The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 49 : The Keyz (2) 49 สิทธิ์ที่จะรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    2 เม.ย. 59

[49]

            ฉันค่อยๆลืมตา กระพริบตาไล่แสงจ้าจากแดดที่สาดเข้ามาผ่านบานหน้าต่าง ดันตัวขึ้นนั่งแล้วหาวหนึ่งครั้ง ยกมือบิดขี้เกียจ

            อ้าว แล้วฉันมานอนตรงโซฟาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?

ฉันมองไปรอบๆห้อง ราล์ฟยังนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ข้างๆเตียงก็มีเก้าอี้ตัวที่ฉันจำได้ว่านั่งแล้วเผลอหลับไป...หรือว่าจำผิด

 

            ฉันเด้งตัวลุกขึ้น ก่อนจะต้องนั่งพักอีกครั้ง เพราะรู้สึกมึนหัว...

แถมยังรู้สึกปวดแขน ปวดขาแปลกๆ ทั้งที่เมื่อวานก็ไม่ได้ออกกำลังแรงอะไรมากมาย หรือว่าฉันคงแก่ขึ้นสินะT^T

 

ราล์ฟ...ราล์ฟตื่นฉันลุกไปสะกิดแขนคนที่นอนหลับก็ยังน่าถีบที่สุด มันเหยียดแขนเหยียดขานอนแผ่หราเต็มที่แบบไม่มีกั๊กฟอร์ม

 

อือ...มันไม่แม้แต่จะลืมตาด้วยซ้ำ แค่ส่งเสียงครางในลำคอ

 

แกจะกินอะไรไหม เดี๋ยวฉันจะไปหามาให้ถ้าไม่ติดว่ามันป่วย ฉันก็อยากจะจับตัวมันขึ้นมาเขย่าแรงๆให้ตื่น

 

หวานเย็น...ราดน้ำสีแดงนะ

 

อืม...นะฉันพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะลุกออกไป...

 

            โรงอาหารภายในอาคารฮีลเลอร์ สเตชั่น ครึกครื้นเต็มไปด้วยผู้คนมาใช้บริการกันแน่น ห้องโถงใหญ่ตรงกลางมีพื้นที่มากพอสำหรับที่นั่ง แต่ฉันสังเกตเห็นรอบๆมีห้องอาหารที่อยู่ในบริเวณส่วนตัว อยู่สามถึงสี่ห้อง คงเป็นพวกแขกวีไอพี อะไรเทือกนั้นที่สามารถใช้ห้องแบบนั้นได้

 

            เอ๊ะนั่น...พวกโพรเทกเตอร์ครอสนี่นา

ฉันจำสองคนที่ยืนเฝ้าหน้าบริเวณประตูได้ สองคนนั้นคอยอยู่คุ้มกันเวรัน ครอส ซึ่งหมายความว่าเขาอยู่ที่นี่ แล้วเขาจะมาที่นี่ทำไม?

 

            ฉันทำเนียนเดินเข้าไปใกล้ พยายามมองส่องห้องกระจกติดฟิล์มมืดๆ เห็นการเคลื่อนไหวในห้อง มีคนร่างใหญ่หน่อยนั่งทานอาหารอยู่กับ คนอีกคน...ซึ่งเดาไม่ออกเลยว่าเป็นใคร

 

            ฉันตัดสินใจนั่งรอ จ้องไปยังบานประตูนั้นจนกว่ามันจะเปิด...

และนั่น!! เวรัน ครอส เดินก้าวผ่านบานประตูออกมาแล้ว

 

            ฉันกำหมัดแน่น และก็ต้องชะงัก

ทรอนซีรา!?

เขาคือคนที่ทานอาหารร่วมกับเวรัน ครอส...หรือว่าพ่อราล์ฟจะมีแผนอะไรอีก!?

 

            ฉันพุ่งเข้าไปหาทันทีแบบไม่ต้องคิดนาน

ทหารสองนายมองหน้ากันทำหน้าแปลกๆใส่ ขณะฉันยืนหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้านายพวกเขา

 

แม่หนู...มีธุระอะไรกับฉันรึเป็นเขาที่เอ่ยปากถามก่อน ฉันอ้าปากจะพูดแล้วก็ต้องเงียบไป เมื่อหันไปมองเจ้าคนที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆเวรัน ครอส...เขาดูสบายดี

 

คุณคิดจะทำอะไรคะ

 

คำถามของเธอไม่เป็นคำถามปลายเปิดไปหน่อยหรือ

 

ทรอนซีรา...นายโดนเขาข่มขู่รึเปล่าประโยคถัดไปฉันหันไปถามเขา...ที่ก็ยังดูสบายดี...

 

ท่านเวรัน ผมคิดว่าได้เวลาต้องเข้าที่ประชุมสภาแล้ว อย่าเสียเวลากับตรงนี้เลยครับเสียงทรอนซ์พูดเรียบๆธรรมดา กลับเหมือนแส้ฟาดลงกลางใจฉัน

 

            ทรอนซ์...นายเป็นบ้าอะไร

หน้าฉันคงดูเหวอ สับสน ทำอะไรไม่ถูก สมองกำลังประมวลผลจับต้นชนปลายช้าๆ

 

            ทรอนซ์ผายมือให้เขาเดินนำไปอีกทาง นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นไม่แม้แต่จะหันมองมา พวกเขากำลังเดินจากฉันไปเหมือนเป็นฝุ่นไร้ค่า

 

ทรอนซ์!!...นาย...ทำไม...นายทำแบบนี้ฉันวิ่งไปฉุดชายเสื้อเขา ยอมรับว่าอารมณ์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ทรอนซีรา โซลิเซียร์ เข้ารับตำแหน่งองครักษ์ประจำตัวฉัน ด้วยความเต็มใจเวรัน ครอสเป็นฝ่ายอธิบาย ด้วยสีหน้าท่าทางสบายๆ และดูเหมือนเขาพอใจที่ฉันกำลังโกรธ

 

จริงหรอฉันกระซิบ แต่เขากลับจ้องนิ่งๆกลับมาโดยไม่ตอบ

...

ทรอนซ์ เขาทำร้ายราล์ฟนะ

ฉันไม่เหมือนเธอ อะความารีน ฮีลเลอร์ทรอนซ์พูดเสียงแผ่ว เสมือนลมหนาวอ่อนๆแต่พอกระทบร่างกลับสร้างความรู้สึกเย็นยะเยือกได้

หมายความว่ายังไง

ฉันไม่อ่อนแอ...และฉันรู้ว่าควรทำอะไร

ทรอนซ์

 

            เวรันตบมือครั้งหนึ่ง เขาหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ ใช่ ฉันยิ่งกว่ายินดีที่ได้คนเด็ดขาดเยือกเย็น ฝีมือไร้เทียมทานทั้งเพลงดาบและพลังเวทย์ อีกทั้งยังเป็นถึงเจ้าชาย มาเป็นองครักษ์ประจำตัว...อ้า เขาแข็งแกร่งมากแม่หนู...แต่เธอช่าง...เปราะบาง

 

            ฉันไม่รับรู้คำพูดอะไรอีกแล้ว รู้สึกแต่ว่าหัวใจมันเจ็บจนชา

เขา...หนีฉันไปอีกแล้ว

เขา...เดินไปอยู่ในสถานะที่ฉันแตะต้องไม่ได้ ข้างๆเวรัน ครอส ไม่มีโอกาสให้ฉันเข้าถึงได้อีก ต่อจากนี้ เขาดูเหมือนยิ่งห่างไกลออกไปทุกที

 

ได้เวลาแล้วครับทหารนายหนึ่งเอ่ยเตือน ทรอนซ์พลิกตัวเดินนำไปก่อนที่ เวรัน ครอส จะก้าวตามไป ปิดท้ายด้วยทหารสองนายที่มองมาด้วยสีหน้าแปลกๆ

 

            ฉันทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างเหนื่อยล้า

 

แล้วแกหายหัวไปไหนตั้งนาน ฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว=o=”ราล์ฟเฟเอ่ยทักเมื่อเห็นร่างเล็กแทรกผ่านบานประตูเข้ามา สีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก เป็นอะไร ดราม่าอกหักอะไรมาอีก

 

ราล์ฟ...เฮ้ออะความารีนทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวเดิม ข้างๆเตียงสีขาว หล่อนส่งถ้วยอาหารให้เพื่อนรักที่รับมากินแทบจะทันที ฉันเจอทรอนซ์ที่โรงอาหาร

 

เอ้า ก็ดีนิ ปรับความเข้าใจกัน ในโรงอาหาร...ฟังแล้วโรแมนติกดีเขาตักข้าวเข้าปากคำโต

 

แต่ทีเด็ดคือ...เขาอยู่กับพ่อนาย

 

พรวดดดราล์ฟไอแค่กๆเพราะสำลักข้าวที่เพิ่งตักเข้าปาก ตาโตแทบจะถลนออกมา อะไรนะ!”

 

เขาไปเป็นองครักษ์ให้กับพ่อนาย...โอ๊ย ฉันสับสนไปหมดแล้วหญิงสาวส่งผ้าสะอาดให้คนที่กินไม่เรียบร้อย รู้สึกปวดแขนแปลบๆ เออแกรู้ไหมว่าฉันไปโดนอะไรมา วันนี้ตั้งแต่ตื่นมารู้สึกเมื่อยทั้งตัวเลย- -”

 

ฉันจะไปรู้หรอ!?”ราล์ฟทำหน้าเหมือนเห็นผี เขายักไหล่ครั้งหนึ่งก่อนจะนั่งจ้วงข้าวกินต่อ แล้วทรอนซ์บอกเหตุผลไหมว่าทำไม

 

ไม่อะความารีนพ่นลมหายใจออกแรงๆอย่างไม่สบอารมณ์สุดๆ ยิ่งเมื่อนึกถึงสีหน้าไร้อารมณ์ และคำเสียดสีนั่น

 

            ราล์ฟแอบเบือนหน้าไปอีกทาง นัยน์ตาสีฟ้าเทาสั่นระริก เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน...

เขารู้สึกตัวขึ้นมากลางดึก...แม้พลังโพรเทกเตอร์จะแผ่วลงไปบ้างแต่เขาก็สัมผัสได้ว่ามีคนเข้ามาในห้อง เขาแสร้งหลับและรอ...ทรอนซ์อุ้มร่างอะความารีนผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง แล้วบรรจงวางบนโซฟา...ทรอนซ์เหลือบมองเขาเล็กน้อยขณะที่เขาปิดตาลงได้ทันเวลา...แล้วไม่ลืมตาอีกเลยจนการเคลื่อนไหวในห้องเงียบลง และแน่ใจว่าเขาออกไปแล้ว

 

            ชายหนุ่มรู้สึกว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้น...อะไรที่หญิงสาวข้างๆจำไม่ได้ หรือถูกทำให้ลืม

แต่เขาเลือกที่จะไม่บอกมันตอนนี้ เพราะไม่รู้ว่าทรอนซ์มีเหตุผลอะไร เพราะเขารู้จักนิสัยทรอนซ์...

 

            และรู้ความลับในใจเจ้าชายน้ำแข็งมากที่สุด แม้แต่เจ้าตัวยังไม่รู้ อะความารีนก็ไม่มีทางรู้

 

ฉัน...นึกออกแล้ว!!”

 

หา!! แก...นึกอะไรออกราล์ฟสะดุ้งสุดตัวจนแทบทำข้าวในชามหกเลอะเทอะ รู้สึกลำคอแห้งผาก บางทีอะความารีนอาจจะนึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนออกแล้วก็เป็นได้

 

ฉันจะไปหามารีอา พวกเขาบอกว่ามีประชุมสภา ฉันต้องไปสืบเรื่องนี้!!”หญิงสาวดูมุ่งมั่นกับภารกิจที่เพิ่งมอบหมายให้ตัวเอง ราล์ฟแทบจะถอนหายใจด้วยความผิดหวัง เดี๋ยวฉันกลับมา

 

อือ อย่าไปหาเรื่องใครเขาล่ะ

 

...

 

            ทรอนซ์กวาดตามองรอบห้องประชุมสภาความมั่นคงแห่งแคปริคอร์นดูแคบไปถนัดตา เมื่อรวมเอากองทหารโพรเทกเตอร์ตระกูลครอสมาร่วมประชุมด้วย

            นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มสะดุดกับนัยน์ตาสีชาอ่อนคู่สวย มารีอากำลังจ้องเขาแน่นิ่ง ถ้าไม่อยู่ต่อหน้าที่ประชุม เธอคงจะเทเลพอร์ตเข้ามาประชิดแล้วเขย่าตัวเขา พร้อมยิงคำถามมากมายว่าทำไมเขาถึงปรากฎตัวอยู่ที่นี่พร้อมเวรัน ครอส ได้

 

ท่านเวรัน แน่ใจหรือว่าแหล่งข่าวที่ได้ข้อมูลมาเชื่อถือได้มากพอหนึ่งในสมาชิกสภาถามอย่างสุภาพ

 

ท่านสงสัยในการสอบปากคำ จากเรารึ...เวรัน ยิ้มเย็น อำนาจบางอย่างแผ่ออกมาจากร่างหนาสูงใหญ่ เหมือนมีรัศมีเปล่งประกายรอบๆเขา โทรปิคอร์นกำลังสั่นคลอน สภามืดยึดอำนาจ เวลานี้เหมาะสำหรับการบุกโจมตีมากที่สุด

 

แล้วท่านยังจะสังหารเจ้าชายนั่นหรือไม่

 

เรื่องนั้น...ผู้นำตระกูลครอสหลุบตาต่ำ เหลือบมองร่างหนาขององครักษ์ที่เพิ่งแต่งตั้งไม่นาน เงื่อนไขที่ทรอนซีราตั้งไว้เมื่อยื่นข้อเสนอเป็นทหารประจำกายเขา...

 

ข้อหนึ่ง ท่านจะต้องไม่สังหารเจ้าชายเดรโก หากรู้ว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำสงคราม และข้อสอง ท่านจะไม่แตะต้องอะความารีน ฮีลเลอร์

 

แล้วฉันจะได้อะไรบ้าง

 

ท่านจะได้รับการปกป้อง ด้วยชีวิตของผม...ทรอนซีราพูดอย่างหนักแน่น ผมจะเป็นผู้ติดตาม และรับใช้จนกว่าสงครามจะยุติ

 

นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มดูจริงจัง กับการตัดสินใจครั้งนี้ เขาชื่นชอบผู้มีฝีมือด้านการรบเป็นทุนเดิม การที่มีเจ้าชายจากดินแดนน้ำแข็งมาเป็นองครักษ์ประจำกายเป็นเรื่องที่เหมาะกับสถานการณ์บ้านเมือง ที่กำลังจะเข้าสู่สงคราม

 

ฉันคิดว่าเจ้าชายเดรโกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำสงคราม เราจะปล่อยเขาไป

 

            ทรอนซ์เหลือบเห็นอาจารย์นิมฟอริด้าถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ข้างๆอาจารย์ แม่นางมารีอายังคงจ้องเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

 

 

ทรอนซ์...ทรอนซ์ เดี๋ยว...หยุดก่อนมารีอาปราดเข้าไปหาร่างหนาทันทีที่ประกาศเลิกการประชุม

 

มีอะไรเขาตอบสั้นๆ

 

นายทำบ้าอะไรของนายฮะหญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆเพราะรีบวิ่งเข้ามาจนเหนื่อยไม่ทันพักหายใจ นายเสนอตัวไปเป็นองครักษ์ประจำกายเวรัน ครอส! นายสติดีอยู่รึเปล่า!”

 

            ทรอนซ์หลุบตาลงน้อมรับคำต่อว่าโดยไม่ปริปากพูดอะไร เพราะเขารู้นิสัยของมารีอาดี ว่าหล่อนชอบจู้จี้จุกจิกกับคนอื่น และนี่เป็นหนึ่งในวิธีที่หล่อนแสดงถึงความเป็นห่วง

 

ใครๆก็รู้ว่าพวกเขาบ้าเลือดขนาดไหน โพรเทกเตอร์ตระกูลครอสนั่น...ยิ่งพ่อราล์ฟไม่ต้องพูดถึง เขาบ้าเลือด บ้าระห่ำ! ถ้านายติดตามเขา นายอาจตายได้ พวกเขาฝึกกันมาทั้งชีวิต แต่นายเป็นแค่เด็กนักเรียนเองนะ!...โอ๊ย นี่ฟังฉันอยู่รึเปล่าฮึทรอนซ์!”มารีอาแหวใส่ หล่อนดูตื่นเต้น กังวลจนปกปิดไม่มิด

 

...

ฉันไม่เชื่อหรอกว่านายไม่มีเหตุผล...บอกมา...หรือว่า...

“…”

เป็นเพราะอะความารีนรึเปล่าตาสีชาอ่อนจ้องอย่างจับผิด

“…”

นั่นไง! ชัด! โอ๊ย...ทรอนซ์นะทรอนซ์...ฉันรู้ว่านายก็รักของนายมาก แต่นายถึงกับต้องเอาตัวเองไปแลก มันไม่มากไปหน่อยหรือ!”

 

            ทรอนซ์เบือนหน้าหนี และเหมือนจะพลิกตัวจากไป มือเล็กๆคว้าไว้ก่อนที่เขาจะขยับ

นายจะปกป้องยัยนั่น ด้วยวิธีนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ทำไมไม่คิดว่าบางที ยัยนั่นอาจแค่ต้องการนายอยู่ข้างๆ ไม่ได้ต้องการให้นายปกป้อง แล้วต้องเจ็บปวดกันแบบนี้

 

ฉัน...ไม่มีทางเลือก...มารีอาเสียงทุ้มค่อยๆแผ่วลง ก่อนที่ร่างหนาจะผละออกไป สายตาเหลือบมองไปยังร่างเล็กของใครบางคนที่เพิ่งวิ่งเข้ามา แล้วกวาดตามองรอบๆห้อง เนื่องจากผู้ใช้เวทย์กำลังทยอยกันออกจากห้องประชุม หล่อนไม่มีทางสังเกตเห็นเขาจากมุมนี้

 

            มารีอาส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจแรง มองตามไปเจอร่างอะความารีนที่เดินป้วนเปี้ยนไปมาอยู่อีกฝั่งของห้อง หันมาอีกทีทรอนซ์ก็หายไปแล้ว...

 

อะความารีน...เสียงหวานเอ่ยดังพอที่เจ้าของชื่อจะได้ยิน แล้วหันมามอง ทางนี้

 

            ร่างเล็กวิ่งทั่กๆเข้ามาหน้าตาตื่น นัยน์ตาสีแดงสดกลบร่องรอยความกังวลไม่มิด

 

มีอะไรรึเปล่า

 

มารีอา ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย เอ่อ เธอเห็นทรอนซ์รึเปล่า

 

“…เห็น...ในห้องประชุม...แต่เขาออกไปแล้วมารีอารู้สึกผิดเล็กน้อย และแอบขอโทษคนตรงหน้าในใจที่ช่วยพูดอะไรให้มันดีขึ้นมาไม่ได้

 

อ้อไหล่เล็กลู่ลงอย่างน่าใจหาย ความผิดหวังฉายชัดในแววตา ก่อนจะเป็นประกายขึ้นมาใหม่เมื่อหล่อนคงนึกได้ว่ามีเรื่องจะคุยด้วย เธอรู้ไหมว่าทรอนซ์กลายเป็นองครักษ์ของ เวรัน ครอส

 

เพิ่งรู้เมื่อกี้นี่แหละมารีอาถอนหายใจเบาๆ

           

            แล้วอะความารีนก็เล่ารายละเอียดทุกอย่าง ในครั้งล่าสุดที่เจอทรอนซ์ ทั้งหมดให้ฟังอย่างไม่มีขาดตกบกพร่องใดใดทั้งสิ้น

 

เขาบอกว่าเขาไม่เหมือนฉันอะความารีนทำเสียงฮึดฮัดในจมูก เหมือนโกรธแต่ก็เหมือนไม่โกรธ เขาบอกว่ารู้ว่าควรทำยังไง

 

ฉันก็คิดว่าเขารู้ว่าเขาทำอะไรอยู่ และทำเพื่ออะไรมารีอามองด้วยสายตาสื่อความหมาย

 

เธอหมายความว่ายังไงอะความารีนพยายามนึกหาเหตุผล จากคำพูดและการกระทำของเขา  ไม่อาจสรุปได้สักประเด็นว่าเขาเกลียดเธอ เขาไม่อยากเข้าใกล้เธอ หรือเขาเพียงแค่ต้องการต่อสู้จริงๆ

 

บางทีอาจยังไม่ถึงเวลาที่เธอจะเข้าใจมารีอาแตะไหล่ร่างเล็กเบาๆ แล้วยิ้มจาง เธอสำคัญสำหรับเขา...รู้ไหม...เขาไม่เคยให้ความสำคัญกับใครมากเท่าเธอ

 

            อะความารีนได้ยินแล้วก็ทั้งดีใจและหดหู่ในเวลาเดียวกันอย่างน่าประหลาด

เพราะจากคำพูดมารีอา ฟังดูดี แต่ดูจากการกระทำของทรอนซ์ กลับรู้สึกตรงข้ามแบบสุดขั้ว! มันทำให้ยากจะยอมรับ ยากที่จะเชื่อไปทางเข้าข้างตัวเอง

 

ขอบใจที่ปลอบฉันนะ แต่ฉันรู้ว่าเขาต้องการกันฉันออกไปมากกว่า

 

เอ้อ เอาน่ะ เออนี่ แล้วเธอรู้เรื่องที่เดรโกและทหารของเขาถูกขังในคุกมืดใต้ปราสาทโทรปิคอร์นรึเปล่ามารีอาขมวดคิ้ว พูดรัวเร็วอย่างไม่ได้ใส่ใจ และไม่นึกว่ามันสร้างความตื่นตระหนกแก่อีกฝ่ายมากขนาดนั้น

 

อะไรนะ!!!”

 

            อะความารีนรู้สึกชาวาบทั้งตัว ทั้งสับสนและหวาดกลัว เดรโก

 

อะความารีน...

 

มารีอา บอกรายละเอียดมาซิ ว่าไอ้คุกมืดนั่นมันอยู่ที่ไหน แล้วฉันจะเข้าไปในปราสาทได้ยังไง

 

[50%]

 

            เมืองโทรปิคอร์นยามดึกเสมือนกับเมืองร้างไร้วี่แววสิ่งมีชีวิต น่าสงสัยว่าเป็นเพราะพวกเขากำลังพักผ่อน หรือเพิ่งเริ่มออกหากินกันแน่

            ฉันพยายามเพ่งสมาธิไปยังกล่องพลังเวทย์ กลบเกลื่อนไอเวทย์ธาตุดินน้ำลมไฟให้มิดชิดที่สุด พลางกวาดสายตามองไปยังกลุ่มคนรอบๆ

 

ใกล้ถึงแล้ว  ที่นี้ทุกคนพร้อมนะ?”การ์มีเปรยถาม สีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก และฉันคิดว่าเขาควรถามตัวเองมากกว่า

ปลอมตัวเป็นแวมไพร์? ถามจริง ว่าใครคิด?”โซลไม่เลิกบ่นตลอดทาง ดวงหน้าไม่มีความตื่นเต้นกังวล นอกจากสีหน้าที่รู้สึกว่าโลกใบนี้ช่างหน้าเบื่อยิ่งนัก

ฉันเองแพทตี้เลิกคิ้ว ตาสีฟ้าเป็นประกายในความมืด เราใช้เวทย์พรางตัวไม่ได้ ก็เลยต้องใช้เมคอัพแทน

 

            ที่นี่คือหมู่บ้านแวมไพร์ทิศตะวันตกจากตัวปราสาทโทรปิคอร์น

 

นั่นถือเป็นคำทำนายรึเปล่าแพทตี้ ขอร้องว่าใช่การ์มีดูตื่นเต้นกว่าครั้งไหน ฉันรู้สึกขอโทษเขาจากใจ ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน ทุกคนคงไม่ต้อง(ถูกบังคับ)มาที่นี่อีกรอบ นั่นเพราะมารีอาขัดขวางทุกวิถีทาง ห้ามไม่ให้ฉันกลับมาที่เยือนถิ่นโทรปิคอร์นอีกครั้งด้วยเหตุผลที่น่าขำที่สุด คือเข้ามาขโมยเจ้าชายแห่งโทรปิคอร์นในแผ่นดินโทรปริคอร์นแต่ในที่สุดนางก็แพ้ลูกตื๊อของฉัน แต่ก็มีเงื่อนไขว่าต้องพาสมาชิกทีมที่หล่อนจัดให้ไปกับฉันด้วย ซึ่งตอนแรกฉันก็ไม่คิดว่าจะต้องลากใครมาด้วยมากขนาดนี้

 

เธอพร้อมนะแพทริกซ์ ซึ่งอยู่ใกล้กับฉันที่สุดเอี้ยวตัวกลับมาถามฉัน ที่พยักหน้าเบาๆรับ

 

            ดวงหน้าแต่ละคนถูกเครื่องประทินโฉมขั้นเทพของแม่นางมารีอา แปลงโฉมให้กลายเป็นแวมไพร์ผีดูดเลือด ผิวซีดเซียวไร้เลือดฝาด แก้มตอบ โหนกแก้มสูง ฉันกระพริบตาถี่เนื่องจากรู้สึกถึงคอนแทคเลนส์ที่เพิ่มความ สว่างวับเป็นประกายให้กับดวงตา ซึ่งมารีอายืนยันว่าเป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์ของผู้ใช้ชีวิตกลางคืนอย่างแวมไพร์

 

            ฉันสะกิดถุงเล็กๆที่เหน็บไว้ข้างเอวเพื่อเช็คว่ามันยังอยู่ดี อุปกรณ์เสริมคือเขี้ยวปลอม ที่พักพาสะดวก หยิบใส่ง่ายอย่างรวดเร็ว แถมเหมือนจริงจนน่าตกใจ

            จากนั้นแพทริกซ์ก็นำพวกเราก้าวข้ามเขตแดนที่กั้นระหว่าง โทรปิคอร์นและแคปริคอร์น และเมื่อผ่านพ้นม่านน้ำจางๆ ฉันก็รู้สึกเหมือนหลุดไปอีกโลก

 

            กลุ่มคนจำนวนมากยืนแออัดอยู่บริเวณลานกว้าง ตำแหน่งที่ดูเหมือนเป็นศูนย์กลางของหมู่บ้านเล็กแห่งนี้ สายตาทุกคู่จ้องมองไปยังเวทีเล็กๆซึ่งมีคนที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ เขามาในชุดเครื่อวแบบทหารโทรปิคอร์นที่ฉันจำได้ดีว่าเคยเห็นมาก่อน แต่ที่ไม่เหมือนและเด่นมากคือตราสัญลักษณ์ที่เดิมเป็นรูปมังกรเหินฟ้า กลับถูกแทนที่ด้วยตราสีแดงสดลายพระจันทร์เสี้ยวสีดำนั่นทำให้ฉันเริ่มรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเลย

 

            หวังว่าเดรโกจะปลอดภัยรออีกหน่อยนะ ฉันกำลังจะเข้าไปช่วยนาย

 

ฟังข้า ชาวรัตติกาลบัดนี้ผู้บัญชาการสูงสุดของพวกเจ้าคือสภามืด และคำสั่งของพวกเขาถือเป็นคำสั่งสูงสุด ผู้ใดขัดขืนจะต้องถูกตัดสินโทษสูงสุด!”

 

            เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในหมู่แวมไพร์ ขู่ฟ่อคำรามก้องกังวาลไปทั่ว แค่ได้ยินก็รู้สึกขนลุกซู่

แต่ไม่มีใครสังเกตุถึงการปรากฏตัวของพวกเรา

 

            แวมไพร์หนึ่งในนั้นก้าวไปข้างหน้า โพล่งถามขึ้นท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ฟังไม่ได้ศัพท์

 

แล้วเจ้าชายเดรโก ราชบุตรแห่งราชวงศ์มังกรล่ะ ทำไมเจ้าชายถึงมอบอำนาจให้แก่สภามืด?”

 

เจ้าชายเดรโกของพวกเรากำลังล้มป่วยหนักนายทหารคนเดิมตะโกนให้ได้ยินถ้วนหน้า อย่างชัดถ้อยชัดคำ ดวงหน้าผู้รับฟังฉายรอยฉงนไม่ต่างกัน

 

จะเป็นไปได้อย่างไร มังกรเป็นสิ่งมีชีวิตพิเศษ พวกเขามีสายเลือดของเทพเจ้ามังกร

 

นั่นเป็นเพราะอะความารีน ฮีลเลอร์!!”

 

            เมื่อกี๊นายทหารนั่นเขาเรียกชื่อใครนะ? - -

ฉันสะดุ้งโหยงสุดตัว รู้สึกได้ว่าคนรอบข้างก้าวเข้ามาประชิดมากขึ้นชวนให้รู้สึกอุ่นใจ เหมือนกำลังได้รับการปกป้อง

 

พระชายาน่ะหรอ

 

นางทรยศ หักหลังเจ้าชาย สันดานมนุษย์แคปริคอร์นนางหลอกให้เจ้าชายตกหลุมรัก และขอนางแต่งงาน แต่สุดท้ายนางกลับทิ้งเจ้าชายไป เป็นเหตุให้เจ้าชายของพวกเราอ่อนกำลังลงจนล้มป่วยอย่างหนัก

 

            ปีนี้นายเอารางวัลออสการ์สาขานักแสดงยอดเยี่ยมไปเลยดีกว่านะ!=[]=

ฉันกัดฟันกรุบกริบรู้สึกหน้าชา เพราะเมื่อนายทหารนั่นใส่สีตีไข่โยนความผิดให้ฉันเสร็จสรรพ เหล่าแวมไพร์หูไม่น่าจะหนักก็เริ่มพ่นน้ำลายด่าฉัน ขู่ฉัน สาปแช่งฉัน โดยไม่หยุดใช้วิจารณญาณในการรับฟังข่าวสารบ้างเลย เฮ้อ

 

เย็นไว้แพทตี้แตะแขนฉันเบาๆ ตาสีฟ้าเป็นประกายกับดวงหน้าเย็นเยือกทำให้ครั้งแรกฉันสะดุ้งเพราะนึกว่าเป็นผีดูดเลือดตัวจริงเสียงจริง กลบไอเวทย์

 

            ฉันพยักหน้ารับรวบรวมสมาธิ ขณะที่หูยังได้ยินคำด่าทอเหล่านั้นไม่หยุดหย่อน

 

นางช่างร้ายกาจข้าไปงานเลี้ยงแต่งงานวันนั้น นางก็ดูไม่เหมือนแม่มดใจร้าย

 

ใช่! นางไม่สง่างามซักนิดเดียว ไม่คู่ควรกับเจ้าชายแน่นอนอยู่แล้ว!”แวมไพร์สาวแทบจะกรีดร้องด้วยความเกรี้ยวกราด ไม่แน่ใจว่าในมือนางกำลังถือป้ายไฟเจ้าชายนั่นอยู่ไหม แต่ก็เอาเถอะ นายทหารนั่นลงทุนเล่นเต็มซะขนาดนี้ แก้ข่าวยังไงก็ผิดอยู่ดี

 

            แถมฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อแก้ข่าวนี่นา

 

ฉันมองไปรอบๆ เหล่าแวมไพร์พวกนั้นต่างโกรธแค้น แทนเจ้าชายมังกรนั่น ไม่มีสักตนที่ไม่แสดงความจงรักภักดีต่อราชวงศ์มังกร พวกเขาเกลียดฉันเพราะคิดว่าฉันทำร้ายเจ้าชายของพวกเขา

            แล้วใครบอกว่าพวกเขาแตกต่างจากมนุษย์ ในเมื่อพวกเขามีความซื่อสัตย์ภักดีต่อเดรโก แต่ไม่ใช่กับสภามืด

 

            ฉันรู้สึกจุกที่คอเมื่อนึกถึงเดรโก

เขาจะเป็นยังไงบ้างนะ ยังมีชีวิตอยู่รึเปล่าเดรโก ถ้านายต้องเป็นอะไรไปเพราะฉันอีกคนละก็ ฉันคงไม่กล้าให้อภัยตัวเองอีกเลย เป็นเพราะฉันที่สร้างโอกาสให้สภามืดยึดอำนาจที่มีน้อยนิดในกำมือ เพราะเรื่องที่ฉันถูกช่วยเหลือออกมาจากปราสาทโทรปิคอร์น

 

ชาวรัตติกาลทั้งหลายจงฟังให้ดีคืนนี้! เราจะบุกโจมตีแคปริคอร์น!! เราจะฉีกพวกมันเป็นชิ้นๆ เพื่อชีวิตที่ถูกพวกมันทารุณทำลายเพื่อราชวงศ์มังกร!!”

เพื่อเจ้าชายเดรโก!”

เพื่อราชวงศ์มังกร!”

 

            กล้ามเนื้อทุกส่วนของทุกคนดูเหมือนจะหดเกร็งไม่ต่างกันนัก ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากัน ไม่กล้าแม้แต่จะขยับ หรือหายใจ

 

กลับกันเถอะนะเสียงทุ้มกระซิบแผ่วข้างหู ฉันเบือนหน้ากลับไปเล็กน้อย นัยน์ตาสีแดงสดระยะประชิดทอประกายอ่อน ฉายชัดถึงความเป็นห่วง แพทริกซ์ยังเป็นเหมือนเดิม ตลอดเวลาเขาคิดแต่เรื่องความปลอดภัยของฉัน

 

เราจะต้องตามนายทหารคนนั้นไป เขาจะพาเราเข้าวังได้ฉันพึมพำพลางแสร้งเบือนไปหาการ์มี โซล และแพทตี้ เพื่อที่จะไม่ต้องรู้สึกผิดที่เห็นสายตาตัดพ้อนั่น พวกนายกลับไป จากนี้ฉันจะไปต่อเอง

 

ไม่มีทางแพทริกซ์สวนทันควัน ถึงจะไม่ได้มองหน้าแต่ฟังก็รู้ว่าเขาคงแทบอยากจะพ่นไฟออกมา ถ้าไม่ติดว่านั่นคือการประกาศอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งที่สุดว่า มีแคปริคอร์นสี่หน่อยืนรอให้กัดคออยู่ตรงนี้แถมมีคนนึงเลือดกำลังร้อนน่าอร่อยกว่าใครเพื่อน

 

พวกนายจะเดือดร้อนเปล่าๆ แคปริคอร์นกำลังจะแย่ พวกนายต้องกลับไปส่งข่าวและต้านกำลังจากพวกเขา ได้โปรดเถอะนะฉันอธิบายรัวเร็วด้วยเสียงแหบแห้ง รู้สึกปวดหัวตุบๆขึ้นมา ฉันจะตามนายทหารนั่นไป เชื่อเถอะว่าฉันทำได้ ยิ่งคนเยอะจะยิ่งถูกสงสัย

 

            ฉันเผลอสบตากับโซล เป็นครั้งแรกที่เขาไม่ทำสีหน้าเบื่อโลก เขาดูกังวลและเครียดแทนฉัน

ถ้าฉันทิ้งเธอ ไอ้ราล์ฟมันต้องกัดฉันไม่ปล่อยแน่การ์มีพูดเสียงเครียด

แล้วถ้าเขาไม่อยู่กัดนายล่ะฉันพูดเสียงสั่น พยายามข่มตัวเองไม่ให้สั่น เพราะฉันกลัวกลัวว่าแคปริคอร์นจะต้องสูญเสียไปมากกว่านี้ และฉันจะไม่ยอมให้มันเป็นอย่างนั้น ฉันสัญญาว่าจะกลับไปอย่างปลอดภัย พวกนายต้องกลับไปบอกพวกเขา และเตรียมรับการโจมตี

            แพทริกซ์คว้ามือฉันขึ้นมาบีบเบาๆ ฉันถึงยอมเงยหน้ามองเขาตรงๆ และเห็นความปวดร้าวในตาคู่นั้น กลับไปกับฉันเถอะนะ

 

            ฉันกวาดตามองสีหน้าทุกคนซึ่งเต็มไปด้วยความเครียด พวกเขามองฉันด้วยแววตาเสียใจ ฉันค่อยๆหันไปทางการ์มี ถ้าเป็นราล์ฟ เขาจะเข้าใจและเคารพในการตัดสินใจของฉัน ได้โปรดไว้ใจฉันเถอะนะฉันส่งสายตาเว้าวอนไปยังแพทริกซ์ เขาเบือนหน้าหนีทันที เหมือนซ่อนความเจ็บปวดไว้ ฉันไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว ฉันมีพลังเหนือพวกนายทุกคนรวมกันซะอีก เพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วงฉัน แล้วกลับไปปกป้องบ้านเกิดของพวกเรา

 

            แพทตี้พยักหน้าเบาๆ หล่อนเอื้อมมือมาแตะไหล่ฉันแล้วบีบเบาๆ เธอจะทำภารกิจนี้สำเร็จตาสีฟ้ามองมาที่ฉันแสดงถึงความมั่นใจเต็มเปี่ยม

 

ฉันยิ้มรับ ขอบใจแพทตี้

 

 

            ร่างเล็กในชุดคลุมฮูทีสีดำปกปิดเสี้ยวหน้า ขยับเท้าโดยไร้เสียงแค่เพียงร่างเล็กอาศัยแรงลมที่พัดผ่านเบาๆ ประคองร่างตัวเองให้ลอยและบังคับลมให้โอบล้อมรอบตัวเธอเอาไว้ ไม่ต้องใช้พลังเวทย์ปริมาณมากเธอก็สามารถเคลื่อนตัวไปยังทิศทางที่ต้องการ โดยไม่มีใครสังเกตุเห็น

 

            ตาสีแดงสดเพ่งผ่านความมืด ไปยังเงาร่างสายหนึ่งที่กำลังวิ่งไปยังสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ เมื่อเห็นจุดหมายแน่ชัดแล้ว หญิงสาวก็ชะลอฝีเท้าก่อนจะหลบในเงาต้นไม้ขนาดใหญ่ ต้นสุดท้ายก่อนจะถึงลานสนามหญ้ากว้างใหญ่ สิ้นสุดไปยังตัวปราสาทโทรปิคอร์นที่ตั้งตระหง่านตรงหน้า ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากความทรงจำครั้งล่าสุดที่มาเยือนนัก แต่ทว่าบรรยากาศเงียบสงัดและกลิ่นเหม็นสาบ เต็มไปด้วยความอาฆาตลอยปะปนรอบๆ อะความารีนขยับตัวนิดๆ ไล่ความรู้สึกอึดอัดแปลกๆออกไปก่อนจะเพ่งมองนายทหารคนเดิมที่หล่อนติดตามมาจนสุดทาง หยุดพูดคุยกับนายทหารอีกสองนายที่กำลังยืนเฝ้าประตูบานใหญ่

 

            การสนทนาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ช้า นายทหารคนนั้นก็เดินผ่านประตูไปอย่างสง่างาม

 

            อะความารีนสูดหายใจเข้าลึก มือขวาสัมผัสถุงที่สอดไว้ใต้เสื้อคลุมแล้วกระตุกเชือกจนถุงนั่นหลุดมากับมือ จากนั้นนำสิ่งของคล้ายเขี้ยวเล็กๆ แต่ดูแหลมคมน่าหวาดกลัวใส่ครอบเข้าไปยังตำแหน่งฟันเขี้ยว สัมผัสได้ว่าสิ่งของนั้นหดครอบตัวลงบนฟันได้อย่างพอดิบพอดี

 

            หญิงสาวก้าวยาว ไปยังประตูบานใหญ่ ปรับฝีเท้าให้ช้าลง พยายามไม่ให้ดูน่าสงสัย

 

เจ้าเป็นใครนายทหารคนทางซ้ายขมวดคิ้ว พยายามเอียงคอมองใบหน้าภายใต้ฮูทสีดำ

 

            ฟึ่บ!

อะความารีนกระตุกฮูทขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีแดงฉานที่หลุบต่ำตอนแรกค่อยๆแง้มเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย ดวงหน้าเชิดขึ้นพร้อมกับปากยิ้มเหยียดข้างนึง

 

ฉันไม่จำเป็นต้องบอกว่าฉันเป็นใคร ฉันไม่ใช่คนที่พวกนายจะมาซักไซ้ได้เสียงหวานทรงอำนาจกล่าวเนิบนาบ แบบที่เจ้าของเสียงเองนึกประหลาดใจว่านี่ใช่เสียงของตนหรือไม่

 

เอ่อขออภัยครับ แต่ว่าท่านต้องแจ้งชื่อก่อนที่พวกเราจะตรวจสอบว่าได้รับอนุญาติให้เข้าปราสาทได้ทหารคนที่อยู่ทางขวา ดูนอบน้อม ใสซื่อกว่า กล่าวอธิบายด้วยน้ำเสียงสุภาพ

 

ชื่อเรอะ!”หญิงสาวแยกเขี้ยววับ ความตั้งใจโชว์เขี้ยวแหลมคมนั้นสำเร็จเพราะนายทหารสองตนขยับถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างระแวดระวัง ราวกับกลัวว่าหล่อนจะกระโดดเข้างับคอเดี๋ยวนั้น ฉันมีหลายชื่อ เป็นชื่อที่ไม่ถูกระบุในทะเบียนประวัติ ฉันเป็นเงาของสภามืด ทางที่ดีพวกนายควรถอยห่างจากฉันเพราะสภามืดคงไม่ชอบให้ฉันเสวนากับใครโดยไม่จำเป็น สถานะของฉันต้องถูกปิดเป็นความลับ

 

            อะความารีนเพิ่งรู้สึกทึ่งในความสามารถด้านการแสดงของตนเอง เพราะมันทำให้คนดูเชื่ออย่างไม่มีข้อกังขา พวกเขาทำความเคารพโดยก้มหัวต่ำอย่างนอบน้อม และเปิดทางเข้าตัวปราสาทให้โดยง่าย

 

            หญิงสาวคลุมฮูทปิดใบหน้าเสี้ยวหนึ่งดังเดิม สองเท้าค่อยๆขยับอย่างช้าๆ และเมื่อเลี้ยวผ่านทางโค้งมาได้หล่อนก็ยกมือขึ้นปาดเหงื่อ พลางให้ใจหอบระริน

เกือบหลุดแล้วโฮ้ ทำไปได้นะเรา

 

            นัยน์ตาสีแดงกวาดมองทั่ว ไม่พบว่ามีสิ่งมีชีวิตตนอื่นอยู่บริเวณนี้ บรรยากาศดูวังเวง เย็นชื้น มีกลิ่นอับจางๆ ราวกับว่าไม่มีใครเข้ามาทำความสะอาดมาระยะหนึ่ง

 

            ร่างเล็กแนบหลังกับแผ่นหินเย็น แล้วกลั้นใจวิ่งโดยไม่เกิดเสียงใดใด

 

เริ่มจากโถงกลาง จะมีประตูอยู่ใต้บันได

เสียงมารีอาที่เคยพูดอธิบายอย่างใจเย็นดังชัดในหัว

 

ลงบันไดไป ระวังขั้นบันไดเลขคู่ มันเป็นกับดัก

เท้าเล็กค่อยๆก้าวเหยียบขั้นบันไดอย่างระมัดระวัง

 

อิฐก้อนที่สี่ จากรูปมังกรที่แขวนไว้ด้านซ้ายมือมีประตูลับซ่อนอยู่ กดเบาๆ

มือเล็กทาบทับบนแผ่นอิฐ เมื่อสัมผัสพบว่ามันไม่ได้เย็นชื้นดังที่คิด แต่กลับอุ่นจนเกือบร้อน และทันทีที่สัมผัส ภาพกำแพงก็หายวับไป ปรากฎเป็นทางเดินยาวลงไปอีก

 

แล้วต่อจากนี้เธอต้องต่อสู้กับอาคม คล้ายกับอาคมป่าโลหิต เธอต้องแสดงให้เห็นว่าเธอปราศจากความกลัวที่มนุษย์พึงมี ส่วนใหญ่อมนุษย์จะผ่านด่านนี้สบายมาก ระวังตัวให้ดี

อะไรนะหมายความว่าอาคมนั่นจะดึงความกลัวของฉันออกมางั้นหรอ

ใช่

แล้วฉันจะชนะมันได้ยังไง

นั่นอยู่ที่ตัวเธอแล้ว อะความารีน ฉันคงช่วยเธอได้เท่านี้จริงๆ

 

          หญิงสาวหยุดกึกบนพื้นหินเย็นเยียบ และเมื่อสัมผัสมัน พื้นเรียบกลับไหวโอนเอนเสมือนยืนบนเรือที่ล่องลอยในแม่น้ำเชี่ยวกราก ร่างเล็กก้มตัวลงนั่งพยายามทรงตัวไม่ให้ล้ม แต่พื้นกลับสั่นไหวรุนแรงมากขึ้น ราวกับร่างทั้งร่างถูกเหวี่ยงออกไปอย่างแรงจนรู้สึกมึนชา และในที่สุดสถานการณ์ก็สงบลง

 

อะความารีนร่างหนาของใครบางคน ยืนสง่าอยู่ตรงหน้า นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มทอดมองมา ระยะห่างระหว่างเขากับเธอถูกกั้นด้วยรอยแยกจากแผ่นดินไหว มองลงไปก็เห็นเพียงความมืด ด้านล่างเป็นเหวลึกที่ไม่อาจคาดคะเนความสูงได้

 

ทรอนซ์อะความารีนรู้สึกคอแห้งผาก พยายามย้ำกับตัวเองซ้ำๆว่านั่นเป็นเพียงภาพจากอาคมเท่านั้น แต่เป็นเพราะน้ำเสียง ท่าทาง ทุกอย่างของเขาเหมือนกับว่าทรอนซีราอยู่ตรงหน้านี้แล้วจริงๆ

 

ฉันอยากสารภาพบางอย่างกับเธอเสียงทุ้มลึกน่าฟังนั่นก็เช่นกัน ปากเรียวขยับเล็กน้อยแต่เปล่งเป็นคำพูดชัดเจน ใจน้อยๆอดแกว่งเบาๆด้วยความอยากรู้ไม่ได้

 

นายมีอะไรจะบอกฉันหญิงสาวค่อยๆพยุงร่างตัวเองขึ้น เซไปทางซ้ายเล็กน้อยจากอาการเวียนหัว หล่อนข่มความรู้สึกที่อยากวิ่งเข้าไปหาและกอดเขาไว้ ทั้งที่รู้ว่านั่นไม่ใช่เขาจริงๆก็ตาม

 

ฉันรักเธอ อะความารีน ฮีลเลอร์รักมาตลอดแต่ฉันกลับทำทุกอย่างตรงข้ามกับที่ฉันรู้สึกทรอนซ์มองด้วยสายตาปวดร้าว วูบนึงที่หญิงสาวรู้สึกปวดหัวแปล๊บขึ้นมา มีภาพความทรงจำที่คล้ายฝัน แต่ก็เหมือนจริงว่าทรอนซ์มอบจุมพิตให้หล่อน ที่อยู่ในอ้อมกอดอุ่นๆของเขา

 

            อะความารีนสะบัดหน้า ภาพกึ่งฝันกึ่งจริงก็สลายไป นึกด่าตัวเองที่ดันไปตกหลุมพรางอาคมนั่นเข้าเต็มเปา อีกทั้งยังใจเต้นรัวกับคำพูดเพียงไม่กี่คำ

 

ทำไมนายต้องทำแบบนั้นล่ะแม้รู้ว่าเริ่มห่างไกลจากความจริงขึ้นทุกขณะ แต่เหมือนร่างกายและหัวใจเลือกจะไม่ทำตามเหตุผล

 

เพราะฉันไม่สมควรได้รับความรักจากเธอ ลาก่อน  อะความารีนทรอนซ์พูดเสียงเศร้า ดวงหน้าที่มักเฉยชากลับฉายรอยเจ็บปวดลึก ร่างหนาค่อยๆก้าวเข้าหาเหวลึกที่อยู่ตรงหน้าเขา ทั้งที่สายตายังคงจับจ้องมาที่เธอ

 

อย่า!!”อะความารีนกำหมัดแน่น พยายามหลับตา ข่มอารมณ์และยืนอยู่เฉยๆ แต่ในที่สุดก็แพ้ใจที่สั่งให้เธอก้าวเท้าออกไป เธอรีดพลังลมออกมาเพื่อไปถึงตัวเขาให้เร็วที่สุด

 

          กึก

สัมผัสถึงแรงฉุดดึงจากขา ตาสีแดงก้มมองไปยังร่องเหวที่มีมือสีดำจำนวนมากโผล่พรวดขึ้นมาคว้าข้อเท้าหล่อนไว้ ทำให้ร่างเล็กเกือบตกลงไปแต่ฝืนต้านไว้ได้ทัน

 

ทรอนซ์!!”

 

เธอคิดจริงๆหรือว่าฉันรักเธอ ฉันแค่เห็นเธอเป็นของเล่นชั่วคราวก็เท่านั้น เธอไม่สำคัญกับฉัน ไม่เคยสำคัญ ความจริงเรื่องนี้ที่ไม่เปลี่ยนแปลงทรอนซ์ยืนนิ่ง หยุดมองไปยังร่างเล็กที่กำลังต่อสู้กับมือประหลาด ตะเกียกตะกายไม่ให้ร่างถูกดึงลงไป และเชื่อว่าหากเธอไม่ต้านไว้ เธอจะไม่มีโอกาสได้กลับขึ้นมาอีกเลย

 

โถ่เอ้ย! ฉันรู้หรอกน่ะ นายไม่ใช่ทรอนซ์แน่นอน!!”หญิงสาวกัดฟันกรอด ขณะรู้สึกเจ็บกับรอยที่ถูกคว้าข้อเท้าไว้ เหมือนว่าหล่อนกำลังถูกพิษปีศาจค่อยๆกร่อนช้าๆ เพราะทรอนซ์ไม่พูดประโยคยาวๆแบบนั้นหรอกย่ะ ไม่เนียนเลยนะ ไปฝึกมาใหม่!”

 

            ร่างที่ดูเหมือนทรอนซ์ยิ้มเย็น เขาเดินก้าวมาใกล้มากขึ้น เธอมองสบนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้ม ที่เหมือนตัวจริงทุกอย่าง แต่กลับขาดอะไรบางอย่างในดวงตาคู่นั้น

            อะไรบางอย่างที่แม้แต่เจ้าตัวยังไม่รู้ว่าตัวเองเผลอแสดงออกมา

            อะไรบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกมีความหวังอีกครั้ง

            นั่นทำให้เขาคนนี้ไม่เหมือนทรอนซีราเลยซักนิดเดียว

 

บอกฉันสิ ว่าเธอกลัวว่าฉันจะไม่รักเสียงทุ้มเอ่ยเรียบ ปากบางกระดกยิ้มราวกับประกาศในชัยชนะ

ฉันไม่กลัว ว่านายจะไม่รักฉันอะความารีนกัดฟันทนกับความเจ็บปวด พิษจากขาเหมือนค่อยๆแทรกเข้ามาทั่วร่าง และเธอรู้สึกชาทั้งตัว แต่ฉันกลัวว่านายจะไม่ให้ฉันรัก ฉันกลัวว่าฉันไม่มีสิทธิ์รักนาย ฉันขี้ขลาด เคยหนีหัวใจตัวเอง ฉันยอมรับนะ แต่ตอนนี้ฉันไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว เพราะฉันรักนายได้ และมีสิทธิ์ที่จะรัก

 

            พื้นหินสั่นไหวอีกครั้ง อะความารีนร้องครางออกมาด้วยความเจ็บทั่วร่าง เหมือนร่างถูกเหวี่ยงแรงๆอีกครั้ง แต่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิมเพราะความปวดชาทั่วร่างไม่ได้หายไป และขณะที่ทุกอย่างกลับคืนสภาพปกติอีกครั้ง ตาสีแดงสดค่อยๆปรือขึ้นมา ร่างเล็กที่นอนแน่นิ่งค่อยๆรีดพลังลมพยุงตัวเองให้ลุกเพราะร่างกายไม่อาจทำตามคำสั่งได้

 

            ตาสีแดงสดกวาดมองรอบๆ สถานที่นั้นต่างไปจากพื้นหินเย็นเยียบโดยสิ้นเชิง มันเป็นห้องนอนที่ถูกตกแต่งด้วยสีดำสนิท และร่างชายคนหนึ่งลอยอยู่เหนือเตียงคิงไซส์ โดยมีพลังบางอย่างห่อหุ้มอยู่ ผมสีดำสนิทแผ่สยาย ดวงหน้าดูผ่อนคลาย เปลือกตาปิดสนิท ร่างหนาลอยเคว้งบนอากาศแต่ดูราวกับว่ากำลังจมอยู่ในน้ำ

 

เดรโก!”อะความารีนขยับเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น แต่บางอย่างที่ห่อหุ้มร่างนั้นแสดงปฏิกริยาแผ่ความร้อนและไอปีศาจออกมา ทำให้หญิงสาวต้องถอยกลับมาตั้งหลัก

 

            อะไรกัน เกราะเวทย์แบบนี้?

โอ๊ย..”หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งหอบ ความเจ็บแปลบที่กลางอกสร้างความวิตกบนดวงหน้าซีดไร้สีเลือด ตาสีแดงหม่นแสงลงเบือนสายตามองร่างที่ลอยแน่นิ่งไม่รู้สตินั่น เดรโก ได้ยินฉันไหม เดรโก

 

            เมื่อพยายามส่งเสียงเรียกก็ไม่เป็นผล อะความารีนค่อยๆพยุงร่างลุกขึ้นอีกครั้ง ตาสีแดงสดฉายแววมุ่งมั่นกว่าเดิม ไม่ต้องห่วง ฉันจะต้องพานายออกไปจากที่นี่ให้ได้!”

 

            ร่างเล็กรีดพลังร้อนจากธาตุไฟบริสุทธิ์ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เกราะป้องกันผู้บุกรุกด้วยความร้อนที่ไม่ต่างกัน

 

            มือเล็กเอื้อมคว้าเข้าไปในเกราะคุ้มกัน ก่อนจะออกแรงฉุดดึงร่างหนาออกจากพันธนาการ

 

 

Writer: กราบขออภัยในการหายตัวของไรท์เตอร์นะคะTT ไรท์มีภารกิจอันยิ่งใหญ่ นั่นคือการฝึกเป็นฮีลเลอร์ในโลกมนุษย์นั่นเอง! 55 และเพื่อความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นจึงต้องใช้เวลาไปกับการฝึกฝน อ่านทวนตำราเรียน เพราะการเรียนค่อนข้างหนักมาก หวังว่าทุกท่านจะให้อภัยและก้าวช้าๆไปด้วยกันน้า>< U_U

ไว้ว่างๆจะเข้ามาอัพเรื่อยๆ อย่าลืมติดตามนะคะ

รัก <3

                                                                                                                        บาบิQ

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #2350 เปงดี๊ที่รักทอม (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 16:07
    ตกลงแล้ว บิบาเรียนอะไรค่ะ (ฮีลเลอร์ในโลกมนุษย์อ่ะ)



    ปล. เพิ่งเห็น
    #2,350
    3
    • #2350-2 เปงดี๊ที่รักทอม(จากตอนที่ 49)
      13 ตุลาคม 2559 / 13:39
      ตอนนี้เรียนจบหรือยังคค่ะคุณหมอ
      สายอาชีพเดียวกันเลย

      ขอบคุณมากๆเลยนะค่ะที่เสียสละมาแต่งนิยาย
      ดีๆให้อ่าน ลำพังแค่เรียนหมอก็แทบจะไม่มีเวลานอนอยู่แล้ว
      ซึ้งในน้ำใจของไรด์จิงจิงค่ะ T_T (ปล. แบบนี้รักตายเลย)
      #2350-2
    • #2350-3 บาบิQ(จากตอนที่ 49)
      13 ตุลาคม 2559 / 18:43
      ฮ่าา ยังค่า ปี 5 ค่ะ
      อิอิ
      ก็ว่าจะแต่งไปเรื่อยๆนะ ชอบแต่งนิยายค่ะ (ตอนนี้นี่กองหนังสือเต็มหน้าเลย พน.มีสอบ OSCE ;o;)
      ตามอ่านกันไปเรื่อยๆนะค้า ~ เย้
      #2350-3
  2. #1976 hannahan (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 / 14:26
    รอน้าาา แต่เรายังไม่ได้อ่านเลยอ่านแค่อินโทร แต่รอได้ค่ะ เดี๋ยวว่างจากงานจะมาอ่าน ><
    #1,976
    1
    • #1976-1 บาบิQ(จากตอนที่ 49)
      18 กรกฎาคม 2558 / 22:51
      โฮ้ ยาวมาก ค่อยๆทยอยได้นะคะ อิอิ
      #1976-1
  3. #1975 zelo (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 / 11:14
    รอมานานนนน มากกก
    #1,975
    1
    • #1975-1 บาบิQ(จากตอนที่ 49)
      18 กรกฎาคม 2558 / 22:50
      ขออภัยค่าTT
      #1975-1
  4. #1974 ฺฺฺBoombim (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 / 10:56
    โอ็ยต้อนนี้หนูรู้สึกรักเดรโกแปลกๆเหมือนจะปันใจไปให้เดรโกแล้วอะตอนหน้าขอฉากที่มีทรอนซ์เยอะๆหน่อยนะคะหนูยังรักทรอนซ์ไรด์มาอัพไวๆนะคะรอนานไปหัวใจบอบซ้ำ

    ป.ล. รักทรอนซ์แต่ตอนนี้เริ่มมีใจให้เดรโก555(หลายใจ)
    #1,974
    1
    • #1974-1 บาบิQ(จากตอนที่ 49)
      18 กรกฎาคม 2558 / 22:50
      อ้าวเดรโกโดนแย่งซีนซะงั้น5555
      #1974-1
  5. #1973 Nickname Donna (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 / 09:06
    รออัพนานมากเลยไรต์ T^T แต่ก็จะรออ่านน่ะ. สนุกมาก.... ชอบ..
    #1,973
    1
    • #1973-1 บาบิQ(จากตอนที่ 49)
      18 กรกฎาคม 2558 / 22:49
      ขอบคุณค่ะที่รอ และคอมเม้นกำลังใจดีดี ^^ ลุยๆ สู้ๆ (ปลอบตัวเองค่ะTT)
      #1973-1
  6. #1972 SweeTTenny (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 19:01
    ไรท์ ทิ้ง ยูส T T รอทานานมากเยยยังไม่มาอัพเยย แง รออยู่น้ะเค้อะะ ไรท์
    #1,972
    1
    • #1972-1 บาบิQ(จากตอนที่ 49)
      18 กรกฎาคม 2558 / 22:47
      ไม่ทิ้งไปไหนหรอกจ้า จะจบแล้วว><
      #1972-1
  7. #1968 P.V._N.D (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 18:37
    รีบๆมาต่อเร็วๆนะ
    #1,968
    1
    • #1968-1 บาบิQ(จากตอนที่ 49)
      21 มิถุนายน 2558 / 23:24
      อยากอัพเหมือนกันค่ะ ไม่ค่อยว่างเลย
      #1968-1
  8. #1967 SweeTTenny (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 17:02
    ถถถถถว์ นานๆจะมาอัพ เค้าก็นานๆจะมาเม้นที5555 เป็นกำลังใจให้ค่าา
    #1,967
    1
    • #1967-1 บาบิQ(จากตอนที่ 49)
      21 มิถุนายน 2558 / 23:24
      ขอบคุณนะคะ
      #1967-1
  9. #1966 vin_111 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 12:53
    บางทีก็โมโหทรอนซ์นะ  
    #1,966
    1
    • #1966-1 บาบิQ(จากตอนที่ 49)
      21 มิถุนายน 2558 / 23:24
      เนอะ !
      #1966-1
  10. #1965 Boombim (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 14:20
    โอ็ยเศร้าน้ำตาไหลพรากๆเศร้าเกินอะคราาาเชียร์ไม่ถูกแล้วไม่รู้ว่าจะเชียร์ใครดีแต่นะตอนนี้สงสารทรอนซ์ที่สุดแล้วอะเจ็บปวดด้วยกันหมดจะฟินก็ตรงบทที่แล้วฉากจูบอะคะแล้วก็กลับมาเศร้าเหมือนเดิม อีกอย่างเกลียเวรัน คลอสอะคะเลวมากบอกเลยชั่วสุดๆเห็นแกตัวด้วยอ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก(ระบายคะ) สุดท้ายรักไรด์เตอร์นะคร้าาาาาา

    ป.ล. รักทรอนซ์นะรักมากมายรักไม่เปลียนแปลง(ถึงจะแอบหวั่นไหวกับเดรโกไปบ้างแต่ยังไงก็รักทรอนซ์นะ)
    #1,965
    1
    • #1965-1 บาบิQ(จากตอนที่ 49)
      21 มิถุนายน 2558 / 23:26
      ทรอนซ์ ทำเป็นซึนนะ ++
      #1965-1