The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 36 : The Keyz(2) 36 ป้อมปราการครอส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,936
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    11 ม.ค. 55

[36]

            บนกำแพงหินสีขาวขุ่นสูงลิบ ปรากฏเป็นร่างกลุ่มคนจำนวนหนึ่งยืนกระจัดกระจายตามแนวยาว ทุกสายตาเพ่งนิ่งไปยังเบื้องหน้า ภาพลานหญ้าโล่งกว้างจนไปสุดที่เขตต้นไม้หนารกของป่า อากาศเย็นเริ่มโรยตัวลงจนลมหายใจพ่นเป็นไอสีขาว

 

            บุรุษนัยน์ตาสีแดงเพลิงตวัดสายตามองเหล่าผู้ใช้เวทย์ ดวงหน้าคมคายนิ่งสงบครุ่นคิด ก่อนจะปรับธาตุอุ่นๆในกายเผื่อแผ่ไปยังกลุ่มคนที่เขาเดินย่างกรายผ่านไปทีละราย ไออุ่นเหล่านั้นจะติดตัวผู้ที่ถูกความหนาวครอบงำ ช่วยสลัดความเย็นยะเยือกจากผิวกาย

 

ขอบคุณท่านแพทริกซ์เสียงห้าวเปล่งด้วยความปลื้มปิติ รับรู้ถึงพลังอุ่นๆที่ลามเลียผิวกายไม่ให้หนาวสะท้านอีกต่อไป

 

ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดผู้ถูกขอบคุณพยักหน้าเบาๆ มองคนตรงหน้าที่ค้อมคำนับแล้วเดินไปประจำตำแหน่งเดิม เบือนสายตาไปยังสนามกว้างโล่งอีกครา ไร้การเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต แต่ใช่ว่าจะวางใจได้

 

ท่านแพทริกซ์บุรุษนัยน์ตาสีเหล็ก ผมสีดำแซมขาววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ทำให้กลุ่มผู้ใช้เวทย์หันมามองหน้ากันแล้วเงียบฟังอย่างตั้งใจ

มีอะไร

มีรายงานว่าโทรปิคอร์นเข้าบุกยึดบ้านเรือน แทรกซึมกำลังไปตามเมืองต่างๆ ขับไล่แคปริคอร์นออกจากพื้นที่…”

เป็นไปได้ยังไงน้ำเสียงเกร็งเครียด รับกับดวงหน้าคมคายที่ฉายแววดุดัน

การคุ้มครองเขตแดนเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ผล ยังไงมันก็แทรกเข้ามาได้อยู่ดีคนรายงานมีสีหน้าเคร่งเกร็งไม่ต่างกัน ตาจับจ้องไปยังบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุด ณ เขตแดนทางตอนเหนือแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลงมีคำสั่งให้ถอนกำลังได้ ท่านสามารถกลับไปทำภารกิจต่อ

 

            กรรรรร   เสียงคำรามแว่วเข้ามาหยุดบทสนทนาไว้แต่เพียงเท่านั้น สายตาทุกคู่วาววับอย่างระวังภัย ลมกรรโชกแรงซัดวูบให้ร่างเสียการทรงตัว พายุหมุนขนาดยักษ์ลอยอยู่เหนือฟากฟ้าอันมืดมิด ห่าฝนหลั่งเทลงมาราวกับเข็มนับล้านเล่มที่พร้อมตัดเฉือนผิวกายให้เป็นชิ้นๆ

 

            นัยน์ตาสีแดงเพลิงฉายรอยพิโรธวูบหนึ่ง ปากเรียวเผยอขึ้นเปล่งคำสั่งลั่น

เตรียมรับมือ!”

 

            กลุ่มผู้ใช้เวทย์ไหวตัวเล็กน้อยรับคำสั่ง สองสามคนกระโดดลงไปด้านล่างในอีกฟากกำแพง เพื่อรอรับการโจมตีชั้นแรก

 

            เปรี้ยง! สายอัสนีบาตรฟาดซัดลงพื้นหญ้า ผู้ใช้เวทย์แผลงฤทธิ์โดยก่อหลุมขนาดยักษ์ กันกำแพงหินสูงหนาไว้อีกชั้นหนึ่ง

            หารู้ไม่ว่าเป็นการคุ้มกันที่ไม่เกิดประโยชน์เลยแม้แต่น้อย แก่เหล่าผู้มาเยือน

 

กรรเสียงคำรามดังชัดเจนอีกครั้ง ก่อนจะปรากฏเป็นภาพฝูงสัตว์ประหลาดนับร้อย มันมีลำตัวเป็นสิงโตขนาดใหญ่กว่าปกติสองเท่า ที่พิเศษเหนือธรรมชาติคือปีกใหญ่หนาของมันที่กระพือฟึ่บ พาร่างพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว

 

            ฉึก! แคว่ก! โฉะ!

            ผู้ใช้เวทย์ที่ลงไปด้านล่างกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของมันในพริบตา เขี้ยวคมฝังแน่นลงไปในเนื้อก่อนจะสลัดแรงจนร่างฉีกขาด การจู่โจมนั้นรวดเร็วเกินกว่าจะร่ายเวทย์

 

โทรปิคอร์นนัยน์ตาสีแดงเพลิงวาววับ เสมือนมีเปลวไฟลอยกรุ่นออกจากตาคู่นั้น แผ่ลามจากกาย มือหนายื่นไปด้านหน้าพร้อมปากเรียวที่ขยับร่ายเวทย์ ฉับพลันเปลวไฟถูกก่อด้วยฤทธิ์มนตร์ โหมกระหน่ำขึ้นมาบดบังกำแพงหินอันเป็นเขตแบ่งแดนระหว่างผู้ใช้เวทย์และอมนุษย์

 

            เกราะเวทย์ไฟโดยมัจจุราชเปลวเพลิง

บุรุษผู้มีพลังอำนาจ บุคลิกเปี่ยมล้นไปด้วยความเป็นผู้นำ

ในใจที่แห้งเหือดของทุกคนกำลังกู่ร้องอย่างยินดี ที่มีคนคนนี้อยู่ข้างๆ แม้ว่าเพิ่งจะเจอเหตุการณ์สยองของการคร่าชีวิตมนุษย์โดยอมนุษย์

จะต้องไม่มีคำว่าแพ้ ภายใต้การดูแลของคิง ออฟ แคปริคอร์น

 

โจมตี!”บุรุษคนเดิมเปล่งวาจาลั่น ทำให้กลุ่มผู้ใช้เวทย์โจมตีระยะไกลซึ่งรออยู่ก่อนแล้ว ลงมือโดยพร้อมเพรียง ทั้งธนูคมกริบที่แหวกว่ายในอากาศออกสู่เกราะเวทย์ไฟ ไปปักกลางอกอมนุษย์หลายตนได้อย่างรวดเร็ว มีดสั้น และอาวุธต่างๆถูกนำมาใช้คร่าชีวิตอย่างเหี้ยมโหด กลิ่นเลือดลอยคลุ้งแทรกซึมกับไอน้ำ ฝนเริ่มซาลง ทิ้งไว้เพียงหยาดโลหิตที่อาบพื้นหญ้าสีเขียวให้เป็นสีแดงสด

 

            ไม่นานหลังจากนั้น ชัยชนะตกเป็นของแคปริคอร์นได้อย่างง่ายดาย

ไม่เหลือแม้แต่ซากสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาด เพราะมันถูกแผดเผาไปพร้อมเปลวไฟที่ค่อยๆดับมอดลง

 

แพทริกซ์ มันเกิดอะไรขึ้น?”เสียงทุ้มแหบพร่าฟังดูคุ้นเคยดังแว่วเข้ามา บุรุษผู้ถูกเรียกพลิกกายหันไปมอง

ท่านออกัส?”น้ำเสียงแฝงความฉงนสงสัย ตาสีแดงเพลิงเบิกกว้างนิดๆ

ฉันเพิ่งมาถึง เกิดเรื่องสินะบุรุษคนเดิมยิ้มเครียด ก่อนจะหันไปรีดเค้นพลังในกาย จดจ่อพลังจิตใช้สายตาสอดส่อง แสงสีแดงอ่อนๆสะท้อนวูบวาบไปทั่วร่างผู้ใช้เวทย์ผู้บาดเจ็บ ร่างที่ถูกแยกเป็นชิ้นกลับเข้ามาปะติดปะต่อกันแต่ดวงหน้ายังคงไร้สีเลือดต้องยื้อวิญญาณ ช่วยฉันหน่อยแพทริกซ์

 

            สิ้นคำสั่ง คนถูกขอให้ช่วยพยักหน้าเบาๆก่อนจะกระโดดพลิ้วจากกำแพงหินไปยังพื้นล่าง ตามมาด้วยร่างฮีลเลอร์คนสำคัญ

            พิธียื้อวิญญาณโดยเซอร์ ออกัส ฮีลเลอร์ หัวหน้าตระกูลฮีลเลอร์ในตำนานประสบความสำเร็จอย่างงดงาม กลุ่มคนที่มองเห็นเหตุการณ์รู้ซึ้งถึงพลังเวทย์รักษาอันร้ายกาจ ตามคำล่ำลือนั้นไม่ได้ผิดเพี้ยนแต่อย่างใด

 

ท่านรู้เรื่องอะความารีนใช่ไหมครับชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยหลังจากที่ปล่อยให้ความเงียบเข้าคลุมบรรยากาศมาอยู่พักหนึ่ง หลังเหตุการณ์สงบลง เขาทอดมองไปยังร่างบุรุษอีกคนซึ่งครองโซฟาเดี่ยวในห้องพักรับรองของเขตแดนตอนเหนือ

 

อืม ฉันรู้ เสียใจด้วยนะแพทริกซ์ ที่พวกเราต้องปิดบังเธอออกัสขยับยิ้มเหนื่อยล้า สีหน้าดูอิดโรยราวกับคนต้องการจะพักผ่อน แต่นัยน์ตาสีแดงสดยังทอประกายกล้าเปี่ยมไปด้วยพลัง

 

ผมขอโทษแพทริกซ์จ้องนิ่งไปยังบุรุษตรงหน้าอย่างกล้าหาญ แม้จะมีรอยสั่นไหวในดวงตาผมทำร้ายอะความารีน ผมปกป้องเธอไม่ได้แล้วยังเป็นคนทำร้ายเธอ

 

            ภาพฝันร้ายที่เขาแผลงธนูใส่คนที่รักนั้นยังไม่หายไปจากจิตใต้สำนึก รู้สึกถึงความกลัวทุกครั้งเมื่อย้อนรำลึกถึงภาพเหล่านั้น หากร่างนั้นไม่ฟื้นขึ้นมา และถ้านั่นเป็นเพราะฝีมือของเขา เขาอาจจะไม่สามารถยืนอยู่บนโลกได้อีกต่อไป

 

อย่าโทษตัวเองเลย มารีน่าปลอดภัยดี ลืมเรื่องนั้นไป..”

แต่ว่า…”

แพทริกซ์สิ่งที่ผ่านมาแล้วมันย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ หากเธอรู้สึกเสียใจจริงๆ ต่อจากนี้ก็ดูแลมารีน่าให้ดี

“…”

 

            คนอายุมากกว่าแย้มรอยยิ้มอบอุ่น เอื้อมมือหนาไปจับหมับที่ไหล่คนตรงหน้าไว้แน่น สายตามั่นคงหนักแน่นยืนยันในสิ่งที่พูด

ฉันถูกส่งมารักษาคนเจ็บตามเขตชายแดน ส่วนเนฟอยู่ที่ป้อมสภา ศูนย์บัญชาการใหญ่คำพูดเหล่านั้นทำให้แพทริกซ์ขมวดคิ้วมุ่น นึกถึงคณะเดินทางที่ได้รับภารกิจไปยังเมืองโรสควอตซ์

งั้นผมคงต้องรีบไปแล้วชายหนุ่มลุกพรวดจากเก้าอี้ ค้อมคำนับหนึ่งที ก่อนจะสาวเท้าออกจากห้องอย่างเร่งรีบ

 

            ในหัวมีเพียงภาพดวงหน้าละมุนเล็กของใครบางคน ที่ก่อกวนในใจเขาไม่หยุดนับตั้งแต่จากร่างนั้นมา คิดถึงรอยยิ้มงดงามน่ารัก ดวงตากลมโตคู่นั้นที่ทอดมองมาอย่างไร้เดียงสา สัมผัสอุ่นๆนุ่มนิ่มจากร่างนั้น

 

            เจ้าแมวน้อยตัวนั้นกำลังจะทำให้เขาเป็นบ้า

 

            พลังไอน้ำถูกรีดจากกลางอกสู่ฝ่าเท้า หอบพัดเอาร่างหนาพุ่งทะยานเหนือพื้นดินเล็กน้อยด้วยจังหวะคงที่สม่ำเสมอ ปลายเท้าสัมผัสพื้นสอดคล้องกับร่างที่เคลื่อนตัวอย่างพลิ้วไหว  

            ทิศทางนั้นมุ่งสู่คฤหาสน์ฮีลเลอร์ ที่ตั้งอยู่ ณ เมืองโรสควอตซ์

 

 

            ไอเย็นที่รายล้อมรอบกายพาให้ร่างหนาปรับธาตุไฟอุ่นๆ ขณะที่หัวใจเริ่มร้อนรุ่ม

นัยน์ตาสีแดงกวาดมองไปรอบๆ ไร้วี่แววสิ่งมีชีวิต เมืองทั้งเมืองนั้นว่างเปล่า

สองเท้าหยุดอยู่หน้าสถานที่อันเป็นเป้าหมายของการเดินทาง

 

            สัญลักษณ์รูปกุหลาบเด่นชัดอยู่เหนือกำแพงรั้ว

หากแต่ มีบางอย่างผิดปกติ

 

            แพทริกซ์เดินเข้าไปอีกหนึ่งก้าว หรี่ตาลงมองไปยังลายกุหลาบแดง ที่มีกลิ่นธาตุน้ำปนอยู่เป็นจุดเล็กๆ หากไม่สังเกตดีๆก็คงมองไม่เห็น

 

            น้ำแข็งเกาะตัวทาบทับอยู่บนสัญลักษณ์นั่น

คิ้วเรียวมุ่นเข้าหากัน เมื่อเพ่งมองการวางตัวของสิ่งของใสไม่มีสี

มันจัดเรียงเป็นรูปกางเขนคว่ำ

 

            สัญลักษณ์ของโพรเทกเตอร์

บุรุษผู้ใช้เวทย์ไฟขยับกายหันออกจากตัวคฤหาสน์ ด้วยมีเป้าหมายใหม่ที่แน่ชัด

 

ป้อมปราการครอส

 

            ในหัวพลันนึกถึงบุรุษผู้ใช้สัญลักษณ์นี้ชี้นำทาง ปากเรียวยกขึ้นนิดๆที่มุมปาก

อะความารีนปลอดภัยดี และคนคนนั้นก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม

 

 

            ป้อมปราการครอส

ดูแตกต่างจากที่คิดไว้ลึกลับ ไหนล่ะกองทหาร ไหนล่ะอาวุธ? ไม่มีสักอย่าง แต่ภาพที่เห็นก็ทำเอาฉันกลืนน้ำลายลงไปหลายรอบอย่างฝืนๆเต็มที

 

            ฉันกวาดสายตามองไปรอบๆช้าๆ

            ประตูลวดหนา กว้างใหญ่สูงเสียดฟ้าลิบๆ คาดคะเนได้ยากว่ามันจะสูงเท่าตึกกี่ชั้นกัน รั้วกำแพงนั่นอีก มันทั้งยาวทั้งหนา ดูแข็งแกร่งดีหรอกนะ แต่ถ้าสมมติมีคนบ้าฟิตอยากพิชิตกำแพงนั่นขึ้นมาแทนยอดเขาเอเวอเรสต์ ป้อมมันไม่แตกยับเรอะ…?

 

ราล์ฟ ทำไมไม่บอกว่าไม่มีคนอยู่บ้านฉันหันไปถามเจ้าเพื่อนที่มันยืนขรึมอยู่ข้างๆ ตามองผ่านช่องว่างเล็กๆของประตู เป็นทางเดินกว้างโล่ง ทอดยาวไปจนสุดที่ตัวบ้านไกลลิบๆ

 

มี เดี๋ยวพวกเขาคงออกมาต้อนรับราล์ฟขยับยิ้มเล็กน้อย

 

การคุ้มกันหละหลวมกว่าที่ฉันคิดไว้มาก นี่หรือป้อมปราการครอส?”โรสเซลล่าปรายตามองไปรอบๆด้วยสายตาไม่ต่างจากฉัน แต่ๆๆ ริมฝีปากเหยียดๆแบบนั้นดูคล้ายกับเป็นการถากถางดูถูกไม่น้อย=O=

 

แล้วเธอจะรู้ว่ามันไม่จำเป็นลูกเจ้าของบ้านยังคงรักษารอยยิ้ม ก่อนจะยกเท้าเขี่ยๆก้อนหินเล็กๆมาอยู่ตำแหน่งตรงหน้า ก่อนจะเตะวูบส่งหินนั้นไปปะทะกับประตูลวด

 

            แปลบๆ

O_Oทั้งประตูมีกระแสไฟฟ้าแล่บออกมาให้เห็น ไม่เหลือแม้แต่เศษหินที่ถูกส่งไปลองของเมื่อกี้

 

แล้วแกก็ไม่บอกอีกว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยขนาดนี้ฉันแยกเขี้ยวก่อนจะถอยห่างจากประตูนรกนั่นหลายก้าว ถ้าเผลอไปจับโดนเข้าก็คงต้องอำลาร่างนี้ตลอดกาลToT

 

            ราล์ฟหัวเราะเบาๆ ก่อนจะก้าวขึ้นไปประชิดประตูหนา ฉันแอบจิกชายเสื้ออย่างหวาดเสียว เห็นมันกำหมัดแน่น รีดเค้นพลังก่อนจะเสียบไปที่รู ที่ควรจะเป็นที่ใส่กุญแจ

 

            แกร๊ก

ประตูค่อยๆเปิดออกช้าๆ อย่างง่ายดาย

 

เมื่อกี้แกทำอะไร*O*”ฉันรีบวิ่งขึ้นมาประจำที่เดิม เพราะความสงสัยมันมีมากกว่าความกลัว คนถูกถามแค่ยักไหล่นิดๆ

ช้อตมันกลับไงมีแต่โพรเทกเตอร์สายพิเศษไฟฟ้าเท่านั้นที่จะปลดล็อกประตูนี้ได้ราล์ฟยืดอกอย่างภาคภูมิ สวมมาดเจ้าบ้านโดยผายมือให้ทุกคนเข้าไปข้างใน ยินดีต้อนรับสู่บ้านครอส^^”

 

            ฉันละสายตาจากดวงหน้าคนทะเล้น มองไปยังตัวบ้านซึ่งตั้งอยู่ไกลลิบ มันใหญ่และกว้างขวางรวมพื้นที่อาณาบริเวณรอบๆแล้ว ดูเหมือนเอาโรงเรียนแคปริคอร์นยกมาตั้งที่นี่เลยก็ว่าได้ คนอาศัยคงจะเยอะมากพอๆกับนักเรียนที่นั่น

 

พี่ราล์ฟฟฟฟฟ*O*”เสียงเล็กๆหลายเสียงเปล่งตะโกนแว่วเข้ามา พอหันไปอีกทีก็พบว่ารอบตัวราล์ฟมีเด็กวัยประมาณ10ขวบยืนล้อมรอบประมาณ6-7คน และหนึ่งในนั้นกำลังกระโดดกอดมันอยู่

 

ลูกนาย?”ฉันถามพลางกลั้นขำ เพราะเด็กคนที่ราล์ฟอุ้มเริ่มมือซน หยิกแก้มคนอุ้มจนร้องออกมาไม่เป็นภาษา

บ้า=O= นี่น่ะเด็กๆฉันราล์ฟเลยแทบจะสลัดเด็กนั่นลงด้วยการโยนลงพื้น เด็กๆที่ยืนล้อมหัวเราะคิกคักก่อนจะหยุดมองมายังฉัน เด็กพวกนี้เป็นเด็กบ้านครอส จะถูกฝึกให้เป็นโพรเทกเตอร์โดยเฉพาะน่ะ

 

            ฉันพยักหน้ารับเบาๆ ส่งยิ้มนางงามให้เด็กเหล่านั้นที่หรี่ตามองมาอย่างไม่ไว้ใจอะไร? หน้าพี่เหมือนโจรมากเลยหรอน้องT_T

 

เชิญคุณชายราล์ฟเฟและคณะเดินทาง นายท่านรออยู่แล้วหญิงสาวผมสีดำ ถักเปียสองข้างปราดเข้ามาค้อมตัวเล็กน้อย เจ้าหล่อนน่าจะอายุประมาณ15-16 แต่สายตาและสีหน้านั้นนิ่งสงบ ดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัว ฉันอารีน่า ครอส ค่ะ

 

            เจ้าหล่อนหันมาไล่สายตามองมายังฉัน ทรอนซ์ และโรสเซลล่าเป็นการทักทายเผินๆ ฉันแทบจะกระตุกยิ้มไม่ออก เด็กบ้านนี้นี่ เป็นกันทุกคนเลยหรอ? สายตาแบบที่มองโลกออกทะลุปรุโปร่ง ไม่เปิดรับใครง่ายๆ

 

            ถ้าอย่างนั้นฉันก็ชักสงสัยแล้วว่าคงมีใครเก็บเจ้าราล์ฟมาเลี้ยงแหงมๆ เพราะนิสัยมันช่างไม่ต้องมีคำบรรยาย- -

 

            หลังจากนั้นพวกเราก็เดินลากขามุ่งตรงไปยังตัวบ้าน ที่บอกตั้งแต่แรกแล้วว่ามันไกลมากจากที่เดินดีๆก็ชักอยากจะลงไปคลาน =O= ส่วนเด็กๆพวกนั้นหายวับไปด้วยพลังไฟฟ้า ซึ่งป่านนี้คงถึงบ้านแล้วขณะที่พวกเรายังเดินชมนกชมไม้ไปพลาง

 

นี่ ถ้าทางเดินเข้าบ้านแกจะยาวขนาดนี้ ไม่มีรถรับส่งไปเลยล่ะฉันแอบบ่นกระซิบข้างๆราล์ฟเบาๆ ซึ่งมันก็โคลงหัวไปมารับ

ขี่หลังฉันไหมล่ะ^^”สีหน้าและรอยยิ้มชวนให้นึกถึงตอนที่ฉันขึ้นไปทดสอบพลังไฟฟ้าของราล์ฟตอนที่อยู่โรงเรียน ฉันสาบานกับตัวเองไว้แล้วว่ายังไงฉันก็จะเดินด้วยลำแข้งของตัวเองT^T

ไม่เป็นไรฉันตอบปฏิเสธน้ำใจเรียบๆ

 

            จากนั้นไม่นานมาก(?)พวกเราก็หยุดอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ ซึ่งอารีน่าดึงมันเปิดออกช้าๆ ผายมือให้พวกเราก้าวเข้าไปยังพื้นพรมด้านใน

 

            การตกแต่งถือว่าดูดี หรูหรามาก ดูช่างขัดกับชื่อที่เรียกว่า ป้อมปราการ เพราะมันเหมือนเป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาวบวกๆเลยก็ว่าได้

 

            ฉันลากสายตาไปรอบๆ จนไปสะดุดกับร่างบุรุษวัยกลางคนผู้ครอบครองโซฟาเดี่ยวอยู่บริเวณกลางห้อง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนๆดูดุดัน น่าเกรงขาม ประกอบกับใบหน้าไว้หนวดเคราบางๆ คิ้วพาดเฉียงขมวดมุ่นเข้าหากัน ใบหน้าคล้ายจะไม่เคยมีรอยยิ้มอยู่เลย

 

ท่านพ่อราล์ฟค้อมคำนับนิดๆ ฉันกระพริบตาปริบๆมองเพื่อนข้างๆสลับกับคนที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่กลางห้อง

 

            มันเรียกคนคนนั้นว่าท่านพ่อ

นั่นนั่นน่ะหรอ!!?*O* ไม่มีส่วนที่เรียกว่าคล้ายกับราล์ฟเลยสักนิด ทั้งท่วงท่าบุคลิกเปี่ยมล้นไปด้วยมาดยโส มุมปากบึ้งตึง ขึงขัง เขามองราล์ฟแว๊บหนึ่งก่อนจะเบือนหน้าสำรวจไปยังคนข้างๆ นั่นคือฉัน โรส และทรอนซ์

 

ยินดีต้อนรับเสียงห้าวทุ้มดังมาจากบุรุษผู้ครองโซฟาเดี่ยว เขาพยักหน้าเล็กน้อยให้อารีน่า ซึ่งยอบกายคำนับแล้วเดินออกไป

 

เธอคืออะความารีน ฮีลเลอร์สินะสายตาประดุจเหยี่ยวนั้นพุ่งเป้ามายังฉัน ยังดีที่ฝึกปรือรับสายตาเย็นๆจากทรอนซ์มาบ่อยจนชิน เลยไม่สะดุ้งแสดงอาการน่าอายออกไป

 

ค่ะฉันพยายามยิ้ม แต่มันคงดูฝืนๆแปลกๆ ยิ่งมองเพื่อนข้างๆที่ยืนนิ่งสงบเสงี่ยมเจียมบอดี้แบบที่ไม่เคยเป็นแล้ว บรรยากาศมันก็ทวีความกดดันขึ้นเท่าตัว

 

            ไอ้ราล์ฟมันก็ดันเงียบ ไม่พูดไม่จา

ขนาดลูกแท้ๆยังไม่พูด แล้วฉันที่เป็นแขกต้องชวนพ่อของเพื่อนคุยด้วยไหม?=O=

 

นิมฟอริด้าส่งจดหมายมาเมื่อวาน บอกว่าพวกเธออาจต้องการความช่วยเหลือเสียงเรียบๆดังขึ้นอีกครั้ง แม้ริมฝีปากนั้นจะขยับเผยอเพียงเล็กน้อย แต่มันช่างฟังดูก้องกังวานจนได้ยินชัดทั่วถึง

 

            แล้วตาเหยี่ยวนั่นก็เลื่อนจากร่างฉันไปยังทรอนซ์

ดวงหน้าท่านพ่อของราล์ฟดูเคร่งเกร็งขึ้นเล็กน้อย คิ้วขมวดแน่นกว่าเดิม จนฉันรู้สึกเสียววาบแทนคนที่ถูกมอง นึกสงสัยว่าเขายังรักษาสีหน้าไร้อารมณ์ไว้ได้ยังไงในเมื่อถูกสายตานั่นกดดันขนาดนี้

 

ทรอนซีรา โซลิเซียร์เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินชื่อเต็มๆของเขา ปากบุรุษผู้สูงอายุที่สุดกระตุกขึ้นนิดๆเป็นยิ้มเล็กๆที่มุมปาก ตาสีน้ำตาลอ่อนวาววับวูบหนึ่ง โตขึ้นมาก เจ้าชายจากดินแดนน้ำแข็งมาเยือนป้อมปราการครอส นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง

 

            ฉันแอบมองสีหน้าทรอนซ์ ซึ่งดูจะทวีความเย็นขึ้นนิดๆ

ตาลุงนั่นไม่รู้หรือไงว่าราชวงศ์เขาล่มสลายไปแล้ว หรือที่พูดนั่นแค่ต้องการจะยั่วกันแน่?

 

นิมฟอริด้าเลือกคนคุ้มครองไม่ผิดพ่อของราล์ฟพยักหน้าเนิบๆ ปรายตามองโรสเซลล่านิดๆ ร่างหนาดูบึกบึนขึ้นมากหลังจากลุกขึ้นจากเก้าอี้ กล้ามเนื้อนั้นเรียงเป็นมัดๆ ฉันไม่สงสัยเลยว่าราล์ฟบอกว่ามีภรรยาหลายคน หึหึตอนหนุ่มๆ ลุงคนนี้คงจะฮอตไม่เบา

 

พาทุกคนไปพักตาลุงนั่นหันไปออกคำสั่งกับราล์ฟ ที่ค้อมหัวรับอย่างว่าง่าย ไม่ได้ปริปากพูดมากเช่นเคย จนฉันชักคันเท้ายิบๆอยากจะฟรีคิกใส่เพื่อนที่มันทำตัวผิดปกติ แล้วเขย่าตัวแรงๆถามว่ามันเป็นอะไร ทำไมไม่ทักทายพ่อมันบ้าง

 

            แต่ยังคงต้องรักษากริยามารยาทโดยเดินตามคนนำทางไปอย่างเงียบๆ มันเงียบ ฉันเงียบ ทรอนซ์กับโรสก็เงียบ

            ไม่มีใครพูดอะไรจนกระทั่งพ้นเขตตัวบ้านหลังใหญ่ ออกสู่สนามกว้างโล่ง เสียงเคร้งๆดังระงมไปทั่ว จนต้องกวาดตามองหาต้นตอของเสียง

 

เสียงอะไรอ่ะ ราล์คำถามที่ถามไปนั้นค้างชะงักไว้อย่างนั้น ตาเบิกกว้างแทบถลนเมื่อมองเห็นชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ กำลังยืนกำดาบยาว ภาพพร่ามัวสะท้อนกับแสงอาทิตย์ หยาดเหงื่อนั้นไหลย้อยหยดลงมาไล่จากอกเปลือยที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ ลงไปยังซิกแพกซ์ พวกเขากำลังฟาดฟันรำเพลงดาบกันอย่างมุ่งมั่น

 

ลานฝึกน่ะ พวกนี้เป็นพี่ๆที่ออกไปรับภารกิจแล้ว อ้าว หน้าแกเป็นอะไรน่ะ=[]=”ฉันได้ยินเสียงราล์ฟเรียกแว่วๆ จนต้องละสายตาจากภาพตรงหน้าไปดูสีหน้าของเพื่อนซี้ ที่ดูตื่นๆ เห้ย เลือด!”

 

            ฉันกระพริบตาอย่างงงๆ มองราล์ฟยกมือขึ้นมาปาดจมูกของฉันเบาๆ มีรอยเลือดติดอยู่บนนิ้วมือนั้นด้วย!

“O//;://O”ทำไมไอ้ความหื่นมันมาทำงานเอาตอนนี้ นี่มันอาการเลือดกำเดาไหล แถมไม่เคยไหลมาก่อนดันมาไหลเอาเพลานี้ T^T

ฮ่าๆๆราล์ฟหลุดขำออกมา สีหน้าคลายความเรียบร้อยลงเยอะ กลับมาเป็นคนทะเล้นกะล่อนทุกเวลาอย่างเคย

“TOT”แกขำอะไร แกขำอาร้าย??

 

“= =;”แอบชำเลืองมองหน้าทรอนซ์ ที่ดูเกร็งขึ้นนิดๆแล้วฉันยิ่งอยากฆ่าตัวตาย เขาต้องคิดไม่ดีกับฉันแน่ๆ และพอเขารู้ตัวว่าถูกมอง ดวงหน้าคมคายนั้นก็สะบัดเบือนไปทางอื่น

           

            เหอะๆ นายอย่าคิดว่าฉันหื่นนะ ฉันเปล่าเลยT^T///

 

คือว่าอากาศมันร้อน เส้นเลือดฝอยมันก็เลยแตกอ่ะฉันพยายามแก้ตัวสุดชีวิตเพื่อรักษาภาพพจน์สาวน้อยไร้เดียงสา แต่เจ้าคนพวกนั้นไม่หยุดฟังฉันอีกต่อไป พวกเขาเดินตามราล์ฟเฟที่ทำหน้ายิ้มกริ่มได้น่าถีบที่สุด

 

 

            หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายไปยังห้องพักส่วนตัว ลงมารับประทานอาหารเย็นที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดี เป็นเวลาโพล้เพล้ใกล้ค่ำ อากาศเย็นเริ่มโรยตัวลงมาบางๆ ให้ความรู้สึกสบายกาย แต่ดวงหน้าละมุนของท่านหญิงคนสำคัญกลับร้อนซู่

 

นี่ถ้าแกสนใจนะ ฉันจะติดต่อให้ พี่ๆฉันน่ารักนิสัยดีกันทั้งนั้น ชอบแบบไหนอ่ะ?^^”นัยน์ตาสีแดงสดตวัดไปมองเพื่อนที่นั่งข้างๆ พลางแยกเขี้ยวคาดโทษ แต่นั่นไม่ได้ทำให้คนชอบก่อเพลิงนั้นหยุดง่ายๆ บอกมา สเปคแกมันเป็นยังไง

 

            เคร้ง

มือเล็กๆปล่อยช้อนส้อมจนเกิดเสียงดังกระทบจาน ดวงหน้าละมุนนั่นดูยุ่งปนกับสีแดงที่แต่งแต้มบนแก้มทั้งสองข้าง ดูขัดๆกันอย่างน่าขัน

 

            ยิ่งพอสายตาไปสะดุดกับร่างหนาที่นั่งนิ่งสงบ สนใจแต่อาหารตรงหน้า ไม่พูดไม่จากับใครแล้วพลันรู้สึกวูบวาบ

 

อ้อ ชอบแบบนั้นหรอ^^”ราล์ฟเฟตวัดสายตามองตามไปแว๊บหนึ่ง ก่อนจะหันมายิ้มแผละเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเปรยประโยคต่อไปที่คนฟัง ฟังแล้วอยากฟรีคิกใส่เจ้าตัวดีซะเดี๋ยวนี้ เย็นชา ไร้อารมณ์ ไม่โรแมนติก แถมดุอีกต่างหาก…”

 

ไอ้ราล์ฟเฟ!=[]=///”อะความารีนลุกพรวด เด้งขึ้นจากเก้าอี้ จนเป็นจุดสนใจของทุกคนบนโต๊ะอาหาร โรสปรายตามองอย่างปรามๆ

 

แต่มันหล่อ รูปร่างดีด้วย แกคงชอบ หึหึหึราล์ฟแลบลิ้นกวนๆ ขณะที่คนเย็นชา ไร้อารมณ์ ไม่โรแมนติก แถมดุ นั้นตวัดสายตาเย็นๆไปมอง บ่งบอกว่าคงไม่สบอารมณ์ที่ถูกชมว่าหล่อ รูปร่างดีเท่าไหร่นัก

 

คนอย่างนั้นใครจะไปชอบลง อย่างฉันต้องอ่อนโยน ใจดี ไม่ขี้เก๊กโว้ย!หญิงสาวโพล่งออกไปทั้งที่หน้าแดงก่ำ แต่เมื่อคำพูดหลุดออกจากปากไปแล้ว สีหน้าก็เจื่อนลง เมื่อความเงียบเข้าครอบงำทั้งโต๊ะ

 

            เคร้ง

ช้อนส้อมในมือบุรุษเจ้าชายเย็นชา ถูกรวบไว้ข้างๆจาน ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกออกจากเก้าอี้ แล้วหันหลังเดินจากไป

 

            ทิ้งไว้เพียงคนก่อเพลิง คนที่กระโจนเข้าไปในเพลิง พ่วงด้วยผู้ชมจำเป็น ที่แบกรับบรรยากาศกดดันประหลาดต่อจากนั้น

 

มาแรงอีกแล้วราล์ฟส่ายหน้าช้าๆ ทำหน้าเจ็บปวด ขณะที่เพื่อนสาวคนสำคัญนั้นตะลึงค้าง ยืนนิ่งราวกับวิญญาณได้หลุดออกจากร่างไปแล้ว

 

ทำแบบนี้ถูกต้องแล้ว ในใจเธอควรจะมีท่านแพทริกซ์เท่านั้นโรสเซลล่าขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะลุกออกจากที่นั่งไปบ้าง

 

            ในขณะที่หญิงสาวคนเดิมยังคงยืนนิ่ง ไม่รับรู้เรื่องราวใดใด จนเพื่อนชายที่นั่งข้างๆต้องสะกิดหนักๆอยู่หลายครา

 

 

เอาเป็นว่าฉันขอโทษละกัน ที่ทำให้แกพูดพล่อยๆไม่ตรงกับใจออกไป=w=”ราล์ฟเปิดบทสนทนาหลังจากที่ก้าวพ้นเขตบริเวณบ้านที่มีหลังคาปกคลุม ออกสู่ระเบียงที่ยื่นออกไปกินพื้นที่สนามหญ้ากว้างๆ

 

ใครพูดไม่ตรงกับใจ- -;;”อะความารีนขมุบขมิบพึมพำเบาๆแถมตวัดสายตาส่งค้อนอีกวงไปให้เพื่อนผู้ชอบหาเรื่อง แล้วถอนหายใจเบาๆอย่างไม่คิดจะเอาความ

 

            ฟึ่บ

แรงกระแทกซัดชนร่างบาง เซล้มลงไปกองกับพื้น ตาสีแดงสดเบิกอย่างตื่นๆเมื่อพบว่ามีสตรีนางหนึ่งกำลังนั่งคร่อมทับอยู่เหนือร่าง

 

ท่านแม่!”ราล์ฟร้องอย่างตื่นๆ ตาสีฟ้าเทาสั่นไหว

 

            อะความารีนชะงักเมื่อได้ยินคำที่เพื่อนเรียก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพิจารณาดวงหน้าสตรีตรงหน้าให้ชัด เจ้าหล่อนมีดวงตากลมโตสีเทา ดูหม่นๆรับกับใบหน้าหมองๆ สายตาคู่นั้นดูเลื่อนลอยไร้สติ แต่สองมือแข็งแกร่งนั่นกดทับไหล่เล็กๆด้วยแรงมหาศาลจนรู้สึกเจ็บแปลบ

 

ท่านแม่ อย่าครับ นั่นเพื่อนผมน้ำเสียงสั่นเครือดังแผ่วก่อนที่เจ้าตัวพยายามจะดึงร่างท่านแม่ให้หยุดทำร้ายร่างกายเพื่อนที่นอนแนบพื้นเย็น

 

“O_O”หญิงสาวทำอะไรไม่ถูก ยิ่งเป็นแม่ของเพื่อนก็ไม่สามารถลงมืออะไรได้มากไปกว่ายอมอยู่นิ่งๆ รับความเจ็บปวดระรานกระดูก เจ็บจนน้ำตาเล็ดออกมา

 

            พลั่ก ฟุ่บ!

ตาสีแดงเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิม เมื่อพบว่าร่างนั้นเซพับล้มลงนอนไร้สติ หลุดจากพันธนาการได้แล้วก็ยันตัวขึ้น ทอดมองภาพตรงหน้าด้วยอารมณ์สับสน และเจ็บปวด

 

            เจ็บไปกับคนที่ต้องทำร้ายแม่ของตัวเอง

 

“…”ราล์ฟเฟช้อนร่างบอบบางขึ้นมาแนบอก ตาสีฟ้าเทาฉายแววเจ็บปวดลึก

ราล์ฟ…”

ขอโทษแทนแม่ฉันด้วย ปกติท่านเป็นคนใจดีนะ แต่เพราะต้องทนเจ็บปวดกับความผิดหวังมามาก เลยทำให้ท่านต้องกลายเป็นแบบนี้

“…”

 

            ร่างหนาเดินตรงไปยังห้องที่อยู่ใกล้สุด เปิดประตูเข้าไปพร้อมกับแบกร่างบอบบางของคนเป็นแม่ ที่พบกี่ครั้งก็ยิ่งผอมลงทุกที ราล์ฟข่มอารมณ์ทั้งที่หัวใจแกว่งเบาๆ บรรจงวางร่างบางบนเตียงนุ่มอย่างทะนุถนอม ก่อนจะดึงผ้าผืนใหญ่ขึ้นมาปิดทับร่างนั้นจนถึงกลางอก

 

แกโอเคไหม?”เสียงหวานดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ชายหนุ่มนึกขึ้นได้ว่ายังมีอีกคนอยู่ในห้อง

แม่ฉันอยากเป็นภรรยาเพียงคนเดียวของท่านพ่อ คาดหวังให้ฉันเติบโตขึ้นมาเก่งเหมือนพ่อ

“…”

ฉันเป็นแค่เครื่องมือของเขา เพื่อที่จะทำให้ท่านพ่อสนใจ เขารักท่านพ่อคนเดียว ไม่เคยรักฉันจริงๆ ในฐานะลูกแท้ๆ…”

 

         หมับ

หญิงสาวโผเข้ากอดร่างหนาที่สั่นเทิ้มนิดๆ จากการรำลึกความทรงจำในอดีต ตั้งแต่วัยเด็กจนโต เขาไม่เคยได้รับความรัก ความอบอุ่นจากครอบครัว

 

แกไม่ต้องทำหน้าเศร้าเสียงหวานดังอู้อี้อยู่ในอ้อมกอด

แกก็ด้วย รู้ตัวไหมว่าช่วงนี้เหม่อบ่อย?”ราล์ฟตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มเศร้าๆ

ก็เรื่องมันเยอะ

รู้ไหม ฉันอยากให้แกเป็นอเมทิสต์มากกว่าอะความารีนซะอีก อย่างน้อยก็ไม่ต้องเรียกแพทริกซ์ว่า ท่านพี่ แหวะ ฟังแล้วจะอ้วก=O=;;”

           

            หญิงสาวคลายจากร่างที่กอด ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมาสบอย่างหาเรื่อง แต่พอพบกับใบหน้าจริงจังไม่ได้ล้อเล่นอย่างหาได้ยากนักจากเพื่อนคนนี้ ก็ส่ายหน้าเบาๆ

ก็เรียกมาตั้งแต่เด็กๆ เขาก็เหมือนพี่ชาย

 

            ราล์ฟกระตุกยิ้มนิดๆ ก่อนจะพยักเพยิดไปทางหน้าต่างบานใหญ่ในห้อง

แล้วคนนั้นล่ะ?”

 

            หญิงสาวมองตามสายตาเจ้าเพื่อนซี้ไป ก็พบกับเงาร่างหนาที่ทอดยาวบนหลังคา แสงจันทร์เทสาดลงมาอาบไล้จนขับเน้นให้เป็นภาพที่งดงามชวนมอง นัยน์ตาสีแดงสดเบิกกว้างอย่างตื่นๆเมื่อพบว่าเจ้าของร่างนั้นไม่ได้ใส่เสื้อ มีเพียงกางเกงขายาวตัวเดียว การเคลื่อนไหวของเขานั้นโดดเด่น เฉียบขาด มือหนาตวัดกริชเงินวาดฟันอากาศอย่างรัวเร็ว เรือนผมสีเงินสะบัดพลิ้วตามจังหวะการเคลื่อนไหว

 

            ที่สำคัญกล้ามเนื้อที่เรียงตัวเป็นมัด บนหน้าท้องแข็งแกร่ง ทำให้คนมองเผลอหยุดจ้องแล้วเกิดอาการหน้าร้อนวูบ

 

สงสัยจังว่าอะไรทำให้ทรอนซ์เกิดคึก อยากซ้อมดาบเอาป่านนี้น้ำเสียงทะเล้นดังแว่วเข้ามา ปลุกให้สติกลับคืนสู่ร่าง

 

ฉันง่วงสาวเจ้าพูดปัดๆก่อนจะพลิกตัวออกจากห้อง โดยไม่หันกลับไปมองอีก

 

            แต่สีหน้าและอาการเหล่านั้นไม่ได้หลุดจากสายตาโพรเทกเตอร์นักก่อเรื่อง

นัยน์ตาสีฟ้าเทาเป็นประกายระริก มุมปากเหยียดเป็นรอยยิ้ม

 

            ก็รอดูต่อไปว่าสองคนนั่น จะทนได้อีกนานแค่ไหน

 

To be con.

 

 

Writer: ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลยแฮะ งานทับถมเยอะมากๆ หากอัพล่าช้าไปบ้างต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ToT

ขอบคุณสำหรับคอมเม้น ให้กำลังใจค่ะJ

อยากรู้ว่าอ่านแล้วรู้สึกยังไงกันบ้าง? ไรเตอร์ลองอ่านๆเอง(ทั้งที่แต่งเอง)แล้วแอบรู้สึกแปลก 555 บอกไม่ถูก ชักงงกับการบรรยายของตัวเองน่ะค่ะ_ _

            คอมเม้นด้วยนะ จุ๊บบบบ<3

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #2330 วาซาบิหวานฉ่ำ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 14:42
    5555 ขำตรงทรอนซ์ถอดเสื้อฝึกดาบ

    อยากให้มาริน่ากำเดาไหลเพราะตัวเองมั่งสินะ ก๊ากกกกกก
    #2,330
    1
  2. #2265 Ticha 'Ppalaloy (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 15:47
    ทรอนนนนนนน????????????โดนทำร้ายจิตใจอีกแล้ววว????
    #2,265
    1
    • #2265-1 บาบิQ(จากตอนที่ 36)
      17 เมษายน 2559 / 16:07
      แงๆ ดราม่านิดนึง
      #2265-1
  3. #1803 belle (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 13:20
    ราล์ฟน่ารักเกินไปแล้วววววววว



    สู้ๆค่ะ ไรเตอร์
    #1,803
    0
  4. #1690 maya-zen (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 มกราคม 2555 / 20:27

    อ๊ากกกกก เศร้าอ่า
    ทำไมนะ...ยิ่งอ่านยิ่งเศร้าขึ้นเรื่อยๆอ่ะ
    แต่ถึงเศร้ายังไง..ก็จะรออ่านต่อนะ

    #1,690
    0
  5. #1686 Delle (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 21:13
    หนุกมากกกกกกกกกกกกกก
    อัพไวๆเรยน้าาาาาาาาาาาา
    อยากอ่านนนนนนนนนนนนน~~~~~~
    #1,686
    0
  6. #1684 ashnarima35 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 19:19
    ดราม่าจังเลยอ้า T^T
    #1,684
    0
  7. #1683 Violin flower (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 12:31
    oราฟฟฟฟฟ  น่าสงสารที่สุด
    #1,683
    0
  8. #1682 เมมฟิส (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 10:36
    น่าสงสารราล์ฟจัง  สงสารทั้งเรื่อครอบครัวและความรัก    และก็น่าสงสารอเมทิสต์  ทรอนซืและแพทริกซ์จัง   รีบอัพไวๆน่ะ   สู้ๆ
    #1,682
    0
  9. #1681 salapao*_* (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 01:55
    โอ๊ยยยยยย

    หล่ออ่ะ
    #1,681
    0
  10. #1678 SheetahG (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 01:23
     ราล์ฟ (ของชั้น) น่าสงสารมาก สงสัยที่มันบ้ามากคงจะเก็บกดมานาน วะฮาฮ่า ๆๆๆๆ 
    ส่วนนางเอกหื่นแสดงออกจังเลย กรี๊ดดด  ทรอนซ์เลยต้องเปลือยกายบ้าง เผื่อนางเอกน้ำลายหก -//-
    #1,678
    0
  11. #1675 `Toey :)☆` (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 มกราคม 2555 / 21:16
    ค้างงงงงอ้ากกกกย้ากกกกหนุกเกินบรรยายและ5555
    #1,675
    0
  12. #1674 lovelyGirl_P (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 มกราคม 2555 / 20:44
     แอบขำตอนที่อะความมารีนเลือดกำเดาไหล  กร๊ากๆๆ
    ส่วน ราล์ฟก็น่าสงสารจัง T^T
    อยากอ่านต่อแล้ว อัพต่อด้วยค่าาา
    #1,674
    0
  13. #1673 Gaanseob'z (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 มกราคม 2555 / 20:13
    ราล์ฟ น่ารักอ่า ><~
    #1,673
    0
  14. #1672 Kaenat (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 มกราคม 2555 / 19:38
    ราล์ฟน่าสงสาร T^T
    #1,672
    0