The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 6 : The Keyz 6 เยือนโรงอาหาร&เริ่มฝึก -Rewrite-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    10 พ.ค. 61

[6]

 

ร่างสองบุรุษยืนประจันหน้ากัน อะไรบางอย่างในตัวพวกเขาทำให้รู้สึกว่าทั้งสองแตกต่างกันมาก จนไม่มีวันเข้ากันได้ อาจเป็นเพราะไอร้อนและไอเย็นของธาตุน้ำและไฟ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจับจ้องไปอย่างเรียบเฉย ขณะที่นัยน์ตาสีแดงเข้มดุดันราวกับต้องการจะฉีกทึ้งร่างตรงหน้าออกเป็นชิ้น

 

ทำไมพวกนายถึงปกป้องเด็กใหม่คนนี้กันนัก” แพทริกซ์เปรยขึ้น ก่อนเลื่อนสายตาจากทรอนซีรามาเป็นฉันแทน

เขาเริ่มการสอบสวนอีกครั้งแล้ว

ไม่ใช่เรื่องของนายทรอนซ์ตอบกลับเรียบ ราล์ฟผิวปากฟิ้ว มารีอาตีต้นแขนราล์ฟเบา ๆ

หึ...ยังไงซะ...ฉันก็จะต้องรู้ให้ได้…ฉันจะทำให้ชาร์ลีนต้องขอย้ายทีมมาอยู่กับฉัน”

ห้ะ หมอนั่นพูดอะไรนะ

“ยัยนั่นไม่เกี่ยวกับเรื่องระหว่างนายกับฉัน” ทรอนซีราพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมานิดนึง ฉันได้แต่มองหน้าเขาและแพทริกซ์สลับกัน

เกี่ยวสิ...เพราะฉันชักเริ่มสนใจเธอแล้วล่ะ แพทริกซ์ยิ้มจางมาให้ อะไรกัน นี่ฉันโดนหว่านเสน่ห์หรอเนี่ย !

ทรอนซ์ถึงกับเงียบไปเลยทีเดียว ใบหน้าไร้อารมณ์เสมอต้นเสมอปลายจริง นะหมอนี่น่ะ มารีอาเดินเข้าไปสะกิดไหล่ ทรอนซ์เหมือนจะนึกคำตอบดี ๆ ได้แล้วตอนนี้

            นายจะยุ่ง...หรือไม่ยุ่งกับยัยนั่นก็ตามใจ ฉันไม่สน” อ้าว...

แพทริกซ์ยืนนิ่งไม่พูดอะไร

            แต่ยัยนั่นเป็นคนใน ‘ทีม’ ฉัน...อยู่ในการดูแลของฉัน

 

เมื่อกี้เขาบอกว่าไงนะ ? ฉันทีมเขา ? ทีมทรอนซ์ที่มี ทรอนซ์เป็นปริ๊นซ์ มารีอาเป็นไนท์ ราล์ฟเฟเป็นโพรเทกเตอร์ ? งั้นแสดงว่าฉัน...ฉันได้เป็นฮีลเลอร์ของทีมหรอเนี่ย !

            ชาร์ลีน...มานี่สิ” มารีอาเอ่ยเรียก ฉันจึงออกตัววิ่งโดยไม่ต้องรอให้เรียกซ้ำ

และในขณะที่วิ่งผ่านแพทริกซ์นั้น...ก็ได้ยินหมอนั่นพูดอะไรแปลก ๆ เบาพอที่ฉันจะได้ยินคนเดียว

ซักวันเธอจะเปลี่ยนใจ” เสียงนุ่มกระซิบแผ่วข้างหู หัวใจฉันกระตุกเบา ๆ หนึ่งครั้ง พยายามที่จะไม่หันกลับไปมองอีก ฉันเห็นทรอนซ์เดินนำออกไปก่อน จึงรีบตาม โดยมีมารีอาและราล์ฟเฟพ่วงท้ายขบวน

ฉันรู้สึกโล่งอก ในที่สุดก็สามารถหลุดพ้นจากห้องสอบสวนนั่นสักที !

 

ตึก ตึก ตึก

เกิดเสียงฝีเท้าของคนสองคนกระทบกับพื้นบันไดหินอ่อนสีขาว ฉันจ้องแผ่นหลังของทรอนซ์ที่เดินนำหน้าไป ราล์ฟกับมารีอาเพิ่งจะขอแยกย้ายไปยังที่พักธาตุพิเศษ ซึ่งอยู่อีกทาง

            แผ่นหลังกว้างตรงหน้าไม่ได้มีรอยไหม้ หรือเขม่าดินให้เห็นแล้ว ชั่ววูบนึงที่ฉันสนใจว่าอาการของทรอนซ์เป็นยังไงบ้าง จึงเอ่ยเรียกไป “ทรอนซีรา

            ” ไม่ตอบ แถมเดินขึ้นบันไดต่อไปอย่างไม่สนใจ

            ฉันต้องเติมฉายาเข้าไปด้วยใช่ไหม นายถึงจะยอมหัน ห้ะ อีตาขี้เก๊ก !”

เขายังคงทำเมินไม่สนใจ

“นี่นาย ! คนเขาอุตส่าห์ทักนะเฟ้ย~ มันหนักปากรึไงถ้าแค่ขานว่า ‘อะไร’ น่ะ!?”

อะไร”

ช้าไปไหมยะ” ฉันจ้องหน้าหล่อ ๆ ของหมอนั่นอย่างเอาเรื่อง ทรอนซ์เลิกคิ้วเล็กน้อย

            บ่นอะไรของเธอ...น่ารำคาญ” พูดจบ หมอนั่นก็หันหลัง ก้าวต่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยจ้า

            ก็รู้อยู่ว่าเขาน่ะมันมนุษย์สัมพันธ์ยอดแย่ ทำไมฉันต้องไปโกรธด้วยเล่า เฮ้อ

            คิดได้ดังนั้นฉันเลยพยายามวิ่งตามหมอนั่น จนในที่สุดก็ไปเดินอยู่ข้าง ๆ ก่อนชวนคุย “เออ...นายรู้ไหมว่าฉันใช้ ‘ไอซ์ ฟรีซซิง ได้เหมือนนายเลยอ่ะ” ฉันพูดพลางยืดอกอย่างภาคภูมิใจ ไอ้พลังจากศิลาเวทสกัดที่ยืมมาจากตาขี้เก๊กนั้นใช้ได้ผล ถึงจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะหยุดหอกยักษ์นั่นไม่ได้ก็เถอะ

แล้วไง ?”

“ก็ฉันใช้เวทมนต์ได้ยังไงล่ะ ครั้งแรกในชีวิตเลยนะ ! นายจำตอนที่นายเสกเวทมนต์ครั้งแรกได้ไหมล่ะ นั่นล่ะความรู้สึกเดียวกัน หึหึ ฉันหยุดเข็มเป็นสิบ ๆ เล่มได้...แต่หยุดหอกยักษ์ไม่ได้...เกือบตายเหมือนกัน” ฉันค่อย ๆ ลดเสียงลงเพราะรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะแพทริกซ์มาช่วยไว้ได้ทันล่ะก็ คงไม่มีโอกาสมายืนพูดโอ้อวดในความสามารถด้านเวทมนต์ของตัวเองแบบนี้

ฉันหัวเราะเก้อ ก่อนจะเหลือบไปมองใบหน้าของคนข้าง ๆ เขาดูเหมือนจะก้าวเดินช้าลง ใบหน้าขาวจัดก็ดูซีดเซียวไร้สีเลือดกว่าเดิมอีก

“แล้วแผลนาย...เป็นไงบ้าง

            ทรอนซีราค่อย ๆ หันมามองฉันช้า ๆ ใบหน้าเหมือนสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง เขาดูไม่ค่อยสบายดีเท่าไหร่

            “นายไม่เป็นอะไรแน่นะ ?” ฉันก้าวเข้าไปหาหนึ่งก้าว เขาถอยออกห่างหนึ่งก้าว จากนั้นมือหนาก็ยกกุมท้องตัวเอง ใบหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยวแปลก ๆ รึว่า…!

            “ทรอนซ์ รึว่านาย

            ” ทรอนซ์ทรุดตัวลง เอามือเกาะราวบันไดเอาไว้

            แววตาเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานนั่น !? ใช่แน่ ๆ ! อาการแบบนี้ !

            นายปวดอึหรอ ?”

            ทรอนซ์หลุบตาข่มอารมณ์ พลางกัดฟันกรอด

            แป๊ปนะเดี๋ยวฉันมา !” ฉันพูดอย่างร้อนรน แล้วกลับหลังหันวิ่งลงบันได

            จะไปไหน”

ไปเรียกราล์ฟฉันหันไปตอบขณะวิ่งลงบันได

            ทรอนซ์ขมวดคิ้ว

            ก็จะให้พานายไปห้องน้ำไง...ทนหน่อยนะ...แต่ฉันคนเดียวพยุงนายไม่ไหวหรอก”

เพียงเท่านั้น คนเก็บอารมณ์เก่งแผดเสียงลั่น

ไม่ต้อง !”

ทรอนซ์ลุกขึ้นยืนอย่างสง่า แล้วก้าวเท้ายาว เลี้ยวเข้าห้องอย่างรวดเร็ว และแน่นอน ฉันรีบวิ่งตามไปติด แบบไม่เว้นระยะห่าง...หึหึ ทรอนซีรา...นายบังอาจเอาศิลาเวทสกัดรสชาติยอดแย่อย่างนั้นให้ฉันดื่ม...ต่อจากนี้นายไม่ได้อยู่เป็นสุขแน่ !

“ง่า...นายไม่ต้องอายหรอก...มันเป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป ยิ่งถ้านายอั้นนาน นะ...ระบบขับถ่ายนายจะ..เฮ้ย !” ฉันรีบกระโดดหลบประตูไม้มะฮอกกานีสีน้ำตาลที่ถูกปิดแรง ใส่หน้า

            ปัง !

ฮ่ะๆ เสียมารยาทชะมัด

ฉันคิดพลางยิ้มเยาะ แล้วเดินไปกรอกเสียงใส่ช่องประตู

            เฮ้ ~ อุตส่าห์หวังดี...ไร้มารยาทจริง...ยังไงก็อย่าอั้นน้า”

            ไอซ์..” เสียงทุ้มดังขึ้นจากในห้อง

            เออ ไปละ...ฝันดีฉันรีบตัดบท แล้ววิ่งแผ่นแน่บกลับห้อง ก่อนที่จะกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง

ฮ่ะ ๆๆ ~ เนี่ยแหละน้า...ปริ๊นซ์ทรอนซีรา...

หยิ่งในศักดิ์ศรี...ไม่ยอมหลุดฟอร์มง่าย ๆ...ยิ่งมาด(เก๊ก)เท่ห์นั่นพี่แกคงหวงมาก

 

เด็กสาวในชุดนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงนุ่มนิ่ม เธอนอนทบทวนความทรงจำและเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในวันนี้

ปากเรียวได้รูปคลี่ยิ้มจาง เปลือกตาขยับขึ้นลงช้า ๆ ก่อนจะปิดสนิทในที่สุด

            เวทมนต์...เวทมนต์…ตื่นมา...ก็อย่าให้มันเป็นแค่ฝัน

            อเมธิสต์พลิกตัวอีกครั้ง...ก่อนจะดำดิ่งสู่นิทราในที่สุด

................................................................................................................................................................

 

ฮีล !” เสียงหวานประกาศลั่น มือทาบเหนือแผ่นหลังร่างหนาที่นั่งขัดสมาธิ ยอมให้รักษาอยู่บนเตียง

            สิ้นเสียง ลำแสงสีเขียวก็ปรากฏบนฝ่ามือเรียว รอยแดงบนผิวหนังถูกเนื้อเยื่อบาง ถักทอร้อยต่อจนประสานกัน ไม่ทิ้งร่องรอยแผลเดิม

            โอ้โห ~” ฉันอุทานด้วยความตื่นเต้น ตาจับจ้องไปยังแผ่นหลังขาวเนียนไร้ที่ติของทรอนซ์อย่างทึ่ง

อย่างนี้จะเอาฮีลเลอร์ไปทำอะไร๊~ ในเมื่อใคร ก็ทำได้(ยกเว้นฉัน)”

            นี่น่ะ...ก็แค่การรักษาบาดแผลภายนอก” มารีอาเปรย

            งั้น...ฮีลเลอร์จริง ก็รักษาบาดแผลภายในได้ ?”

            มารีอาพยักหน้าเบา

            โอ้โห~ เยี่ยมเลย !” ฉันอยากเป็นคุณหมอมานานแล้ว อา...ใช่แล้ว...อาชีพแพทย์เป็นความฝันสูงสุดของฉัน !

ฮีลเลอร์ไม่เหมือนอาชีพหมอนะ...ถึงวัตถุประสงค์เรื่องการรักษาผู้บาดเจ็บจะเหมือนกันก็เถอะ” มารีอาเริ่มสาธยาย ขณะส่งเสื้อเชิ้ตสีขาว(ไม่ทราบที่มา)ให้ทรอนซ์ “นอกจากจะต้องคอยรักษาคนในทีมแล้ว ยังต้องอาศัยทักษะหลบหลีกอย่างว่องไวเพื่อป้องกันตัวเอง...เพราะในสนามแข่ง ฮีลเลอร์มักจะโดนเก็บคนแรกเสมอ”

            เฮือก ! ไม่นะ ไม่อยากเป็นแล้วดีกว่า

            แล้วทำไมไม่ฆ่าปริ๊นซ์ไปเลยล่ะ...เกมจะได้จบ ” จำได้ว่ามารีอาเคยเล่าให้ฟังถึงความสำคัญของปริ๊นซ์ คือถ้าเขาตายหรือไม่สามารถสู้ได้ เกมจะจบลงทันที

            ทรอนซ์ไหวตัวเล็กน้อย แต่ทำเป็นไม่สนใจ

            ถ้าจะฆ่าปริ๊นซ์ ก็ต้องจัดการไนท์ และโพรเทกเตอร์ได้ก่อนมารีอาพูดอย่างภาคภูมิและมั่นใจในฝีมือตัวเอง (ก็แบบคุณเธอเป็นไนท์น่ะนะ)

            ฮือ~ งั้นฆ่าไนท์คนแรกเหอะ เอ่อ...โพรเทกเตอร์ก่อนก็ได้” ฉันรีบเปลี่ยนตัวเลือกทันทีเมื่อเห็นมารีอามองตาเขียวปั้ดด้วยสายตาประมาณว่า เธอคิดว่าอย่างฉันจะจัดการได้ง่าย งั้นหรอ ?

            งั้นเธอคิดดู...ในขณะที่พยายามฆ่าไนท์หรือโพรเทกเตอร์ เมื่อพวกนั้นได้รับบาดเจ็บ ฮีลเลอร์ก็ต้องทำหน้าที่เข้าไปรักษาอยู่ดี ก็เท่ากับว่าที่โจมตีไปก็สูญเปล่า...และนั่นหมายความว่าทีมไหนไม่มีฮีลเลอร์...ก็เตรียมตัวโดนปิดเกมได้เลย”

 

พูดอีกก็ถูกอีก ! ฮือ ซวยจริงเลยฉัน โดนเก็บเป็นคนแรก ตำแหน่งสำคัญที่ชี้ความเป็นตายของทีม จะรอดไหมฟะ(พวก)เรา

            ไม่ต้องห่วง” ทรอนซ์เปรยขึ้น พลางเลื่อนสายตามาสบกับฉัน “ฮีลเลอร์เป็นตำแหน่งที่ยืนห่างจากคู่ต่อสู้ที่สุด”

            ใช่...ทรอนซ์ในตำแหน่งปริ๊นซ์ก็ยืนอยู่หน้าเธอทั้งคน” มารีอาเสริม

            มะ...หมายความว่า นายจะปกป้องฉันเหรอ ?” ฉันหันไปทางทรอนซ์ นัยน์ตาเปี่ยมล้นไปด้วยความหวัง

            ใบหน้าเยือกเย็นกระตุกเล็กน้อย “ก็ถ้า...เวทรักษาเธอมันห่วยนัก…ทรอนซ์พูดเรียบ ๆ แต่แววตาจริงจัง “ฉันก็ไม่จำเป็นต้องปกป้อง”

            โฮ ~ ใจร้าย...ฉันไม่รู้เรื่องเวทรักษาเลยสักนิดนะ ! และฉันเชื่อสุดใจเลยด้วยว่าหมอนี่พูดจริงทำจริง หรือเขายังโกรธที่ฉันแกล้งยั่วโมโหเขาเมื่อคืนกันแน่นะ

            แล้ว...เวทรักษาอะไรนั่นน่ะ มันใช้ยังไงหรอ...หรือว่า แค่พูดว่า ‘ฮีล’ ก็รักษาได้” ฉันหันไปถามมารีอา เริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก

            เธอจะบ้าหรอ” มารีอาสูดหายใจเข้าลึก อย่างเก็บอารมณ์ เวทรักษา เป็นเวทมนต์ที่ค่อนข้างซับซ้อน...ใช้ความละเอียดอ่อนมากถึงมากที่สุด ไม่ใช่แค่พูดว่า ‘ฮีล’ ก็ใช้ได้”

เมื่อเห็นฉันทำหน้างงถึงงงที่สุด...มารีอาก็ถอนหายใจเบา

            ด้วยเหตุนี้...ฉันจึงต้องส่งเธอไปเรียนเวทรักษากับฮีลเลอร์คนหนึ่ง” หล่อนว่า พลางชะโงกหน้าไปที่ประตู “ทำไมราล์ฟยังไม่มานะ ฉันให้เขาไปดูแลเธอตอน ‘ฝึก’ น่ะ

           

เฮ้อ...ฝึก...ช่วยไม่ได้นี่นา...ฉันดันหลวมตัวเข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว แนะนำตัวเสร็จสรรพ โอกาสรอดแทบไม่เหลือ ก็ต้องปล่อยเลยตามเลยอยู่ที่นี่ไปก่อน เพราะถึงจะหนีออกไปได้ตอนนี้ คนที่โดนลงโทษอาจเป็นพวกเขาแทน (ซึ่งฉันยอม...แต่พวกเขาไม่ยอมงะ)

            ก๊อก ๆ ก๊อก ๆๆ ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ก๊อก (12 123 12 12 1)

เชิญ” เมื่อเจ้าของห้องอนุญาต ประตูไม้มะฮอกกานีถูกเปิดออก ราล์ฟปรากฏตัวขึ้นก่อนจะสาวเท้าเข้ามาในห้อง โบกมือทักทายพลางอ้าปากหาววอด

            “อรุณสวัสดิ์นะเพื่อน ๆ....ฮ้าว

            ทำไมตื่นสายล่ะ นี่มันเลยเวลานัดมานานแล้วนะรู้ไหม ?” มารีอาแหวใส่

            สายอะไรกัน...นี่เพิ่งเจ็ดโมงเองนะ”

ฉันนัดนายกี่โมงยะ !” มารีอากอดอกมองราล์ฟตาเขียว ซึ่งนั่นคงเป็นเรื่องปกติยามทั้งสองเจอหน้ากัน เพราะทรอนซ์ที่นั่งอยู่บนเตียงก็ทำหน้าเฉยราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา(เอ…แต่หมอนั่นก็มีหน้าเดียวตลอดเวลาอยู่แล้วนี่หว่า)

            ง่า...หกโมง ? ฉันสาบานได้ว่าไปหาเธอที่ห้องแล้วจริง ๆ เธอไม่อยู่อ่ะ ปล่อยให้รอเก้อ”

            ฉันจะไม่คิดอะไรเลยถ้าหากเจ้าราล์ฟไม่ได้ทำเสียงยียวนปนทะเล้น นี่นายนั่นแอบจีบแม่นางมารีอาอยู่เรอะ แต่พนันได้เลยว่าระดับมารีอาแล้วไม่มีคำว่าหวั่นไห

มารีอาอ้าปากคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง ใบหน้าสวยขึ้นสีชมพูจาง ๆ ก่อนจะพูดเสียงเบาลง

ฉันนัดนายมาห้องทรอนซ์ต่างหาก...อย่าพูดจามั่ว

            สงสัยว่าแม่นางมารีอาก็คงหวั่นไหวอยู่บ้างเหมือนกัน

ฮ่ะ ๆๆๆ...โอเค้ ว่าไงทรอนซ์ แผลเป็นไงบ้างราล์ฟหันไปถาม ชายที่กึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่บนเตียง

            ก็ดีขึ้น” เขาตอบสั้น ๆ กระชับได้ใจความ ราล์ฟพยักหน้าหงึกหงักเป็นอันเข้าใจ และไม่ซักไซ้ให้มากความ คงรู้ว่าคนถูกถามไม่ค่อยชอบพูดเท่าไหร่นัก

            ชาร์ลีน ดูเหมือนฉันต้องพาเธอไปหาครูฝึกแต่ก่อนหน้านั้นขอแวะโรงอาหารก่อนละกันนะ หิวชะมัด”

            ยังรู้สึกไม่ค่อยชินคำชื่อเรียกเลยแฮะ แต่ก็ต้องจำใจขานรับ

            “อือ”

 

ภาพเบื้องหน้าคือห้องกว้างขนาดใหญ่ เน้นการตกแต่งสีขาวสะอาดตา ภายในมีโต๊ะเก้าอี้ครบชุดสีแดงมากมายตั้งเรียงเป็นแถวยาวตอนลึกดูเป็นระเบียบ บรรยากาศค่อนข้างวุ่นวายเพราะมีโต๊ะเล็ก คล้าย บุฟเฟ่ต์จำนวนมาก ที่สามารถเคลื่อนที่ไปมาด้วยตัวเองได้ มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว แต่ก็ไม่ชนกันทั้งที่ไม่มีไฟจราจร

ฉันเบิกตากว้างมองห้องที่ราล์ฟพามาอย่างอึ้ง ๆ...แล้วเดินถอยหลังไปมองป้ายไม้สลักสีทองที่ถูกแขวนไว้เด่นหราเหนือประตูห้องอย่างไม่แน่ใจ...

            Canteen’ เหอ ๆ...ใช่เลย...ที่นี่คือโรงอาหารหรอฟะเนี่ย มันไม่หรูเวอร์ไปหน่อยเรอะ !?

ก็ว่า...ฉันไม่เคยเห็นพวกเด็กพิเศษย่างกรายเข้ามาในโรงอาหารของโรงเรียนเลย(นอกจากวันปฐมนิเทศเท่านั้น)

            ฉันกวาดตามองดูโรงอาหารที่ดูเหมือนภัตตาคารตามโรงแรมหรูมากกว่า ผู้คนมากมายไม่คุ้นหน้ากระจัดกระจายไปยังส่วนต่าง ของโรงอาหาร ส่วนใหญ่จะมากันเป็นกลุ่มสี่คน พวกเขากำลังก้มลงทานอาหารตรงหน้าพลางคุยไปหัวเราะไป

ราล์ฟเดินนำไปยังโต๊ะที่มุมหน้าต่าง ฉันเดินตามไปพลางกวาดสายตามองสำรวจรอบ ๆ อย่างสนอกสนใจ

            เมื่อหย่อนก้นบนเก้าอี้ เกิดเสียงครืน ~ ดังขึ้น มีโต๊ะบุฟเฟ่ต์เล็ก พุ่งตรงเข้ามาจอดข้าง ในขณะที่ฉันมองหน้าราล์ฟอย่างงุนงง

แล้วไงต่อล่ะ สั่งอาหารกับโต๊ะอย่างนั้นเหรอ

            สั่งสิ” ราล์ฟว่า พลางพยักเพยิดไปทางโต๊ะ ทันใดนั้น ผ้ารองจานสองผืน และช้อนส้อมครบชุดก็ลอยมาวางด้านหน้าอย่างเป็นระเบียบ ราล์ฟหยิบผ้ากันเปื้อนที่ลอยมาวางบนตัก ขึ้นมาสอดบนขอบเสื้อ

            เอ่อ...ปกติฉันไม่ได้สั่งวิธีนี้น่ะ นายช่วยสาธิตหน่อยสิ”

            อ้อ~ จริงด้วย…เธอก็แค่บอกชื่อรายการอาหารที่อยากกิน...ก็เท่านั้นแหละ” ราล์ฟอธิบาย พลางหยิบเมนูที่เสียบอยู่ข้าง โต๊ะบุฟเฟต์มาให้อย่างเช่น...สเต็กเนื้อบดบาร์บีคิว”

สิ้นเสียง จานอาหารพร้อมฝาครอบก็ลอยมาจากโต๊ะบุฟเฟ่ต์ไปวางตรงหน้าเจ้าคนสั่ง ก่อนที่ฝาครอบจะเปิดออก เผยให้เห็นเนื้อบดร้อน ๆ เสริ์ฟพร้อมรับประทาน มีควันกรุ่น ๆ กับกลิ่นอันหอมหวนตลบอบอวลไปทั่ว

            ฉันมองด้วยสายตาทึ่ง ราล์ฟเร่ง “เอ้า ! สั่งสิ”

อืม...งั้นฉันเอา...ข้าวขาหมู !

            ฝาครอบจานถูกเปิดขึ้น ข้าวขาหมูร้อน ลอยมาหยุดตรงหน้า

สุดยอดไปเล้ยฉันว่า พลางหยิบช้อนส้อมขึ้นมาจัดการอาหารตรงหน้าทันที “รสชาติก็สุดยอด !

            แง่มๆๆ~ เธอสั่งได้ไม่อั้นเลยน้า เบี้ยเลี้ยงพวกนี้ทางโรงเรียนเป็นคนจัดการค่าใช้จ่ายให้อยู่แล้ว เรียกได้ว่ากินฟรี อยู่ฟรี !ราล์ฟพูดขณะที่ยังเคี้ยวเนื้อเสต็กอยู่เต็มปาก

            โห~ อย่างนี้ฉันไม่เกรงใจล่ะนะ” ฉันก้มหน้าลงสำเร็จโทษอาหารในจานอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นาน ข้าวหน้าเป็ด ข้าวหน้าไก่ ข้าวสารพัดข้าวก็ปรากฎขึ้นบนโต๊ะตามคำสั่ง และถูกฉันกระเดือกลงคอด้วยเวลาอันสั้น

ฮะ ๆๆ~ เธอกินเก่งเหมือนกันนี่ราล์ฟยิ้มอารมณ์ดีขณะจ้องฉันที่กินเอา ไม่มีทีท่าว่าจะอิ่ม

            ก็มันอร่อยนี่...อีกอย่าง เมื่อวานไม่ได้กินข้าวเย็นอ่ะ” ตั้งแต่กินศิลาเวทสกัด ฉันก็ยังไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องเลย

 

            พอจัดการกับอาหารตรงหน้าและของหวานเล็ก ๆ น้อย ๆ เสร็จสรรพ ราล์ฟยกผ้ากันเปื้อนมาเช็ดปาก “กินอิ่มแล้ว งั้นก็ไปกันเลยเนอะ”

            “อื้อ”

 

ไง~ เธอเองสินะ เด็กนักเรียนคนใหม่คนดังที่เขาร่ำลือกันน่ะ” เสียงหวานสูงดังแทรกขึ้น ฉันซึ่งกำลังเตรียมตัวจะลุกก็หยุดชะงัก แล้วเงยหน้ามองผู้มาเยือน

ภาพผู้หญิงสี่คนประจักษ์แก่สายตา และหนึ่งในนั้น คนที่ทักฉันนั่นแหละ ผมหยักศกสีบลอนด์ กับนัยน์ตาคมกริบสีเดียวกับเส้นผม ก็คนเมื่อคืนที่ซวยโดนเข็มนับสิบเล่มแทนฉันไง คนที่ถูกแพทตี้ทำนายไว้ !

            เธอคนที่มีเวทน้ำแข็งเวทเหมือนทรอนซ์” พวกเธอปรายตามองฉันอย่างประเมิน ตั้งแต่หัวจรดเท้า

อืม ~ พวกเธอมีธุระอะไรกับชาร์ลีนหรอ ?ราล์ฟยิ้มเป็นมิตร พลางลุกขึ้นเก๊กท่าเอามือเท้าโต๊ะ

            เปล๊า...แค่มาชื่นชมน่ะ...เก่งนี่ ทำให้ท่านแพทริกซ์สนใจขนาดนั้น” ยัยนั่นกัดฟันพูด ดูก็รู้ว่าไม่จริงใจ ดวงตาคมกริบฉายแววชิงชังชัดเจน

            ฮ่ะ ๆๆ~ แน่นอน...ชาร์ลีนของเราออกจะน่ารัก ไม่ต้องไปคอยตามง้อตามรังควาญใครหรอกนะ ก็เขาเป็นคนมีเสน่ห์อยู่แล้ว” ราล์ฟโต้กลับแทน   

            เรื่องผู้หญิงเขาคุยกัน...นายอย่ามายุ่งยัยนั่นปรายตามองราล์ฟอย่างไม่พอใจ

            เอ่อ...ตกลงว่าเธอมีธุระอะไรกับฉันหรอ ?” ฉันยืนขึ้นเจรจา เพราะว่าเงยหน้านาน ชักเริ่มเมื่อยคอ

มาทำความรู้จักน่ะ...ฉันโรสเซลล่าและเหล่าเมมเบอร์ผู้มีหัวใจรักท่านแพทริกซ์...จากนี้ฉันขอประกาศให้เธอเป็นศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่ง !

            โรสเซลล่า ผู้หญิงนัยน์ตาสีทองคนนั้นจ้องเขม็งมา พร้อมวาดนิ้วชี้มาที่ฉัน ส่วนคนที่เหลือกำลังยืนกอดอก ประจันหน้าราวกับจะมาหาเรื่อง ไม่ได้มาผูกมิตร ทุกคนในโรงอาหารเริ่มสังเกตเห็นเหตุการณ์ไม่ปกติ ตาหลายคู่จับจ้องมา

            พวกเธอคงเข้าใจผิดแล้ว...ฉันไม่ได้..”

            “ฉันไม่ต้องการคำแก้ตัวหรอกนะ ใคร ๆ ก็เห็นว่าเธอจูงมือท่านแพทริกซ์ออกจากงานเมื่อคืนนี้ ! ช่างเป็นภาพที่บาดตาบาดใจแก่พวกเราเหล่าเมมเบอร์เสียนี่กระไร !

            “เดี๋ยวนะ ฉันไม่ได้จูงมือเขา...เขาจูงมือฉันต่างหาก” ฉันพยายามอธิบาย

            กริ๊ด ~ อย่า...อย่าพูดแบบนั้น ! ฮือ ๆ” แล้วเสียงคล้ายสะอึกสะอื้นก็ดังระงมไปทั่ว...ต้นเสียงก็มาจากพวกที่ประกาศตัวเป็นเมมเบอร์น่ะแหละ

            อะไรกันฟะพวกนี้

            เธอบังอาจแตะต้องตัวท่านแพทริกซ์ ! ซึ่งฉัน และเหล่าเมมเบอร์ผู้มอบหัวใจรักนี้แด่ท่านแพทริกซ์ ขอประกาศอีกครั้งเลยว่า...เธอจะอยู่ไม่เป็นสุขแน่ ตราบใดที่ยังอยู่ที่นี่ !” เสียงหวานสูงประกาศลั่น กรีดนิ้วชี้แหวกอากาศตรงมาที่ฉัน(อีกครั้ง) ที่มอบตอบอย่างงงขั้นสุด

            “นี่ พูดจบรึยัง...เร็ว นะ พอดีฉันกับชาร์ลีนมีนัดน่ะ ฮ้าว” ราล์ฟว่า พลางหาววอด

            ยัง ! ขอต่ออีกหน่อย” โรสเซลล่าหันมามองจิกฉันอีกครั้ง “ต้องเตือนไว้ก่อน...ถ้าเธอเข้าใกล้ท่านแพทริกซ์อีกแม้แต่ก้าวเดียว ! ฉันและเหล่าเมมเบอร์ สาบานว่าจะไม่ปล่อยเธอแน่ เข้าใจ๊ !?

ฉันกระพริบตาปริบ ๆ...แล้วพยักหน้าหงึกหงัก

ดี...หมดธุระแล้ว ไปกันเถอะพวกเรา...ป่านนี้ท่านแพทริกซ์คงอยู่ที่ห้องสมุด~ กริ๊ด ! ท่านแพทริกซ์ตอนกำลังอ่านหนังสือนี่เท่เป็นบ้าเลย...นี่ เตรียมกล้องมารึเปล่า”

            แล้วยัยนั่นก็เดินไปพูดไปกับพวกที่ติดตามมาด้วย เปลี่ยนอารมณ์เกรี้ยวกราดเป็นกระดี๊กระด๊าได้อย่างรวดเร็ว 

เอ่อ...พวกนั้นเป็นใครน่ะราล์ฟ” ฉันหันไปถามราล์ฟ

เอ้า...ก็พวก ‘เมมเบอร์ผู้มีหัวใจรักท่านแพทริกซ์’ ไงล่ะ”

            งะ...แล้วเขาต้องการอะไรจากฉันหรอ ?

            ไม่รู้สิ คงแค่ว่าง อยากมาคุยด้วย...อย่าสนเลย ไปกันเถอะ”

            ง่า...อืม ๆ”

            เมื่อหมอนั่นเดินนำ ฉันก็เดินตามออกจากโรงอาหารทันที

 

            กลิ่นไอแดดยามเช้าลอยโชยมาแตะจมูก หญ้าสีเขียวขจีโบกสะบัดตามแรงลมรับกับ อากาศโดยรอบที่ถือว่าอบอุ่นกำลังดี เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนตาเป็นที่สุด

            ภาพเบื้องหน้าคือทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ต้นไม้ร่มรื่นเป็นที่พักอาศัยของสัตว์น้อยใหญ่ นกน้อยเริ่มบินออกจากรังเพื่อหาอาหารมื้อเช้าให้ลูกนก ที่ร้องขออาหารด้วยเสียงเล็กเจื้อยแจ้ว

 

ที่นี่แหละ...เขานัดเรามาที่นี่..ราล์ฟเอ่ยขึ้น ใบหน้าเคร่งเครียดดูแปลกตา

            ง่ะ...เป็นอะไรหรอ ทำไมทำหน้าแปลก งั้นอ่ะ ?” ฉันหันไปถามอย่างงง ๆ ก่อนจะเบือนหน้าไปมองฝูงนกที่บินอย่างมีความสุขบนท้องฟ้า

            แหะ ๆๆ ไม่มีอะไรหรอก...งั้น ฉันมาส่งเธอแค่นี้ละกันนะ ขอไปเดินเล่นแถว นี้สักพัก”

 

สวัสดี...ราล์ฟเฟ จะรีบไปไหนหรอ..” เสียงหวานเย็นยะเยือกลอยแผ่วมากับสายลม ดังขัดขึ้นก่อนที่ราล์ฟจะออกเดินด้วยซ้ำ

            ราล์ฟชะงักฝีเท้า ก่อนจะค่อย หันมาทางต้นเสียง

            อะ..ฮ่า ๆๆๆ !~ สวัสดีแพทตี้ พอดีฉันนึกขึ้นได้ว่ามีนัดน่ะ ต้องรีบไป ฮ่า ๆๆ !ราล์ฟหัวเราะกลบเกลื่อน

            เอ่อ...อย่าบอกนะ...ว่าฮีลเลอร์คนนั้น...คนที่จะมาเทรนด์ฉันก็คือแพทาลีนัม !

            งั้นหรอนัยน์ตาสีฟ้าจับจ้องไปที่ราล์ฟอย่างจับพิรุธ แล้วเธอก็ถอนหายใจเบา ๆ “ไปเถอะ...ฉันก็ไม่ชอบให้ใครมารบกวนเวลาสอนน่ะ”

            แล้วราล์ฟก็โบกมืออำลาฉันและแพทตี้ก่อนเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

 

ทุกคนเป็นแบบนี้กันหมดล่ะ..” แพทตี้เอ่ยขึ้น ขณะที่ตายังจ้องไปยังราล์ฟที่เดินก้าวเท้าจากไป “กลัวคำทำนายของฉัน...ไม่กล้ายอมรับความจริงที่กำลังจะเกิด..”

            ฉันเหลือบมองใบหน้าไร้อารมณ์นั่นแว๊บนึง...แววตาแบบนั้น...ทำไมมันหลอนอย่างนี้ฟะ !

ไอ้ราล์ฟบ้า ! ปล่อยให้ฉันอยู่กับหล่อนสองต่อสองแล้วหนีเอาตัวรอดอยู่คนเดียว ฮือ นายมันแย่ที่สุด !

 

เอ่อ..ไม่หรอก...รู้ไหมบางทีคนเรา อาจไม่ได้ต้องการคำทำนายหรอกนะฉันขยับปากพูดโดยไม่รู้ตัว อาจเป็นเพราะตื่นเต้น หรือความประหม่า

            เธอ...คิดอย่างนั้นหรอ

อืม...ก็ถ้ารู้อนาคต ก็ไม่สนุกสิ...จริงไหม ฮ่ะ ๆๆฝืนหัวเราะสุด ๆ ! ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรู้สึกว่าแพทตี้ไม่แม้แต่จะยิ้มหรือแววตาอะไรเลย มันไม่ใช่ความรู้สึกแบบเย็นชาไร้อารมณ์ แต่มันเหมือนไม่มีวิญญาณ ไม่มีตัวตนน่ะสิ !

            คำทำนายไม่ใช่อนาคต...แต่เป็นชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้แล้ว..แพทตี้กระซิบเบา ๆ ราวกับพูดอยู่กับตัวเอง

            ฮือ~ ฉันน่าจะเชื่อที่การ์มีเตือนไว้...คุยกับหล่อนแล้วฉันจะเป็นบ้าไปจริง

อืม...ช่างเหอะ ฉันมาที่นี่เพื่อฝึก...เธอเป็นฮีลเลอร์หรอฉันเปลี่ยนประเด็นอย่างรวดเร็ว รีบๆเข้าเรื่องเหอะ จะได้รีบกลับ(ไปอัดราล์ฟ)

            อืม...ใช่...ฉันเป็นฮีลเลอร์” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเนือย

            อืม...งั้นเริ่มกันเลย”

           

ก่อนอื่น...ฉันต้องประเมินคุณสมบัติการเป็นฮีลเลอร์ของเธอซะก่อน”

            อืม...ฉันต้องทำอะไรบ้าง

            ตอบคำถามสองข้อ”

            ว่ามาเลย”

            จำลองเหตุการณ์ในสนามแข่ง...ข้อที่หนึ่ง ถ้าไนท์หรือโพรเทกเตอร์เกิดบาดเจ็บ โดยที่เธอเองซึ่งเป็นฮีลเลอร์ก็บาดเจ็บเช่นกัน สถานการณ์เริ่มเลวร้ายเมื่อคู่ต่อสู้เริ่มรุกเข้ามา เธอจะเลือกรักษาใครก่อนระหว่างไนท์ โพรเทกเตอร์ และตัวเธอเอง”

อืม...ในการต่อสู้ก็ต้องมีบาดเจ็บอยู่แล้ว...และถ้าเป็นมารีอากับราล์ฟ ฉันว่าพวกนั้นสบายมาก...งั้น...

ตัวเอง” ฉันตอบพลางคิดพลาง แพทตี้พยักหน้าเล็กน้อย ร่างเล็กที่สูงน้อยกว่าฉันเล็กน้อยเดินผ่านหน้าฉันไปช้า ๆ ก่อนจะหันมาถามต่อข้อที่สอง ถ้าในสถานการณ์ที่ ปริ๊นซ์บาดเจ็บ เธอเองก็บาดเจ็บ พลังเวทของเธอเหลือไว้ใช้รักษาได้เพียงคนเดียว เธอจะเลือกรักษาใคร”

ฉันจินตนาการภาพทรอนซ์ยืนกุมบาดแผลที่ท้องอยู่ตรงหน้า และฉันที่กุมต้นแขนโชกเลือดตัวเองอยู่ด้านหลัง...

อืม...ก็ไม่เห็นจะยาก...ชีวิตตัวเองก็ต้องมาก่อนสิ..เรื่องอะไรจะไปรักษาให้ตาบ้าขี้เก๊กนั่น

แต่แล้วจู่ ๆ ภาพทรอนซ์หันมากดหัวฉันให้ซุกในแผงอกเขาก็วกเข้ามาในหัว…เขาปกป้องฉัน...

ฉันยังจำได้ดี สีหน้าเจ็บปวดกับแววตาสิ้นหวังท้อแท้

            ฉันเลือกรักษาปริ๊นซ์...และจะไม่ยอมให้ไอ้หน้าไหนมาทำร้ายเขาเด็ดขาด !” ฉันโพล่งออกไปอย่างลืมตัว หงุดหงิดใจเหมือนมีระเบิดมาสุมไว้กับตัว

            ใช่ ! ฉันเกลียดใบหน้าแบบนั้นที่สุดเลย ใบหน้าของทรอนซ์ในตอนนั้น ถึงจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าหมอนั่นเท่าไหร่ แต่เขาไม่เหมาะกับแววตาพ่ายแพ้แบบนั้น

 

ใช้ได้นี่...แพทตี้ยิ้มบาง ให้ฉัน (เห้ย ! เธอยิ้มให้ฉัน)

            หะ...หา ?”

ถูก...ทั้งสองข้อ” ในขณะที่ฉันยืนอ้ำอึ้ง แพทตี้จึงอธิบายต่อ “ในฐานะฮีลเลอร์ ถึงแม้ว่าหน้าที่คือรักษาเพื่อนพ้องที่บาดเจ็บก็จริง แต่อย่าลืมความสำคัญของตัวเองด้วย ถ้าเธอยอมแพ้ หรือพลาดท่าให้ศัตรูแม้แต่ก้าวเดียว นั่นหมายถึงความพ่ายแพ้ของทุกคนในทีมด้วย ความพยายามของเพื่อนเธอก็จะสูญเปล่า...เธอทำได้แค่เชื่อใจ และถึงจะต้องมองดูเพื่อนตายไปต่อหน้าต่อตา ก็ต้องทำ” แพทตี้ทอดมองมาที่ฉันด้วยสายตาอ่อนโยนขึ้น “คุณสมบัติของฮีลเลอร์...การตัดสินใจที่เฉียบขาด จิตใจมุ่งมั่นกล้าหาญ...ถ้าเกิดสถานการณ์เลวร้ายขนาดนั้น เธอนั่นแหละ ที่ต้องยืนหยัดอยู่เคียงข้างปริ๊นซ์...ปกป้องเขาจนถึงที่สุด ด้วยชีวิตของเธอ”

 

ซึ้งเลย ฮีลเลอร์ไม่ใช่ตำแหน่งที่เล่นง่าย เลยนี่นะ

เอาล่ะ ทรอนซีรา...ฉันจะทำให้นายเห็น ! ว่าฉันก็ปกป้องนายได้ !

    อเมธิสต์ เอ้ย ! ชาร์ลีน สู้ตายค่ะ !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #2394 Mayoko (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 23:03
    ชอบ แพตตี้มาทำนายให้เราบ้างดิ อยากโดนทำนาย //รอดูตอนสอนนะ
    #2,394
    0
  2. #1985 Kanokwan Yongsuk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 07:16
    ฮือออออ . สงสารแพตตี้อ่ะอยากให้เธอมีเพื่อน
    #1,985
    0
  3. #1762 Me_MoZa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 09:58
    วุ้ย!! แพทตี้เจ๋ง!!! -+-
    #1,762
    0
  4. #1742 Skydy*nb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2555 / 16:27
    ชอบโรงอาหารแบบนี้จะสั่งทุกอย่างมากินคงจะอิ่มอกอิ่มใจน่าดูเลย > <
    เหล่าเมมเบอร์ผู้มีหัวใจรักท่านเพททริกซ์อะ เค้าก็อยู่ในนั้นด้วยนะ 555555555
    ยังรักนางเอกเหมือนเดิม มันบ้าดี = = 5555
    #1,742
    0
  5. #1661 cake01 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มกราคม 2555 / 01:50
    อ้ากกกกกก  แพตตี้เค้าอยากได้คำทำนายอ่ะ  ดูให้เค้าหน่อยสิ นะนะน้าา ^_^
    #1,661
    0
  6. #1650 melonies (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2555 / 10:32
    ชอบมากๆค่ะ สุดยอดมาก สนุกสุดๆๆๆๆ

    เขียนเก่งมากๆๆ ปลื้มมมม ><
    #1,650
    0
  7. #1526 SheetahG (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2554 / 07:05
     ถ้านางเอกสั่งส้มตำใส่พริกสี่เม็ด โต๊ะมันจะเสิร์ฟให้มั้ยค่ะไรท์เตอร์ ???
    #1,526
    0
  8. #1494 MinZ@ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 20:54
    ชอบแพตตี้  เธอน่ารักมาก
    ส่วนนางเอกรั่วได้ใจจริงๆ
    #1,494
    0
  9. #1486 e_noo@beamnoi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 19:29
    แพทตี้น่ารักอ่ะ
    #1,486
    0
  10. #1438 SheetahG (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 06:58
     นางเอกเก๋เวอร์อ่ะ ชอบบบ
    #1,438
    0
  11. #1425 คนดีนิสัย13 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2554 / 18:07
     อยากได้คำทำนาย ^^
    #1,425
    0
  12. #1417 BigGest-Dino (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2554 / 12:14
    เอิ่ม... เห็นด้วยกับอิโมติคอน ฮ่าๆ

    นางเอกขุดหลุมมาเป็นปีๆ หลุมลงใหญ่และลึกจนลงไปเซย์ไฮกับท่านยมได้เลยสิท่า
    O.o อุ๊บ งั้นก็แปลว่าแพทริกซ์ตกนรกอ่ะดิ โอ้ไม่ๆ

    ปวดอึ!!!!
    ให้ตายเหอะป้วนอึใส่หน้าเธอดีมั้ยเนี่ย อเมทิสต์ ชาร์ลีน =[]=''
    #1,417
    0
  13. #1368 $ ..... $ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2554 / 22:00
     อยากได้คำทายของแพทตี้
    #1,368
    0
  14. #1335 lovelyGirl_P (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2554 / 20:59
    สนุก สนุกและก็สนุก ^^
    #1,335
    0
  15. #1294 Violin flower (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 / 16:29
    บอกได้สามคำว่า

    สนุก

    สนุกมาก

    สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,294
    0
  16. #1280 [P]a[t] (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 16:42
    สนุกมากมาย
    ขออ่านต่อล่ะนะ
    #1,280
    0
  17. #1239 •Zol2iäc• (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 / 19:05
    โว้ว
    เลือกได้ดีนะ
    #1,239
    0
  18. #1224 โรตีใส่กล้วยกับไข่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2553 / 19:29
    ชอบมากเลย
    #1,224
    0
  19. #1160 แกงจืด (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2553 / 12:35
    ชอบผู้หญิงเรื่องนี้ทุกคนเลย ยกเว้นนางเอก -*-
    #1,160
    0
  20. วันที่ 1 พฤษภาคม 2553 / 03:08

    หลงรักเเพตตี้ ฮ่าๆ
     
    เเม่มด รึ วิญญาณนะนั่น. ^O^

    #1,143
    0
  21. #1120 สาวน้อยรีบอร์น (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2553 / 15:57

    หนุกมากๆๆๆๆๆๆๆ

    #1,120
    0
  22. #1103 yunijung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2553 / 22:01
    ชื่นชมนางเอกจริงๆ
    #1,103
    0
  23. #1061 Parn_SeoRoRo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 เมษายน 2553 / 17:48
    ความลับเยอะเเยะมากมาย~~~ -.,-

    จะคอยลุ้นเด้อออออออ
    #1,061
    0
  24. #1044 **ฟรุ๊ตตี้=[[f]inzO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2553 / 14:40

    เอิ่ม..น่ารักชะมัด><
    "ชั้น..เตี้ย!!" เหมือนจะกระแทกตัวเอง-0-
    เข้าใจค.รู้สึกนางเอกจริงจริงTT

    #1,044
    0
  25. #1012 ~?Lotion!~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2552 / 14:13
    ราล์ฟเฟน่ารักง่ะ = ^ =
    #1,012
    0