The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 28 : The Keyz 28 เมื่อลืมตา&ทางเลือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,781
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    3 เม.ย. 62

[28]

            สีตาของเธอ มันสวยจัง

“…”

 

         เป็นครั้งแรกที่เด็กสาวได้เห็นดวงตาลึกลับสีประหลาดตรงหน้า ตาสีแดงสดคู่โตเบิกกว้างนิดๆแล้วโค้งขึ้นเป็นพระจันทร์เสี้ยวเมื่อเจ้าตัวแย้มรอยยิ้ม ขณะที่อีกฝ่ายดูจะไม่ยินดีกับการปรากฏตัวโดยการร่วงหล่นมาทับบนตัว แถมพิจารณาใบหน้าเขาอย่างใกล้ชิดเช่นนี้

 

         ลงไปเสียงทุ้มออกคำสั่งเรียบๆ

 

         “*O*”แต่ดูเหมือนร่างเล็กๆตรงหน้าจะมัวสาละวนปนทึ่ง ชื่นชมดวงตาคมกริบจึงไม่ได้ขยับตัวไปไหน

 

         เกร๊ง..

กริชน้ำแข็งถูกเรียกมาในมือชายหนุ่ม เขาพาดอาวุธคมกริบไปที่ลำคอขาวผ่องของเด็กสาวตรงหน้า หวังเพียงขู่ให้ร่างนั่นยอมลงไป ไม่ก็ตกใจจนสลบไปทันทีเหมือนเด็กผู้หญิงหลายๆคนที่ชอบเข้ามาก่อกวนเขาที่ในที่สุดก็ต้องยอมถอยทัพกลับไป

 

โอ้โห*O*”ตาสีแดงสดใสเหลือบไปมองแท่งน้ำแข็งข้างๆ แล้วถามประโยคถัดไปที่ทำให้คนฟังรู้สึกทั้งงงทั้งทึ่ง ว้าวๆน้ำแข็ง เจ้านี่มันกินได้รึเปล่า

 

         ไม่ว่าเปล่า เจ้าหล่อนยังอ้าปากงับๆแทะๆ อาวุธน้ำแข็งอันร้ายกาจของเขาถูกสยบภาพลักษณ์ด้วยเด็กสาวตัวเล็กๆคนนึง!

 

         ในเมื่อคนบนตัวไม่ยอมขยับไปไหน แถมยังเพลิดเพลินกับกริชน้ำแข็ง ชายหนุ่มก็เลือกที่จะเป็นฝ่ายผลักร่างนั่นออกไป ก่อนจะดันตัวขึ้นเดินหนี..

 

อ้าว จะไปไหนอะเด็กสาวกระพริบตาปริบๆ มองตามร่างหนาที่เดินจากไปแล้วก็ขยับเท้าวิ่งตาม เมื่อเธอพบของเล่นที่ถูกใจ เธอก็จะไม่ปล่อยให้มันเดินหนีไปง่ายๆ

 

จะไปไหนหรอไปเที่ยวกันไหม ฉันชื่ออะความารีน เธอล่ะชื่ออะไรเด็กสาวพยายามวิ่งให้ทันขายาวๆคู่นั้น ที่ไม่หยุดชะลอเลยสักนิด

 

“…”ปากเรียวคู่นั้นไม่ขยับ มันเม้มเน้นเป็นเส้นตรง แต่ร่างบางข้างๆนั้นไม่ได้ใส่ใจ

 

วันนี้ฉันว่างเล่นทั้งวันเลย มาเล่นเป็นเพื่อนกันนะ นะๆๆ*-*”

 

“…”สายตาเย็นยะเยือกปราดมองอย่างดุๆ

 

         สองร่างจึงหยุดอยู่ที่ส่วนหย่อมใกล้ๆ ทุ่งหญ้าสีเขียวกว้างโล่ง สายลมพัดเอื่อยๆพัดเมฆให้เคลื่อนช้าๆไปในทิศทางเดียวกัน บรรยากาศเหมาะแก่การพักผ่อน เด็กชายตวัดสายตาคมเข้มสำรวจร่างบางเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า สลับกับน้ำพุที่ประดับอยู่กลางสวน ที่มีน้ำไหลต่อเนื่องฟังแล้วราวกับบทเพลงธรรมชาติ บรรเลงดนตรีกล่อม

 

         โครม..

มือหนายกขึ้นโบกเรียกน้ำในบ่อน้ำพุ ให้ซัดโครมไปยังร่างบางเล็กที่ยืนนิ่ง โดนแรงน้ำกระแทกร่างจนเซไปด้านหลัง

 

“*O*”ดวงหน้าเล็กๆฉายแววแปลกใจ ก่อนตาสีสวยสดใสจะทอประกาย ไม่ใส่ใจกับเสื้อผ้าเปียกๆของตน

 

         ปุ้ง..

มือเล็กยกขึ้นไปด้านหน้า เรียกพลุไฟเย็นเล็กๆขึ้นมาใกล้ดวงหน้าคมคาย มันแตกเป็นประกายยิบยับสวยงาม แต่เสียงของมันเรียกความรำคาญล้นจากเด็กหนุ่ม ตาสีทะเลลึกเริ่มก่อคลื่นลูกเล็ก

 

นี่เธอ!”น้ำเสียงบ่งบอกว่ากำลังไม่สบอารมณ์

คิกๆๆเสียงเล็กใสๆก็บ่งบอกว่าไม่เกรงกลัวสายตาเย็นเยียบนั้น

 

         เป็นชนวนให้เกิดสงครามย่อยๆในสวนหย่อม ร่างเด็กผู้หญิงหนีน้ำที่สาดกระจายตามมาติดๆ พร้อมเสียงหัวเราะคิกคักชอบใจ คนชอบเล่นไม่ลืมที่จะหันกลับไปส่งพลุเล็กๆสร้างความรำคาญให้กับเด็กหนุ่มอีกคนที่เผลอเป็นเพื่อนเล่นกับเจ้าหล่อนโดยไม่รู้ตัว

 

         เนิ่นนานจนเด็กทั้งสองเริ่มหมดแรง ทิ้งตัวลงบนผืนหญ้านุ่มๆ หอบเอาอากาศสดชื่นบริสุทธิ์เข้ามาเต็มปอด ศึกเล็กๆถูกพักยกชั่วคราว

 

         นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มปราดไปมองร่างข้างๆ ต้องประเมินกำลังเด็กคนนี้ใหม่ เพราะร่างเล็กๆนี้เก็บพลังเล่นสนุกได้อย่างน่าทึ่ง สามารถวิ่งไปมาได้คล่องแคล่วว่องไว ใช้เวลาไปกว่าสองชั่วโมงแต่ดูเหมือนยังมีพลังงานล้นเหลือ

 

         โฮ้ เหนื่อยจัง เหนื่อยจริงๆร่างเล็กบ่นอุบอิบขณะที่กางแขนอ้านอนแผ่หรากินพื้นที่เสียเต็มที่ ก่อนจะรับรู้ถึงสายตาที่จับจ้องมา ดวงตาสดใสคู่นั้นจึงช้อนไปสบ เล่นกับเธอสนุกจัง ไว้วันหลังจะมาเล่นด้วยอีก

 

         แล้วเจ้าตัวก็ยิ้มร่า ไม่ได้สังเกตเลยสักนิดว่าคนที่เธอสนทนาน่ะรู้สึกสนุกกับเธอด้วยรึเปล่า สายตาเย็นชาส่งไปเป็นระยะๆ แต่ถึงอย่างนั้นวันนี้มันก็ไม่ได้น่าเบื่อเสียทีเดียว

 

หวาแย่แล้ว!”ตากลมโตสีแดงสดเบิกกว้างอย่างตื่นๆ ดวงหน้าเล็กๆนั่นยุ่งขึ้นนิดๆเหมือนกำลังเจอเรื่องใหญ่ ท่านพี่บอกว่าจะมารับไปกินข้าวเย็น

 

         เธอบ่นพึมพำอะไรซักอย่างกับตนเอง ตวัดมองเขาแว๊บนึง ก่อนจะทิ้งท้าย

วันนี้ต้องไปแล้ว ขอบคุณที่มาเล่นเป็นเพื่อนนะ

 

ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็รีบยันกายขึ้น ออกวิ่งสุดแรงทั้งที่ไม่น่าจะมีแรงเหลือ ตาสีเข้มมองตามไปจนลับตา

         อะความารีน...งั้นหรอ

 

เปลือกตาหนาค่อยๆขยับนิดๆ รู้สึกหนักอึ้งไปทุกส่วน เริ่มรับรู้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นจังหวะคงที่ มือเรียวขยำผ้านวมผืนใหญ่ ประสาทสัมผัสค่อยๆกลับคืนพร้อมสติสัมปชัญญะ แพขนตาปรือขึ้นแช่มช้า  ภาพเพดานสีแดงสดสลักลายกุหลาบปรากฏสู่สายตา

 

ดวงหน้าละมุนนั่นนิ่งสงบ ตาสีแดงสดกวาดมองรอบห้องที่มีดอกกุหลาบขาวประดับตกแต่งไปทั่ว เบ่งบานราวกับต้อนรับการกลับมาของเจ้าของห้อง

 

ฉันเป็นใคร

คำถามแรกปรากฏขึ้นในใจ ห้วงความฝันนั้นเหมือนจริงจนเธอไม่แน่ใจว่าตนตื่นแล้วหรือไม่ ความสับสนงุนงงแล่นวาบเข้ามาในสมองเรียกความปวดร้าวจนต้องยกมือเล็กขึ้นมากุม แต่แล้วเมื่อมันค่อยๆประมวลผล ทุกอย่างคืนสู่ความจริง ชัดเจนแจ่มแจ้ง

 

            อะความารีน ฮีลเลอร์

เธอคือหญิงสาวคนนั้น ทายาทคนเดียวของตระกูลฮีลเลอร์ในตำนาน

 

            แต่ความรู้สึกและความทรงจำของอเมทิสต์ เด็กสาวที่พลัดหลงเข้ามาในกลุ่มเด็กพิเศษก็ไม่ได้หายไป มันบังเกิดความว้าวุ่นในใจ สับสน และเจ็บปวด

 

            ใครกันแน่อเมทิสต์ หรือ อะความารีน

ดวงหน้าหญิงสาวหม่นลง ร่างบางค่อยๆก้าวลงจากเตียงใหญ่ บรรยากาศในห้องแสนคุ้นเคยเหมือนภาพที่เธอเห็นในความฝัน ร่างนั้นก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่ จ้องมองร่างบางในกระจกที่สวมชุดเดรสยาวสีขาว ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวจรดกลางหลัง ตาสีแดงสดประกายระยับจ้องตอบกลับมา มือเล็กที่เริ่มสั่นริกๆเอื้อมไปสัมผัสกระจกเงา

 

ฉันเป็นใครมันรวดเร็วเกินกว่าจะยอมรับ สาหัสเกินกว่าหัวใจดวงเล็กๆจะแบกรับไหว เสียงหวานที่เอื้อนเอ่ยออกมาแผ่วเบานั่นฟังดูไพเราะไม่คุ้นหู เธอจากร่างนี้ไปนานเหลือเกิน

 

            พลันนัยน์ตาสีแดงก็สั่นไหววูบหนึ่ง ยกมือเรียวขึ้นมากัดฝังเขี้ยวลงไป เลือกเลือดสดๆให้ค่อยๆหลั่งทะลักออกมา

            นิ้วมือกรีดวาดไปในอากาศ ปากเรียวพึมพำภาษาโบราณรัวเร็ว ปรากฏเป็นประตูไม้สลักสีแดงลายกุหลาบ ร่างบางพาตัวเองเข้าไปในประตูนั่น ก่อนจะหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

 

 

ทำไมอาจารย์ไม่บอกผมเสียงทุ้มลึกเปรยขึ้นเย็นๆ แม้ดวงหน้าคมคายนั่นดูสงบหากแต่มีประกายไฟเล็กๆในนัยน์ตาสีแดงเพลิง

        

         เสียงถอนหายใจจากสตรีร่างเล็กดังขึ้นก่อนจะอธิบาย

ฉันไม่มีทางเลือก เพื่อความมั่นคงของแคปริคอร์น ฉันจึงจำเป็นต้องเก็บเรื่องนี้ไว้ให้เป็นความลับ น้อยคนที่สุดที่จะได้รู้เรื่องนี้

 

แต่อะความารีนเป็นคู่หมั้นของผม ผมมีสิทธิ์จะรู้เรื่องความเป็นความตายของเธอเสียงเย็นกระซิบเรียบ

 

ถ้าหากฉันบอกเธอตาสีชาอ่อนปราดมองไปอย่างปรามๆ ปากเรียวขยับพูด เธอจะยอมปล่อยให้อะความารีนใช้ชีวิตของนักเรียนปกติคนหนึ่ง อยู่นอกรั้วนั่นอย่างนั้นหรือ

 

         แพทริกซ์ชะงัก ก่อนจะข่มอารมณ์โกรธไว้ในใจ

หากเขารู้ว่าเธอยังไม่ตาย เขาก็คงทำทุกวิถีทางให้เธอกลับมายืนข้างๆ

 

         บุรุษผู้ใช้เวทย์ไฟเริ่มสงบ ก่อนจะเปรยประโยคถัดไปด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยเช่นเคย

แล้วที่ท่านใช้ร่างอะความารีนเป็นอาวุธให้แคปริคอร์น ไม่ทราบว่าท่านออกัส และท่านเนเฟิลไนล์ทราบหรือไม่

 

แน่นอนพวกเขารู้เสียงหวานตอบแทบจะทันที พวกเขายินดีมอบร่างกายลูกสาวเพื่อความมั่นคงของแคปริคอร์น

 

หึความมั่นคงแห่งแคปริคอร์น?”ร่างหนาทวนคำสูง เลิกคิ้วน้อยๆขณะที่ในใจเริ่มร้อนรุ่ม เด็กคนนั้นถูกใช้เป็นภาชนะบรรจุพลัง เป็นเพียงอาวุธที่ใช้ต่อต้านโทรปิคอร์น นี่หรือที่เป็นเหตุผลที่ทำให้อะความารีนต้องเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้

 

ฉันเข้าใจความรู้สึกเธอดี แพทริกซ์

 

ไม่หรอก ท่านไม่เข้าใจผม

 

“…”

 

เพราะถ้าท่านเข้าใจ ท่านจะไม่มีวันทำแบบนี้กับอะความารีนคนรักของผม

 

            ร่างหนาก้าวเท้าฉับมุ่งตรงไปยังหอพักธาตุไฟ ดวงหน้าหล่อเหลาสงบเรียบเฉย ตาสีโลหิตฉายแววดุดันทรงพลัง ทำให้นักเรียนที่ยืนขวางทางต่างก็ขยับถอยจนชิดกำแพงทั้งสองข้าง เปิดทางให้ร่างนั้นก้าวผ่านอย่างเร็วปานลมกรด

 

            ริมฝีปากเรียวเม้มแน่น ดวงหน้าเกร็งจนเครียด เมื่อนึกทบทวนเรื่องราวที่รับรู้ผ่านท่านอาจารย์ใหญ่ที่ปิดบังเขาเรื่องความเป็นความตาย ปล่อยให้เขาจมอยู่กับไฟแค้นอยู่เป็นปี

 

            ดวงหน้านั้นดูผ่อนคลายลงเมื่อเห็นประตูไม้สลักลายกุหลาบ เพียงแค่นั้นความโกรธก็ถูกแทนที่ด้วยความสุขล้น แปรเปลี่ยนเป็นความปิติยินดี ตาสีแดงสั่นน้อยๆฉายแววอาลัยอาวรณ์ ก่อนที่ร่างหนาจะค่อยๆก้าวผ่านบานประตู..

 

            แต่แล้ว ร่างบางที่แสนคิดถึงนั้นไม่ได้อยู่บนเตียง มือหนาสัมผัสรอยอุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่บนที่ที่เคยมีคนนอนก่อนหน้านี้ ตาคมเข้มตวัดมองกระจกเงาข้างเตียง กลิ่นไอเวทย์หายไปจากตรงนั้น

           

            มีดสั้นเล็กๆถูกเรียกมาในมือ ก่อนจะกรีดลงบนฝ่ามือหนาอย่างฉับไว

ประตูไม้สีดำปรากฏขึ้น จิตรำลึกถึงร่างที่จากไปในจุดเดียวกัน ตาสีแดงเพลิงหลุบต่ำก่อนจะปล่อยคลื่นพลังจิตออกตามหาใครบางคน ที่คงกำลังหนีความจริง

            เจ้าแมวน้อยตัวนั้นคงกำลังแตกตื่นตกใจ

 

 

            ในห้องนั่งเล่นกว้าง ปรากฏเป็นภาพเหล่านักเรียนหกคนพักผ่อนตามอิริยาบถ บรรยากาศรอบห้องดูตึงเครียดเพราะไม่มีใครเปิดบทสนทนา แม้แต่คนที่พูดมากที่สุดยังเงียบ นิ่ง พยายามทวนเรื่องราวต่างๆที่ได้รับฟังจากบุรุษฉายาเจ้าชายเย็นชา ที่ยอมเปิดปากเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง หลังจากที่ทุกคนพยายามรีดเค้นความจริงอยู่พักใหญ่

 

โอเค มันฟังดูตลกมาก ไหนบอกมาสิว่า นายล้อเล่น?”ตาสีฟ้าเทาสั่นระริก จับจ้องไปยังดวงหน้าคมคาย ที่ยังคงรักษาสีหน้าเยือกเย็นได้สมฉายา ทั้งที่รู้คำตอบในใจอยู่แล้วว่าคนตรงหน้าเคยพูดล้อเล่นที่ไหน

 

มันกลายเป็นอย่างนี้ได้ยังไงมารีอาเปรยสมทบ ร่างบางสมส่วนที่ครองโซฟาเดี่ยวขยับนิดๆ ทั้งที่ดวงหน้ายังครุ่นคิด แสดงว่าสองปีที่แล้ว อะความารีนยังไม่ตาย แล้วทำไมพวกเขาต้องปกปิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้

 

บางทีนี่อาจเป็นการเมืองชายหนุ่มผมสีทองที่นั่งถัดไปกล่าวเนิบๆ ทั้งที่นั่งไกวห้างจิบน้ำชาสบายๆหากแต่ในใจกลับคิดหนัก ได้ยินว่าโทรปิคอร์นกำลังเคลื่อนไหว

 

หมายถึงสงครามระหว่างแคปริคอร์นกับโทรปิคอร์นหรือการ์มี?”ไนท์สาวเอ่ยถาม

 

เป็นไปได้ มันต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างแน่ๆ ว้า ชาร์ลีนของเรากลายเป็นพวกเราตั้งแต่แรกซะแล้วราล์ฟเฟขัดขึ้นก่อนที่บุรุษอีกคนจะให้คำตอบ เล่นเอาคนโดนแย่งซีนตวัดสายตาค้อนขวับ

 

แพทตี้ เธอเห็นอะไรไหมมารีอาลุกขึ้นไปนั่งโซฟายาว ที่มีร่างเล็กของฮีลเลอร์สาวนั่งอยู่ก่อนแล้ว นัยน์ตาสีฟ้าดูเลื่อนลอยเพราะเธอกำลังถอดจิต

 

เห็น..”คำตอบจากปากเล็กได้รูปทำเอาคนในห้องมีการเคลื่อนไหว มารวมอยู่ที่โซฟายาวเพื่อรอฟังเธอปลอดภัยดี

 

เฮ้อ…”เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกดังขึ้นในห้อง และแล้วความเงียบก็โรยตัวช้าๆ ก่อนที่จะมีใครพูดอะไร แพทตี้ก็เปรยประโยคถัดไปเรียบเรื่อย

 

เธอหนีไปแล้ว

 

ว่าไงนะ?”

 

อะความารีน เธอหนีไปจากโรงเรียนแล้ว ดวงจิตเธอไม่ได้อยู่ที่นี่

 

            สิ้นเสียงหวานใส คนในห้องหันมามองหน้ากัน โดยที่ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนหันหน้าไปยังบุรุษที่นั่งนิ่ง สีหน้าสงบเรียบเฉย ถึงจะถูกสายตาทุกคู่จับจ้องก็ตาม

 

ทรอนซ์นายพอจะรู้ไหมว่ามีที่ไหนที่ชาร์อะความารีนจะไปได้มารีอาเป็นคนเปิดประเด็น ขณะที่ราล์ฟพยักหน้าสมทบ

 

ใช่ มีแต่นายคนเดียวที่รู้ว่าชาร์อะความารีนอยู่ที่ไหน

 

ฉันไม่รู้ตาสีน้ำเงินเข้มไร้อารมณ์ เยือกเย็น ไม่อาจเข้าถึง

 

เธอคงตกใจมากแน่ๆ หลังตื่นขึ้นมากลับกลายเป็นอีกคน ดีไม่ดีคิดสั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้นะราล์ฟแสร้งเป็นพ่นลมหายใจออกทางจมูก ส่งซิกแนลไปทางมารีอาที่ยืนงงๆไม่เก๊ท ขณะที่การ์มีบังเอิญเห็นสัญญาณก็รีบเปรยต่อ

 

นั่นสิ บางทีอาจไม่ต้องการชีวิต ถึงกับจะฆ่าตัวตายหรือเปล่าไม่รู้เนอะ น่าสงสารจริงๆ เป็นฉันฉันก็รับไม่ได้หรอกเจออย่างงี้

 

            ได้ผล…?

ดวงหน้าเย็นชาเริ่มจะเกร็งขึ้นเล็กน้อย ทุกคนกำลังรออย่างตั้งใจ  

ทุกคนในที่นี้ต่างรู้ดี ว่าจุดอ่อนสำคัญของเจ้าชายน้ำแข็งนั้นคืออะไร เขาพ่ายแพ้ให้กับอะไร

 

เฮ้อฉันหวังว่าเธอจะปลอดภัยดีอยู่นะตอนนี้คนทะเล้นเปรยทิ้งท้าย เหลือบมองเสี้ยวหน้าของเพื่อนที่นั่งเก๊กทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่มือหนานั้นกำแน่นจนจิกเข้าไปในเนื้อ เจ้าตัวดียิ้มพรายอย่างชื่นชมผลงานตนเอง

 

 

            สองข้างทางเต็มไปด้วยฝูงชนเดินสวนกันไปมาโดยไม่กระทบกระทั่ง ถนนสายเดี่ยวที่ทอดยาวจนสุดตาเป็นสถานที่ที่มีร้านอาหาร ร้านขนม สีสันสวยงามประดับข้างทาง เรียกความสนใจจากผู้คนที่เดินผ่าน เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กบ่งบอกถึงความนิยมเป็นอย่างดี

 

            แต่แล้วเมื่อร่างบางในชุดเดรสขาวเดินกรีดกรายปะปนกับผู้คน ผิวขาวผ่องบริสุทธิ์เรียกความสนใจจากผู้พบเห็น นัยน์ตาสีแดงสดตัดกับเนื้อผิวดูมีเสน่ห์ ริมฝีปากอวบอิ่มแดงเรื่อเม้มเน้นสนิท ดวงหน้าละมุนฉายแววงุนงงวูบหนึ่งเมื่อสังเกตว่าตนกลายเป็นจุดสนใจ

 

            เจ้าหล่อนเหลือบมองร้านสายไหมที่ตั้งเด่นอยู่ด้านข้าง เนิ่นนาน ตาคู่สวยสั่นริกๆประกอบกับน้ำตาที่คลอหน่วง เป็นภาพที่งดงามชวนเวทนาสำหรับผู้ที่ถูกตรึงสายตาไว้โดยรอบ

 

อยากได้หรือ เดี๋ยวซื้อให้นะร่างท้วมของสตรีวัยกลางคนผู้หลงมนตร์เสน่ห์ของหญิงสาวตรงหน้า ก้าวเท้าออกมาเสนอตัวเพราะคิดว่าคนตรงหน้าคงอยากได้ แต่ไม่มีเงิน

 

            อะความารีนพยักหน้าน้อยๆ ความรู้สึกสะเทือนใจอัดแน่นเต็มอก ทำให้เธอไม่อาจกลั้นหยดน้ำตาที่หลั่งออกมาไม่ขาดสาย ในหัวกำลังบังเกิดภาพบุรุษผู้หนึ่งที่ยื่นขนมมาให้ สีหน้าแม้ดูเรียบเฉยแต่การกระทำมันขัดกันชัดเจน วินาทีนั้นเธอมีความสุขมากแต่ตอนนี้

 

            ความสับสนงุนงงแล่นวาบเข้ามา ความรู้สึกที่มันตีกันจนแทบระเบิด

เธอเลือกที่จะหยุดความคิด ข่มอารมณ์เจ็บปวดลึก ความสงบเยือกเย็นจะทำให้คิดอะไรต่างๆได้ง่ายขึ้น

 

            หลังกล่าวขอบคุณสตรีร่างท้วมตรงหน้าพร้อมรับขนมสายไหมไว้ในมือ เธอก็พาร่างออกจากกลุ่มคนที่ตีเป็นวงล้อม ถนนสายนี้เป็นที่ที่เปรียบเสมือนเขตแดนที่กั้นระหว่างผู้ใช้เวทย์และมนุษย์ธรรมดา ในจำนวนคนเหล่านี้มีพวกเขาปะปนกันบ้างประปราย อะความารีนก้มลงกัดขนมฟูฟ่องในมือ เธอสัมผัสได้ถึงไอเวทย์หลากหลายชนิดคละคลุ้งไปทั่ว

 

            ผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านนั้นเป็นผู้ใช้เวทย์ธาตุดิน ผู้หญิงที่หยุดซื้อผลไม้นั่นมีกลิ่นธาตุน้ำ ชายแก่ที่เปิดร้านขายของเล่นนั่นธาตุลม

            เธอกวาดตามองรอบๆพบกับความแปลกประหลาด ความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย เพราะการที่แค่ปรายตามองก็รู้ถึงพลัง เป็นความสามารถที่เธอเพิ่งค้นพบ?

 

            ฉับพลัน ไอทะมึนสีดำมืดปรากฏขึ้นด้านหลังไม่ไกลนัก รังสีแห่งการเข่นฆ่า

หญิงสาวไม่ได้หันกลับไปมอง พลังในกายแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอเลือกที่จะก้าวเดินต่อไปราวกับไม่รับรู้ถึงคณะผู้คนที่เดินตามมาติดๆ โดยปราศจากเสียงฝีเท้า

 

            ร่างบางในชุดเดรสขาวเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เมื่อพ้นเขตถนนที่มีคนพลุกพล่าน หล่อนก็เลี้ยวขวับเข้าไปในซอยเปลี่ยว ไร้ผู้คนเดินวุ่นวาย ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดทอเข้ามา เงาอีกหลายสายพุ่งตามมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปราดเข้าไปขวางหน้าเด็กสาว ที่หยุดกึกมองดูผู้มาเยือนด้วยดวงตาสงบ

 

อะความารีน ฮีลเลอร์เสียงเย็นเยียบเปรยขึ้นจากบุรุษที่ยืนขวางหน้าเธอไว้ เขามีดวงตาดำขลับ ที่แทบจะมองไม่เห็นตาขาว เมื่อขยับปากพูดก็ปรากฏให้เห็นเขี้ยวยาววิบวับ บ่งบอกถึงความเป็นอมนุษย์

 

พวกเจ้าต้องการอะไรเสียงหวานไพเราะน่าฟัง แต่แฝงพลังประหลาด พลังที่ลอยกรุ่นๆมาจากกายหญิงสาวทำให้ผู้ล้อมร่างนั้นไว้พากันขยับถอย

 

มันเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นสินะ แคปริคอร์นได้สร้างอาวุธที่สมบูรณ์แบบเพื่อทำลายล้างพวกเราเจ้าพวกโง่เขลาน้ำเสียงเยาะๆดังขึ้นจากด้านหลัง ตามมาด้วยเสียงหัวเราะครืน ทำให้เด็กสาวจับสัมผัสได้ว่ายังมีร่างและพลังแบบนี้ยืนล้อมเธออยู่ประมาณ 5-6 ร่าง

 

พวกเราอมนุษย์มีจำนวนมากกว่าพวกมันหลายเท่า มันคงกำลังกลัวจนตัวสั่น ถึงกับคิดว่าแค่หญิงสาวคนหนึ่งจะกวาดล้างพวกเราได้เสียงเปรยๆดูถูกสาดโครมเข้าไป ทำให้ร่างที่อยู่ในวงล้อมเริ่มขยับตัวนิดๆอย่างระวังภัย

 

ทั้งที่ตบตาพวกเรามานาน แต่กลับปล่อยให้อาวุธมาเดินเพ่นพ่านคนเดียวแบบนี้ จะดูถูกกันไปหน่อยล่ะมั้ง

 

            สิ้นเสียง บุรุษตรงหน้าก็แยกเขี้ยววับวาม ก่อนจะพุ่งประชิดตัวชาร์จร่างเล็กๆ แล้วผลักไปไกลจนติดกำแพง มือหนาบีบรัดลำคอระหง ตาสีดำมืดดูดุร้ายประดุจนักล่า

 

โทรปิคอร์นเสียงเล็กๆเอ่ยขึ้นอย่างฝืนๆ ดวงหน้าละมุนฉายชัดถึงความเจ็บปวดที่ได้รับ พวกเราไม่จำเป็นต้องสู้กันเรา สามารถอยู่กันอย่างสันติได้

 

            หลังจากริมฝีปากอวบอิ่มขยับคำพูดจนจบประโยค อมนุษย์ที่รายล้อมก็พากันหัวเราะเสียงดังลั่น ราวกับหญิงสาวได้เล่าเรื่องตลกที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาให้ได้รับฟัง

 

หล่อนโง่เง่าสิ้นดี นี่หรืออาวุธอันร้ายกาจ หรือแคปริคอร์นจะมีแผน?”บุรุษที่จับกุมร่างบางไว้ยังไม่ยอมคลายมือ แม้ดวงหน้าคนตรงหน้าจะเริ่มเขียวคล้ำ ตาสีดำหรี่ลงอย่างจับพิรุธ แต่สิ่งได้ได้ตอบกลับจากนัยน์ตาสีแดงสดคู่นั้นคือ ความจริงใจเปิดเผย

 

            แม้จะตกอยู่ในเงื้อมมือพญามาร หล่อนยังสามารถมีแววตาโชนแสงได้อีกหรือ

บังเกิดคำถามขึ้นในใจ แต่แล้วเสียงร้องจากพรรคพวกก็เร่งให้เขาดำเนินการภารกิจที่เขาได้รับ

 

สังหารอาวุธนั่นซะ

 

            ดวงตาสีดำทมิฬกลับมาลุกโชนเป็นประกาย มือข้างหนึ่งง้างออก กรงเล็บยาวยืดออกมาเป็นอาวุธคมกริบ นิ้วมือขยับเล็กน้อย ก่อนจะตวัดมือลงหวังปลิดชีพ!

 

            กึก..

มือที่สังหารนั้นไม่ขยับ มันถูกพันธนาการด้วยแรงที่มองไม่เห็น

 

            พรรคพวกด้านหลังดูท่าจะสังเกตเห็นความผิดปกติ สายตาทุกคู่สอดส่องออกไปโดยรอบอย่างระวังภัย หากแต่ไร้การเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต

 

            ตาสีดำขลับหันกลับมาสบกับนัยน์ตาสีแดงคู่สด

ดวงหน้าละมุนนั่นดูสงบ เยือกเย็น ความกดดันประหลาดแผ่ออกมาคลุมทับบรรยากาศ

 

กลับไปซะปากอวบอิ่มเผยอขึ้นเป็นคำพูด ดวงตาแน่วแน่เอาจริง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพลังเมื่อครู่นี่มาจากไหน ทั้งที่ร่างบางเล็กไม่ได้ขยับเสียด้วยซ้ำ!

 

ฆ่ามัน ฆ่ามันสิ!”เสียงจากข้างหลังเร่งให้เขาลงมือ แต่..

 

ทำไม่ได้เสียงเครียดเปรยขึ้นเนิบๆ กรงเล็บที่อยู่ในมือยังคงค้างกลางอากาศ มือที่บีบรัดลำคอคลายลงจนปล่อยให้ห้อยลงข้างลำตัว

 

“…”หญิงสาวกวาดสายตามองร่างทั้งหกที่ยืนเบียดกันในซอยแคบ พวกเขาส่งเสียงขู่คำรามออกมาตามสัญชาติญาณ อะความารีนเอียงคอนิดๆก่อนจะเปรย แวมไพร์ หรอ?”

 

            ไม่มีเสียงใดกล้ายืนยันคำตอบ พวกมันส่งสัญญาณในภาษาลับ อมนุษย์หกตนพุ่งทะยานขึ้นฟ้าก่อนจะดิ่งลงไปพุ่งเป้าโจมตีที่หญิงสาวคนเดียวที่ยืนอยู่ด้านล่าง!

 

            ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

เกร๊ง

 

         เสียงของการโจมตีดังขึ้นติดๆกัน ตามมาด้วยร่างทั้งหกที่ชะงักกลางอากาศเนื่องจากถูกน้ำแข็งห่อหุ้ม ส่งผลให้ก้อนน้ำแข็งหกก้อนตกกระทบพื้นไปตามๆกัน

 

            กลิ่นอายที่เคยคุ้นเรียกเลือดให้สูบฉีดหัวใจ ดวงหน้าละมุนที่เคยสงบกลับฉายรอยตื่นเต้น ตาสีแดงสดคู่โตกวาดมองหาแหล่งพลัง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างสูงหนาของบุรุษคนหนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่บริเวณต้นซอย

 

            แม้ไม่สามารถมองเห็นใบหน้า เพราะเงาจากตัวตึกทิ้งดิ่งลงมาทามทับร่างนั่นพอดี แต่เค้าโครงร่างหนาที่เคยคุ้นนั้น เธอรู้จักดี

 

ทรอนซ์…”เสียงหวานไพเราะดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ คนถูกเรียกขยับตัวน้อยๆเมื่อเห็นร่างนั้นเริ่มก้าวเดินตรงมา นั่นนายหรอ

 

            นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มสะท้อนเงาร่างบางในชุดเดรสขาว แสงจันทร์ที่สาดทอลงมาขับเน้นให้ดวงหน้าเล็กๆนั้นดูน่ารักจับใจ ตาสีแดงสดเป็นประกายยิ่งกว่าหมู่ดาวบนฟ้า

มองดูพอแล้ว เห็นว่าเธอปลอดภัย แค่นั้นก็พอ

แม้จะอยากพิสูจน์ด้วยการดึงร่างบางนั่นเข้ามากอด แต่เขารู้ดี ว่าเขาทำแบบนั้นไม่ได้อีกต่อไป

            สาวน้อยตรงหน้า กลายเป็นอะความารีน ทายาทคนสำคัญของตระกูลฮีลเลอร์

ไม่ใช่หญิงสาวนามอเมทิสต์ ที่บอกรักเขาในวันนั้น ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป

 

นายจะไปไหนเสียงหวานเล็กเอ่ยท้วงทันทีที่เห็นร่างหนานั้นพลิกตัวกลับ แม้เท้าทั้งสองจะหยุดเดินตามคำเรียกของเธอ แต่เธอสามารถมองเห็นเพียงแค่แผ่นหลังกว้างของเขาเท่านั้น เพราะเจ้าตัวไม่ยอมหันกลับมาสบตาด้วย

 

“…”รับรู้ได้ถึงความเหินห่าง อะความารีนรู้สึกชาในใจ นายปลอดภัยดีใช่ไหม

 

            เสียงหวานสั่นเครือทำเอาร่างหนารู้สึกสะท้านกับลมหนาวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ปากเรียวยังคงเม้มเน้น หัวสมองพยายามสั่งให้เดินต่อไป แต่เสียงหวานนั้นกลับมีอำนาจมากกว่า สั่งเขาให้หยุด ฟังเสียงของเธอให้ชัดๆ

 

อย่าคิดว่าชีวิตไม่สำคัญ อย่าคิดว่าไม่สมควรมีชีวิตอยู่น้ำเสียงฟังดูเจือความเศร้า และสะเทือนใจ แม้อยากจะต่อประโยคถัดไป แต่เธอก็ไม่กล้าริมฝีปากเผยอเหมือนจะพูด แต่ก็กลับเอาคำเหล่านั้นเก็บไว้ในใจเงียบๆ

 

            เพราะชีวิตของนายสำคัญมากกับใครบางคน

ไม่มีสิทธิ์พูดอย่างนั้น เส้นบางๆที่ขวางกั้นระหว่างคนสองคนเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ แม้ร่างจะยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว แต่ทางความรู้สึกนั้นดูเหมือนเส้นขนานที่ไม่มีวันจะบรรจบ ตาสีแดงสดสะท้อนวูบตามอารมณ์

 

“…”ท่าทีของบุรุษตรงหน้าไม่ได้เปลี่ยนไป เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมา

 

ทรอนซีราเสียงหวานเล็กเรียกขึ้นอีกครั้ง พร้อมเสียงสะอื้นนิดๆชวนให้ใจหุ้มน้ำแข็งของใครบางคนเริ่มหลอมละลาย

 

            ตาสีทะเลลึกสั่นน้อยๆ ก่อนจะกลั้นใจหันกลับไปมองสบกับดวงตาสีแดงคู่สวยที่ทอดมองมาก่อน ตาคู่เดิมนั้นเบิกกว้างนิดๆอย่างแตกตื่นระคนดีใจ น้ำตาคลอหน่วง

            สองสายตาประสานกันเงียบๆ ท่ามกลางความมืดและลมหนาว

มีแต่ดวงจันทร์และหมู่ดาว ที่จะรู้ว่าแท้จริงแล้ว ทั้งคู่รู้สึกอย่างไร

 

มารีน่าเสียงทุ้มลึกดังขึ้นถัดจากบุรุษร่างหนาทางด้านหลัง ตาสีแดงสดจึงเบือนไปมอง

 

ท่านพี่…”เมื่อเห็นว่าร่างหนาอันคุ้นเคยปรากฏขึ้น ความรู้สึกคิดถึงทำให้เธอออกตัววิ่ง ผ่านร่างใครบางคนที่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ไปยังร่างบุรุษอีกคนที่ฉายชัดในความทรงจำของอะความารีน

 

            ร่างหนากว่าก้มตัวลงมารับร่างบางเข้าไปแนบกอด นัยน์ตาสีโลหิตพลันอ่อนโยนเมื่อหูสดับฟังถึงคำที่เธอใช้เรียก

ท่านพี่งั้นหรอแสดงว่าคนในอ้อมอกคืออะความารีนตัวจริงสินะ

 

พี่ขอโทษที่ทำร้ายเธอ มารีน่า เธอเจ็บมากไหมเสียงทุ้มลึกกระซิบแผ่วอย่างอาวรณ์ ความรัก ความคิดถึง ห่วงหาอาทร ถูกส่งผ่านจากตาคมกริบคู่นั้น

 

            หญิงสาวส่ายหน้าน้อยๆทั้งที่น้ำตาไหลไม่ขาดสาย

แพทริกซ์เบือนสายตาจากภาพอันน่ารัก ไปยังบุรุษอีกคนผู้มายืนเป็นพยานเหตุการณ์ ตาสีแดงพลันเปลี่ยนเป็นคุกรุ่นด้วยแรงโทสะ

 

“…”สีหน้าเรียบสงบ พร้อมกับมาดเย็นชาสมฉายาเจ้าชายน้ำแข็ง นั่นทำให้แพทริกซ์วางใจไม่ลง

 

            แต่กระนั้นเขาเลือกที่จะคว้าความสุขตรงหน้าไว้ก่อน เนิ่นนานเหลือเกินที่เขาเฝ้ารอวันที่ได้กอดร่างอุ่นๆ รับรู้ถึงเสียงหัวใจคนในอ้อมกอดที่เต้นและมีชีวิต พลันสายตาเหลือบเห็นลำคอระหงที่มีรอยช้ำเป็นจ้ำ ตาลุกโชนอย่างแรงกล้า ก่อนจะตวัดสายตามองร่างที่กองอยู่กับพื้น ลำดับเหตุการณ์ในสมองแล้วตัดสินว่า โทษนี้ใครสมควรได้รับ

 

โทรปิคอร์นเสียงทุ้มเย็นเยียบเปรยเบาๆ ในตามีไฟลูกเล็กลอยกรุ่นเตรียมปะทุ เมื่ออะความารีนเห็นเช่นนั้นก็รีบดึงแขนเอาไว้

 

ท่านพี่ อย่าทำร้ายพวกเขาเสียงหวานเล็กฟังดูตื่นตระหนก เพราะสัมผัสถึงพลังที่รีดเค้นในกายบุรุษตรงหน้า ปล่อยพวกเขาไปนะคะ

 

            เมื่อได้ยินหญิงสาวอันเป็นที่รักพูดขอร้องวิงวอน เปลวไฟที่กองสุมในใจก็ดับมอดลง เขากุมมือเล็กๆนั่นไว้ก่อนจะดึงร่างนั้นพากลับไปยังที่ที่ปลอดภัย

 

            ทรอนซีรามองร่างทั้งสองที่เดินไปไกลจนลับตา ตาคมเข้มตวัดไปมองร่างทั้งหกที่ถูกแช่แข็งไว้อย่างนั้น แต่เขาย่อมรู้ดีว่านี่เป็นเพียงพันธนาการด้านร่างกาย แม้ขยับตัวไม่ได้แต่พวกเขาย่อมรับรู้ ได้ยิน และมองเห็น

 

ดังนั้นเสียงต่อไปจึงออกคำสั่ง ชัดถ้อยชัดคำ

อย่าคิดแตะต้องอะความารีน ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

 

            ตาสีน้ำเงินเข้มโชนแสงด้วยแรงโทสะวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเป็นนิ่งสงบเช่นเดิม

 

 

            ฉันคืออะความารีน ฮีลเลอร์

ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ ไม่อาจหลีกหนี

           

            เมื่อก้าวพ้นขอบประตูทะลุมิติของท่านพี่ เหมือนกับว่าฉันได้ก้าวสู่โลกแห่งความจริง ภาพเด็กนักเรียนจำนวนมากในชุดพิธีการ ยืนเรียงแถวตรง นิ่งราวกับรอคอย ท่ามกลางความมืด อากาศหนาวแบบนี้ พวกเขามายืนทำอะไรกัน?

 

            เมื่อเท้าสัมผัสกับพื้นหญ้า กลิ่นอายคุ้นเคยของบริเวณหน้าปราสาทอันมีทะเลสาบรายล้อม กลุ่มนักเรียนก็ยอบเข้าลงข้างหนึ่ง ค้อมศีรษะน้อยๆ ทำเอาฉันถึงกับอึ้งจนเดินถอยหลังไปชนกับร่างหนาที่ก้าวตามมาติดๆ

 

ไม่ต้องตกใจอะความารีน พวกเขาแค่มาต้อนรับเธอเสียงสตรีผู้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม พลังลมในตัวหล่อนฉันมองเห็นมันชัดเจน กระทั่งคำนวณได้เลยว่าพลังที่ผ่านกล่องควบคุมเวทย์นั้นมีความเร็วเท่าไหร่ในหนึ่งวินาที

 

หญิงสาวผู้นี้ คืออะความารีน คนรักของฉันท่านพี่ที่มาหยุดยืนข้างๆ กล่าวเนิบๆพร้อมหันมายิ้มให้ฉัน ฉันขอประกาศให้อะความารีน ฮีลเลอร์ ขึ้นมาเป็นควีนแห่งแคปริคอร์น

 

            เสียงทุ้มลึกประกาศลั่น ดังชัดถ้อยชัดคำ

สิ้นเสียงประกาศ กลุ่มนักเรียนก็ยันกายขึ้นพร้อมปรบมือส่งเสียงยินดี สีหน้าดูงุนงงปนมีความสุข

 

            ท่านพี่ยอบเข่าลงข้างหนึ่ง ทำให้ฉันร้องออกมาอย่างตกใจ

จะทำอะไรน่ะท่านพี่

 

            เขาไม่ตอบ เพียงแต่ยิ้มอ่อนโยน แล้วดึงมือของฉันเข้าไปกุม

ต่อมา ดวงหน้าคมคายนั้นโน้มลง ประทับจุมพิตอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวล ที่หลังมือของฉัน

 

            ฉันชะงักเล็กน้อยแต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวใจกำลังเต้นแรง หน้าร้อนซู่

การกระทำของท่านพี่อ่อนโยนเสมอ ไม่เคยทำให้เสียใจ มีแต่ฉันที่เป็นฝ่ายทิ้งเขาไปเมื่อสองปีก่อน

           

หัวใจของอะความารีน เป็นของท่านพี่เพียงคนเดียว ฉันมั่นใจในข้อนี้ เพราะแม้กระทั่งตอนที่ไม่เหลือความทรงจำ ความรู้สึกที่ว่าเป็นของเขา ความรู้สึกลึกซึ้งเมื่อได้ใกล้ชิด เหล่านั้นเป็นเพราะหัวใจที่มั่นคงต่อท่านพี่แพทริกซ์ ของอะความารีน

            แต่แล้วหัวใจของอเมทิสต์ กลับเป็นของ

 

            รู้สึกถึงสายตาทรงพลังที่ทอดมองมา ฉันค่อยๆหันไปสบ กับนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่เคยคุ้น

ข้างกายเขามีร่างบางเล็ก ของหญิงสาวที่เคยเป็นอดีตคนรักของเขา

 

            การตัดสินใจของฉัน

ไม่ว่าจะเป็นอเมทิสต์ หรืออะความารีน ดูเหมือนไม่มีทางเลือกแล้ว

 

            ฉันยอบตัวลงตรงหน้าท่านพี่ สีหน้าเขาพลันอ่อนโยนขึ้น มองสบไปยังนัยน์ตาคมเข้มที่ไม่ว่าจะมองยังไงก็รู้ว่าคนตรงหน้า รักฉันมากขนาดไหน สังเกตได้จากสายตาที่เขามองฉัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันกลับเป็นฝ่ายทำร้ายเขา ทรยศต่อเขา ปล่อยให้เขาอยู่อย่างโดดเดี่ยว

 

ท่านพี่ฉันเอ่ยเรียกเบาๆ ร่างหนาตรงหน้าเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ แล้วรอคอย

 

            ฉันสูดหายใจเข้าเต็มปอด มีคำตอบในใจไว้อยู่แล้ว

หนทางที่ฉันเลือกแม้ปลายทางจะต้องเจอกับอะไร ฉันจะไม่เสียใจ

ในเมื่อชะตากรรมกลับเล่นตลกแบบนี้ ก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นไป?

 

มารีน่าจะไม่จากท่านพี่ไปไหนอีกแล้วฉันเปล่งเสียงให้คำสัญญา ดังชัดทั่วถึง ตามด้วยโผเข้าหาร่างหนาตรงหน้าที่ยิ้มให้อย่างนุ่มนวล ก้มประทับรอยจูบทามทับริมฝีปากเรียวอย่างถือสิทธิ์

 

            อดไม่ได้ที่จะตวัดสายตามองบุรุษอีกคน

ดวงหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มไม่สะท้อนอารมณ์ใดใด

 

            เกราะน้ำแข็งของเขา หนาเช่นเคยไม่มีใครล่วงล้ำเข้าไปถึงได้

ฉันหวังว่า คนที่ยืนข้างนาย จะสามารถทำลายกำแพงนั้นเข้าไปได้

ทำให้นายมีความสุข ทำให้นายยิ้มและหัวเราะ

 ช้อกกี้พิงค์ช่วยยืนข้างๆเขา อย่าทำให้เขาเจ็บปวด

 

            ฉันหลุบตาลงต่ำ รับรสจูบที่หวานล้ำ แต่หัวใจกลับรู้สึกชา

ใช่แล้วทรอนซ์เราต่างมีคนของเราอยู่แล้ว

นายมีผู้หญิงที่รักนายสุดหัวใจ

ฉันมีคนที่รักและปกป้องฉันที่สุดทั้งชีวิต

            ฉันไม่อาจทำให้เขาเสียใจได้อีก

 

            เรื่องของเรา มันควรจบลงตรงนี้จบไว้แค่นี้

 

To Be Con.

 

Writer: อีกไม่นานจะจบภาค1แล้วค่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้ รู้สึกติดขัดตรงไหนหรือสับสนอะไร ฝากบอกหน่อยเน้อ

บอกตามตรงว่าไม่เคยแต่งนิยายเรื่องไหนยาวเท่านี้มาก่อน._. ไม่มีความมั่นใจเลยย

            ขอบคุณทุกท่านที่ตามอ่าน ทั้งนักอ่านเงาและมีตัวตน ^_______^

 

   

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #2374 XIN49 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 15:22
    ไม่ทรอนซ์ต้องเปนพระเอกสิ
    #2,374
    0
  2. #2356 0952576548 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 11:39
    สงสารทรอนอ่า ฮือๆๆๆๆๆ
    #2,356
    1
    • #2356-1 บาบิQ(จากตอนที่ 28)
      23 ตุลาคม 2559 / 10:17
      ขอบคุณสำหรับเม้นค่า
      #2356-1
  3. #2311 kanato akuma (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 22:22
    ;-; เจ้บ...
    #2,311
    1
  4. #2261 Ticha 'Ppalaloy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 13:15
    เอาอะเมทริสกลับมาาาาส????????
    #2,261
    1
    • #2261-1 บาบิQ(จากตอนที่ 28)
      17 เมษายน 2559 / 16:06
      โอ้ อ่านเร็วมากๆ ขอบคุณสำหรับเม้นค่ะ
      #2261-1
  5. #2029 muay25110626 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 17:41
    ใครเป็นพระเอกเนี้ย เชียทรอนซ์//ลุ้นๆ????????
    #2,029
    1
    • #2029-1 บาบิQ(จากตอนที่ 28)
      2 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:14
      ติดตามนะคะ><
      #2029-1
  6. #2019 Dddd (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 15:26
    T_____________T
    #2,019
    0
  7. #1646 นางฟ้าบลูม (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 มกราคม 2555 / 18:51
    ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆเศร้าอ่ะ น้ำตาไหลเลย(TT_TT)
    #1,646
    0
  8. #1630 SheetahG (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 มกราคม 2555 / 04:49
     สงสารทรอนซ์มากอะ แงๆ
    #1,630
    0
  9. #1563 e_noo@beamnoi (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 14:25
     พลิกร็อกอย่างแรงส์

    มัยเรื่อมันกับตารปัตอย่างนี้อ่ะ
    #1,563
    0
  10. #1468 คนดีนิสัย13 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 17:16
    อยากร้องไห้อะ T T ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ เรื่องมันจะเป็นไงต่อไปอะ 
    ไรเตอร์มาอัพนะ อัพๆ สู้ๆ
    #1,468
    0
  11. #1460 SheetahG (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 10:35
     เค้าจะเอาทรอนซื ๆๆๆๆๆ
    #1,460
    0
  12. #1387 seadragonpanso (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2554 / 18:34
    ทรอนซ์นายต้องเป็นพระเอกสิ
    #1,387
    0
  13. #1385 เมมฟิส (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2554 / 10:08
    ทำไมเป็นแบบนี้อ่ะ ไรเตอร์จ๋า  ทุกอย่างกำลังไปได้สวย   แต่ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้ เศร้าจัง  น่าสงสารทั้งอเมทิสต์ น่าสงสารทั้งทรอนซ์  ทั้งอเมทิสต์และทรอนซ์ต่างก็รักกัน  แต่ต้องปิดบังความรู้สึก  จนต้องเจ็บปวดและเสียใจทั้งคู่แบบนี้ไม่ดีเลยอ่ะ  มารีอาและราล์ฟรีบช่วยที้งคู่ด่วน   ให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจและก็เปิดใจ   จะได้กลับมารักกันเหมือนเดิมไวๆ   มารีอาและราล์ฟรีบช่วยด่วนเลยน่ะ  ด่วนมากจนถึงด่วนที่สุดเลยล่ะ  ไม่อยากให้ทั้งอเมทิสต์และทรอนซ์ต้องเจ็บปวดและเสียใจเลยค่ะ 
    #1,385
    0
  14. #1380 [P]a[t] (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 11:35

    T^T สงสารทรอน
    มากเลย

    #1,380
    0
  15. #1379 Violin flower (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 21:12
    ดราม่ามากไรเตอร์ สงสารทรอนอ่ะ ฮือ
    #1,379
    0
  16. #1378 `Toey :)☆` (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 17:43
     ง่าดราม่าน้ำตาไหลเลยไรเตอร์แงๆๆๆๆๆๆ  ไม่ไหวๆๆๆๆ  เศร้าาา T^T
    #1,378
    0
  17. #1377 lovelyGirl_P (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 17:13
    ง่ะ T^T เศร้า
    สงสารทรอนอ่า TT^TT
    อัพไวไวนะคะ เป็นกำลังใจให้จ้า
    #1,377
    0
  18. #1376 Spicule (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 15:21
    โอ้พอแต่งอย่างนี้ก้ออยากให้ทรอนเปงพะเอก
    เเต่ก้อสงสานแพทิกอะ
    รักสองคนเลย
    #1,376
    0