งั้นแกก็ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกับฉันอีก

ไอ้น้ำ...แกมีเหตุผลหน่อยสิวะ ข้าไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะเว้ย นี่แกเป็นเพื่อนข้าหรือเป็นแฟนข้าวะเนี่ย หึงข้ากับนายชลจนหน้ามืดตามัวไปหมดแล้วรึไง พูดจบเคนก็หัวเราะติดตลก

ไอ้บ้า คิดอะไรให้มีสาระได้ไหม ฉันยิ่งเครียดๆ เรื่องรายงานอยู่ แค่นี้แหละนะ ฉันจะรีบไปทำงานแล้ว

หลังจากที่วางสายจากน้ำหนึ่งไปแล้ว เคนก็กลับเข้าไปในบ้าน พอดีกับที่ใบบัวนำจานผลไม้มาเสิร์ฟที่โต๊ะ เคนนั่งลงที่เดิมแล้วทำรายงานต่อ

แหม...มีคนส่งเสบียงน่ารักแบบนี้ พี่กับนายชลถึงได้มีกำลังใจทำรายงานไงล่ะครับ เคนได้ทีก็หยอดคำหวานใส่ใบบัว กลางชลเหล่ตามองเป็นเชิงว่า ไม่เกรงใจเขาที่นั่งอยู่ตรงนั้นบ้างเลยหรือไง ทำให้คนพูดทำหน้าเจื่อนๆ กลบเกลื่อนความเจ้าชู้

กำลังใจของพี่ชลน่ะใช่ แต่กำลังใจของพี่เคนเห็นทีน่าจะเป็นสาวที่เพิ่งวางสายเมื่อกี้มากกว่านะคะใบบัวตอกกลับจนคนทำหน้าเจื่อนได้แต่ยิ้มแหยๆ แล้วจึงแก้ตัวให้ตัวเอง

ไม่ใช่สาวๆ ที่ไหนหรอกครับน้องบัว ไอ้น้ำมันโทรมาบอกว่ามันจะทำรายงานเรื่องยิวอ่ะ แถมยังด่าพี่ซะหูชาไปหมดว่าพี่มาบ้านนายชลเนี่ย

กลางชลแอบหัวเราะ ยัยเดอะ ค็อปจอมแสบพาลคนอื่นไปทั่วจริงๆ ยัยนั่นให้นายช่วยหาข้อมูลให้เพิ่มเติมสินะ

พี่เคนลองไปหาให้พี่น้ำดูสิคะ เดี๋ยวบัวช่วยหาด้วยก็ได้ค่ะ ใบบัวเสนอความคิดเห็น

เห็นทีคงจะไม่รบกวนน่ะครับน้องบัว ถ้าไอ้น้ำมันรู้ว่าพี่ยืมหนังสือจากบ้านนายชลไปให้มัน มันวีนพี่ตายแน่เลย ไม่เอาอ่ะครับพี่ยังไม่อยากตาย พี่ยังอยากเห็นหน้าน้องบัวอยู่น่ะครับ คนพูดพูดจบก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ ใบบัวได้แต่ยิ้มด้วยความเขินอาย

นี่นาย...ให้มันน้อยๆ หน่อย น้องเรานะ พี่ชายเขานั่งอยู่ตรงนี้ทนโท่ก็ช่างกล้าเสียจริง กลางชลพูดติดตลกเป็นเชิงแซว ทำให้เคนยิ้มแหยๆ อีกครั้ง

ใบบัวอดหัวเราะไม่ได้กับท่าทีของเคน สักพักเคนก็ขอตัวกลับ พร้อมกับยืมหนังสือไปด้วยส่วนหนึ่งเพื่อทำหัวข้อที่ยังทำไม่เสร็จไปทำที่บ้าน

ขอบใจนายมากนะชล ที่ให้ยืมหนังสือ แล้วก็...ขอบใจสำหรับมิตรภาพดีๆ

อืมม์ คิดอะไรมากเล่า ยังไงเราก็เพื่อนกัน เจ้าบ้านตบบ่าเบาๆ แล้วยิ้มรับอย่างยินดี แล้วเคนก็ขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน

 

อีกไม่กี่วันก็จะถึงกำหนดส่งรายงานวิชาประวัติศาสตร์โลกแล้ว แต่เท่าที่น้ำหนึ่งหาข้อมูลมาได้ เธอได้รายงานแค่เพียงห้าหน้าเท่านั้น ยังเหลืออีกหลายหัวข้อทีเดียวที่เธอยังไม่สามารถหาข้อมูลได้

กลางชลเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะของตนเอง เขาสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของคนนั่งโต๊ะถัดไป ซึ่งปกติเธอจะคอยหาเรื่องมาทะเลาะกับเขา แต่วันนี้เธอกลับนั่งทำงานอยู่เงียบๆ คนเดียว

ตอนพักกลางวันของวันนั้น ตามปกติน้ำหนึ่งจะพูดจิกกัดชายหนุ่มก่อนไปกินข้าว ราวกับว่าถ้าไม่ได้ทะเลาะกับเขาก่อนจะกินข้าวไม่ลง แต่วันนี้หลังจากที่อาจารย์ปล่อยให้ไปกินข้าวแล้ว หญิงสาวก็เดินออกไปจากห้องเงียบๆ ไม่สุงสิงกับใคร ผิดจากความเป็นจริงจนกลางชลเก็บงำความสงสัยไว้ไม่ไหว เขาจึงแอบตามเธอไปเงียบๆ

เธอเดินออกมาจากห้องเรียนก็ตรงไปที่ห้องสมุดทันที ส่วนคนที่แอบตามมาก็นึกสงสัยไปอีกว่าทำไมเธอจึงไม่ยอมไปกินข้าวก่อน

น้ำหนึ่งตรงไปหาหนังสือด้วยความตั้งใจ ในใจก็ได้แต่กังวลว่ารายงานจะเสร็จไม่ทันกำหนด เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เธอก็ถือหนังสือออกมาจากชั้นหนังสือเพียงสองเล่มเท่านั้น หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความกลุ้มใจ

กลางชลที่นั่งเอาหนังสือบังหน้าอยู่ที่มุมหนึ่งเห็นว่าเธอเดินไปยังเคาน์เตอร์เพื่อยืมหนังสือแล้ว เขาจึงรีบเดินออกไปรอเธอที่ด้านหน้าอาคาร

เวลาพักกลางวันหมดไปแล้ว น้ำหนึ่งกลับมาที่ห้องเรียนเพื่อเตรียมตัวเรียนในวิชาตอนบ่ายต่อไป กลางชลทำทีเข้ามาทีหลัง เขาอดจะเหลือบไปมองคนที่นั่งห่างกันแค่ไม่กี่คืบไม่ได้ เธอยังไม่ได้กินข้าว แม้แต่น้ำก็ยังไม่ผ่านปากบางนั้นเลยสักหยด

ไอ้น้ำ...แกไปไหนมาวะ ไม่เห็นไปกินข้าวเลย เคนแอบกระซิบถามคนข้างๆ ทำให้น้ำหนึ่งรีบปรับสีหน้าเป็นปกติแล้วตอบว่า

กินแล้ว แต่ฉันไปกินช้าหน่อยน่ะ ไปหาหนังสือที่ห้องสมุดมา

ยัยนี่...ยังไม่ได้กินข้าวและยังจะมาโกหกเพื่อนอีกนะเนี่ย กลางชลที่แอบฟังอยู่คิดในใจ

เด็กหนุ่มไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องสนใจยัยนั่นขนาดนี้ด้วย แถมเขายังเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องตลอดบ่ายอีกต่างหาก จนกระทั่งเลิกเรียน เขาก็เห็นว่ายัยจอมแสบรีบผลุนผลันกลับบ้านจนน่าแปลกใจ

เคนกำลังจะกลับบ้าน แต่กลางชลก็เรียกไว้ เคน...เรามีเรื่องจะถามหน่อยน่ะ เราไปนั่งคุยกันที่โต๊ะหินอ่อนหน้าอาคารกันก่อนดีไหม

ภายในบริเวณหน้าอาคารเรียนที่มีแต่เด็กนักเรียนเดินไปเดินมาด้วยความพลุกพล่านท่ามกลางบรรยากาศหลังเลิกเรียน ใบบัวเดินมาหาพี่ชายเพื่อรอกลับบ้านพร้อมกัน

วันนี้ยัยจอมแสบเป็นอะไรไป ทำไมไม่หาเรื่องชวนเราทะเลาะเหมือนเคยน่ะเคน นายพอจะรู้ไหม

เคนยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนตอบ ไอ้น้ำมันคงเครียดเรื่องรายงานน่ะ จะส่งแล้วมันยังทำไม่เสร็จเลย นายเป็นห่วงไอ้น้ำมันเหรอ

เปล่า... คนพูดสีหน้ามีพิรุธ วันนี้เราเห็นยัยนั่นไม่ได้กินข้าวนะ

หือม์...นายรู้ได้ยังไงน่ะชล นายแอบสะกดรอยตามไอ้น้ำรึไง เคนมองตาถลนด้วยความสงสัย อีกฝ่ายกลับพยักหน้ารับแทนคำตอบ

ใบบัวกับเคนมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ ปากบอกว่าเปล่า ไม่ได้สนใจเลยสักนิด แต่กลับแอบตามไปดูว่าไปไหน ไปทำอะไร ทั้งสองมองหน้ากันอย่างรู้กัน ว่าต้องคิดเหมือนกันอย่างแน่นอน

นายพอจะรู้จักบ้านยัยนั่นอยู่ใช่ไหม อืมม์...ช่วยเขียนแผนที่ให้เราหน่อยได้ไหม

เคนยิ้มเหมือนจะรู้ทันความคิดของอีกฝ่าย เขาจึงจัดการหากระดาษมาวาดแผนที่บ้านของน้ำหนึ่งให้กับกลางชล

ช่วงหัวค่ำของเย็นนั้น หลังจากที่กลางชลกินข้าวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อแม่และใบบัวแล้ว เขาก็ใช้เวลาหมดไปกับการหาหนังสือ จนแม่สงสัย

หาหนังสืออะไรอยู่ลูก รายงานยังไม่เสร็จอีกเหรอ

เปล่าครับแม่ รายงานผมน่ะเสร็จแล้ว แต่ของเพื่อนผมยังไม่เสร็จ ผมเลยจะช่วยเพื่อนหาข้อมูลน่ะครับ

แม่พยักหน้ารับรู้ แล้วก็ไม่ได้ยุ่งอะไรอีก ใบบัวแอบเห็นพี่ชายของตนตั้งหน้าตั้งตาหาหนังสือ เธอจึงเข้าไปช่วยเขาหาอีกแรง

หาเรื่องของประวัติศาสตร์ยิวอยู่หรือเปล่า พี่ชล

กลางชลมองหน้าน้องสาว อีกฝ่ายมองหน้าเขาอย่างรู้เท่าทันความคิด เขาไม่ได้ตอบอะไร ใบบัวรู้ดีว่าพี่ชายของตนคงไม่อยากจะพูดอะไรมาก เพราะกลัวว่าความจริงในใจจะผุดออกมา

 

ลางชลมายืนอยู่หน้าบ้านของน้ำหนึ่งจนได้ เวลาจวนจะดึกเต็มทีแล้ว ถ้าเขากดออด พ่อกับแม่ยัยนั่นต้องหาว่าเขามาหายัยนั่นไม่รู้เวลาเป็นแน่ ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะเดินลัดเลาะไปตามรั้วเพื่อสังเกตการณ์ดูว่าห้องไหนที่น่าจะเป็นห้องนอนของเธอ

น้ำหนึ่ง! น้ำหนึ่ง! เธออยู่หรือเปล่าน่ะ

เจ้าของชื่อได้ยินเสียงใครคนหนึ่งเรียกตนแว่วๆ จึงได้แหวกผ้าม่านโผล่หน้าไปดู แล้วเธอก็ต้องตกใจอย่างมากที่คนที่ยืนอยู่บริเวณข้างๆ รั้วบ้านของเธอเป็นนายกลางบึงนั่น

เด็กสาวเปิดประตูออกไปที่ระเบียงอย่างเงียบๆ เพราะเธอกลัวว่าพ่อกับแม่จะตื่นมาเห็นว่ามีผู้ชายมาหาตนถึงที่บ้าน

นายบ้า...นี่นายมาได้ยังไงน่ะ แล้วนายมาทำไม

ลงมาคุยกันหน่อยสิ เร็ว...เดี๋ยวพ่อแม่เธอก็ตื่นมาหรอก เล่นตะโกนลงมาซะขนาดนั้น

ภายในเวลาไม่กี่วินาที หญิงสาวก็มายืนอยู่ตรงหน้าเขา มีเพียงรั้วอัลลอยด์เท่านั้น ที่กั้นอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสอง กลางชลเกาะรั้วราวกับเกาะลูกกรงก็ไม่ปาน

นายมาทำอะไรที่นี่ดึกๆ ดื่นๆ แล้วนี่นายรู้จักบ้านฉันได้ยังไง

ทีละคำถามได้ไหม... เด็กหนุ่มแกล้งทำหน้าเซ็ง เราเห็นวันนี้เธอไม่ได้กินข้าวกลางวันใช่ไหม

อีกฝ่ายแปลกใจว่าทำไมเขาจึงรู้ เพราะตนอยู่ที่ห้องสมุดตลอดพักกลางวันวันนี้ และมั่นใจว่าไม่มีใครรู้ว่าเธอไม่ได้กินข้าว เหมือนเขาจะรู้ความคิดของเธอ

ไม่ต้องแปลกใจหรอกว่าทำไมเราถึงรู้ เราจะบอกเธอก็ได้ว่าวันนี้เราแอบตามเธอไป คนพูดหลุบตาลงต่ำ เพราะเราใช่ไหม ที่ทำให้เธอต้องเปลี่ยนเรื่องทำรายงาน เพราะเราหรือเปล่า ที่ทำให้เธอกลุ้มใจอยู่ตอนนี้

ฝ่ายคนฟังได้แต่ยืนนิ่ง เธอพูดอะไรไม่ออก นี่เขาสนใจเธอขนาดนี้เชียวหรือ ที่เธอไม่ชวนเขาทะเลาะเพราะเครียดจนไม่อยากยุ่งกับใคร เขา...สังเกตด้วยหรือ หญิงสาวกลับหลังหันเพื่อหันหลังให้คนตรงหน้า

เราขอโทษเธอนะน้ำ ที่เรามาวันนี้ เรามาเพื่อเอาหนังสือมาให้เธอ เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ทำให้เธอต้องเริ่มทำรายงานใหม่ เธอทำถึงไหนแล้ว เอ่อ...มีอะไรให้เราช่วยก็บอกได้นะ ของเราเราทำเสร็จแล้วแหละ

กลางชลยื่นหนังสือในมือที่ถือมาด้วยให้คนตรงหน้าลอดผ่านช่องรั้วมา เธอรับมาถือไว้ ขณะที่ยื่นมือไปหญิงสาวก็ไม่กล้าหันไปมองเขา เพราะกลัวว่าเขาจะเห็นสีหน้าของตนเองในตอนนี้ เธอก้มมองดูก็รู้ว่ามันคือหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สงครามระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์อย่างละเอียด

เธอก็ไม่ต้องแปลกใจด้วยว่าทำไมเราถึงมีหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เยอะแยะ เพราะพ่อเราทำงานเกี่ยวกับโบราณคดี เลยสนใจเรื่องของประวัติศาสตร์ เราถึงได้รู้สึกผิดที่ไม่ยอมเป็นฝ่ายเปลี่ยนเรื่องรายงานเอง

นายมาทำแบบนี้เพื่ออะไร ต้องการอะไรจากฉัน หลังจากที่เงียบอยู่นาน น้ำหนึ่งก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉยชา

กลางชลไม่ตอบ เขาเอื้อมมือไปคว้ามือข้างหนึ่งของคนตรงหน้ามากุมไว้ แต่เขาไม่กล้าแม้แต่เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ เราทำเพื่อต้องการขอโทษเธอจริงๆ นะน้ำ ถ้าเธอจะไม่ให้อภัยเราก็ไม่เป็นไร

ชายหนุ่มกลับหลังหันบ้าง เขาเริ่มก้าวออกมาจากตรงนั้น น้ำหนึ่งหันหน้ากลับมา แต่ก็เห็นเพียงแผ่นหลังของเขาที่ค่อยๆ ห่างออกไปช้าๆ เธอมองออกไปนอกรั้วคือสิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้

เดี๋ยวก่อน...นายกลางชล นายอย่าเพิ่งไป คนถูกเรียกรั้งไว้หยุดกึกในทันที ฉัน...ขอบคุณนายมากนะ

กลางชลตาโตอย่างคาดไม่ถึง ว่าเขาจะได้รับฟังคำขอบคุณของอีกฝ่าย น้ำเสียงของเธอจริงจังเสียจนเขาไม่กล้าคิดว่าเธอจะพูดเพื่อประชด

เขากลับไปแล้ว น้ำหนึ่งจึงเดินเข้าไปในบ้าน เธอลองเปิดดูเนื้อหาด้านในแต่ก็ต้องเปิดเจอหน้าที่มีกระดาษคั่นไว้ เธอจึงหยุดดูกระดาษแผ่นนั้น ความว่า...

๐๘๕-๔๑๒๕๔xx มีปัญหาหรือไม่เข้าใจตรงไหนก็โทรมาได้ตลอดนะยัยบ๊อง...

เด็กสาวยิ้มให้กับกระดาษแผ่นเล็ก อยากปรึกษาตายล่ะตาบ้า แถมมาว่าเราว่ายัยบ๊องอีกนะ อย่างน้อยครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เขาทำให้เธอรู้สึกดีๆ และมองเขาในแง่ดีขึ้นมาบ้าง


โปรดติดตามตอนต่อไปในโอกาสหน้า
ชอบ / ไม่ชอบอย่างไรก็ติชมได้ รับได้หมดค่ะ ..
ขอกำลังใจด้วยการเม้นท์หรือโหวตหน่อยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

347 ความคิดเห็น

  1. #223 อโยธยานารี (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2552 / 15:01

    อ่า ตอนนี้น่ารักจังเลย

    #223
    0
  2. #189 OISHI~GREEN_CLEVER♥ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กันยายน 2552 / 18:47
    อุ๊ยย!!

    >//<

    ปิ๊งๆ กัล แร้วว

    น่ารัก จัง^^'
    #189
    0
  3. #130 som (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2552 / 14:47
    น่ารักอ่าาาา~~



    พล๊อตเรื่องแปลกดี >___<



    สู้ๆ สู้ตาย หงส์แดงสู้ๆ (55)



    จังซี้มันต้องถอน~~~ เอิ๊กๆ
    #130
    0
  4. #106 oppypang (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2552 / 16:07
    ชอบๆๆๆ อัพอีกนะ



    สู้ๆนะค๊า....



    เป็นกำลังใจให้ > <
    #106
    0
  5. #76 sialy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มีนาคม 2552 / 17:27
    สู้ๆๆนะค่ะ
    #76
    0
  6. #50 nanenaw (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2552 / 17:21
    สนุกมากครับ
    #50
    0
  7. #47 i am sorry (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2551 / 22:49
    เม้นๆๆๆๆๆค่ะ

    เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ

    สู้ๆค่ะ

    มาอัพเร็วๆน่ะค่ะ

    อย่าพึ่งท้อน่ะค่ะ
    #47
    0
  8. #45 yunjae_eunhae (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 / 16:24
    อ่ะคร่า

    มาเม้นหั้ยน๊า

    สู้ๆ

    อัพหน่อย
    #45
    0