The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 13 : The Keyz 13 ภารกิจซ้อนภารกิจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,306
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    3 เม.ย. 62

[13]

 

ฉันสัมผัสไม่ได้ถึงพลังชีวิตในตัวหมอนั่น

 

อะไรนะ…!!  นี่หมายความว่า …..!

 

“…”ฉันเบิกตากว้างปรายตามองร่างของแพทริกซ์ที่ยังนอนแน่นิ่งอย่างสงบ

 

ไม่จริงใช่มั้ยเขาแค่หลับไปเมื่อกี้เขายังคุยกับฉันอยู่เลย

 

   นี่เธอคิดว่าฉันจะตายจริงๆหรอ- -”

 

ตอนนั้นนายยังพูดประโยคนั้นอยู่เลยแล้วนายทำตัวอย่างงี้ จะไม่ให้ฉันคิดได้ยังไงล่ะ!T^T

 

แพททริกซ์ฉันพึมพำเรียกชื่อเขาวูบนึงที่รู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจความอึดอัดลอยจุกแน่นอยู่ที่อกมันคงเป็นความรู้สึกผิดผิดที่ช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย

 

“…”ใบหน้าของทรอนซ์ยังสงบ เรียบเฉย เหมือนไม่มีความรู้สึกต่อเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าและมันทำให้ฉันรู้สึกเคืองนิดๆ

 

นี่! คนตายทั้งคน นายไม่รู้สึกอะไรเลยรึไงนะ !”ฉันขึ้นเสียงสูงจนแทบจะเป็นตวาดใส่น้ำตาที่กลั้นมานาน เริ่มไหลพรั่งพรูออกมาบางที คนที่ผิดอาจจะเป็นฉันก็ได้ถ้าฉันดึงด้ายออกตั้งแต่ตอนนั้นไม่งี่เง่าคิดว่าตัวเองเป็นฮีลเล่อร์แล้วจะรักษาเขาได้

 

นี่ = =;”ทรอนซ์เปรยเสียงนุ่มๆ ฟังแล้วขัดๆหูชอบกลหรือเขาคิดจะปลอบใจฉันนะ

 

ฮึกเขาเขาดีกับฉันมากเขาช่วยฉันไว้ตลอดฮือออ~”ฉันยืนก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงนั้นทรอนซ์ได้แต่จ้องเงียบๆไม่พูดอะไร

 

ฮึกถ้าฉันดึงด้ายออกเขาคงไม่ต้องเป็นแบบนี้ฮืออ~”นายช่วยพูดอะไรหน่อยสิพูดอะไรก็ได้อย่าให้ฉันรู้สึกเหมือน อยู่ตัวคนเดียวT^T

 

เขาสละเสื้อคลุมให้ฉันด้วย…”

 

“…”

 

เขาเขา…”

 

“…”

 

“…”นึกไม่ออกแล้วอะโฮ~ TOT

 

จบแล้วใช่มั้ย?”จู่ๆ ทรอนซ์ก็เปรยขึ้นแผ่วๆ ทำให้ฉันควับไปอ้าปากกะจะต่อว่าที่บังอาจขัดฟิลซึ้งๆ(?)ของฉันแต่ก็ต้องค่อยๆหุบปากลง ก้มหน้านิดๆ แล้วพยักหน้ายอมรับว่าไม่มีอะไรดีๆให้ระลึกถึงแล้วแหละT_T

 

ฉันไม่ได้บอกว่าหมอนั่นตาย - -”ทรอนซ์พูดเรียบๆตามสไตล์และนั่นทำให้ฉันขมวดคิ้วเป็นปมซ้อนปมด้วยความฉงน ตาเบิกกว้างแทบจะทะลักออกมาจากเบ้าปากอ้าค้างราวกับขากรรไกเป็นอมพาตแล้วฉันจะบรรยายหน้าตาตัวเองให้อุบาทว์ทำไม

 

  ที่สำคัญนี่หมายความว่าแพทริกซ์ตายไม่ได้ตาย 6:66 ? (เฮ้~ ค่าโฆษณาๆ><)

 

แต่แต่นายบอกว่านายสัมผัสไม่ได้ถึงพลังชีวิตเขา?”ลองเลื่อนสกอร์บาร์ ไปอ่านข้างบนดิเขาพูดจริงๆนะ ฉันสาบานได้ =O=

 

“..ไม่ได้บอกว่าไม่มีพลังชีวิตแค่สัมผัสไม่ได้…”ทรอนซ์เปรยเรียบๆ หน้ายุ่งๆแบบนั้นบ่งบอกถึงอารมณ์เซ็งๆเวลาที่ต้องพูดเยอะๆละสิเนี่ย...แต่...แต่ว่า...!

 

หมายความว่าพลังชีวิตของเขาอ่อนลงมากๆ นายถึงสัมผัสไม่ได้..?”ฉันเลิกคิ้วสูง กัดฟันกรอดอย่างเคืองๆ ก็รู้ว่านิสัยอย่างหมอนี่คงไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาทอะไรหรอก และเขาก็คงไม่รู้ตัวเลยด้วยว่าทำให้ใครกำลังโมโหแต่มันก็อดโมโหไม่ได้นี่ >[]< 3 3 (กรี๊ดระเบิดโทสะในใจ)

 

เออฉลาดซักทีนะ= =;”เอาอีกแล้วใบหน้าเรียบเฉย แววตาหยิ่งยโส กับมาดนิ่งๆชวนถีบนั่น!

 

นี่ ! นายจะหาเรื่องฉันใช่มะ! \(>{}<)/ !!”

 

 ฟู่ ~

 

   ก่อนที่ฉันจะเข้าไปกระชากเสื้อวางมวยกับใครบางคน เสียงประหลาดพร้อมกลิ่นควันไหม้ๆก็ลอยมาแตะจมูก เรียกความสนใจจากฉัน ที่ทำจมูกฟุดฟิด หาต้นเหตุของกลิ่นประหลาดนี่ทันที

 

 ภาพที่เห็นคือ ควันสีขาวกำลังลอยขึ้นออกจากร่างของแพทริกซ์...ดูเหมือนความร้อนในร่างกายเขากำลังต่อสู้กับความเย็นยะเยือกของน้ำแข็ง...วินาทีต่อมา เกล็ดหิมะที่เกาะตามไรผมสีน้ำตาลเริ่มเลือนหายกลายเป็นน้ำ ใบหน้าคมคายที่เคยดูซีดเซียวเหมือนศพกลับดูมีชีวิตขึ้นมาบ้าง...สังเกตได้จากริมฝีปากเรียวได้รูปที่เริ่มแต้มสีชมพูจัด

 

   ฉันกระพริบตาปริบๆ...จ้องมองการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตรงหน้าด้วยความงงปนทึ่ง ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าทรอนซ์อย่างขอคำอธิบาย

 

ทรอนซ์ข่มตาลง...เดาว่าคงเป็นการทำใจก่อนจะขยับปากพูดประโยคยาวๆ และฉันว่าข้อสันนิษฐานของฉันคงถูก...เขาถอนหายใจเบาๆเฮือกหนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอธิบายสั้นๆ

 

ร่างกาย..ปรับสมดุลทรอนซ์ว่า...และเมื่อเขาเห็นฉันทำหน้า >>(OoO)??<< ไร้เดียงสาน่ารัก...เขาจึงถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนขยายความ พวกที่มีพลังพิเศษอย่างพวกเรา จะมีแหล่งควบคุมพลัง ควบคุมสมดุลร่างกาย...ซึ่งอยู่บริเวณกลางอก

 

แล้ว...?”ฉันลากเสียงยาว...เป็นเชิงให้เขาอธิบายต่อ (ยังไม่เก๊ทนี่นา~ )

 

“= =; …ถ้ามีสิ่งผิดปกติ แหล่งควบคุมก็จะทำงาน...เหมือนหมอนั่นที่ถูกอุณหภูมิภายนอกเข้าไปลดระดับอุณหภูมิร่างกาย...โดยพื้นฐานเป็นธาตุไฟอยู่แล้ว...ไม่แปลกที่จะอยู่ในสภาพนี้

 

แล้วถ้าแหล่งควบคุมไม่ทำงาน...?”ฉันยิงคำถามเข้าไปอีกดอก ทันทีที่เขาหยุดพูดเพื่อหายใจ

 

“= =^ …ก็ตาย..

 

แล้ว..

 

พอ - -^”ทรอนซ์รีบตัดบท...เพิ่งสังเกตว่าใบหน้าเขาตอนนี้ดูบึ้งตึงแบบหาที่เปรียบไม่ได้  มันเป็นผลข้างเคียงจากการที่เขาพูดเยอะไปหรอ? …หึๆๆ ฮะๆๆๆ ~ ตลกชะมัด~

 

นายเป็นคนพูดมากตั้งแต่เมื่อไหร่ทรอนซ์...หนวกหูชะมัดเสียงทุ้มปนแหบพร่าดังขึ้นใกล้ๆ...ฉันไล่สายตาไปหยุดอยู่ที่ต้นเสียง...ร่างหนาค่อยๆยืนหยัดเต็มความสูง พลางจ้องเขม็งมาด้วยสายตาที่ฉันยังอดเสียวสันหลังวูบไม่ได้...หวังว่าเนตรพิฆาตนั่นคงไม่ได้ส่งถึงฉันหรอกนะ...ใช่มะ T^T?

 

...ทรอนซ์ยังรักษาความนิ่งได้อย่างเคย...สีหน้าเรียบเฉย กับดวงตาคมกริบที่จ้องตอบกลับไปอย่างไม่สะทกสะท้าน

 

  เหอะๆ...เอาอีกแล้วพวกนี้...เล่นสงครามประสาทกันไม่เลิก..

 

ทำไมนายไม่ฆ่าฉัน...ทั้งๆที่มีโอกาสแพทริกซ์เปรยขึ้น...นัยน์ตาสีแดงเพลิงดูเหมือนมีประกายไฟเล็กๆอยู่ในนั้น...ทั้งๆที่น้ำเสียงฟังดูนุ่มหูอย่างเคย แต่เหมือนมีรังสีอมหิตแผ่ฟุ้งคลุ้งกระจายอยู่ทุกอณูอากาศ

 

  นี่เขาโกรธที่ทรอนซ์ไม่ฆ่าเขา...? …ประหลาดจริงแท้คนพวกนี้ -*-

 

..ฉันไม่ฆ่า...คนไม่มีทางสู้ทรอนซ์เปรยเรียบๆ...ซึ่งสาบานได้เลยว่าถ้าเป็นฉัน ฉันคงกระโดดถีบเขาไปแล้ว กับมาดนิ่งยียวนกวนประสาทนี่...หันไปทางแพทริกซ์อีกที ก็ดูเหมือนมีควันสีขาวลอยขึ้นมาเรื่อยๆอีกแล้ว แต่คราวนี้มันลอยขึ้นจากพื้นหิมะรอบๆตัวแพทริกซ์...ชักสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีแฮะ..

 

และก่อนที่ฉันจะตัดสินใจห้ามทัพ...ทรอนซ์ก็หยอดไปอีกประโยคที่ฉันคิดว่าจะห้ามยังไงก็ห้ามไม่อยู่แล้ว.. อีกอย่าง...ชีวิตนายไม่มีค่าพอให้ฉันฆ่า

 

  ทีงี้ล่ะ...ปากไวจัดจ้านนักนะ คุณปริ๊นซ์ทรอนซีรา...=[]=”!

 

ปากดี..แพทริกซ์กระซิบเย็น...ใบหน้าของเขาตอนนี้ไม่เหมือนคนที่คุยกับฉัน...มันเหมือนคนคนนั้นที่ฉันเจอในคืนงานเลี้ยง...คนที่ส่งลูกไฟเข้ามาทำร้ายฉัน

 

หลบไปก่อน..ทรอนซ์หันมากระซิบสั้นๆ...ทั้งๆที่ตายังจับจ้องไปยังร่างบุรุษตรงหน้าที่ห่างกันไม่ใกล้ไม่ไกลนัก...

 

ไม่!...ฉันจะไม่ทิ้งนาย!”ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะขาสั่นนะ...แต่มันรู้สึกสังหรณ์...ถ้าทรอนซ์เกิดโดนย่างสดมาอีกที ฉันก็ต้องเห็นใบหน้าเจ็บปวดแบบนั้นน่ะสิไม่เอาหรอก ฉันไม่อยากเห็นเขาเป็นแบบนั้น...อีกอย่างตอนนี้ฉันเป็นฮีลเลอร์แล้วนะชีวิตของปริ๊นซ์เป็นหน้าที่ที่ฉันต้องปกป้อง!

 

“= =;”ทรอนซ์ชะงักนิดๆ ก่อนจะปรายตามองมาอย่างดุๆ

 

ไฟเออร์ บอลล์!”เสียงประกาศลั่นดังแว่วมาแต่ไกล... ลูกบอลไฟขนาดพอดิบพอดีตัวฉันพุ่งตรงมาอย่างรวดเร็ว...มันหมุนรอบตัวเองอย่างบ้าคลั่ง แรงและเร็ว ถากหิมะที่ขวางหน้าเหลือให้ละลายไปในพริบตา..

 

ไอซ์ เกท..เสียงกระซิบของเจ้าชายน้ำแข็ง เรียกกำแพงน้ำแข็งขนาดหนาโค้งเป็นซุ้มเลนส์นูน ปรากฏขึ้นคุมกันผู้ใช้เวทย์ ไม่ให้ต้องเปลวไฟแม้เพียงเสี้ยว

 

  ส่วนฉันน่ะเหรอ...กระโดดไปหลบหลังทรอนซ์ตั้งแต่คำว่า ไฟเอ้อร์ แล้วล่ะแฮะๆ =;:=

 

แฮ่ก..โดยที่ทรอนซ์ยังไม่ได้ทำอะไร...จู่ๆร่างแพทริกซ์ทรุดฮวบลงไปกับพื้น ลมหายใจหอบระรินดูเหนื่อยล้า สีหน้าฉายชัดถึงความเจ็บปวด...มือหนานั่นยกขึ้นกุมบริเวณกลางอก

 

นายตอนนี้...ไม่มีทางชนะฉันทรอนซ์พูด...ไม่มีแววเย้ยหยันหรือดูแคลนเจือปนในน้ำเสียงเลยสักนิด...หากมันกลับดูเหมือนบทสนทนาปกติมากกว่า

 

...แพทริกซ์ก้มหน้าลง มือกำหมัดแน่น พลางกัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจ

 

ทรอนซ์...เขาดูแย่มากๆเลยนะ...จะไม่ช่วยเขาหน่อยหรอฉันว่า พลางวิ่งเข้าไปประจันหน้ากับทรอนซ์ แล้วสบตาอ้อนวอนน่าสงสาร(?)...สิ่งที่ได้ตอบกลับมาคือความเงียบและความนิ่ง...เหอๆ สาบานดิ๊ว่าฉันกำลังคุยอยู่กับคน ไม่ใช่ต้นไม้ =O=’

 

โอเค้...งั้นฉันจัดการเองแล้วฉันก็ตัดสินใจ หันร่างกลับไป พร้อมถีบตัวออกเตรียมวิ่งสุดฝีเท้า...แต่ทว่า..

 

  โป๊ก!~ สัมผัสได้ถึงศีรษะที่กระแทกของแข็งเข้าเต็มแรง..

 

โอ๊ย~ /(>O<)\”ฉันยกมือขึ้นคลำหัวอย่างเจ็บปวด...น้ำตาแทบจะเล็ดออกมาจากเบ้า...ใครเอาของอะไรมาวางไว้แถวนี้ฟะ !

 

พอเบิ่งตาดูชัดๆ...ปรากฎว่าไอ้ที่ชนน่ะ...ไอซ์เกทของทรอนซ์ค่ะท่านผู้อ่าน T^T  น่าสมเพชตัวเอง...อับอายชะมัดเลย  ฮือ ~

 

ทำอะไรน่ะ = =;”ยะ...ยังจะถามอีกเนอะ.. TOT

 

ปวดหัว...เมื่อเช้าไม่ได้กินข้าวฉันหันไปตอบห้วนๆอย่างวางฟอร์ม...กัดฟันกรอดรับความเจ็บปวดที่ศีรษะ...กลางหน้าผากเลยนี่นะ...โฮๆ ~T^T

 

  แล้วจะอยู่รอให้โดนหัวเราะเยาะอีกทำไม...คราวนี้ฉันหันหน้าไปอย่างระมัดระวัง...ค่อยๆเดินเรียบกำแพงน้ำแข็ง เอามือแตะๆไปเรื่อยๆจนมั่นใจว่าที่ตรงหน้าเป็นเพียงธาตุอากาศ ไม่ใช่น้ำแข็งหนาเตอะชนิดใสไม่มีสี...แล้วค่อยออกตัววิ่งไปยังร่างที่ยังคงทรุดอยู่กับพื้น

 

นาย...แฮ่ก...เป็นยังไงบ้าง?”ฉันปราดเข้าไปหาร่างแพทริกซ์...นั่งยองๆใกล้ๆเขา จ้องมองใบหน้าที่ดูเรียบเฉย ไร้อารมณ์นั่น..

 

อย่ามายุ่ง..เสียงนุ่มกระซิบตอบ นัยน์ตาสีแดงนั่นดูหม่นหมองลง...เขาเบือนหน้าไปอีกทาง ทำให้ฉันสังเกตสีหน้าของเขาไม่ได้

 

แพทริกซ์...ฉันควรจะโกรธเขามั้ยนะที่เขาพูดกับฉันแบบนี้...ทั้งที่ฉันอุตส่าห์เป็นห่วงเขา พยายามช่วยเขาทุกวิถีทาง...แต่ไม่รู้สินัยน์ตาคู่นั้น ทำไมมันถึงดูโดดเดี่ยวแบบนั้นนะ...

 ..เหมือนกันรึเปล่า...ตาคู่นั้น...เหมือนฉันที่เคยเป็นรึเปล่า...แววตาที่ฉายชัดถึงการต้องอยู่ตัวคนเดียว...แววตาที่ต้องการใครสักคน ?

 

ฉันขอโทษ..ฉันพึมพำเบาๆให้เขาพอได้ยิน ก่อนจะค่อยๆยืนขึ้น แล้วหันหลังเดินกลับไปอย่างเงียบๆ...ไม่รู้ทำไมมันถึงอยากพูดคำนี้...แต่มันก็ หลุดปากออกไปซะเฉยๆ

 

ชาร์ลีน..เสียงเรียกจากด้านหลัง ทำให้ฉันชะงักกึก แล้วค่อยๆหันไปประจันหน้ากับบุคคลที่เพิ่งออกปากไล่ฉัน จ้องหน้าเขาตอบกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ (ก็...เพิ่งโดนเขาไล่มานี่...รู้สึกเสียหน้าชะมัด~  ชิๆ >O<!!)

 

“?”ฉันเลิกคิ้วเล็กน้อย เป็นเชิงถาม

 

“…”แล้วเขาก็เงียบ...ยืนสบตากับฉันนิ่งราวกับครุ่นคิดอะไรบ้างอย่าง ฉันเห็นนัยน์ตาสีแดงของเขาสั่นระริกเล็กน้อย ก่อนจะส่งกระแสความอ่อนโยนผ่านสายตาคู่นั้น พร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆที่ระบายบนใบหน้า

 

ขอบคุณ...ที่ร้องไห้เพราะฉัน

 

“O___O/// !”อับอายกับทรอนซ์ยังไม่พอ...ตอนฉันสวมบทโศกา แพทริกซ์ก็รู้สึกตัวอยู่เรอะ! โฮ ~ ..ชีวิตฉันเจอกับเรื่องหน้าแตกมากี่รอบแล้วฟะ T^T

 

  ฟิ้ว ว~

 

เสียงลมหนาวพัดหอบเอาความเย็นยะเยือกเข้ามาปะทะร่างกาย เล่นเอาเกือบหงายหลังเลยทีเดียว...แต่เอ๊ะ!...นั่นมันอะไรน่ะ?...บนท้องฟ้าเหมือนมีอะไรไม่รู้ มีแสงระยิบระยับ และกำลังพุ่งดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว

 

  โครม!!

 

แสงประหลาดร่วงหล่นลงมาจากฟ้าด้วยความเร็วแสง...ชนกระทบพื้นดินจนผืนน้ำแข็งสนั่นหวั่นไหวอย่างสัมผัสได้...เสี้ยววินาทีหลังจากนั้น คือมีกลุ่มควันจางๆปกคลุมรอบๆ เจ้าสิ่งนั้น ที่ฉันแอบคิดว่ามันเป็นดาวหางที่พุ่งชนโลก (-*-)

 

แค่กๆ...โอ๊ย~ ทีหลังลงจอดนิ่มๆหน่อยนะ หวาดเสียวเป็นบ้าเสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างในกลุ่มควัน...ฉันพยายามเพ่งมองเข้าไป แต่อย่างมากก็พอเดาออกว่าเป็นร่างคนลางๆ

 

อะไรวะ...น้ำแข็ง? นี่เธอพาเรามาทัวร์ขั้วโลกเหนือรึไง?”เสียงที่สอง จับใจความไม่ค่อยได้ แต่ดูเหมือนเขาหงุดหงิดอะไรซักอย่าง เพราะมีแววไม่พอใจเจือปนในน้ำเสียงชัดเจน...หมอกสีขาวค่อยๆจางลงไปช้าๆ ทำให้ฉันเริ่มเห็นร่างคนสามคนค่อยๆลุกขึ้นยืนเต็มความสูง..

 

ฉันบอกไปแล้วว่ามันอาจพาเราไปที่ไหนก็ได้...โชคดีแล้วที่เราไม่ตกลงไปแถวทะเล เดอะ คิวบ์..เห็นว่าแถวนั้นปลาฉลามชุกชุมเสียงผู้หญิง ดังแว่วขึ้นมา...เสียงนั่น...ดูคุ้นๆหูยังไงชอบกลแฮะ...ใครน่ะ?”

 

  ก่อนที่ฉันจะขยับปากถามจะถาม ก็ถูกชิงพูดขึ้นมาซะก่อน...และทันทีที่สิ้นเสียง...คนในหมอกควัน ก็ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าถูกจับจ้องอยู่ พวกเขานิ่งเงียบไป โดยต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายพูด

 

นั่น...แพทริกซ์เสียงผู้หญิงคนเดิมเปรยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เสี้ยววินาทีต่อมา หมอกเริ่มจางลง...จนปรากฏเป็นร่างคนทั้งสามชัดเจน

 

ไง...พวกนายแพทริกซ์เอ่ยทักอย่างเนือยๆ ทุกคนในทีมที่อยู่ตรงหน้าฉันก็พยักหน้ารับเบาๆ...ก่อนที่สายตาทุกคนจะหยุดอยู่ที่ฉันทำให้ฉันฉุกคิดได้ว่าตำแหน่งตรงนี้ไม่ใช่ที่ที่ฉันควรยืน

 

  โฮ~ ครบทีมเลยเนอะ...ทีมฉันไปไหนวะเนี่ยไม่สามัคคีกันเลยพวกนายนิ T^T (เริ่มหาตัวช่วย)

 

อืมม...นี่มันฮีลเลอร์แห่งทรอนซีราใช่มั้ยนั่น...ทำไมมาอยู่กับปริ๊นซ์ของเราละ?”การ์มีเป็นคนยิงคำถาม ดวงตาฉายรอยฉงน คิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างขอคำอธิบาย

 

เอ่อ...คือ..ฉันยิ้มแห้งๆรับ...อยากจะอธิบายอยู่หรอก แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี

 

บางที...อาจต้องถามว่าทำไมปริ๊นซ์ของเราถึงไปอยู่กับพวกนั้นมากกว่าผู้ชายผมสีน้ำตาลเข้มเอ่ยขึ้น ก่อนจะปรายตามองร่างทรอนซ์ ที่ยืนห่างจากตรงนี้ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก โดยมีไอซ์เกทของเขาตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า...และนั่นทำให้ฉันเผลอคลำหัวที่มีรอยปูดขึ้นมาอย่างนึกเจ็บปวด (TOT)

 

ว่าแต่ หายไปไหนอีกสอง?”การ์มียิงคำถามขึ้นมาอีกดอก...คำถามของเขาทำให้ฉันสังหรณ์แปลกๆ...ถ้าพวกเขาคิดจะโจมตีตอนนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย ยังไงทีมฉันก็เสียเปรียบเห็นๆ4 ต่อ 2 ถ้าไม่นับฉันที่ใช้เวทย์ไม่ค่อยจะเป็นก็กลายเป็น 4 ต่อ 1 T_T

 

ท่าทางจะแย่..แพทตี้ที่ยืนเงียบมานานกล่าวเปรยขึ้นลอยๆ...สีหน้าดูเคร่งเครียดแปลกตา จากที่ไม่เคยแสดงอารมณ์ให้เห็น...หล่อนเม้มริมฝีปากเล็กน้อย นัยน์ตาสีฟ้าดูเลื่อนลอยราวกับว่า...จิตใจไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว

 

อะไรแย่ ?”การ์มีกระซิบถามเบาๆ ดวงหน้าฉายรอยฉงน มองเพื่อนสาวที่ยืนข้างๆอย่างไม่เข้าใจ

 

คนนึงบาดเจ็บจากแผลฉกรรจ์...อีกคนตกลงไปในทะเล เดอะ คิวบ์..แพทตี้กระพริบตาครั้งหนึ่ง ดวงตาสีฟ้ากลับมาเปล่งประกายเหมือนเดิม วันนี้ฉันคงใช้พลังมากไป...เลยไม่รู้ว่าใครเป็นใคร..

 

เธอหมายถึงใคร...แพทตี้?”การ์มีเริ่มทำสีหน้าเหนื่อยหน่าย...สงสัยเขาคงไม่ชอบงานพิธีกรจำเป็นแบบนี้ซักเท่าไหร่

 

สองคนนั่น...มารีอา กับ ราล์ฟเฟแพทตี้ขยับปากตอบ...ก่อนจะหันหน้ามามองฉัน ที่ยืนช๊อควิญญาณหลุดไปแล้ว..

 

หมายความว่ายังไง?คนนึงบาดเจ็บ...อีกคน ตกไปในทะเล เดอะ คิวบ์ ?!”ฉันโพล่งออกไปอย่างลืมตัว...คำว่าบาดเจ็บ นี่พอเข้าใจ แต่ทะเล เดอะ คิวบ์ มันคืออะไร...นี่แปลว่า พวกเขาสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอกหรอ *0*!?

 

ทะเล เดอะคิวบ์...ตกลงไปเท่ากับเป็นอาหารของปลาฉลาม...ความลึกไม่มีใครเคยวัดได้ คนที่ดำลงไปส่วนใหญ่แล้วจะไม่กลับขึ้นมา...แพทตี้อธิบายอย่างรวดเร็ว...แล้วนัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นก็เบิกกว้างเล็กน้อย...สีหน้าเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น แล้วพูดต่อ บางที...สิ่งนั้นอาจจะอยู่ในก้นทะเลนั่น..

 

จากคำใบ้แรก...แหล่งน้ำการ์มีกระซิบเบาๆ ทำสีหน้าครุ่นคิดตาม

 

คำใบที่สอง...ลึกจนไม่อาจหยั่งถึงแพทตี้ต่อความ ตามองสบกับการ์มี เหมือนช่วยกันระดมสมองคิดกันอยู่สองคน...ส่วนคนอื่น ก็กลายเป็นตัวประกอบไปแล้ว -*-

 

คำใบ้สุดท้าย...การ์มีลากเสียงยาว..

 

อัญมณี...สีรุ้งแพทตี้เสริม

 

 เธอกำลังนึกถึง...ตำนานเจ้าหญิงนางเงือก?”นัยน์ตาสีทองสั่นระริก ราวกับตื่นเต้นกับบทสนทนา...ที่ฉันเริ่มรู้สึกว่ายิ่งฟังยิ่งฉลาดน้อยยังไงก็ไม่รู้...-*-

 

ใช่...แพทตี้ว่า ก่อนจะพยักหน้าให้การ์มี แล้วหันมามองหน้าแพทริกซ์กับโซลสลับกันไปมา

 

โซล...พาแพทริกซ์กลับไปที่จุดเริ่มต้นเถอะฉันกับการ์มีจะทำภารกิจต่อแพทตี้มองแพทริกซ์ด้วยสายตาแปลกๆ...เธอคงจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติสินะ

 

จะให้ฉันไว้ใจพวกนายได้ไงโซลพูดเรียบๆ นัยน์ตาสีเทาหรี่ลงเล็กน้อย ทอดมองด้วยสายตาที่ฉายชัดถึง...ความไม่เชื่อใจ

 

   แพทตี้ปรายตามองคนพูดแว๊บนึง ก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทางด้วยสีหน้าที่ยังคงเรียบเฉย...หล่อนพลิกตัวกลับหลัง แล้วเดินตรงไปยังต้นไม้เหี่ยวๆไร้ใบ ยกมือข้างนึงทาบลำต้น แล้วพึมพำภาษาแปลกๆอย่างรัวเร็ว

 

 การ์มีมองโซลอย่างคาดโทษ...ก่อนจะเดินตามแพทตี้ไปยังต้นไม้นั่น

 

สักพัก...ก็มีลำแสงสีขาวสว่างจ้าพุ่งวาบออกมาจากลำต้น กลืนร่างทั้งร่างของการ์มีและแพทตี้ หายวับไปในพริบตา..

 

  หันมาอีกที โซลกับแพทริกซ์ก็พร้อมใจกันดึงด้ายออก...ร่างทั้งสองก็หายวับไปเช่นกัน...

 

ทิ้งไว้แค่ฉันที่สะเออะยืนฟังตั้งแต่ต้นจนจบ...(แถมไม่ค่อยจะรู้เรื่องอีกต่างหาก) ฉันจึงวิ่งหน้าตาตื่นไปหาทรอนซ์ที่ยืนนิ่งราวกับรูปสลักที่ไม่มีชีวิต...ฉันต้องคาบข่าว(?)ไปรายงานทรอนซ์...เรื่องมารีอา ราล์ฟ และสิ่งของที่ตามหา..

 

  ฉันวิ่งเรียบเข้าไปในกำแพงน้ำแข็งที่ยังไม่ละลาย...ทรอนซ์ปรายตามามองนิดๆ ก่อนจะขยับปากทักแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน..!

 

จะย้ายทีมรึไง?”พูดแบบนี้นายเงียบไปเลยดีกว่า..-*-

 

“=O=…เออ ฉันได้ยินข่าวราล์ฟกับมารีอาแล้วล่ะ..ฉันรีบเปลี่ยนประเด็น จงใจทิ้งช่วงให้เขาอยากรู้...แต่พอจ้องมองดวงหน้าคมคายนั่นที่ยังคงเรียบเฉย ดูไม่กระตือรือร้นที่จะรับรู้อะไรเลย...ฉันจึงถอนหายใจอย่างยอมแพ้

 

คนนึงบาดเจ็บ อีกคนตกลงไปในทะเล เดอะ คิวบ์...แพทตี้บอกว่าที่นั่นมีสิ่งของที่พวกเราต้องตามหาอยู่ด้วย...

 

“…”

 

นี่...ไม่สนใจหน่อยหรอ?...แล้วเราจะไปไหนกันต่อ...อย่าบอกนะว่า...ทะเล เดอะ คิวบ์..?”อาหารฉลามหรอ...ฮือ ~ ก็ไม่เลวนะ T^T(ประชด)

 

กลับโรงเรียนทรอนซ์เปรยเรียบๆ นัยน์ตาสีน้ำเงินทอดมองมาอย่างสงบ

 

นายหมายถึง...ดึงด้ายออก?”ฉันพูดอย่างอึ้งๆ...อะไร?..จะยอมแพ้ง่ายๆอย่างนี้น่ะหรอ?! ฉันฝ่าฟันอุปสรรคมาทั้งวันนะเว้ย~ และนี่ยังผ่านพ้นไม่ถึงวันเลยด้วยซ้ำ !

 

ไม่...เราจะไม่ถอนตัว...แต่ต้องกลับโรงเรียนทรอนซ์ว่า

 

  เมื่อไหร่เขาจะพูดอะไรๆให้ชัดเจนฟะ...ก็รู้ๆอยู่ว่าฉันมันคนเก๊ทยาก =O=

 

ทำไมต้องกลับโรงเรียน?”ฉันก็ต้องถามต่ออย่างเลี่ยงไม่ได้(อยากรู้อะ)

 

จัดการเรื่องเอกสารของเธอ...ช่วงนี้การคุ้มครองหละหลวมที่สุด..

 

ฮะ? เอกสารอะไร ?”

 

“= =;”แล้วเขาก็ไม่ยอมพูดอะไรต่อ...นอกจากเดินจำอ้าวไปยังต้นไม้เหี่ยวๆ ตรงไปยังจุดที่ร่างแพทตี้กับการ์มีหายวับไปพร้อมกัน...แต่ไอ้ที่สงสัยมากถึงมากที่สุด......

 

  ไอซ์เกทมันหายไปไหนฟะ!? โธ่ๆๆ ~ นึกว่าจะได้เห็นภาพเด็ดๆซะแล้ว YOY!

 

 

 

 

บุ๋มๆๆ

 

   ฟองอากาศจำนวนมากทยอยลอยขึ้นมาจากใต้พื้นบาดาล...ซึ่งมองให้ไกลยังไงก็ยังหาแหล่งที่มาไม่พบ ดำดิ่งลงไปเท่าไหร่ก็ยังเห็นปลายทางเป็นเพียงความมืด อีกทั้งยังต้องคอยระวังเพชฌฆาตตัวฉกาจที่คอยรังควาญไม่เว้นนาที

 

 คิดไม่ทันขาดคำ...เขาก็ต้องเบี่ยงตัวหลบฟันแหลมคมของเจ้าตัวที่หมายจะคาบลำตัวเขาไปกินเป็นอาหารว่าง

 

   ก่อนที่การโจมตีจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง...ราล์ฟตัดสินใจใช้มือโอบลำคอเจ้าเขี้ยวแหลม ก่อนจะขึ้นคร่อมหลังนักล่าแห่ง เดอะ คิวบ์ ที่สลัดลำตัวไปมาอย่างโกรธเกรี้ยว ไม่ยอมให้จับกุม

 

แต่ความพยายามดิ้นรนหนีกลับสูญเปล่า...เพราะทันทีที่ถูกจับกุมสำเร็จ กระแสไฟฟ้าแสนโวลต์ถูกปล่อยออกมาจากร่างเด็กหนุ่มที่อาจหาญกล้าต่อสู้กับเพชฌฆาตแห่งท้องทะเลด้วยมือเปล่า...ส่งผลให้ร่างสิ่งมีชีวิตผู้ตกเป็นเหยื่อกระตุกครั้งสองครั้ง ก่อนจะถูกปล่อยทิ้งลงในแนวดิ่งตามกฎแรงโน้มถ่วง

 

   นัยน์ตาสีฟ้าเทาเพ่งมองร่างฉลามที่ค่อยๆตกดิ่งลงไป ไม่กี่อึดใจ ร่างนั่นก็หายกลืนไปกับความมืดที่ก้นทะเล...จุดหมายที่เขาพยายามไปให้ถึง...แต่ไม่ว่าจะตะเกียกตะกายเท่าไหร่ พุ่งดิ่งลงไปลึกเท่าไหร่ ก็ยังไม่ถึงแสงมืดที่อยู่ตรงหน้าสักที

 

ราล์ฟเม้มริมฝีปากแน่น...นัยน์ตาสีฟ้าเทาสั่นระริก พลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้...สิ่งที่เชื่อมโยงเขามาที่นี่..

 

*เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้... 

 

สถานที่ที่ต้นไม้บอกเขาว่าเป็นสนามรบของมารีอากับใครสักคน...เมื่อไปถึงที่ กลับไม่มีร่องรอยสิ่งมีชีวิตอยู่ ณ บริเวณนั้น...จะมีก็แต่...

 

..เลือด!?...กลิ่นนี้...มารีอา!”ราล์ฟแทบจะคุกเข่าลงกับพื้นทันทีที่กระโดดลงจากกิ่งไม้สูง...สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำเอาหัวใจเริ่มสั่นคลอน...

 

  ของเหลวข้นสีแดงกองใหญ่ แต่งแต้มพื้นหญ้าสีเขียวอย่างเด่นชัด...ดอกไม้สีขาวตั้งเด่นหราอยู่ข้างๆอวดความสวยงาม หากแต่เขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด...

 

พ่อหนุ่ม...เด็ดดอกไม้นั่นสิ...มันจะพาเจ้าไปยังสิ่งที่เจ้าตามหาเสียงพูดดังขึ้นมาจากด้านหลัง...เรียกนัยน์ตาสีสวยตวัดไปสบอย่างไม่เข้าใจ

 

ฉันคือผู้ให้คำใบ้...เธอมาถูกทางแล้ว...พ่อหนุ่ม

 

ฉันไม่สนเรื่องภารกิจ...แต่สนเจ้าของกองเลือดนี่! และสิ่งเดียวที่ฉันตามหา คือเธอคนนั้น!”ราล์ฟพูดด้วยสายตาแน่วแน่มั่นคง...จ้องสบไปยังส่วนลำต้นสีน้ำตาล พยายามจินตนาการว่านั่นเป็นดวงตาของคู่สนทนาที่ไม่ใช่มนุษย์

 

 ฮ่ะๆๆ..ข้าชอบเอ็งหวะพ่อหนุ่ม...แต่หน้าที่ข้าคือส่งเอ็งไปยังที่ที่มีสิ่งนั้น...

 

ทันใดนั้น...ดอกไม้สีขาวก็ถูกรากไม้ใหญ่ตวัดออก...นัยน์ตาสีฟ้าเทาเบิกกว้างอย่างตะลึงงัน แล้วรีบลุกขึ้นหมายจะหนีออกจากประตูเชื่อมมิติ

 

ลึกไม่อาจหยั่งถึง...อัญมณีสีรุ้ง...โชคดีพ่อหนุ่ม..

 

  สัมผัสสุดท้าย...คือเหมือนทั้งลำตัวถูกดูดกลืนเข้าไป...ตกดิ่งลงไปในที่ที่เป็นสุญญากาศ...เขาเอื้อมมือไปข้างหน้าอย่างพยายามจะไขว่คว้า หากแต่สิ่งที่สัมผัสได้กลับเป็นเพียง...ความว่างเปล่า

 

วินาทีหลังจากนั้น...เขาก็พบว่าตัวเองตกอยู่ในวงล้อมของฉลามนับสิบ...ต้องขอบคุณสหายต้นไม้จริงๆ ที่ส่งเขามาฝึกปรือฝีมือเสี่ยงตายที่นี่...เหอะๆ

 

ลึกไม่อาจหยั่งถึง แล้วชาติไหนจะดำลงถึงก้นทะเลซักทีฟะ!!

 

ตู้ม!

 

เสียงระเบิดดังแว่วมาจากทิศบนหัว...เด็กหนุ่มตวัดสายตาขึ้นไปจ้องมอง ก่อนจะหลบซากสิ่งมีชีวิตที่ดูเหมือนจะเป็นเหยื่อจากการโจมตีครั้งนี้...เขาพยายามเพ่งพินิจร่างที่แทบจะแยกไม่ออกว่าเคยเป็นตัวอะไรมาก่อน...แต่ถ้าให้เดา ก็คงเป็นคู่ปรับเขาในยามนี้นั่นแหละ...

 

เฮ้~ พวกนาย !”ราล์ฟจ้องตาแทบถลนเมื่อเห็นร่างสองร่างที่ดูคุ้นตา ก่อนจะส่งยิ้มกว้างไปให้อย่างจริงใจ...การปรากฏตัวของสองคนนี้แปลว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป...

 

ไง เจ้าพูดมากการ์มีเอ่ยทัก พร้อมกับฟองอากาศที่ลอยออกจากปากขณะที่พูดเล็กน้อย ริมฝีปากกระดกขึ้นเล็กน้อยเป็นการยิ้มตอบตามมารยาท...ซึ่งราล์ฟเคยบอกหลายครั้งหลายหนแล้วว่าไม่ต้องฝืนยิ้มจะดีกว่า

 

อาจฟังดูเห็นแก่ตัว...แต่ฉันอยากให้พวกนายคุ้มครองฉันจากเจ้าพวกนั้น...แล้วฉันจะร่ายเวทย์เปิดประตูแห่งวงเวียนแพทตี้ออกคำสั่ง และไม่ทันที่จะตอบรับหรือคัดค้านอะไร เจ้าหล่อนก็พุ่งดิ่งลงไปก่อนเสียแล้ว

 

 และนั่นทำให้เด็กหนุ่มสองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะรีบพุ่งไปขนาบข้างร่างบางที่สั่งให้ปกป้อง ทำหน้าที่เป็นโพรเทกเตอร์ให้เจ้าหล่อนไปโดยปริยาย..

 

 

 

 

ฉึก! กริชสั้นสีเงินที่ถืออยู่มือขวา ตวัดกรีดเนื้อบริเวณฝ่ามืออีกข้าง เรียกเลือดสีแดงข้นไหลตามรอยแผลเป็นทางยาว โดยที่เจ้าของร่างไม่แสดงสีหน้าหรืออาการเจ็บปวดเลยสักนิด !

 

“O__O!!”ทะ...ทำอะไรของเขาฟะ !

 

  นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มหลุบต่ำลง พึมพำภาษาแปลกๆอย่างรัวเร็ว ก่อนจะยื่นฝ่ามือที่แปดเปื้อนไปด้วยเลือดสดๆ แล้ววาดมือบนอากาศเป็นรูปอะไรก็ไม่รู้อย่างชำนาญ

 

ฉับพลัน แสงสีขาวจ้าก็พุ่งตรงเข้ามา สว่างจนต้องยกมือขึ้นเป็นที่กำบัง...ก่อนจะค่อยๆดับวูบลง ปรากฏเป็นประตูไม้สีขาวสลักลวดลายแปลกตา

 

“OoO!!”อะ...อะเมซิ่ง...อะเมซิ่งมากๆ!

 

เข้าไปทรอนซ์หันมาสั่งสั้นๆ หันหน้าไปทางประตูที่เปิดออกช้าๆ เป็นเชิงให้เดินเข้าไปก่อน

 

  ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ แอบชำเลืองมองฝ่ามือข้างซ้ายของใครบางคนที่ไม่แม้แต่จะสนใจจะรักษารอยแผลให้ตัวเองซักนิด...แต่ก่อนที่จะเอ่ยวาจาใดๆ ก็สัมผัสถึงแรงดึงมหาศาล ลากร่างน้อยๆทั้งร่างนี้เข้าไปในประตูอย่างไม่อาจขัดขืน(แทบจะเป็นถีบส่ง)

 

เฮ้ย ยย   ~”ฉันจะทำไงได้ล่ะ...ก็หลับตาปี๋รอรับชะตากรรมนั่นแหละ...ประตูบ้านี่จะพาไปโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ โฮ~ TOT ..ยะ...อย่าบอกนะ ว่าเป็นมุขถีบทิ้งของตาเจ้าชายน้ำแข็งนั่นน่ะ...ปล่อยฉันไว้ในที่ที่ไม่รู้จัก ปล่อยให้อดตาย แล้วกลับไปบอกมารีอากับราล์ฟเฟว่าตามหาฉันไม่เจอน่ะ T^T(ยิ่งฟุ้งซ่าน)

 

 สัมผัสถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านเข้าทั่วร่างกาย...วินาทีที่ลืมตา ฉันก็พบว่า..

 

ฉันยืนอยู่หน้าประตูโรงเรียน *O* !!!

 

   บรรยากาศรอบตัวช่างดูคุ้นเคย...เวลานี้คือเวลาเลิกเรียน ที่ทุกๆคนเริ่มทยอยออกจากตึกอาคาร...เดินเล่นพูดคุยหยอกล้อกับเพื่อนฝูง...บางคนรีบวิ่งออกมาหน้าตาเลิ่กลั่กเพราะกลัวไม่ทันรถประจำทาง...รถขายลูกชิ้นปิ้งเข็นผ่านหน้าฉันไปอย่างช้าๆ ก่อนจะจอดปักหลักอยู่หน้าโรงเรียน...และที่ตรงนี้...ตรงที่ฉันยืนอยู่...คือที่ที่ฉันรอป้าเอลี่...ญาติคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่ในตอนนี้

 

ฉันกวาดตามองไปรอบๆ แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับ...หญิงวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วมคนหนึ่ง...หล่อนกำลังยกมือขึ้นมองดูนาฬิกา แล้วทำท่ากวาดสายตาหาใครบางคนอยู่...ป้าคงกำลังรอรับฉัน

 

ป้า...ฉันพึมพำเบาๆ และก่อนที่เท้าสองเท้าจะก้าวไปหา มือหนาของใครบางคนกลับยื้อมือฉันไว้ ทำให้ฉันเบือนหน้าไปสบ

 

ปล่อยฉันนะทรอนซ์...ฉันจะไปหาป้าเอลี่ฉันพูดเสียงสั่นๆ  ลางสังหรณ์บางอย่างบอกฉันว่า...ฉันจะไม่ได้กลับไปหาป้าอีกแล้ว

 

...ทรอนซ์จ้องหน้าฉันนิ่งๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไร

 

มันจบแล้ว...ฉันกลับมาที่นี่ได้แล้ว...นายไม่ต้องลำบากช่วยอะไรฉันอีกแล้ว..”ไม่เข้าใจว่าทำไม การควบคุมเสียงไม่ให้สั่นถึงทำได้ยากนักนะ...ความรู้สึกสับสนนี่มันคืออะไร...ฉันควรจะดีใจที่ได้กลับมาที่ที่ฉันควรอยู่...ไม่ใช่หรอ?

 

ไม่ได้...เธอต้องอยู่เสียงกระซิบเบาๆ หากแต่หนักแน่นชัดเจน...กับแววตาจริงจังนั่น ทำเอารู้สึกเย็นวาบที่หัวใจแปลกๆ...นี่นายไม่ได้ต้องการให้ฉันไปหรอกเหรอ

 

ทำไมล่ะ...ไม่มีเหตุผลที่ฉันต้องอยู่ ในเมื่อที่นี่คือที่ของฉัน

 

..แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่ของฉันเลย...ฉันเหมือนคนไร้ตัวตนในโลกนี้.

 

ถ้าเธอไปตอนนี้..ทรอนซ์หลุบตาลง ก่อนจะคลายมือที่บีบข้อมือฉันไว้...แล้วขยับปากพูดต่อ พวกฉันจะลำบาก...กับการหายตัวไปของเธอ

 

...หึ...นั่นสินะ...ฉันขอร้องให้เขาช่วย แต่กลับโยนความซวยให้พวกเขารับแทน...เหตุผลนี้เองที่นายรั้งฉันไว้...แล้วนี่ฉันหวังอะไรอยู่...

 

ฉันไปเจรจากับชาร์ลีนมาแล้ว..ทรอนซ์เปรยขึ้นเรียบๆ

 

...ที่นายทิ้งฉัน...เพราะไปหายัยนั่นงั้นหรอ? (ความหมายแปลกๆ-*-)

 

เธอต้องอยู่ต่อในฐานะชาร์ลีน...จนกว่าตัวจริงจะกลับมา..”

 

...ฉันควรดีใจมั้ยนะ...เหอะๆ

 

ในฐานะปริ๊นซ์...ฉันจะไม่ยอมให้ทีมล่ม

 

รู้แล้ว...ไม่ต้องพล่ามหรอก...รำคาญฉันตัดบท พลางสะบัดหน้าไปทางอื่น...แล้วก็ต้องเบิกตาแทบถลน จ้องมองป้าเอลี่กวักมือเรียกหญิงสาวในชุดนักเรียนคนหนึ่ง ที่วิ่งไปหาหล่อนหน้าตาเลิ่กลั่ก แล้วก้มหัวขอโทษขอโพยยกใหญ่...

 

 ป้าเอลี่~ แฮ่กๆ...ขอโทษจริงๆนะคะ วันนี้อาจารย์ปล่อยเลทน่ะค่ะ ป้าเอลี่อย่าโกรธเดซี่นะ T^T”หญิงสาวที่มีผมสีดำ สยายจรดกลางหลังเข้าไปออดอ้อน นวดใหล่ให้คนที่เธอเรียกว่าป้า...

 

  ป้ามีหลานอีกคนตั้งแต่เมื่อไหร่....?

 

ไม่เป็นไรจ่ะ...ป้าก็นึกว่าหลานจะเป็นอะไรไปซะแล้ว...ใจคอไม่ดีเลยป้าเอลี่ตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มใจดีประดับทั่วใบหน้า ก่อนจะหัวเราะเริงร่ากับ คนที่ป้าเรียกว่าหลาน...ภาพคนสองคนเดินเคียงคู่กัน จากไปไกลสุดสายตา

 

นะ..นี่มันอะไร..ฉันพูดเบาๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปหยุดที่ร่างที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างสงบ...ความสับสนปนเสียใจก่อตัวขึ้นช้าๆ...ทำไมป้าจำฉันไม่ได้...ทำไมป้าถึงลืมฉัน...ฉันเป็นหลานคนเดียวของป้าไม่ใช่หรอ...ป้าเองก็บอกว่าฉันเป็นหลานคนเดียว...เรามีกันอยู่สองคน...แล้วนี่มันอะไร...พวกเขาทำอะไรกับป้าเอลี่ !!?

 

ฉันถามว่านี่มันอะไร ทรอนซีรา!!”ฉันตะคอกใส่หน้าทรอนซ์ น้ำใสๆไหลทะลักออกจากเบ้าตาอย่างควบคุมไม่ได้...ฉันไม่สนว่ากำลังเป็นเป้าสายตาของทุกคน...ฉันไม่สนอะไรทั้งนั้น!

 

 ตอนแรก ฉันแค่คิดว่า...อีกสักนิด...ฉันจะอยู่ที่นั่นต่อสักนิด...แล้วจะกลับมาอยู่กับป้าเอลี่ตามเดิม...ป้าเอลี่ที่เป็นเหมือนแม่คนที่สองของฉัน...คนเดียวที่ยอมรับในตัวฉัน...คนที่อยู่ข้างๆฉันเสมอมา

 

..คงเป็นชาร์ลีน ที่ช่วยร่ายเวทย์บิดเบือนความทรงจำให้ทรอนซ์ตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน...ใบหน้าเรียบเฉยนั่น...รู้มั้ย ตอนนี้ฉันเกลียดมันที่สุด

 

ช่วยงั้นหรอ?...ฉันต้องขอบคุณพวกนายสินะฉันกัดฟันพูดอย่างขมขื่นใจ...เหอะ...ฉันทำอะไรผิดนะ...ฉันมีญาติแค่คนเดียว...แต่ตอนนี้เขากลับจำฉันไม่ได้...และนั่นทำให้ฉันรู้สึกแย่กว่าเดิม...ทุกอย่างกำลังตอกย้ำ ว่าฉันไม่เหลือใครอีกแล้ว

 

ถ้าเธอหายตัวไป...ป้าเธอคงกังวลมาก...บิดเบือนความจำเป็นวิธีที่ดีที่สุดทรอนซ์อธิบาย ก่อนจะชำเลืองมองรอบๆ แล้วหลุบตาลง...ใบหน้าดูจะเกร็งขึ้นเล็กน้อย

 

  อืม...นั่นสินะ...ถ้าฉันหายตัวไป ป้าคงกังวลมาก...ต้องขอบคุณชาร์ลีน(ตัวจริง)จริงๆนั่นแหละ (แอบรู้สึกหน้าแตกเล็กน้อย TOT <<โวยไปซะหลายบรรทัด)

 

และทันทีที่ฉันปาดน้ำตา ชำเลืองมองรอบๆ ก็ต้องกระพริบตาปริบๆแล้วร้องอ๋อในใจ สลับกับจ้องมองใบหน้าคมคายที่ก้มลงนิดๆ ด้วยสีหน้าอึดอัดเล็กน้อย..

 

  ป้าย ‘Tronz’s Fanclub’ ชูเด่นหราอยู่ด้านหน้า...ฝูงนักเรียนหญิงประมาณ 20-30คนยืนล้อมฉันกับทรอนซ์เป็นวงกลม...ฉันไล่สายตาไปทีละคนๆ...สีหน้าทุกคนแสดงออกถึงความคลั่งไคล้ เคลิบเคลิ้ม สายตาเปล่งประกายระยิบระยับราวกับเจอของเล่นที่ถูกใจ...ที่ฉันมองแล้วรู้สึกอดเสียวสันหลังวาบแทนไม่ได้

 

เหมือนพวกเขารู้จักนายนะ..ฉันขยับปากกระซิบเบาๆ พลางส่งยิ้มแห้งๆให้ทุกคนอย่างเป็นมิตร...ทรอนซ์ที่อยู่ข้างๆกลับยืนนิ่งไม่พูดอะไร

 

เขี่ยยัยนั่นออกไปสิ้นคำสั่ง(ที่มาจากทางไหนไม่รู้) ฉันก็ถูกเตะโด่งออกนอกวงล้อมแบบไม่ถนอมแรง(TOT)

 

พลั่ก~

 

  โฮ...ก้นช้าน T_T~

 

ลุย!”

 

 ฮ...ฮะ? ..ลุย? ...ลุยอะไรฟะ! เฮ้ยยย !! รึว่า ...! ทรอนซ์กำลังจะถูกข่มขืน !!O__O

 

เฮ้ย! พวกเธอทำอะไรน่ะ !!”ฮีลเล่อร์มีหน้าที่ต้องปกป้องเวอร์จิ้น(?)ของปริ๊นซ์มั้ยนะ

 

 ตุบตับๆๆ

 

   เหตุการณ์ตะลุมบอนยังดำเนินต่อไป โดยที่ฉันหาจังหวะเข้าไปในวงไม่ได้เลย...ฝุ่นตลบคละคลุ้งไปหมด ไม่เห็นว่าใครเป็นใคร...ทำให้ฉันอดนึกถึงสภาพทรอนซ์ตอนนี้ไม่ได้...โฮ...จงเป็นสุขเป็นสุขเถิดนะนาย...ช่วยไม่ได้ นายอยากเกินมาหล่อนักนี่ YOY(ยืนไว้อาลัย)

 

จับได้แล้ว!”เสียงผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนขึ้นจากในวงล้อม ทำให้ฉันอดสะดุ้งด้วยความตกใจไม่ได้

 

  จับ...จับอะไร ? O0O!

 

วินาทีที่ฉันตัดสินใจเตรียมกระโจนเข้าไปช่วยชีวิตทรอนซ์  กลับมีมือลึกลับลากคอเสื้อฉันไปจากด้านหลัง...ทำให้ร่างทั้งร่างของฉันถอยหลังครูดไปตามแรงลาก...ฉันมองภาพตรงหน้าที่เริ่มไกลขึ้นเรื่อยๆ..

 

  ภาพที่เห็น...ผู้หญิง 3-4 คนเข้าไปล๊อคแขน ขา ของผู้ชายคนหนึ่ง...ซึ่งเป็นใครที่ไหนไม่รู้...ลำตัวอ้วนท้วมกระเพื่อมเป็นจังหวะหัวเราะครึกครื้นอย่างชอบอกชอบใจ...ดวงตาเล็กตี่หยีเป็นเส้นตรง...ทำให้หญิงสาวที่ตั้งสติได้ กรีดร้องเสียงดัง แล้ววิ่งขวัญฝ่อกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง...

 

ฉันหันหน้าเหลือบมองเสี้ยวหน้าของทรอนซ์ ที่ดูเคร่งเครียดมากถึงมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาก่อน

 

...ทรอนซ์ถอนหายใจแรงๆเหมือนเพิ่งออกรบมาหมาดๆ...ดวงหน้าคร่ำเคร่งในตอนนี้ทำให้ฉันหัวเราะออกมาเบาๆ

 

ขำอะไร = =;”เขาปล่อยฉันจากการลาก(T^T) แล้วจ้องเขม็งมาที่ฉัน...ที่ยิ้มหน้าบานกลับไป แล้วส่ายหน้าเบาๆ

 

ปล๊าว~...ขำหน้านายอะ...ตลกดี^^”แล้วทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ...ทรอนซ์จ้องมาที่ฉัน ด้วยสายตาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่...ทำให้รอยยิ้มฉันเริ่มเหี่ยวลงๆ จนกลายเป็นหุบสนิท...เขาก็ยังไม่เลิกจ้องหน้าฉันแปลกๆ

 

  ถูกจ้องนานๆแบบนี้...มันร้อนๆหนาวๆยังไงไม่รู้แฮะ - -//

 

..เออนี่...นายบาดเจ็บไม่ใช่หรอแล้วในที่สุดฉันก็คิดหัวข้อเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาได้...โดยการทำเป็นชำเลืองมือข้างซ้ายที่บาดเจ็บอยู่ เป็นการเลี่ยงนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มคมกริบนั่น...และทันทีที่สำรวจบาดแผลดีๆ...เลือดมันยังไหลไม่หยุดนี่นา!

 

เฮ้ยทำไมไม่ห้ามเลือดเล่า~”ฉันเผลอคว้ามือตรงหน้าขึ้นมาพิจารณาในระดับสายตาอย่างตื่นๆ...พอรู้ตัวอีกที...ก็ถูกจ้องกลับมาด้วยสายตาแบบเดิม...

 

ฉะ...ฉันรักษาให้นะ...ฮีล!ฉันรีบประทับมืออีกข้างเป็นการรักษา...หลุบตาลงด้วยความรู้สึกประหลาด...ฉันไม่ชอบสายตาแบบนี้เลย...เรียบๆ ไม่ถึงกับแข็งกระด้าง...นุ่มนวล แต่ก็ไม่ถึงกับอ่อนโยน...

 

  แต่ทรอนซ์กลับรีบชักมือกลับ...ฉันกระพริบตาปริบๆอย่างไม่เข้าใจ

 

ห้ามใช้เวทย์มนต์...พวกเขาจะรู้ว่าเราแอบเข้ามาที่นี่ทรอนซ์เปรยสั้นๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปทางอื่น...

 

ฉันเหลือบไปเห็นผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่วางแผ่อยู่บนพื้นหญ้า...ตัดสินใจหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะวิ่งเข้าไปหาทรอนซ์ที่ก้าวนำหน้าอย่างเร็วๆ ผ่านนักเรียนมากมายที่เดินสวนออกมา...มองจากมุมนี้ทำให้ฉันรู้ว่า...เขาเป็นจุดสนใจมากเลยทีเดียว

 

ทรอนซ์~”ฉันวิ่งตามมาติดๆ และทันทีที่เขาชะลอฝีเท้า ฉันก็ถือโอกาสฉวยมือข้างซ้ายเขาขึ้นมา...ก่อนจะนำผ้าสีชมพูนั่นห่อหุ้มมือเขาอย่างชำนาญ...ทรอนซ์พยายามจะดึงมือกลับ แต่ฉันก็ยื้อมือเขาไว้...อาจเป็นเพราะสีของผ้าเช็ดหน้าละมั้ง...ฮ่ะๆๆ สีชมพูนี่เข้ากับนายชะมัดเลยทรอนซ์  กร๊ากกกก! ^O^

 

“= =;”เขาก็ต้องยอมฉันแต่โดยดีล่ะ...ฮ่าๆๆ

 

ห้ามแกะนะ...นี่น่ะเป็นวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นของมนุษย์ธรรมดา รู้ไว้ซะด้วย~”ฉันยิ้มร่าอย่างพอใจในผลงาน...และก่อนที่ทรอนซ์จะเดินนำไปไหนไม่รู้ต่อ...เสียงหวานใสของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขัดขึ้น

 

โทษนะคะ...นั่นผ้าเช็ดหน้าของฉันหญิงสาวนัยน์ตาสีฟ้าสุกสว่าง...เรือนผมสีเงินหยักศกไล้ตามใบหน้านวลเข้ารูป...เธอกำลังหอบหนังสือจำนวนหนึ่งอยู่ในอ้อมอก...และนั่นทำให้ฉันจำเธอได้

 

อ้าว...เธอนั่นเองฉันโพล่งออกมาอย่างลืมตัว...ก็...ผู้หญิงคนนั้น ที่วิ่งชนทรอนซ์ในวันปฐมนิเทศน่ะ...

 

หืมม์...คุณรู้จักฉันหรอคะ?”เธอคนนั้นเลิกคิ้วนิดๆ...อ๊าย~ คนอะไร น่ารักเป็นบ้า >O<///(เขิน-*-)

 

อ่า..ปล่าวๆ...แค่เคยเห็นน่ะฉันยิ้มอย่างเป็นมิตร เหลือบไปมองหน้าทรอนซ์ที่ยืนจ้องร่างเล็กนั่นนิ่ง ราวกับรูปสลัก...และฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองตาฝาดไปรึเปล่า...นัยน์ตาคู่นั้น มีแววตัดพ้อในสายตา...แม้เพียงเล็กน้อยแต่ฉันก็สัมผัสได้

 

พวกคุณเป็นเด็กพิเศษสินะ...เอ่อ...ขอโทษนะคะที่เสียมารยาทสีหน้าหล่อนแสดงถึงความจริงใจชัดเจน...ดวงหน้าสวยนั่นยุ่งนิดๆอย่างคนไม่สบายใจ

 

ไม่ต้องห่วง...เอ่อ...ผ้าเช็ดหน้าน่ะ ฉันขอได้มั้ย...พอดีเพื่อนฉันบาดเจ็บน่ะ กำลังจะไปห้องพยาบาล...^^”ฉันก็แถตามประสาคนไหวพริบดี(?) พยักหน้ากับทรอนซ์หวังให้หมอนั่นเออออด้วยซักหน่อย...แต่เปล่าเลย

 

ไม่ต้อง...ฉันไม่อยากได้ของพรรค์นี้ทรอนซ์กระชากผ้าเช็ดหน้าออก แล้วปล่อยให้มันร่วงหล่นลงพื้นอย่างไม่ใยดี ปรายตามองสตรีร่างเล็กที่มองตอบกลับไปอย่างตื่นๆ...ก่อนจะสาวเท้าจากไปดื้อๆ

 

   แล้วงานเข้าที่ใคร...งานเข้าที่คร๊ายย TOT?

 

เอ่อ...ขอโทษนะ ที่เพื่อนฉันเสียมารยาท...เอ่อ...ไปนะฉันก้มลงเก็บผ้าเช็ดหน้า ก่อนจะส่งคืนเจ้าของที่พยักหน้าเบาๆอย่างกล้าๆกลัวๆ...นึกสงสารผู้หญิงคนนี้จับใจ...ทรอนซ์นี่ยังไงของเขานะ ผู้หญิงตัวเล็กๆแค่นี้ ทำให้ถึงใจร้ายใจดำนัก

 

เฮ้ ทรอนซ์~ รอด้วยยย~”ฉันตะโกนเรียกทรอนซ์ที่เดินไปไกลลิบตา แล้วนึกปลงอนิจจากับสังขารตัวเอง ขาสั้นๆวิ่งตามแผ่นหลังนั่นสุดฝีเท้า...

 

 

  ทิ้งไว้เพียงร่างบางที่ยืนสั่นสะอื้นด้วยความเศร้าที่ตัวเองไม่อาจเข้าใจ....

 

เจ็บเหลือเกิน...นัยน์ตาสีฟ้าดูหม่นลง...จ้องมองร่างบางที่วิ่งตามแผ่นหลังหนานั่นไปติดๆ...ความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจ...ความเศร้าที่ถาโถมเข้ามามันคืออะไร เธอเองก็ยังไม่รู้...

 

 แต่ที่รู้...คือเธอไม่อาจถอนสายตาจากนัยน์ตาสีสวยคู่นั้นได้เลย...

   

 

 

 

Writer: เม้นๆๆๆๆๆๆๆ ~>O< (คือสิ่งเดียวที่อยากได้เป็นกำลังใจ ฮ่า ~^^)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #2014 LINDAWAN (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กันยายน 2558 / 16:49
    ชอบมากกกกก0(>[]<)0
    #2,014
    1
    • #2014-1 บาบิQ(จากตอนที่ 13)
      23 กันยายน 2558 / 16:10
      ขอบคุณสำหรับเม้นค่ะ
      #2014-1
  3. #1978 จิตสัมภัส (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2558 / 21:00
    ให้เดาผู้หญิงนั้นคือ พิงค์รึป่าวฮิลเลอร์ที่ทำทรอนซ์เสียใจ
    #1,978
    0
  4. #1857 _fiona_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 02:21
    น่าจะเป็นคนที่โดนขับออกมาเเล้วโดนลบความจำ.  อดีตเเฟนสินะ
    #1,857
    1
    • #1857-1 บาบิQ(จากตอนที่ 13)
      11 เมษายน 2558 / 00:48
      เป๊ะเวอร์ค่ะ ! :)
      #1857-1
  5. #1769 Me_MoZa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 12:16
    Who are you คะนั่น!!! 0-0
    #1,769
    0
  6. #1680 cake01 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 01:37
    ผู้หญิงคนนั้นคือใครอ่ะ ???????????

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 มกราคม 2555 / 08:03
    #1,680
    0
  7. #1542 SheetahG (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 06:24
     ดำน้ำกันได้ไงว๊าาา ใช้เวทมนตร์ ?
    #1,542
    0
  8. #1513 e_noo@beamnoi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 19:38
    ทรอนซ์น่ารัก
    #1,513
    0
  9. #1512 BigGest-Dino (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 19:35
    ทะเล เดอะ คิวบ์ แค่ชื่อก็น่ากลัวอย่างบอกไม่ถูกแล้วอ่า
    กิตติศัพท์มันยิ่งไม่ต้องพูดถึง พี่หลามงาบ บรื๋ อ อ ออ  อ =[]=

    คำใบ้ สุดท้าย เป็นอะไรที่แสนมึนตึ๊บ เลยอ่า...
    อะไรคือ อัญมณีสีรุ้ง???

    ข้าชอบเอ็งหวะ... >> ว่ะ ^^
    #1,512
    0
  10. #1503 MinZ@ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 22:16
    เธอคือใคร
    #1,503
    0
  11. #1445 SheetahG (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 08:15
     ใครฟระ ? ผู้หญิงนั่นอ่ะ
    #1,445
    0
  12. #1430 คนดีนิสัย13 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2554 / 22:55
     ใช่พิ๊งค์เปล่า ถ้าใช่ทำไมมาอยู่ที่นี้ละ หมายถึงไม่ใช่เด็กพิเศษน่ะ
    #1,430
    0
  13. #1397 $ ..... $ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2554 / 19:04
     นางเอกนี่จะเป๋อไปถึงไหนมัดใจทรอนซ์ซะทีซี่
    #1,397
    0
  14. #1287 [P]a[t] (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 23:17
    ผู้หญิงคนนั้นคือพิ๊งแน่เลย ฟันธงงง
    #1,287
    0
  15. #1246 •Zol2iäc• (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:55
    เธอเป็นใคร~~
    #1,246
    0
  16. #1113 yunijung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 เมษายน 2553 / 18:53
    งงสุดๆ
    #1,113
    0
  17. #1067 Parn_SeoRoRo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 เมษายน 2553 / 19:20
    ว๊ากกกกก

    ตัวจริงมาเเว้วววว

    อ่านต่อๆๆ
    #1,067
    0
  18. #1051 **ฟรุ๊ตตี้=[[f]inzO (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มีนาคม 2553 / 16:04
    อัญมนีที่มีค่านี่หมายถึง Amethyst รึเปล่า??
    ตัวจริงมาแล้ว ลุ้นๆๆ
    #1,051
    0
  19. #1018 ~?Lotion!~ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2552 / 14:49

    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #1,018
    0
  20. #935 Chii_Elda (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2552 / 23:22
    ตัวจริง จะมาแล้วจริง ๆ เหรอ
    #935
    0
  21. #856 Rainny สายน้ำแห่งความสุข (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 17:38
    เฮ่ย ยยย

    งานเข้าแล้ววววว

    ชาร์ลีนตัวจริง ! จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปเนี่ย
    #856
    0
  22. #674 Oshimasakura (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2552 / 22:14

    ว้าว เอาแล้วล่ะสิ ตัวจริงมาแว้วววววว

    #674
    0
  23. #673 AppleCyder (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2552 / 21:55

    อ้าว  เวงล่ะซี

    ตัวจริงมา

    แล้วตัวปลอมทำไง???

    ทรอนซ์...  ช่วยด้วย

    #673
    0
  24. #672 กระต่ายchugar (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 / 13:03

    มีแพทริกซ์เมมเบอร์ ยังมีชาร์ลีนเมมเบอร์อีกต่างหาก~! =-=
    แต่ที่หน้าอึ้งคือคนทำยาถอนพิษคราวก่อนไม่ใช่ทรอนซะงั้น 
    หมดกันเลย =_+^^

    "โหดร้าย...เยือกเย็น....เฆ่นฆ่า" << ต้องเป็นเข่นฆ่าใช่ป่ะ -_-II แหะๆ

    มีชาร์ลีนตัวจริงด้วย - -+ ใครกันๆๆ

    #672
    0
  25. #671 Shubu" (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 / 06:25

    มาเมนต์แล้วจ้า
    แต่งหนุกบรรยายดี
    ฝากเมนต์นิยายเราด้วย
    http://writer.dek-d.com/shubu/writer/view.php?id=514613

    #671
    0