มนตราพยาบาท (Touch Publishing ตีพิมพ์)

ตอนที่ 6 : บทที่ ๕ - ทำลาย (๑๐๐%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 278
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 ส.ค. 54

5

ทำลาย

 

ดาวดารานั่งอยู่บนโซฟาหรูของตระกูลสวัสดิ์พิพัฒน์ เพื่อจะรอพบและนำ ‘ข้อมูล บางอย่างมามอบให้กับกรวีร์เผื่อว่าชายหนุ่มจะตาสว่างเสียทีหลังจากที่สวมเขามานานจากคนที่ตัวเองกำลังจะแต่งงานด้วยอย่างจันทร์แรม

 

อ้อย เมื่อไหร่คุณชายของเธอมาเนี่ย ดาวดาราเรียกสาวใช้ที่เดินผ่านมาถามอย่างไม่สบอารมณ์

 

อ้อยก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ คุณชายใหญ่ไม่ได้บอกว่าจะกลับจากการเตรียมงานแต่งเมื่อไหร่ สาวใช้ตอบคล้ายจะนอบน้อมแต่ก็แอบเหน็บอยู่ในที เน้นคำว่าเตรียมงานแต่งอย่างตอกย้ำว่าคนที่เธอนั่งรอนั้นเขากำลังจะเริ่มต้นครอบครัวใหม่กับผู้หญิงอื่นไม่ใช่เธอ

 

ยิ่งได้รับฟังก็ยิ่งหงุดหงิด อุตส่าห์นั่งรอมาหลายชั่วโมงจนตอนนี้ก็ปาไปเกือบสามทุ่มแล้ว ชายหนุ่มก็ยังไม่มา แต่ไม่เป็นไร เวลาแค่นี้ไม่ได้ทำให้เธอย่อท้อ ยังไงๆ วันนี้เธอก็จะรอพบเขาให้ได้!

 

มานั่งบ้านผู้ชายดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้...แม่ไม่ว่าหรือ? เสียงทุ้มๆ ดังจากเบื้องหลังทำให้ดาวดาราขมวดคิ้วทันที

 

ไม่นานก็ปรากฎร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีเค้าโครงรูปหน้าคล้ายกับกรวีร์ ผิดแต่ดวงตาของเขาเป็นสีน้ำตาลมะฮอกกานีที่ถอดแบบมาจากพ่อ แต่กรวีร์ได้ดวงตาสีนิลมาจากแม่ ส่วนสูงของเขาจะน้อยกว่ากรวีร์ผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายอยู่เล็กน้อยแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อเหล่าได้จางหายไปเลยแม้แต่นิดเดียว

 

นึกว่าคนปากเสียที่ไหน ที่แท้ก็นายนั่นเอง ดาวดาราเบ้ปากอย่างไม่รักษามารยาทเมื่อเห็นผู้มาใหม่อย่างเต็มตา

 

กวิน สวัสดิ์พิพัฒน์ ทายาทคนเล็กของตระกูลเดินมานั่งโซฟาตรงข้ามกับดาวดาราอย่างไม่สนใจสีหน้าของอีกฝ่ายว่าจะเต็มใจหรือไม่ ริมฝีปากหนายกโค้งขึ้นเล็กน้อยเหมือนรอยยิ้ม แต่ดวงตากลับจ้องสาวตรงหน้าคล้ายจะเยาะ นั่นทำให้อีกฝ่ายที่ถูกมองร้อนขึ้นมาทันที

 

นายยิ้มอะไร!”

 

อ้าว ผมยิ้มแล้วต้องขออนุญาตคุณด้วยหรือครับคุณดาวดารา ชายหนุ่มตอบกลับอย่างยียวน

 

นาย!” หญิงสาวลุกขึ้นชี้หน้าอย่างไม่รักษามารยาท “ฉันมาพบคุณกร ไม่ได้ต้องการมานั่งเสวนาอะไรกับคนอย่างนาย เพราะฉะนั้น...ออก-ไป

 

แววตาสีน้ำตาลเข้มลุกโชนอย่างไม่พอใจที่โดนออกคำสั่ง

 

เธอไล่เจ้าของบ้านอย่างนั้นหรือ คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งผมไม่ทราบ

 

สิทธิ์ของว่าที่พี่สะใภ้ของนายไง หญิงสาวเชิดหน้าอย่างหยิ่งทะนง

 

โอ้โห ถือว่าใจกล้ามาก เขาปรบมือเปาะแปะอย่างประชดประชันก่อนจะพูดอย่างสมเพช ผมจะบอกอะไรคุณให้นะ ว่าที่พี่สะใภ้ของผมน่ะไม่มีวันจะเป็นคุณได้หรอก เชื่อผมสิ ถ้าพี่กรไม่โง่ก็คงตาบอดแหละที่คว้าคนอย่างคุณทำมะ...เอ๊ย ทำภรรยา

 

ทำไม! คนอย่างฉันมันทำไม!” หญิงสาวโกรธหน้าดำหน้าแดง

 

ก็...เที่ยวไล่ล่าหาผู้ชายแบบไม่รู้เวล่ำเวลาแบบนี้ไง รู้ถึงไหนอายถึงนั่น

 

สักวันนายจะต้องถอนคำพูด เพราะฉันจะมาอยู่ที่นี่ในฐานะพี่สะใภ้ของนาย!”

 

แลมั่นใจนะคุณ นี่ ผมจะบอกอะไรให้นะ ตัวจริงของพี่ผมก็มีอยู่นะ เค้าก็ยังหวานแหววดีออก ถ้าคุณจะรอพวกเขาเลิกกันน่ะนะก็คงอีกนาน แต่ถ้าคุณรอไหวก็คงจะเป็นชาติหน้าตอนสายๆ หรือไม่ก็มืดๆ เลยล่ะ

 

กวินตอบคล้ายจะหวังดี แต่ยังมีรอยยิ้มเยาะประดับมุมปาก ดาวดาราอยากจะกระทืบเท้าแล้วเปร่งเสียงกรีดร้องให้ลั่นคฤหาสน์แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ เชิดหน้าชูคอพร้อมกับยิ้มกลับอย่างผู้เหนือกว่า

 

อีกไม่นานยัยนั่นก็ตกกระป๋อง ฉันนี่แหละจะเปิดโปง...โอ๊ย นาย! ฉันเจ็บนะ

 

ยังไม่ทันทีดาวดาราจะเอ่ยจบ กวินก็ก้าวไปบีบต้นแขนหญิงสาวแน่น ดวงตาวาวโรจน์อย่างดุดัน

 

ถ้าคุณทำลายครอบครัวของพี่ชายผม ผมจะทำลายคุณ

 

ดาวดารามองดวงตาที่จริงจังของเขาแล้วนึกกลัวแต่ยังทำใจกล้าสะบัดตัวออกจากอุ้งมือหนาแล้วเชิดหน้าตอบกลับอย่างฉะฉาน

 

ก็คอยดูว่าฉันจะทำให้นายถอนคำพูดให้ได้ สักวันหนึ่งถ้าฉันเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิ์พิพัฒน์ นายจะเป็นคนแรกที่ฉันจะกำจัดออกไปให้พ้นทาง รู้ไว้ซะด้วย!”

 

ไม่มีทางที่ฉันจะให้ผู้หญิงอย่างเธอร่วมใช้สกุลอันสูงส่งของฉัน!” กวินกัดฟันกรอด ฉันเตือนเธอแล้วนะ อย่าทำลายครอบครัวของพี่ชายฉัน ไม่อย่างนั้นจะหาว่าฉันไม่เตือน

 

ชายหนุ่มพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินลิ่วออกไปยังลานจอดรถ ไม่นานก็ได้ยินเสียงเบียดเสียดของล้อดังไปทั่วบริเวณบ้านเพราะคนขับกระชากรถคู่ใจไปตามแรงอารมณ์


 

 สถานีตำรวจที่เต็มไปด้วยความชุลมุนทั้งหลาย ทั้งคนร้องทุกข์ แจ้งความหรืออะไรทั้งหลายต่างพากันมาโรงพักวันนี้เต็มไปหมดจนจันทร์แรมที่พลางตัวเข้ามาหมายจะมาเยี่ยมผู้เป็นแม่ที่ถูกกักขังด้วยข้อหาค้ามนุษย์ถึงกับเวียนหัว แต่หญิงสาวก็ฟันฝ่าเข้ามาจนได้

 

แม่

 

จันทร์แรมเอ่ยเรียกหญิงกลางคนที่นั่งอยู่มุมห้อง สมสอางค์เงยหน้าขึ้นมาเมื่อเห็นหญิงสาวเธอก็ถลาเข้ามาเกาะลูกกรงอย่างเร่งร้อน

 

นังจันทร์ แกมาช่วยแม่แล้วใช่ไหม บอกมาสิ ฉันจะออกไปได้แล้วรึยัง ตอบสิ!”

 

แม่ใจเย็นก่อนสิ จันทร์แรมพูดก่อนจะกุมมือท่านอย่างแผ่วเบา จันทร์ถามตำรวจแล้ว เขาไม่ให้ประกัน เพราะคดีนี้เป็นคดีอาญา...

 

นี่หมายความว่าฉันจะไม่ได้ออกไปใช่ไหม!” สมสอางค์คลุ้มคลั่งเขย่าลูกกรงอย่างแรงคล้ายคนสติไม่สมประกอบ อีกชั่วครู่ หญิงกลางคนก็ชะงักก่อนจะนึกได้แล้วเอ่ยถาม แล้วแกทำไมได้อยู่ข้างนอก พี่ๆ ของแกต่างก็อยู่ในคุกทั้งนั้น มีแต่แกคนเดียวนั่นแหละที่ไม่ถูกจับ หรือว่าแก! แกเป็นคนพาตำรวจพวกนี้มาใช่ไหม! อีลูกเนรคุณ!”

 

สมสอางค์พยายามจะคว้าคอระหงของหญิงสาวอย่างบ้าคลั่งแต่โชคดีของจันทร์แรมที่มีลูกกรงช่วยเป็นเกาะกำบังไม่ให้เธอต้องถูกทำร้ายร่างกาย

 

แม่ฟังจันทร์ก่อนสิ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ

 

แล้วมันเป็นแบบไหนกันหา! อีลูกอกตัญญู

 

จันทร์ไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ แต่แม่เชื่อจันทร์ว่าจันทร์ไม่ได้แจ้งความ ไม่ได้อยากให้แม่หรือพี่ๆ อยู่ในนี้ แต่ทุกอย่างมันต้องเป็นไปตามกฎหมายนะแม่ จันทร์ช่วยอะไรไม่ได้นอกจากรอ รอแม่พ้นผิดแล้วตอนนั้นจันทร์จะช่วยแม่ทำมาหากินไม่ให้แม่เหนื่อยหรือลำบากเลยนะจ๊ะ เชื่อจันทร์นะ

 

สมสอางค์หยุดชะงักเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง นั่นทำให้จันทร์แรมยิ้มอย่างมีหวังว่าแม่จะเข้าใจ แต่ทว่าในนาทีต่อมาก็ต้องหนักใจกับคำถามของอีกฝ่าย

 

แกหมายความว่ายังไง ช่วยฉันทำมาหากินรึ? ตอนนั้นแกก็ได้ผัวเป็นเศรษฐีอย่างไอ้กรแล้วทำไมจะต้องมาลำบากทำมาหากินอีก

 

จันทร์จะบอกความจริงกับคุณกร จันทร์ไม่อยากหลอกลวงเขา ไม่อยากทำบาป

 

ดวงตาของหญิงกลางคนวาวขึ้นหนักกว่าเดิมและดูเหมือนคราวนี้จะอาละวาดร้ายแรงกว่าเดิมเสียด้วย

 

แกว่าอะไรนะนังจันทร์! แกจะละทิ้งทุกอย่างที่ฉันหมายมั่นจะปั้นแต่งให้แกสบายน่ะเรอะ แกมันใฝ่ต่ำ เนรคุณ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ ถ้าวันนั้นฉันไม่ช่วยแกไว้ซะก็ดีถ้ารู้ว่าลูกมันทำให้เจ็บช้ำใจแบบนี้ ฮือๆ ท้ายประโยคสมสอางค์ก็แสร้งร้องไห้ฟูมฟาย

 

จันทร์แรมมองหญิงตรงหน้าอย่างหนักใจ ยิ่งพูดถึงบุญคุณที่ท่านช่วยชีวิตเธอเอาไว้ยิ่งทำให้จันทร์แรมอยากจะทำอะไรสักอย่างตอบแทน อะไรสักอย่างที่ไม่ผิดบาปต่อใคร...

 

แล้วแม่จะให้จันทร์ทำยังไง

 

แกต้องทำต่อ สมสอางค์พูดอย่างจริงจัง แกต้องแต่งงานกับมัน แกต้องกอบโกยสมบัติให้เป็นชื่อแก แล้วเมื่อฉันออกไปแกก็โอนเป็นชื่อฉัน เข้าใจไหม!”

 

แต่ว่า

 

ไหนแกบอกอยากตอบแทนแม่ไงลูก ทำเพื่อแม่แค่นี้ไม่เป็นไรหรอกใช่ไหม ในเมื่อเราทั้งสองคนก็รักกันจริง การที่คนรักจะมอบของขวัญเงินตราให้กันมันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว จันทร์อย่าไปคิดว่าเราไปหลอกลวงเขาสิลูก...นะ ทำเพื่อแม่หน่อยนะ

 

จันทร์แรมอยากจะปฎิเสธเหลือเกินว่าเธอไม่ได้รักกรวีร์เลยสักนิด แต่ไม่รู้ทำไมปากมันไม่ยอมพูดออกไปก็ไม่รู้เหมือนขัดแย้งกันอยู่ในใจ

 

สมสอางค์เห็นท่าทีลำบากใจแต่ก็เริ่มเอนอ่อนผ่อนตามของลูกเลี้ยงก็ยิ่งได้ใจ รีบใส่ไฟให้หญิงสาวใจอ่อนอีกครั้ง

 

ในชีวิตของคนเป็นแม่ไม่อยากเห็นอะไรนอกจากเห็นลูกตัวเองเป็นฝั่งเป็นฝากับคนที่พอจะฝากชีวิตได้ จันทร์ไม่อยากให้แม่นอนตายตาหลับหรือลูก มือเหี่ยวย่นตามกาลเวลาเอื้อมลูบหัวทุยอย่างแผ่วเบาคล้ายจะเอ็นดู ทำเพื่อแม่ แม่จะได้นอนตายตาหลับอย่างหมดห่วงนะ

 

เมื่อเห็นแววตาอาทรของเธอประกอบกับความอบอุ่นที่ศีรษะทำให้จิตใจของจันทร์แรมอ่อนยวบ เธอเข้าใจว่าท่านอยากจะให้เธอมีความสุขและสะดวกสบายแต่ท่านจะรู้ไหมว่าเธอลำบากใจแค่ไหนที่ต้องเลือกระหว่างความถูกต้องกับผู้มีพระคุณ

 

จันทร์แรมถอนหายใจยาวๆ หนึ่งครั้งก่อนพยักหน้า

 

ตกลงค่ะ จันทร์จะทำเพื่อแม่ ถึงแม้จะต้องผิดต่อคุณธรรมก็ตาม...

 

แม่รักหนูนะจันทร์ รักเหมือนลูกของแม่จริงๆ

 

ค่ะ จันทร์ก็รักแม่ หญิงสาวมองท่านอย่างซึ้งใจ จันทร์กลับก่อนนะคะ แล้วจันทร์จะมาใหม่ แม่รักษาตัวดีๆ นะคะ

 

จันทร์แรมอำลาครั้งสุดท้ายก่อนจะหันหลังกลับไป จึงไม่ทันได้เห็นว่าสีหน้าของผู้มีพระคุณของเธอบัดนี้เต็มไปด้วยอะไรหลายๆ อย่างรวมกันอย่างน่ากลัว

 

ใครบอกว่าฉันส่งแกไปขึ้นสวรรค์ ฉันกำลังถีบแกลงนรกต่างหาก ถ้าไอ้หน้าโง่นั่นรู้เข้าสักวันว่าแกก็แค่หวังรวยมันคงไม่เก็บแกเอาไว้แน่ คราวนี้แกก็จะย่อยยับสมกับที่ครอบครัวแกได้ทำชีวิตฉันพังจนไม่มีชิ้นดีแบบนี้!”

 

 

 





36 ความคิดเห็น

  1. #36 PigPigGirl (@tangmay888) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2554 / 18:41
     สงสารรรรรรรรรรรรรรรรรรร
    #36
    0
  2. #34 PigPigGirl (@tangmay888) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2554 / 11:08
    อัพบ่อยๆนะคะไรเตอร์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #34
    0