The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 31 : The Keyz(2) 31 ออกเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    3 เม.ย. 62

[31]

            ป่าโลหิตป่าอาถรรพ์ ที่ลือกันว่าเป็นนรกดีๆกับเหล่านักเดินทาง

ชื่อของมันไม่ได้ตั้งขึ้นมาลอยๆ มีประวัติอันยาวนานมาว่าภายใต้อาคมของป่า มันจะค่อยๆดูดซับพลังเหล่าสิ่งมีชีวิต เพื่อเสริมกำลังอาคมนั้นให้ยิ่งแข็งแกร่ง หยาดโลหิตคืออาหารอันโอชะของมัน

            อาคมของป่าโลหิต แข็งแกร่งยิ่งกว่าเวทย์ใดทั้งปวง แม้แต่ผู้ใช้เวทย์ระดับสูงก็ไม่อาจต้านอำนาจพลังลี้ลับเหล่านั้นได้ โชคดีที่ว่ามีคนส่วนน้อยที่จะมีโอกาสได้เจอกับอาถรรพ์นั่นจังๆ นอกเสียจากว่าคนๆนั้นมีพลังเวทย์แกร่งกล้า ป่าจึงท้าทายอำนาจเวทย์เหล่านั้น

 

            ประวัติเหล่านั้นถูกร่ายเรียงโดยโพรเทกเตอร์จอมทะเล้น ราล์ฟเฟ ครอส

หากต้องการให้ตำนานพิลึกกึกกือนั้นดูขลังขึ้นมาสักนิด น่าเชื่อถือกว่านี้ซักหน่อย ก็ไม่สมควรจะให้มันเป็นคนเล่า!

 

แกรู้ไหม มีคนหายไปในป่า สามสี่วันยังไม่กลับมา พอญาติๆออกตามหา กลับเจอแต่เนื้อไม่มีกระดูก!”

ไก่เคเอฟซีน่ะหรอ

ชะเฮ้ย ฉันหมายถึงคนคนนั้นไงเล่า! ช่วยตั้งใจฟังจะได้ไหม>_<”

อืม...เรื่องนี้แกเล่าไปแล้ว แถมก่อนหน้านี้บอกว่าเจอแต่กระดูกไม่มีเนื้อมีหนัง

ง่ะ มมันคนละเรื่องต่างหากเล่า อย่าเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาปนกันดิ

“=[]=”

 

            ฉันละสายตาจากใบหน้าคู่สนทนาที่มันอ้าปากเตรียมจะโฟ่เรื่องลี้ลับ อาถรรพ์ ข่าวลือ อะไรของมันต่อไป

            โรสเซลล่าหันมาสบตากับฉันแว๊บหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาหยิบของออกจากกระเป๋าเป้ มันคือเสบียงอาหารอันเป็นกำลังหลักสำคัญของการเดินทางยังไงล่ะ*O*

 

กุกๆ กักๆ..

เหลือบไปมองร่างหนาที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ดวงหน้าหล่อเหลาคมคายมีเหงื่อผุดเกาะเป็นเม็ดๆ นัยน์ตาสีแดงเพลิงจดจ่อกับกองไม้ตรงหน้า มือหนากำลังตอกไม้ซุงขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กลงไปในดินเพื่อสร้างหลักเสาให้กับแค้มป์ที่พักชั่วคราว

 

ทำไมพวกเขาไม่ใช้เวทย์มนตร์นะ เรื่องแบบนี้ถึงกับต้องลงทุนลงแรงเลยหรอเนี่ยฉันพึมพำเบาๆ ทำให้คนข้างๆที่เล่าค้างกลางคันหยุดชะงักเสมือนไปกดปุ่มpauseเอาไว้อย่างนั้น

 

กลบร่องรอยไง ถ้าใช้เวทย์จะมีกลิ่นไอหลงเหลืออยู่ ถ้ามีใครคิดจะสะกดรอยตามมันก็ไม่ยาก^^”ราล์ฟยิ้มเจื่อนๆ แต่ฉันแอบเห็นตาเขียวๆที่ส่งมาให้เนื่องจากไปขัดจังหวะตอนที่มันกำลังเล่าเรื่องแม่มดในป่าอาถรรพ์ ค้างอยู่ที่ชอตที่ว่าเจ้าหล่อนชอบกินวิญญาณของสาวบริสุทธิ์และชายหนุ่มรูปงาม แต่มันติดที่ว่าก่อนหน้านี้มันบอกว่าหล่อนเป็นมังสวิรัติไม่กินเนื้อ…_ _ แต่ฉันขี้เกียจจะเถียง

 

คงจะเหนื่อยน่าดูฉันพูดพลางถอนหายใจ เพราะทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งดูและฟังราล์ฟพล่ามๆๆ(ซึ่งมันเองก็ทำอะไรไม่เป็นซักอย่างเหมือนกัน)

 

            วันนี้เป็นคืนวันที่3 นับตั้งแต่ออกเดินทางจากแคปริคอร์น

การเดินทางไม่ได้ลำบากหรือทรหดอย่างที่คิด เพราะตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามายังเขตป่าโลหิต ฉันก็ยังไม่จำเป็นจะต้องจับแมลงมาทำอาหารเหมือนอย่างที่เข้าใจ โรสเซลล่าจัดการเรื่องเสบียงที่เตรียมมาพอสำหรับทุกมื้อเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม แพทริกซ์จัดการเรื่องที่พัก ส่วนอีกคนที่ไม่รู้หายหัวไปไหนตั้งแต่ตะวันใกล้จะตก จนลาลับฟ้าไปแล้วก็ยังไม่กลับมา

 

            เขาคงไปหาของป่าจำพวกฟืน เชื้อเพลิง มาก่อไฟสำหรับทำอาหารอีกเช่นเคย

 

อะความารีนเสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทำให้ฉันลากสายตาไปสบกับนัยน์ตาสีบลอนด์ สีเดียวกับเส้นผมของเจ้าหล่อน ถ้าเธอไม่คิดจะช่วยอะไรฉันไม่ว่า แต่กลบไอเวทย์ในตัวเธอบ้างเถอะ เดี๋ยวพวกอมนุษย์ได้แห่มากันหมดป่า

 

            ฉันกระพริบตาปริบๆ ขณะที่ราล์ฟขยับยิ้มขำแล้วเขยิบเข้ามาตบไหล่ฉันดังป้าบๆ

ฉันบอกแกแล้วนะ เลิกแผ่ไอเย็นๆซักที ฮ่ะๆๆ^O^”

 

            ฟิ้วว.. ฉึก

รู้สึกถึงลมพัดผ่านหูไปหวิวๆ พบว่าร่างราล์ฟที่มันเบียดกระแซะเข้ามาถูกกันห่างออกไป โดยซุงไม้ธรรมดาๆขนาดพอดีมือท่อนหนึ่งO_O

 

“..ขอโทษที มันหลุดมือน่ะสีหน้าแพทริกซ์นั้นเรียบเฉย เขาเลิกคิ้วแล้วหันมาอธิบาย ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“TOT”ส่วนราล์ฟก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ

 

ฉันก็เตือนแกแล้วว่าอย่าเข้าใกล้ฉันเกินคืบ- -”ฉันหันกระซิบเบาๆแล้วแยกเขี้ยวให้ แอบรู้สึกสงสารมันเหมือนกัน เพราะท่านพี่เล่นทำของหลุดมือบ่อยเหลือเกินในช่วงเวลาที่เดินป่ามา

 

เฮ้อ พลังนี่มันใหญ่เป็นบ้า ฉันไม่รู้จะปกปิดมันยังไงฉันเบ้ปากหันไปคุยกับโรสเซลล่า หล่อนปรายตามองด้วยหางตาแว๊บหนึ่ง แล้วก็แสร้งทำไม่สนใจต่อ

 

            ดูท่าทางความทรงจำระหว่างเรามันจะไม่ค่อยดีนัก หล่อนถึงชอบมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น _ _

            แหงล่ะ ตั้งแต่ท่านพี่ประกาศให้ฉันขึ้นเป็นควีน ออฟ แคปริคอร์น เหล่าเมมเบอร์ต่างก็พากันใจสลายแยกย้ายไปตามทางใครทางมัน เพราะท่านพี่สั่งเด็ดขาดว่าห้ามเข้ามาก่อกวนอีก

 

รู้อย่างงี้ฉันออกไปหาของป่ากับทรอนซ์ดีกว่า เมื่อกี้มันเส้นยาแดงผ่าแปดเลยนะY.Y”สีหน้าของราล์ฟดูไม่ค่อยสู้ดี ฉันก็ไม่รู้จะหาคำอะไรมาปลอบเขา มันก็น่าหมั่นไส้จริงๆน่ะแหละที่มันเขยิบมาชิดแทบจะเกยตักฉันอยู่แล้ว ถึงจะรู้ว่าหมอนี่ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยก็เหอะ แถมนิสัยออกจะเป็นเด็กน้อยๆด้วยซ้ำ แต่ท่านพี่คงไม่คิดเหมือนฉัน ใช่ว่าไม่มีเหตุผล ร่างมันโตเป็นกวางหนุ่มแล้ว ช่วยทำอะไรให้ดูโตเป็นผู้ใหญ่สักนิดได้ไหมนะ=O=

 

อ้าว ทรอนซ์!! พูดปุ๊บมาปั๊บเลย*O*”ราล์ฟตะเบ็งเสียงร้องลั่นดีใจ ประหนึ่งว่าเจอฮีโร่ในดวงใจแล้วพุ่งตัวออกไปทำท่าว่าจะเข้าไปกระโดดกอดเขาซะให้ได้

 

จะทำอะไร- -”เสียงเย็นเยียบดังตอบกลับมา มือหนาพยายามดันหัวเจ้าคนไม่รู้จักโตออกไปให้ห่าง มืออีกข้างมีท่อนไม้ กิ่งไม้เต็มไปหมด มิน่าล่ะเขาถึงได้หายไปนาน

 

            แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจหรอกนะ ถ้าเขาจะหายไปก็หายไปเลยสิ ชิชิ

ฉันเบือนหน้าออกไปมองรอบๆ สำรวจที่พักในคืนนี้ ซึ่งแยกไม่ออกว่าในสองสามวันนี่มันต่างกันยังไง เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่ ต้นไม้ !?

 

เรียบร้อยดีไหมแพทริกซ์ละสายตาจากกองงานตรงหน้า แล้วหันไปถามบุรุษที่เพิ่งเข้ามาถึง

 

ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ดวงหน้าเจ้าชายน้ำแข็งนั้นยังคงสงบ น้ำเสียงเรียบๆหากแต่ฟังดูดุดันน่าเกรงขาม แต่มีไอเวทย์รวมตัวกันมากแถวๆนี้

 

            ทุกคนนิ่งเงียบไปอย่างใช้ความคิด ราล์ฟพยักหน้าสวมมาดผู้รู้แล้วชี้มาทางฉันพร้อมเอ่ยปากพูด

นั่นไงล่ะต้นตอของไอเวทย์

 

“…”ทำให้ฉันต้องสบกับดวงตาคมเข้มนั่นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง….

 

            แต่แล้วเหมือนลมหายใจหยุดชะงัก เขาก็ละสายตาไปจัดการกับงานของเขาต่อ ทำเหมือนไม่สนใจ ทำให้ฉันนั่งกัดฟันกรุบกริบ กำหมัดแน่นเตรียมจะสวมบทบู๊เร็วๆนี้

 

            ไอ้ราล์ฟเฟ!! มันสร้างเรื่องให้ฉันไปถึงไหน

            เพราะตลอดการเดินทาง ทั้งที่หลีกเลี่ยงการปะทะ(ทางสายตา)กับหมอนั่นแล้ว ก็มีเจ้าตัวดีที่เหมือนจงใจยั่ว สร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนว่าเป็นเหตุบังเอิญให้ตาฉันจ๊ะเอ๋กับหมอนั่นหลายครั้ง แต่ละครั้งมันสร้างความหงุดหงิดสิ้นดี เพราะในตาคู่นั่นไม่แสดงอารมณ์ใดใดนอกจากความเฉยชาเหินห่าง

 

            ครั้งนี้มันครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่ฉันสาบานว่าฉัน!! อะความารีน!! จะไม่พูดกับมัน ไม่เล่นกับมันอีกแล้ว เจ้าราล์ฟเฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ!!!

 

….

 

            ดวงหน้าของทรอนซีรา แพทริกซ์ และโรสเซลล่านั้นไม่ต่างกันนัก เมื่อมองสองเพื่อนซี้ที่ดูเข้ากันได้ดีเหลือเกิน อะความารีน ฮีลเลอร์และราล์ฟเฟ ครอส ซึ่งกำลังนั่งคุยกันอย่างออกรส หัวเราะเบิกบานประหนึ่งว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นทริปเที่ยวค้างคืนไม่ใช่ภารกิจสำคัญ

            และจะไม่อึ้งและทึ่งถ้าสองคนนั่นกำลังผลาญเสบียง ที่เตรียมไว้สำหรับหนึ่งเดือน

ภายในสามวัน อาหารที่กักตุนไว้นั้นเหลือเพียงครึ่ง!!

 

            กองไฟเล็กๆถูกจุดขึ้นมาด้วยวิธีภูมิปัญญาชาวบ้านนั้นคือใช้หินถูกันเพียงสองก้อน เติมเชื้อฟืนด้วยเศษไม้และใบไม้แห้ง ขณะนี้คณะเดินทางกำลังนั่งล้อมมองเปลวไฟที่คุกรุ่น เสียงไม้แตกเปรี๊ยะๆดังแว่วมาเป็นระลอก

 

แล้วจะหาว่าโม้^)O(^”ราล์ฟพูดขณะอาหารยังค้างคาอยู่เต็มปาก ตระกูลฉันน่ะโพรเทกเตอร์มีชื่อเสียงทั้งนั้น กว่าครึ่งของกองกำลังแคปริคอร์นมาจากบ้านตระกูลครอสทั้งนั้นแหละ แจ่บๆๆ

 

โม้-)O(-”หญิงสาวคนสำคัญหันไปด่าเพื่อนข้างๆ ด้วยสภาพที่ไม่ค่อยต่างกันนักตากลมโตสีแดงหรี่ลงต่ำเหมือนไม่อยากเชื่อ แล้วใครเอาแกไปเข้าตระกูล เขาเก็บแกมาเลี้ยงน่ะสิ ^)O(^”

 

โรสเซลล่า มีเบค่อนอีกไหม อร่อยเป็นบ้าเลย>)O(<”ราล์ฟตวัดสายตาไปมองอย่างคาดโทษ ก่อนจะหันถามสตรีที่นั่งกินสงบเสงี่ยมอยู่ฝั่งตรงข้าม ผิดกับผู้หญิงที่นั่งข้างๆเขา เฮ้ยย

 

            เจ้าตัวดีร้องเสียงหลงพร้อมถลึงตาใส่ผู้หญิงที่ทำตัวไม่เรียบร้อย จกเอาเบค่อนชิ้นสุดท้ายในจานใบไม้ของเขาไปหน้าตาเฉย

 

            โรสเซลล่าเริ่มทนไม่ไหวต่ออากัปกริยาอันไม่เหมาะสมเป็นกุลสตรีของท่านหญิงอะความารีน ทายาทตระกูลฮีลเลอร์ผู้โด่งดัง หล่อนพ่นลมหายใจออกแรงๆแล้วขอตัวออกไปนอน ณ ที่พักชั่วคราวฝีมือแพทริกซ์ ที่เตรียมไว้พอสำหรับทุกคน

 

            ทรอนซ์เป็นฝ่ายลุกออกไปบ้าง เนื่องจากรำคาญเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากไม่เกรงใจสายตาประชาชี ฉันจะออกไปสำรวจ

 

            แพทริกซ์พยักหน้านิดๆ มองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินทิ้งห่างไปอย่างรวดเร็ว ต้องยอมรับว่าการมีบุรุษคนนี้ร่วมคณะเดินทางนั้นทำให้อุ่นใจขึ้นไม่น้อย ถึงจะยังมีบางสิ่งบางอย่างตะขิดตะขวงใจ สงสัยเคลือบแคลง แต่ความปลอดภัยของอะความารีนย่อมต้องมาก่อน

นัยน์ตาสีแดงเพลิงลากสายตากลับไปยังหญิงสาวที่ยังคงพูดคุยทั้งที่เบค่อนที่ยังเคี้ยวไม่เสร็จนั้นอัดอยู่เต็มปาก  อะความารีน เสียงทุ้มลึกเปรยขึ้น เรียกตากลมโตสดใสหันไปสบ เวลากินน่ะไม่ควรพูด เดี๋ยวจะติดคอเอานะ

 

            คำสอนที่เล่นเอาคนถูกสอนกระพริบตาปริบๆ มองไปยังบุรุษที่เธอเรียกว่าท่านพี่ ที่ ณ ตอนนี้ก็ยังคงมองเธอเป็นเด็กน้อยเสมอ ทำให้รู้สึกทั้งอับอายทั้งขายหน้าต่อเหล่าผู้ร่วมวงสนทนา ก่อนจะหันไปแยกเขี้ยวคาดโทษกับเพื่อนซี้ที่หัวเราะท้องแข็งอยู่ข้างๆ

 

กินอิ่มแล้วรีบนอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าแพทริกซ์ทอดมองร่างหญิงสาวที่เตรียมจะวางมวยกับคนข้างๆ ร่างนั้นหยุดชะงักแล้วหันมาสบตาราวกับช่างใจ ก่อนจะค่อยๆพาร่างมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

 

            มือหนาเอื้อมไปจับกุมมือเล็กๆตรงหน้า ขยับยิ้มอ่อนโยนก่อนจะใช้มืออีกข้างยกขึ้นขยี้ผมเด็กสาวที่คงเติบโตแต่ร่างกายตรงหน้า

ท่านพี่-///-”อะความารีนยืนทำหน้าเบ้ ดวงหน้าขึ้นสี เพราะความกระดากอายที่จะต้องประกาศความรักต่อหน้าสาธารณะชน โดยเฉพาะกับเจ้าเพื่อนตัวแสบที่มันกลั้นขำไม่หยุด

 

            ราล์ฟมันชอบพ่นใส่หูอยู่เรื่อยว่าตกลงเธอกับท่านพี่เป็นพี่น้องแท้ๆจริงๆใช่ไหม เพราะการปฏิบัติของเขานั้นช่างเหมือนคุณพ่อหวงลูกสาว มากกว่าที่จะเป็นแฟนห่วงคนรัก

 

นอนเถอะว่าแล้วก็ดึงมือร่างบางไปส่งถึงแค้มป์ที่พักชั่วคราว แม้ไม่สามารถกันลมได้แต่พอจะกันน้ำค้างเย็นๆได้บ้าง กิ่งไม้ที่มีใบแผ่หนาถูกวางปกคลุมเป็นหลังคา

 

เมื่อไหร่ท่านพี่จะเลิกทำเหมือนกับว่ามารีน่าเป็นเด็กสักทีนะ-)O(-”ทันทีที่หย่อนก้นลงบนพื้นใบไม้หนานุ่มที่เตรียมไว้แล้ว อะความารีนก็อดที่จะเปรยไม่ได้ แล้วยิ่งเหลือบไปเห็นสีหน้าของเจ้าเพื่อนตัวดีที่ส่งยิ้ม ยักคิ้วอย่างกวนๆ ทำให้หน้านั้นร้อนซู่ขึ้นมาอีก

 

แน่ใจหรอว่าจะให้พี่เลิกทำแบบนี้น้ำเสียงน่าฟัง มีเสน่ห์ โปรยขึ้นข้างๆทำให้หญิงสาวตระหนักว่าระยะห่างระหว่างดวงหน้าทั้งสองนั้นออกจะน้อยไปหน่อย

 

แน่สิ มารีน่าโตแล้วนะ อายเจ้าราล์ฟมัน-///-”อะความารีนโพล่งความจริงออกไปอย่างจริงใจ ดวงหน้าละมุนเชิดขึ้นนิดๆอย่างงอนๆ

 

แต่ว่า…”ดวงตาคมกริบสีแดงเพลิงจับจ้องที่ริมฝีปากอวบอิ่ม นั่นทำให้คนถูกจ้องเริ่มขยับตัว หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ยิ่งลมหายใจของบุรุษเพศตรงหน้าเป่ารดตามพวงแก้ม ก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก ในขณะที่คิดว่ากำลังจะขาดอากาศหายใจชายหนุ่มก็ถอนหายใจเบาๆครั้งหนึ่งไม่ได้หรอก เราต้องแต่งงานกันก่อน

 

“…O_O///”แต่งงาน!!

 

            อะความารีนกระพริบตาปริบๆ ไม่รู้ว่าความหมายของคำว่าเลิกทำเหมือนเธอเป็นเด็กๆนั้นท่านพี่จะคิดไปถึงไหน สมองเริ่มไล่ลำดับเรื่องราวผสมกับคำว่าแต่งงานนั้นทำให้ใจดวงน้อยๆแกว่งเบาๆ สองแก้มแต้มสีจัด

 

ฉันชอบเวลาเธอเขิน

 

“..O_O//////”

 

            ดูเหมือนว่าเวลาจะถูกหยุดแช่ไว้แค่นั้น ถ้าไม่มีเสียงกรนดังมาจากแค้มป์ฝั่งตรงข้าม ที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจงใจหรือไม่

 

คร่อกฟี้ๆๆๆ….คร่อกไหล่สั่นกระเพื่อมเป็นจังหวะหายใจ เส้นผมสีทองโผล่ออกมาให้เห็นลิบๆ

 

            อะความารีนนึกขอบคุณเพื่อนรักที่กรนได้จังหวะอย่างพอดิบพอดี ช่วยชีวิตเธอไม่ให้โดนเปลวไฟอันร้อนแรงในดวงตาคมกริบนั่นแผดเผาไปเสียก่อน

 

 

            สวบ สวบ

เสียงฝีเท้าย่ำลงบนผืนหญ้า เกิดเป็นเสียงเดียวท่ามกลางความเงียบ ไอเย็นโรยตัวลงมาพร้อมหยาดน้ำค้างยามค่ำคืน แสงจากดวงจันทร์ช่วยขับไล่ความมืดไปได้บ้าง แต่เงาต้นไม้จำนวนมากก็ทอดยาวลงมาบดบังผืนหญ้าจนมิด ไม่สามารถมองเห็นทางได้ชัดเจนนัก

 

            นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มเพ่งผ่านหมอกหนาที่ค่อยๆโรยตัวลงมาช้าๆ ในใจบังเกิดความสงสัย

หมอกสีขาวกับไอเย็นที่ดูเหมือนจะไม่ได้เกิดโดยธรรมชาติ

ความเงียบสงัด ไม่มีแม้วี่แววสิ่งมีชีวิต

 

            มีบางสิ่งผิดปกติ

จิตใต้สำนึกกำลังบอกเขาอย่างนั้น แต่ไม่ได้มีความหวาดกลัวในดวงตา เท้าทั้งสองยังคงก้าวต่อไป สืบหาต้นเหตุของหมอกจางๆกับความเงียบงันนั่น

 

            กึก..

สองเท้าเริ่มหยุดเดิน ตาคมกริบเบิกกว้าง รับรู้ถึงอำนาจกดดันประหลาดที่รายล้อมรอบกาย กลุ่มหมอกเริ่มหนาตาขึ้น จนไม่สามารถมองเห็นกระทั่งต้นไม้ที่อยู่ใกล้ที่สุด การลืมตาทั้งที่ภาพตรงหน้าถูกย้อมเป็นสีขาวโพลนไม่ต่างอะไรกับหลับตา

 

            สัมผัสทั้งห้าเริ่มชาวูบ โดยที่ไม่อาจควบคุม ร่างค่อยๆเซถลาไปจนแผ่นหลังสัมผัสถึงความเย็นของแผ่นไม้ ร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อน แต่สติสัมปชัญญะนั้นอยู่ครบทุกประการ

            ตาสีทะเลลึกเบิกกว้างเล็กน้อย อารมณ์ภายในนั้นยังสงบ

ติดกับอาคมของป่าโลหิต!?

 

            อาคมป่าโลหิตชื่อนี้คุ้นหูยิ่งนัก ชายหนุ่มพยายามครุ่นคิดหาวิธีรับมือกับมัน แต่หัวสมองเหมือนค่อยๆชาวาบจนคิดอะไรไม่ออก ไร้ซึ่งการควบคุม และขณะที่หมอกหนาเริ่มจางลง สายตาพลันตวัดไปมองสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวเร้นกายแฝงอยู่ในหมอกจางๆ

 

            ใคร

เค้าโครงร่างบางแสนคุ้นตา

ตาสีเข้มสั่นไหววูบหนึ่งเมื่อสมองเริ่มกลับมาโลดแล่นอย่างชัดเจนอีกครั้ง

           

            เวทย์อาคมของป่าโลหิต จะดึงความกลัวส่วนลึกที่สุดในหัวใจออกมาเล่นงาน

ความร้ายกาจของมันคือการสามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของผู้ที่ตกอยู่ภายใต้อำนาจ แม้กระทั่งสั่งให้ฆ่าตัวตาย สั่งให้เป็นบ้า หรือให้ไปฆ่าคน

 

            ตึกๆ ตึกๆ

หัวใจที่เคยเคลื่อนไหวอย่างหนักแน่นมั่นคงเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อการมองเห็นกลับมาอย่างสมบูรณ์ หมอกสีขาวจางลงไป ดวงหน้าหวานละมุนของใครบางคนกำลังก่อกวนอารมณ์ที่เคยสงบให้สั่นคลอน

 

            นัยน์ตากลมโตสีแดงสดที่เคยคุ้น ทอดมองผ่านม่านบางๆ น้ำใสๆไหลรินลงมาอาบพวงแก้มเนียน ริมฝีปากอวบอิ่มสั่นระริก เสียงหวานกำลังกลั้นสะอื้นยืนร่ำไห้ต่อหน้าไม่ไกลนัก น้ำเสียงฟังดูเจ็บปวด รวดร้าว สัมผัสได้ถึงความทรมานผ่านตาที่สั่นไหวคู่นั้น

 

            ร่างบางยกคันธนูขึ้นมาในมือข้างหนึ่ง ขณะที่มืออีกข้างสอดลูกธนูที่มีไฟลามเลียทั่วผิว นิ้วมือทั้งห้ากำอาวุธแล้วดึงง้าง วิถีธนูนั้นพุ่งตรงมายังเขา

 

            ตาทั้งสองสบประสาน รับรู้เสียงเต้นของหัวใจ ดวงตาที่ช้ำจากน้ำตานั้นเพ่งมองมายังเขา ที่ทอดมองกลับไปอย่างสงบ

            มันเป็นเพียงภาพลวงตา

แม้จะรู้อยู่เต็มอก หากแต่รอยเศร้าบนดวงหน้านั้น เขาก็ไม่อยากจะเห็น

 

นายทอดทิ้งฉันทรอนซีราริมฝีปากอวบอิ่มเผยอขึ้นขยับคำพูด ปากแสยะยิ้มเหี้ยม เสมือนว่าคำว่าเกลียดนั่นพุ่งออกผ่านสายตาคู่เดิม ร่างหนาชะงักเล็กน้อย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขายังลบภาพที่เธอบอกว่าเกลียดเขา ออกไปจากหัวไม่ได้และเหมือนฝันร้ายจะย้อนกลับมาเล่นงานเขาอีกแล้ว

 

            นิ้วมือเรียวนั้นสั่นน้อยๆ ชายหนุ่มหลุบตาลงเตรียมรับความตาย

ความตายที่เธอกำลังหยิบยื่นให้

 

            ฟึ่บ!   

ความเจ็บปวดแล่นแปลบเข้ากลางอก นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้าง ไม่ใช่ความเจ็บทางกาย หากแต่เป็นความรู้สึกเหมือนหัวใจได้แตกออกเป็นเสี่ยง

 

            ร่างบางที่เคยยืนหยัดอยู่ไม่ไกลทรุดกายลง กลิ่นเลือดลอยคลุ้ง ธนูนั่นยังไม่ได้สังหารชีวิตใคร หากแต่ดาบน้ำแข็งในมือบุรุษผู้นั้นกำลังปลิดชีพเธอ!!

 

            บุรุษถือดาบคนนั้นคือเขาเอง

ทรอนซ์กัดฟันกรอด ความกลัวปนโกรธลอยอัดแน่นอยู่ในอก รู้ทั้งรู้ว่ากำลังกระโดดลงไปในหลุมพรางของข่ายอาคม แต่ภาพตรงหน้าทำให้เขาไม่อาจอยู่นิ่งเฉยได้อีกต่อไป

 

            ยอมรับว่าอาคมของป่าโลหิตนั้นร้ายกาจ มันเข้ามาควบคุมความเจ็บปวดในกายเขาได้แล้ว!

            หรืออำนาจของป่าไม่ได้เหลือร้าย หากแต่เธอคนนั้นต่างหากที่สามารถควบคุมใจของเขา!?

 

ทรอนซีรา….อย่าให้นางนั่นควบคุมเจ้าร่างบุรุษอีกคนที่เขารู้จักดี เหยียดกายขึ้นเต็มความสูง เรือนผมสีเงินสะบัดพลิ้ว ตาสีเข้มกำลังจ้องสบ

 

แกเป็นใคร…”น้ำเสียงเย็นเยียบดังมาจากผู้ถูกพันธนาการ

 

ข้าก็คือเจ้า ทรอนซีราข้าต่างหากที่อยู่กับเจ้าตลอดเวลาไม่ได้ทอดทิ้งเหมือนนางคนนี้!!ร่างนั้นตวัดสายตามองร่างบางที่นอนแน่นิ่งจมกองเลือด ก่อนจะก้มตัวลงไล้ใบหน้าเนียนที่ซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับเนื้อกระดาษ เสียงหัวเราะชั่วร้ายดังขึ้นเรื่อยๆ เป็นเสียงของปีศาจจากขุมนรก

 

อย่าแตะต้อง!!สิ้นเสียง เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ พื้นดินสั่นสะเทือนจนแผ่นดินปริแยกออกจากกัน ผืนท้องฟ้าเริ่มม้วนพับเสมือนกระดาษที่ถูกขยำทิ้ง

 

            ราวกับรองรับอารมณ์ของเจ้าชายน้ำแข็ง เขตอาคมแห่งป่าโลหิตได้ถูกทำลายยับ เหลือไว้เพียงความเจ็บปวดในอก ที่ฝากรอยแผลไว้กับผู้ต้องอาคมป่า

 

 

            เปรี๊ยะๆ..

เสียงกิ่งไม้แตกหักเมื่อถูกไฟลามเลียดังขึ้นเป็นระลอก เรียกให้นัยน์ตากลมโตสีแดงสดปรือขึ้นมาอย่างแช่มช้า แล้วลากสายตามองไปรอบกาย

 

            บุรุษที่อยู่ใกล้ตัวเธอที่สุด นัยน์ตาสีเพลิงกำลังจับจ้องไปที่เปลวไฟ มือหนาคอยหยิบเอาเศษไม้โยนเข้าไปในกองไฟเติมเป็นเชื้อเพลิงไม่ให้ดับมอดลง

            เหลือบไปไม่ไกลนัก เสียงกรนลอยแว่วมาจากร่างหนาที่นอนแผ่หราอยู่ใต้ที่กำบัง ขณะที่ปากพร่ำละเมอเป็นภาษาที่ฟังไม่ได้ศัพท์

            ส่วนหญิงสาวอีกคนกำลังนอนตัวตรง หลับตาพริ้ม จมดิ่งอยู่กับห้วงนิทรา

 

            อะความารีนดันตัวขึ้น สอดส่องสิ่งรอบกายก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

ท่านพี่เสียงหวานกระซิบเบาพอให้ได้ยินกันเพียงสองคน ไม่ให้เสียงดังไปรบกวนคนนอนหลับ ข้างนอกนั่นจะมีอันตรายไหม

 

            คนถูกเรียกหันไปสบสายตา มีแววสั่นไหวในดวงตาวูบหนึ่งก่อนจะสงบลง

กลัวหรอน้ำเสียงฟังนุ่มหู ทอดมองกริยาคนที่ไม่ยอมนอน ตอนนี้ดูเหมือนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเพราะตากลมโตนั่นกำลังฉายรอยวิตกกังวล กวาดสายตาไปรอบๆเหมือนต้องการหาอะไรบางอย่าง

 

            อะไรบางอย่างที่เดาได้ไม่ยาก เพราะมีเพียงคนๆเดียวที่ไม่ได้อยู่ที่นี่

 

ปล่าวค่ะ…”ร่างบางนั่นถอนหายใจอีกครั้ง ตั้งแต่ตื่นขึ้นกลางดึกเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ นัยน์ตาคู่นั้นคอยมอง ค้นหาอะไรบางอย่างที่อยู่ภายนอกบริเวณที่พัก

 

นอนเถอะแพทริกซ์จ้องไปยังคนที่กำลังทิ้งตัวลงนอน สายตาทั้งสองประสานกันแว๊บหนึ่ง ก่อนที่ตาคู่หนึ่งค่อยๆปรือลงจนปิดสนิท

 

            มือหนายกกิ่งไม้ขึ้นมากิ่งหนึ่ง คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด ในที่สุดก็หักกิ่งไม้นั่นเป็นสองชิ้น ปล่อยทิ้งไว้บนพื้นหญ้า แล้วก้าวเท้าออกไปตามหาใครบางคนที่ควรจะกลับมาได้แล้ว

            ใครบางคนที่กำลังทำให้อะความารีนของเขานอนไม่หลับ

 

            ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ แต่เขาพ่ายแพ้ให้กับความใจอ่อนของตนเอง

ที่ไม่สามารถทนมองสายตาที่ฉายชัดถึงความกังวล ดวงหน้าที่ครุ่นคิดถึงใครอีกคนต่อหน้าเขา

 

 

คร่อกก..”เสียงกรนดังแว่วเข้าสู่โสตประสาท ร่างบางสะท้านเฮือก เด้งขึ้นตื่นจากห้วงภวังค์ฝัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองไปรอบๆ ก็พบกับภาพเดิมๆ เขาคนนั้นยังไม่กลับมา

 

            อะความารีนดันตัวขึ้นลุกยืน มองซ้ายแลขวาก็พบว่าบุรุษอีกคนไม่ได้อยู่ในที่ที่ควรอยู่ ร่างหนาสูงของท่านพี่ไม่ได้อยู่ในภาพที่สายตาสามารถมองเห็น

ไปไหน…?

 

ก่อนที่ความกลัวจะพาให้ใจยิ่งคิดฟุ้งซ่าน เสียงเหยียบย่ำบนพื้นหญ้าดังแว่วเข้ามา ทำให้ร่างบางสะดุ้งแล้วตวัดสายตาไปมอง

 

            ดวงหน้าคมคายนั่นดูดุดัน นัยน์ตาสีทะเลลึกฉายรอยหงุดหงิด และเมื่อเขาสังเกตเห็นเธอที่กำลังจับจ้องไป ร่างนั้นหยุดชะงักไม่ก้าวเดินต่อ

 

            แต่นั่นก็ทำให้อารมณ์ของคนที่ต้องตื่นมากลางดึกเพื่อมองหาใครบางคน นั้นเริ่มพลุกพล่านจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้

 

ทรอนซีรา…”เสียงหวานกระซิบแผ่วให้กับตัวเอง กัดเขี้ยวเคี้ยวฟัน ลืมไปหมดสิ้นว่าตนได้ประกาศขีดเส้นแบ่งไว้เช่นไร

 

นายหายไปไหนน่ะหือ นี่ไปสำรวจทั้งป่ามาแล้วหรือไง!!”ร่างบางวิ่งเข้าไปหาร่างหนาที่ยืนนิ่ง จากนั้นมือทั้งสองก็เข้าไปผลักชาร์จอย่างหาเรื่อง หากแต่แรงแค่นั้นไม่สามารถสั่นคลอนร่างของเจ้าชายน้ำแข็งที่ยังยืนหยัดอยู่ที่เดิมคิดว่าตัวเองสำคัญนักหรอ! ปล่อยให้คนอื่นเขารอ..”

 

            เป็นเพราะอารมณ์โกรธที่ทำให้โพล่งความจริงออกไป ตาสีแดงสดเบิกกว้างอย่างตื่นๆเมื่อมองสบกับนัยน์ตาสีทะเลลึกที่นิ่งสงบไร้อารมณ์

ถ้าการเดินทางจะล่าช้าเพราะนาย ถ้านายไม่กลับมาในตอนเช้า พวกเราก็จะลำบาก!”ตากลมโตคู่เดิมหลุบต่ำลง ปากอวบอิ่มพ่นคำแก้ตัวสารพัดเท่าที่นึกออกทั้งที่ดวงหน้านั้นเริ่มขึ้นสี

 

“…”

 

ถ้านายคิดว่าตัวเองเก่ง จะระเห็จไปไหนมาไหนได้คนเดียวก็ตามใจนายแล้วกัน แต่ขอบอกนะว่าอย่าให้มันมากนัก ในฐานะปริ๊นซ์นายก็น่าจะรู้ว่านายไม่มีสิทธิ์ทำตามใจชอบ เพราะเราทำงานเป็นทีม…”

 

“…”นัยน์ตาสีทะเลลึกเริ่มสั่นไหววูบนึง ทำให้คนพูดยาวเริ่มชะงัก หายใจติดขัดเพราะดวงหน้าที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนจนหัวใจเหมือนถูกหลอมละลาย

 

เพราะงั้นเพราะงั้น…”ร่างหนาเริ่มก้าวเข้ามาใกล้ ทำให้หญิงสาวเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างลืมตัว

 

            คำพูดทุกสิ่งถูกกลืนลงไปในลำคอ อะความารีนช้อนสายตามองบุรุษที่มักมีแต่ความเย็นชาเหินห่าง บัดนี้ตาคมเข้มคู่นั้นกำลังสั่นไหว นัยน์ตาสีทะเลลึกสะท้อนความเจ็บปวด เขาทอดมองลงมาด้วยกระแสความรู้สึกที่บอกไม่ถูก รู้แต่ว่าเธอไม่อาจถอนสายตา เหมือนถูกตรึงร่างไว้อยู่กับที่

 

            หมับ..

มือหนาของคนตรงหน้าดึงมือเล็กๆของเธอเข้าไปหาอย่างเร็ว ส่งผลให้ร่างทั้งร่างเซถลาไปข้างหน้าแล้วซบอยู่กับร่างอุ่นๆ ตาสีแดงสดเบิกกว้าง พยายามดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดหากแต่อ้อมแขนอันแข็งแกร่งนั่นไม่ยอมปล่อยให้เธอสามารถเป็นอิสระ หัวใจของเธอเต้นเร็วและแรงไม่อาจควบคุม สูดดมกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่เริ่มเข้ามาสั่งปิดระบบการต่อต้านภายในร่างกาย

 

            เนิ่นนานเมื่อความเงียบเข้าปกคลุม ลมหนาวพัดปะทะพาให้ร่างเล็กเริ่มคืนสติ ปากอวบอิ่มเผยอขึ้นก่อนจะเปล่งเป็นคำพูด

ฉันไม่มีวันให้อภัยนาย…”เสียงหวานสั่นเครือดังขึ้นแผ่วๆ หลุบตาลงข่มใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ สัมผัสอบอุ่นของร่างหนาที่โอบชิด ทำให้ร่างทั้งร่างไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน

 

            ร่างหนาตรงหน้ากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก ราวกับว่ากลัวว่าร่างเล็กตรงหน้าจะแหลกสลาย หลุดหายไปอาจเป็นเพราะการต้องอาคมป่า ที่ทำให้ภาพเลวร้ายเหล่านั้นวนเวียนซ้ำไปมาในสมอง และเมื่อเจอคนในภาพเหตุการณ์นั้น ที่ต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือเขา เขาก็ไม่อาจฝืนความรู้สึกที่อย่างดึงร่างนั่นเข้ามากอดพิสูจน์ ว่ายังมีหัวใจที่เต้นและมีลมหายใจอุ่นๆ

 

อย่าให้อภัยฉันนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆปรือลงรับรู้ถึงสัมผัสของร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอด

 

            หญิงสาวอิงซบควานหาความอบอุ่นในแผงอก นัยน์ตาสีแดงสดสั่นริกๆ ปากอวบอิ่มเม้มแน่นสนิท ก่อนจะค่อยๆปรือแพขนตาลงช้าๆ ในหัวพร่ำโทษคนตรงหน้าที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด กระโดดเข้ามาในเส้นที่เธอขีดแบ่งไว้ โทษอากาศเย็นที่ทำให้รู้สึกว่าการอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเขานั้นรู้สึกอบอุ่นจนไม่อยากฝืนต้าน โทษแสงพระจันทร์ที่อาบไล้ดวงหน้าคมคายนั่นให้ดูอ่อนโยนทำให้หัวใจอ่อนไหวตามไป

 

            สุดท้ายโทษตัวเธอเองที่ปล่อยให้หัวใจมันหลุดลอยไปอีกแล้ว

 

To Be Con.

 

Writer: สวัสดีอีกครั้งค่ะ>O<’’

ความยาวภาคสองคงจะประมาณนี้นะคะ ไม่น้อยกว่านี้แน่นอน

เพิ่งกลับมาสดๆร้อนๆจากดอย อากาศเย็นสบายมาก^^

ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจและคอมเม้นดีๆนะคะ J <3



 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #1633 SheetahG (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มกราคม 2555 / 05:33
     ยิปปี้ ในที่สุด ก็อ่านรอบสองเสร็จแว๊วววว > < แพทริกซ์หายหูดไปไหนหว่า ไม่มาจ๊ะเอ๋ จะได้รู้ว่านางเอกรักทรอนซ์ยะ ชิชะ
    #1,633
    0
  2. #1624 Delle (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 มกราคม 2555 / 20:53
    กลับมาแล้วววววววว!!!!!!!!!!!!
    สนุกมากจร้า จะอ่านร่อปายนะ~~~!!!! ^________^
    #1,624
    0
  3. #1578 [P]a[t] (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 16:44

    อาคมสุดยอดอ่ะ
    ทรอนน่าสงสาร

    #1,578
    0
  4. #1568 Ün.и ε ω (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 16:53

    อ๊ากกกกกก ไม่ได้เข้าเด็กดีแปบเดียว อัพมา 2 ตอนแล้ว >[]< (ตกข่าวอย่างแรง!)

    สนุกมากกกกกก ทรอนซีราของเราต้องเป็นพระเอกต่อไป \(>O<)/

    คนเขียนสู้ ๆๆๆ ๆ ๆๆๆ เย่! ๆ เอ้า ! ฮุ่ยเล่ฮุ่ย(?) !  \(>_< )\  /( >_<)/ 

    #1,568
    0
  5. #1566 e_noo@beamnoi (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 16:01
    หนูกมากค่ะไรเตอร์

    สู้ๆนะ
    #1,566
    0
  6. #1533 Gaanseob'z (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2554 / 17:38
    อัพต่อเลย สนุกมาก
    #1,533
    0
  7. #1532 เมมฟิส (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2554 / 14:02
    สนุกมากมาย   อยากรู้จังว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป   สู้ๆ
    #1,532
    0
  8. #1528 seadragonpanso (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2554 / 07:24
    สงสารพระเอก
    อัพต่อไวๆนะค่ะ
    #1,528
    0
  9. #1524 `Toey :)☆` (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2554 / 06:20
    มาอ่านสองแล้วน้าไรเตอร์ๆๆๆๆๆ:)
    #1,524
    0
  10. #1519 SuperNova (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2554 / 00:30
      TT lงสารพระเอกจะตายอยู่แล้วววว แงๆๆๆๆๆ
    #1,519
    0
  11. #1509 DeviL (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 18:25
    สาบานว่าตอนนี้ไม่รู้จะเชียร์ใครให้ได้กับนางเอกของเราแล้ว 55
    #1,509
    0
  12. #1508 lovelyGirl_P (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 17:41
    กรี๊ดดด หนุก ><
    รักไรเตอร์จัง อิอิ
    #1,508
    0
  13. #1506 Violin flower (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 07:11
    กรี๊ดขอบคุณนะค้า ไม่ว่าภาคแรกภาคสองแต่งสนุกเหมือนกันเลย สู้ๆนะค่ะไรเตอร์
    #1,506
    0
  14. #1505 SheetahG (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 05:55
     กรี๊ดด ขอบคุณไรท์เตอร์ที่มาอัพเร็ว ๆ นะคะ ชอบมาก ๆเลย
     ถึงแม้ว่ามายจะมาอ่านทีหลัง แต่ทว่า.. อ่านภาคหนึ่งรวดเดียวคืนเดียวจบเลย :)
    จนตอนนี้ต้องมานั่งรอภาคสอง แล้วก็สมหวังวันนี้ เย่ ๆ
    มาอัพต่อไว ๆ นะคะ 
    ^______________________________________^
    #1,505
    0