The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 16 : The Keyz 16 แสงสว่างที่ส่องมาไม่ถึง+อดีตของเจ้าชายน้ำแข็ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,987
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    3 เม.ย. 62

[16]

 

    ดวงจันทร์กลมโตลอยนิ่งอยู่บนฟ้า ถูกจับจ้องโดยนัยน์ตาคู่หนึ่งที่ไม่ยอมละสายตาออกไป ราวกับต้องการสูบพลังงานแสงมาจนหมด ภายในห้องโทนสีดำมืดทึบที่อาศัยแสงจากเทียนไขและแสงจันทร์ผ่านกรอบหน้าต่างให้แสงสว่าง ปรากฏเป็นร่างเด็กสาวที่ยืนทาบมือบนกระจกบานใหญ่ ร่างเล็กบดบังแสงสีเหลืองอ่อนจนเกิดเงาที่ทิ้งตัวนอนยาวบนพื้นหิน เนิ่นนานทีเดียวที่เงาบนพื้นไร้การเคลื่อนไหวใดใด

 

   ดวงหน้าเรียวเล็กนั้นยังคงนิ่งเฉย นัยน์ตาสีม่วงอเมทิสต์ทอดมองออกไปนอกขอบหน้าต่างอย่างเหม่อลอย ตกอยู่ในห้วงภวังค์ของตนอย่างเงียบๆ...หากจะสังเกตให้ดี นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววเจ็บปวดอยู่ลึกๆ ดวงตาคู่ที่เป็นประกายเมื่อครู่พลันหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด

 

ชั้นที่201เรอะ...น่าจะเอาไปแทงหวย นี่คือความคิดของเธอก่อนหน้านี้ สาเหตุที่เธอตกอยู่ในห้วงภวังค์อย่างยาวนาน

 

โธ่...หวยเพิ่งออกเมื่อวานนี่หว่า...ไม่นะ!T^T’ และนี่คือความคิดเธอหลังจากนั้น เป็นสาเหตุที่ทำให้ไหล่เล็กตกลู่ลงอย่างน่าใจหาย

 

   พลันความคิดก็ต้องสะดุดลงเพียงเท่านี้ เพราะเสียงจากบานประตูเหล็กที่ดังกระทบพื้นห้อง ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาภายใน...เด็กสาวละสายตาจากภาพทรรศนียภาพยามค่ำคืนที่มองผ่านทางกระจกหน้าต่าง

 

  

นี่คือชุดที่เธอต้องสวม ก่อนเข้ารับตำแหน่งเสียงแหลมสูงดังขึ้นก่อนที่ร่างหญิงสาวจะเยื้องกรายผ่านเงามืดของห้อง ในมือกำลังถือไม้แขวนที่มีชุดเดรสสีดำแขนตุ๊กตา ประดับลูกไม้ที่ชายกระโปรงเล็กน้อย ทิ้งตัวห้อยลงมาถึงบริเวณหัวเข่า

    แสงจากภายนอกที่เล็ดลอดผ่านบานหน้าต่างทำให้เรือนร่างอรชรประจักษ์แก่สายตา ดวงหน้าคมสวยทรงเสน่ห์กำลังขยับยิ้มพราย หากแต่แฝงรอยเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด แต่ทว่า...รอยยิ้มมิได้เป็นที่สนใจแต่อย่างใด...สิ่งที่ฉันกำลังเพ่งสมาธิมองอยู่นั่นคือ...เขี้ยวแหลมๆที่ประดับอยู่ที่มุมปากทั้งสองข้างของหล่อนต่างหากล่ะ

 

สนใจเจ้านี่งั้นหรอหล่อนหัวเราะคิก ยกมือเรียวขึ้นสัมผัสเขี้ยวแหลมท่าทางจะคมของตน ก่อนโปรยยิ้มให้อย่างหยาดเยิ้ม...รอยยิ้มที่คงทำให้ชายหนุ่มหลายคนสั่นสะท้านไปทั้งตัว

 

และเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ฉันสะท้านไปถึงกระดูกดำเชียวล่ะ

 

น...นั่น ของจริงหรอ?*0*”ฉันถามอย่างใจกล้า นิ้วที่ชี้ไปข้างหน้าค้างอยู่กลางอากาศอย่างอึ้งปนทึ่ง

 

ฉันมีสายเลือดแวมไพร์คนพูดประกาศตนด้วยน้ำเสียงค่อนข้าวแข็งกร้าว แต่ประกายตาวิบวับราวกับภาคภูมิใจนักหนา ก่อนจะกระแทกเสียงทิ้งท้ายแฝงแววโทสะกรุ่นๆ เลือดผสมที่พวกแคปริคอร์นอย่างแกเหยียดหยาม ดูถูกกันยังไงล่ะ

 

อะไรนะ? แคปริคอร์นคืออะไร?

 

รีบเปลี่ยนชุดซะ ฉันจะพาไปที่งาน...ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจว่าแล้ว เธอยังเลียริมฝีปากอวบอิ่มนั่นด้วยแววตามุ่งร้าย ทำเอาฉันกลืนคำถามที่อยากถามลงไปแทบจะทันที

 

ชุดเดรสสีดำทมิฬถูกโยนไว้บนเตียงนุ่ม แวมไพร์สาวหันมาตวัดสายตามองมาอย่างร้ายกาจอีกครั้ง ก่อนจะเดินกรีดกรายออกไปนอกห้อง ไม่วายส่งเสียงกระตุ้นมาให้อย่างเนิบๆและนุ่มนวลเร็วๆล่ะ ฉันชักจะ...หิวแล้วสิ

 

..นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันถอดและใส่ชุดให้ตัวเองอย่างว่องไว แบบไม่ต้องให้เรียกซ้ำ

 

 

   เธอช่าง...เป็นแคปริคอร์นที่น่ากินจังนะพอพบกันอีกครั้งที่ประตูหน้าห้อง เธอก็ออกปากชม(?)ด้วยสีหน้าจริงจังแสดงความจริงใจอย่างปิดไม่มิด ซึ่งฉันไม่รู้จะขอบคุณหรือถ่อมตัวดี จึงได้แต่ยิ้มเจื่อนๆกลับไป

 

หลังจากนั้น เจ้าหล่อนก็นำทางให้ฉันอย่างเงียบๆ ไม่กล่าวเปิดบทสนทนาใดใดอีก ซึ่งฉันก็หวังให้มันเป็นแบบนี้ไปตลอดทาง

   เมื่อก้าวพ้นประตูเหล็ก หล่อนก็พาฉันเดินลงบันไดวนที่ทำจากหินหนาๆหลายก้อนทับถมกันเป็นชั้น บอกได้เลยว่าบรรยากาศที่นี่กับที่โรงเรียน(แผนกเด็กพิเศษ) แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว...ที่โรงเรียน ทั้งการตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ดูหรูหราโอ่อ่า ในทุกๆที่จะมีแสงสว่างสบายตาเสมอ แต่ที่นี่...แสงสว่างอาศัยเพียงเทียนไขสลัวๆที่ประดับตามกำแพงหิน และแสงจันทร์ที่สาดเข้ามาผ่านร่องหินที่ถูกเจาะเป็นรูคล้ายหน้าต่าง

 

บรรยากาศอึมครึมแบบนี้ แสงสลัวๆแบบนี้ ... อย่างกับปราสาทผีสิงอะให้ตายเหอะ!

..ก็รู้ๆอยู่ว่าฉันไม่ค่อยถูกกับเรื่องแบบนี้อ่ะนะ T.T

 

พอเดินลงบันไดวนจนชักปวดหัว(กับการนับขั้นบันได)<<ทายซิมันจะเอาไปทำอะไร= =;

..ในที่สุด ร่างอรชรข้างหน้าก็หยุดอยู่หน้าบานประตูใหญ่ ขนาดที่คน4-5คนเดินเข้าได้พร้อมกันสบายๆ หล่อนพลิกกายมาเผชิญหน้ากับฉันด้วยใบหน้าดุดันเช่นเคย

 

เธอนี่น่าสมเพชนะ...ดูๆไปไม่น่าจะรอดหล่อนทำเสียงจึ๊กจั๊กในลำคออย่างเห็นใจ ฉันถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่อย่างน้อยหล่อนก็ไม่ได้ชมฉันว่าน่ากิน

 

เชิญหล่อนพยักเพยิดไปทางประตูบานใหญ่ แล้วเอนหลังพิงกำแพง พร้อมยกมือขึ้นกอดอก...ใช้สายตาคมกริบจิกร่างฉันจนพ้นผ่านธรณีประตู

 

   แอ๊ดดด..  ฉันค่อยๆผลักบานประตูเข้าไป พบว่าห้องภายในก็ตกแต่งด้วยโทนมืดเหมือนๆกัน มันเป็นห้องทรงสี่เหลี่ยมยาวทอดตัวลึกไปจนสุดตา...ริมสุดของห้องมีโซฟาสีแดงสดขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางพื้นที่ถูกยกระดับให้สูงขึ้นกว่าปกติ3ถึง4ขั้นบันได

 

ตึก ตึก ..   เสียงฝีเท้าดังกระทบพื้นท่ามกลางความเงียบ เรียกสายตาของคนหลายคู่ที่ซ่อนตัวในเงามืดของห้อง ให้เพ่งมองร่างเด็กสาวในชุดเดรสสีดำ ผู้ที่จะมาเป็นควีนให้พวกเขา..ในคืนนี้

 

   เงาดำนับสิบไหวตัวอยู่ตามมุมอับของห้อง ฉันเพ่งสายตาจ้องผ่านความมืดไปรอบๆ จนสายตาเริ่มชินกับระดับแสงจึงเห็นเป็นร่างคนรางๆเกาะกลุ่มถือแก้วนั่งดื่มกันเงียบๆ ขณะที่ก้าวผ่าน รังสีอาฆาตก็ลอยฟุ้งแทรกซึมอยู่ทั่วอณูอากาศ ทำเอาหายใจแทบไม่ออกเลยทีเดียวT^T เสียงกระซิบฟังไม่ได้ศัพท์ดังขึ้นแผ่วๆ ซึ่งฉันก็ต้องขมวดคิ้วทันทีเมื่อพอจับคำๆหนึ่งได้

 

แคปริคอร์น..

 

เสียงหัวเราะอย่างเย้ยหยันดังสมทบ ก่อนจะถูกอีกเสียงปรามให้เงียบลง...ฉันละสายตาจากรอบๆมาจับจ้องตรงไปข้างหน้า สองเท้าก้าวเข้าไปเรื่อยๆอย่างมั่นคง จนไปหยุดที่มุมสุดของห้อง...ตาประสานกับนัยน์ตาสีดำขลับของผู้ชายผู้ครองโซฟาเดี่ยวไว้คนเดียว

 

   เขามีดวงหน้าคมคายดุดัน รับกับนัยน์ตาคมกริบสีนิล เส้นผมสีเดียวกับตายาวแผ่ลงมาจรดกลางหลัง บนศีรษะถูกคลุมทับด้วยมุงกุฎสีดำขอบทองบวกกับท่าทางหยิ่งยโสจนน่าผยองนั่น บ่งบอกถึงฐานะตำแหน่งของเขาได้เป็นอย่างดี

 

ชายหนุ่มใช้สายตาพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างประเมินค่า ไม่มีคำพูดใดใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากเรียวได้รูป จนผ่านไปสักอึดใจ ในขณะที่ฉันคิดว่าตัวเองกำลังจะเข้าฌานได้ที่แล้ว เขาก็เปรยขึ้นเนิบๆ

 

นั่งสิ

 

...ฉันจ้องเขม็งไปยังบุรุษตรงหน้าอย่างท้าทาย แกล้งทำเป็นพิจารณาตัวเขาบ้าง เริ่มจากสายตาที่ไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า เท้าจรดหัว ไปๆกลับๆจนเริ่มรู้สึกเวียนหัว...อย่างน้อย เขาก็ควรรู้ว่าการถูกมองแบบนี้บ้างมันรู้สึกยังไง

 

  วืดดด~ 

 

โอ๊ะ!”ราวกับมีพลังมหาศาลดึงร่างทั้งร่างให้โถมลงไปบนโซฟานุ่ม ทำให้ร่างฉันเซลงไปจมปลุกอยู่กับโซฟานิ่ม ฉันที่ลุกขึ้นนั่งได้จากท่าหัวทิ่มก็ใช้สายตาตวัดมองไปยังเจ้าคนข้างๆอย่างหาเรื่อง

 

เสียงหัวเราะถูกใจแฝงแววเยาะเย้ยดังขึ้นระงม เรียกเสียงแค่นในลำคอจากชายผู้นั่งถัดไปจากฉัน เขาปรายตามองฉันราวกับเป็นสิ่งของไร้ค่า

 

ของเล่นใหม่ชิ้นนี้...ก็น่าสนุกดีเขายิ้มเยาะอย่างร้ายกาจ เอื้อมมือหยาบกร้านมาสัมผัสแก้มข้างขวาของฉัน ที่สะบัดหน้าหนีแทบจะทันที สัมผัสต่อมาคือแรงดึงมหาศาลที่ต้นแขน ที่พาร่างพุ่งเข้าไปกระแทกเข้ากับแผงอกของเขาอย่างแรง

 

..มันเจ็บนะT^T”ฉันยกมือคลำหัวป้อยๆพลางร้องประท้วงอย่างแค้นเคือง รู้สึกโกรธที่ถูกกระทำเหมือนสิ่งของไม่มีชีวิต อับอายที่ถูกหัวเราะเยาะ น้ำเสียงดูหมิ่นและดูถูกต่างๆนานาพร้อมกันสาดโครมเข้าใส่...ฉันได้แต่รับรู้และรับฟังอย่างงงๆ แต่ก็อดเคืองไม่ได้

 

   ฉันไปทำอะไรให้พวกเขา...ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้ ?

 

สัมผัสอุ่นๆของคนข้างๆทำให้ฉันได้สติ พยายามดิ้นขลุกสะบัดตัวให้หลุดจากพันธนาการ ทั้งจิกทั้งข่วนสุดฤทธิ์ แต่นอกจากจะไม่ฝากรอยแผลให้แล้ว คนข้างๆมันยังทำหน้าตายไม่รู้สึกรู้สาอะไร...ฉันเลยได้แต่นั่งกัดฟันกรอด

 

   คนอะไรฟะถึกชะมัด!

 

ฉันมีสายเลือดมังกรเสียงกระซิบดังขึ้นในหัว ฉันหันขวับไปมองคนข้างๆอย่างงงๆ เมื่อกี้...เขาก็ไม่ได้ขยับปากนี่นา

 

นาย...เมื่อกี๊พูดกับฉันป๊ะ*0*ฉันสะกิดจึกๆไปที่ต้นแขน ทำหน้าเหลอหลาใส่จนคนข้างๆขมวดคิ้วมุ่น

 

ปล่าวเขาตอบเรียบๆ ทำให้ฉันเป็นฝ่ายขมวดคิ้วแทน...เฮ้อ สงสัยยังเบลอๆอยู่แหงมเลยเรา

 

   ฉันคิดเอาต่างหากเสียงก้องดังขึ้นในหัวอีกครั้ง คราวนี้เหมือนจงใจเน้นให้หนักเพื่อให้ฉันมั่นใจ

 

   ฉันหันขวับไปจ้องดวงหน้าคมอย่างจับพิรุธ แต่ยังไม่ทันอ้าปากต่อความอะไร สายตาก็ไปสะดุดกับร่างเด็กหนุ่มในเสื้อฮูทสีดำ...ร่างนั่นค่อยๆก้าวเดินออกมาช้าๆ ในมือถือถาดรองสีดำที่มีมงกุฎเล็กๆสีดำขอบทองวางอยู่บนนั้น

   เมื่อมาถึงเบื้องหน้าโซฟา เขาก็โค้งคำนับให้ทีนึง ก่อนจะยอบเข่าลงใกล้ฝั่งที่ชายลึกลับข้างๆ ซึ่งหยิบมงกุฎขึ้นมา แล้วจับมันสวมลงบนศีรษะฉันลวกๆ

 

ฉันที่กำลังตกใจ ได้แต่กระพริบตาปริบๆมองสิ่งที่พวกเขาทำ จะเรียกว่าพิธีแต่งตั้งควีนอย่างนั้นหรอ ฉันว่ามันเหมือนเด็กเล่นของเล่นกันไม่ผิดเลย _ _

 

 มาสนุกกันหน่อยดีกว่าเสียงทุ้มกังวานดังขึ้นจากคนข้างๆ เขาดีดนิ้วเปราะเดียว เรียกแสงสีไฟสาดไปทั่วห้อง พร้อมกับดนตรีจังหวะเร็วที่ดังขึ้นท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของกลุ่มคน

 

   ฉันกระพริบตาถี่เพื่อปรับสายตาอีกครั้ง กวาดตามองทั่วห้องที่ดูชัดเจนขึ้นกว่าก่อนมาก กลุ่มคนพวกนั้นทยอยกันเข้ามาเต้นโชว์ลีลากันอย่างคับคั่ง และไม่ว่าจะจงใจไว้อาลัยใครหรือไม่ แต่ทุกคนในที่นี้ล้วนอยู่ในชุดสีดำ...กลิ่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลอยคลุ้งไปทั่ว ทำให้ฉันยกมือขึ้นกุมขมับอย่างมึนๆ เสียงเพลงดังจนแสบแก้วหูไปหมด

 

   มีผู้หญิงสองคนเดินปราดเข้ามานั่งขนาบข้างชายลึกลับ โดยหนึ่งในนั้นใช้ร่างอันเย้ายวนเบียดฉันออกมา แล้วซุกเข้าไปในแผงอกแข็งแกร่งนั่นแทน หล่อนชม้ายตามองฉันด้วยแววตาเย้ยหยัน ก่อนจะช้อนสายตาหวานเยิ้มขึ้นมองดวงหน้าคมคายอย่างหลงใหล

 

   ฉันแอบชำเลืองมองเซย์ ที่ยืนหลบอยู่หลังฉากเงียบๆ ใบหน้าอ่อนเยาว์ถูกซ่อนไว้ภายใต้เสื้อคลุมสีดำ ทำให้เขาสังเกตหน้าเขาไม่ถนัด...ฉันกลอกตาไปมาอย่างเบื่อๆ มองกลุ่มคนที่เต้นสังสรรค์กันด้วยสีหน้าคลายทุกข์ กลิ่นฉุนน่าสะอิดสะเอียนลอยเข้ามาแตะจมูก เสียงเพลงที่หาต้นกำเนิดเสียงไม่เจอราวกับถูกปรับระดับให้ดังขึ้นเรื่อยๆ จนฉันเริ่มทนไม่ไหว

 

  พรึ่บ!   ฉันลุกพรวดขึ้นจากโซฟา แต่ทันทีที่ก้นพ้นจากเบาะหนัง เสียงเพลงน่ารำคาญก็สะดุดหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบน่าอึดอัดพร้อมกับสายตาทุกคู่ที่เพ่งมองมาทางฉันเป็นตาเดียว

 

ฉัน...จะไปเข้าห้องน้ำ!”ฉันโพล่งออกไปท่ามกลางความเงียบ รู้สึกงงกับการกระทำแปลกๆของพวกเขา ฉันชำเลืองมองชายหนุ่มบนโซฟาที่ถูกล้อมหน้าล้อมหลังด้วยหญิงสาวมากหน้าหลายตา เขากลับจ้องนิ่งๆกลับมา...ซึ่งฉันถือว่านั่นคือคำอนุญาต _ _

 

   ความเงียบน่าขนลุกยังคงดำเนินต่อไป โดยมีเสียงฝีเท้าของฉันดังแทรกขึ้นอย่างแจ่มชัด ฉันกวาดตามองไปรอบๆอย่างระวังในขณะที่เท้าค่อยๆก้าวลงบันได4ขั้น มุ่งตรงไปยังประตูทางออกที่เป็นความหวังสูงสุดของฉันในตอนนี้ T^T

 

   ความกดดันประหลาดเร่งให้ฉันก้าวเท้าเร็วขึ้น สายตาทุกคู่ที่จ้องมองมาเต็มไปด้วยแรงอาฆาต เหยียดหยาม ดูหมิ่น สารพัดอารมณ์ และมันเหมือนอยากจะทิ่มแทงร่างฉันให้ทะลุกลวงไปเลยทีเดียว

 

กึก...   ฉันเบิกตากว้าง ข่มสตินับหนึ่งถึงสามในใจ ก่อนจะพยายามก้าวขาเดินต่ออีกครั้ง แต่ก็ได้ผลอย่างเดิม

ขา...มันไม่ยอมขยับตามคำสั่ง

 

   ฉันค่อยๆก้มมองเท้าทั้งสองข้างที่ไร้พันธนาการใดใด แต่เหมือนมีบางสิ่งตรึงไว้ไม่ให้ขยับ แล้วตาก็ไปสะดุดกับพื้นพรมที่ฉันเพิ่งสังเกตว่ามันถูกปูแผ่อยู่กลางห้อง มันเป็นพรมรูปดาวห้าแฉกที่มีไอสีดำลอยขึ้นมากรุ่นๆ...ฉันจะไม่ตกใจเลย ถ้าเท้าฉันไม่ได้กำลังเหยียบอยู่บนพรมนั่นพอดิบพอดีTOT

 

ฉันกลั้นหายใจมองไปรอบๆ ลางสังหรณ์ช่างแม่นยำยิ่งนัก เพราะคนตามมุมห้องมืดๆเริ่มขยับตัวลุกขึ้น ทยอยกันกรูเข้ามาบริเวณกลางห้อง สีหน้าแต่ละคนแทบจะไม่ต่างกันเลย

 

ควีนแห่งโทรปิคอร์น หรือหญิงสาวผู้กำเนิดมาจากพวกแคปริคอร์น...จะต้องถูกสังเวยด้วยความแค้นของพวกเรา!”เสียงทุ้มลึกก้องกังวานดังขึ้นมาจากบุรุษผู้นั่งอยู่บนโซฟา รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏขึ้นบนใบหน้า ฉันจะให้เซย์ส่งเธอกลับบ้านทันที ไม่ต้องห่วง...ถ้าเธอยังรอดน่ะนะ

 

   หึ...ฉันมีบ้านซุกหัวนอนที่ไหนล่ะ..

 

ฉันได้แต่คิดพลางกัดฟันกรอด มือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ สายตากวาดมองไปรอบๆอย่างระวังภัย

 

ถ้าคิดจะแค้น...ก็ไปโทษบรรพบุรุษของเธอละกัน ที่แบ่งชนชั้นสังคมโง่ๆ ดูถูกเลือดผสมอย่างเรา ใช้ความแกร่งของพลังเวทย์รังแกเรา...จนไม่มีที่จะซุกหัวอยู่ประโยคต่อไปเปรยขึ้นเนิบๆ ราวกับเป็นบทสนทนาคลายเครียดยามจิบน้ำชา แต่มันเหมือนกับน้ำเย็นที่สาดเข้าตรงกลางใจฉัน จนรู้สึกสะเทิ้นสะท้านไปทั้งตัว

 

   พ่อแม่ฉัน...ฉันยังไม่เคยเห็นหน้าพวกท่านเลย...แล้วจะไปโทษบรรพบุรุษที่ไหน?

 

ฉันยิ้มเครียด ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดเกาะบนใบหน้า รับรู้ถึงแรงแค้นของพวกเขา ความเกลียดชังที่ส่งมาผ่านแววตาทุกคู่...ฉันได้รับมันหมดแล้ว

 

เริ่มเลยดีกว่า หึๆๆเสียงเย็นดังขึ้นจากกลุ่มคน ที่คงรอคำพูดนี้มานานแล้ว

 

สิ้นเสียงลึกลับนั่น เสี้ยววินาทีที่เห็นจานกระเบื้องบินลอยมา ฉันก็เบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียด...ไม่รอให้ฉันได้พักหายใจ ทั้งแก้ว จาน ชาม ทุกอย่างที่ใช้จัดงานเลี้ยงพากันเทโครมสาดเข้ามาราวกับห่าฝนขนาดยักษ์

 

   พวกแปลกๆพวกนี้ชอบทำลายข้าวของกันทุกคนรึไงนะ?

ฉันอดนิ่วหน้าไม่ได้ เมื่อนึกถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่น(?)ในงานเลี้ยงต้อนรับเปิดเทอม ทั้งที่ใจเต้นรัวเร็วอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่รู้ทำไม...ฉันถึงไม่รู้สึกหวั่นใจอย่างที่คาด?

 

อาจเป็นเพราะความเชื่อมั่นในตัวเขาคนนั้น ..เชื่อว่าเขาจะต้องตามหาฉันเจอ และช่วยฉันออกจากที่นี่

 

พลั่ก! เคร้ง!

 

เจ็บ..    ความเจ็บปวดจากของแข็งที่พุ่งกระแทกเข้าใส่ เรียกน้ำตาให้เอ่อคลอทั้งสองเบ้า มือยกขึ้นแตะศีรษะที่สัมผัสถึงของเหลวข้น เนื้อตัวระบมไปด้วยรอยสีแดงเป็นจ้ำ แต่ขาทั้งสองยังดึงดันจะฝืนยืนต่อ

 

มันเจ็บนะเว้ย!!”ฉันแผดเสียงอย่างกราดเกรี้ยว มือที่เตรียมขว้างปาข้าวของใส่ก็พลันชะงักกึก ฉันค่อยๆไล่ใบหน้าที่ละคนอย่างเดือดดาล

 

ความเจ็บปวดเท่านี้...เทียบไม่ได้กับสิ่งที่พวกแกทำกับเรา!!”เสียงแหลมสูงกรีดร้องขึ้น ปลุกระดมเสียงฮือฮาในห้อง ไม่มีใครฟังเสียงฉันอีกต่อไป พวกเขาทยอยขว้างสิ่งที่ทำจากแก้ว กระเบื้องลงพื้น ทำให้เศษเสี้ยวของมันกระเด็นเข้ามาบาดตัวฉัน เรียกเลือดสดๆไหลซิบออกมาไม่ขาดสาย แล้วคนพวกนั้นก็หัวเราะอย่างสะใจ

 

  ทำอะไรอยู่...ทำไมไม่มา..

 

  ฉันหลุบตาลง ข่มความรู้สึกเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นจนค่อยๆรู้สึกชาทีละนิด ถึงจะเจ็บแทบตายแค่ไหน...ฉันก็จะไม่ร้อง...จะไม่ร้องให้ได้ยินซักแอะเดียว!

 

ปั้ก!

 

ฮือT^T”ฉันทรุดตัวลงอย่างเหนื่อยล้า รับสัมผัสอันเจ็บปวดที่กลางหลัง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลพรูออกมาจนหมดก๊อก มือสัมผัสพื้นที่เจิ่งนองไปด้วยเลือด

 

หยุดร้องซักที..”    เสียงทุ้มดังก้องขึ้นในหัว เสียงที่ฉันอยากได้ยินที่สุด...ในตอนนี้

 

ทรอนซ์..ฮือๆๆฉันพึมพำเบาๆ หวนนึกถึงใบหน้าคมคายดุดันที่หันมาตวาดใส่ นึกถึงแผ่นหลังที่ค่อยๆเดินจากไปอย่างเงียบๆ นึกถึงการปลอบโยนไม่เหมือนใครของเขา..

 

ใช่สิ...ไอเวทย์...เกราะคุ้มกัน?

 

“…”โดยปราศจากคำร่ายเวทย์ ฉันหลุบตาลงนึกถึงวินาทีที่ที่น้ำแข็งจับตัวร้อยเรียงกันเป็นโค้งนูน โอบล้อมลอบตัวฉัน และก็ต้องพบความประหลาด เมื่อร่างกายสัมผัสถึงไอเย็นที่แผ่ซ่านทั่วร่าง เมื่อลืมตาขึ้น ฉันจึงพบว่าไอเวทย์สีฟ้านั่นกำลังเปล่งแสงทักทายตอบกลับมา

 

จานกระเบื้องที่แล่นผ่านเกราะเข้ามา แปรเปลี่ยนสภาพกลายเป็นผงละเอียด ไม่สามารถทำอันตรายใดใดได้...ฉันผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ใช้สมาธิอย่างหนักหน่วงในการควบคุมพลังเวทย์คุ้มกัน ที่นึกมั่วๆขึ้นมาสำเร็จ

 

   ฉันกัดฟันกรอด พอเริ่มนานเข้าก็เหมือนพลังในตัวจะลดหายไปแทบไม่เหลือ สังเกตได้จากเกราะเวทย์ที่ติดๆดับๆเลือนรางลงไปทุกทีอย่างน่าใจหาย เลือดที่ไหลซิบๆตามลำตัวไม่มีทีท่าว่าจะหยุด รอยช้ำแทบทุกส่วนของร่างกายรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น หลังจากที่ทุ่มเทพลังไปกับการคุ้มกัน

 

   ดวงหน้าคมคายปรากฏขึ้นมาในมโนภาพอีกครั้ง...นึกถึงไออุ่นที่เคยคุ้น ก็นำพาความหวาดกลัวออกไปจนหมด หัวใจที่เต้นอย่างระทึกค่อยๆปรับเป็นช้าลงจนคงที่...ทิ้งไว้เพียง...ความว่างเปล่า

 

ความเหนื่อยล้าโถมเข้าใส่ตัว ความอดทนทั้งหมดเริ่มหดหาย ความหวังที่เหลืออยู่ล้มครืนลงอย่างย่อยยับ ในใจเจ็บปวดที่ต้องเผชิญกับความจริง

...เลิกโง่ซักที เลิกหวังบ้าๆซักที...

...แสงสว่างไม่ได้ส่องถึงตัวเธอเลย

 

ฉันถอนหายใจเบาๆ เกราะเวทย์ที่เรือนลางขึ้นหายวับไปกับตา สัมผัสแรกหลังจากที่สิ่งคุ้มกันสลายไป คือความเจ็บปวดกลางหน้าผาก

 

พลั่ก!  . .  ตามด้วยเลือดที่ไหลลงมาผ่านจมูกและสองแก้มอย่างช้าๆ...ฉันเลียริมฝีปากรับรสคาวเลือดที่ไหลผ่าน

 

     เค็มชิบ...ไหนบอกว่าน่ากินฟะ?

 ฉันหัวเราะเย็นๆ ทำเอาคนที่ล้อมรอบพากันชะงักกึกแล้วทำสีหน้างุนงงใส่กัน

 

เอาล่ะ...จะทำอะไรก็เชิญฉันหัวเราะเสียงใส แต่ฟังแล้วมันกลับยิ่งดูเศร้ายิ่งกว่าร้องไห้เสียอีกฉันกวาดตามองใบหน้าแต่ละคนที่จ้องฉันด้วยแววตาฉงน

 

ถ้าทำแบบนี้แล้ว ทำให้พวกนายหลุดจากความมืดในใจได้...ก็เอาเลยตาทั้งสองหม่นแสงลงอย่างน่าใจหาย ทุกคนเผลอกลั้นหายใจฟังทุกถ้อยคำที่เปล่งออกจากริมฝีปากเรียว ที่มีโลหิตสีแดงแต่งแต้มจนแดงจัด

 

...ฉันไม่เหลือใครอีกแล้ว ไม่มีบ้านด้วย ไม่ต้องส่งฉันกลับหรอกฉันหันช้าๆไปทางบุรุษบนโซฟา ที่ทอดมองตรงมาอย่างเงียบๆ ก่อนจะเบือนหน้าไปมองสบตากับทุกคนมากเท่าที่จะมากได้

 

ความแค้นของพวกนาย...ฉันไม่เข้าใจหรอก...เพิ่งจะรู้ด้วยซ้ำว่าแคปริคอร์นกับโทรปิคอร์นเป็นศัตรูกันประโยคหลังถูกลดเสียงลงราวกับพึมพำกับตัวเอง หากแต่ได้ยินกันอย่างทั่วถึงความแค้นนั่น...ฉันขอรับไว้ละกัน

 

  เพี๊ยะ!

ฉันสัมผัสถึงแรงกระแทกที่ใบหน้า ร่างกายที่เดิมไม่มีแรงจะยืนอยู่แล้วก็ล้มลง หน้าสะบัดไปอีกทางตามแรง โอนอ่อนอย่างว่าง่าย

 

ปากดี...ไม่เข้าใจก็อย่ามาพูดพล่อยๆเสียงนั่นดูเหมือนจะดังมาจากที่ไกลๆ แต่แท้จริงแล้วอยู่ใกล้แค่เอื้อม...ห่างแค่นี้เอง

 

แรงฉุดกระชากทำให้ร่างลุกขึ้นยืนอีกครั้ง...ร่างกายฉันเหมือนไม่ใช่ของฉัน เพราะมันไม่ฟังคำสั่งฉันอีกต่อไป...สมองเบลอเกินกว่าจะออกคำสั่ง ได้แต่ปล่อยให้ร่างโอนเอนไปตามแรงฉุดดึง

 

   ยังไม่จบ...หรอ

ฉันมองไปรอบๆด้วยสายตาที่พร่าเลือน ความเจ็บปวดแล่นพล่านทั่วเรือนร่าง ฉันไม่มีแรงจะพูดอีกแล้ว...ไม่มีแรงขยับยิ้มอีกแล้ว...ฉันได้แต่หลุบตาลงเตรียมรับชะตากรรม

 

ไอร้อนวิ่งเข้ามาลามเลียทั่วผิว...ฉันหลับตาแน่นขึ้น ในหัวจินตนาการไปต่างๆนานาว่าคงโดนจับย่างไม่ก็เผาทั้งเป็นเป็นแน่แท้

 

แต่เสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นประสานกันทำให้ฉันค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างยากลำบาก กวาดมองไปรอบๆอย่างมึนงง...สองข้างทางที่ควรจะเต็มไปด้วยกลุ่มคนที่แห่กรูเข้ามา กลับปรากฏเป็นกลุ่มเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างแรงกล้า...ที่แท้ กลุ่มคนก็ถูกกันห่างออกไปนั่นเอง

 

  ตึก ตึก ..    เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางประตู ฉันค่อยๆไล่สายตาไปมอง..

 

    ภาพเด็กหนุ่มร่างสูงก้าวตรงเข้ามาอย่างสง่า ผู้มีนัยน์ตาสีโลหิตที่กำลังทอประกายไม่ต่างจากกลุ่มไฟที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ดวงหน้าหล่อเหลาที่สะท้อนแสงไฟสีส้มดูงดงามจับตา รับกับผมสีน้ำตาลเข้มที่พลิ้วสะบัดทุกย่างก้าวจังหวะการเดินของเขา

   และอาจเป็นเพราะภาพตรงหน้างดงามจนแสบตาเกินไป...น้ำตาที่ควรจะเหือดแห้งกลับค่อยๆรินไหลลงอย่างช้าๆ

 

แพทริกซ์พาร่างมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน เขามองมาที่ฉันด้วยสีหน้าและอารมณ์ที่หลากหลาย

 

    หมับ!  

   ร่างหนาเข้ามาประชิดตัว ก่อนจะกอดร่างฉันแนบตัวเขาไว้อย่างนั้น...ใบหน้าฉันซุกอยู่ที่ไหล่ซ้ายของเขา  พอลองมายืนเทียบดูแล้ว...เขาสูงกว่าฉันมากเลย

 

 

     ราวกับเวลาถูกแช่แข็งไว้อย่างนั้น ภายในเปลวเพลิงสีแดงส้มที่สั่นระริกตามอารมณ์ของผู้ร่ายเวทย์ สะท้อนร่างชายหญิงที่แนบชิดกันจนแทบหลอมเป็นหนึ่งเดียว ฝ่ายหนึ่งหลุบตาลงต่ำซ่อนอารมณ์ลึกซึ้ง อีกฝ่ายได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลลงทีละหยด แต่สายตาเหม่อลอยราวกับไม่รับรู้ความรู้สึกที่ถูกส่งผ่านอ้อมกอดที่อบอุ่น

 

ไม่เป็นไรแล้วเสียงทุ้มนุ่มๆกระซิบแผ่วข้างหู เขารู้สึกว่าหญิงสาวในอ้อมกอดคลายความเกร็งลงไปบ้าง ร่างเล็กบอบบางที่เขาประคองไว้ทิ้งน้ำหนักลงมาที่เขาทั้งหมด เขากอดเธอไว้แนบตัว แต่แผ่วเบาราวกับกลัวว่าคนตรงหน้าจะแตกสลายไป ฉันอยู่นี่แล้ว..ไม่ต้องกลัวนะ..

 

   เสียงกระซิบแหบพร่า ส่งคำปลอบโยนและกำลังใจมาให้ไม่หยุด...ความว่างเปล่าค่อยๆถูกเติมเต็มอีกครั้ง สัมผัสที่อ่อนโยนของร่างอุ่นๆพลอยให้นึกถึงใครอีกคน นึกถึงสัมผัสของใครคนนั้นแล้วนำมาเปรียบในขณะนี้...แม้จะอบอุ่นเหมือนกัน รู้สึกปลอดภัยเหมือนกัน...แต่กลับมีบางสิ่งที่แตกต่าง..

 

    อะไรกันนะ.. 

ร่างเล็กค่อยๆทิ้งตัวจมอยู่กับอ้อมแขนอันแข็งแกร่ง สติอันเลือนราง ค่อยๆดับวูบลงทีละนิด

 

ช่างเป็นฉากที่น่าประทับใจเสียจริง...คิง ออฟ แคปริคอร์น ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อมาช่วย...คนของเขา?”บุรุษสายเลือดมังกรเปรยขึ้นเนิบๆ ก่อนจะแสยะยิ้มชั่วร้าย เรียกนัยน์ตาสีแดงฉานดุดันตวัดไปมอง

 

   สายตาที่ทำให้คนที่เห็นสะดุ้งไปตามๆกัน...ความอ่อนโยนเมื่อครู่หายไปไม่มีเหลือ ถูกแทนที่ด้วยแววกราดเกรี้ยวที่แผ่รังสีโทสะกรุ่นๆให้ได้รับรู้กันอย่างทั่วถึง

 

โทรปิคอร์น..เสียงนุ่มทุ้มลึกกระซิบแผ่ว หากแต่แฝงแววดุดันเจือในน้ำเสียง...ความกดดันประหลาดปกคลุมทั่วห้อง ทุกคนพากันยกมือขึ้นกุมอกหายใจหอบระริน เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนน่าสยดสยองดังขึ้นเป็นระลอก

 

   ร่างหนาช้อนร่างบางไร้สติขึ้นมาอย่างเบามือ แขนข้างหนึ่งรองใต้ท้ายทอย อีกข้างรองใต้หัวเข่า นัยน์ตาสีโลหิตสั่นระริก สำรวจร่างกายที่แทบไม่เห็นที่ไหนไม่มีรอยแผล รอยช้ำเขียวอมม่วงปรากฏอยู่ตามลำตัว เลือดสดๆที่ยังคงไหลไม่หยุด อาบท่วมตามดวงหน้า แขน ขา...เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าผู้หญิงคนนี้ต้องเจออะไรมาบ้าง

 

   แววตาอ่อนโยนพลันเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวอีกครั้ง กวาดสายตามองใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด จ้องเข้าไปในดวงตาที่ฉายชัดถึงความหวาดกลัว ราวกับนักล่าที่จ้องมองเหยื่อที่อ่อนแอกว่า...จิตสังหารรุนแรงแผ่ออกจากร่างหนา ประกายตาสีแดงฉานสว่างวาบลุกโชนราวกับเปลวไฟอันร้อนแรง

 

  แพทริกซ์ข่มอารมณ์ดึงสติกลับคืนมา เขาก้าวเท้าเดินตรงไปยังประตู ที่ถูกเปิดออกก่อนที่เขาจะไปถึง...

 

   ร่างบุรุษนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มปรากฏสู่สายตา ดวงหน้าคมคายเรียบเฉยเกร็งขึ้นเล็กน้อย ทันทีที่มองสำรวจภาพเบื้องหน้า เปลวไฟโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงอย่างไม่มีทีท่าว่าจะดับ ผู้คนในห้องต่างประสานเสียงกันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด นัยน์ตาสีเข้มตวัดไปสบกับนัยน์ตาสีโลหิตที่จ้องมองมาก่อน...ก่อนที่จะเลื่อนสายตามองลงมายังร่างที่แนบติดตัวเขาอยู่

 

   ผมสีน้ำตาลทิ้งตัวลงมาเผยให้เห็นดวงหน้าซีดเซียวที่แต่งแต้มไปด้วยสีเลือด เปลือกตาคู่นั้นปิดสนิท ร่างบางอยู่ในชุดเดรสสีดำที่ชโลมไปด้วยของเหลวข้นสีแดงทั้งตัว เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยช้ำหลายจุด มือถูกปล่อยห้อยลงมาอย่างไร้เรี่ยวแรงดูเหมือนตุ๊กตาแก้วที่เปราะบาง ราวกับจะแหลกสลายได้ทุกเวลา

 

“…”ทรอนซ์ขมวดคิ้วเข้าหากัน นัยน์ตาสีเข้มสั่นไหววูบนึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉยตามเดิม

 

   แพทริกซ์แค่นเสียงในลำคอ เขาก้าวเดินต่ออย่างไม่สนใจผู้มาเยือน จนถึงตำแหน่งที่เดินสวนกัน  เขาก็ต้องหยุดกึกเมื่อสัมผัสถึงไหล่ซ้ายที่ถูกคว้าหมับแล้วบีบไว้แน่น

 

คนของฉัน...ฉันดูแลเองเสียงทุ้มกระซิบเย็น นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มดุดันฉายแววจริงจัง เรียกรอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนดวงหน้าของชายหนุ่มอีกคน

 

ดูแลกันยังไง...ถึงปล่อยให้เธออยู่ในสภาพนี้เสียงนุ่มตอกกลับเรียบๆ หากแต่แฝงแววไม่พอใจชัดเจนรู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น...ถ้าฉันมาไม่ทัน

 

   ดวงหน้าเจ้าชายน้ำแข็งดูจะเกร็งขึ้นเล็กน้อย เขาสบตากับนัยน์ตาสีโลหิตที่ทอประกายกร้าว ก่อนจะลดสายตามองร่างที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม

 

“…”โดยที่ปราศจากคำพูด นัยน์ตาสีเข้มมองสำรวจดวงหน้าเรียวเล็กด้วยความรู้สึกถึงบอกไม่ถูก เขารู้สึกอึดอัด ทั่วทั้งร่างชาวาบเหมือนถูกแช่แข็ง

 

จากนี้ไป ฉันจะดูแลเธอเองปลายเสียงย้ำหนักแน่น ก่อนจะพาร่างตนและคนในอ้อมแขนเดินพ้นประตูออกไป ทิ้งไว้เพียงเหตุการณ์ชุลมุนเบื้องหลัง และร่างหนาที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงของบุรุษเจ้าของฉายาเจ้าชายเย็นชา

 

  ผ่านไปเนิ่นนานทีเดียว หูได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างทรมาน ขณะที่สายตาทอดมองไปยังประตูที่ถูกเปิดค้างไว้ ร่างหนายังคงปักหลักอย่างคงที่ราวกับรูปสลัก

 

“..ไม่เจอกันนานเลยนะครับเสียงเข้มเรียกนัยน์ตาสีน้ำเงินตวัดไปมอง ร่างเล็กที่ซ่อนใบหน้าใต้เสื้อคลุมค่อยๆเงยหน้าขึ้น ปรากฏเป็นรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก เจ้าตัวค่อยๆดึงหมวกคลุมที่ปกปิดใบหน้าลงมา เผยให้เห็นนัยน์ตาสีฟ้าคมกริบ กับเรือนผมสีเดียวกันที่สะท้อนไฟสีแดงส้ม

 

“…”ไร้เสียงตอบรับและใบหน้านิ่งเฉย ยากแก่การเดาอารมณ์ ทำให้เด็กหนุ่มร่างเล็กหัวเราะออกมาเบาๆ

 

อา...ผมพลาดไปจริงๆด้วยสิ ที่ปลอมตัวเป็นคุณแล้วหลอกล่อเด็กนั่นออกมาจากเกราะเวทย์...แต่เผลอหลุดยิ้มไป ก็เลยถูกเขาจับได้ คิกเด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะสดใส ตาจ้องไปยังดวงหน้าคู่สนทนาที่ขมวดคิ้วเข้าหากัน เธอบอกว่า เป็นเพราะคุณไม่มีทางยิ้มให้เธอแบบนั้น...ฟังดู...เศร้านิดๆแฮะ

 

   เด็กหนุ่มคลี่ยิ้มอย่างพอใจ เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มนิ่วหน้า พร้อมกับนัยน์ตาสีเข้มที่เริ่มฉายแววคุกรุ่น

 

..มีธุระอะไรทรอนซ์ข่มอารมณ์ กัดฟันถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยียบ

 

ดูออกด้วยหรอ ว่าผมต้องการพบคุณเด็กหนุ่มร่างเล็กไหวตัวเล็กน้อย แสร้งทำสีหน้าเหมือนเด็กที่ถูกผู้ใหญ่จับได้ว่าทำความผิด ที่ผมตั้งใจล่อเด็กนั่นออกมา ก็เพื่อให้คุณตามมา...จริงๆนั่นแหละครับ

 

   ทรอนซ์สบถในใจ มือกำหมัดแน่นพลางนึกถึงร่างบางที่มีสภาพสะบักสะบอมไร้สติ นึกอยู่แล้วว่าเธอถูกใช้เป็นเพียงเครื่องมือที่เรียกตัวเขามาพบเท่านั้น ความรู้สึกอึดอัดในอกพุ่งขึ้นจนอัดแน่นราวกับจะระเบิดออก

 

อา...อย่าทำหน้าแบบนั้นเลยครับ คุณไม่ควรแสดงอารมณ์มาเกินไปนะ...เจ้าชายเสียงเข้มฉายแววเย้ยหยันในน้ำเสียงชัดเจน นัยน์ตาสีฟ้าทอประกายกร้าว ก่อนที่เจ้าตัวจะหลุบตาลง เงียบสักอึดใจ รอยยิ้มก็กลับมาประดับบนดวงหน้าอ่อนเยาว์

 

คุณเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ...ดูเป็นมนุษย์มากขึ้นทีเดียว อา...ผมเดาว่าคงเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นสินะ แต่เสียดาย...ที่เธอต้องทำให้คุณผิดหวัง หึๆ

 

เซย์เสียงทุ้มตัดบทฉับ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววดุดันน่าเกรงขาม แสดงให้เห็นถึงโทสะที่ใกล้จะระเบิดเต็มที

 

เข้าเรื่องดีกว่าครับ...ผมคิดว่า พอจะหาทางลบล้างคำสาปนั่นได้แล้วล่ะเด็กหนุ่มเปรยขึ้นเนิบๆ นัยน์ตาสีฟ้าไม่เหลือแววขี้เล่นแต่อย่างใด หากแต่มันมั่นคงหนักแน่น นั่นทำให้ดวงหน้าคู่สนทนาคลายความเกร็งเครียดลงไปบ้าง

 

   เซย์ คือลูกพี่ลูกน้องทางฝ่ายพ่อของเขา...ผู้ที่เป็นญาติคนเดียวที่เขาเหลืออยู่ตอนนี้

   โศกนาฏกรรมในอดีตทำให้ทั้งคู่สูญเสียทุกสิ่ง พวกเขาหนีรอดมาได้จากการเข่นฆ่าอย่างเยือกเย็นของบุรุษที่ขึ้นชื่อเป็นว่าบิดาบังเกิดเกล้าของเขา หากผู้ใดได้ฟังว่าเหตุการณ์พ่อฆ่าลูกเป็นสิ่งที่โหดร้ายทารุณ เห็นทีในกรณีนี้จะไม่ใช่ เพราะท่านทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำตามหน้าที่ที่คนทั้งประเทศต้องการ ทำเพื่อกำจัดสิ่งชั่วร้ายออกไป..

 

  เสด็จพ่อของเขา...กษัตริย์แห่งโซลิเซียร์ ผู้ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นบุคคลที่โหดร้าย ฆ่าล้างตระกูลตัวเองได้อย่างเลือดเย็น

 

   เพราะคำสาปที่ตกทอดต่อมารุ่นต่อรุ่น ผ่านทางสายเลือดนักเวทย์น้ำแข็งแห่งทวีปทางเหนือ ลือกันว่าย้อนไปหลายพันปีมาแล้ว บรรพบุรุษผู้ซึ่งมีพลังเวทย์แกร่งกล้าได้ปลิดชีพแม่มดผู้ทรงฤทธิ์ที่สุดในยุคนั้น ก่อนลมหายใจจะหมดลง นางได้ลงคำสาปที่ชั่วร้ายและแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา จรดลึกเข้าไปในสายเลือดของคนผู้นั้น...จนเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

   คำสาปจะออกฤทธิ์เมื่อเด็กที่เกิดจากสายเลือดของคนผู้นั้นย่างเข้าสู่วัย17

ในวันที่ควรจะเป็นวันฉลองวันเกิดของเจ้าชายรัชทายาทแห่งโซลิเซียร์ กลับเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตเขา ภาพบิดาหลั่งน้ำตาออกมายังติดตรึงในความทรงจำที่เจ็บปวด เมื่อรับรู้ว่าตนมีเชื้อสายของผู้ใช้เวทย์ในตัว และได้ส่งมอบให้บุตรชายคนเดียวรับความชั่วร้ายของคำสาปไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ

 

ต่อจากนั้น เป็นภาพเหตุการณ์ที่ถูกย้อมด้วยสีเลือด ประชาชนลุกขึ้นต่อต้านราชวงศ์ บีบให้ท่านพ่อในฐานะกษัตริย์ตัดสินใจทำสิ่งที่ฝืนใจและเจ็บปวดที่สุดในชีวิตของท่าน

 

   ด้วยความช่วยเหลือจากมารดา ที่คาดการณ์สถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ...เขาและเซย์จึงถูกส่งข้ามมายังสถานที่ที่ไกลจากที่นั่นมาก เมื่อลืมตาขึ้นจากฝันร้าย...เขาก็เห็นประตูทางเข้าโรงเรียนแคปริคอร์น ซึ่งมีร่างเล็กของสตรีผู้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ยิ้มต้อนรับอย่างอบอุ่นอยู่ตรงหน้า

 

นั่นอาจทำได้ยากทีเดียว เพราะต้องอาศัยสายเลือดของผู้ใช้เวทย์ระดับสูงมาทำพิธีให้ ประกอบด้วยธาตุหลัก ดิน น้ำ ลม ไฟ...แต่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของทุกคน ก็...คำสาปนั่นอยู่ได้มาถึงพันๆปีนี่เนอะเซย์พูดช้าๆ จบท้ายด้วยรอยยิ้มเศร้า เขาคงนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น ที่ต้องทนเห็นท่านลุงที่เคารพรักของตนปลิดชีวิตผู้เป็นบิดาของเขาไปต่อหน้าต่อตา

 

ฉันขอโทษเสียงทุ้มกระซิบแผ่ว นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มสั่นไหวตามอารมณ์ ร่วมนึกย้อนภาพความทรงจำอันเลวร้ายไปพร้อมกับเพื่อนร่วมชะตากรรม

 

   เพราะอย่างนี้แหละ...ที่ทำให้เขาเกลียดตัวเอง

เกลียดการมีตัวตน...เกลียดชีวิตที่เขาไม่สมควรได้รับ...เจ้าชายทรอนซีราแห่งโซลิเซียร์ ควรจะจบชีวิตลงตั้งแต่วันนั้นแล้ว!

 

ถ้าไม่ใช่เพราะเขาที่เกิดมาพร้อมคำสาปร้าย ทุกคนคงไม่ต้องจบชีวิตอย่างอนาถแบบนี้

 

...เซย์เสหน้าไปอีกทาง ซ่อนความรู้สึกรุนแรงชั่ววูบ ก่อนจะทิ้งท้ายพร้อมกับสาวเท้าจากไป ทำหน้าแบบนั้น ไม่สมเป็นนายเลยนะ...ทรอนซีรา

 

   ทรอนซ์ปรายตามองตามแผ่นหลังที่ห่างไกลขึ้นทุกที เขาถอนหายใจเบาๆ ข่มความรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ ก่อนจะพลิกกายเดินฝ่าออกไปทางประตู...

 

 

   แสงไฟสีแดงจากเปลวเทียนนับสิบสว่างวาบขึ้นตามผนังห้อง ทันทีที่เท้าของร่างหนาเจ้าของห้องแตะสัมผัสพื้นพรมสีดำ เขาเดินก้าวตรงไปยังเตียงใหญ่ทรงโบราณที่มีผ้าม่านสีแดงขอบทองผูกมัดไว้ที่เสาเตียงทั้งสี่ข้าง ก่อนจะค่อยๆบรรจงวางร่างบางไร้สติลงอย่างนุ่มนวล

 

   ภายในห้องเน้นการตกแต่งโทนแดงสลับดำ เครื่องประดับทำจากเนื้อไม้ชั้นดี ดูเก่าแก่หากแต่แฝงไปด้วยอำนาจความขลังและลึกลับ ชายหนุ่มเหยียดกายตรงก่อนจะคว้าเก้าอี้โซฟาสีแดงสดใกล้ตัวมานั่งข้างๆเตียงที่มีเด็กสาวนอนแผ่หราอยู่ด้วยดวงตาที่ปิดสนิท

 

   เขารวบรวมสมาธิ มือข้างซ้ายบรรจงประคองมือเล็กๆขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะทาบฝ่ามืออีกข้างลงบนบาดแผลฟกช้ำและรอยขีดข่วนจำนวนมาก อึดใจต่อมา แสงสีส้มเหลืองอ่อนละมุนค่อยๆส่งผ่านมือหนาสู่เนื้อผิวที่เต็มไปด้วยรอยแผล

   ใช้เวลาไม่นานนัก ปากแผลที่เป็นรอยข่วนค่อยๆรวบตัวเข้าหากันอย่างไร้ร่องรอย รอยช้ำเป็นจ้ำๆถูกลบออกจนหมดสิ้น ปรากฏเป็นผิวสีขาวอมชมพูเนียนใสดังเดิม

 

ลำแสงสีท้องฟ้ายามอรุณค่อยๆทาบผ่านเนื้อผิวอย่างต่อเนื่อง ไล้ตามเนื้อตัวโดยทิ้งไว้เพียงคราบเลือดปราศจากริ้วรอย

 

   นานแล้วที่เขาไม่ได้ใช้เวทย์รักษาให้ใคร..

เด็กหนุ่มคลี่ยิ้ม เมื่อเห็นผลงานเป็นที่น่าพอใจ แปลว่าเวทย์รักษาเขาไม่ได้ด้อยลงกว่าเดิมเลย

  

อึก..ร่างบางบนเตียงสะดุ้งนิดๆ เป็นอาการผวายามหลับใหล...แพทริกซ์ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างนึกสงสัย จับจ้องไปยังดวงหน้าเรียวเล็กที่ดูยุ่งนิดๆราวกับเด็กน้อยที่ตกอยู่ในห้วงความฝันที่เลวร้าย

 

   เขาใช้มือซ้ายบีบมือเล็กข้างนึงไว้กับตน ก่อนจะยกมืออีกข้างขึ้นเกลี่ยเส้นผมสีน้ำตาลที่ตกลู่บดบังดวงหน้าไปข้างๆ มือหนาที่คิดจะชักกลับไปในทีแรกก็ยกค้างอยู่อย่างนั้น โดยที่ไม่ฟังคำสั่ง มือนั้นค่อยๆสัมผัสดวงหน้าคนหลับลึก แล้วไล้ลงมาจรดปลายคาง...นิ้วโป้งแตะเบาๆที่ริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยราวกับยั่วยวนให้เขาหลงไหลก่อนจะค่อยๆโน้มตัวลงไป..

 

ร้ายนักนะเขากระซิบแผ่วข้างหูร่างคนหลับ เป่ารดลมหายใจข้างแก้มเนียนนั่นเบาๆ ทำให้ร่างนั้นประท้วงที่ถูกรบกวนด้วยการยกมือเล็กๆผลักหน้าคมคายให้ออกห่าง เสียงหวานครางต่ำในลำคออย่างอิดออด ก่อนจะพลิกร่างหันไปอีกทางหาตำแหน่งที่สบายที่สุด แล้วการเคลื่อนไหวก็หยุดลง มีเพียงไหล่เล็กที่กระเพื่อมขึ้นลงช้าๆบ่งบอกจังหวะการหายใจของคนนอน

 

หึหึ..แพทริกซ์หัวเราะในลำคออย่างนึกเอ็นดู  นัยน์ตาสีแดงพลันอ่อนโยนขึ้นทันตาโดยที่เขาเองไม่รู้สึกตัวสักนิด

 

 

หากมีใครมาเห็นภาพตรงหน้า คงยากที่จะเชื่อว่าเขาคนนี้คือ คิง ออฟ แคปริคอร์น ผู้ได้รับขนานนามว่า มัจจุราชเปลวเพลิงแห่งไฟนรกโลกันต์

 

 

To be con.

 

Writer: ทักทายค่ะ >O< ! (ขอพล่ามเยอะนิดนึงน้า)

ตอนนี้ค่อนข้างยาวเนอะ บรรยายแปลกๆเหมือนเคย(ฮ่าๆ) ติดๆขัดๆตรงไหนช่วยบอกกันด้วยนะคะ

  ในที่สุด ก็ตัดสินใจคลายความลับของทรอนซ์ออกมา ตอนแรกนั่งคิดอยู่นานว่าจะบอกตอนไหน ความลับเยอะเกินเลยประกาศโล่งโจ้งต่อหน้าท่านผู้อ่านเลยล่ะค่ะ_ _ =w=

  ส่วนฉากอารมณ์ ไม่รู้จะทำออกมาได้ใช้ได้ไหม พออ่านอีกทีแล้วมันทะแม่งๆเหมือนกันนะคะ~O~ (รบกวนแนะนำด้วยนะT T. ฮึกๆ)

  ไรเตอร์คิดอยู่ว่าจะเปลี่ยนตัวพระเอก(ฮ่าๆ..- แน่ะๆตาลุกพรึ่บกันขึ้นมาเชียว)

แต่ได้โปรดอย่าทอดทิ้งทรอนซ์เลยนะคะ เขาน่าสงสารนะTwT(ก๊ากก เริ่มเอียง)

*ปล. ตอนนี้ยาวไปไหมคะ T^T แบบนั่งปิดบ้านอัพสองวันติดเลยกว่าจะเสร็จ ฟิ้วว ~(ปาดเหงื่อ)

 

อย่าลืมข้อตกลงนะคะ  อ่าน+เม้นท์ = อัพ !  *   เย่ๆ >_<

*ปล2.ไรเตอร์ลาพักร้อนประมาณ5วันนะคะ ได้packageไปเที่ยวเกาะกูด T T(อัพแล้วชิ่ง)

แล้วเจอกันค่ะ >/:\<// !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #2365 มะลิดอกน้อยๆ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:28
    เม้นแรก อดไม่ไหว ชอบแพทริก เปลี่ยนพระเอกค่ะๆ แต่ไม่ทันสินะ จบไปแล้ว
    #2,365
    1
    • #2365-1 บาบิQ(จากตอนที่ 16)
      27 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:54
      5555 ขอบคุณที่แวะเม้นค่า
      #2365-1
  2. #2260 Ticha 'Ppalaloy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 09:30
    สนุกมากค่ะ
    #2,260
    1
    • #2260-1 บาบิQ(จากตอนที่ 16)
      17 เมษายน 2559 / 16:02
      ขอบคุณค่ะ ฝากติดตามไปจนจบเลยนะคะ อิอิ
      #2260-1
  3. #1694 cake01 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มกราคม 2555 / 16:01
    I LOVE  แพทริกซ์
    #1,694
    0
  4. #1545 SheetahG (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 07:01
     เซย์...เอ่อ เตี้ยใช่มั้ย ? ฮ่า ๆๆๆ กร๊าก ๆๆๆๆๆๆๆ  เอ่อ กลับเข้าเรื่อง ทำไมเซย์ไปอยูโทรปิฯได้ละ ? ไม่มาอยู่คาปริคอร์นด้วยกัน
    #1,545
    0
  5. #1516 BigGest-Dino (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 22:18
    แอบเห็นด้วยว่า...
    อ่าน + เม้น = อัพ ฮ่าๆ ๆ  ๆ ๆ

    หา าา า า ...
    เธอแอบไขว้เขวไรห๊ า า าา า  า บาบิ..
    แต่เอาเถอะขอเป็นผู้ชายเราได้หมด 55+

    นี่ถ้าประโยคนี้ไม่ได้อยู่ในเรื่องนี้ จะแบบว่าฮาเอาเรื่องเลยนะ
    >> คุณดูเป็นมนุษย์ขึ้น ฮ่าๆ

    ตะ ตะ แต่ว่า คนของฉันอีกแล้ว คนของฉ้าน คนของฉัน ^^*
    #1,516
    0
  6. #1448 SheetahG (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 08:56
     แพทริกน่ารักมากกก
    #1,448
    0
  7. #1434 $ ..... $ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 03:15

    ไอเลิฟฟฟฟยู~ แพทริกซ์

    #1,434
    0
  8. #1394 Delle (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2554 / 18:29
     ไม่อยากให้เปลี่ยนอ่ะ -3-;;
    #1,394
    0
  9. #1289 [P]a[t] (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 / 00:06

    ใครเห็นน้า
    หนุกมากเยย

    #1,289
    0
  10. #1270 Spicule (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2554 / 19:22
    ตอนนี้เชียร์แพทริกเเทนทรอนเเล้วอะ
    555
    #1,270
    0
  11. #1249 •Zol2iäc• (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:57
    นางเอกดูเป็นนางเอกมากขึ้น
    555+
    #1,249
    0
  12. #1206 BEbear_zip (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2553 / 20:17
    แบร่ๆๆๆๆ ;P งอลๆๆๆ

    ไม่มาอัพ งอลแล้วอ่ะ -*-
    #1,206
    0
  13. #1200 hicaru_02 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 กันยายน 2553 / 13:29

    เมื่อไหร่ทรอนจะเริ่มรัก ชาลี ซักทีอ่ะ



    อยากเหน


    จัดมาด่วนเลยนะคับ

    #1,200
    0
  14. #1199 hicaru_02 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 กันยายน 2553 / 11:21
    อยากได้ฉาก หึง ของ ทรอน เยอะๆอ่ะค่ะ


    ฉากหวานๆด้วยอิอิ


    อยากได้ๆๆๆๆๆ



    ส่วนคู่ของมารีอา-ราล์ฟ เอาไว้ก่อนได้ไหมค่ะ



    อยากดูคู่ของ ทรอน-ชาลี-แพทริก มากกว่าอ่ะค่ะ


    รบกวนด้วยนะค่ะ
    #1,199
    0
  15. #1193 รอคอยไรเตอร์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2553 / 18:47

    ไรเตอร์ โกง!! ไหนบอกไป 5 วันไง นี่ล่อเป็น 5 อาทิตย์แล้วมั้งเนี่ย...
    ฮึกๆ เค้าเสียใจนะตัว ไม่ยอมอัพอ้ะ! TT[ ]TT
    ฟ้องศาล (เตี้ย) ขอหา ไม่ยอมอัพ (ปัญญาอ่อนไปไหม?)

    #1,193
    0
  16. #1184 winnie the pooh (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 / 20:26
    55555.



    ยังสนุกเหมือนเดิม ๆ

    >
    #1,184
    0
  17. #1178 I'm disaster Girl (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 05:40

    หนุกมาเตอร์

    งอนทรอนซ์อะ

    ไมมาช่วยช้าอะ

    #1,178
    0
  18. #1177 Shubu" (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 05:31
    แพทริกซ์เท่ห์มากมาย ชอบๆ
    ทุกคนเชียร์ทรอนซีรากันเถอะ
    เพราะเราจะเก็บพี่แพทกลับบ้าน
    โฮะๆๆ
    #1,177
    0
  19. #1176 ปาท๋องโก๋กะนมข้น (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 16:34
    เออบาบิ(ก้เรายังไม่รู้ชื่อที่แท้จริงนี่น่า) ก้ถามหน่อยสิว่าจะเปลี่ยนจริงๆๆหรอกพระเอกน่ะเราน่ะชอบทั้ง2คนทรอนซีราเย็นชาแต่ก้อบอุ่นแพทริกซ์นี้ก้แสดงออกบ้างและก้อ่อนโยนอบอุ่นถ้าเป้นเค้าน่ะเอาทั้ง2คนเลยน่ะบรรยายได้เห็นภาพมากกกกกที่เราติดตามอ่านมาตลอดรู้สึกแว้มันจะเป็นรัก3เส้าป่าวกะ>0<อ้ายเขาไม่อยากเห็นใครเจ็บอะแต่คนที่เราชอบอีกก้คือราล์ฟเฟนี่ร่าเริงดีน่าร้ากกกและมารีอาสวยแถมเสดของได้สะทุกสิ่งสรูปแว้วเราชอบหมดทุกตัวน่ะนะ--*บรรยายมาสะยาวเชี่ยวเรางั้นจบไส้แค่นี่อย่าลืมอัพน่าเราคอยติดตามอยู่
    #1,176
    0
  20. #1172 Vampire knight (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 20:39

           ตอนแรกนึกว่าสายตาพร่ามัวไปเองซะอีก ไม่ได้เข้า dek-d มาอาทิตย์นึง อัพเพิ่มตั้ง 2 ตอน ปรากฏการณ์มหัศจรรย์จริงๆ -*-
           ตอนนี้ก็ยังสนุกเหมือนเดิม แต่อ่านแล้วเริ่มหลงรักแพทริกซ์ ไม่! ทรอนซ์ต้องเป็นพระเอกสิ -^-  ตอนก่อนหน้าแพตตี้น่าร๊าก...
    ป.ล. กลับจากเที่ยวแล้วรีบอัพนะ

    #1,172
    0
  21. #1170 yunijung (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 16:45
    อย่าเปลี่ยนพระเอกนะ ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนเลยนะ ขอร้อง

    #1,170
    0
  22. #1169 นานา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 11:48
    อัพต่อนะนะน



    อย่าเปลี่ยนพระเอกน้าาาา
    #1,169
    0
  23. #1168 koy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 00:35
    อยากให้อเมทิสต์เก่งขึ้นอ่ะ



    แล้วก็อย่าเปลื่ยนพระเอกเลย



    สงสารทรอนซ์ง่ะ
    #1,168
    0
  24. #1166 |Zaa*liM| (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2553 / 20:42
    พี่หายไปนานตอนนี้กลับมารายงานตัวแล้วจ้าน้องบาบิ

    รีไรท์เยอะเลยนะ แต่บางครั้งมันไม่ขึ้นนิยายอัพเดตที่ไอดีพี่เลย- -??

    ทรอนซีราาาาาาาาา -*-

    ไปมัวช่วยใครอยู่??!!(คนรักเก่า?)

    ปล่อยให้ชาร์ลีนโดยแพทงาบปาย~ =w=*

    พี่เคืองนะๆบาบิ ไม่เอางี้ซี (มีสิทธิ์?? แหะๆ)

    แต่ไงพี่ก็เปนทรอนเอฟซี ทรอนต้องเป็นพระเอกน้า อย่าเปลี่ยนเลยยย...

    ...แล้วรีบมาอัพนะจ๊ะ ด่วน!!^^'
    #1,166
    0
  25. #1162 GaMmONo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2553 / 13:30
    อยากให้ทุกคนยอมรับนางเอกได้จังถ้ารู้ว่านางเอกไม่มีเวทย์เลย
    #1,162
    0
  26. #873 -=niNew=- (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2552 / 16:00

    โห !!! ตอนอ่านกำลังซึ้งแทนO.O มาเจอพระเอกเราดันหัวเข้าไป -_-'' หมดกันเลยทีนี้ T^T

    555 สนุกๆมากๆ ไรเตอร์สู้ต่อปายยยยย O(^0^)V 

    #873
    0
  27. #870 Rainny สายน้ำแห่งความสุข (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2552 / 19:36

    ว้าววว *0*

    อิมเมจยูริน่ารักมาก...กก เอริคก็เท่ (แต่ยังไม่โดนเท่าทรอนซ์ 55+)

    ถ้าสอบเสร็จแล้วอย่าลืมอัพเนื้อหาต่อนะคะ

    อยากรู้ว่าแพททริกซ์จะเป็นยังไงต่อไป T^T ยังมีบทบาทอยู่ใช่มั๊ยย ยยย กระซิกๆ

    #870
    0
  28. #869 Vampire knight (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2552 / 17:16

    กรี๊ด!! ทำไมปล่อยให้ลุ้นอย่างงี้อ่ะ...รีบมาอัพเร็วๆ นะ แพทริกซ์อย่าตายนะ ToT

    #869
    0
  29. #868 bErrY (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2552 / 17:14

    ตอนนี้ก็ยาวจุใจอีกแล้ว ><~ ชอบๆๆๆ
    รู้สึกชอบตอนนี้มากเลย หลากรสชาติดีจัง 
    ถึงนางเอกของเราจะยังเบ๊อะอยู่เหมือนเดิมก็เถอะ 555+

    บาบิทำข้อสอบให้ได้น้า สู้ๆค่า
    แล้วอย่าลืมมาอัพนิยายน้า รออ่านๆๆๆ 
    (ก็เล่นค้างว่าสัมผัสไม่ได้ถึงชีวิตของแพท) << ลุ้นเตมแก่แว้ว T^T

    #868
    0
  30. #867 winnie the pooh (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 23:54
    พี่แห้วว ว วว ว

    อัพ ด่วน !~~~~~*

    ทรมานคนอ่านหู๊มั้ย !~



    ได้โปรดช่วยขยันอัพหน่อย

    55555555~~~

    มาอัพเรว ๆ เน้อ!
    #867
    0
  31. วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 18:56
    อ๊างงงงง

    จะทรมานคนอ่านไปถึงไหนอ่า

    มาอัพด่วนเถิด ได้โปรด T^T
    #865
    0
  32. #863 pangkawjoa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 13:27
    มาให้กำลังใจจ้า

    พี่รออ่านอยู่เสมอนะจ๊ะ -3-

    เปลี่ยนบีจีใหม่แล้วด้วย *0* อเมทิสต์น่ารักกกก~ > <

    สวยๆ ชอบๆ สู้ๆ นะจ๊ะ ^ ^v
    #863
    0
  33. #862 [[,,PRiiNz 'm E.L.F ,,]] (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 00:25

    อยากอ่านต่อแล้วอ่า

    สนุกมากมาย

    รีบ ๆ มาอัพน้าค่ะ

    #862
    0
  34. #861 bErrY (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2552 / 15:23
    แค่ 30% ก็เริ่มจะสนุกขึ้นเรื่อยๆแล้ว
    มาอัพไวไวน้าบาบิ จะรออ่านจ้า
    อัพช้าก็ทรมานคนอ่านน้า T3T 

    สู้ๆค่ะ
    #861
    0
  35. #860 candy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2552 / 11:42
    อัพต่อเร็วๆน้า~



    สู้ๆ



    ^ ^
    #860
    0
  36. #853 Vampire knight (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2552 / 19:15

    เมื่อไหร่จะมาอัพต่อ...อยากอ่านมากกกกกกกกกกกก ToT

    #853
    0
  37. #852 ^3^ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2552 / 20:08
    รีบอัพน่ะจ๊ะ



    เป็นกำลังใจให้จ้า^ ^
    #852
    0
  38. #851 ^3^ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2552 / 20:06
    หนุกมาก~

    อัพต่อเร็วๆน่ะจ๊ะ

    เป็นกำลังใจให้จ้า

    สู้ๆ ^ ^
    #851
    0
  39. #848 ♪♫•_♦Luzifia&# (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2552 / 21:42
    ยูริน่ารักบาดขั้วหัวใจม้ากมากกกก!!!~~~ *O*

    นิสัยก็ใช้ได้ด้วย!~ >\\\\\*

    ถึงกับคนอื่นนอกจากพี่ราฟฟฟฟฟ~~~ (เอิ๊กกกก!!!~~~ *[]*) จะโหดไปหน่อยก็เหอะ!~ ฮ่า ๆ ๆ ^O^

    จิ้นคู่นี้ดีกว่า~ *[]* ฮ่า ๆ ๆ ^O^

    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์นะคะ ^^

    แล้วเดี๋ยวมาอ่่านต่อนะคะ ^^

    #848
    0
  40. #846 -=niNew=- (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 / 10:43

    เย้ ! ^0^ สนุกค่ะ คนแต่งสู้ต่อปายยยยยยย ((นิยายตัวเองยังสมองตันอยู่ เลยมาอ่านของคนอื่น -_-''))

    #846
    0
  41. วันที่ 8 กรกฎาคม 2552 / 20:59

    ยูริน่ารักอ่ะ

    >W<

    #844
    0
  42. #843 kirarisung (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2552 / 16:56
    ความสนุกคงที่เหมือนเดิมเลยค่าพี่บาบิ
    #843
    0
  43. #842 fett (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2552 / 14:32

    อัพไวๆนะคะ   ยูริน่ารักอ่า

    #842
    0
  44. #841 pangkawjoa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2552 / 09:59
    หนุกมากกกกกกกกกกกกกก~ >
    คนที่ช่วยอเมทิตส์คือแพททริกซ์เองหรอเนี่ย *0*

    ราล์ฟก็เก่งแฮะ ( เพิ่งเห็นความเก่ง 555+ ) ล้อเล่นนะราล์ฟ -3-

    อ่ะฮ้า~ ยูรินี่ชอบราล์ฟหรือเปล่านิ - - + ปิ๊งๆๆ ถ้าเป็นแบบนั้นมารีอาก็มีคู่แข่งน่ะสิ 555+

    หนุกมาเลยบาร์บีจัง มาอัพต่อเร็วๆ นะ

    พี่จะรออ่านต่อไป หุๆ ^ ^v
    #841
    0
  45. #839 คนที่รออ่าน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2552 / 17:19
    สนุกค่ะ แล้วรีบๆมาอัพให้เต็ม100เร็วๆนะคะ อยากจะอ่านต้ช่อแล้ว
    #839
    0
  46. #836 AppleCyder (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2552 / 07:18
    แล้วทรอนซ์หายไปไหนเนี่ย  

    ทำไมไม่มาช่วยช้านนน  เอ๊ย! นางเอกล่ะ

    แฮะๆ โทษที  อินไปหน่อย
    #836
    0
  47. #4 Dino (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2552 / 21:27

    ง้ากก จบตอนซะที

    ตอนนี้แบบมีหลายอารมมากอะ มันส์ เศร้า ลุ้น

    และปิดท้ายด้วยฮา  โคดฮาอะ555555555555555555+

    ชอบๆๆ

    แต่ง้ากก  จบทิ่งไว้ด้วยคำว่า"ฉันสัมผัสไม่ได้ถึงพลังชีวิตในตัวหมอนั้น" ง้ากกก ต้องติดตามอีก ชิๆๆๆ


    ปล. เคืองเอริคมาก น่าตาก็สู้ราฟไม่ได้ซักนิด ยังจะมาแตะต้องมารีอาอีก ชิๆๆๆ

    #4
    0
  48. #3 เมมฟิส (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2552 / 11:08
    เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 869 แต่ก็ยังรักทรอนน่ะ ค้างค่ะ ค้าง รีบอัพน่ะ สู้ๆ
    #3
    0
  49. #2 Shubu" (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2552 / 08:16

    ครอกกกกกกกกก
    ห้าวๆๆ
    มาอัพแล้วหรอ
    สอบยัง
    ขอให้โชคดีในการสอบ
    หนุกดี
    ว้าวๆๆชอบแพทมากกว่าทรอนแล้วอ่ะ(ดูมันย่อ)
    อย่าเพิ่งงอนนะทรอน แฮะๆ
    แต่ก็ชอบแพทจิงๆนั่นแหละ(แพทริกซ์)

    #2
    0
  50. #1 vin_111 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2552 / 00:19

    อัพบ่อยๆๆน้า


    ^^

    #1
    0