The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 15 : The Keyz 15 เสียงสะอื้น..ของใครอีกคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,000
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    3 เม.ย. 62

[15]

 

    กลิ่นอับชื้นลอยวนเวียนมาแตะจมูก เสียงฝีเท้าของคนทั้งสองดังขึ้นสลับกัน เกิดเสียงก้องสะท้อนไปมาภายในสถานที่มืดทึบซึ่งไม่มีทางเชื่อมใดใดสู่โลกภายนอก ลูกกรงเหล็กขนาดใหญ่ฝังตัวเรียงอยู่ตามกำแพงด้านข้างโดยมีคบเพลิงสีแดงประดับกั้นระหว่างห้องขัง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งเดียวที่ให้ความสว่างในตอนนี้

 

นัยน์ตาสีฟ้าเทาสั่นระริก กวาดตามองสถานที่ชวนพิลึก ก่อนจะเลื่อนสายตามาหยุดอยู่กับร่างบางที่เดินเคียงข้างเขาอย่างว่าง่ายผิดปกติ...แถมเจ้าหล่อนยังยอมให้เขากุมมือไว้หลวมๆอีกต่างหาก

 

ไม่ต้องกลัวนะ มีฉันอยู่ทั้งคน^^”เสียงทุ้มลึกเอ่ยยียวน หวังจะได้รับคำอวยพรกลับมาซักชุดสองชุด แต่กลับผิดคาด...ดวงหน้าคมขำยังคงเรียบเฉยดังเดิม ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้สักนิด

 

...

 

เฮ้ย! เป็นอะไรไปน่ะ เธอดูแปลกๆนะราล์ฟเลื่อนมือขึ้นมาจับไหล่เล็กก่อนจะเขย่ามันแรงๆ...ทันใดนั้นเขาก็เบิกตากว้างราวกับนึกอะไรออก แล้วโพล่งออกไปอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม เธอไม่ใช่มารีอาแน่ๆ! เธอคือวิญญาณเร่ร่อนที่เข้าสิงร่างคนใช่ไหม!!”

 

   โป๊ก !~

 

แล้วเขาก็ได้รับมะเหงกหนึ่งลูกอย่างเต็มรัก

 

ปัญญาอ่อนเสียงหวานสบถเบาๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ก่อนจะเสหน้าหนีไปทางอื่น ปล่อยฉันเถอะราล์ฟ

 

    ราล์ฟเฟเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะยอมปล่อยมือแต่โดยดี...คำด่านั่นยืนยันชัดเจนว่าร่างบางนั่นคือมารีอาที่เขารู้จัก แต่เขาก็ยังอดห่วงไม่ได้...ตั้งแต่กลับมาจากป่านั่น ท่าทางของหล่อนดูแปลกไป สังเกตได้จากสายตาเหม่อลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัวและปฏิกิริยาที่โต้ตอบเขาก็ดูลดลงอย่างชัดเจน

 

   เป็นอะไรไปนะ?

 

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ถาม แสงสีขาวสว่างวาบก็พุ่งเข้ามาจากด้านหน้า ทำให้เขารีบยกมือขึ้นบังดวงตาตามสัญชาติญาณแล้วพลิกตัวเข้าบังแสงนั่น ไม่ให้มันกระทบร่างบางตรงหน้า...แต่ภาพตรงหน้าทำเอาเขาชะงัก ใบหน้าเปลี่ยนสี

 

นั่น..ตาเธอหายไปไหนน่ะมารีอา!*0*”ราล์ฟอุทาน...ตาจ้องไปยังสิ่งของคล้ายกระจก มันมีสีดำสนิท...แต่เขาไม่ชอบให้มันมาแทนที่ที่ควรจะเป็นนัยน์ตาสีชาอ่อนคู่สวย

 

..ใส่ซะมารีอายื่นสิ่งนั้นมาให้ เขารับมันมา แล้วก็พบว่ามันมีอะไรยื่นออกมาจากส่วนที่เป็นกระจกออกมาสองข้าง เราใกล้ถึงแล้ว

 

   สิ้นเสียง ร่างบางสมส่วนก็เดินจ้ำอ้าวไปข้างหน้าอย่างไม่กลัวเกรง โดยมีร่างหนาเดินตามไปติดๆ...ราล์ฟค้นพบว่าเมื่อใส่เจ้าสิ่งนี้(ที่เขาคาดว่าคงมาจากจินตนาการของเธอ)ตาของเขาสามารถมองตรงไปข้างหน้าได้อย่างปกติ...สองเท้าก้าวเดินไปยังแสงสว่างวาบ ที่ไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุดที่ใด

 

เขาสัมผัสได้ว่าพื้นที่รองรับน้ำหนักของเขาเปลี่ยนไป จากพื้นหินแข็งเป็นพื้นหญ้านุ่ม กลิ่นอับชื้นน่าสะอิดสะเอียนหายไปแล้ว ร่างกายสัมผัสได้ถึงความเย็นที่โรยตัวลงมาปรับอุณหภูมิโดยรอบให้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เสียงลมกรีดตัวแหวกอากาศดังอื้อขึ้นในหู..

 

   แสงสว่างจ้าค่อยๆหายไป แทนที่ด้วยความมืดยามรัตติกาล...เขายกมือขึ้นถอดอุปกรณ์นี่ออก แล้วกระพริบตาปรับระดับแสง

 

ภาพที่เห็นตรงหน้าคือสนามหญ้ากว้างทรงกลม ที่ถูกล้อมด้วยกรงเหล็กสีสนิมเขรอะ...ภายในห้องขังแต่ละห้องปรากฏเป็นร่างคนใส่ชุดขาดวิ่น แขนและขาถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนขนาดใหญ่...บางคนทำสีหน้าตื่นตระหนกราวกับคนไร้สติ บางคนนั่งเงียบๆด้วยสายตาเลื่อนลอย

 

   เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนดังระงมไปทั่วเรียกสติให้กลับคืนมา พร้อมปลุกสัญชาติญาณการต่อสู้ให้ตื่นตัว...ร่างคนนับร้อยค่อยๆโผล่ออกจากพื้นดินปรากฏเป็นเงารางๆ โดยมีเพียงส่วนหัวถึงกลางลำตัว แต่ปราศจากท่อนล่าง !

 

น..นั่น..คือวิญญาณที่เราต้องสะกด...ใช่มั้ยราล์ฟถามเสียงตะกุกตะกัก สีหน้าแสดงความอึ้งปนทึ่ง เป็นร้อยเลยเนี่ยนะ!”

 

..รับไปมารีอาโยนอาวุธที่มีด้ามจับมาให้พร้อมกับแผ่นกระดาษที่จารึกอักขระแปลกๆ แล้วหันมาสั่งสั้นๆ ตีแรงๆที่กลางหัว...มันจะหยุดการเคลื่อนไหว จากนั้น...ก็จัดการ

 

   สิ้นเสียง ร่างบางก็พุ่งเข้าประชิดเงาที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด หล่อนเบี่ยงตัวหลบลำแสงสีเงินที่พุ่งเข้าหาอย่างมุ่งร้าย แล้วกระโดดฟาดอาวุธอย่างแรงไปบริเวณหัว มือเรียวยกขึ้นแปะแผ่นกระดาษบนศีรษะของเงานั่นอย่างคล่องแคล่ว...ร่างลางๆของคนครึ่งท่อนค่อยๆจมหายลงไปในดินอย่างไร้วี่แววว่าจะโผล่กลับมาอีก

 

หึ..ฉันไม่จำเป็นต้องใช้เจ้านี่หรอกราล์ฟว่า พลางโยนอาวุธไว้ข้างๆ...นิ้วมือทั้งสิบชูขึ้นสองข้าง พร้อมกับใบกระดาษที่เสียบกั้นไว้ระหว่างนิ้ว...รอยยิ้มขี้เล่นผุดบนใบหน้า ก่อนที่เจ้าตัวจะถีบขาส่งตัวออกไป

 

   พริบตาเดียว ผีนับสิบก็ถูกประดับด้วยกระดาษแผ่นบางบนศีรษะ ร่างค่อยๆจมดิ่งลงไป โดยที่มันเองยังไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ...ว่ามันจะไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินอีกเลย

 

 

 

ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ ..

  เสียงที่แยกไม่ออกว่าเป็นเสียงฝีเท้าคนเดิน หรือเป็นเสียงหัวใจฉันที่เต้นอย่างบ้าคลั่งไม่มีท่าทีว่าจะกลับมาสู่ภาวะปกติ...

 

ฉันสัมผัสได้ถึงมือหนาอุ่นของคนข้างๆ ชำเลืองมองเสี้ยวหน้าคมคายนั่นที่ยังคงนิ่งเฉย ดูไม่รู้สึกรู้สาอะไร...ต่างกับฉันที่อกจะแตกตายแหล่มิตายแหล่คาที่อยู่ที่นี่น่ะTT

 

  หวีดดดดด~

 

เสียงลมดังอื้ออึงในหู ได้ยินแล้วสะท้านวาบเข้าหัวใจเลยทีเดียว...ฉันเผลอกระชับมือแน่นขึ้น ขาก้าวเดินไปใกล้ร่างหนามากขึ้น จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นของคนข้างๆ

 

...ทรอนซ์มองตรงไปข้างหน้า เหมือนเพ่งสมาธิจดจ่ออยู่กับทางเดินอย่างแน่วแน่...ความอึดอัดท่ามกลางความเงียบเป็นศัตรูอันร้ายกาจของฉันในตอนนี้...ฮือ ถึงจะทำใจได้แล้วว่ามากับหมอนี่ก็ไม่ต่างอะไรกับเดินมาคนเดียวก็เถอะ คิดๆแล้วก็นึกถึงเจ้าคนที่ชอบทำลายความเงียบขึ้นมาจับใจ...ป่านนี้จะเจอของดีรึยังไม่รู้ T^T

 

..ทรอนซ์..ฉันว่านะ..ฉันเปรยขึ้นเนิบๆ หลังจากกวาดสายตาส่องสำรวจไปรอบๆ ที่ทั้งกำแพงและเพดาน กลายเป็นหินก้อนหนาใหญ่เรียงซ้อนสลับกัน ทางเดินเริ่มขรุขระไม่เหมือนกับอยู่ในเขตโรงเรียนสักนิด ดูๆแล้วเหมือนกำลังหลงอยู่ในอุโมงค์พิศวงที่ไม่รู้จุดหมายปลายทาง...ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะสรุปสั้นๆ เราคงมาผิดทางแล้วล่ะ

 

ทรอนซ์หยุดกึก ก่อนเหลือบมองฉันด้วยใบหน้าเรียบเฉย

 

..แง่ะ..นายอย่าทำหน้างั้นดิ มันยิ่งเข้าบรรยากาศเลยT^T”ฉันเผลอก้าวแถวหลังไปหนึ่งก้าว

 

กึก..      สัมผัสได้ถึงวัตถุของแข็งทันทีที่เท้าแตะพื้น

 

ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อก..ก่อนจะค่อยๆหันไปมองต่ำ...

...สายตาดันไปสบกับดวงตากลมโบ๋จ้องตอบมา พร้อมกับฟันสีเหลืองดำผุกร่อนที่กำลังแสยะยิ้มเหี้ยม!!

 

กริ๊ดดดดดด!!!”ฉันรีบชักเท้ากลับอย่างตกใจ พุ่งเข้าไปคว้าสิ่งยึดเหนี่ยวใกล้ตัวไว้แน่น หลับตาปี๋สวดมนต์เป็นสิบๆรอบแต่ไม่จบซักรอบ

........หัว!! มันคือส่วนหัวของมนุษย์ที่ไร้เนื้อเยื้อห่อหุ้ม!!

 

นี่ = =;”เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้หู นั่นทำให้ฉันสะดุ้งสุดตัวก่อนจะกอดรัด สิ่งยึดเหนี่ยวนั่นแน่นขึ้น หน้าซุกลงที่ที่อบอุ่นที่สุด แขนทั้งสองโอบรอบแล้วล๊อคแน่น รู้สึกถึงขาที่เริ่มจะรับน้ำหนักตัวไม่ไหว ต้องอาศัย สิ่งยึดเหนี่ยวพยุงกายไม่ให้ทรุดฮวบลงไป

 

อ๊ากกก!! กลัวแล้ว! ฉันกลัวแล้ว!! ฮือๆๆ อย่ามาหลอกหลอนกันเลย เดี๋ยวทำบุญไปให้นะ ฮือๆๆฉันพูดอย่างรัวเร็ว แต่เสียงที่ออกมาดูเหมือนดังอู้อี้ไม่เต็มเสียง เพราะปากฉันจมอยู่กับไอ้ที่อุ่นๆข้างหน้าเนี่ยแหละ...อ๊ากกก!! ว่าแต่เมื่อกี๊เสียงอะไรฟะ ฟังดูหลอนหูชอบกลT^T

 

ปล่อย- -;”เสียงทุ้มย้ำเครียด น้ำเสียงเย็นยะเยียบฟังราวกับน้ำเย็นที่สาดเข้ากลางสมองอันน้อยนิด เรียกสติสัมปชัญญะให้กลับคืนมา..

 

...ทรอนซ์...อ้าว...นายกอดฉันทำไมเนี่ย ฮ่าๆๆ(T[]T//!!)”ฉันหัวเราะแก้เก้อ รู้สึกอายจนแทบอยากมุดลงหินเลยทีเดียว...ทรอนซ์นิ่วหน้า ก่อนจะโยนฉันทิ้งลงข้างๆอย่างไม่ไยดี

 

  ฮือ...เจ็บYOY

 

...ทรอนซ์ปรายตามองฉันแว๊บนึง ทำสีหน้าเหมือนคนเบื่อโลก

 

นี่...อย่าบอกนะ ว่าจะมามุขเดิม...ฉันอ้าปากค้าง สังเกตสีหน้าและแววตา ฉันรู้สึกถึงลางร้ายในอนาคตอันใกล้ขึ้นมาตงิดๆ

 

เธอรอที่นี่..เขาสั่งสั้นๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินต่อไปอย่างรวดเร็ว

 

เฮ้!~ นายจะทิ้งฉันไว้ในที่แบบนี้ไม่ได้น้า>O<!!”ฉันร้องประท้วง พยายามลุกขึ้นแต่ขาทั้งสองยังไม่ฟื้นคืนสภาพเดิม เรี่ยวแรงทั้งหมดเหมือนถูกใช้ไปหมดแล้ว เป็นเหตุให้หน้าสวยๆทิ่มลงไปกับพื้นหินหนาเป็นชั้นๆอย่างหมดสภาพ

 

ทรอนซีรา!! ฉันสั่งให้นายหยุด!!”ฉันกรีดร้องลั่น ขอบตาร้อนผะผ่าวมีน้ำตาเอ่อล้นออกมาปริ่มๆ ความเจ็บปวดแล่นจากฝ่าเท้าเข้าสู่หัวใจ...นี่เขาทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง ปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวทั้งที่รู้ว่าฉันกลัวแทบตาย...จะแกล้งกันหรือไง!

 

  ร่างสูงหยุดกึก แต่ไม่ได้หันหน้ากลับมา..ฉันจับจ้องไปยังแผ่นหลังที่ให้ความอบอุ่นเมื่อครู่ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสร้างความเย็นวาบขึ้นในใจ

 

ฮึก...ยะ..อย่าทิ้งฉัน..ฮึก..อย่าไปฉันนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กที่ผลัดหลงจากพ่อแม่ ความกลัวปนโกรธอัดแน่นอยู่ในอกราวกับจะระเบิดออกมา...โกรธตัวเองที่อ่อนแอ...กลัวที่จะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว

 

...

 

ฮือๆฉันปล่อยน้ำตาให้ไหลผ่านแก้มไปอย่างไร้ค่า ทอดมองไปข้างหน้าอย่างตัดพ้อ

 

หยุดร้องซักที..”เสียงทุ้มเปรยขึ้นเข้มๆ เป็นเชิงออกคำสั่ง แต่นั่นกลับทำให้ฉันร้องหนักยิ่งกว่าเดิมซะอีก

 

ฮืออออ~!! แง้ๆๆๆ โฮก~ ฟืดด~”..ไอ้เสียงหลังเป็นเสียงซดน้ำมูกค่ะ.._ _<<บรรยายทำไมเล่า!T^T//

 

บอกให้หยุดไงเล่าเสียงเข้มทวีความดังขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับพ่นหายใจออกมาแรงๆราวกับกำลังโกรธ...หึ! โกรธงั้นหรอ โมโหงั้นหรอ คนที่ต้องโมโหคือฉันที่กำลังจะโดนนายทิ้ง(อีกครั้ง)ต่างหาก!

 

โฮ~TTOTT”

 

พอได้แล้ว!!เสียงทุ้มตวาดลั่น ฉันที่กำลังร้องไห้งอแงอย่างเมามันส์(?)ถึงกับต้องสะดุ้งโหยง กระพริบตาปริบๆมองแผ่นหลังของคนที่ควรจะมีอารมณ์สงบประดุจน้ำแข็งล้านปี...แต่ทำไมเขาต้องขึ้นเสียงอย่างนั้นเล่าT^T

 

...TOT”ฉันจึงต้องร้องไห้แบบไร้เสียงค่ะ ฮือ~ น่ากลัวชะมัด

 

..ยังไงฉันก็ต้องหาเธอเจอทรอนซ์พูดขึ้นช้าๆ ราวกับจะสลักทุกคำพูดลงในหัวฉัน...เสียงทุ้มน่าฟังดังขึ้นแผ่วๆแต่หนักแน่น เข้าใจที่พูดไหม= =;”

 

    ฉันจ้องมองร่างหนาผ่านม่านน้ำตา ภาพดวงหน้าคมคายปรากฏขึ้นรางๆ เพราะเมื่อกี้เขาคงหันหน้ามาตวาดใส่...ท่าทางเย็นชาไม่แคร์ใคร สีหน้าที่แสดงออกคงเป็นความดุดันที่ทำให้ใครต่อใครหลายคนเกรงกลัวจนสรุปไปว่าคนตรงหน้าช่างแข็งกร้าวไร้หัวใจ...เย็นประดุจน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย...เพียงแต่...

 

..นายสัญญาแล้วนะฉันพูดด้วยเสียงสั่นพร่า พยายามกระพริบตาไล่หยาดน้ำตาที่บดบังใบหน้าของคนที่พูดด้วย

 

   นั่นแปลว่าเขาจะไม่ทอดทิ้งฉัน  ใช่มั้ย ?

 

...ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ เขาพลิกตัวกลับไป พร้อมก้าวเดินตรงไปข้างหน้าโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีก

 

   น้ำแข็งสีฟ้าอ่อนค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากพื้นหิน จับเรียงตัวร้อยต่อกันโค้งเป็นครึ่งวงกลม โอบล้อมรอบตัวฉันจนมิด...ของแข็งค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นไอสีฟ้าบางๆ ที่ทอแสงอ่อนโยนราวกับคำปลอบโลมว่าจะไม่มีอันตรายใดใดเข้ามาภายใต้เกราะคุ้มกันนี้

 

   กลิ่นไอเวทย์ของ...ทรอนซ์

 

ฉันมองตามแผ่นหลังที่เล็กลงเรื่อยๆ จนสุดที่ที่สายตาจะมองเห็น...

 

    เพียงแต่....

 

   ...คำครหานั้นผิด...เขาคนนั้นไม่ได้เย็นชาไร้หัวใจ...

 

 

...เขาเป็นคนที่อบอุ่นมากๆต่างหาก

 

 

 

 

สวบ สวบ ..     เสียงเท้ากระทบพื้นหญ้า ดังประสานกันท่ามกลางความเงียบยามรัตติกาล

 

   ใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องให้ความสว่าง ปรากฏเป็นเงาร่างคนสี่คนที่กำลังเดินสอดส่องหาบางสิ่ง พวกเขาพยายามเพ่งมองผ่านความมืด ทะลุหมอกบางที่โรยตัวลงมาพร้อมกับอากาศเย็นยามค่ำคืน ทุกสรรพสิ่งล้วนตกอยู่ในภวังค์ความเงียบ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใดใด บรรยากาศรอบด้านดูเหมือนถูกหยุดเวลาให้อยู่นิ่ง

 

..มันจะใช่ที่นี่แน่เรอะเสียงหนึ่งเปรยขึ้นท่ามกลางความเงียบชวนอึดอัด เรียกนัยน์ตาอีกสองคู่ไปมองสบ ขณะที่เจ้าของร่างหนาอีกคนก้าวเดินนำข้างหน้าเงียบๆอย่างไม่สนใจ

 

สวนสาปส่ง...ไม่ผิดแน่ ที่นี่แหละเสียงหวานกระซิบตอบ เรียกนัยน์ตาสีทองอร่ามของเจ้าคนถามไปจ้องมอง เขาใช้สายตาไล่ตั้งแต่นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนไร้อารมณ์ จวบจนทั่วทั้งดวงหน้าเรียบเฉย...แล้วปลอบตัวเองในใจว่า...นี่น่ะคน ไม่ใช่พวกวิญญาณที่ต้องสะกด

 

เหอะ!”อีกคนแค่นเสียงในลำคอ นัยน์ตาสีหมอกควันทอประกายเจิดจ้าอย่างนึกโมโห ถ้าใครบางคนไม่ทำภารกิจล้มเหลว คงไม่ต้องมาที่แบบนี้หรอก หึ!”

 

   ใครบางคน ที่ว่าพร้อมใจกันหันขวับไปมองคนหาเรื่อง สายตาคู่หนึ่งสะท้อนวาบฉายแววโกรธเคือง ส่วนอีกคู่ก็ยังคง...เรียบเฉย

 

ก็ถูกอยู่ที่ภารกิจล้มเหลว แต่มันเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย...การ์มีแก้ตัวในใจ

 

    นึกแล้วก็อดนึกถึงเจ้าปากมากจอมก่อเรื่องไม่ได้...อัญมณีสีรุ้งก็หาได้แล้ว แต่เจ้านั่นดันทำให้พญาเงือกตื่น เพราะเผลอหยิบหีบสมบัติที่ใครๆก็รู้ว่าเป็นของรักของหวงของปีศาจเงือกขึ้นมาส่องดูเงาตัวเองที่มันเรียกว่า..อะไรนะ.. ความหล่อที่ทำให้สาวหลง’ …หึ! หลังจากนั้น...สิ้นเสียงคำรามของพญาเงือก พวกเขาก็แทบหนีเอาชีวิตไม่รอด!

    ในตอนนั้นเขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ที่อยากจะอัดระเบิดเข้าไปในตัวเจ้านั่นซักลูกสองลูก...ทันทีที่แพตตี้ปิดประตูแห่งวงเวียนและเปิดมิติเชื่อมทางให้กลับมายังป่าโลหิต เขาก็วิ่งซัดระเบิดทุกขนาดทุกยี่ห้อใส่มันแบบไม่ยั้งมือ...หึ คิดแล้วยังคันไม้คันมือยิบๆ

 

 

   การ์มีหลุดจากภวังค์ความแค้นในใจชั่วคราว ก่อนจะมุ่งหาเรื่องอีกคนตรงหน้าเป็นการหาทางดับอารมณ์นักสู้ที่เริ่มเดือดพล่าน..

  ..ที่นายบ่นเป็นตาแก่น่ารำคาญ ก็เพราะไม่อยากมาที่แบบนี้? ทำไม...ป๊อดรึไง?”เด็กหนุ่มผู้ไม่เคยควบคุมอารมณ์หยิบอาวุธทรงกลมขนาดพอดีมือแล้วโยนเล่นไปมา ราวกับจะยั่วยุอีกฝ่ายให้เกิดการปะทะ

 

การ์มี..”เสียงทุ้มมีอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างปรามๆ นัยน์ตาสีโลหิตปรายตามองเด็กหนุ่มทั้งคู่ที่กำลังค้างอยู่ในท่า เตรียมปะทะ’ “นายด้วยโซล...อย่าเพิ่งหาเรื่องกันตอนนี้จะได้ไหม

 

   การ์มียอมเก็บอาวุธลง โซลยืนแค่นเสียงในลำคอ

 

แพทตี้..คนห้ามทัพเอ่ยชื่อเรียกอีกคน

 

ฉันปล่าวหาเรื่องนะ (‘ ‘)”เสียงหวานขัดขึ้นแทบจะทันที

 

ไม่ใช่- -; ฉันจะถามว่าเธอสัมผัสถึงวิญญาณอะไรบ้างไหมแพทริกซ์เปรยต่ออย่างใจเย็น จ้องมองดวงหน้าที่ยังคงนิ่งเรียบไม่กระดุกกระดิก

 

ผ่านไปอึดใจหนึ่ง...

ฮ่าๆๆๆ!!”จู่ๆ การ์มีก็ระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมา

 

เป็นบ้าอะไรวะ = =”โซลเหลือบมองคู่อริตรงหน้าราวกับว่าเขาเป็นโรคติดต่อร้ายแรง คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย

 

หึหึ..นายไม่ต้องเรียกเธอหรอกแพทริกซ์ เธอหนีไปแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ!!”การ์มียกมือขึ้นกุมท้อง อย่างทรมานแต่ไม่วายหยุดหัวเราะ มองไปยังเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนที่มองมาด้วยสายตาตั้งคำถาม เมื่อตั้งสติได้สักพักเขาก็อธิบาย เวลายัยนั่นเจอเรื่องที่ทำให้อับอาย จิตของเธอจะหลุดลอยไปหลบซ่อนจนกว่าจะสงบสติอารมณ์ได้ ทิ้งร่างแข็งๆไว้อย่างนี้แหละ หึหึ สงสัยเมื่อกี้เธอคงคิดว่าหน้าแตก ฮ่าๆๆ

 

    โซลหันไปจ้องดวงหน้าเรียบเฉยเจ้าของร่างเล็กนั่น นัยน์ตาสีฟ้ายังคงเบิกค้างอยู่อย่างนั้น ไร้การเคลื่อนไหวใดใด เขาอดไม่ได้ที่จะเข้าไปพิสูจน์ ด้วยการโบกมือผ่านหน้าเธอไปมา

 

..นิ่งสนิท= =”เขาสรุปสั้นๆ ก่อนจะถอยออกห่าง

 

เอาไงล่ะทีนี้ ใครจะอาสาแบกเธอไปล่ะ ฮ่ะๆการ์มีพูดกลั้วหัวเราะ ประสบการณ์ครั้งแรกที่เขารู้อาการของเธอ คือวันแรกที่เจอกัน

 

ขอโทษนะ...รู้จักที่พักธาตุน้ำไหมร่างเล็กในชุดนักเรียนใหม่เอี่ยมเดินเข้ามาถามทาง ด้วยสีหน้าและแววตาที่นิ่งสงบ

 

ขอโทษที...หอพักนั่นอยู่ฝั่งโน้นน~ เลยแหน่ะ เธอเลี้ยวมาผิดทางแล้วล่ะ ที่นี่เป็นหอพักธาตุเทียมน่ะเขาตอบไปแค่นั้น แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ...ความนิ่ง

   เขาจ้องแล้วจ้องอีก ชักหงุดหงิดเด็กสาวแปลกหน้าที่จ้องเขานิ่งอย่างไร้มารยาท คำขอบคุณซักคำก็ไม่มี

นี่เธอ...

‘…’

จ้องอะไรนักหนา หน้าฉันมีอะไรติดอยู่เรอะ - -’

‘…’

นี่!’เขาโบกมือผ่านดวงหน้าจิ้มลิ้มซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เจ้าหล่อนยังคง...นิ่งสนิท

 

  วันนั้นเขาจึงต้องแบกเธอไปส่งฮีลเล่อร์สเตชั่น(ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย) อับอายที่พูดคนเดียวตั้งนานยังไม่พอ ยังต้องลงทุนแบกไปส่งถึงห้องอาจารย์...จนเขาได้รู้ความลับนี้เข้า

 

แพทริกซ์หลุบตาลง แล้วหันกลับไปเดินต่อ โซล...นายจัดการ

 

   คนถูกมอบหมายงานเผลอทำหน้าเหวอ ชี้นิ้วไปที่หน้าตัวเองอย่างงงๆ เหลือบมองคู่อริข้างๆที่ทำท่าจะหัวเราะออกมาอยู่รอมร่อ เมื่อถูกมองอย่างคาดโทษ การ์มีจึงรีบกระแอมเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าตามปริ๊นซ์ไปติดๆ ปล่อยให้ไนท์ขี้หงุดหงิดทำหน้าที่ดูแลฮีลเล่อร์ผู้ไม่ได้สติ

 

   โซลเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะเดินเข้าไปช้อนร่างเล็กนุ่มนิ่มขึ้นมาแนบตัว นัยน์ตาสีเทาจับจ้องไปยังดวงหน้าเล็กจิ้มลิ้ม ไล่ไปหยุดที่ดวงตากลมโตสีฟ้าสว่างที่จ้องตอบกลับมาอย่างไร้อารมณ์

 

หึ...ที่แท้ก็อายเป็นกับเขาเหมือนกัน  โซลกระดกยิ้มนิดๆ ก่อนจะประคองร่างเล็กให้เข้าที่ แล้วเดินรั้งท้ายเด็กหนุ่มอีกสองคนที่ทิ้งภาระให้เขาแบกรับไว้แต่เพียงผู้เดียว

 

 

 

    แสงสีฟ้าอ่อนช่วยคลายความกังวลได้ไม่น้อย ฉันได้แต่มองผ่านเยื่อบางๆที่ปกคลุมรอบตัวฉัน พยายามหาเงาของใครบางคนที่บอกว่าจะกลับมารับ...การรอคอยมันเจ็บปวดแบบนี้นี่เอง

 

แล้วยิ่งรอคอยในที่แบบนี้...ขอบอกเลยว่าเจ็บปวดม๊าก T_T

 

แค่ก..เสียงทุ้มอันคุ้นเคยแว่วเข้ามาในโสตประสาท ฉันรีบยันตัวขึ้นอย่างทุลักทุเล กวาดตามองหาร่างเจ้าของเสียง หัวใจพองโตเต้นถี่ขึ้นราวกับจะระเบิดออกมา

 

ทรอนซ์! นายอยู่ไหนน่ะฉันตะโกนถามออกไป เพราะไอเวทย์ภายในเกราะเริ่มจับตัวกันหนาขึ้น จนบดบังทรรศนียภาพรอบนอกทั้งหมด

 

..อยู่นี่..แค่กเสียงทุ้มฟังดูแหบพร่าตอบเบาๆ

 

ไหน...ฉันไม่เห็นนายเลยฉันโพล่งออกไปอย่างร้อนรน พยายามเพ่งมองออกผ่านเกราะสีฟ้าที่กั้นกลาง...จนสายตาไปสะดุดกับร่างหนา ที่กำลังยืนกุมแขนที่โชกไปด้วยเลือด!!

 

ทรอนซ์! นายบาดเจ็บหรอฉันรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว

 

ออกมา...สิเขากระซิบแผ่วฟังดูอิดโรย ถึงจะมองไม่เห็นใบหน้าของเขาชัดเจนนัก แต่สีหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าและอ่อนแรงลงมาก

 

เป็นอะไรรึ...เปล่ายังพูดไม่ทันจบ ร่างหนานั่นก็ทรุดฮวบลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นหินเย็นๆ

 

   ฉันไม่รอช้า รีบวิ่งฝ่าหมอกหนาสีฟ้า ตรงไปยังร่างที่ดูไม่ได้สติอยู่บนพื้น

 

...ทรอนซ์ฉันพึมพำเบาๆเหมือนคนไร้สติ ปราดเข้าไปนั่งลงข้างๆ รวบรวมสมาธิก่อนจะประกาศเรียกพลังในตัวขึ้นมาใช้ ฮีล!”

 

แสงสีฟ้าอ่อนสว่างวูบภายใต้ฝ่ามือ ผ่านไปยังท่อนแขนของร่างที่ไม่ได้สติ เนื้อเยื่อค่อยๆประสานกันจนสนิท ทิ้งไว้เพียงคราบเลือดบนเสื้อเชิ้ตสีขาว

 

ทรอนซ์ แข็งใจไว้นะ ฉันจะพานายออกไปจากที่นี่ฉันพูดอย่างรัวเร็ว พยายามจะฉุดประคองแขนอีกข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ก็พบว่ามันยากเกินกว่าผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฉันจะรับไหว

 

   ทรอนซ์ค่อยๆลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีเข้มช้อนขึ้นมาสบ...ริมฝีปากเรียวกระตุกครั้งหนึ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ทำให้ดวงหน้าคมคายนั่นลดความดุดันไปไม่น้อย

 

ทรอนซ์..ฉันอึ้งกับภาพตรงหน้า หัวใจกระตุกวูบเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าร้อนผะผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

 

นาย...ฉันทิ้งแขนของร่างที่พยายามฉุดขึ้นมา ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนจะโพล่งออกไปอย่างมั่นใจที่สุด นายเป็นใคร!”

 

  ตอนแรก สีหน้าทรอนซ์ดูงุนงงกับคำถาม ก่อนที่มันจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นเฉยชา...ปากเรียวกระดกเป็นรอยยิ้มจางๆอีกครั้ง

 

หึหึ...เธอฉลาดกว่าที่ฉันคิดนะเสียงกระซิบแผ่วสะท้อนก้องภายในผนังถ้ำ เรียกความรู้สึกกลัวแล่นวาบขึ้นมาในใจ...ร่างหนาสาวเท้าเข้ามาใกล้ ทำให้ฉันรีบเดินถอยหนีอย่างร้อนรน จนหลังสัมผัสถึงความเย็นจากเนื้อหินที่แผ่ซ่านทั่วร่าง เหงื่อผุดเกาะบนใบหน้า ความกดดันประหลาดตรึงร่างไว้ไม่ให้ขยับ ขาไร้เรี่ยวแรงจะก้าวต่อ ทำได้เพียงประสานตากับนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มดุดัน

 

   ร่างหนาเข้ามาประชิดตัว ใช้มือทั้งสองยันกำแพงหินด้านหลังฉันไว้ ราวกับจะไม่ให้ฉันหนีไปไหนได้อีก

 

..กลัวหรือเสียงทุ้มอันคุ้นเคยกระซิบนุ่ม ฉันล่ะแปลกใจจริงๆว่าเธอรู้ได้ไง...หืมม์

 

  ฉันพยายามควบคุมใจไม่ให้สั่น ก่อนจะรวบรวมแรงที่มีผลักร่างนั้นแรงๆ แต่นั่นไม่มีผลอะไรกับเขาเลย..ฉันได้แต่ใช้มือทั้งสองข้างยันร่างหนาให้ออกห่างหนึ่งช่วงแขน ก้มหน้าลงมองพื้น พยายามข่มใจที่รู้สึกชาลึกๆ

 

เพราะ...ทรอนซ์ไม่มีวันยิ้มให้ฉันแบบนั้นไงล่ะ

 

   ผ่านไปอึดใจ ร่างนั้นก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา  นั่นสินะ

 

..นายเป็นใคร!!ต้องการอะไร!?”ฉันตะโกนถามอย่างเกรี้ยวกราด สบกับนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มคู่สวย ที่สั่นระริกเล็กน้อยราวกับพอใจกับคำถาม

 

เรียกฉันว่าเซย์ร่างคนคุ้นเคยถูกแทนที่ด้วยร่างเล็กของเด็กหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้า ผู้ซึ่งยืนขยับยิ้มอย่างผู้มีชัย ..ไว้ค่อยคุยกันอีกทีแล้วกัน เพราะเธอต้องมากับฉัน

 

  สิ้นเสียง ทันที่ที่มือหนาสัมผัสกับหน้าผากฉัน...ความเย็นประหลาดวิ่งแล่นเข้าสู่สมองจนรู้สึกชาไปทั้งตัว...ฉันจ้องเขม็งไปยังนัยน์ตาคู่นั้น...ก่อนที่สติจะดับวูบลง

 

 

เด็กหนุ่มร่างเล็กประคองร่างบางที่ขนาดตัวเท่าๆกันไว้อย่างทุลักทุเล เขากรีดนิ้วผ่านอากาศเป็นรูปดาวห้าแฉก ปากกับพึมพำคาถาอย่างรัวเร็ว แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นมา ปรากฏเป็นประตูสีดำลวดลายมังกร...อึดใจต่อมาร่างทั้งสองก็อันตรธานหายไปพร้อมกับประตู  

 

ทิ้งไว้เพียงคลื่นพลังจิตของใครบางคน ที่เฝ้ามองสถานการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ...

 

 

ชาร์ลีนถูกจับตัวไป

 

เห้ย!!”โซลสะดุ้งแทบสุดตัว เกือบเผลอปล่อยร่างบางตกลงไปทดสอบความนุ่มของพื้นหญ้า เขาตวัดสายตาไปสบกับนัยน์ตาสีฟ้าที่กำลังเปล่งประกาย บ่งบอกถึงสติที่ครบถ้วนสมบูรณ์

 

ยัยบ้า...ตกใจหมด - -;”โซลสบถอุบ ก่อนจะปล่อยร่างเล็กให้ลงไปยืนด้วยล้ำแข้งตัวเอง

 

เธอว่าไงนะแพทตี้?..ชาร์ลีน อะไร..การ์มีถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจว่าหูของเขาฟังไม่ผิด

 

  แพทริกซ์เงียบอย่างรอคอยคำตอบ โซลขมวดคิ้วเข้าหากัน

 

ชาร์ลีน..ถูกจับตัวไปแพทตี้พูดซ้ำช้าๆ ใบหน้าเรียบเฉยฉายรอยกังวลอย่างที่ไม่ค่อยจะเห็นบ่อยนัก ฉันจำได้...เป็นคนของโทรปิคอร์น

 

เจ้าพวกบ้านั่นการ์มีสบถพึมพำกับตัวเอง มันกล้าบุกมาอีกครั้ง?”

 

..แพทริกซ์แพทตี้เอ่ยชื่อหัวหน้าทีม แล้วรอ...สิ่งที่เขาตัดสินใจ คือสิ่งที่เธอต้องนำไปปฏิบัติ

 

“…”แพทริกซ์หลุบตาลง ใบหน้าเรียบเฉยยากแก่การคาดเดาอารมณ์ เขาค่อยๆลืมตาขึ้น อัญมณีสีแดงทอประกายกร้าวในดวงตา

 

พวกนายทำภารกิจต่อ ห้ามบอกใครเรื่องนี้...ฉันจัดการเอง

 

   สิ้นคำประกาศ เปลวไฟสีแดงพลันลุกซู่ขึ้น กลืนร่างทั้งร่างของบุรุษร่างหนา หายไปอย่างไร้ร่องรอย..

 

..ฉันว่าปีนี้คิงของเราคงจะเลือกควีนได้ซักทีสินะการ์มีพูดขึ้นมาลอยๆ รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า เปล่งประกายความสุขแบบที่คนอีกสองคนไม่เข้าใจ

 

 

    กลิ่นเทียนหอมลอยโชยเข้ามาแตะจมูก ปลุกประสาททั้งห้าให้ตื่นขึ้น ภาพเพดานสีดำฉายเข้ามาในสมอง ฉันกระพริบตาซ้ำๆเพื่อปรับระดับแสงในสายตา หลังสัมผัสถึงความอ่อนนุ่มและยืดหยุ่นของสิ่งที่รองรับเป็นอย่างดี รู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก...ทันทีที่พลิกตัวไปทางขวา ที่ปรากฏเป็นร่างเล็กของเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งไกวห้าง จิบน้ำชาอยู่บนโซฟาใกล้ๆ...สมองที่ยังฟื้นตัวไม่ค่อยเต็มที่นักค่อยๆประมวลผลช้าๆ...ภาพความทรงจำไหลย้อนเข้ามาเอื่อยๆ..

 

ทรอนซ์ยิ้ม...น่ารัก...มาก..

 

“..!!”ฉันเด้งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ยกมือขึ้นสัมผัสกับแก้มร้อนๆบนหน้า พร้อมกวาดตามองไปรอบๆอย่างตื่นตัว...การตกแต่งเน้นโทนมืด แสงสลัวจากเทียนไขที่ถูกประดับไว้บนผนังห้อง ให้ความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก เครื่องเรือนมีเพียงเตียงที่ฉันนั่งทับอยู่ กับโซฟาที่มีใครบางคนนั่งทำหน้าสบายใจอยู่นั่น!

 

น...นาย!”ฉันคลานลงเตียงไปอีกฝั่งของห้อง พยายามออกห่างร่างนั่นให้ไกลที่สุด

 

ไม่ต้องกลัว..ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกเสียงเข้มต่างกับขนาดตัวของชายหนุ่มร่างเล็กเปรยขึ้นเนิบๆ ดวงตาสีฟ้าทอแสงผ่านความมืดราวกับจับจ้องทุกอิริยาบถของฉัน

 

ต้องการอะไรฉันถามอย่างกล้าๆกลัวๆ ขณะที่หัวสมองเริ่มหาทางหนีทีไล่ เหลือบมองหน้าต่างที่ห่างจากตัวประมาณสิบก้าว คำนวณระยะทาง เวลา ความเร็ว อัตราการรอด อัตราเสี่ยง อ๊ากกก!! ยิ่งคิดยิ่งฟุ้งซ่าน ~_~

 

...เซย์นิ่งไปสักพักราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเปรยขึ้นเย็นๆ เธอ..เป็นอะไรกับทรอนซ์

 

   แผนการในหัวทั้งหมดพลันหายวับไปไม่เหลือร่องลอย หัวสมองที่กำลังแล่นได้ที่ชะงักกึกหยุดเท้าที่กำลังเตรียมเคลื่อนไหว...ฉันจ้องเขม็งไปยังร่างเล็กที่ยังนั่งนิ่งอย่างใจเย็นในอีกฟากของห้อง

 

“..เพื่อนร่วมทีมฉันตอบสั้นๆ แต่...ทำไมเสียงถึงต้องสั่นฟะ!

 

ไม่ได้พิเศษอะไร?”เขายิงคำถามอีกชุดแทบจะทันที

 

ไม่ได้พิเศษ..อะไรฉันก็ตอบแทบจะทันที

 

   ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ ...  เสียงหัวใจฉันเต้นแรงขึ้นท่ามกลางความเงียบ ฉันสะบัดหน้าไล่ความรู้สึกประหลาดออกไป นายต้องการอะไรจากฉัน?”


    เด็กหนุ่มไหวตัวเล็กน้อย เขายืนหยัดเต็มความสูง เดินสามขุมตรงมาข้างหน้า แสงจันทร์ที่เล็ดลอดผ่านหน้าต่าง ตกกระทบดวงหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ ขับเน้นให้ร่างนั่นดูราวกับเทพบุตร แต่รอยยิ้มนั้น...เปรียบได้ดั่งซาตาน
!

หึหึเสียงหัวเราะเย็นๆดังแว่วเข้ามา ฉันรีบวิ่งไปยังหน้าต่างที่เป็นทางออกเดียวของฉัน

     หมับ
!  ... มือหนาทาบลงบนมือเล็กๆของฉันที่กำลังจะเปิดบานหน้าต่าง!

ฉันไปรับตัวเธอมา...เพื่อเป็นควีนของโทรปิคอร์นเสียงเย็นกระซิบแผ่วข้างหู ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด

..เธอควรจะขอบคุณฉันร่างนั่นถอยหลังออกห่าง แสยะยิ้มเหี้ยม อ้อ...แล้วอย่าคิดหนีล่ะ ตอนนี้เธออยู่บนหอคอยชั้นที่210...ถ้ายังคิดอยากมีชีวิตอยู่น่ะนะ

   ฉันมองไล่แผ่นหลังของชายหนุ่มร่างเล็ก ที่เดินตรงไปยังบานประตูเหล็กสีดำ 

ยังไงเขาก็ต้องมาช่วยฉัน...ทรอนซ์น่ะฉันพูดเสียงแข็ง ตวัดสายตาไปมองร่างเล็กที่หยุดกึก

เซย์ยิ้มน้อยๆ
แล้วฉันจะรอดู

ปัง
!  เสียงประตูปิดตามหลังไป พร้อมกับร่างเล็กในชุดคลุมสีดำ

    เมื่อแน่ใจว่าร่างนั้นเดินออกไปไกลแล้ว...ฉันก็ทิ้งตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยล้า...มือที่เกาะขอบหน้าต่างลดลงมาชันเข่า...ความกลัวเกาะกินหัวใจ...ฉันหลุบตาลงต่ำซ่อนความรู้สึกไว้ข้างใน

แสงจันทร์ทอแสงผ่านขอบหน้าต่าง ฉันลืมตาขึ้นครึ่งหนึ่ง ทอดมองเงาของตัวเองอย่างเหม่อลอย มือค่อยๆยืนออกไปข้างหน้ารับแสงสีเหลืองอ่อนที่ทอลงมาอย่างอ่อนโยน
..ในความสิ้นหวังท้อแท้...ก็ยังคงมีแสงสว่าง


 

เด็กสาวหันไปมองดวงจันทร์ผ่านกระจกใส...ความหวังและเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมเอ่อล้นในหัวใจ...เธอขยับยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว นัยน์ตาที่หม่นแสงกลับมาทอประกายกล้าอีกครั้ง

..ยังไงฉันก็ต้องหาเธอเจอ


เธอเชื่อว่าแสงสว่าง...ต้องส่องมาถึงตัวเธออย่างแน่นอน

 

 

 

   เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินดังขึ้นสม่ำเสมอ เสียงหัวใจที่เต้นด้วยอัตราเร็วคงที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มคมกริบ จับจ้องไปยังสุดปลายทางที่ไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุดที่ใด เท้าทั้งสองค่อยๆผ่อนความเร็ว ก่อนจะกลายเป็นหยุดนิ่ง

 

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เขาครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะยื่นมือที่คว่ำลงออกไปตรงหน้า

 

“…”น้ำแข็งผุดขึ้นจากพื้นหิน ตรงจุดกึ่งกลางของทางเดิน

 

  สองเท้าก้าวต่อไปเรื่อยๆ ดวงหน้าคมคายเกร็งขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นแสงสะท้อนจากปลายทาง...เท้าหยุดตรงแหล่งกำเนิดแสง เขากำหมัดแน่น ข่มอารมณ์ที่เริ่มพลุกพล่าน

 

นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มดุกร้าว ตวัดสายตาไปมองน้ำแข็งสีขาวฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า

 

...เขากำลังติดอยู่ในเขตอาคมของใครบางคน!

 

   เพื่ออะไร?...ต้องการอะไร?

 

ในภารกิจของโรงเรียนรอบดึกนี้ระบุไว้ชัดเจนว่าทุกทีมจะถูกส่งไปคนละที่ ไม่มีการปะทะแน่นอน...ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะมีนักเรียนมาเดินเพ่นพ่านแถวนี้

 

หรือว่า...?

 

   คำถามมากมายผุดขึ้นในหัว...ทรอนซ์สบถในใจ ก่อนจะถอยเท้าก้าวไปข้างหลัง เขาพลิกตัวกลับไปเดินกลับไปยังทิศที่จากมา

 

แสงสะท้อนจากปลายทางสว่างวาบเข้าตาอีกครั้ง ความหงุดหงิดร้อนใจก่อตัวขึ้น เขาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ดวงหน้าของใครบางคนผุดขึ้นมาในหัว...

 

...เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจแรงๆผ่านทางจมูก มือหนากำแน่น โทสะอัดอยู่ในอกราวกับจะระเบิดออก!

 

  ภาพร่างบางที่กำลังสั่นเทิ้มด้วยแรงสะอื้นแล่นวาบขึ้นมาอีกครั้ง นัยน์ตากลมโตเอ่อล้นด้วยน้ำตา ที่ฉายชัดถึงความผิดหวัง..

 

ทรอนซ์เปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่ง...ภาพในหัวค่อยๆฉายซ้ำๆวนไปวนมา ราวกับภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ที่พยายามสลัดไล่อย่างไรก็ไม่ยอมหลุด

 

..นายสัญญาแล้วนะ

 

โครม !!

 

ราวกับรับรู้ถึงอารมณ์ขุ่นมัวของเจ้าชายน้ำแข็ง หินรอบด้านพลันปริแตกกลายเป็นผุยผง พื้นที่รองรับแปรเปลี่ยนเป็นพื้นหินเรียบเช่นเดิม รอบด้านมีกรงเหล็กสีสนิมขึ้นมาแทนที่...เขาได้ออกจากอาคมภาพลวงตานั่นได้แล้ว

 

  นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มหรี่ลง จ้องมองเกราะเวทย์ที่เขาสร้างขึ้นมาคุ้มกันใครบางคน แต่ ณ ตอนนี้ร่างนั่นไม่ได้อยู่ในเขตคุ้มครอง...

 

เขากัดฟันกรอด กวาดสายตามองคราบเลือดที่พื้นหิน บริเวณที่ห่างจากเกราะเวทย์ไม่มากนัก

 

   กลิ่นนี้มัน........เซย์ ?!

 

ทรอนซ์หลุบตาลง ข่มอารมณ์ที่พลุกพล่านขึ้นมา นึกถึงดวงหน้าดุดันและจิตสังหารรุนแรงของเด็กหนุ่มร่างเล็ก...ที่เขาเคยคิดจะออกตามหา

 

  เด็กหนุ่มปรายตามองเกราะสีฟ้าอ่อนอย่างเงียบๆ ภาพที่ตามหลอกหลอนเขากลับผุดขึ้นมาฉายซ้ำอีกครั้ง

 

ฮึก...ยะ..อย่าทิ้งฉัน..ฮึก..อย่าไป

 

ทรอนซ์ขมวดคิ้วเข้าหากัน เขาเลื่อนสายตาจากเกราะเวทย์ซึ่งภายในว่างเปล่า ก่อนจะหยุดที่คราบเลือดที่ดูเหมือนจงใจทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า

 

ในเมื่อเขารู้จุดหมายที่จะไป...ทรอนซ์ยกกริชน้ำแข็งคมกริบที่สร้างจากอุ้งมือเขาเอง ก่อนจะตวัดผ่านฝ่ามืออีกข้าง เรียกเลือดสดๆไหลหยดลงมาเป็นทาง...ความทรงจำที่เขาไม่คิดจะจำแล่นวาบขึ้นมาในหัว

 

 ห้ามแกะนะ...นี่น่ะเป็นวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นของมนุษย์ธรรมดา รู้ไว้ซะด้วย~”

 

   ทรอนซ์ชะงัก นึกถึงมือเล็กๆของใครบางคนที่ประคองมือเขาไว้อย่างเบามือ แล้วบรรจงพันผ้าสีชมพูทับบาดแผลอย่างชำนาญ...ดวงหน้าเรียวเล็กดูละมุนอ่อนโยน นัยน์ตาสีอเมทิสต์จับจ้องแน่วแน่ตั้งใจกับการกระทำของตนที่ออกจะเกินไปหน่อย นั่นทำให้เขานึกขำในใจ

 

เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาแรงๆรับกับอารมณ์หงุดหงิดใจที่สะสมขึ้นเรื่อยๆโดยไม่ทราบสาเหตุ เขากรีดนิ้วผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว ปากพึมพำคาถา ก่อนที่ประตูไม้สีขาวจะปรากฏตรงหน้า

 

    ทรอนซ์ไม่รอช้า...เขาก้าวผ่านประตูไม้ ตรงไปยังจุดเชื่อมที่ใกล้ที่สุด...

 

..บริเวณหน้าโรงเรียน..

 

ลมหนาวยามค่ำคืนปะทะเข้ากับร่างหนา ทำให้เขามั่นใจว่าได้ออกมาข้างนอกแล้ว...เขาหันหลังให้กับประตูโรงเรียนที่ปิดสนิท มีแสงไฟสลัวๆจากห้องเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม้จะอยู่ในความมืด แต่ทรอนซ์ค่อนข้างมั่นใจว่าคนข้างในนั้นคงกำลังหลับลึกทีเดียว...ฟังได้จากเสียงกรนอันเสนาะหู(?) ในเมื่อทางสะดวก เขาก็เตรียมก้าวเท้าเดินต่อ..

 

กริ๊ดดดด! ปล่อยนะ!!”ทันทีที่ก้าวออกมาได้ระยะหนึ่ง เสียงผู้หญิงกรีดร้องดังขึ้นไม่ไกลนัก...

 

 ทรอนซ์ชะงักฝีเท้า หันไปทางต้นเสียงที่ฟังดูคุ้นเคยประหลาด

..เขาปรายตามองเข้าไปในห้องสลัว ภายในไร้การเคลื่อนไหว แสดงว่าคนในนั้นคงไม่พร้อมทำหน้าที่ในยามนี้...ส่วนเขา ก็คงต้องจำยอมรับหน้าที่นี้แทนไปโดยปริยาย (= =;)

 

ช่วยด้วย! กริ๊ดดด !! อย่านะ!!!”เสียงหวานดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท ทรอนซ์ขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนที่เท้าจะวิ่งตามเสียงนั่นไปอย่างลืมตัว

 

  ภาพที่เห็น คือมีชายสองคนใส่ชุดนักเรียนรัฐบาล กำลังพยายามยื้อแย่งกระเป๋าถือออกจากมือเล็กๆที่ไม่ยอมปล่อยให้ไปง่ายๆเช่นกัน

 

ปล่อยสิวะ!- -;”หนึ่งในชายสองคนตะคอกใส่ร่างบางอย่างใจร้าย เรียกหยดน้ำใสๆไหลรินจากนัยน์ตาสีฟ้าคู่สวย

 

อย่านะ ขอร้องล่ะหญิงสาวอ้อนวอนทั้งน้ำตา ใบหน้าขาวนวลฉายชัดถึงความกังวล ริมฝีปากสั่นระริกน่าสงสาร แต่มันกลับไร้ผลต่อหน้าคนใจดำตรงหน้า คนหนึ่งอ้อมไปข้างหลังแล้วล๊อคแขนทั้งสองของเด็กสาวไว้แต่มือเรียวกลับไม่ยอมปล่อยจากกระเป๋าราวกับมันเป็นสิ่งล้ำค่า ชายอีกคนพยายามแกะมือเล็กๆนั่นออก ปลายนิ้วหยาบกร้านนั่นสัมผัสมือเล็กนุ่มนิ่มอย่างไม่ถนอมแรง..

 

...เขาก็รู้สึกทนไม่ได้อีกต่อไป

 

...โทสะแล่นวาบขึ้นมาในหัว ยังดีที่เขายังมีสติไม่เรียกกริชน้ำแข็งออกมา...เขาพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อชายคนที่ยื้อแย่งสิ่งของจากมือเล็ก ก่อนจะซัดหมัดหนักๆใส่ใบหน้านั่นเต็มแรง

 

พลั่ก!   ร่างที่โดนจู่โจมแบบไม่ตั้งตัวถึงกับแน่นิ่งกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ

 

อะไรวะ!!”ชายอีกคนถอยหลังออกมาหลายก้าวอย่างระวังภัย มองดวงหน้าคมคายของเด็กหนุ่มแปลกหน้า สลับกับร่างเพื่อนที่นอนสลบไสลอยู่ที่พื้น ความกลัวแผ่ซ่านทั่วร่าง แต่ยังฝืนสบกับนัยน์ตาสีน้ำเงินคมกริบ ที่แผ่รังสีอาฆาตหนักหน่วงขึ้นทุกที

 

ไสหัวไปเสียงทุ้มสั่งเรียบๆ หากแต่เปี่ยมล้นด้วยอำนาจน่าเกรงขาม 

 

โดยที่ไม่ต้องบอกซ้ำสอง ชายคนที่เหลือสติอยู่น้อยนิดก็หันหลังวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต ทิ้งร่างเพื่อนชั่วที่ไร้สติกองไว้กับพื้นอย่างไม่รู้ชะตากรรม

 

เด็กสาวผู้อยู่ในเหตุการณ์ไหวตัวเล็กน้อย นัยน์ตาสีฟ้าสว่างจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มที่ยังคงยืนนิ่ง หันหลังให้ เธอกอดกระเป๋าไว้ในอ้อมอกด้วยเนื้อตัวอันสั่นเทา

 

เนิ่นนานทีเดียว กว่าเธอจะทำใจได้ และเปล่งคำขอบคุณออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

ขอบคุณนะคะ

 

  ทรอนซ์ตวัดสายตาไปมอง ทำเอาร่างบางสะดุ้งเฮือก เพราะสัมผัสได้ถึงแรงโทสะที่ยังไม่จางหายของชายตรงหน้า...ดวงหน้าคมคาย กับเรือนผมสีเงินที่สะท้อนใต้แสงจันทร์ทำให้เธอหลงเคลิ้มไปกับมนต์เสน่ห์ของภาพตรงหน้า...เขาคือ ทรอนซีรา เจ้าของฉายาเจ้าชายเย็นชาผู้โด่งดังสินะ

 

ออกมาทำอะไรข้างนอกเขาถามเรียบๆ ไม่ยอมละสายตาออกจากร่างบางที่ยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ตรงหน้า

 

คะ?..เอ่อ ฉัน..ออกมาซื้อของค่ะเด็กสาวตอบคำถามด้วยสีหน้างุนงง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนตรงหน้าถึงทำท่าทางเหมือนฝ่ายปกครองที่ตรวจจับนักเรียนหนีเที่ยวอะไรอย่างนั้นจริงอยู่ที่เธอพักอยู่ในหอของโรงเรียน และเธอก็รู้ด้วยว่าตามกฎแล้วห้ามออกจากเขตโรงเรียน เกินเวลา20.00น. แต่เธอจำเป็นต้องออกมาซื้อของใช้ส่วนตัวนี่นา

    หญิงสาวตัดสินใจเดินผ่านรั้วโรงเรียนที่มีประตูเล็กที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อยราวกับอำนวยความสะดวกให้เธอเต็มที่ แถมรปภ.ที่ประจำอยู่ตรงทางเข้าก็หลับสนิทตั้งแต่หัวค่ำนั่นอีก

 

เป็นไปได้ไหมว่าเขาเป็นสารวัตรนักเรียน?  ..หญิงสาวคิดไปเรื่อยเปื่อย ก่อนที่ต้องหยุดความคิดตัวเองลง เมื่อเห็นสายตาของคนที่ทอดมองมา...หัวใจของเธอ ก็เหมือนถูกตรึงแน่น บีบรัดจนรู้สึกเจ็บ

 

...ทรอนซ์ยังคงมองมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่...สายตาของเขา เหมือนกับว่ามันได้ซ่อนอะไรบางอย่างไว้ ลึกจนไม่อาจหยั่งถึง...ราวกับต้องมนต์สะกด เด็กสาวค่อยๆก้าวเข้าหาร่างหนาช้าๆ ทีละก้าว ทีละก้าว...ดวงหน้าคมคายอยู่ใกล้เพียงเอื้อม นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าตัวจะสะบัดหน้าหนี

 

ดึกแล้ว...กลับเข้าไปซะเด็กหนุ่มพูด ทั้งๆที่ไม่ได้มองหน้าคู่สนทนาก็ตาม...เขาก้าวถอยหลัง ก่อนจะเดินเลี่ยงจากไปช้าๆ ทิ้งร่างบางที่ยืนจมกับความรู้สึกที่ตนเองยังไม่เข้าใจ

 

นี่มัน...อะไรกันเธอมองไล่ตามแผ่นหลังที่ห่างออกไปเรื่อยๆ...ใจสั่งให้เท้าก้าวตาม แต่สมองบังคับให้หยุด ความอัดอั้นในอกนี่คืออะไร...ความรู้สึกรุนแรงเมื่อครู่มาจากไหน...

 

ความรู้สึกหลากหลาย ค่อยๆกลั่นผ่านน้ำใสๆที่ไหลคลอแก้ม...เธอยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงสะอื้น แต่ไร้ผล...เสียงใสดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบวังเวง ไพเราะราวกับดนตรีขับกล่อม เศร้าสร้อยปานจะขาดใจ...ชนิดที่ใครฟังแล้วคงรู้สึกไม่ดีตามกันไป

 

    รวมถึงเด็กหนุ่มผู้เร้นกายอยู่ในเงามืด เขาทอดมองภาพอันน่าสลดนั่นสักพัก ก่อนจะนึกขึ้นได้...ถึงเสียงร้องไห้ของใครอีกคน

 

บ้าเอ้ย!’ทรอนซ์สบถ ก่อนจะหายวับไปพร้อมกับลมหนาวยามรัตติกาล

 

 

Writer: สวัสดีค่ะ ! ท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน ~^^’

ตอนนี้ยาวจุใจไหมคะ(ยาวเกิน55) มีแถมให้เล็กน้อยเพราะเว้นบรรทัดไว้เยอะค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะคะ..โปรดแสดงตัวด้วยคอมเม้นเล็กๆน้อยๆ เป็นกำลังใจให้กันบ้างนะ(ไรเตอร์จะได้รู้ว่าท่านกำลังติดตามอยู่และเก็บไว้เป็นกำลังใจ=w=)

 

ขอบคุณสำหรับทุกๆคอมเม้นท์ กำลังใจ ที่มีให้กันเสมอมา ..  * ^ ^  เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #2085 Eclair!!~ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มกราคม 2559 / 17:47
    สนุกมากค่าาาา แต่ใจจริงอยากให้นางเอกนางแสดงพลังอะไรสักอย่างที่นางน่าจะซ่อนเร้นเอาไว้ออกมาบ้าง ให้พระเอกหรือคนอื่นช่วยตลอด ดูเป็นตัวถ่วงไงไม่รู้ แต่เอาจริงๆ ก็อ่านเพลินจนหยุดไม่ได้แล้วล่ะค่ะ สนุกๆๆ แต่งต่อไปนะคะ ><
    #2,085
    2
    • #2085-1 บาบิQ(จากตอนที่ 15)
      2 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:55
      555 เอาจริงคือ นึกไม่ออกว่านางเอกควรจะแสดงพลังอะไรดี นางดีแต่ฮีลจริงๆ สู้ไม่เป็น คาแรกเตอร์แพลนไว้ประมาณนั้น ถ้าว่างๆไรท์จะมานั่งรีไรท์ดูเรื่องฉากต่อสู้นะคะ ขอบคุสำหรับความเห็นมากๆๆเลยน้า <3
      #2085-1
    • #2085-2 บาบิQ(จากตอนที่ 15)
      15 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:41
      อย่าลืมมาร่วมสนุกเม้นใต้ตอน [58] ด้วยกันนะคะ^^
      #2085-2
  2. #2017 Dook (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 14:22
    สนุกมากครับ
    #2,017
    0
  3. #1687 cake01 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มกราคม 2555 / 12:39
    พระเอกเนี่ย เย็นชาจังเลยนะ
    #1,687
    0
  4. #1544 SheetahG (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 06:50
     แพตตี้น่ารักมากกก อายแล้วหายไปเลย อิอิ จิตหลุดซินะ 
    #1,544
    0
  5. #1515 BigGest-Dino (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 22:00
    บทนี้ บาบิ ใช้งาน ทรอนซ์ ของเราอ่วมใช่เล่นเลยนะ
    แต่ไม่รู้เรารู้สึกไปเองรึเปล่า บทนี้มันมีกลิ่นโรแมนติกอยู่
    บทที่ผ่านๆมา เรายิ้มเพราะขำ ฮา
    แต่บทนนี้ยิ้มเพราะอบอุ่น ถึง จะตัดอารมณ์เราค้าง ให้ตามไปอ่านบทต่อไปก็เถอะ ชิๆ
    #1,515
    0
  6. #1447 SheetahG (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 08:37
     ตกลงผู้หญิงนั่นใครฟระ
    #1,447
    0
  7. #1427 $ ..... $ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2554 / 20:34
     ทรอนซ์ลืมของเก่าไปซะ 55+
    #1,427
    0
  8. #1346 lovelyGirl_P (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 20:21
    หนุกค่า
    #1,346
    0
  9. #1298 [P]a[t] (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 23:52
    สนุกมากค่ะ
    #1,298
    0
  10. #1248 •Zol2iäc• (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:37
    ท่านบรรยายดีขึ้นมากเลยนะเนี่ยในตอนนี้^^b
    สู้ๆ
    #1,248
    0
  11. #1205 BEbear_zip (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2553 / 19:22
    อยากรู้อ่ะ ว่าผู้หญิง ที่ทรอนซ์ ช่วยเป็นอะไรกับ ทรอนซ์
    ที่คิดไว้ น่าจะเป็น ผู้หญิงที่อยู่ในทีม กับทรอนซ์ แล้วมีชาร์ลีนมาแทนหรือ
    เปล่า ............? โอ๊ย อยากรู้ๆๆๆ -*-
    #1,205
    0
  12. #1175 ปาท๋องโก๋กะนมข้น (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 15:44

    พิมได้คำเดียวว่าหนุก ^ ^

    #1,175
    0
  13. #1171 -Miranda- (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 18:01
    แล้วจะรอมาอัพต่อนะ บาบิจัง =w=

    ทรอนซ์ช่วยชาร์ลีนได้อยู่แล้ว! ^ ^

    อยากอ่านต่อจ้าาา..
    #1,171
    0
  14. #1149 Dino wop (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2553 / 20:52
    มาอ่านละนะ แต่ยังอ่านไม่จบ



    ปวดหัวมากๆอะตอนนี้ เฮ่อ T^T เด้วว่างๆมาอ่านต่อ



    เราไปนอนล่ะนะ ...........................DiNo
    #1,149
    0
  15. #1126 Soul_eateric (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 เมษายน 2553 / 01:02

    รับมาอัพนะฮะ...

    รออ่านอยู่อ่า....

    #1,126
    0
  16. #1124 -=niNewz=- (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 เมษายน 2553 / 20:29

    อัพต่อออออออออออออ รออ่านอยู่ค่ะ ^^

    #1,124
    0
  17. #1121 K'am_iiz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 เมษายน 2553 / 19:25
    ว้าว ว, ๆ ตัวละครหล่อสวยทุกคนเลย > <
    55 55 +

    สู้ๆน้า า, ^ ^
    แต่งดีมากจ๊ะ > <
    #1,121
    0
  18. #1117 ~.oOBaM...bAmOo.~ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 เมษายน 2553 / 11:17
    สนุกดีนะ
    ตัวละครหน้าตา
    เหมือนแวมไพร์ไนย์เลย
    5555555+
    #1,117
    0
  19. #1116 prinzz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 เมษายน 2553 / 21:38
    รออ่านอยู่นะ ^^
    #1,116
    0
  20. #1115 เมมฟิส (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 เมษายน 2553 / 16:24

    อยากให้นางเอกสนิทสนกับแพทริกซ์ให้มากๆ อยากรู้จังว่าทร้อนซ์จะรู้สึกยังไง

    #1,115
    0
  21. #1114 เมมฟิส (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 เมษายน 2553 / 16:21

    ทร้อนซ์หลายใจเหรอ (โป้งทร้อนซ์แล้ว) เชียร์แพทริกซ์แล้ว อยากให้นางเอกรู้ความจริงทั้งหมดไวๆจัง ว่าทร้อนซ์รักใครจะได้ตัดใจ ไม่อยากให้นางเอกต้องเสียใจเลยค่ะ รีบอัพน่ะ สู้ๆ

    #1,114
    0
  22. #1112 yunijung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 เมษายน 2553 / 18:31
    อัพไวๆนะ
    #1,112
    0
  23. #1110 vin_111 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 เมษายน 2553 / 11:27
    แล้วพระเอกผู้เย็นชาของเรา

    จะทำไงต่อไปเนี่ย
    #1,110
    0
  24. #1107 ปรีย่า (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 เมษายน 2553 / 07:38
    ต่อเร็วๆนะคะ
    #1,107
    0
  25. #1097 Parn_SeoRoRo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 เมษายน 2553 / 19:42
    มาอัพต่อไวๆนะคะ

    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์นะคะ
    >__ #1,097
    0
  26. #777 เมมฟิส (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2552 / 14:00
    อัพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพ  รีบอัพน่ะ  อยากกินกบย่างจัง  จูบใครไม่จูบ  ดันไปจูบทรอนซ์ 
    #777
    0
  27. #774 Nu NiP ,,*O*!!~~ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 / 21:34
    -0- !! ฮือ ๆ อัพไว ๆ งานเยอะ เครียดเนอะ T^T ๆ
    #774
    0
  28. #773 GaMmONo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 / 19:23
    มาอัพไวๆนะเจ้าคะ

    รออยู่คะ
    #773
    0
  29. #772 Akatsuki. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 / 17:30

    เย้!!...รอคอยตั้งนาน ในที่สุดก็มาอัพสักที T_T ... อืม สนุกมาก รีบมาอัพให้จบตอนเร็วๆ นะ

    #772
    0
  30. #771 Adella (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 / 17:16
    อะไรกันเนี่ย ชาร์ลีน บทจะง่ายก็ง่ายขนาดนี้เชียวรึ แต่ก็ดีแล้วล่ะ ทรอนซ์รีบกลับไปช่วยอเมทิสต์เร็วๆเลยนะ 

    ปล.ราล์ฟสู้ๆน้า
    #771
    0
  31. #770 fooBALL&icaCREEM (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 / 16:26
    ชักไม่ค่อยที่จะแจ่มใสแล้วสิ!!!
    #770
    0
  32. #769 7 Λ I V II (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 / 15:07

    โอ้ว มาต่อแล้ว  เย้ๆๆๆ ^O^

    (นึกว่าตาฝาดที่เห็น 60%) =^="


    อยากให้จบตอนง่า

    แต่ไม่เป็นไร  พี่รอได้  หุหุหุ

    สู้ๆๆกับการทำฟิสิกส์นะจ๊ะ 555+



    ปล. ทรอนซ์รีบกลับไปช่วยอเมทิสต์ได้แหล่วว  พลีสสสส~~~  >w
    ปล.2 ราล์ฟเฟสู้ๆๆๆ  จะรอดมั้ยเนี่ย T..T

    #769
    0
  33. #767 DeviL (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 / 14:00
    อัพทีละนิดจิตหดหู่...มาอัพไวไวนะค่ะ

    รออ่านอยู่...สู้สู้
    #767
    0
  34. #766 pangkawjoa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 / 12:06
    มาแล้วๆๆๆ เย้ๆๆๆๆ

    ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ อัพแค่ไหน เมื่อไหร่ พี่ก็จะรออ่านเสมอ 

    อ๊ากกกก ที่แท้ทรอนซ์ก็เป็นห่วงอเมทิสต์ใช่มิล่า ทรอนซ์จ๋า -3- 555+

    มาอัพต่อเร็วๆ นะจ๊ะ สู้ๆ >
    #766
    0
  35. #765 กระต่ายchugar (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 / 11:41

    ป่านนี้ชาร์ลีนฉันจะเป็นไงบ้างเนี่ย
    ทรอนนะทรอน ทิ้งกันด้ายย >น่าฆ่าจิงๆ 

    สนุกๆๆๆ อ่านกี่ทีก็เมามัน 
    อีก 40 จะรอช้าอยู่ใย
    อัพโลดดดด
    รออ่าน!! เย่

    #765
    0
  36. #764 -=niNew=- (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 / 08:33

    สู้ ๆ \(^0^)v ทั้ง อัพ นิ ยาย ทั้ง ทำ การ บ้าน นะ คะ

    #764
    0
  37. #762 Hizo.* (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2552 / 12:20
    อัพๆ  ๆ ๆ

    ด่วนๆ ๆ  !!! !! 

    #762
    0
  38. #756 ♪♫•_♦Luzifia&# (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2552 / 22:00

    เวรกรรม~~~

    มารอค่ะมารอ~ T^T

    อัพด่วน!!!โลดดดด~~!!!

    เป็นกำลังใจให้เสมอน้า ^^

    #756
    0
  39. วันที่ 26 พฤษภาคม 2552 / 17:58
    น่าสงสารงิ
    #755
    0
  40. #754 ~panhoo32~ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2552 / 12:05
    มาต่อเร็วๆนะเจ๊อะ..............

    จะรอต่อปาย สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ..........
    #754
    0
  41. #753 fooBALL&icaCREEM (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2552 / 18:29

    ทิ้งไว้ทามมายเดี๋ยวก้อตามหาอีก


    เห้ออออออ

    #753
    0
  42. #752 J UNE♥★ ! :} (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2552 / 12:51
    อ่าว ๆ

    นึกว่าอเมทิสต์หึง ? !
    55555555555555555.
    #752
    0
  43. #751 ♀Love ♥ is a relatio (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2552 / 15:09
    ลืม บ ใบไม้จร้า

    อิอิ  บาบิสู้ๆ

    ps. ร๊ากกกกกกกกกก.......ทรอน
    #751
    0
  44. #750 ♀Love ♥ is a relatio (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2552 / 15:05

    แง้ๆๆๆๆๆ  ทำไมต้องให้จูทรอนด้วยอ่า T^T

    แล้วทำไมทรอนทิ้งนางเอกไว้อย่างน้าน

    อัพพพพพพพพพพพพ

    สู้ๆ 

    #750
    0
  45. #749 ตี้ซ่า? (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2552 / 10:08
    อัพเร็วๆเน้อชั้นจะรอเเล้วกั๋น
    #749
    0
  46. วันที่ 22 พฤษภาคม 2552 / 22:34
    จะรอนะจ๊ะ
    #748
    0
  47. #747 a-mints (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2552 / 21:10
     100% คงยาวมาก
    มาอัพต่อเร็วๆๆๆ
    #747
    0
  48. #746 กระต่ายchugar (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2552 / 19:16
    8% ยาวเหยียดเลย 55+ แต่ก็สะใจดีมาก!
    ยัยกบนั่นน่าจับทำมื้อเย็นจริงๆด้วย - -+
    ชาร์ลีนเรามีหึง หึหึ~

    แต่ทรอนจะใจร้ายไปไหมทิ้งชาร์ลีนไว้อย่างั้น
    โหดร้ายจริงๆ =_=;; 

    อัพต่อที่เหลือโลด!! ไม่ว่าจะยาวแค่ไหน 
    ก็จารออ่านน้าค้า อิอิ - -++
    #746
    0
  49. #745 ♪♫•_♦Luzifia&# (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2552 / 20:11
    ใจร้ายได้อีก TT^TT

    ทิ้งกันได้ยังไง~~~  TT[]TT

    (ใจดำไง ++-_- : ชาลีน...ตัวปลอม =[]=)

    สู้ ๆ นะคะ ^O^o
    #745
    0
  50. #744 Adella (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2552 / 19:56
    นี่ขนาด 8%นะเนี่ย ยังยาวเลย 55+ นางเอกก็น้า โก๊ะได้ใจจริงๆ  ถ้าตอนไหนไม่ก่อเรื่องก็คงไม่ใช่นางเอก เฮ่อ..! 55+ แต่ว่าทรอนซ์จะทิ้งอเมทิสต์จริงๆเหรอ
    #744
    0