The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 32 : The Keyz(2) 32 ปะทะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    31 ธ.ค. 54

[32]

            ดวงหน้าชายหนุ่มทั้งสามนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย เริ่มจากคนแรก บุรุษผมสีดำแซมขาวกับนัยน์ตาสีเทาเหล็กกระดกยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะก้มหน้างุดๆหลบสายตา พอเบือนไปมองอีกคน ผมสีดำสนิทรับกับนัยน์ตาสีเดียวกับผม กับชุดรัดรูปเหมือนหน่วยทหารลับดูคล่องแคล่วทะมัดทะแมง คนสุดท้ายที่ดูตัวเล็กกว่าใครพวก ประสานสายตากับฉันแล้วยิ้มกว้างๆให้ ตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด

 

            ฉันไล่สายตาพิจารณาใบหน้าแต่ละคนที่หยุดยืนให้มองอย่างสงบ ก่อนจะหันไปมองบุรุษข้างๆอย่างขอคำอธิบาย

 

            แพทริกซ์ที่นิ่งเงียบมานานเมื่อรับรู้ถึงเควสชั่นมาร์คในสายตาฉันที่ส่งไปให้ ก็ขยับตัวเล็กน้อยแล้วเอ่ยปาก

เวพอนด์ อาร์เซซิน ไซน์คนถูกเรียกค้อมตัวลงรับชื่อตนเอง น้ำเสียงทรงพลังของท่านพี่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนพวกเขาเป็นทหารฝึก ที่อยู่ภายใต้คำบัญชาการรายงานตัว

 

พวกเราถูกส่งไปคุ้มครองเขตแดนทางเหนือครับ! หลังจากทราบข่าวมาว่าทางนั้นกำลังถูกโจมตีอย่างหนัก ทางโรงเรียนสามารถต้านกำลังไว้ได้อยู่ นักเรียนแต่ละคนถูกเกณฑ์ไปประจำเขตแดน อารักขาโรงเรียนและบ้านเรือนเหล่าผู้ใช้เวทย์คนสำคัญบุรุษร่างเล็กอธิบายเสียงใส ตาสีน้ำตาลจ้องมองมายังฉัน ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่าถึงได้รู้สึกว่าเหมือนมีหัวใจหลายๆดวงเปล่งแสงได้พุ่งออกมาจากตาคู่นั้นน่ะ- - “เอ่อ ขอโทษครับ

 

            ชายหนุ่มร่างเล็กนั้นก้มหน้างุดๆตามเดิมเมื่อเบือนหน้าไปสบสายตากับท่านพี่ที่ยืนอยู่ใกล้ฉันไม่ห่าง ฉันขมวดคิ้วสงสัยจึงได้เหลือบไปมอง เสี้ยวหน้าของท่านพี่ดูตึงเครียด รู้สึกถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่าง

 

            แต่ก็ยังดีที่ไม่มีอะไรอยู่ในมือ ที่จะทำให้ท่านพี่แกล้งทำของหลุดอยู่เรื่อย

นึกแล้วก็อดนึกถึงราล์ฟไม่ได้ เจ้านั่นโดนของบินไปหาหลายต่อหลายรอบแล้วไม่รู้จักเข็ดสักที

แต่ไม่ต้องให้คิดถึงนาน เสียงเจื้อยแจ้วนั้นดังมาแต่ไกล

 

อ้าว พวกนายไหงมาอยู่ที่นี่?-O- ชาร์ลีนเมมเบอร์นี่นาประโยคสุดท้ายถูกลดเสียงให้ได้ยินแค่ฉันคนเดียว ราล์ฟพาร่างมาหยุดอยู่ข้างๆ หรี่ตาลงมองพิจารณาใบหน้าแต่ละคนแว๊บนึง

 

พวกเราถูกส่ง..”

 

แคปริคอร์นกระจายกำลังให้นักเรียนออกมาอารักขาดินแดนอาร์เซซิน ชายหนุ่มในชุดรัดรูปคล้ายหน่วยทหารเป็นผู้ตัดบท ดักคอก่อนที่ไซน์เด็กหนุ่มผู้แสนซื่อนั้นจะพูดรายงานยาวเหยียดอีกรอบ

 

โอ้โห ส่งไนท์มาสามคน แคปริคอร์นช่างใจปล้ำดีจริงๆราล์ฟว่า อย่างไม่รู้ว่ามันชมหรือประชด

 

พวกนั้นประกาศสงครามชัดเจนเวพอนด์ หนุ่มตาสีเหล็กพูดขึ้นมาบ้าง น้ำเสียงฟังดูเครียดขึ้นพวกมันรวมพลอมนุษย์ทั่วโลก เพื่อจัดกำลังมาขยี้แคปริคอร์น

 

            คำพูดที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ ขนลุกซู่ สัมผัสถึงการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า สงครามระหว่างผู้ใช้เวทย์และอมนุษย์ ที่มีมาตั้งแต่ช้านาน ท่านพ่อท่านแม่เคยเล่าให้ฉันฟังแค่ว่าพวกเรากับพวกนั้นไม่ถูกกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ แบ่งแยกกันแค่เพราะต้นกำเนิดที่แตกต่าง จนคนรุ่นหลังถูกปลูกฝังคำว่า แคปริคอร์นและโทรปิคอร์น เป็นศัตรูที่ไม่อาจลงรอย รุ่นลูกๆแทบไม่รู้ที่มาความขัดแย้งเหล่านั้นแต่รู้เพียงแค่ว่ามีแต่คำว่าจงเกลียดจงชัง

 

ความหวังของพวกเราทุกคน คือท่านอะความารีนอาร์เซซินหันมาสบตากับฉัน เป็นสายตาที่มีความหวัง และความเชื่ออย่างมากถึงมากที่สุด ทำให้ฉันถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงเลยทีเดียว

 

งั้นแคปริคอร์นก็เตรียมถูกขยี้ได้เลยราล์ฟเอ่ยปากแซว ทำให้ฉันหันไปแยกเขี้ยวแวววับ ทั้งที่ในใจเห็นด้วยไปแล้วกว่าครึ่ง

 

            ฉันจะเอาอะไรไปสู้คะ T^T ถามหน่อย ว่าการยัดพลังธาตุแท้ทั้งสี่ลงในร่างฉันแล้วมันมีดีอะไรขึ้นมาบ้างงั้นหรอ? นอกจากต้องฝึกความคุมอารมณ์ พยายามไม่แผ่ไอเย็น ทำแค่นี้ฉันยังว่ามันยากมากเลยนะ

 

            จากนั้นไซน์ก็ยื่นจดหมายสีชาอ่อนดูคุ้นๆตามาให้ฉัน

ท่านมารีอาฝากจดหมายมาให้ครับ

 

            ฉันเหลือบมองราล์ฟที่กำลังเดินออกจากวงสนทนาทันที  

มันต้องเกิดอะไรขึ้นกับเจ้านี่แหงๆ ไม่อย่างนั้นถ้าเป็นเรื่องมารีอามันต้องทำตัวกระดี๊กระด๊าเข้ามาแย่งจดหมายในมือฉันไปอ่านแน่นอน แต่นี่ทำเหมือนไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ?

 

            ฉันเก็บงำความสงสัยไว้ในใจ ก่อนจะเปิดซองออกมา คลี่กระดาษที่อยู่ด้านใน

อย่ากังวล ทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุด ตั้งใจฝึกล่ะ

                                                                                      มารีอา

 

            แต่ก่อนที่จะได้เก็บแผ่นกระดาษใส่ในซองจดหมาย เสียงฝีเท้าคนวิ่งทั่กๆดังแว่วเข้ามา ทำให้ทุกคนยืนเกร็งตัวกันอย่างระวังภัย จากที่ยืนกระจัดกระจายก็เดินเข้ามากระจุกเป็นกลุ่มใหญ่ ฉันมองไปรอบๆด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แพทริกซ์เดินขึ้นไปบังร่างฉันอยู่ด้านหน้าก้าวสองก้าว ทรอนซ์ยืนเยื้องถัดไปด้านขวา ราล์ฟเดินกลับมายืนข้างๆฉันที่เดิม โดยมีไนท์สามคนนั้นยืนคุ้มกันอีกชั้นหนึ่ง

 

            เป็นการกระทำที่รวดเร็วมากฉันกระพริบตาปริบๆ อยู่ท่ามกลางวงล้อมการคุ้มครอง

 

อึกร่างบุรุษในชุดคลุมสีดำวิ่งถลามา ก่อนจะสะดุดก้อนหินล้มไปกองอยู่บนพื้นหญ้า เลือดสีแดงสดหลั่งทะลักออกมาเป็นวงกว้าง ทำให้รู้ว่าเขากำลังบาดเจ็บ

 

            ในเมื่อเห็นว่าทุกคนยืนนิ่ง ฉันจึงแหวกกลุ่มคนเหล่านั้นออกไป ซึ่งพวกเขามองหน้ากันแล้วเดินตามมาประกบ ล้อมเป็นวงกลม

 

พวกมันตามมาหนีไป เร็ว…”ชายคนเดิมกล่าวพร้อมลมหายใจที่เริ่มติดขัด เลือดทะลักจากริมฝีปาก

 

ฮีลฉันก้มตัวลงพลิกร่างนั้นให้นอนหงาย แสงสีขาวสะอาดตาถูกถ่ายทอดจากฝ่ามือ ที่กำลังทาบทามบนอกซึ่งมีแผลฉกรรจ์ รอยข่วนทั้งห้าบ่งบอกว่าผู้ที่ฝากรอยแผลนั้นคงไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา

 

            เมื่อเนื้อเยื่อถูกประสานกันจนสนิท ความช้ำจากภายนอกและภายในบรรเทาลงจนหายเป็นปลิดทิ้ง บุรุษผู้ซึ่งควรจะนอนหอบหายใจระรินนั่นก็เด้งตัวขึ้นมา บิดขี้เกียจด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงต่างจากเมื่อกี้ลิบลับ เขาตวัดสายมามองมาทางฉันแล้วมองใบหน้าของกลุ่มคนที่มายืนล้อมไว้ลวกๆ

 

สาวน้อย ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉันไว้ และถ้าไม่รังเกียจ ฉันขอมอบจุมพิตนี้ให้แด่เธอเป็นการขอบคุณไม่ว่าเปล่า มือหนานั้นเอื้อมมาสัมผัสมือฉัน ดวงหน้าค่อยๆก้มลงมาเตรียมประทับจุมพิตที่ด้านหลังฝ่ามือ ฉันอ้าปากจะห้าม

 

            พลั่ก! ตุบ! โครม!

แต่มันก็ไม่ทันเสียแล้ว…U_U

 

            ฉันอ้าปากค้างมองภาพตรงหน้า กลุ่มคนที่ล้อมฉันไว้เมื่อกี้ได้ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยม ชุดคลุมสีดำมีรอยเท้าปะปนกันมากมายจนแยกไม่ออกว่ารอยไหนของใคร แต่ร่างบุรุษคนนั้นได้ล้มคว่ำลงไปนอนบนพื้นหญ้าอีกครั้งและเหมือนจะไม่อยากโผล่หน้าขึ้นมาอีกแล้วด้วย_ _

 

อาท่าทางจะเจ็บหนักนะนั่นราล์ฟมองไปยังร่างบนพื้นอย่างสงสารเห็นใจ แต่ฉันแอบเห็นเท้ามันยกค้างอยู่ แสดงว่ามันยังไม่ได้ประทับรอยอะไรกับเขา ไม่อย่างนั้นถึงจะเป็นนักเวทย์ฝีมือดีแค่ไหนก็คงฮีลไม่ฟื้นเหมือนรอบที่แล้วแน่

 

            ก๊า ก๊า ..

เสียงหวีดร้องแสบแก้วหูดังขึ้นมาจากฟากฟ้า เมื่อทุกคนพร้อมใจกันเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบกับสิ่งมีชีวิตประหลาด มันมีปีกขนาดใหญ่กว่าตัว ลำตัวมองดูคล้ายคนแต่ตั้งแต่คอขึ้นไปนั้นเป็นใบหน้าคล้ายนกเหยี่ยว ปากแหลมคมของมันกำลังอ้าส่งเสียงร้องดัง

 

เผ่นนนนนนหันมาอีกที ร่างบุรุษผู้ที่นอนจมดินอยู่นั่นก็เด้งขึ้นมา แล้วใส่เกียร์หมาหนีไปอีกทาง

 

            ก่อนจะเข้าใจว่าทำไมถึงได้รีบร้อนนัก หูก็ได้ยินเสียงเหมือนๆกันดังระงมไปทั่วท้องฟ้า และที่ต้องเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน นั่นก็เพราะจำนวนที่มาสมทบนั้นมีมากจนนับไม่ถ้วน เหมือนฝูงแมลงวันบินตอมดมเหนือถังขยะแห้ง(?) เสียงร้องครั้งแรกคงเป็นการเรียกพรรคพวกมาสินะ

 

            แต่ทว่าคิดได้ตอนนี้ ดูเหมือนจะสายไปซะแล้ว T^T

 

ร่ายเวทย์คุ้มกัน ราล์ฟเฟแพทริกซ์ออกคำสั่งหนักแน่น ตาคมกริบหรี่ลงมองสิ่งมีชีวิตที่บินวนอยู่บนฟ้า เหมือนรอการเคลื่อนไหวหรือคำสั่งให้บุกโจมตี

 

            ทันใดนั้น ท่านพี่ก็กระโดดออกไปด้านนอกเกราะเวทย์ที่เพิ่งถูกเสกขึ้นมาโอบล้อมรอบตัวฉันไว้ พร้อมๆกับทรอนซ์ เวพอนด์ อาร์เซซิน และไซน์ ที่พุ่งตัวออกไปรับการโจมตีจากฝูงมนุษย์เหยี่ยวพวกนั้นด้วย

 

ท่านแพทริกซ์ ระวังตัวด้วยนะคะ!!”โรสเซลล่ากรีดเสียงร้องแข่งกับนกอุบาทว์ที่ไม่หยุดส่งเสียงน่ารำคาญ ฉันกวาดตามองไปรอบๆรู้สึกว่าตัวทั้งตัวชาวาบ ยังไงกำลังคนก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถึงแม้พวกเขาจะเก่งกาจแต่จำนวนทางนั้นมากกว่าเป็นเท่าตัว

            โถ่เว้ย! ไอ้พวกนกหมู่นั่น ….!

 

 

            อืมดี ไม่ต้องออกแรง

บุรุษนัยน์ตาสีฟ้าเทากำลังประคองพลังเวทย์ให้เกราะคุ้มกันทำหน้าที่ของมัน ไม่มีอมนุษย์ตนไหนกล้าเฉียดกรายเข้ามาอีกเลยนับตั้งแต่ตัวแรกที่นึกลองดี จนร่างร่วงผล็อยลงไปชักกระตุกบนพื้น หมดสภาพที่จะบินโฉบขึ้นฟ้าได้อีก

 

            เหลือบมองดวงหน้าเล็กของเจ้าเพื่อนซี้ข้างๆ ที่ฉายชัดถึงความกังวลแล้วนึกอยากจะหัวเราะขึ้นมานี่มันจะรู้ตัวบ้างไหมว่าเป็นคนสำคัญกับใครหลายคน?

 

            ด้วยนิสัยที่เป็นกันเอง เป็นตัวของตัวเอง ที่ไม่เปลี่ยนเลยไม่ว่าจะเป็นชาร์ลีน อเมทิสต์หรืออะความารีน แม้จะมีพลังมากขนาดนั้น อำนาจที่พวกเขา ณ ที่นี้รวมตัวกันก็อาจจะเทียบไม่ติด แต่อะความารีนก็คืออะความารีนไอ้นิสัยห่วงคนอื่นยิ่งกว่าตัวเองนั่นคงแก้ไม่หาย

            แต่นั่นก็ทำให้หล่อนกลายเป็นที่รักไปนั่งในใจคนได้ไม่ยาก

 

ราล์ฟ ส่งฉันออกไปนินทาในใจได้ไม่ทันไร เพื่อนสาวข้างๆก็หันมาออกคำสั่งด้วยสายตามุ่งมั่นแน่วแน่ เอาอีกแล้ว โรคเก่ากำเริบ

 

ฉันยังไม่อยากตาย เดี๋ยวพวกนั้นรุมกระทืบหมดหล่อกันพอดี^^”เขาเลยแย๊บใส่ไปหนึ่งที ก่อนจะหัวเราะหึหึเมื่อย้อนไปนึกถึงตอนที่ยังไม่ทันลงเท้าแต่ดูท่าทางพระบาทของปริ๊นซ์สอง และไนท์สามนั้นหนักไม่น้อย เล่นเอาดินยุบไปหลายเซ็นเลยทีเดียว

 

 พวกนั้นมีเยอะกว่า แถมมีปีกด้วย มีแต่ฉันเท่านั้นที่อาจบินได้อะความารีนกระโดดเถียงหย็องเหย็ง ส่งสายตาขู่แกมบังคับให้เขาทำอะไรที่ไม่อยากทำ ยิ่งเป็นสิ่งที่ทำแล้วอาจถึงตายนี่เฮ้อ ไม่ว่าจะถูกไฟลวกหรือถูกแช่แข็ง แบบไหนก็ไม่โสภาทั้งนั้น

 

แล้วแกเคยบินหรอ?”ราล์ฟอดสงสัยไม่ได้ ถามพลางเลิกคิ้วพลาง

 

ก็นี่ไง จะสาธิตให้ดูเจ้าตัวดียิ้มแผละ ก่อนจะค่อยๆพาร่างลอยขึ้นๆ ราล์ฟหัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจ เรื่องน่าสนุกแบบนี้เขาเองก็ไม่อยากจะพลาด อีกอย่าง จะไปบังคับมันทำไมในเมื่อสาวน้อยตรงหน้าไม่ถนัดเล่นบทถูกปกป้องเขาก็คงต้องขอลุยบ้าง^^

 

            เกราะเวทย์หายวับไปกับตา ร่างหนาถีบส่งตัวเองเข้าสู่สนามรบหย่อมๆ มือที่มีไฟฟ้าแลบแปลบๆนั้นพุ่งเข้าซัดร่างคนเหยี่ยวที่ถูกคนเพิ่งหัดบินจับกดลงมาฟาดพื้น

            เป็นการร่วมงานที่สนุก เข้าขากันได้อย่างดีเยี่ยม

 

หากแต่อีกด้านหนึ่ง บุรุษนัยน์ตาสีเพลิงตวัดไปมองเหตุการณ์วุ่นๆด้านหลังแล้วสบถออกมาเบาๆ

ไอ้เจ้าบ้าราล์ฟเฟ

 

            เจ้าชายน้ำแข็งเบี่ยงกายหลบกรงเล็บขนาดยักษ์ ก่อนจะถีบเท้าพุ่งเข้าไปปักกริชเงินไว้บนอก ส่งผลให้ร่างอมนุษย์นั้นนอนกระพือปีกรัวเร็วด้วยความทรมาน แล้วค่อยๆนิ่งสงบลงพร้อมลมหายใจสุดท้าย

 

ยุ่งพอๆกันน้ำเสียงเย็นเยียบดังออกมาพร้อมเสียงถอนหายใจ ทรอนซีราย่อมรู้ดีว่าสองเพื่อนซี้นั้นรักการก่อเรื่องมากขนาดไหน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่นอกเหนือความคิดของเขาเลยสักนิด

 

            การสู้รบกำลังดำเนินต่อไป โดยฝ่ายบุกเสียกำลังลงไปมาก ซากนกล้มเกลื่อนพื้นดิน บ้างก็บาดเจ็บ ปีกหัก หรือแม้กระทั่งสิ้นลมหายใจก็มีไม่น้อย

 

            มนุษย์มีอาวุธ ที่สามารถล้มฝูงอมนุษย์ได้ แม้จะเสียเปรียบด้านความสามารถในการบินในอากาศ แต่ดูเหมือนนั่นจะไม่เป็นปัญหา เพราะผู้ใช้เวทย์กลุ่มนี้ถนัดการต่อสู้ระยะไกล ทั้งดาวกระจายพิฆาตที่ปาได้อย่างแม่นยำโดยอาร์เซซิน ไซน์ใช้เชือกห้าถึงหกเส้นที่โยนพร้อมกันได้นกเหยี่ยวตกลงมามากกว่าจำนวนเชือก เข็มนับสิบเล็มถูกตวัดออกจากฝ่ามือเวพอนด์ ด้วยความเร็วที่มองไม่เห็น ร่างมีปีกนั่นร่วงกราวราวกับเซตเวลาไว้ ลูกไฟจากมือแพทริกซ์นั่นทำให้ร่างอุ่นๆของนกแปรเปลี่ยนเป็นไหม้เกรียมทันทีที่ตัวสัมผัสพื้น ลิ่มน้ำแข็งจากทรอนซ์ปาโดนเป้าทุกตัว เห็นได้ชัดว่าการบินอยู่บนท้องฟ้าไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

 

            อะความารีนมองสถานการณ์รอบๆ ร่างลอยค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนสายตาจะเข้าไปปะทะกับร่างเหยี่ยวที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามา พลังลมในกายถูกรีดออกมาใช้หนักที่สุด ร่างบางพุ่งเข้าชาร์จร่างมีปีกลงพื้นดิน เกิดฝุ่นตลบอบอวล

 

            โรสเซลล่าเรียกเถาวัลย์ออกมารัดร่างที่ดิ้นเร่าๆพยายามกลับคืนสู่ท้องนภา ก่อนที่ราล์ฟจะพุ่งเข้ามาปิดเกมด้วยการปล่อยกระแสไฟฟ้า หยุดการเคลื่อนไหวของมัน

 

ไม่กล้าแม้แต่จะปลิดชีวิต แล้วริอยากจะเปลี่ยนอาชีพจากฮีลเลอร์เป็นไนท์^^”ชายหนุ่มอดหันไปแขวะเพื่อนอวดดีข้างๆไม่ได้ เรียกรอยยิ้มกัดฟันอย่างฝืนๆจากร่างนั้น

 

ช่างฉันเถอะน่าเสียงหวานตอบอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะพุ่งทะยานตัวขึ้นไปโบยบินบนฟ้าอีกครั้ง

 

            ไม่นานหลังจากนั้น ผู้ใช้เวทย์ก็สามารถกำราบผู้บุกรุกได้หมดเรียบ ไม่เหลือแม้แต่เสียงร้องน่ารำคาญ โดยที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย

 

 

อะความารีน ฮีลเลอร์น้ำเสียงเยียบเย็น ดุดัน ทรงพลังแบบนี้ไม่ถามก็รู้เลยว่าเป็นเสียงของใคร

 

ท่านพี่ แหะๆ ^-^”ยิ้มเอาใจไว้ก่อน เป็นสิ่งที่สัญชาติญาณการเอาตัวรอดกระซิบบอกฉัน ณ เวลานี้ เดาได้ไม่ยากถึงสาเหตุที่ท่านพี่เรียกชื่อฉันเต็มสตรีมแบบนี้ ก็คงเป็นเพราะเรื่องที่ฉันไปร่วมการต่อสู้ที่เพิ่งจบไปหมาดๆเมื่อสักครู่นี้ไงล่ะ_ _

 

ราล์ฟเฟ ครอสนัยน์ตาสีแดงตวัดกลับไปมองบุรุษอีกคนที่ยืนข้างๆฉัน ซึ่งมันกำลังทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม ตากลมแป๋วนั่นหวังจะเรียกคะแนนสงสารสินะเออ ก็ดี ฉันทำมั่งดีกว่า *-*

 

“= =;;”

 

“*-*/*^*”

 

            แต่แล้วท่านพี่ก็ชะงักไป คงเป็นเพราะใจอ่อน(?)ที่เห็นสีหน้าและแววตาเว้าวอนสำนึกผิดของฉันกับราล์ฟ เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนสะบัดหน้าไปทางอื่น

ช่างเถอะ

 

            ฉันกับราล์ฟหันมามองหน้ากันด้วยสีหน้าซาบซึ้งยินดี ประหนึ่งว่าได้กู้เอกราชคืนกลับมาได้แล้ว และทันทีที่กำลังจะโผเข้ากอดกันแล้วร้องไห้เหมือนเราได้ผ่านศึกหนักร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกัน เสียงหนึ่งก็ขัดขึ้นก่อน

 

เก็บลิ่มน้ำแข็งของนายคืนไป เดี๋ยวฉันทำมันหลุดมือท่านพี่โยนมีดสั้นสีเงินไปให้ทรอนซ์ที่รับไว้อย่างแม่นยำ แต่ใครจะไปเชื่อว่าท่านพี่ใจดีขนาดเก็บมีดให้ทรอนซ์เล่า!

 

            ราล์ฟถอยกรูดห่างจากฉันไปหลายก้าว ทำเอาฉันเซถลาไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วถอนหายใจฟู่=O=

            เกือบแล้วไหมเจ้าราล์ฟ ถ้าสิ่งที่อยู่ในมือท่านพี่คือลิ่มน้ำแข็ง ฉันก็ไม่อยากจะจินตนาการต่อเลยว่าสภาพราล์ฟหลังจากกอดฉันแล้วมันจะเป็นยังไง

 

ท่านแพทริกซ์…”เวพอนด์หันมาเรียก ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จากนั้นความเงียบก็เข้าปกคลุม พวกเขาสื่อสารกันผ่านนัยน์ตา ซึ่งฉันก็แปลไม่ออก..

 

อืมตกลงท่านพี่เอ่ยสั้นๆ พร้อมพยักหน้าเบาๆ สามคนนั่นมองหน้ากันแล้วยิ้มออกมา

 

            ก่อนที่ฉันจะขยับปากถาม แพทริกซ์ก็หันหน้ากลับมา กวาดสายตามองทุกคนจนหยุดอยู่ที่ฉันเป็นคนสุดท้าย

จากนี้ฉันจำเป็นต้องไปคุ้มครองชายแดนชั่วคราว เนื่องจากกำลังคนของเราไม่พอ

 

            น้ำเสียงฉายชัดถึงความกังวล แต่สายตาหนักแน่นมั่นคงของท่านพี่ เต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจของผู้นำ

ภารกิจที่เหลือฉันคงต้องฝากพวกนายด้วย ทรอนซีรา ราล์ฟเฟ โรสเซลล่า

 

            ราล์ฟถอนหายใจอย่างโล่งอก ทำให้ท่านพี่ตวัดสายตาไปมองแว๊บนึงเขาก็แสร้งทำหน้าตาแป๋วแหววอีกเช่นเคย ฉันอยากขำอยู่หรอก แต่เรื่องนี้ท่านพี่กำลังจะไปที่ไหนนะ ชายแดน? ที่ที่เขาว่าอันตรายที่สุด เสี่ยงต่อการโจมตีของโทรปิคอร์นน่ะหรอ?

 

ท่านพี่ฉันเรียกเบาๆ ร่างหนาเดินเข้ามาใกล้ ขยับยิ้มอ่อนโยนอย่างเคย

 

ไม่ต้องเป็นห่วง แล้วพี่จะกลับมาอย่างแน่นอนแพทริกซ์กระซิบเบาๆพอให้ฉันได้ยิน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่คลายความกังวลในใจ การจากลาเป็นสิ่งที่ฉันไม่อยากเจออีกแล้ว

 

ดูแลตัวเองดีๆ แล้วก็กลับมาไวไวนะคะฉันพึมพำตอบ ก่อนจะฝืนยิ้มให้บ้าง นั่นทำให้ตาสีแดงคู่นั้นสั่นไหววูบหนึ่ง เขายกมือขึ้นมาขยี้หัวฉันเล่นเบาๆ

 

ทำตัวดีๆล่ะอยู่ห่างๆหมอนั่นบ้างก็ดี- -”ท่านพี่ปรายสายตามองราล์ฟที่สะดุ้งเฮือก แล้วเบือนหน้ากลับมาด้วยใบหน้าอ่อนโยนอีกครั้ง แบบว่าถ้าท่านพี่จะเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วขนาดนี้

 

ค่ะ ท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วงถึงปากจะพูดไปอย่างนั้น แต่ลึกๆกลับไม่สบายใจ มีลางสังหรณ์ว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น หวังไว้แต่ว่าเรื่องไม่ดีนั้นจะไม่เกิดกับชายตรงหน้าฉัน

 

            ดวงหน้าละมุนตรงหน้าฉายชัดถึงความกังวล นั่นทำให้ไฟอุ่นๆในใจใครบางคนทวีความร้อนขึ้นมา นึกเสียดายที่ต้องจากกันชั่วคราว เพราะการกลับมาของเธอยังทำให้เขาหายคิดถึงไม่ได้ซักวัน

 

            นัยน์ตาสีแดงเพลิงตัดใจจากภาพตรงหน้า พลิกกายกลับไปยังกลุ่มคนสามคนที่รอการเดินทางอยู่ก่อนแล้ว มุ่งสู่ชายแดนทิศเหนือ

 

            ขณะที่ผ่านร่างของเจ้าชายน้ำแข็ง แพทริกซ์ตวัดสายตาไปสบ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มนั้นนิ่งสงบยากแก่การคาดเดาอารมณ์เช่นเคย

            ตาสีแดงเพลินสั่นไหว ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกผ่านทางสายตา

            ดูแลอะความารีน อย่าให้เธอได้รับอันตราย

 

            ตาสีทะเลลึกหลุบลงต่ำ รับรู้ถึงข้อความผ่านสายตานั่น ปากเรียวเม้มแน่นสนิท

เสียงฝีเท้าคนสี่คนพุ่งจากไป ด้วยพลังไอน้ำที่ฝ่าเท้า พวกเขาต้องเร่งเดินทางให้ถึงโดยเร็วที่สุด เพราะการสูญเสียกำแพงอันเป็นรั้วของแคปริคอร์น จะนำมาซึ่งหายนะในเร็ววัน เขตแดนจะต้องไม่ถูกตียับ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้คิง ออฟ แคปริคอร์น ถูกคำสั่งเรียกตัวไปเป็นกำลังหลัก

 

โฮ้ยย โล่งอกไปที ฉันนึกว่าจะโดนย่างสดซะแล้วสิเสียงบ่นกระปอดกระแปด ดังมาจากราล์ฟเฟ ครอส ร่างหนานั้นคลายความเกร็งลงไปบ้าง มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบอกอย่างปลอบขวัญตัวเอง

 

 

            กลุ่มคนสามคนด้านหน้าเรียกความสนใจจากนัยน์ตาสีบลอนด์ โดยเฉพาะร่างหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงกลาง โดยมีชายหนุ่มเจ้าของฉายาเจ้าชายเย็นชายืนขนาบด้านขวา และโพรเทกเตอร์จอมทะเล้นประกบซ้าย

 

            เจ้าหล่อนคงมีความสำคัญมากสินะ

ร่างบางกำหมัดแน่น ข่มอารมณ์ขุ่นมัว เมื่อนึกถึงบุรุษในดวงใจที่เธอเฝ้าตามมาเป็นปีๆ ซึ่งเขาไม่เคยมอบความสำคัญเช่นนี้ให้เธอเลยสักครั้ง

            ท่านแพทริกซ์เด็กสาวตรงหน้านี้คงสำคัญกับท่านมาก

ไฟรักเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นไฟแค้น ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะหวานใส พร้อมรอยยิ้มจริงใจมาจากร่างนั้น เหมือนยิ่งตอกย้ำในหัวใจให้เจ็บปวด เหมือนกำลังถูกเยาะเย้ยถากถางถึงความพ่ายแพ้

 

            เป็นเพราะฤทธิ์ของป่าโลหิต ที่มีอำนาจดึงความมืดในใจออกมา จมดิ่งอยู่กับห้วงความทุกข์ทรมาน ย้อมหัวใจให้กลายเป็นสีดำทมิฬ

            โรสเซลล่าขยับยิ้มเหี้ยมสายตาฉายแววเด็ดเดี่ยว จ้องเขม็งไปยังร่างบางผู้ซึ่งได้รับความคุ้มครองอย่างดี

 

อ๊ะฉันว่ากลิ่นมันตุๆอะความารีนสะดุ้งเฮือก รู้สึกเหมือนมีไอเย็นและกลิ่นอาฆาตพยาบาทลอยวนอยู่ทั่วบริเวณ หากแต่คนข้างๆคงเข้าใจไปอีกเรื่อง

 

แหงล่ะ ก็ไม่ได้อาบน้ำกันมากี่วันแล้วล่ะราล์ฟเฟโคลงหัวไปมา แล้วก้มลงสูดดมใต้รักแร้ตนเองบ้าง โหย กลิ่นเหงื่อ รับไม่ได้><”

 

ทุเรศสิ้นดี-O-”หญิงสาวแหวเข้าให้ พลางใช้ศอกกระทุ้งสีข้างของเพื่อนชายที่ทำอะไรไม่รู้จักเกรงใจสายตาชาวบ้าน

 

ก็มันจริงอะ กลิ่นแกก็ใช่ย่อย

            โป๊ก! ท่านหญิงอะความารีนจึงประทานมะเหงกไปหนึ่งลูก

พูดจาทำร้ายหญิงสาว นายมันไม่ใช่ผู้ชาย_ _//”        

 

มีแหล่งน้ำอยู่ข้างหน้า..เสียงเรียบๆดังขึ้นจากบุรุษผู้พูดน้อยที่สุด เรียกความสนใจจากทุกคนให้หันไปมองด้านหน้าซึ่งไม่มีวี่แววของเสียงน้ำไหล

 

โอ้โห~...จมูกดีจังแฮะอะความารีนยกมือขึ้นปิดปาก หลังจากหลุดให้ความคิดออกมาวิ่งแล่นจนได้ยินกันถ้วนหน้า คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างคุ้นๆว่าเหตุการณ์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นแล้ว

 

ฮ่ะๆๆ...จริงด้วยๆ จมูกดีจังทรอนซ์^^”ราล์ฟเสริม ยิ่งทำให้หญิงสาวคนสำคัญเบิกตากว้างเพราะมันเป็นบทสนทนาเดียวกันกับตอนเริ่มภารกิจค้นหาแหล่งน้ำในป่าโลหิตตอนที่เธอยังคงเป็นอเมทิสต์ในนามชาร์ลีน

 

            สายตาดุๆปราดมองแว๊บหนึ่งก่อนจะมองตรงไปข้างหน้าอย่างไม่ใส่ใจ

 

            แหล่งน้ำที่เห็นตรงหน้า และเสียงน้ำไหลซู่เรียกความสนใจทุกคนให้ตรึงอยู่กับภาพสวยงาม น้ำใสๆหลั่งเทลงมาจากบนลงล่างโดยไหลคดเคี้ยวตามซอกหินเปื้อนตะไคร่สีเขียว ที่วางขวางเส้นทางไหลของน้ำ ราล์ฟเฟพุ่งเข้าไปกวักน้ำขึ้นมาดื่มกิน และล้างหน้าล้างตาเป็นคนแรก

 

สดชื่นที่สุดในโลก^O^”ว่าพลางกวักมือคนอื่นๆให้ตามมา ตาสีฟ้าเทาฉายแววตื่นเต้นกระตือรือร้น ก่อนจะคว้ามือหญิงสาวข้างๆอย่างลืมตัว ป่ะ ไปอาบน้ำกัน

 

“…O_O”อะความารีนอ้าปากค้างแต่ก็ยังไม่ทันได้ให้คำตอบ ก็โดนเจ้าเพื่อนที่ไม่รู้จักโต ขั้นที่ว่าลืมว่าร่างกายชายกับหญิงนั้นต่างกันไฉน ลากลงน้ำจนอยู่ในระดับลึกเท่าเข่า

 

            หมับ

ฝ่ามือหนาคว้าตะปบไหล่ซ้ายของร่างบุรุษผู้ลืมตัว ตาสีเข้มตวัดไปสบอย่างดุๆ

มาทางนี้เสียงเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำตกออกคำสั่ง จากนั้นก็ลากเจ้าคนไม่รู้จักกาลเทศะออกไปโดยไม่สนสีหน้าอึ้งปนทึ่งของร่างบางที่ยืนเหวอ ทำอะไรไม่ถูก

 

            อะความารีนมองร่างเพื่อนชายที่โดนใครบางคนลากขึ้นฝั่งไปอีกด้าน ก่อนจะเลือกที่จะไม่ใส่ใจ มือปลดกระดุมตัวนอกออกช้าๆ หันสายแลขวา ก็พบแต่โรสเซลล่าที่ยืนอยู่บนฝั่ง

เอ้า ลงมาสิมือเล็กๆกวักเรียก ทำให้คนถูกเรียกชะงักเล็กน้อย ก่อนจะลงมือปลดเสื้อผ้าตนเองออกบ้าง สวมทับแต่กระโจมอกที่ปกปิดเรือนร่าง

           

            อะความารีนโยนเสื้อผ้าขึ้นไปบนที่แห้ง ก่อนจะสวมทับผ้าที่สูงจากอกลงไปสุดที่เข่าซึ่งพาดไว้บนไหล่ จัดการเสร็จสรรพจากนั้นก็ค่อยๆหย่อนกายลงร่างนั่นสะดุ้งสุดตัวกับน้ำเย็นๆที่เข้ามาปะทะร่าง ก่อนจะพยายามปรับธาตุอุ่นๆในกาย

            อากาศเย็นแบบนี้ไม่เหมาะกับการเล่นน้ำตก

 

            หญิงสาวเหลือบมองร่างบางอีกคนที่ยืนห่างไปไกลโข ก่อนจะกวักมือเรียก

โรสเซลล่า มาทางนี้สิ เดี๋ยวฉันต้มน้ำอุ่นๆให้^^”รอยยิ้มจริงใจเปิดเผยแต่งแต้มบนดวงหน้าละมุนน่ารัก แม้อยู่ในที่ไกลๆก็ยังสัมผัสได้

            โดยที่ไม่ตั้งใจ โรสเซลล่ากำหมัดแน่นใต้น้ำ ก่อนจะค่อยๆเยื้องกรายกรีดสายน้ำไปยังร่างที่จมอยู่ในน้ำถึงระดับอก

 

            อุ่นจริงด้วย

ตาสีบลอนด์ตวัดไปมองร่างบางเล็กที่แสดงสีหน้าคลายความกังวล รอยยิ้มเล็กๆบนริมฝีปากอวบอิ่มนั้นดูดีจนคนมองเผลอมองจนเพลิน ก่อนจะสะบัดหน้าไล่ความรู้สึกแปลกๆออกไปจากใจ

 

เธออึดอัดหรือเปล่า ต้องมาลำบากเดินทาง ฉันต้องขอโทษจริงๆนะร่างบางนั่นยังแย้มรอยยิ้มต่อไป ตากลมโตสีแดงสดเปล่งประกายเป็นมิตร ยังไงซะฉันก็เป็นผู้หญิง ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจก็ปรึกษาได้ อย่าไปคุยกับเจ้าพวกนั้นเลย คนนึงก็ปากมากน่าปวดหัว ส่วนอีกคนก็เย็นชางี่เง่าเอาแต่ใจ

 

            น้ำเสียงฟังคล้ายจะเป็นการต่อว่า หากแต่สีหน้าคนตรงหน้าไม่ได้ฉายแววขุ่นเคืองแต่อย่างใด แต่มันกลับเผยถึงความสุขที่กลั่นตรงมาจากหัวใจ

            โรสเซลล่ารู้สึกอิจฉาคนตรงหน้า ที่มีพร้อมไปหมด ทั้งคนรักและมิตรภาพ

หากแต่ใจลึกๆกลับรู้สึกว่า คนตรงหน้าช่างไม่มีอะไรให้เธอเกลียดได้ลง

ถ้าเพียงแต่ หล่อนไม่ใช่อะความารีน ฮีลเล่อร์ คนที่แย่งกุมหัวใจของท่านแพทริกซ์ที่เธอเคารพรัก

 

            บางที

โรสเซลล่ามองรอยยิ้มงดงามตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะหลุบตาลงต่ำ สลัดความคิดงี่เง่าออกไปจากหัว ไฟในใจกำลังแผดเผา จนลืมหูลืมตา ไม่อาจมองเห็นความถูกต้อง

 

            มือใต้น้ำขยับวูบ เถาวัลย์หนาที่ลากจากฝั่งเลื้อยลงมาจุ่มลงน้ำ

รอยยิ้มเหี้ยมกระตุกบนริมฝีปากเรียวบาง ก่อนจะตวัดมืออีกครั้งส่งสัญญาณการลงมือ!

ไม้เลื้อยแหวกว่ายลงไปใต้น้ำ พุ่งตรงไปยังร่างบางที่หลงระเริงสนุกสนานกับการเล่นน้ำโดยไม่รู้สักนิดว่าอันตรายกำลังคืบคลานถึงใกล้ตัว

 

            ฟุ่บ!!

ตาสีแดงเบิกกว้าง รับรู้ถึงสัมผัสที่ข้อเท้าถูกพันธนาการไว้อย่างแน่นหนา ร่างทั้งร่างถูกกดลงไปใต้น้ำอย่างรวดเร็ว รุนแรง จนน้ำกระเซ็นออกไปเป็นวงกว้าง..

 

To Be Con.

 

Writer: Happy New Year นะคะ ขอมอบบทนี้เป็นของขวัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ขอให้นักอ่านที่น่ารักทุกท่านมีความสุข สุขภาพแข็งแรงตลอดปีและตลอดไป ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #1580 Spicule (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 20:45
    uppppppppppppppp
    #1,580
    0
  2. #1579 [P]a[t] (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 17:02
    Happy New Year ค่า
    สนุกมากเยยย
    รอตอนหน้าน้า
    #1,579
    0
  3. #1570 SuperNova (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 19:00
    happy n y ค่ะ  ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับตอนนี้เด้อออ
    #1,570
    0
  4. #1569 Ün.и ε ω (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 17:10

    ของขวัญปีใหม่ของไรเตอร์เซอร์ไพส์เกินไปแล้ว T[]T !! รีบมาอัพน้า~~~~

    ปล. HNY 2012 ค่า ^O^

    #1,569
    0
  5. #1567 e_noo@beamnoi (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 16:29
     สุขสันต์วันปีใหม่นร๊ไรเตอร์
    #1,567
    0
  6. #1565 Gaanseob'z (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 15:18
    สุขสันต์วันปีใหม่ค่า
    มาอัพเร็วๆนะไรเตอร์ ><~
    #1,565
    0
  7. #1564 Violin flower (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 14:35
    Happy new year. ค่ะไรเตอร์ มาอัพไวๆนะค่ะ
    #1,564
    0
  8. #1561 pang 28828 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 13:48
     Happy New Year ค่ะไรเตอรื
    #1,561
    0
  9. #1559 `Toey :)☆` (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 13:22
    HPNY too writer

    Have a wish on chirstmas

    ตอนนี้สนุกมากค่ะ ชอบนิยายเรื่องนี้ที่สุดดดดดดดดด
    #1,559
    0
  10. #1550 ขนมปังเจ้าค่ะ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 08:53
    อยากอ่านต่อๆๆๆๆ
    *-*
    ข้ารออ่านต่ออยู่น่ะ 

    #1,550
    0
  11. #1535 SheetahG (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 02:52
     แว๊กกกกก ไรท์เตอร์อย่าตัดบทแบบนี้ ToT กำลังลุ้นเลยอะ แง ๆ 

    ปล. ตรงที่เขียนว่า ฝูงแมลงวันบินตอมเหนือถังขยะแห้ง ? ..คือ ถังขยะเปียก รึปล่าว หรือว่า... ไรท์เตอร์อยากจะเขียนว่า ขี้หมาแห้ง ก็บอกมา ฮิ ๆ 
    #1,535
    0