มนตราพยาบาท (Touch Publishing ตีพิมพ์)

ตอนที่ 2 : บทที่ ๑ - ความรักบังตา (๑๐๐%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 มี.ค. 54

1

ความรักบังตา

 

 

บรรยากาศหรูหราของร้านอาหารชื่อดังใจกลางเมืองที่คนในแวดวงมักจะชอบมาบ่อยๆ บ่งบอกถึงระดับของทางร้านว่าไม่ใช่ร้านอาหารกระจอกๆ ทั่วไป ใครจะเข้าจะออกง่ายๆ ไม่ได้เพราะทางร้านรับบริการแต่แขกวีไอพีเท่านั้น

 

ถ้าไม่ได้อำนาจบารมีเงินตราของชายหนุ่มรูปงามตรงหน้า ต่อให้ทำงานอีกสักสิบชาติจันทร์แรมก็คงไม่มีทางได้มานั่งชูคอแบบนี้แน่และเธอก็ไม่มีทางที่จะเอาค่าเงินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองมาถลุงทิ้งให้ศูนย์เปล่าด้วยการกินอาหารมื้อเหยียบหมื่นของที่นี่เป็นอันแน่

 

จันทร์แรมนั่งรออย่างสงบเพื่อให้บริกรเอ่ยแนะนำรายการอาหารชื่อดังของทางร้าน ท่าทางที่เฉยเมยต่อบรรยากาศโดยรอบที่ต่างไปจากผู้หญิงคนอื่นที่กรวีร์เคยพามาเดตด้วยของหญิงสาวทำให้เขาอดชื่นชมลึกๆ ไม่ได้ว่าจันทร์แรมช่างเป็นผู้หญิงที่วางตัวอย่างเหมาะสมสง่างามไม่ต่างอะไรกับนางพญาหงส์และไม่มีความทะเยอทะยานอยากได้เหมือนพวกผู้หญิงที่หวังจ้องจะจับเขาพวกนั้น

 

กร...คุณกรคะ

 

จันทร์แรมโบกมืออยู่ตรงหน้าชายหนุ่มทำให้เขาออกจากภวังค์ ดวงตากลมโตเป็นประกายคล้ายลูกแก้วของเธอมองเขาอย่างสงสัยระคนเป็นห่วงเล็กน้อยที่เห็นเขาเอาแต่นั่งนิ่งไม่ได้สนใจที่จะฟังบริกรเลยแม้แต่น้อย

 

จะทานอะไรคะ

 

หญิงสาวถามเมื่อกรวีร์กลับมามีสติอีกครั้ง ชายหนุ่มยิ้มให้สาวตรงหน้าอย่างเอาใจก่อนจะเอ่ย

 

คุณจันทร์อยากทานอะไรล่ะครับ

 

แล้วแต่คุณกรเถอะค่ะ จันทร์แรมพูดเสียงเรียบ ภายในใจอดค่อนขอดชายหนุ่มไม่ได้

 

เพิ่งจะมาที่นี่ครั้งแรกจะไปรู้ได้ไงว่าคนรวยกินอะไร

 

เมื่อได้ยินดังนั้นกรวีร์จึงหันไปสั่งเมนูเด็ดกับบริกรก่อนจะหันมาสนใจสาวตรงหน้าที่นั่งเฉยมือประสานวางไว้บนตักอย่างสงบ เห็นท่าแบบนั้นแล้วอดที่จะอมยิ้มน้อยๆ ไม่ได้

 

ย้อนไปเมื่อสองเดือนก่อน ขณะที่กำลังรีบตามลูกค้าที่เพิ่งตกลงร่วมธุรกิจกันเพื่อจะเอาของที่อีกฝ่ายลืมไว้ไปคืน แต่ยิ่งรีบก็เหมือนจะยิ่งช้าเมื่อจู่ๆ ก็มีร่างบางของสาวคนหนึ่งที่ตัวไม่สูงไปกว่าไหล่ของเขาเท่าไหร่ล้มถลาอย่างเหมาะเจาะในอ้อมแขน ด้วยสัญชาตญาณจึงรีบความเอวบางเอาไว้ก่อนที่ร่างเล็กจะถูกรูดลงไปกองกับพื้น

 

นี่คุณ...!’

 

เสียงต่อว่าที่เตรียมจะสาดใส่หญิงสาวได้กลืนหายไปในลำคอเมื่อร่างเล็กอรชรในอ้อมกอดเงยหน้ามาสบตากับเขาพอดี ในวินาทีนั้นเหมือนลมหายใจสะดุดกึก เธอไม่ใช่คนที่มองแล้วสวยสะดุดตาแต่เธอช่างมีบุคลิกอะไรหลายๆ อย่างที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความสง่างาม

 

ขะ...ขอโทษค่ะ

 

เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด แต่ยังคงไว้ท่าด้วยการขยับกายออกจากอ้อมอกของเขาเล็กน้อยทำให้ชายหนุ่มได้สติรีบลดมือออกจากเอวบางของเธออย่างรวดเร็วก่อนที่จะโดนข้อหาลวนลาม เมื่อตั้งหลักได้แล้วหญิงสาวลดตัวลงไปหยิบข้าวของที่กระจายที่พื้นให้กับกรวีร์ แววตาที่เธอมองเขานั้นเรียบเฉยแตกต่างจากผู้หญิงอื่นโดยสิ้นเชิง

 

ไม่มีผู้หญิงคนไหนมองข้ามเสน่ห์ที่เขามี ไม่มีใครมองข้ามใบหน้าที่โดดเด่นของเขาไปได้แม้แต่คนเดียว...

 

...ยกเว้นเธอ...

 

เมื่อหมดธุระแล้วหญิงสาวก็หมุนตัวกลับไปทางเดิมโดยยิ้มให้เขาเล็กน้อยตามมารยาท และรอยยิ้มนั้นเองที่ทำให้ชายหนุ่มเปล่งเสียงเรียกออกไปทั้งๆ ที่ไม่รู้ตัว

 

เดี๋ยวครับ ร่างบางหยุดชะงักอยู่กับที่ ชายหนุ่มเดินอ้อมไปหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอก่อนจะหยิบนามบัตรของตัวเองให้เธอพร้อมกับโปรยยิ้มอย่างเป็นมิตรให้เธอหมายให้คนตัวเล็กใจเต้นและหวั่นไหวเหมือนผู้หญิงทั่วไป ถ้าคุณบาดเจ็บตรงไหนติดต่อหาผมนะ ผมยินดีจะพาคุณไปรักษา

 

คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวหัวเราะพรืดออกมาก่อนจะมองเขายิ้มๆ

 

ฉันไม่ได้กระดูกร้าวนะคะคุณ อีกอย่างเป็นคนไปชนคุณแท้ๆ ฉันไม่รบกวนคุณหรอกค่ะ

 

เธอพูดยิ้มๆ กรวีร์จับมือนุ่มไว้ก่อนจะยัดนามบัตรใส่มือเธอ

 

ไม่รับก็จะยัดเยียดครับ

 

หญิงสาวพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ก่อนจะยกนามบัตรในมือมาอยู่ในระดับสายตา กรวีร์อดมองอย่างลุ้นๆ ไม่ได้ว่าเมื่อหญิงสาวตรงหน้าเห็นชื่อและนามสกุลของเขาจะมีปฎิกิริยาเช่นใด จะตาลุกวาวเหมือนผู้หญิงคนอื่นหรือไม่นะ...

 

นาทีต่อมาดวงหน้าเล็กก็เงยหน้ามามองเขา แววตาไม่ได้แปรเปลี่ยนไปจากเดิมเท่าไหร่ แทนที่จะเห็นแววตาวาววับอย่างที่คิดกลับเห็นเพียงแววตาฉงนเล็กๆ ของเธอเท่านั้น ชายหนุ่มอดจะโล่งใจเล็กๆ ไม่ได้ที่อย่างน้อยเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่เขาคิดว่าหิวเงินแน่ ความคิดนี้ทำให้รอยยิ้มของเขากว้างเมื่อเห็นริมฝีปากแดงสดคล้ายผลเชอรี่นั้นเผยอเตรียมจะกล่าว...

 

คุณกรวีร์ สวัสดิ์พิพัฒน์ หญิงสาวก้มมองกระดาษในมืออีกครั้ง ฉันได้ยินชื่อคุณมานาน ไม่คิดว่าคุณจะยังหนุ่มขนาดนี้ ยินดีที่ได้รู้จักและขอโทษอีกครั้งที่ทำคุณเสียเวลาค่ะ

 

หญิงสาวพูดจบก็ตัดบทด้วยการเบี่ยงตัวเตรียมจะเดินไปโดยไม่คิดจะแนะนำตัวให้เขารู้จักสักนิดอย่างที่เขาคาดหวัง กรวีร์รู้สึกผิดหวังน้อยๆ ที่ได้เจอคนที่คิดว่าใช่แต่กลับไม่รู้แม้กระทั่งชื่อเสียงเรียงนามของเธอ

 

แต่ในนาทีต่อมาความผิดหวังก็เปลี่ยนเป็นความยินดีเมื่อเสียงใสราวกับระฆังแก้วของเธอดังลอยมาตามสายลมที่บัดมาบางๆ...

.

ฉันจันทร์แรมค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้ง

 

เมื่อชายหนุ่มหันกลับไปอย่างรวดเร็วแต่ทว่าเธอก็หายปะปนไปกับหมู่คนที่เดินสัญจรไปมาเสียแล้ว

 

 

 

 

อาหารที่สั่งได้แล้วครับ

 

เสียงบริกรดังแทรกเข้ามาในห้วงความคิด อาหารเลิศรสราคาแพงที่ใครต่างขยาดที่จะมาทานถ้าไม่จำเป็นวางอยู่ตรงหน้าของทั้งสอง อาหารตรงหน้าถึงแม้จะถูกปรุงแต่งอย่างน่ารับประทานเพียงใดแต่เมื่อมีร่างเล็กของจันทร์แรมนั่งอยู่อะไรก็ไม่สามารถดึงดูดความสนใจของเขาไปจากเธอได้สักนาทีเดียว

 

ความจริงคุณกรไม่น่าลำบากเลี้ยงข้าวจันทร์เลยนะคะ

 

ไม่ครับ อะไรที่สามารถทำให้คุณจันทร์พอใจผมไม่คิดว่ามันเป็นความลำบาก

 

คำพูดของชายหนุ่มดูเหมือนจะกระลิ่มกระเหลี่ยแต่เขาพูดด้วยความจริงใจทั้งสิ้น จันทร์แรมก้มหน้าหลบสายตาและอมยิ้มอย่างขวยเขินซึ่งเป็นกิริยาที่น่ามองยิ่งนักในสายตาของกรวีร์

 

แต่ใครจะรู้เล่าว่าดวงตาของหญิงสาวที่ก้มหลบนั้นเป็นแววตาวาววับเพียงใด

 

โง่ชะมัด

 

บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งเมื่อต่างฝ่ายลงมืออาหารตรงหน้า มีเพียงเสียงกระทบของส้อมและมีดเป็นระยะๆ เท่านั้น เสียงเพลงคลาสสิคเบาๆ ช่วยลดบรรยากาศไม่อึดอัดมากนัก

 

จะรับอะไรเพิ่มไหม ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นเธอรวบช้อนพร้อมกับจิบน้ำองุ่นเงียบๆ

 

ไม่ล่ะค่ะ ขอบคุณ

 

กรวีร์รวบช้อนตามก่อนจะหันไปหยิบอะไรบางอย่างข้างกายท่ามกลางสายตาฉงนน้อยๆ ของจันทร์แรม

 

ผมมีอะไรจะเซอร์ไพร์ส เขาบอกยิ้มๆ ก่อนจะหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มพร้อมกับเปิดกล่องไว้ตรงหน้าเธอ และนั่นทำให้จันทร์แรมเบิกตามองน้อยๆ อย่างรักษากิริยาผู้ดีที่ชายหนุ่มมักจะแอบชื่นชมบ่อยๆ สิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นทำให้หญิงสาวรู้สึกมีชัยขึ้นมาในทันใดเมื่อผลที่เธอเพียรพยายามหลอกล่อผู้ชายตรงหน้าให้ติดกับมันช่างดีเกินคาด

 

ใช่...ทุกอย่างไม่ใช่พรหมลิขิตหรือเรื่องงมงายที่ทำให้เขาได้เจอกับเธอ ทุกสิ่งมันเป็นเพราะแผนการต่างหาก

 

วันแรกที่ได้เจอกันเธอตั้งใจที่จะชนเขาแล้วล้มไปในอ้อมอก เธอตั้งใจทำเป็นเมินเหมือนไม่รู้จักว่าเขานั้นมีชื่อเสียงแค่ไหนในวงการธุรกิจและแวดวงไฮโซ มันไม่ใช่เรื่องของเธอที่จะต้องรู้จักเขาสักหน่อยในเมื่อเธอไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับเขา และดูเหมือนว่าแผนการนี้จะได้ผลเกินคาด เขามันก็แค่ผู้ชายหลงตัวเองคนหนึ่งที่คิดว่าผู้หญิงทุกคนจะต้องล้มลงไปกองแทบเท้าเพียงเพราะเขายิ้มให้

 

ครั้งแรกเธอก็ไม่ชอบใจเท่าไหร่นักที่แม่จะให้เธอไปเที่ยวหลอกเอาเงินคนอื่นมา แต่ถ้าไม่ทำเธอก็จะถูกฉุดลงไปในนรกที่เธอคลุกคลีมาตลอดทั้งชีวิตซึ่งเธอไม่ต้องการแน่ ดังนั้นไม่ว่าจะต้องใช้มารยากี่ร้อยเล่มเกวียนเพื่อให้ผู้ชายที่แม่ระบุว่าจะต้องเป็น ‘กรวีร์ สวัสดิ์พิพัฒน์ เท่านั้นให้หลงรัก ถึงแม้จะแทบไม่ต้องขุดมารยาใดๆ ขึ้นมาใช้เขาก็ช่างหลงกลเธอได้อย่างง่ายดาย...เพราะความหลงตัวเองที่น่ารังเกียจของเขาเอง...

 

ผมขออนุญาตนะจันทร์ เขาพูดอย่างสุภาพพร้อมกับอ้อมเดินไปด้านหลังของหญิงสาว

 

คุณกรไม่เห็นจะต้องลำบากซื้อข้าวของพวกนี้ให้จันทร์เลยค่ะ ฉันไม่ได้ต้องการเงินของคุณเลยแม้แต่น้อย จันทร์แรมเอ่ยขณะที่รวบผมตัวเองขึ้นเพื่อให้ชายหนุ่มสวมสร้อยเพชรน้ำงามที่เขามอบให้ เธอเป็นคนระดับล่างไม่รู้หรอกว่าเพชรที่ใส่อยู่บนลำคอระหงของเธอนั้นมีน้ำหนักกี่กะรัตแต่ความหรูหราและสวยงามของมันทำให้เธอสัมผัสถึงความแพงโอ่อ่าของมันได้ไม่ยากนัก

 

ผมบอกแล้วไงว่าทุกอย่างที่ผมให้คุณไม่เคยมีคำว่าลำบาก กรวีร์เอ่ยขณะเดินอ้อมมานั่งที่ของตัวเอง อีกอย่าง...คบกับลูกสาวเศรษฐีใหญ่จะให้ซื้อของกระจอกๆ ให้ได้ยังไงล่ะครับ...จริงไหม เขายิ้มให้อย่างอ่อนโยน

 

จันทร์แรมได้แต่ยิ้มรับจางๆ ในขณะที่ในใจแอบเบ้ปาก เฮอะ ยังไม่ทันได้บอกเลยว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใครก็โมเมว่าทุกคนจะต้องร่ำรวยเหมือนตัวเองสินะ

 

ผมมีอีกอย่างจะให้จันทร์ ดวงตาวาววับเป็นประกายแห่งความหวังทำให้หญิงสาวฉงน แต่จันทร์ต้องหลับตาและส่งมือของคุณมาให้ผม

 

ถึงแม้จะประหลาดใจแต่หญิงสาวก็ทำตามเพราะอยากรู้ว่าคนรวยอย่างเขาจะมอบของอะไรให้อีก การจะขัดใจเขาคงจะทำให้เธอเสียผลประโยชน์สู้ทำตามอย่างว่าง่ายจะดีกว่าแม่ของเธอจะได้พึงพอใจกับสิ่งของพวกนี้ที่เธอไม่เคยคิดต้องการแม้แต่นิดเดียว

 

สัมผัสเย็นๆ ที่นิ้วนางข้างซ้ายทำให้หญิงสาวลืมตาขึ้นอย่างลืมตัว สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือแหวนเพชรน้ำงามเม็ดเล็กรูปพระจันทร์เสี้ยว ความรู้สึกแรกที่เห็น เธอเองก็บอกไม่ถูกว่ากำลังรู้สึกอย่างไรกับการกระทำของชายหนุ่มแต่ที่รู้ๆ คือแหวนวงนี้เธอหลงรักมันตั้งแต่แรกเห็นเลยทีเดียว

 

กรวีร์อมยิ้มกับสีหน้าพึงใจของจันทร์แรม มือหนาเอื้อมหยิบมือบางมากุมไว้ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและแน่วแน่

 

คุณอาจจะบอกว่ามันเร็วเกินไปที่ผมจะเอ่ยคำนี้กับคุณแต่สำหรับผมมันช่างนานเหลือเกิน จันทร์แรมสบตาเขาและรอคอยว่าชายหนุ่มต้องการจะเอ่ยอะไรกันแน่ ผมชอบคุณ

 

หะ...หา?

 

จันทร์แรมกะพริบตาปริบอย่างงงงวย เขากำลังบอกชอบเธอ? กรวีร์ที่หล่อเหลาและร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศกำลังสารภาพความในใจกับจันทร์แรมคนนี้เนี่ยนะ

 

คนรวยนี่มันหลอกง่ายชะมัด เธอคิดอย่างร้ายกาจ

 

แต่ใครจะรู้กันเล่าว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของตัวเองก็แอบสั่นคลอนด้วยความยินดีแม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังไม่อาจรู้ได้

 

คุณจันทร์ไว้ใจผมหรือเปล่าครับ กรวีร์ยกมือบางมาแนบใบหน้าเกลี้ยงเกลาของเขา คุณไว้ใจที่จะฝากชีวิตไว้ที่ผมหรือเปล่าคุณจันทร์

 

จันทร์แรมได้แต่มองหน้าเขานิ่งอย่างไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดี ในเมื่อหน้าที่ของเธอมีเพียงแค่ ‘หลอกเอาเงิน เขาเท่านั้น ไม่ได้คิดเรื่องอื่นแบบนี้มาก่อนเลย

 

อะ...เอ่อจันทร์...

 

ในขณะที่หญิงสาวกำลังอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่นั้น แสงแฟลชสีขาวจ้าฉายวาบทำให้หญิงสาวต้องหลับตา เสียงคนชุลมุนวุ่นวายอย่างรวดเร็วทำให้สมองของเธอเบลอเล็กน้อย เมื่อแสงแฟลชเริ่มซาลงหญิงสาวจึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองกลุ่มบุคคลตรงหน้าอย่างฉงน ดูจากลักษณะท่าทางที่ถือกล้องถ่ายรูปไว้มั่นกับมือทำให้พอจะคาดเดาอาชีพของคนเหล่านี้ได้

 

คุณกรวีร์จะสละโสดแล้วหรือครับ นักข่าวชายคนหนึ่งเอ่ยถาม

 

หญิงคนนี้เป็นตัวจริงของคุณกรใช่ไหมคะ นักข่าวสาวร่างท้วมข้างๆ กายถามบ้าง

 

แล้วจะแต่งเมื่อไหร่คะ

 

จัดแถลงข่าวเมื่อไหร่

 

เชิญแขกกี่ท่านครับ

 

และอีกหลายๆ คำถามที่พรั่งพรูออกมาจนเลือกตอบไม่ถูก ใจจริงจันทร์แรมอยากจะดึงมือของตัวเองออกจากมือใหญ่ของเขาที่เอาแต่ยิ้มแป้นอย่างยอมรับทุกคำถามมาเพื่อไม่ให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โตไปมากกว่านี้แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะคิดตรงกันข้ามกับเธอ...เมื่อเขาลุกขึ้นพร้อมกับดึงหญิงสาวมาชิดกายพร้อมกับยกมือโอบไหล่เธออย่างแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของจนหญิงสาวนึกเคืองในใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนนิ่งๆ เท่านั้น

 

ในเมื่อทุกท่านก็พอจะรู้เรื่องบ้างแล้วนั้นผมขอประกาศในที่นี้เลยแล้วกันนะครับ ชายหนุ่มพูดอย่างยิ้มแย้ม บรรดานักข่าวนิ่งเงียบตั้งใจฟังคำแถลงของชายหนุ่มอย่างใจจดใจจ่อ ผมกับคุณจันทร์เราหมั้นกันเงียบๆ แล้วครับ

 

คำบอกกล่าวทำให้เกิดเสียงอื้ออึงเบาๆ ในหมู่นักข่าว จันทร์แรมหันมาถลึงตาใส่คนตัวสูงที่ยิ้มอย่างไม่รู้ไม่ชี้ ในใจของหญิงสาวได้แต่กราดเกรี้ยวกับคำบอกกล่าวของชายหนุ่มที่ดูจะเห็นแก่ตัว เขากับเธอหมั้นกันตอนไหนกัน ไร้สาระสิ้นดี!

 

จริงหรือครับทำไมไม่จัดงานให้ใหญ่โตล่ะครับ นักข่าวคนหนึ่งตะโกนถามขึ้นมา

 

ผมกับจันทร์เราแค่หมั้นกันเงียบๆ ครับส่วนเรื่องงานหมั้นและงานแต่งเดี๋ยวมีกำหนดการเมื่อไหร่จะรีบแจ้งให้ทราบครับ

 

เสียงนักข่าวแซ่ซึงอย่างตื่นเต้น ข่าวดังหน้าหนึ่งของวันพรุ่งนี้ลอยมาทันใด...

 

ลูกชายเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศประกาศสละโสด ลั่นระฆังวิวาห์สายฟ้าแลบ

 

 

 

 

จันทร์ครับ ชายหนุ่มเดินอ้อมมาดักหน้าหญิงสาวที่เอาแต่เดินนิ่งเงียบ จันทร์โกรธผมหรือ

 

จันทร์แรมมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่พอใจ อยากจะข่วนหน้าหล่อๆ นั่นให้เป็นรอยสักทีสองทีข้อหาโมเมให้เธอตกกระไดพลอยโจนไปเป็นคู่หมั้นของเขาโดยไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยแม้แต่นิดเดียว ใครๆ ก็มองว่าเธอโชคดีที่จะได้ครองรักคู่กับผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างเขา เธออาจจะคิดแบบนั้นได้ถ้าผู้ชายคนนี้คือคนที่เธอรัก แต่ทว่ามันไม่ใช่...เพราะเธอไม่เคยรักกรวีร์เลยแม้แต่นิดเดียว!

 

แต่เขาคือตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยไม่ให้เธอจมดิ่งไปอยู่ในนรกนั่น...ถึงแม้จะโกรธแต่ก็ต้องข่มเอาไว้

 

จันทร์แรมลดสีหน้าบึ้งตึงของตัวเองลงก่อนจะมองเขาอย่างเหนื่อยใจแทน

 

คุณทำอะไรน่าจะปรึกษาจันทร์ก่อนเพราะจันทร์ก็เป็นคนมีพ่อมีแม่นะคะ หญิงสาวยกประเด็นนี้ขึ้นมาปิดบังถึงแม้ว่าความเป็นจริงเธอจะไม่มีบุพการีอย่างที่ว่าทั้งสองท่านแล้วก็ตาม จู่ๆ หมั้นกันแบบนี้แล้วแม่ของจันทร์จะคิดยังไง

 

ใช่...แม่จะปลื้มหรือเปล่าที่เธอทำผิดแผนจนเรื่องเลยเถิดแบบนี้

 

โธ่จันทร์...ผมไม่ได้เล่นๆ กับคุณนะ ผมอยากจะดูแลคุณ...อยากจะมีคุณอยู่เคียงข้างกายจนแก่จนเฒ่า

 

คุณยังไม่รู้จักจันทร์ดี คุณมั่นใจแล้วหรือว่าจะครองคู่กับจันทร์?

 

จันทร์แรมเลิกคิ้วถาม ชายหนุ่มยกมือบางมากอบกุมไว้ก่อนจะวางแนบอกแกร่งตำแหน่งหัวใจ แรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยตามอัตราการเต้นทำให้หญิงสาวสัมผัสได้ว่าหัวใจดวงนี้กำลังเรียกหาเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น...

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นยังไงผมยินดีที่จะรักคุณ ผมเชื่อหัวใจตัวเองว่าเลือกรักคนไม่ผิด แววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นคงทำให้หญิงสาวใจแกว่งเล็กๆ แต่ต้องรีบห้ามใจตัวเองไม่ให้หลงไปกับใบหน้าหล่อเหลาของเขา คุณล่ะ...จะยอมไว้ใจให้ผมดูแลคุณไหมจันทร์

 

ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนและรอคอยทำให้หญิงสาวต้องเบือนหน้าหนี ในเวลานี้หัวเธอตีกันยุ่งไปหมดว่าจะเดินแผนไปทางไหนต่อ จะหยุดเพราะไม่อยากหลอกให้เขางมงายกับเธอไปมากกว่านี้ก็กลัวว่าแม่จะเอาเธอไปขายตัวซึ่งเธอไม่มีทางยอมแน่ๆ แต่ถ้าจะให้ดึงดันที่จะคบต่อไป ผลสุดท้ายเธอคงต้องทรมานไม่ต่างกับการขายตัวเท่าไหร่เมื่อต้องมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนที่ไม่ได้รักเช่นกรวีร์

 

ขะ...ขอจันทร์ปรึกษาแม่ก่อนนะคะ จันทร์แรมดึงมือออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่มอย่างนิ่มนวลก่อนจะเงยหน้ามาสบตาเขาอย่างอ่อนโยน ระบายยิ้มอ่อนๆ ไว้ที่ริมฝีปาก ขอเวลาจันทร์ก่อน...คุณกรคงจะรอได้นะคะ

 

ดวงตาสีชาของกรวีร์สั่นระริกด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มกว้างก่อนจะรวบตัวร่างเล็กมากอดแน่นอย่างดีใจจนหญิงสาวในอ้อมกอดเริ่มขมวดคิ้วอีกครั้งแต่เขาก็ไม่มีโอกาสได้เห็นมัน

 

 แค่คุณจันทร์ให้โอกาสผมก็ดีใจแล้วครับ กรวีร์ดึงร่างเล็กมาสบตา จันทร์แรมปรับสีหน้าให้เรียบเฉยดังเดิมแทบไม่ทัน ผมดีใจเหลือเกินที่คุณจันทร์ให้โอกาส...ผมสัญญาว่าจะไม่มีวันทำให้คุณเสียใจเป็นอันขาด

 

จันทร์แรมพยักหน้ารับ สัมผัสเย็นจากโลหะที่นิ้วนางข้างซ้ายทำให้เธอก้มลงมอง ก็พบแหวนเงินวงเล็กที่ดูยังไงก็สร้างขึ้นมาเพื่อเธอ หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มก็พบรอยยิ้มจริงใจจากเขาประกอบกับคำพูดของกรวีร์ทำให้เธออยากจะตะโกนบอกเขาว่าเธอไม่อยากทำแบบนี้เลยแม้แต่นิดเดียว

 

แหวนวงนี้มันไม่ได้มีค่าอะไรมากแต่เป็นแหวนของย่าผมที่ให้พ่อไปมอบให้กับคนที่รัก และมันก็เป็นของตกทอดมาให้ผมมอบให้กับคนที่ผมรักเช่นกัน และคนคนนั้นก็คือคุณนะ...คุณจันทร์แรม

 

จันทร์แรมยิ้มรับจางๆ พยายามปั้นหน้าเหมือนมีความสุขทั้งๆ ที่สวนทางกับความจริงเหลือเกิน...

 

เธอคงจะใจเต้นแรงถ้าคนตรงหน้าเป็นคนที่เธอรักหมดใจแต่ทว่ามันไม่ใช่...เพราะเธอเห็นเขาเป็นแค่เครื่องมือที่ช่วยให้เธอหลุดพ้นจากนรกทั้งปวงเท่านั้น...

 

ใช่...เขามันก็แค่เครื่องมือเท่านั้น...

 

 

 

 

 

 

เพียะ!

 

ใบหน้าเนียนละเอียดของจันทร์แรมสะบัดหันตามแรงเหวี่ยง เธอหันมามองบุคคลที่เธอเรียกว่าแม่อย่างเรียบเฉย รับรู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ แม่มักจะตบตีหรือทำร้ายเธอทุกครั้งที่เธอขัดคำสั่ง

 

ครั้งนี้ก็เช่นกัน...

 

ฉันให้แกไปหลอกมัน ไม่ใช่ให้ไปเสวยสุขเป็นเมียแต่งของมันนะนังจันทร์!!

 

จันทร์ก็ไม่รู้นิว่าเขาจะจริงจังกับจันทร์ขนาดนั้น เรื่องหมั้นและนักข่าวนั่นจันทร์ไม่เกี่ยวด้วยเลยนะแม่

 

แกไม่ต้องมาเถียงฉันนังจันทร์ สมสอางค์ตะคอกก่อนจะหันหลังเดินไปเดินมาอย่างคิดไม่ตกกับสถานการณ์ต่อไป

 

ฉันให้แกไปหลอกเอาเงินมัน แต่นี่แกกลับคิดจะตกแต่งกันอย่างเป็นทางการ แกกับมันก็มีความสุขน่ะสิ เฮอะ เรื่องอะไรฉันจะอยากเห็นแกกับมันมีความสุข!’

 

หรือแม่จะให้จันทร์ไปบอกความจริงกับเขาล่ะ จันทร์แรมพูดอย่างหมดความอดทน บอกเขาไปเลยไหมละว่าจันทร์เป็นเด็กซ่อง ไม่ได้เป็นลูกไฮโซ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำเป็นเพราะหลอกเอาเงินเขาเพราะแม่สั่ง แม่จะให้บอกเขาไหมละคะ

 

เพียะ!

 

แกไม่ต้องมาพูดแบบนี้กับฉันนะนังจันทร์ อีลูกอกตัญญู สมสอางค์สะบัดมือตบหน้าจันทร์แรมอีกครั้งจนหญิงสาวล้มไปกองกับโซฟาเก่าๆ เอาซี้ ถ้าแกอยากจะขายตัวก็ไปบอกความจริงกับไอ้หน้าโง่นั่นเลย ก็ดีเหมือนกัน เสี่ยหลายคนเขาก็ไม่ได้อยากให้แกนวดให้เขาแค่อย่างเดียวนิ

 

โธ่แม่ แม่ก็รู้นิว่าจันทร์ไม่มีทางขายตัว เมื่อเห็นโทสะของแม่ทำให้จันทร์แรมอ่อนลง เพราะกลัวนางจะเปลี่ยนใจจึงรีบออดอ้อนเดินไปกอดขานาง แม่จะให้จันทร์ทำอะไรแม่บอกจันทร์สิจ๊ะ

 

สมสอางค์สะบัดขาหนีพร้อมกับเดินไปหยุดอยู่ที่มุมห้องอย่างใช้ความคิด

 

ไหนๆ เรื่องก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าให้นังจันทร์ปฎิเสธเดี๋ยวไอ้หน้าโง่นั่นก็จะสงสัยเอา หรือต้องปล่อยให้เลยตามเลย หมั้นได้ก็ถอนได้

 

นั่นสินะ...ถ้ารู้ตัวว่าถูกหลอกหลังจากหมั้นกันแล้วคงเจ็บไม่น้อย

 

รอยยิ้มอย่างชั่วร้ายผุดขึ้น หญิงวัยกลางคนหันมาหาเด็กสาวรุ่นลูกก่อนจะเอ่ยอย่างช้าๆ

 

แกรับหมั้นมันไป สีหน้าของจันทร์แรมเต็มไปด้วยความฉงนสงสัยแต่ก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไรได้แต่มองหน้าแม่อย่างครุ่นคิด

 

แม่ต้องมีแผนการอะไรอยู่ในใจแน่ๆ...

 

พอแกหมั้นกับมันไปสักพักแล้วค่อยบอกความจริงกับมัน มันคงจะรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง คงจะเจ็บปวดน่าดู หึๆๆ

 

จันทร์ขอถามอะไรแม่สักอย่างได้ไหม

 

สมสอางค์ที่กำลังอยู่ในห้วงความคิดอันร้ายกาจของตัวเองพยักหน้า

 

อะไรทำให้แม่โกรธเกลียดครอบครัวของคุณกรขนาดนั้นหรือจ๊ะ

 

คำถามนั้นทำให้รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าหล่อนทันที แววตาวาววับอย่างเคียดแค้น ยิ่งเห็นใบหน้าของจันทร์แรมที่คล้ายกับคนที่นางเกลียดยิ่งพาลทำให้อารมณ์เสีย ความแค้นความกดดันร่วมยี่สิบปีทำให้หล่อนจำฝังลึกและสาบานกับตัวเองว่าทุกคนที่ทำให้หล่อนอยู่ในสภาพนี้มันต้องย่อยยับ!

 

ไม่ใช่เรื่องของแก

 

แต่จันทร์ก็มีส่วนร่วมในเรื่องนี้นิ

 

ฉันบอกว่าไม่ใช่เรื่องของแกไงนังจันทร์!” นางตะคอก ทำหน้าที่ของแกให้ดี หลอกมันให้มันรักแกมากๆ ยิ่งมันรักแกมากเท่าไหร่ก็หมายความว่าแกหลุดพ้นจากนรกที่แกหนีมากเท่านั้น

 

หล่อนพูดจบก็เดินกระแทกเท้าออกไปอย่างอารมณ์เสีย จันทร์แรมมองตามหลังนางไปอย่างไม่เข้าใจแกมลำบากใจ ใช่ว่าเธออยากจะทำเรื่องแบบนี้ บาปกรรมจริงๆ ที่ต้องไปหลอกคนอื่นทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ทำผิดอะไรเลย แต่ถ้าจะให้เธอหยุดหรือ...คงจะเป็นไปไม่ได้!

 

ขอโทษนะคะคุณกรวีร์

 

๑๐๐ %
กว่าจะครบร้อยได้นี่ข้ามปีเลยทีเดียว
แหะๆๆๆ จะเริ่มอัพอาทิตย์ละครั้งตั้งแต่นี้ไปนะจ๊ะ
มีอะไรติชมก็คอมเม้นกันเยอะ ๆ เลย
แยมชอบบบบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

36 ความคิดเห็น

  1. #28 suket (@stupidjeab) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2554 / 14:54
     กรวีร์เป็นพระเอกเหรอค่ะ???? แฮ่ะๆๆ ยังงอยู่
    #28
    0
  2. #27 nick (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2553 / 05:34
    โอ้ ว้าวววววววววววววววววววววววววววววววววววว

    ฉีกไปคนละแนวกับบ่วงแค้นเรยนะคะ

    เหมือนเรื่องนี้นางเอกจะร้าย อิอิ



    อัพไว ๆ นะคะ ทั้งสองเรื่องเรย ติดตามยุ



    สู้ ๆ ๆนะคะ
    #27
    0
  3. #23 [_★#Sunn!!Ze#★_] (@sunniize) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2553 / 22:58
    ต่อนะคะพี่แยม พลีสสสสสสส TT
    #23
    0
  4. #22 Kiss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2553 / 12:50
    โห นางเอกแรงอะ

    ร้ายลึกค่อด 

    นึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าพระเอกรู้ความจริงนางเอกจะเละเทะแค่ไหน

    เอาใจช่วยไรท์เตอร์นะคะ
    อย่าดองนานเป็นพอ TOT
    #22
    0
  5. #21 Yingyai (@my-d-suju) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2553 / 11:27

    โห  คนรวยมันหลอกง่ายจริงๆหรอ

    ลองมั้งได้ไหม ฮ่าๆ

    #21
    0
  6. #19 PigPigGirl (@tangmay888) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2553 / 01:29

    จิงๆๆเเล้วนางเอกก็ร้ายลึกเหมือนกันนะเนี่ย  ถึงจะทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเองก็เหอะ  เเต่เล่นกับความรุสึกคนอื่นเเบบนี้..ระวังจะเจอเรื่องร้ายๆๆนะ  สาวจันทร์

    #19
    0