The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 27 : The Keyz 27 เบื้องหลังนัยน์ตาสีม่วงอเมทิสต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,962
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    3 เม.ย. 62

[27]

ราล์ฟเฟ และ การ์มี เดอะ โพรเทกเตอร์ ไม่สามารถแข่งขันต่อได้ ออกจากการแข่งขัน

 

         เสียงพิธีกรสนามประกาศต่อหน้าเครื่องขยายเสียง ดังกึกก้องได้ยินชัดเจนทั่วถึง แม้จะมีเสียงคร่ำครวญของหญิงสาวคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมา บรรยากาศยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีก รายการนักดาบปะทะกันที่หยุดชะงักชั่วคราวเมื่อครู่ก็หันกลับมาฟาดฟันกันต่อ เกมรับเกมรุกดูจะดุเดือดขึ้นมาก

 

ไอ้บ้านั่นไนท์สาวพึมพำเบาๆ เพียรข่มอารมณ์ที่แปรปรวนข้างใน ขณะที่มือบางยังกำดาบใหญ่ไม่เหมาะกับตัวเอาไว้แน่น บอกไม่ให้หาเรื่อง

 

เป็นห่วงมันน่ะสิโซลแขวะ ยกดาบขึ้นรับอย่างคล่องแคล่ว แล้วพลิกตัวจิ้มดาบเข้าไปกลางลำตัวคู่ต่อสู้ที่กระโดดหลบได้พลิ้ว คมดาบจึงสัมผัสได้เพียงอากาศ

 

ใครจะไปโง่เป็นห่วงมันมารีอาแย้งเสียงแข็ง ตาวาววับแล้วออกแรงกดอาวุธคู่ต่อสู้ที่ดูจะเสียเปรียบด้านขนาด มันบาดข่วนเข้าไปในเนื้ออัศวินหนุ่มจนเรียกเลือดซิบ

 

ผู้หญิงชายหนุ่มพ่นลมหายใจทางจมูกอย่างขุ่นเคือง สีหน้าเบื่อโลก ไม่ใส่ใจกับแผลที่ต้นแขน มาตัดสินให้รู้เรื่องเลยดีกว่า

 

            สิ้นคำประกาศจากบุรุษขี้เบื่อ เขารักษาระยะห่างจากอัศวินสาวที่ดูไม่สมเป็นสตรีเลยสักนิด ตาสีชาอ่อนฉายแววมุ่งมั่น ดาบใหญ่ถูกกำแน่นแล้วสะบัดไปด้านข้างทีหนึ่งอย่างรับคำท้า

 

            ฉึก! โฉะ!

เลือดสดๆหลั่งทะลัก พริบตาเดียวที่ร่างทั้งสองพุ่งเข้าหากัน มันรวดเร็วจนไม่ทันสังเกตว่าใครออกดาบก่อนใคร แต่ผลการต่อสู้มันต่อจากนี้

 

            ร่างบางโอนเอนเล็กน้อยก่อนจะทรุดลงพร้อมปักดาบใหญ่ไว้ข้างตัว หายใจหอบระริน เปลือกตาปิดลงอย่างแช่มช้า ขณะที่มือกุมปากแผลที่หน้าท้อง

 

หึโซลตวัดสายตากลับไปมอง แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะยอบเข่าลงข้างนึง

           

เลือดไหลทะลักจากอก พาดเฉียงตั้งแต่ลำคอ

อัศวินหนุ่มเหลือบมองดวงหน้าซีดเซียวของคู่ต่อสู้ ก่อนจะหมดสติไปเพราะเสียเลือดไปมากเกินขีดจำกัด  

 

            ร่างทั้งสองหายวับไปพร้อมกัน ทิ้งไว้เพียงคราบเลือดสดๆไว้ให้ดูต่างหน้า

 

มารีอา และ โซล เดอะ ไนท์ ไม่สามารถแข่งขันต่อได้ ออกจากการแข่งขันเสียงประกาศจากผู้ดำเนินรายการ ทำให้เกมยิ่งตึงเครียด สองโพรเทกเตอร์ สองไนท์ บาดเจ็บจนไม่สามารถแข่งขันต่อได้ ไม่มีคนบุก ไม่มีคนป้องกัน ทั้งสองฝ่ายต่างเหลือเพียงปริ๊นซ์ และ ฮีลเลอร์

 

            ในใจทุกคนกำลังลุ้นระทึกกับเหตุการณ์ต่อไป

ศึกที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงแพทริกซ์ VS ทรอนซีรา

 

ราล์ฟเฟ มารีอา…”ปากอวบอิ่มพึมพำซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนเสียสติ ตาสีม่วงช้ำจากการร้องไห้แม้น้ำตาจะเหือดแห้งไปแล้วก็ตาม สีหน้าหม่นหมองรับอารมณ์สลดของผู้เป็นเจ้าของ ที่ใครๆเห็นแล้วต่างก็ใจไม่ดีตาม

 

“…”นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มตวัดสายตาไปมองร่างบางด้านหลังที่ดูเหมือนไม่สามารถควบคุมสติตัวเองได้แล้ว ไม่ใช่ว่าหล่อนเป็นคนขวัญอ่อน บางคนถ้าได้เห็นภาพเหตุการณ์รุนแรงเมื่อครู่อาจตกใจจนสลบไปแล้ว แต่หล่อนกลับยืนหยัดเผชิญหน้าทั้งที่ใจปวดร้าว

 

            นั่นทำให้ทรอนซ์อยากจะจบเกมนี้โดยเร็วที่สุด

 

ถอยไปเขาออกคำสั่งสั้นๆด้วยน้ำเสียงทรงพลัง เมื่อพบว่าร่างข้างหลังไม่ทำตามก็ยกมือขึ้นซัดวูบ เสกเกราะเวทย์ขึ้นมาพร้อมดันร่างบางนั่นให้หลบไปอีกทาง

 

            มันเป็นการกระทำที่แรงและเร็ว จนคนที่ตกอยู่ในเกราะตั้งตัวไม่ติด ร่างบางนั่นโดนซัดวูบออกไปด้านข้าง แต่ไม่ได้รับการบาดเจ็บแต่อย่างใด

 

ทำอะไรของนายน่ะทรอนซีรา!”เสียงหวานกรีดร้องดังมาจากข้างในเขตคุ้มกัน มือเล็กๆพยายามจะผลักเกราะน้ำแข็งนั่นออกแม้ว่ามันจะไม่มีผลก็ตาม

 

            ยังไงก็ต้องขังเอาไว้ก่อน

ทรอนซ์สรุปในใจ ก่อนจะเบือนหน้าไปเผชิญกับแพทริกซ์ซึ่งอยู่ไกลออกไปลิบ โดยไม่ใส่ใจคำประท้วงของใครบางคน

 

ปล่อยฉันออกไป ปล่อยนะ!!”

 

 

            ยังชอบทำตัวเป็นฮีโร่เหมือนเดิมเสียงเปรยเย็นๆดังมาจากบุรุษฝั่งตรงข้าม ตาสีแดงฉานโดดเด่นฉายวาบ

 

“…”

 

แต่จริงๆแล้ว แกมันฆาตรกร

 

“…”

 

แกฆ่าคนรักของฉัน…”ปากเรียวแสยะยิ้มเหี้ยม ลูกไฟลอยอยู่เหนือฝ่ามือ ลุกโชนรับอารมณ์แค้นของบุรุษผู้ใช้ไฟ ไม่มีวันที่ฉันจะให้อภัย ไม่มีวัน!”

 

            ทรอนซ์หลุบตาลงต่ำ คำพูดต่อว่าสาดโครมเข้ามาชวนให้ร่างสะท้าน น้ำแข็งที่เกาะในใจนั้นรู้สึกเย็นจนชา คำครหานั้นไม่ได้กล่าวคำเท็จมันเป็นความจริงที่ยากจะยอมรับ

 

เมื่อสองปีที่แล้วในการประลองรอบชิงชนะเลิศประเภททีม

มันเกิดเหตุการณ์คล้ายๆแบบนี้ หนึ่งฮีลเลอร์ หนึ่งปริ๊นซ์ โดยที่ช้อกกี้พิงค์ยังคงเป็นฮีลเลอร์ในฝ่ายเขา ส่วนอะความารีน คนรักของแพทริกซ์เป็นฮีลเลอร์ฝ่ายตรงข้าม

 

            สถานการณ์เริ่มชุลมุน พวกเขาปะทะเวทย์กันไม่ยั้ง เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง ขณะที่ร่างกายเริ่มอ่อนล้าเต็มทน เขาหวังจะจบเกมโดยเร็วที่สุด เพราะทางฮีลเลอร์ฝ่ายเขาเองก็ใกล้สิ้นพลัง ร่างนั่นสั่นสะท้าน หัวใจเต้นช้า และกำลังจะตาย

 

            มันไม่มีทางเลือกอื่น เขาได้เล็งจุดที่ต่ำกว่าจุดสำคัญกลางอกของปริ๊นซ์ฝ่ายตรงข้าม แต่แล้ว

            เมื่อกริชเงินพุ่งออกไป ร่างบางเล็กของอะความารีนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า หล่อนกางแขนอ้ารับคมดาบแทนคนรัก ด้วยดวงตาแน่วแน่สายตาที่เขาไม่มีวันลืม

 

            ตำแหน่งสังหารจึงผิดเพี้ยนไป ร่างนั้นถูกคมกริชเสียบเข้ากลางอก กล่องควบคุมเวทย์แตกเป็นเสี่ยงๆ ลมหายใจสุดท้ายของหญิงสาวจบตั้งแต่วินาทีนั้น

 

            นั่นเป็นเหตุที่แพทริกซ์เกลียดชัง เคียดแค้นเขา มาจนถึงตอนนี้

 

ทรอนซ์ข่มอารมณ์หม่นหมอง หลังจากที่ความคิดไหลย้อนกลับไปทบทวนความจำร้ายๆ วันที่เขาพลั้งมือคร่าชีวิตคน ชีวิตของเขาเหมือนถูกสาปให้เกิดมาเพื่อทำลายคนรอบข้าง นั่นเป็นสาเหตุที่เขาเกลียดตัวเองยิ่งกว่าสิ่งใดบนโลก

 

ทรอนซ์…”เสียงสั่นเครือดังมาจากข้างในเกราะเวทย์ที่รับฟังเรื่องราว เห็นความเจ็บปวดจากนัยน์ตาสีทะเลลึก แต่ก็จนคำพูด หัวสมองว่างเปล่ามองดูเขาที่ยืนโดดเดี่ยว เสี้ยวหน้าของเขาแม้ยังคงสงบเรียบเฉย ทำไมจะไม่รู้ว่ามันซ่อนความปวดร้าวมากเพียงใด

 

แกสมควรตาย ทรอนซีรามัจจุราชไฟประกาศเสียงกร้าว ดวงหน้าหล่อเหลาเกร็งจนเครียด ไอร้อนลอยจากร่างกรุ่นๆ เหมือนน้ำมันที่เตรียมพร้อมจะเปลี่ยนเป็นระเบิดทุกเมื่อถ้ามีประกายไฟจุดชนวน

 

ชีวิตของฉันเสียงเรียบดังขึ้นจากปากเรียวที่นิ่งไปนาน ตาสีทะเลลึกทอประกายกล้า พร้อมพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “…ฉันไม่เคยต้องการ

 

คำทิ้งท้ายที่กลืนเสียงทุกลมหายใจ ตาคมกริบฉายชัดถึงแววเอาจริง ร่างสูงหนาของเจ้าชายน้ำแข็งยืนนิ่งอยู่ตรงกลางเขตแดน ดวงหน้าราวรูปสลักนั่นนิ่งเฉยไร้อารมณ์

 

ไอ้งี่เง่า!!”เสียงด่าทอแหวขึ้นมาจากเกราะเวทย์ สายตาทุกคู่เบือนไปมองฮีลเลอร์สาว ไม่แน่ใจว่าใครคือคนที่ถูกด่า นายจะบ้าไปแล้วหรอ!! นายเสียสติไปแล้วหรือไง!!?”

 

คนถูกด่าไม่แม้แต่จะหันไปมอง ร่างนั่นยืนนิ่งราวกับไม่รับรู้

 

อย่าอย่าคิดบ้าๆเสียงหวานดังสะท้าน สั่นเครือแผ่วปลาย ตาสีม่วงอเมทิสต์เบิกกว้างแทบจะถลน มองไปยังคนที่ประกาศว่าไม่ต้องการชีวิตตนอีกต่อไป

 

            ไอร้อนพวยพุ่งออกจากร่างผู้ใช้เวทย์ไฟ แสงสีแดงสาดจ้าพุ่งขึ้นท้องฟ้า ทะลุหลังคาจนพังยับ ท้องฟ้าสดใสกำลังถูกย้อมเป็นสีเลือด เมฆทะมึนครึ้มลอยบดบังแสงอาทิตย์ เปลี่ยนสภาพจากกลางวันเป็นกลางคืน

 

            มัจจุราชกำลังทวงคืน

ชีวิตที่ต้องแลกด้วยชีวิต

 

            ตาสีแดงฉานเรืองแสงขึ้นท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงสลัวพอให้เห็นเพียงโครงร่างลางๆ ของร่างหนาสองร่างที่เผชิญหน้าเข้าหากัน

 

            ตึก ตึก ตึก ..

ราชาแห่งไฟนรกย่างสามขุมไปยังเหยื่อที่ยืนเป็นเป้านิ่ง จนหยุดอยู่ที่ระยะห่างพอควร ปากเรียวแสยะยิ้มเหี้ยม

 

ฉันเฝ้ารอวันนี้มาสองปีเต็มเสียงทุ้มลึกเปรยเนิบๆ ขณะที่คันธนูไฟค่อยๆปรากฏขึ้นข้างๆกายอย่างช้าๆ เปลวเพลิงจากอาวุธโหมกระหน่ำพอๆกับลูกไฟเล็กๆในดวงตาคมกริบ

 

            ไม่มีใครกล้าขยับตัว บางคนทนความกดดันไม่ได้ หมดสติล้มพับลงไป ขณะที่คนส่วนใหญ่ยังคงนั่งเกร็งหายใจไม่ทั่วท้อง

            ตามกติกา ในเมื่อผู้เข้าแข่งขันไม่ประกาศยอมแพ้ ผู้ใช้เวทย์ที่คุมสนามไม่มีสิทธิ์เรียกตัวออกไป ไม่ว่าจะกรณีใดใด

 

            หรือนี่จะเป็น วินาทีชีวิตสุดท้ายของเจ้าชายน้ำแข็ง?

 

อย่า!!”เสียงหวานแหลมสูงกรีดร้อง พาร่างเล็กวิ่งตรงมาฉุดแขนข้างหนึ่งของแพทริกซ์ไว้ ตาสีฟ้าฉายรอยตื่นตระหนกชัดเจน

 

            วูบ..

มือหนาสะบัดวูบไร้ความปราณี ร่างบางปลิวลอยไปด้านหลัง เจ็บจนไม่สามารถลุกขึ้นได้อีก

 

 

            ตึกๆตึกๆ

รับรู้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นและมีชีวิต

ภาพตรงหน้ามันชวนคุ้นเคยประหลาด ความรู้สึกนี่ด้วย

ความรู้สึกกดดัน อึดอัด หวาดกลัว ตื่นตระหนก

 

            เลือดในกายพลันร้อนวูบ สัญชาติญาณกำลังเรียกร้อง ตาสีม่วงอเมทิสต์มองผ่านเกราะน้ำแข็ง ไปยังร่างทั้งสอง คนนึงง้างคันธนูเตรียมสังหาร ขณะที่อีกคนยืนเป็นเป้านิ่งไม่ขยับ

 

            ทรอนซีราทรอนซีรา

เสียงร่ำร้องในใจเปล่งเป็นชื่อของเขาคนนั้น ผู้ที่เข้ามาเป็นเจ้าของ และกำลังจะจากไปอย่างไร้เยื่อใย

 

            นายทิ้งฉัน นายกำลังจะทิ้งฉันตลอดไป

ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ พลังร้อนแทรกผ่านเกราะน้ำแข็งจนละลายหลอมเป็นน้ำ นัยน์ตาสีม่วงอเมทิสต์แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด เสียงหัวใจเต้นเร็วและแรงสูบฉีดเลี้ยงพลังในกาย

 

ตายซะสิ้นเสียงประกาศจากราชามัจจุราชแห่งไฟนรกโลกันต์ ธนูไฟพุ่งตรงเข้าไปยังเป้าหมายอย่างแม่นยำ จุดสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตของผู้ใช้เวทย์ บริเวณกลางอกอันเป็นศูนย์รวมของพลังชีวิต..

 

            ฉึก..

คมธนูแทรกเข้าไปในเนื้อ ปักแน่นกลางอก

 

            นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มเบิกกว้าง เลือดจำนวนมากกระเซ็นออกมาจนเปรอะหน้า แววตาที่ไม่เคยกลัวกลับฉายชัด ถึงความกลัวจนถึงสุดขั้วหัวใจ

 

ชาร์ลีนตาสีแดงลุกโชน ขณะที่จับจ้องไปยังร่างบางที่ต้องคมธนู ด้วยความเร็วที่มองไม่ทันร่างนั่นแทรกเข้ามาบดบังวิถีธนู แต่ที่แปลกยิ่งกว่านั้น

 

            นัยน์ตาสีโลหิตอันแสนคุ้น สะท้อนวูบจากร่างบาง แทนที่จะเป็นสีม่วงอเมทิสต์!!?

 

ชาร์ลีนเสียงทุ้มจากบุรุษอีกคนเปรยขึ้นพร้อมรับร่างที่เซถลามาไว้ในอ้อมอก ไฟที่ลามเลียบนลูกธนูนั่นดับมอดลงไปเหลือไว้เพียงบาดแผลที่มันทิ้งไว้กับเจ้าของร่าง เธออเมทิสต์

 

            คนถูกเรียกชื่อเป็นครั้งแรกปรือตาขึ้นมาอย่างแช่มช้า จับจ้องดวงหน้าคมคายที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบ นัยน์ตาสีทะเลลึกที่แสนคิดถึง ขณะนี้สะท้อนอารมณ์หลากหลาย ไม่ได้หลบซ่อนความรู้สึกข้างใน

 

ทำแบบนี้ทำไม ทำไม!!ผู้ที่เคยควบคุมอารมณ์ได้ดีตวาดลั่น เสียงสั่นน้อยๆอย่างยากจะควบคุมอีกต่อไป บางทีมันอาจจะควบคุมไม่ได้มานานแล้ว นับตั้งแต่วันที่สาวน้อยคนนี้ปรากฎตัวขึ้นมาอยู่ใกล้ๆ

 

..ทรอนซ์ปากอวบอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อย แต่แล้วก็พูดต่อไม่ได้เนื่องจากเลือดจำนวนมากพุ่งออกมาแทนคำพูดมากมายที่อยากบอก ข้อความเหล่านั้นจึงถูกส่งทอดแค่เพียงทางสายตา

 

            นัยน์ตาสีแดงสดสั่นริกๆ ประสานกับตาสีเข้ม ที่สั่นวูบไม่ต่างกัน

เธอจะตายไม่ได้ ได้ยินไหมร่างหนาออกคำสั่ง ความสามารถในการควบคุมถูกทำลายยับ เขาดึงร่างบางเข้ามากอด

 

            บุรุษผู้ไม่เคยกลัวตายผู้ที่เห็นว่าความตาย เป็นสุดยอดของความปรารถนาทั้งชีวิต

บัดนี้กำลังหลั่งน้ำตาเงียบๆ ให้กับความตาย ที่ตนประกาศว่าไม่หวั่นเกรง

น้ำแข็งในใจค่อยๆสลาย เผยให้เห็นความอ่อนแอ เบื้องหลังเกราะน้ำแข็งที่ใช้กันผู้อื่นไม่ให้เข้ามา

 

            ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่เขาอนุญาติให้ใครบางคนหลุดเข้าไป ถือสิทธิ์จารึกรอยอุ่น ลบความโดดเดี่ยวอ้างว้าง แทนที่ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ?

 

ทรอนซีราเสียงหวานทรงพลังดังขึ้นข้างๆ แต่เจ้าของชื่อกลับไม่ใส่ใจ สองมือยังกอดร่างเย็นๆไร้วิญญาณของหญิงสาว พยายามมอบความอบอุ่นแก่ร่างนั่นให้มากที่สุด

 

ฉันหนาวอะหนาวมากๆๆๆ

หึ” “เธอคิดจะให้ฉันทำอะไร

กอด..”

หืม?”

กอดฉันสิ อุ่นดี

 

            กอดอยู่เธอรู้สึกไหม

อุ่นขึ้นไหมหายหนาวหรือยัง

 

            ร่างหนากระชับร่างบางแน่นขึ้นอีก น้ำอุ่นๆไหลผ่านแก้ม ตาสีทะเลลึกหลุบลงต่ำ หวนรำลึกถึงความทรงจำในอดีต รอยยิ้มที่สดใสร่าเริง ภาพที่ใครบางคนกลิ้งตัวไปมาใต้เบาะนุ่ม ดวงหน้าละมุนใต้แสงจันทร์ที่แสดงอาการขวยเขินหลังจากที่สารภาพความรู้สึกกับเขา

 

 

ทรอนซีรา ปล่อยร่างนั่นเดี๋ยวนี้ร่างบางเล็กของอาจารย์ใหญ่เหยียดตรง ตาสีชาอ่อนใต้กรอบแว่นสีทองฉายรอยเครียด ปากเล็กเม้มแน่น ก่อนจะเอื้อมไปแตะไหล่คนที่ดูจะควบคุมตัวเองไม่ได้เบาๆ

 

ให้ฉันจัดการเสียงหวานออกคำสั่ง ผ่านไปชั่วอึดใจ ร่างหนานั่นคลายกอด แล้วมองดวงหน้าไร้สีเลือดเงียบๆ

 

มันหมายความว่ายังไงแพทริกซ์เปรยขึ้นเบาๆ สีหน้าฉายชัดถึงความตระหนกสุดขีด อาจารย์พอจะอธิบายได้ไหมครับ ว่าทำไมเรื่องมันถึงเป็นแบบนี้ได้!!”

 

            แสงสีทองอร่ามอาบไล้ทั่วทั้งร่างบางไร้วิญญาณ ปากแผลถูกเชื่อมกันจนปิดสนิท มือเล็กของสตรีผู้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่บรรจงอุ้มร่างที่ขนาดพอกันไว้ในอ้อมอก

 

ฉันจะอธิบายให้เธอฟังอย่างละเอียด แพทริกซ์น้ำเสียงแฝงอำนาจน่าเกรงขาม ทำให้บุรุษที่เริ่มบันดาลโทสะข่มอารมณ์ไว้ในใจ

 

หมายความว่ายังไงคะช้อกกี้พิงค์ดันร่างตัวเองขึ้นมา หลังจากเรียกสติกลับมาได้จากภาพสลดเมื่อครู่ ไม่ใช่ว่าเธอสัมผัสพลังลึกลับนั่นไม่ได้ เมื่อกี้เมื่อกี้มัน

 

            กลิ่นอายของธาตุไฟบริสุทธิ์ ที่แล่นพล่านในร่างชาร์ลีน กับความเร็วนรก ที่พุ่งปราดเข้ามาทันรับคมธนูนั่น

 

“…”ร่างบางของสตรีผู้สูงศักดิ์นิ่งเงียบไม่ให้คำตอบ เหล่านักเวทย์ห้าถึงหกคนวิ่งตรงเข้ามารับร่างที่อยู่ในอ้อมอก ก่อนจะเปรยทิ้งท้ายฉันมีเหตุผลของฉัน แพทริกซ์ ทรอนซีรา ฉันต้องขอโทษพวกเธอด้วย แล้วฉันจะอธิบายทุกอย่าง

 

            ร่างบุรุษผู้ครองตาสีเพลิงสั่นสะท้านเกินควบคุม เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ข้างๆบุรุษอีกคนที่ยังนั่งนิ่งแม้ในใจจะมีคำตอบที่ตรงกันแล้ว

 

ชาร์ลีนคืออะความารีนทรอนซีรากระซิบแผ่ว ทั้งที่ตาทั้งคู่ยังฉายรอยเจ็บปวดลึก พวกเขาหลอกเรา

 

            ใช่สัญลักษณ์ตระกูลฮีลเลอร์รูปดอกกุหลาบที่ไหล่ขวาบนร่างชาร์ลีนที่เขาเห็นในวันนั้น

หลังจากเขาได้สืบค้นประวัติแล้ว มีคนที่มีสัญลักษณ์นี้ติดตัว คือ เซอร์ ออกัส ฮีลเลอร์,มาดาม เนเฟิลไนล์ ฮีลเลอร์ และ ทายาทคนเดียวของคนทั้งสอง อะความารีน ฮีลเลอร์ หญิงสาวที่เขาเข้าใจว่าได้พลั้งมือสังหารไปเมื่อสองปีก่อน หญิงสาวที่เป็นคนรักของแพทริกซ์..

 

            พิงค์ยกมือขึ้นปิดปาก ตาสีฟ้าเบิกกว้างอย่างอึ้งๆ เธอส่ายหน้าน้อยๆอย่างไม่อยากเชื่อ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป อีกทั้งยังผู้หญิงคนนั้นเธอไม่ได้ดูเข้มแข็ง ไม่ได้มีพละกำลังเหนือใคร แต่ความกล้าหาญและจิตใจของเธอทำด้วยอะไร ถึงได้ยอมกระทั่งสละชีวิตตนเองเพื่อคนที่รัก ถึงสองครั้ง?

 

หึหึหึฮ่าๆๆเสียงหัวเราะดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศขุ่นๆ น้ำเสียงนั้นดูเศร้ายิ่งกว่ายินดี กลายเป็นฉันเองที่ทำร้ายคนที่ฉันรักงั้นสินะ

 

            นัยน์ตาสีแดงสะท้อนความเจ็บปวดลึก หัวใจเหมือนถูกสับออกเป็นชิ้น ทรมานยิ่งกว่าการรอคอยวันล้างแค้นด้วยน้ำมือเขาเอง เขาฆ่าคนที่ตัวเองรักและถนอมที่สุดในชีวิต

 

ท่านพี่ๆ

หืม

พรุ่งนี้วันอะไรเอ่ย?^O^”

อืมม วันอาทิตย์

ผิด-3-”

วันหยุดของมารีน่าจัง^^”

ไม่ใช่ๆ- -;”

                 เหลือบมองดวงหน้าเล็กที่ดูงอง้ำขึ้นเนื่องจากได้รับคำตอบที่ไม่ถูกใจ เขาจึงต้องหัวเราะออกมาอย่างยอมแพ้

 

โอเค งั้นบอกมาซิวันอะไร

เฮ้อ…”เสียงถอนหายใจยาวดังมาจากเด็กน้อย ตามมาด้วยสายตาค้อนขวับวงใหญ่ เล่นเอา ท่านพี่รู้สึกผิดเต็มประตู

วันเกิดครบรอบอายุ7ขวบของมารีน่า ท่านพี่ลืมอีกแล้วนะ!”

เอ่อนั่นเป็นเพราะพี่ยุ่งๆกับการเตรียมเข้าโรงเรียนน่ะ พี่ขอโทษ

โรงเรียน!!”เด็กน้อยเบิกตากว้าง ตาสีแดงสดสะท้อนวูบแล้วหม่นแสงลง

ทำไมล่ะ มารีน่าไม่ชอบโรงเรียนหรอ

ป่าวไม่ใช่เด็กน้อยถอนหายใจยาว ก่อนจะสารภาพความในใจอย่างจริงใจ ไร้เดียงสา และตรงไปตรงมาที่สุด ท่านพี่ไปโรงเรียน ก็ไม่มีเวลามาหามารีน่า อีกเดี๋ยวต้องลืมแน่ๆเลย

         นัยน์ตาสีโลหิตของเด็กชายที่อายุห่างจากเด็กน้อยเพียงสองปีสั่นไหวนิดๆ ทอดมองร่างเล็กตรงหน้าอย่างนึกเอ็นดู อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นลูบขยี้ผมสีน้ำตาลอ่อนนั่นเบาๆ

จะลืมได้ยังไง มารีน่าจังเป็นคู่หมั้นของพี่ เดี๋ยวโตขึ้นอีกนิดก็ได้ไปโรงเรียนด้วยกันแล้ว

จริงนะ*-*”

จริงสิ

ว่าแต่คู่หมั้นคืออะไรคะ

อืมไว้โตขึ้นเดี๋ยวก็รู้เองพอเหลือบมองดวงหน้าเล็กๆที่ทำแก้มป่องสีหน้าขัดใจ เขาก็ต้องกลั้นขำก่อนจะต่อ รู้ไว้แค่ว่ามารีน่าจังเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตพี่ก็พอ

 

            คนที่สำคัญที่สุดในชีวิต

อะความารีน ที่มีชื่อเล่นน่ารักๆว่า มารีน่า

เธอที่เป็นทุกอย่าง เป็นลมหายใจ เป็นน้องสาวและคนรัก

 

 

            โต๊ะไม้ตัวยาวห้อมล้อมไปด้วยกลุ่มคนราวๆ5-6คน บุคคลสำคัญที่ดำรงตำแหน่งสำคัญใน สภาความมั่นคงแห่งแคปริคอร์น ประชุมกันเงียบๆ เนิ่นนาน เสียงโต้แย้ง เสนอข้อคิดเห็นดำเนินต่อไปเรื่อย โดยผู้ที่นั่งอยู่ด้านในสุดของหัวโต๊ะ นั่งนิ่งสงบประสานมือทั้งสองเข้าหากัน ตาสีชาอ่อนใต้กรอบแว่นสีทองนั้นไม่แสดงอารมณ์ใดใด

 

เด็กนั่นสำคัญแค่ไหนคุณก็น่าจะรู้ ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงปล่อยให้ร่างนั้นบอบช้ำถึงขนาดนี้

 

คุณเองก็จบการศึกษาจากที่นี่ ก็น่าจะรู้ดีว่านี่เป็นกฎ ระหว่างการแข่งขันจะไม่มีคนนอกเข้าไปยุ่ง..”

 

แล้วยังไงล่ะ เด็กนั่นเกือบตายเชียวนะ หากเรารั้งวิญญาณเอาไว้ไม่ได้ ฉันอยากจะรู้ว่าใครจะรับผิดชอบต่อความมั่นคงของแคปริคอร์น

 

            เสียงโต้แย้งสิ้นสุดลง ความเงียบเข้าปกคลุมกับคำถามที่ทำให้ทุกคนต่างจมดิ่งในห้วงความคิด สายตาทุกคู่จึงเพ่งไปยังสตรีร่างเล็กผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในโรงเรียนอย่างขอความเห็น

 

            มือเล็กๆยกขึ้นขยับกรอบแว่นตา แล้วเปรยเนิบๆ

เด็กนั่นยังไม่ตายร่างบางว่าพลางยักไหล่ พลางเลิกคิ้วขึ้นไม่ต้องมีใครรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น

 

หึ ให้ตายสิ ตอนแรกก็ลบความทรงจำ ซ่อนพลังภายใต้นัยน์ตาสีม่วง ต่อมาปล่อยให้ร่างนั่นไปเหยียบโทรปิคอร์นถึงที่ แล้วยังจะการประลองนี่อีก ผมไม่เข้าใจท่านจริงๆท่านนิมฟอริด้า ในใจท่านคิดยังไงกันแน่

 

            เสียงบุรุษในชุดคลุมสีดำยาวกล่าวเสียงเครียด เรียกตาสีชาอ่อนไปสบ

 

ท่านจะบอกว่าข้องใจกับแผนซ่อนตัวของฉันหรือ ท่านวิลเลี่ยม?”น้ำเสียงนั้นทรงอำนาจ น่าเกรงขาม

 

ไม่ใช่อย่างนั้น..”

 

การที่ฉันต้องปิดบังฐานะที่แท้จริงของอะความารีน เป็นเพราะความปลอดภัยของตัวเธอเองปากเรียวเริ่มขยับชี้แจงประเด็น น้ำเสียงอ่อนลงลดความกดดันไปมาก โทรปิคอร์นกำลังเคลื่อนไหว เรื่องนี้จึงเป็นความลับสุดยอด แม้แต่แพทริกซ์ฉันก็ไม่ได้บอกเขา

 

เมื่อลืมตาขึ้นมา เด็กนั่นจะกลายเป็นอาวุธให้เรา พลังดิน น้ำ ลม ไฟ จะหลอมรวมอยู่ในร่างเดียว ทีนี้การควบคุมโทรปิคอร์น ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

 

มันกำลังจะเริ่มสินะสงครามระหว่างแคปริคอร์นและโทรปิคอร์นที่ไม่มีวันสิ้นสุด

 

            ใช่สงครามที่เพิ่งจะเริ่มต้น และไม่มีหนทางสิ้นสุด

ความหวังทั้งหมดของแคปริคอร์น ถูกฝากไว้กับหญิงสาวเพียงคนเดียว

 

 

            หมอกขาวบางโรยตัวลงมาปกคลุมทั่วท้องหญ้า เด็กสาววัย5ขวบกำลังกลิ้งตัวไปมาบนพื้นหญ้านุ่มนิ่ม ดวงหน้ากลมเล็กน่ารักรับกับตาสีแดงสดคู่โต ดูจะเพลิดเพลินกับเหล่าดอกไม้ ผีเสื้อ แมลงปอ และสัตว์เล็กๆอีกมากมายที่แค่มีปีกและลวดลายก็ทำให้คนตัวเล็กตื่นเต้นได้

 

         พลันสายตาก็ไปสะดุดกับดอกไม้เล็กๆสีขาว ที่ชูก้านขึ้นมาอวดความงดงามของกลีบดอก มีผีเสื้อน้อยใหญ่มาตอมดม

 

         เด็กน้อยขยับยิ้มพราย ก่อนจะวิ่งตรงเข้าไปนั่งยองๆ ชื่นชมความงามของมันใกล้ๆ มือเล็กๆเอื้อมไปหยิบก้านดอก บังเกิดความลังเลในใจ ก่อนจะปล่อยมือออกอย่างนึกเสียดาย

 

ไม่อยากได้มันแล้วหรอเสียงเด็กผู้ชายดังขึ้นข้างๆทำให้ร่างเล็กที่ทรงตัวไม่ค่อยอยู่นั้นล้มหงายตึงไปทันใด

 

เธอเป็นใครเสียงใสถามห้วนๆ ดวงหน้าไร้เดียงสาฉายรอยฉงนสงสัย เพราะจำไม่ได้ว่าเคยพบเห็นเด็กชายที่สูงกว่าเธอนิดหน่อยตรงหน้านี่เมื่อไหร่

 

ฉันชื่อแพทริกซ์ เธอคืออะความารีนใช่ไหม

 

รู้ได้ยังไงO_O”ตาสีแดงสดเบิกกว้างอย่างตื่นๆ เมื่อเด็กชายแปลกหน้าเอ่ยนามของตนอย่างถูกต้อง แล้วทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้าเนิบๆ เธอเป็นเพื่อนท่านพ่อหรอ ทำไมตัวเล็กจัง

 

         คำถามที่เล่นเอาคนถูกถามชะงัก กระพริบตาปริบๆ มองคนตัวเล็กกว่าที่ไม่อยู่นิ่งให้ปรับความเข้าใจใหม่แล้ว เจ้าตัวกำลังกระโดดจับผีเสื้อที่บินผ่านหน้าอย่างสนุกสนาน

 

         คงไม่แปลกที่เด็กน้อยคิดไปอย่างนั้น เพราะเธอเป็นถึงทายาทตระกูลฮีลเลอร์ในตำนาน พ่อกับแม่ของเธอเป็นฮีลเลอร์ขั้นสูงที่มีชื่อเสียง ดังนั้นจึงมีคนไปมาหาสู่บ่อยๆ ถึงเด็กชายคนนี้จะเคยพบเจอเธอมาก่อน เกรงว่าเด็กน้อยคนนี้ก็คงจำไม่ได้อยู่ดี

 

         เด็กชายถอนหายใจยาว ไม่รู้จะหาจังหวะไหนพูดให้คนตัวเล็กเข้าใจว่าเขาเป็นลูกชายของเพื่อนสนิทท่านพ่อหล่อนต่างหาก แต่พอมองเห็นว่าร่างเล็กๆนั่นสาละวนกับการวิ่งเล่นกับธรรมชาติ เขาก็ลบความตั้งใจเดิม เหลือบเห็นดอกไม้สีขาวชูก้านอยู่ข้างๆ เขาก็ก้มลงจะเก็บมันขึ้นมา..

อย่านะ!”

         หันมาอีกทีก็โดนร่างเล็กพุ่งชาร์จเข้าทั้งตัว ส่งผลให้ทั้งสองกลิ้งลงบนพื้นหญ้าไปด้วยกัน

 

เจ็บไหมเสียงต่ำเล็กน้อยดังขึ้นถามร่างเล็กๆที่นอนทับอยู่บนตัว แล้วก็ต้องชะงักเมื่อสังเกตุเห็นสีหน้าบูดบึ้งบนดวงหน้าจิ้มลิ้มเจ็บหรอ

 

         เด็กน้อยส่ายหน้าช้าๆ แต่ดวงตาคู่โตก็เพ่งมองมาด้วยความไม่พอใจ ถ้าเอาดอกไม้ออก มันจะตาย

 

ดอกไม้เนี่ยนะ?”คนตัวโตกว่าทวนคำเสียงสูง

 

ใช่

 

         ปรากฏรอยฉงนบนดวงหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กชายอีกครั้ง เขาครุ่นคิดสักพักก่อนจะพูดจริงจัง

ถ้ามันตายเธอก็รักษาให้มันสิ

 

ดอกไม้เนี่ยนะ?”เป็นคราวของเสียงเล็กที่ทวนคำ คิ้วบางนั้นขมวดเข้าหากันจนยุ่ง

 

ฮ่าๆๆๆเด็กชายหัวเราะจนร่างสั่น ทำเอาคนบนร่างเกือบจะตกไปข้างๆ ยังดีที่มือใหญ่คว้าไว้ทัน ต่อไปนี้เราคงเจอกันบ่อยขึ้น อยู่กับเธอแล้วสนุกดี ไม่น่าเบื่อ

 

         เด็กน้อยบนร่างโตกว่าเอียงคอนิดๆ ไม่เข้าใจทั้งที่ทำไมจู่ๆคนตรงหน้าถึงหัวเราะ ทำไมถึงต้องเจอกันบ่อยขึ้น แต่ประโยคหลังฟังดูเข้าที เพราะหมายความว่าเธอจะได้ไม่ต้องเล่นคนเดียวอีกต่อไป

 

ดีสิ มาบ่อยๆเลยนะ มาเล่นกัน

 

         ท่านพี่ท่านพี่

ร่างบางที่นอนนิ่งบนเตียงใหญ่ นิ้วเรียวขยับเล็กน้อย ดวงหน้าละมุนนั่นยุ่งขึ้นเมื่อภาพสวยงามในความฝันนั้นหายไป เหงื่อผุดเกาะตามไรผม ไร้เรี่ยวแรงจะขยับก่อนจะดำดิ่งสู่ความทรงจำส่วนต่อไป

 

            ยินดีด้วยจ้ะอะความารีน ลูกจะได้ไปโรงเรียนแล้วนะ^^”ดวงหน้าหวานสวยของสตรีรูปร่างผอมบาง แย้มรอยยิ้มตรงหน้า หล่อนมีดวงตาสีแดงสด เช่นเดียวกับบุรุษที่ยืนเคียงข้าง ส่งยิ้มมาให้เช่นกัน ให้ความรู้สึกอบอุ่น คุ้นเคยประหลาด

 

แพทริกซ์ ดูแลน้องให้ดีๆนะลูกสตรีตรงหน้าหันไปพูดกับเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่นานเมื่อลูกโตขึ้น ลูกจะได้อยู่ด้วยกัน

 

เนฟตอนนี้ลูกยังเด็ก..”คนเป็นพ่ออดสวมบทหวงลูกสาวไม่ได้ กระแอมเบาๆแล้วปรามภรรยาที่รัก

 

ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะดูแลมารีน่าเป็นอย่างดีเสียงทุ้มแตกพร่าตามประสาเด็กหนุ่มที่เริ่มย่างก้าวสู่วัยรุ่น เอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น

 

ท่านแม่บอกว่ามารีน่าต้องอยู่กับท่านพี่หรอคะเสียงหวานเล็กเหลือบมองดวงหน้าแม่ พ่อ แล้วมาหยุดที่เด็กชายที่ตนเรียกว่า ท่านพี่ จนชินปาก

 

ใช่จ้ะ แต่นั่นมันเป็นเรื่องของอนาคตนะลูก อยู่โรงเรียนก็เป็นเด็กดี เชื่อฟังท่านพี่นะคะสตรีร่างบางยิ้มหวานอีกครั้ง ก่อนยอบกายลงแล้วเอื้อมมือมาโอบกอดร่างลูกสาว ปิดเทอมก็ค่อยกลับมาเยี่ยมแม่กับพ่อนะจ๊ะ แม่รักลูกมาก

 

ลูกก็รักท่านแม่ค่ะเด็กสาวกอดตอบ รับไออุ่นจากสตรีตรงหน้า ก่อนจะผลัดไปกอดร่างบุรุษที่อ้าแขนรออยู่ก่อนแล้ว มารีน่าก็รักท่านพ่อ

 

         หลังจากล่ำลากันเสร็จสรรพ มือเล็กๆสอดเข้าไปใต้มือใหญ่ของเด็กชายข้างๆ ก่อนจะก้าวออกจากบ้านหลังใหญ่ที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่จำความได้ สองร่างขึ้นไปบนรถเกวียนเทียมม้าที่จอดรอไว้

 

จริงหรือปล่าวที่มารีน่าต้องอยู่กับท่านพี่เสียงเล็กๆเอ่ยถามขณะที่พาหนะเริ่มเคลื่อนตัว

 

จริงสิ ถามแบบนี้แสดงว่าไม่อยากอยู่กับพี่สินะคนโตกว่าแกล้งทำเป็นน้อยใจ ทำหน้าเศร้าลง แม้ในใจจะกำลังยิ้มร่า เพราะเจ้าแมวน้อยข้างๆไม่เคยรู้ทันเขาสักครั้ง

 

         หมับ..

ร่างเล็กโผตัวเข้ากอดหมับไปยังเด็กชายที่รอรับไว้อยู่แล้ว ดวงหน้าปรากฏเป็นรอยยิ้มอ่อนโยน

 

อยากสิ มารีน่าจะอยู่กับท่านพี่ อยู่ข้างๆท่านพี่ตลอดไป

 

         อยู่ข้างๆตลอดไป

น้ำใสๆไหลรินจากเปลือกตาที่ปิดสนิท อาบแก้มนวลไร้สีเลือด ลำคอแห้งผากแต่หัวใจกลับแห้งเหือดยิ่งกว่า ประโยคที่เคยให้สัญญาให้กับบุรุษที่เธอรักและเคารพดังก้องในหัว สายตาอ่อนโยนที่เธอได้รับจากนัยน์ตาสีแดงสดคู่นั้นเสมอ

 

 ท่านพี่มารีน่าปล่อยให้ท่านต้องอยู่คนเดียว

นั่นเป็นเหตุผลที่ท่านพี่มีรอยยิ้มที่เศร้าและโดดเดี่ยวขนาดนั้นใช่มั้ยคะ

 

            ความทรงจำส่วนต่อไปตัดไปที่วัยที่เธอเริ่มโตขึ้น

 

         ห้ามออกจากห้องนะ พี่มีประชุมบ่ายวันนี้ เดี๋ยวเย็นๆจะรับไปโรงอาหารเสียงทุ้มลึกเปรยขึ้นหลังจากที่เสียงหัวเราะพูดคุยหยุดลง

 

ได้ค่ะ^^”มารีน่าที่เริ่มเติบโตขึ้นเป็นสาวน้อยแรกแย้มยิ้มรับ มองนัยน์ตาสีแดงเช่นเดียวกันที่ทอดมองกลับมาด้วยสายตาไม่แน่ใจ ท่านพี่ไม่ต้องห่วง มารีน่าไม่หนีไปเที่ยวที่ไหนหรอกค่ะ

 

ยิ้มแบบนี้เฮ้อ วางใจไม่ได้เลยจริงๆแพทริกซ์ถอนหายใจอ่อนๆ ขยับยิ้ม แล้วเอื้อมมือมาสัมผัสผมนุ่มนิ่มสีน้ำตาลอ่อนที่ยาวจรดหลังของคนตรงหน้าอย่างรักใคร่ ถ้าอยากออกไปไหนก็เรียกการ์มีไปเป็นเพื่อนแล้วกัน

 

เย้ๆๆ>_< ท่านพี่รู้ใจมารีน่าที่สุด

 

หึหึพี่รู้ว่ายังไงก็ขังเจ้าแมวน้อยตัวนี้ไม่ได้

 

ใครแมวน้อยกันดวงหน้าหวานละมุนยุ่งขึ้นมาทันควัน ค้อนขวับไปที่ท่านพี่ที่ชอบมองเธอเป็นเด็กตัวเล็กๆอยู่เรื่อย ใช่สิ มารีน่าไม่ใช่มารีอา ที่สวยเลิศเลอ ดูเป็นผู้หญิงในสายตาท่านพี่

 

         คำตัดพ้อเล็กๆทำเอานัยน์ตาสีแดงสั่นไหววูบหนึ่ง เขากระดกยิ้มมองสาวน้อยตรงหน้าที่ถนัดเล่นบทงอนนึกสงสัยว่าเจ้าหล่อนไปเรียนรู้รับเอาคำประชดประชันแบบนั้นมาจากไหน

 

แล้วมารีน่าเห็นพี่เป็นผู้ชายคนหนึ่งหรือเปล่าล่ะตาสีแดงสั่นริกๆ มองคนตัวเล็กกว่าที่ทำหน้าอึกอัก แก้มเนียนนั่นแดงซู่ การกระทำเหล่านั้นถูกจับจ้องไม่คลาดสายตา

 

ท่านพี่…”เสียงหวานเอ่ยขึ้นแผ่วๆ ขณะที่เจ้าตัวหลุบตาลงต่ำ ไม่กล้ามองสบอีกต่อไป ก็ต้องแน่นอนอยู่แล้ว ท่านพี่เป็นพี่ชาย ก็ย่อมต้องเป็นผู้ชาย

 

         เวลาโกหก เด็กน้อยผู้ไม่รู้จักโตคนนี้มักจะหลบสายตา

อย่างนั้นสินะบุรุษร่างหนาถอยออกจากร่างบางนั้นก้าวหนึ่ง ทำให้ใจดวงน้อยๆของใครบางคนแกว่งเบาๆ พี่เป็นพี่ชายของมารีน่า แค่นั้นเอง..”

 

         คนตัวเล็กไม่รู้ทันเท่าแผนของคนตัวโตกว่า พอเห็นดวงตาตัดพ้อของท่านพี่ ตนก็ลืมตัวกระโจนเข้าไปในหลุมพรางที่ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าขุดรอไว้อยู่แล้ว

 

ไม่นะ ไม่ใช่ร่างบางโผเข้าหาร่างหนา เบียดชิดเข้าไปกอดรับสัมผัสที่คุ้นเคย หารู้ไม่ว่านั่นเรียกรอยยิ้มอุ่นๆจากคนถูกกอด สีหน้ามีความสุขล้น ฟังถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยจากปากอวบอิ่มน่ารัก ที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำมารีน่า รักรักท่านพี่ ในฐานะ ผู้ชายคนหนึ่ง

 

         คำสารภาพจากหญิงสาวในอ้อมกอดทำให้เกิดไฟอุ่นๆในใจของใครบางคน ตาสีแดงทอประกาย ก่อนที่สองมือจะยกขึ้นมาโอบร่างบางตรงหน้า

 

         เขารอวันนี้มานาน

วันที่เด็กน้อยไร้เดียงสาในวันนั้นเติบโตขึ้นมาเป็นหญิงสาว

หญิงสาวที่รู้จักความรัก เพราะเขาไม่อาจแตะต้องเธอได้มากกว่าฐานะพี่ชายที่เธอไว้ใจ

 

         ริมฝีปากเรียวประทับจุมพิตบนหน้าผากเนียนนุ่มของหญิงสาวที่เขาถนอมที่สุดในชีวิต เรียกรอยยิ้มงดงามจากปากอวบอิ่มนั่น ตาสีแดงมองประสานกับเขาด้วยดวงตาไร้เดียงสา

         เขาจ้องลึกที่นัยน์ตาคู่โต ไล้ลงมาที่จมูกเล็กๆ ก่อนจะหยุดอ้อยอิ่งที่ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ

 

แล้วพี่จะกลับมารับแพทริกซ์ตัดใจก่อนจะกล่าวทิ้งท้าย แล้วก้าวฉับออกจากห้อง โดยที่ไม่เหลียวหลังกลับไปมองอีก

         หลังจากประตูห้องถูกปิดสนิท ร่างหนาก็เซไปจับเสาหินข้างๆประตู

 

         ไม่ได้เขาจะต้องไม่ทำให้เธอตื่นตกใจ

รอยยิ้มไร้เดียงสานั้น เขาจะต้องถนอมมันไว้   

 

            เบื้องหลังบานประตู หญิงสาวคนเดียวในห้องก็ทิ้งตัวลงบนเตียง แล้วกลิ้งหมุนๆเล่นม้วนตัวกับผ้าห่ม ขณะที่ดวงหน้ายังร้อนซู่ไม่หาย

 

         บอกไปแล้วบอกไปแล้ว

ท่านพี่จะคิดยังไง หรือว่าเห็นเราเป็นเพียงเด็กน้อย?

 

         ว่าแล้วดวงหน้าสดใสก็พลันหม่นลง เจ้าตัวทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะถอนใจเบาๆ

ท่านพี่อ่อนโยน ใจดี ไม่เคยทำให้เสียใจ ท่านพี่เป็นชายหนุ่มรูปงามที่ใครๆต่างหมายปอง บางทีท่านอาจจะมีหญิงในดวงใจแล้วก็เป็นได้?

 

         ว่าแล้วก็ชักเกลียดร่างเด็กๆของตนเอง ถึงจะมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยรุ่นสาวแล้วก็เถอะ แต่ไม่ได้งามเลิศเหมือนแม่นางมารีอา ไม่สวยหวานเหมือนช้อกกี้ พิงค์ เธอคงเป็นเพียงเด็กน้อยจอมซนในสายตาท่านพี่เท่านั้นเอง

 

         ว่าแล้วก็อดถอนหายใจอีกหลายครั้งไม่ได้ ก่อนที่หัวสมองจะปวดตุบๆประท้วงให้เลิกใช้ความคิด เพราะถึงคิดให้ตายยังไงก็ไม่ได้คำตอบ สู้ถามเจ้าตัวเลยไม่ง่ายกว่าหรือ

         อะความารีนผุดลุกขึ้นจากเตียง เดินตรงไปหยุดที่กระจกบานใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นร่างเด็กผู้หญิงเกือบๆจะเป็นสาว ผมยาวถึงกลางหลัง ตากลมสีแดงสดดูเด่นชัดตัดกับดวงหน้าเนียนขาว ร่างนั้นหมุนตัวไปมา ทุกวันเธอมักจะหยุดมองตัวเองหน้ากระจก

         เธอเคยฝันว่าอยากหยุดเวลาไว้เป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆที่วิ่งซนได้ตลอดไป

แต่แล้ว ท่านพี่ที่เติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เป็นชายหนุ่มรูปงาม นั่นทำให้เธอเปลี่ยนความตั้งใจ อยากเป็นผู้หญิงที่งดงามเหมือนท่านแม่ เพื่อที่จะยืนเคียงข้างท่านพี่

 

เฮ้อเด็กสาวถอนหายใจ ก่อนจะเหลือบเห็นเงาหน้าต่างที่สะท้อนภาพในกระจก

         ในใจบังเกิดความคิดสนุก เจ้าแมวน้อยยิ้มพราย ก่อนจะพาร่างวิ่งไปหยุดที่ขอบหน้าต่างแล้วปีนออกไปอย่างคล่องแคล่ว

 

หวา..”ร่างเล็กก้าวพลาดจนร่างทั้งร่างร่วงผล็อยลงไป เธอพยายามรีดพลังในร่าง รวมไอร้อนจากอากาศให้ควบแน่นเป็นปุยนุ่นแบกรับตัวก่อนจะหลับตาปี๋วิงวอนพระเจ้า อย่าให้การตกลงไปครั้งนี้เจ็บนักเลย ถ้าได้แผลกลับไปท่านพี่จะต้องดุเอาแน่ๆ

 

         ตุบ..

พระเจ้าเหมือนจะเข้าข้างเธอ เพราะไร้ความเจ็บปวดที่คาดคิดไว้

และเมื่อลืมตาขึ้นมา

 

         ก็พบว่าอยู่บนร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง..

นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มสบประสาน เรือนผมสีเงินพลิ้วไหวตามกระแสลมที่พัดเอื่อยๆ

เหมือนต้องมนต์สะกด ดวงหน้าเล็กละมุนเลื่อนเข้าไปใกล้ จ้องดูตาสีทะเลลึกแปลกประหลาดน่าสนใจ ก่อนจะเปล่งเสียงหวานเล็กออกมาเบาๆ

 

สีตาของเธอ มันสวยจัง

“…”

 

         คนถูกชมตวัดสายตาสำรวจผู้ที่ตกลงมาทับบนตัวเขาขณะนอนพักสายตายามกลางวัน

นัยน์ตาสีแดงสดใสไร้เดียงสาจ้องนิ่ง เจ้าตัวยิ้มกว้างเหมือนเจอของเล่นที่ถูกใจ ไม่สนใจสายตาเย็นๆที่ส่งเป็นนัยๆว่ากำลังไม่สบอารมณ์ที่ถูกรบกวนเวลานอน..

To Be Con.

 

 

Writer : คิกๆๆๆ(หัวเราะให้กับตัวเอง) ในที่สุดก็แฉ เอ้ย! เฉลยความลับที่อุบไว้นานแสนนานสักที รู้สึกโล่งง ขึ้นเยอะเลยค่ะ

อยากทราบว่าตอนนี้เสียงเชียร์ทุกคนเอนเอียงไปทางใครแล้วคะ ? บางทีนะบางทีราล์ฟเฟก็อาจจะขึ้นแท่นพระเอกก็ได้ _ _ ฮ่าๆคู่รั่วพิลึก(ล้อเล่นนะคะ)
ปล.ขออภัยที่อัพเดทล่าช้า(นึกว่าวันนี้เป็นวันพุธน่ะค่ะT_T)

 





  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #2215 เมมฟิส (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 22:14
    ทรอนซ์ ทรอนซ์เท่านั้นที่เป็นพระเอกคู่กับอเมทิสต์
    #2,215
    0
  2. #2018 Ddddddd (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 13:40
    สนุกจ้าา ลุ้นๆ
    #2,018
    0
  3. #1994 pan club (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 20:41
    อเมทิสต์ คืออะความารีน แล้วก็ชาร์ลีนก็มีชืออเมทิสต์ และอะความารีน? อย่าสนใจไปเล่นๆค่ะ;)
    #1,994
    1
    • #1994-1 บาบิQ(จากตอนที่ 27)
      23 กันยายน 2558 / 16:16
      จุ๊ๆอย่าแอบบอกใครนะ
      #1994-1
  4. #1980 คนในห้วงความนึกคิด (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 19:30
    ไม่นะไรท์!!!กราปงามๆๆสามครั้งหลังเสลาอาหาร อย่าเปลี่ยนตัวพระเอกช้านนนนนะ จะเอาทรอนซ์!! จะเอาทรอนซ์. แงๆ
    #1,980
    1
    • #1980-1 บาบิQ(จากตอนที่ 27)
      18 กรกฎาคม 2558 / 22:53
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ รีบตามอ่านเร็วเข้า >< เดี๋ยวจะรู้ว่าไรท์หักมุมยังไงหึหึหึ
      #1980-1
  5. #1711 Vampire knight (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มกราคม 2555 / 23:25
    ชาร์ลีน อะความารีน อเมทิสต์...สามชื่อนี้รู้สึกจะชอบชื่ออเมทิสต์ที่สุดแล้ว พออ่านตอนนี้แล้วเริ่มเอนเอียงไปทางแพทริกซ์ เขามาก่อนนี่นะ แต่ยังไงก็ยังเชียร์ทรอนซ์มากกว่าอยู่ดี
    #1,711
    0
  6. #1707 cake01 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มกราคม 2555 / 15:58

    นางเอกมีชื่อเยอะจริงๆ

    #1,707
    0
  7. #1577 SheetahG (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 07:52
     ราล์ฟเฟเป็นพระเอกก็ดีน่ะ อิอิ ชอบบบ
    #1,577
    0
  8. #1562 e_noo@beamnoi (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 13:58
    นางเอกเรื่องนี้มีกี่ชื่อเนี่ย

    จะเรียกนางเอกว่าอะไรดีน้อ
    #1,562
    0
  9. #1467 คนดีนิสัย13 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 16:58
     ความลับเยอะจริงๆ พอคลายออกมาทีถึงกับงง แต่สนุกดี ^^
    #1,467
    0
  10. #1459 SheetahG (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 10:27
     เหยย พลิกล็อค
    #1,459
    0
  11. #1386 seadragonpanso (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2554 / 18:24
    สนุกมากค่ะ
    #1,386
    0
  12. #1375 Spicule (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 15:12
    patrix เริ่มจะได้เปงพระเอกเหรอ
    บราวโว
    #1,375
    0
  13. #1374 เมมฟิส (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 14:57
    เรื่องราวลึกลับซับซ้อนมากๆ   แต่อยากให้อเมทิสต์รักทรอนซืเหมือนเดิม 
    #1,374
    0
  14. #1370 NongZa Nakhaw (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2554 / 22:37
    หนุกอ้ะ
    อัพอีก ๆ
    #1,370
    0
  15. #1362 lovelyGirl_P (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2554 / 18:57
    OMG !!!!! ไม่น่าเชื่อ
    อะเมทิสต์ คือ อะควารีน่า O[ ]O
    #1,362
    0
  16. #1361 `Toey :)☆` (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2554 / 18:04
    หนุกเว่อหนุกเว่ออออ ไรเคอร์อัพๆๆ:)
    #1,361
    0
  17. #1360 พิคไฟล์ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2554 / 17:20

    สนุกมากอ่ะ

    #1,360
    0
  18. #1358 Violin flower (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2554 / 06:45
    หนุกเวออ่ะ สนุกจิงๆ

    เป็นกำลังใจให้นะค้า 
    #1,358
    0
  19. #1357 Kaenat (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2554 / 02:20
    หนุกเว่ออ้ะ!!!!!
    #1,357
    0