[Liverpool VS Man U] ♥ ลุ้นรักศึกแดงเดือด

ตอนที่ 25 : [ Match XVIV ] : เราเองก็จะเริ่มรับเธอไม่ได้แล้วนะ...น้ำหนึ่ง!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 พ.ย. 52

            มีเวลาเพียงแค่ไม่ถึงห้านาที ที่กลางชลต้องเดินออกไปตามหญิงสาวกลับเข้ามา หล่อนคงไม่อยู่ในบ้านแล้วเป็นแน่ เพราะเขารู้จักคนอย่างเธอดี บริเวณบ้านเงียบเชียบเนื่องจากพ่อและแม่นอนแล้ว ส่วนเคนและใบบัวก็อยู่ด้วยกันเงียบๆ ในห้องนั่งเล่น เขาก็ไม่อยากรบกวนช่วงเวลาแห่งความสุขของทั้งสองนัก

            น้ำหนึ่ง! น้ำหนึ่ง! เธออยู่ไหนอ่ะ...!” ชายหนุ่มตะโกนเรียกไปทั่วทั้งบ้าน แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะเจอเจ้าของชื่อเลย

            เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงประตูบานใหญ่ทางเข้าออกหน้าบ้านก็พบว่า มันถูกเปิดแง้มไว้โดยไร้ซึ่งคนที่เปิดออกไป เจ้าของบ้านหนุ่มใจหายวาบ รีบวิ่งออกไปทันที

            ผู้มาเยือนอย่างหล่อนจะรู้อะไร ว่าซอยบ้านเขาเต็มไปด้วยมิจฉาชีพร้อยพันเล่ห์เหลี่ยมอันยากที่จะตามทัน ยิ่งหล่อนเดินออกไปโดยพลการเช่นนี้ยิ่งอันตรายอย่างมาก เขาไม่รู้ว่าจะไปตามหาหล่อนได้ที่ไหนจึงเดินไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความเงียบสงบ

            น้ำหนึ่งตั้งใจจะเดินออกไปจากซอยนี้ให้ได้เสียก่อน เธอตั้งใจจะออกไปโบกรถหาทางกลับบ้านของตนเองให้ได้เสียก่อนเป็นอันดับแรก หญิงสาวเดินเหม่อลอยไปอย่างไร้ซึ่งความคิดอะไรที่ดีไปกว่านี้

            เสียงตะโกนร้องเรียกชื่อของเธอดังแว่วมาจากด้านหลัง เธอแน่ใจว่าต้องเป็นเขาที่วิ่งตามออกมาจึงรีบก้าวเท้าหลบมุมเข้าไปที่ข้างทาง แทนที่จะเดินต่อไปข้างหน้า เขาจะต้องตามเธอไม่เจอ! นั่น...คือสิ่งที่เธอต้องการ

          ให้ร้อนใจตายไปซะได้ก็ดี! ต่อให้ทำดีแค่ไหนก็ไม่มีวันที่ฉันจะเชื่อว่านายจะเป็นห่วงฉันจริง...ไอ้คนลวงโลก! หน้าไหว้หลังหลอก!

            เนื่องจากไฟข้างทางอันน้อยนิด ทำให้ซอยทั้งซอยตกอยู่ในความมืดสลัวและเปลี่ยว กลางชลที่วิ่งตามมาเห็นหลังยัยจอมแสบอยู่ไวๆ แต่ก็ตามไม่ทันเสียแล้ว เมื่อเธอได้เดินเลี้ยวผ่านโค้งนี้ไป พอเขาเลี้ยวมาก็ไม่เห็นเธอ

            น้ำหนึ่งที่หลบอยู่หลังพุ่มไม้ในความมืดเห็นคนที่ตามตนมาวิ่งผ่านตรงที่เธอซ่อนไปทางไปยังปากซอย หญิงสาวหน้าสลด เธอไม่ได้อยากให้เรื่องราวต้องลงเอยเช่นนี้ แต่เธอก็ยอมไม่ได้เหมือนกันที่จะมาเป็นคนน่าสมเพชในสายตาใคร โดยเฉพาะ...นายนั่น!

            ฉันคงเป็นคนที่แย่มากในสายตานายสินะ นายกลางชล...ฉันคงเป็นผู้หญิงปากร้าย คอยแต่จะหาเรื่องนายได้ทุกวินาที เธอคิดในใจพร้อมกับหลุบตาลงต่ำ

            น้ำหนึ่ง! น้ำหนึ่ง...เธออยู่ไหน ตอบเราสิน้ำ เธออย่าทำกับเราแบบนี้!” เสียงตะโกนก้องดังที่ค่อยๆ ห่างออกไป เธอไม่รู้หรอกว่าเขาร้อนอกร้อนใจแค่ไหน ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ถูกแล้ว

            เมื่อเขาลับไปจากบริเวณนั้นแล้ว คนที่ซ่อนอยู่ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ถ้าขืนออกมาจากที่ซ่อนในตอนนี้เขาอาจจะยังอยู่แถวๆ นี้ก็เป็นได้

            ที่ห้องนอนของกลางชลการแข่งขันฟุตบอลที่ถูกเปิดทิ้งไว้ โดยไร้ซึ่งคนนั่งดู จอโทรทัศน์ฉายภาพทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่กำลังพากันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจที่ ไรอัน กิ๊กส์ ปั่นลูกฟรีคิกให้ทีมนำห่างทีมฝ่ายตรงข้ามอย่างนิวคาสเซิลออกไป ใบบัวเปิดประตูเข้ามาโดยพลการ เนื่องจากเคาะให้สัญญาณหลายครั้งแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมาคนมาเปิดให้

            พี่ชล... ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรต่อจากนั้นก็ต้องประหลาดใจ ที่ไม่มีวี่แววของพี่ชายของตนและพี่สาวสุดที่รักเลย

            เคนเดินตามมาเมื่อเห็นว่าเด็กสาวออกมานานแล้ว เธอจึงได้ทีบอกเขาทันทีว่าพี่ชายของตนหายไป

            ทั้งสองตัดสินใจไม่รอช้าเดินลงมาชั้นล่างเพื่อจะตามหาพวกเขา แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นประตูบ้านถูกเปิดแง้มเอาไว้ ยังไม่ทันที่เขาและเธอจะออกไปตามหา กลางชลก็ก้าวเข้ามาเสียก่อน

            เคน...บัว...! ช่วยเราหน่อย เขาพูดพลางก็หายใจหอบไปพลางด้วยความเหนื่อยและหายใจไม่ทัน ยัยน้ำหนีออกไป เราไปเดินตามหาก็ไม่เจอ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง

            หา...! ไอ้/พี่น้ำหายตัวไป!” ทั้งเคนและใบบัวต่างก็สบถออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจอย่างหนัก

            ทั้งสามวิ่งตามกันออกมา พร้อมกันนั้นเคนก็ถามถึงเรื่องราวที่ทำให้น้ำหนึ่งเดินหนีออกมา กลางชลจึงเล่าให้ฟัง ทำให้เพื่อนสนิทหนุ่มของคนที่หายไปส่ายหน้าอย่างไม่คาดคิด

            ไอ้น้ำน่ะ...มันเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยตามนิสัยของผู้หญิงนั่นแหละ แต่นายต้องเข้าใจมันนะ ว่ามันด่าว่าคนอื่นได้ แต่คนอื่นน่ะ...อย่าได้ไปว่ามันเชียว คนพูดเหลือบมองคนที่เดินอยู่ข้างๆ ว่าจะเดินตามมาทันไหม มันแคร์นายนะ ถ้าลองได้โกรธที่นายว่ามันขนาดนี้แล้วล่ะก็...

            โอ๊ย! ถ้าแคร์จริงก็คงไม่ทำให้คนอื่นเป็นห่วงมากมายขนาดนี้หรอก กลางชลแย้ง

            ใครจะไปรู้จักคนอย่างยัยน้ำหนึ่งเท่าเรา ไม่มีอีกแล้ว ยัยนั่นมันปากแข็งขั้นเทพเลย อย่างดีก็อาจจะเรียกร้องความสนใจจากนายอยู่ก็ได้

            กลางชลไม่โต้แย้งอะไรต่อ เพราะในตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องรีบตามหาน้ำหนึ่งให้พบ ก่อนที่จะเกิดอันตรายขึ้นกับเธอ

            น้ำหนึ่งนั่งอยู่ตรงที่ซ่อนสักพักใหญ่ เธอก็ลุกออกมาจากตรงนั้น ไม่มีผู้คนสัญจรไปมาเพราะเป็นเวลาดึกสงัดแล้ว

            ถึงพี่นี้จา...ขี้มาวววว~ แต่พี่ก็รักจริงนะจ๊ะ เอื๊อก!” เสียงทุ้มของชายฉกรรจ์คนหนึ่งดังขึ้นฟังไม่ค่อยรู้เรื่องนัก

            เขาเดินโซเซกอดขวดเหล้ากำลังตรงมาทางน้ำหนึ่ง ทำให้หญิงสาวตั้งท่าจะเดินหนีออกไปจากบริเวณนั้น แต่ก็ไม่ทันกาล เมื่อชายคนนั้นทักเธอขึ้นมา

            อ้าว...น้องสาวคนสวย จาปายหนายเหรอจ๊ะ ให้พี่ปายส่งม๊ายยยย

            หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ต้องหยุดกึกทันทีด้วยความตระหนก เธอไม่ตอบ แต่กำลังจะก้าวเท้าออกไป

            เอ้า...อย่าเพิ่งรีบปายสิจ๊า~ พี่จาปายส่งม่ายดีหราาาา... คนพูดลิ้นพันกันรัวฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง เท่านั้นยังไม่พอ เขายังยื้อเธอไว้ด้วยการล็อกข้อมือจากทางด้านหลังอีกด้วย

            แก! ไอ้ขี้เมา...ปล่อยฉันนะ เธอดิ้นสะบัดสุดแรงเกิด แต่ก็ไม่เป็นผล

            แหม...แค่นี้ก็ทำเป็นรังเกียจ มามะๆ เดี๋ยวพี่ปายส่ง~”

            ทั้งสองพากันยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่ข้างถนนที่มีไฟนีออนส่องสว่างเพียงดวงเดียว ขณะนั้นเองที่กลางชล เคน และใบบัวก็เดินกึ่งวิ่งตามมาเจอพอดี ทั้งสามจึงรีบวิ่งเข้ามาดูว่าใคร และเกิดอะไรขึ้น เมื่อรู้ว่าเป็นน้ำหนึ่งก็พากันรีบเข้าไปช่วย

            กลางชลรี่เข้าไปจับตัวชายคนนั้นออกมาจากน้ำหนึ่ง พร้อมกับที่เคนและใบบัวรีบเข้าไปดูหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายว่าเป็นอย่างไรบ้าง ชายหนุ่มที่จับตัวคนเมาไว้ได้อยู่หมัดแล้วก็กระแทกกำปั้นของตนเองเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง เมื่อมันเสียหลักทั้งหมดก็รีบพากันวิ่งหนีทันที

            ชายขี้เมาล้มคว่ำลงไปพร้อมกับเอานิ้วซับที่มุมปากของตัวเองก็พบว่าโลหิตสีแดงฉานค่อยๆ ไหลซึมออกมา ความรู้สึกปวดจี๊ดๆ เริ่มคืบคลาน

            ทั้งสี่คนวิ่งพ้นสายตาของอันธพาลขี้เมาได้แล้วก็พากันเข้าบ้านและล็อกประตูรั้ว และประตูบ้านอย่างแน่นหนา น้ำหนึ่งยังขวัญเสียอยู่ ใบบัวจึงอาสาพาเธอไปนอนพักผ่อน

            แล้วผลบอลคืนนี้ล่ะ พลาดไปแล้วใช่ไหมนายกลางชล แมนยูแพ้แล้วใช่ไหม แม้จะเพิ่งไปเจอเรื่องเลวร้ายมาแต่หญิงสาวก็ยังไม่ลืมที่จะทับถมแฟนบอลทีมคู่อริตลอดกาล

            กลางชลเหลือบมองหน้าจอโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้ในห้องนอนของตนเองกับประตูห้องที่แง้มเอาไว้ การแข่งขันที่ตนติดตามมาตั้งแต่ทีแรกดำเนินมาถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บในนาทีสุดท้าย เขาไม่ตอบอีกฝ่าย ได้แต่จ้องหน้าจออย่างสนอกสนใจ

            จังหวะนี้ฮาร์กรีฟส์ได้บอล ส่งต่อข้ามไปให้เบอร์บาตอฟ เบอร์บาตอฟวิ่งหลบแล้วส่งผ่านกลับไปยังฮาร์กรีฟส์ ฮาร์กรีฟส์ทำชิ่งหนึ่งสอง...

            และแล้ว...สองนักเตะของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ส่งลูกกลมพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายตรงหน้าได้สำเร็จ ในช่วงนาทีสุดท้ายของเกมการแข่งขัน

            เยส!” กลางชลสบถด้วยความดีใจถึงขีดสุด ทีมรักของเขาชนะอย่างขาดลอยไปถึงสองประตูต่อศูนย์

            อย่างนี้เป็นเพราะแมนยูให้รางวัลคนเก่งที่ไปจัดการคนเมาอันธพาลรึเปล่านะเนี่ย เหมือนจะรู้ว่าพี่ชลไม่ได้ดูลูกแรก เลยแถมลูกสองให้ดูเป็นขวัญตา ใบบัวพูดด้วยความภูมิใจในตัวของพี่ชาย

            เวลาล่วงเลยมาจนดึกดื่นมากแล้ว ทั้งสี่จึงจำเป็นต้องแยกย้ายกันไปนอน และตกลงกันไว้ว่าจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในตอนเช้า เพื่อไม่ให้พ่อกับแม่ได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้

            เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่รับประทานอาหารมื้อเช้าพร้อมกันเรียบร้อยแล้ว เคนกับน้ำหนึ่งก็เอ่ยปากขอตัวลากลับ พ่อและแม่จึงอวยพรให้เดินทางอย่างปลอดภัย กลางชลกับใบบัวเดินออกมาส่งที่หน้าประตูรั้ว

            ขอบใจมากนะชล สำหรับทุกๆ อย่างตั้งแต่เมื่อคืน เอาไว้เจอกันวันจันทร์ละกัน เคนเอ่ยกับเจ้าของบ้านหนุ่มผู้เป็นเพื่อน แล้วเขาก็หันไปพูดกับเด็กสาวข้างๆ เพื่อนหนุ่มบ้าง ดูแลตัวเองดีๆ นะครับน้องบัว พี่ไปล่ะ...

            ใบบัวพยักหน้าแทบคำตอบ ทุกคนเงียบเพื่อเปิดโอกาสให้อีกคนได้ล่ำลาบ้าง

            พี่น้ำ... เด็กสาวเจ้าบ้านร้องเรียกอย่างอาลัยอาวรณ์ แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ที่เธอได้อยู่กับพี่สาวที่เธอรักและเคารพนับถือ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขมาก

            น้ำหนึ่งยิ้มกับท่าทีของเด็กสาว เธอเองก็ซาบซึ้งในมิตรภาพที่เจ้าหล่อนมอบให้ โดยเฉพาะเมื่อคืนนี้เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจน ใบบัวก็เหมือนน้องสาวของเธอคนหนึ่ง แต่...

            เอ้า...อำลากันซะอย่างกับจะตายจากกัน

            ประโยคทุ้มต่ำถูกเปล่งออกมาจากลำคอของชายหนุ่มที่ยืนข้างๆ เธอเอง มันช่างเป็นคำพูดที่น่ายกลำแข้งฟาดเข้าที่ปากคนพูดนัก

            จะขอบคุณเราสักคำน่ะไม่มีเล้ย...น้ำใจนี่หาจากคนสมัยนี้ยากจริงจริ๊งงงงง~” กลางชลแสร้งพูดประชดเสียงสูง ไอ้เรารึก็อุตส่าห์ช่วยให้ไม่โดนปู้ยี่ปู้ยำเมื่อคืน

            หญิงสาวได้ฟังดังนั้นก็อดรนทนไม่ไหว เงื้อมือจะตบเข้าที่แก้มของคนพูดแดกดัน แต่เจ้าตัวคว้าไว้ได้เสียก่อน พร้อมกันนั้นเขายังบีบข้อมือของเธอแน่นจนต้องร้องโอ๊ยด้วยความเจ็บปวด ฝ่ายเคนและใบบัวเตรียมตัวห้ามศึกที่กำลังจะบังเกิดในวินาทีนั้น

            ไม่ได้ขอร้องให้ช่วย อย่ามาทำเป็นลำเลิกบุญคุณหน่อยเลย ถ้าไม่เต็มใจช่วยทีหลังไม่ต้อง!” คนโดนล็อกมือไว้พูดห้วนด้วยความโมโห

            น้ำ...กลับเหอะ เคนเอ่ยชวนเพื่อเป็นการตัดบท

            ฝากไว้ก่อนเหอะ นายกลางบึง! ให้ตายฉันจะไม่มาเหยียบบ้านนายอีก...!” พูดจบเธอก็หันหลังจะเดินตามเคนไป แต่เจ้าของบ้านหนุ่มเรียกยื้อไว้ก่อน ใบบัวหน้าสลดลงเมื่อได้ยินประโยคหลังของเธอ

            เดี๋ยวก่อน... ส่งผลให้อีกฝ่ายหยุดกึก แต่ก็ยังไม่ยอมหันมาฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อ ทำไมไม่ยอมทำแผล เปลี่ยนแค่ผ้าก็อซน่ะ ไม่ได้ทำให้แผลหายไวขึ้นหรอกนะ

            คนที่ถูกทักเรื่องแผลยกมือตัวเองขึ้นมาดู ตอนที่เธออาบน้ำก็เปลี่ยนเฉพาะผ้าพันแผลจริงๆ ไม่ได้ใส่ยา เพราะกลัวจะแสบ

            เรา...จะขอพูดกับเธอดีๆ นะ เธอก็ควรจะฟังเราดีๆ ด้วยเหมือนกัน น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่จริงจัง เธออาจจะไม่อยากเข้าไปในบ้านเราแล้ว แต่เราอยากจะขอร้องให้เธอช่วยยืนรอเราตรงนี้ 30 วินาทีเท่านั้น

            ทั้งเคนและใบบัวก็พากันยืนงงว่ากลางชลจะทำอะไรกันแน่ ไม่เว้นแม้แต่น้ำหนึ่งเอง เขาหายเข้าไปในบ้านเพียงครู่เดียวก็ออกมาพร้อมกับกล่องพลาสติกในมือ

            ชายหนุ่มยื่นให้น้องสาวของตนช่วยถือ จากนั้นเขาก็รื้อค้นบางอย่างออกมาจากกล่องใบนั้น มันคืออุปกรณ์ทำแผลในกล่องยาสามัญประจำบ้าน!

            เขาตรงไปยังหญิงสาวที่ยืนนิ่งด้วยความงงงัน จากนั้นก็จับมือของเธอขึ้นมาแกะผ้าพันแผลออก แล้วก็จัดการใช้แอลกอฮอล์เช็ดแผลจนอีกฝ่ายสะดุ้งเพราะเจ็บแสบ เขาบรรจงทำแผลไปทีละขั้นตอนจนเสร็จเรียบร้อย

            ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นยืนอึ้งอย่างที่ไม่นึกว่ากลางชลจะยอมทำแผลให้น้ำหนึ่ง ทั้งๆ ที่เมื่อครู่ยังทะเลาะกันแทบตาย

            ขอบคุณนะ... เป็นคำที่เธอเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงปกติอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

            รรยากาศของงานโรงเรียนคึกคักตั้งแต่เช้า ชั้นม.๕ ห้อง ๒ กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการตระเตรียมอุปกรณ์ทำน้ำแข็งไส คนที่ต้องอยู่หน้าร้านพูดดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาอุดหนุนอย่างกลางชลและน้ำหนึ่งต้องแต่งตัวด้วยชุดยูนิฟอร์มที่เพื่อนๆ ช่วยกันออกแบบ ดูไปก็คล้ายๆ พนักงานร้านพิซซ่าตามห้างสรรพสินค้า

            เฮ้ยไอ้ชล ทำไมวันนี้ญาติดีกับยัยน้ำได้อ่ะ ระวังยัยนิดหน่อยแฟนเอ็งจะน้อยใจนะเว้ย... มินพูดแซว ส่งผลให้คนโดนแซวรีบจุ๊ปากไม่ให้เพื่อนพูดเสียงดัง เนื่องจากทั้งน้ำหนึ่งและนิดหน่อยก็อยู่ใกล้ๆ แถวนั้น

            มินมาเดินเที่ยวชมงานกับแองจี้ แต่เขาแอบหลบหญิงสาวมาเดินเที่ยวคนเดียว เพราะเริ่มอึดอัดกับการตามติดแจของแองจี้เต็มทน แต่เขาก็ไม่กล้าพูดอะไร ชายหนุ่มแวะเวียนมาแซวเพื่อนๆ ห้อง ๒ ในขณะที่ห้อง ๕ ของตนนั้นเปิดซุ้มขายขนมหวาน

            ไอ้มิน เอ็งจะพูดดังทำไมวะ มึงเห็นไหมว่ายัยนั่นจ้องเอ็งตาขวางแล้ว กรุณาอย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยน กลางชลกระซิบด้วยเกรงว่าฝ่ายนั้นจะได้ยิน

            ฮะๆๆ...เอ็งนี่ก็บ้าจี้ไปซะแล้ว กลัวรึไงวะ ไหนๆ...ลองทำน้ำแข็งไสมาให้ชิมฝีมือสักถ้วยซิ ไม่เอาลูกชิดกับเฉาก๊วยนะโว้ย มินยังมิวายแซวแต่เขาก็เปลี่ยนเรื่องไป

            เออๆ รอแป๊บนึง นี่...ยัยจอมแสบ มาช่วยตักเครื่องใส่ถ้วยหน่อยสิ เดี๋ยวเราจะบดน้ำแข็งเอง เขาหันไปพูด (แกมสั่ง) กับน้ำหนึ่งที่กำลังราดนมข้นใส่น้ำแข็งที่ถูกราดด้วยน้ำหวานสีเขียวส่งให้ลูกค้าหน้าตาน่ารักหน้าร้านที่ยืนถัดจากมินไป

            จากที่กำลังยิ้มหวานเพื่อเป็นการเรียกลูกค้า หญิงสาวก็หันมาทำหน้ายักษ์ให้คนสั่ง มันจะมากเกินไปแล้วนะนายจอมกวน!

            แต่ด้วยความที่คนเริ่มมากขึ้นเพราะเป็นเวลาสายๆ ทำให้น้ำหนึ่งจำเป็นต้องควบคุมอารมณ์โกรธของตนเองเอาไว้ก่อน และยอมทำตามคำสั่งของเขา ด้วยการหยิบถ้วยโฟมแล้วตักข้าวโพด เม็ดแมงลัก ถั่วแดง และขนมปังใส่ลงไป

            เมื่อเธอตักใส่เรียบร้อยแล้วก็วางกระแทกถ้วยในมือไปที่โต๊ะตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างแรง ส่งผลให้เม็ดแมงลักกระเซ็นออกมาเยิ้มติดอยู่ที่หน้าเขา กลางชลใช้หลังมือของตนเองป้ายออกทันที

            นี่เธอ...วางดีๆ หน่อยไม่ได้รึไง แทนที่จะเร็วนะ กลับช้าเข้าไปอีก!” กลางชลเอ็ดจนหญิงสาวสีหน้าไม่สู้ดีนัก

            ฉัน...ฉันขอโทษนะนายชล เธอเอ่ยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้

            เฮ้ยไอ้ชล! เอ็งไม่เห็นต้องไปว่าน้ำเค้าอย่างนั้นเลยนี่นา น้ำเค้าไม่ได้ตั้งใจน่ะ เอ็งก็รีบๆ ทำเหอะ คนอื่นเค้ามารอซื้อน้ำแข็งไสคิวยาวเหยียดแล้วเนี่ย มินพูด

            ผู้ชายอะไร้...นิสัยไม่ดี! ว่าผู้หญิงต่อหน้าสาธารณชนไม่ไว้หน้าเลย สองสาวที่เพิ่งจะมายืนรอซื้อต่อจากมินกระซิบกระซาบกัน ทำให้คนโดนนินทาระยะเผาขนต้องเหลือบไปมองต้นเหตุอย่างเสียมิได้

            น้ำหนึ่งแอบแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขาด้วยความสะใจ ที่ทำให้เขาโดนคนอื่นมองไปในทางไม่ดีอย่างที่ต้องการได้ การเสแสร้งเป็นนางเอกที่กำลังโดนคนใจร้ายกลั่นแกล้งให้สะใจตัวเองเล่นนั้น...นางสาวน้ำหนึ่งถนัดถนี่นักล่ะ!

            ในตอนนั้นเองแองจี้ก็เดินตามหามินเจอจนได้ เมื่อเสียงมาก่อนตัวทำให้มินมีสีหน้าเบื่อหน่ายเต็มทนขึ้นมาในทันที

            มินจี้จ๋า~ อยู่นี่เองอ่ะ แองจี้จ๋าตามหามินจี้จ๋าทั่วทั้งงานเลย เนี่ย...แองจี้จ๋าปวดเมื่อยไปหมดทั้งสองขาแล้ว อุ๊ย! มินจี้จ๋าซื้อน้ำแข็งไสให้แองจี้จ๋าใช่ม้า... ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็แย่งถ้วยน้ำแข็งไสในมือของเขาไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้จ่ายเงิน แองจี้จ๋ากำลังร้อนแดดอยู่พอดีเลย มินจี้จ๋ารู้ใจจัง ฮุฮุฮุ~”

            เอ่อ...แต่ว่า... อีกฝ่ายพูดอะไรไม่ออก เรียกว่าพูดไม่ทันน่าจะถูกกว่า

            โชคดีนะเว้ยเพื่อนยาก ฮ่าๆๆ กลางชลอวยพรไล่หลัง

            มินกับแองจี้เดินออกมาจากซุ้มน้ำแข็งไสของห้อง ๒ ก็เจอกับกอหญ้าที่กำลังจะเดินไปหากลางชลพอดี แองจี้ได้ทีเธอจึงพูดโอ้อวดกับเพื่อนสาวของตนใหญ่โต ว่ามินซื้อน้ำแข็งไสให้เธอกินเพราะเป็นห่วง กลัวว่าเธอเองจะร้อนเป็นลมแดดไปเสียก่อน

            ระหว่างที่ทั้งสองเดินเที่ยวชมงาน สาวๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาในนั้นต่างก็มองเขาและเธอกันเป็นตาเดียว ด้วยความฮอตสุดๆ ของมินที่สาวหลายคนต้องเสียดายที่เขาเดินควงคู่กับแองจี้ ในขณะที่ไม่มีใครกล้าหือกับแองจี้ที่เป็นเจ้าแม่จอมวีนประจำโรงเรียน ทุกคนจึงทำได้แค่มองจนเหลียวหลังเท่านั้น

            กอหญ้าเห็นดังนั้นก็อยากจะกินน้ำแข็งไสของกลางชลบ้าง เธอจึงแวะเข้ามาที่ซุ้มของห้อง ๒ พร้อมกับออดอ้อนให้เขาเห็นใจตน

            ชล...บังเอิญจังเลย ชลขายน้ำแข็งไสหรือคะ หญ้ากำลังไม่ไหวอยู่พอดีเลยอ่ะค่ะ หญิงสาวแสร้งทำท่าจะเป็นลม โอย...เหมือนจะเป็นลมยังไงไม่รู้ นี่ตอนแรกกะว่าจะขอเข้ามานั่งพักที่ซุ้มนี้ ดีใจจังเลยนะคะที่เจอชล

            กอหญ้าเป็นอะไรมากรึเปล่าครับ ถ้าจะเป็นลมนอนพักก่อนจะดีไหม หรือว่าต้องการยาดมรึเปล่าครับ ฝ่ายชายหนุ่มถามด้วยความห่วงใย เมื่อมีคนเดือดร้อนเขาก็ยินดีจะช่วยเสมอ

            แหม...ถ้าได้ทานอะไรเย็นๆ น่าจะดีขึ้นนะคะ แต่ว่า...แต่ว่า...โอ๊ย! หญ้าไม่ไหวแล้วจริงๆ ค่ะ โอ๊ย...ไม่ไหวแล้วววววว เธอยิ่งแกล้งจะเป็นลมไปซบไหล่ของอีกฝ่าย ทำให้เขาต้องประคองเธอให้นั่งลงก่อน

            เดี๋ยวกอหญ้านั่งพักก่อนนะครับ ผมจะไปทำน้ำแข็งไสมาให้ ถ้ากินแล้วก็น่าจะดีขึ้น

            น้ำหนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับการต้อนรับลูกค้าที่หน้าซุ้ม เมื่อกลางชลเดินมาแทรกขอทำให้ คนจะเป็นลมก่อน อาการหมั่นไส้ใครคนนั้นของเธอก็กำเริบขึ้นมาทันที

            หญิงสาวเดินเข้าไปหาคนแกล้งป่วยอย่างรู้ทัน และไม่รอช้าเท้าเอวทั้งสองข้างตวาดเสียงดัง

            แหม...เวลาจะเป็นจะตายก็ถลาลมเข้ามาหาผู้ชายเลยนะยะยัยกอหญ้า ไม่ทราบว่าห้อง ๔ ผู้ชายมีน้อยหรือว่างาบหมดแล้วกันฮะ ถึงได้บากหน้ามา หากิน ถึงนี่

            ด้วยคำพูดอันรุนแรงที่ถูกเปล่งออกมาเพราะอารมณ์โกรธสุดจะทนของน้ำหนึ่ง ทำให้เคนกับวีวี่ต้องรีบเข้ามาห้าม แต่ก็ไม่ได้ผล ส่วนคนโดนว่าได้แต่แสร้งทำหน้าน่าสงสารไม่โต้ตอบอะไร

            น้ำ...ทำไมตัวเองว่าเค้าอย่างนี้ล่ะ หญ้าก็แค่รู้สึกเวียนหัวจะเป็นลม มาเจอชลขายของอยู่ซุ้มนี้พอดี ชลใจดีก็เลยอาสาจะทำน้ำแข็งไสให้ทานเท่านั้นเอง น้ำว่าหญ้าแรงเกินไปแล้วนะ คนป่วยพูดเสียงเครือเหมือนจะร้องไห้

            จังหวะนั้นเองกลางชลก็เดินเข้ามาว่ามีเรื่องอะไรกัน ทำให้กอหญ้ารีบออดอ้อนให้เขาเห็นใจว่าเธอถูกน้ำหนึ่งใช้คำพูดรุนแรงด้วยจนรับไม่ได้

            หญ้าไม่ได้จะว่าน้ำหรอกนะคะชล น้ำไม่ผิดหรอก แต่หญ้าก็แค่...ก็แค่...ฮือๆๆๆ ว่าแล้วสาวเจ้าก็ปล่อยโฮออกมาอย่างเสียมิได้ อีกทั้งยังทำเนียนเข้าไปซบไหล่ชายหนุ่มเพื่อเปิดโอกาสให้เขาลูบหัวปลอบประโลม

            กลางชลก็ทำเช่นนั้นเพราะความสงสาร และหันไปว่าน้ำหนึ่งสีหน้าขึงขังว่า ทำไมเธอต้องไปว่ากอหญ้าเค้ารุนแรงขนาดนั้นด้วยฮะ เป็นใครก็รับไม่ได้ทั้งนั้นแหละ ขนาดเราเองก็จะเริ่มรับเธอไม่ได้แล้วนะ...น้ำหนึ่ง!”

            คำพูดนี้ของเขาทำให้คนตรงหน้าเริ่มสั่นเทิ้มไปทั้งร่างด้วยความโกรธ เธอหมดคำพูดที่จะต่อปากต่อคำกับเขา ในเมื่อเอ่ยปากปกป้องกันถึงขนาดนี้ เธอเองก็คงไม่มีหน้าที่จะยืนอยู่ตรงนั้นต่อ




โหยยยย .. กว่าจะได้มาอัพอีกที เปิดเทอมแล้วเลยไม่ค่อยมีเวลาเขียนต่อเลยค่ะ

เทอมนี้ต้องทำหนังสือพิมพ์ด้วย ไม่แน่...อาจจะหายไปทั้งเทอม ก็อย่าว่ากันนะคะ

เพราะว่าทำหนังสือพิมพ์ งานหนักมาก ต้องหาข่าว หาโฆษณาด้วย
แต่ก็จะพยายามอัพเรื่อยๆ ถ้าครบตอนจะเอามาอัพให้

เม้นท์หรือโหวต เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ รักแฟนนิยายทุกคนเลย :)
แล้วพบกันอีกครั้ง ในครั้งต่อไปเมื่อแฟนนิยายต้องการค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

347 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 / 22:21
    หนังสือพิมพ์เหรอเป็นชมรมหรือยังไงค่ะ
    เพื่อนหนูก็เคยทำแต่ต้องยกเลิกเพราะว่ามันเอาเรื่องส่วนตัวครูมาเขียน 555+ (ไม่ใช้เพื่อนห้องเรา)
    #237
    0
  2. #236 PRAEW (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2552 / 20:25
    อัพด่วนจ๊าาาาาาาาาาาาา !
    #236
    0