The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 12 : The Keyz 12 เหนื่อยล้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    3 เม.ย. 62

[12]

 

    ร่างบางในชุดนักเรียนสีขาวเดินจ้ำอ้าวนำหน้าอีกสองร่างหนาที่ตามมาติดๆ...ด้ายสีทองที่ผูกติดข้อมือด้านซ้ายของทั้งสาม สะท้อนกับแสงแดดจ้าเป็นประกายระยิบระยับ...นัยน์ตาสีฟ้าสว่างกวาดสายตามองดูรอบๆ...และเท่าที่เห็น ก็เป็นเพียงผืนทรายที่ไม่มีที่สิ้นสุด...

 

  พวกเขาไม่สงสัยเลยสักนิดว่าตัวเองอยู่ที่ไหน..

 

เฮ้อ~ ร้อนชะมัด...นี่..แพทตี้ รีบหาทางออกจากที่นี่ซักที...ไม่งั้นฉันจะกลับไปดื่มน้ำที่จุดเริ่มต้นล่ะ = =”เสียงบ่นงึมงำ ถูกเปล่งออกจากร่างบุรุษผมสีทอง ที่บัดนี้ดวงหน้าหล่อนั่นดูยุ่งเหยิง บ่งบอกถึงสภาพอารมณ์ที่เริ่มร้อนระอุตามสภาพอากาศ ก่อนจะพูดประโยคถัดไปกับตัวเองเบาๆ แพทริกซ์หายไปไหนของเขานะ...เฮ้อ~”

 

เหอะ...บุรุษอีกคนสบถในลำคอ ตวัดสายตาคมกริบไปมองเพื่อนร่วมทีมข้างๆอย่างดูแคลน แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้ตายสิ ทำไมฉันถึงซวยอย่างนี้นะ

 

อะไร..? นายซวยอะไร?”อีกคนขมวดคิ้วถาม ขณะที่เท้ายังคงเดินตามสตรีนางเดียว ณ ที่นี้ที่ไม่แม้แต่จะปริปากพูดอะไรซักคำ...ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องธรรมดา

 

ซวยที่มาอยู่ทีมนี้ไง...นอกจากแพทริกซ์แล้ว ดูๆไปพวกนายก็ไม่ค่อยเท่าไหร่..คำพูดที่ไม่น่าหลุดออกจากผู้ที่ร่วมทีมเดียวกัน ถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากเรียว ที่ขยับยิ้มเยาะเย้ยอย่างปิดไม่มิด

 

โซล! มันจะมากไปแล้วนะ!”การ์มีเข้าไปกระชากปกเสื้อของเด็กหนุ่มอีกคน นัยน์ตาสีทองจ้องเขม็งไปยังดวงหน้าของบุรุษอีกคนที่ไม่มีทีท่าว่าจะกลัว

 

จะทำอะไรก็ทำ...แต่ขอบอกนะ...ฉันไม่ชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่า...แต่ถ้านายลงมือ ฉันก็จะไม่ออมมือให้น้ำเสียงเย็นชาฟังดูขนลุกเป็นเชิงเตือน แต่มันคือคำท้ารบสำหรับการ์มี...และนั่นทำให้อารมณ์ขุ่นเคืองเริ่มปะทุ !

 

ได้!...งั้นมาลองดูซัก..

 

  ตู้ม !!

 

ไม่ทันขาดคำ...เสียงระเบิดก็เรียกความสนใจของทั้งสองไปยังด้านหน้า...คิ้วเรียวของการ์มีขมวดเป็นปมอย่างสงสัย  ส่วนอีกคนทำหน้าเรียบๆแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ...นัยน์ตาของทั้งคู่จ้องลึกเข้าไปในควันสีเทา ที่เริ่มจางลงทีละนิด ปรากฎเป็นร่างคนรางๆ

 

เจอแล้วเสียงหวานของเจ้าของร่างบางเปรยขึ้น ขณะหันหลังให้  เจ้าหล่อนกำลังอยู่ในท่านั่งยองๆ ใช้นิ้วมือเขี่ยอะไรซักอย่างที่เม็ดทราย 

 

แพทตี้?...นั่นเธอทำอะไรน่ะการ์มีคลายมือที่ขยุ้มคอเสื้อของอีกฝ่าย ส่งสายตาคาดโทษไว้ให้ ก่อนจะเดินไปยังร่างบางนั่น

 

ข้างใต้นี่...มีอีกมิติซ่อนอยู่แพทตี้ยืนขึ้นเต็มความสูง  สายตายังจับจ้องไปยังพื้นเบื้องล่างอย่างมั่นใจบางทีอาจจะพาเรากลับไปที่เดิม...หรืออาจพาเราไปที่อื่น

 

เฮ้อ..จะยังไงก็ได้ แต่ฉันอยากออกไปจากที่นี่แล้วล่ะ...

 

   แพทตี้พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้  สบตากับการ์มี แล้วเลื่อนไปมองบุรุษอีกคนที่ยืนทำหน้าเซ็งๆอยู่ด้านหลัง

 

นายกำลังคิดว่าพวกฉันไม่มีความสามารถ..นัยน์ตาสีฟ้าจ้องลึกไปยังนัยน์ตาสีเทาที่มองตอบกลับมาอย่างท้าทาย

 

ใช่

 

นายไม่ควรตัดสินคนอื่นแบบนี้...ดวงหน้าหญิงสาวยังคงสงบ สร้างความประหลาดใจให้ชายหนุ่มไม่น้อย แต่เขาเลือกจะหลุบตาลง แล้วเสหน้าไปอีกทาง

 

ฉันจะย้ายทีมทันทีที่เสร็จภารกิจ..โซลพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย นัยน์ตาสีเทาแสดงความเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด

 

เฮ้ย! มันจะมากไปแล้วนะ!”การ์มีเอ่ยขัดขึ้น  กำหมัดแน่นอย่างควบคุมอารมณ์

 

ได้แพทตี้พูดเรียบๆ แล้วเดินตรงไปยังร่างหนาที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกลนัก แต่ตอนนี้นายอยู่ในทีม...นายต้องไปกับพวกเรา

 

  ว่าแล้ว เธอก็คว้ามือหนาของเจ้าคนที่ประกาศจะลาออก แล้วออกแรงดึงให้ร่างนั่นเดินตามเธอมายังจุดที่เธอพบว่าเป็นมิติที่เชื่อมกับมิติทะเลทรายแห่งนี้...การ์มีชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะยื่นมือไปให้แพทตี้จับไว้อีกข้าง 

 

  ฮีลเล่อร์สาวเริ่มร่ายมนตร์...ลำแสงสีขาวสว่างวาบขึ้นมาจากใต้ผืนทราย ก่อนจะกลืนกินร่างทั้งร่างของทั้งสามหายวับไปกับลมร้อนแห่งไอยคุปต์

 

 

 

 

  ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ ..

 

เสียงอะไรน่ะ ......

 

  ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ..

 

ใครมาตีกลองเล่นแถวนี้ฟะ...เงียบได้มั้ยคนจะนอน...แจ่บๆๆ =[]= .zZZ

 

  ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ

 

อ๊ากกก~ รำคาญโว้ย ~

 

ตุบ!

 

อุบ..เสียงอุทานของใครบางคน ทำให้ฉันสะดุ้งไปทั้งตัว  ตาเบิกโพลงเมื่อพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคน แล้วที่ฉันทุบไปเมื่อกี้...

 

พะ...แพทริกซ์ O[]O!”..เขา...โผล่มาตอนไหนเนี่ย !?

 

นี่เธอจะฆ่าฉันหรอ - -”เขายกมือขึ้นมาทาบอก  แล้วทำหน้าสีหน้าเจ็บปวดเกินจริง...มันเว่อร์ไปจริงๆนะ  ฉันแค่ ...แค่ทุบ...เบาๆเองนะ...(‘ ‘)

 

ขะ...ขอโทษ...นี่นายเป็นคนมาช่วยฉันหรอ O___O”จากการที่ลำดับเหตุการณ์ในสมอง...ร่างอุ่นๆนั่นคงเป็นเขานั่นแหละ...เขามาช่วยฉันจริงๆ

 

เรียกว่าบังเอิญผ่านมาน่าจะถูกกว่า..แพทริกซ์เปรยเรียบๆ แล้วเขาก็หลุบตาลงช้าๆ...

 

  ฉันมองหน้าเขาสักพัก ก่อนจะละสายตา กวาดตามองสถานที่โดยรอบ...และก็ค้นพบว่า มันคือที่ที่ฉันนั่งถ่ายเอ็มวี(-*-)ก่อนหน้านี้...และตอนนี้ที่ตรงนั้นถูกแทนด้วยร่างใครบางคน ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะขยับซักนิด...และจะว่าไป ทำไมเขาถึงเงียบไปล่ะ...?

 

นายเป็นอะไรรึเปล่า...ทำไมหน้าดูซีดๆฉันปราดเข้าไปนั่งข้างๆ แพทริกซ์ไม่ได้ตอบอะไร  เขายังคงหลุบตาอยู่อย่างนั้น 

 

  ง่วงก็ไม่บอก...หลับไปซะงั้น...

 

...ฉันเอียงคอ 45องศา (บอกไมฟะ= =) ในใจนึกลังเลกับการกระทำตัวเองอยู่นิดๆ 

 

ช่วยคนทีไร...เป็นต้องซวยทุกที...

 

แต่จะลังเลอะไรล่ะ...ก็เขาช่วยชีวิตฉันไว้นี่..

 

   และด้วยสัญชาติญาณการเป็นฮีลเล่อร์ที่ดี..

 

 หมับ~

 

ฉันตั้งใจจะยกมือขึ้นแตะหน้าผากเขา  แต่ถูกมือหนานั่นจับไว้แน่น ทั้งๆที่ตาทั้งคู่ยังปิดสนิทอยู่อย่างนั้น..

 

  หมอนี่...ขนาดหลับยังระวังภัยขนาดนี้...ไม่อยากจะคิดตอนเขาตื่นเต็มที่เลยให้ตายสิ

...ถ้าต้องประมือกับเขา...ฉันขอเผ่นคนแรกนะ (_ _)

 

...ฉันค่อยๆใช้มืออีกข้างแกะมือที่เขากุมไว้...เริ่มทีละนิ้วๆ จนคลายได้ครบห้านิ้ว(- -) แต่...แต่ว่า...มือหมอนี่...

 

  ทำไมมันเย็นเฉียบอย่างนี้ฟะ !!

 

เฮ้~...แพทริกซ์...ยู้ฮู~ นายเป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย ~”ฉันพยายามตะโกนใส่หน้า เรียกเท่าไหร่เขาก็ไม่ขยับตัวเลยสักนิด...

 

  รึว่า...ตายแล้ว...หมอนี่ตายแล้วงั้นหรอ *0*! โอ้ไม่!  เขาตายเพราะฉันทุบอกเขาอย่างนั้นหรอ !? .. ไม่นะ  เวรกรรม.......ฉันฆ่าแพทริกซ์ !!? T^T

 

  ว่าแล้ว  ฉันก็กลืนน้ำลายเอื๊อก...ยกมือขึ้นจ่อจมูกโด่งเป็นสันนั่นอย่างกล้าๆกลัวๆ ...

 

ทำอะไรของเธอ...ฉันไม่ได้ตายซะหน่อย..

 

  ขะ..เขาพูดแล้ว *0*

 

โฮ้ ~ โล่งอก -0-

 

นี่เธอคิดว่าฉันตายไปแล้วจริงๆหรอ- -

 

ก็...ก็มือนายเย็นมากเลยนะ ไม่รู้หรอ..

 

  แพทริกซ์ขยับเปลือกตาขึ้นมา  และสิ่งที่เห็นทำให้ฉันแทบช๊อคไปกับน้ำแข็ง ...!

 

แพทริกซ์...นาย...เขา...เขาเป็นอะไรน่ะ...

 

“…”

 

ตาของนาย...ทำไมมัน...เป็นสีขาวล่ะ !!?”

 

  แพทริกซ์เบนหน้าไปอีกทาง  พ่นลมหายใจออกเบาๆ ก่อนจะหลุบตาลงตามเดิม

 

ธาตุไฟอย่างฉัน...ไม่ถูกกับอากาศแบบนี้นักหรอกนะ..

 

งั้น เราหาทางออกไปจากที่นี่กันเถอะ...นายดูแย่มากๆเลยนะ..และฉันก็สามารถยกมือขึ้นแตะหน้าผากเขาได้...สัมผัสที่ได้คือ  ความเย็นเฉียบประดุจน้ำแข็งที่รายล้อมอยู่รอบๆตัว...

 

...แล้วความเงียบก็เข้าปกคลุม...

 

  โฮ้ย~ อย่าเพิ่งเงียบสิ  อยู่คุยกันก่อน ~ ถ้านายหมดลมหายใจขึ้นมา ฉันจะอยู่กับคร้าย ~TOT

 

  แล้วฉันก็ต้องขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ...เมื่อเห็นเสื้อคลุมตัวนอกของนักเรียนชายสวมทับร่างฉันเอง...และไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นของใคร..

 

แพทริกซ์...นาย ...T^T”ทำไมนายถึงดีกับฉันนักนะ...(ถึงแรกๆจะไม่) แต่นายช่วยฉันไว้ถึงสองครั้งแล้วนี่...

 

  ช่วยฉันทีไร...นายก็ต้องเจ็บตัวตลอด..

 

ว่าแล้ว  ฉันก็พุ่งเข้าไปนั่งคุกเข่าข้างๆ  หงายมือขึ้นมาจับจ้องด้วยแววตามุ่งมั่น...

 

ฉันจะช่วยนายเอง..สิ้นคำประกาศ...ลมหนาวแห่งขั้วโลกเหนือ(?)ก็พัดพาเอาความเย็นสุดขั้วมาให้ร่วมเป็นสักขีพยาน...ฉันค่อยๆวางมือบนหน้าผากของเขาอีกครั้ง  ก่อนจะเอ่ยวาจาประกาศลั่นสนั่นผืนน้ำแข็ง...

 

ฮีล !

 

 

 

 

  ก๊า...ก๊า...

 

เสียงนกกาสีดำสนิท ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท ปลุกให้ร่างเด็กหนุ่มที่หลับไหลแฝงกายอยู่ในร่มไม้เริ่มขยับตัวทีละนิด ก่อนที่ตาทั้งคู่จะลืมขึ้นเต็มตื่นอย่างระวังภัย..

 

  นกบ้าเอ๊ย...เดี๋ยวก็จับมาย่างกินซะเลยนิ...ยิ่งหิวๆอยู่...

 

ราล์ฟสบถในใจ ก่อนจะพลิกตัวไปข้าง  หมายจะนอนต่อ..

 

   ฟิ้วววว ~

 

เสียงลมกรีดร้องอย่างโหยหวน  ปลุกประสาทการหลับใหลของเขาให้ตื่น...พลางเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ..

 

  ครืนนนน~

 

เสียงนั่นดังใกล้เข้ามา...และวินาทีนั้น  นัยน์ตาสีฟ้าเทาก็เบิกโพลงอย่างตื่นๆ  พลางถีบกิ่งไม้ใหญ่ที่เขาใช้อิงอาศัยชั่วคราว ไปยังอีกต้นหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก

 

  โคร่ม !

 

และก็เป็นอย่างที่คิด...ลมมหาประลัยนั่นกรีดเฉือนต้นไม้น้อยใหญ่ที่ขวางทาง  ระดับความเร็วนั่นไม่น้อยเลยทีเดียว...หากรู้สึกตัวช้ากว่านี้ คงได้ถูกตัดเป็นสองท่อนแน่ๆ..

 

 อะไรฟะเนี่ยราล์ฟขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ  ชำเลืองไปยังทางต้นลมที่อยู่ด้านซ้ายอย่างปลงๆ ...จะค่ำอยู่แล้ว...พวกนี้จะฟิตกันไปไหนนะ...ฮ้าวว~-O-

 

  และนั่นเป็นสาเหตุให้เขาต้องย้ายที่เป็นรอบที่สามของวัน..

 

หลังจากที่ใช้วิชาลับสุดยอดถอยกลับมาตั้งหลักจากสตอร์มได้แล้ว เขาก็ถึงกับต้องเดินโซเซหาที่พัก...แต่ก็นั่นแหละ ต้องเลี่ยงการปะทะ การต่อสู้ นานๆทีก็จะเจอร่องรอยการต่อสู้...และเหมือนครั้งนี้จะโชคไม่ดีนัก...เกือบได้ไปเฝ้าท่านยมซะแล้ว

 

  และขณะที่เดินไปคิดไปอย่างไม่ทันระวังตัว..

 

พรึ่บ !! หมับ !!

 

  สายเถาวัลย์จำนวนมาก พุ่งตรงขึ้นมาจากพื้นดิน แล้วรัดตรึงร่างทั้งร่างของเขาไว้ อย่างไม่มีโอกาสขยับตัว !

 

เวรแล้วไง=[]=”ราล์ฟสบถในลำคอ ส่ายหน้าอย่างปลงๆกับชะตาชีวิตตนเอง ที่ดันเดินเซ่อไปเหยียบกับดักพื้นๆของผู้ใช้ธาตุดิน...ทั้งๆที่เขาน่าจะรู้สึกตัวเร็วกว่านี้...นั่นทำให้รู้กระจ่างว่าประสาทสัมผัสรับรู้ของเขาช้าลงมากกว่าปกติ

 

อย่าขยับ!”..เสียงหวานใสของผู้หญิงนางหนึ่งกระซิบแผ่วจากด้านหลัง สัมผัสได้ถึงคมมีดที่จ่อจรดคออย่างนึกหวาดเสียว บ่งบอกว่าเจ้าของร่างคงจ้องซุ่มโจมตีเขาจากด้านหลัง

 

เหอๆ...อยากจะหัวเราะ...

 

จะให้ขยับยังไงล่ะ...มัดซะแน่นขนาดนี้..

 

บอกชื่อเสียงเรียงนามของเจ้ามา!”เสียงหวานปนห้าวใส่ฟิลกระแทกแดกดันเต็มที่  ทำให้ราล์ฟอดยิ้มด้วยความขำไม่ได้...

 

เหอๆ...อยากจะหัวเราะอีกรอบ..

 

เสียงดัดชัดๆ...แล้วดูพี่แกใช้ภาษาเต็มมั้ยฟะเนี่ย -*-

 

บอกมา!!”...เอาก็เอาวะ...

 

นามของข้าคือ...ราล์ฟเฟ ครอส...โพรเทกเตอร์แห่งทรอนซีรา..”

 

“…!”

 

  เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าชื่อของเขาจะทำให้ใครบางคนชะงักกึก ดวงหน้าเปลี่ยนสี ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ...

 

ระ..ราล์ฟเฟ?”

 

ใช่..นามของข้า...ราล์ฟเฟ..

 

พี่ราล์ฟ..

 

“…?”เจ้าของชื่อขมวดคิ้วอย่างงงๆ  นึกอยากจะหันหน้าไปมองผู้ที่เรียกชื่อเขาด้วยสรรพนามที่ฟังแล้วชวนขนลุก...แต่แรงพันธนาการที่ยึดเหนี่ยวนั่นแข็งแรงเกินไป รวมถึงสภาพร่างกายของเขาตอนนี้ที่แทบจะไม่มีแรงเดินแล้ว...ทำให้เขาทำได้แค่เก็บความสงสัยไว้ในใจ

 

ขะ..ขอโทษนะคะ...ที่เสียมารยาท...คลาย!แล้วเส้นเถาวัลย์ที่ตรึงร่างทั้งร่างไว้ก็ถูกคลายลงไปกองกับพื้น..

 

ราล์ฟพลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากับร่างหญิงสาว...

 

   เจ้าหล่อนมีนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนน่าหลงใหล...ผมสีเทาหยักศกยาวคลอเคลียบ่าจรดกลางหลัง...และเมื่อถูกดวงตาคมกริบจ้องมอง...นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นั้นก็หลุบต่ำลงอย่างไม่กล้าสบตา...ทำให้ราล์ฟต้องกดหัวลงต่ำเพื่อพินิจใบหน้าสตรีตรงหน้าให้ชัดเจนขึ้น

 

อะฮ้า!”เสียงอุทานจากเด็กหนุ่ม ทำเอาร่างสตรีสะดุ้งเฮือก ก่อนจะช้อนสายตาไปสบอย่างงงๆ เธอนั่นเอง...ที่ชอบสะกดรอยตามฉันบ่อยๆ...ใช่มั้ย?”

 

  คนถูกถามถึงกับสะดุ้งอีกรอบ  ดวงหน้าเนียนสีชมพูยิ่งขึ้นสีเข้มขึ้นไปอีก...

 

คะ...ค่ะ...ฉันชื่อยูริ...ขอโทษที่ไม่ได้เข้าไปแนะนำตัวนะคะ..

 

อ่า...อืมๆ

 

 ราล์ฟพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงรับรู้  นึกแปลกใจกับท่าทางของหญิงสาวตรงหน้า

 

เธอนี่แปลกๆนะ...แต่ช่างเถอะ...แล้วนี่เธอไม่คิดจะฆ่าฉันหรอ ?”ราล์ฟยิงคำถามอีกรอบ  นัยน์ตาสีสวยฉายชัดถึงความแปลกใจ

 

ฉะ...ฉันฆ่าพี่ไม่ลงหรอกค่ะ!...เอ่อ...ฉันหมายความว่า...

 

  น้ำเสียงตะกุกตะกัก ทำให้คนฟังแทบลุ้นไปด้วย...จนในที่สุด เมื่อถูกจ้องมองนานเกินไป  หล่อนกลับสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง...

 

  อะไรของหล่อนนะ..

 

งั้น...ฉันขอตัวนะ...พอดีพลัดหลงกับเพื่อนน่ะ..

 

อืม..ค่ะ

 

  ให้ตายสิ...ไม่เคยเจอคู่ต่อสู้คนไหนว่านอนสอนง่ายเหมือนเธอคนนี้มาก่อนเลย

 

..สงสัยเธอจะไม่เต็มจริงๆละมั้ง - -‘

 

 

 

 

  ร่างสูงโปร่งย่างก้าวข้ามรากไม้ที่ชอนไชเหนือพื้นดิน ผมสีเงินสะบัดพลิ้วไปตามแรงลม...ดวงหน้านิ่งสงบไม่แสดงอารมณ์ใดๆ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มคมกริบกวาดตามองรอบบริเวณ...เท้ายาวสองข้างก้าวเดินไปเรื่อยๆ จนหยุด

 

  กลิ่นไอเวทย์หายไปจากตรงนี้...

 

นัยน์ตาคู่เดิมหรี่ลงอย่างใช้ความคิด...ก่อนที่สายตาจะสะดุดกับรอยน้ำสีแดงข้นตัดกับสีเขียวขจีของพื้นหญ้าอย่างเห็นได้ชัด

 

  เลือด... ?

 

ร่างหนาย่อกายลง คุกเข่าข้างนึง...เอื้อมมือไปสัมผัสกับของเหลวนั่น แล้วยกมันขึ้นมาพิจารณาในระดับสายตา

 

  ยัยนั่น...ข้ามไปอีกมิติ...?

 

ดวงหน้าคมคายดูจะตึงขึ้นเล็กน้อย เบื่อหน่ายกับภาระที่ต้องแบกรับ ทั้งๆที่เขาเองยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำ ในเมื่อไม่ใช่ธุระอะไรของเขา..

 

  หรืออาจเป็นเพราะ...คำว่า เปิดใจ ...

 

ความคิดชั่ววูบทำให้เจ้าของร่างสะบัดหน้าแรงๆไล่ดวงหน้าใครบางคนที่อยากจะลบไปจากความทรงจำ...คนที่เขาอยากจะลืมที่สุด

 

   พลันความคิดก็หยุดลง ปากเรียวขยับเล็กน้อยร่ายคาถา...เปิดประตูสู่อีกมิติที่เขาเองยังไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน...แต่มั่นใจว่าคนที่เขากำลังตามหาต้องอยู่ที่นั่นแน่นอน

 

แสงสีขาวพุ่งทะลักออกมาจากพื้นดิน...กลืนร่างทั้งร่างของคนที่เคยยืน ณ จุดนั้นเข้าไปอย่างไม่เหลือร่องรอย...

 

 

 

 

ตึก ตึก ตึก ..

 

  ร่างบางสมส่วนสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้...มือเรียวยกขึ้นกุมบาดแผลที่สีข้าง แม้คมดาบจะแค่เฉียดๆลำตัว...แต่มันก็เรียกเลือดสดๆออกมาไม่น้อยเลยทีเดียว

 

  ดวงหน้าคมขำซีดลงอย่างเห็นได้ชัด...แต่มือยังคงถืออาวุธคู่กาย ที่ล่าสุดเธอเรียกใช้ กระบองเหล็ก...เป้าหมายไม่ใช่การโจมตี...แต่เป็นการป้องกันที่เธอไม่ถนัดเอาซะเลย...ผลที่ได้มันเลยกลายเป็นโดนโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีโอกาสโจมตีกลับเลยซักครั้ง..

 

มารีอา...เธอไหวมั้ย...T^T”หญิงงามประสานมือไว้แนบอก สวดภาวนาอ้อนวอนพระผู้เป็นเจ้า นัยน์ตาคู่สวยทอดมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างกังวล...

 

ไม่ไหวก็ต้องไหวปากเรียวขยับเล็กน้อย  กัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจเมื่อสัมผัสได้ถึงของเหลวที่เริ่มทะลักออกมาจำนวนมาก...นั่นส่งผลให้แรงกายของเจ้าหล่อนเริ่มถดถอยลงอย่างเห็นได้ชัด

 

ฉันว่า...ยอมแพ้ดีกว่านะ...เธอไม่ไหวหรอกคนถูกปกป้องเริ่มเกลี้ยกล่อมอย่างร้อนรน...กวาดตามองไปรอบๆอย่างหวาดกลัวกับการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

 

...

 

  เมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากสตรีตรงหน้า...ร่างงามก็เตรียมจะวิ่งออกไปประกาศยอมแพ้ด้วยแววตาที่มุ่งมั่น

 

หยุดนะ!”เสียงหวานแหบพร่าแทบจะเป็นเสียงกรีดร้องตวาดลั่น...ทำให้ร่างนั่นชะงักกึก ดวงหน้าถอดสี ในใจนึกหวาดเกรงสตรีนักรบตรงหน้า

 

ถ้าเธอก้าวอีกก้าวเดียว...ฉันจะ..อ๊าก!ช่วงจังหวะที่หันไปสนทนากับร่างบาง ก็เปิดเป็นช่องโหว่การโจมตีอย่างสมบูรณ์แบบ...ดาบสีแดงเพลิงถูกเสียบเข้ากลางร่างบางสมส่วน ที่ทรุดกายลงทันที พร้อมกับนัยน์ตาที่เบิกกว้าง..

 

มารีอา !!เสียงกรีดร้องของหญิงงามดังสนั่นไปทั่วผืนป่า...นัยน์ตาสั่นระริก พร้อมกับน้ำใสๆที่เริ่มไหลเคล้าแก้ม..

 

หึ...จบสิ้นซักทีสตรีผู้ลงดาบ ตวัดดาบกลับมาอย่างไม่ใยดี...ทิ้งให้ร่างบางที่ได้รับแผลฉกรรจ์ ล้มลงนอนแน่นิ่งบนพื้นหญ้า..

 

ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย!”หญิงสาวเอ่ยประท้วง...ความกล้าบ้าบิ่นโผล่พรวดขึ้นมาเสี้ยววินาที...แล้วก็ต้องอยากกัดลิ้นตัวเอง เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงอมหิตที่แผ่กระจายทั่วบริเวณ...

 

  สตรีร่างสูงโปร่งสมเป็นนักรบ ตวัดสายตามาสบ...ก่อนจะเงื้อดาบขึ้นมาชี้ตรงยังร่างผู้ให้คำใบ้ที่สะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นคมดาบจ่อจรดสายตา

 

เธอว่าไงนะ? หืมม์?”ปากอวบอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อย คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ทั้งที่สายตานั่นฉายชัดถึงแรงกดดันที่ส่งตรงไปยังสตรีตรงหน้า เป็นเชิงให้โอกาสพูดอีกครั้ง

 

อึก...อย่าทำอะไรฉันเลย...ฉันยอมแล้วT^T”ร่างบางสั่นระริกด้วยความกลัวอย่างน่าสงสาร แต่นั่นไม่เป็นผลกับสตรีนักรบเลยซักนิด

 

ฉันได้ตัวเธอแล้ว...ทำหน้าที่ของเธอต่อไปเสียงห้าวไม่สมกับความเป็นสตรี พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มๆแกมบังคับ ทำให้กบน้อยในร่างหญิงสาวถึงกับพยักหน้าเป็นพัลวันอย่างนึกกลัวตาย

 

แล้ว...มารีอาล่ะ...ส่งเธอกลับไปให้แพทย์สนามจะดีกว่านะ...ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา..หญิงงามปรายตามองร่างไร้สติอย่างกลัวๆ...เท่าที่เธอสังเกต...ร่างบางนั่นยังมีลมหายใจอยู่

 

ไม่ต้องสิ้นคำประกาศ กบน้อยถึงกับหน้าถอดสีอีกครั้ง...นึกสงสารเจ้าของร่างคนบาดเจ็บอย่างสุดใจ

 

หรือเธออยากลงไปนอนเป็นเพื่อนหล่อนล่ะ...เลือกเอาละกัน

 

   สิ้นเสียง หญิงงามแทบจะสะดุ้งสุดตัว ทิ้งความสงสารปนห่วงใยไว้เบื้องหลัง ทำหน้าที่ผู้ให้คำใบ้ตามที่ได้รับมอบหมาย เท้ายาวของคนทั้งสองก้าวจากไป โดยทิ้งร่างบางสมส่วนเอาไว้อย่างนั้น..

 

 

 

 

   นัยน์ตาสีฟ้าเทาสั่นระริก...กวาดตามองอย่างรวดเร็ว  ก่อนจะพุ่งตรงไปยังต้นไม้อีกต้นที่อยู่ไม่ไกลนัก แล้วสอดส่องมองหาต้นเสียงอย่างร้อนรน

 

เสียงผู้หญิง...กรีดร้องขึ้นมาจากที่ไหนซักแห่ง ซึ่งเขากำลังตามหาสถานที่นั้นอยู่...นึกเจ็บใจที่ประสาทสัมผัสเสื่อมลง จับกลิ่นไอเวทย์ไม่ได้...และเขาจะไม่ร้อนรนเลย ถ้าเสียงนั่นไม่ได้เปล่งเรียกชื่อใครบางคนที่เขานึกห่วงอยู่

 

โธ่เว้ย!!เด็กหนุ่มสบถเป็นรอบที่สิบ  เมื่อยังไม่เจอวี่แววแหล่งต้นเสียง หมัดหนักๆซัดไปยังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างๆ ระบายโทสะและความอัดอั้นตันใจออกมา

 

โอ๊ย!...เจ็บโว้ย!~”

 

 เสียงตวาดลั่นดังขึ้นจาก...ข้างใน ลำต้นที่โดนซัดเข้าเต็มหน่วง...เรียกความสนใจจากราล์ฟเฟไม่น้อย...คิ้วทั้งสองข้างขมวดเป็นปมอย่างนึกสงสัย

 

...

 

  แล้วเสียงนั่นก็เงียบไป..

 

ราล์ฟเอียงคออย่างใช้ความคิด...ก่อนจะตัดสินใจซัดเข้าไปอีกหมัด

 

 วืด~

 

กำปั้นของเขาสัมผัสกับอากาศ...นั่นเป็นเพราะต้นไม้นั่น...มันขยับหลบ!

 

เฮ้ย! ต้นไม้เดินได้ *0*~”ราล์ฟอุทานออกมาอย่างอึ้งๆ นัยน์ตาสีฟ้าเทาเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ

 

เออสิวะ...ไม่งั้นก็โดนหมัดเอ็งสิเสียงนั่นดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เขามั่นใจแล้วว่าต้นเสียงต้องดังมาจากต้นไม้นั่นอย่างแน่นอน...แต่ไม่ยักเห็นรอยที่เป็นส่วนคล้ายปากอย่างที่คิด

 

เฮ้ย! ต้นไม้พูดได้*0*~”ราล์ฟอุทานอีกครั้ง นั่นทำให้ต้นไม้ขยับสั่นไหวถี่ๆ ทำให้อดนึกไม่ได้ว่า เจ้านั่น กำลังหัวเราะอยู่

 

ฮ่ะๆๆ..เอ็งนี่ตลกดีนะ...ว่าแต่ มาทำอะไรที่นี่เรอะ?”

 

  ราล์ฟเกาหัวแกรกๆ รู้สึกแปลกๆที่ต้องยืนแหงนหน้าพูดคุยกับต้นไม้ ทั้งที่ไม่รู้ว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหน และควรจ้องสบที่กิ่ง ลำต้น หรือใบไม้ดี..

 

 ทำภารกิจ...แต่ตอนนี้หาคนอยู่และแล้วเขาก็นึกขึ้นได้...เขาต้องตามหาใครบางคนนี่นา..

 

คนเรอะ...อืมม์ ใช่...ผู้หญิงสวยๆกับผู้หญิงถึกๆที่สู้กันอยู่ทางโน้นใช่มั้ย...โอย~ ข้าล่ะปวดหัวจริง...หลับกลางวันอยู่แท้ๆ ทำเสียงดังหนวกหู จนหลับไม่ลง ต้องย้ายมาปักหลักอยู่ตรงนี้หนิ~”

 

อา..นั่นน่าจะใช่นะฮะ..ราล์ฟอดคิดไม่ได้ว่ามารีอาเป็นผู้หญิงแบบไหนที่เขากล่าวถึง...แต่เขาเดาๆว่าคงเป็นอย่างหลังมากกว่า

 

มามา...ขึ้นมา...เดี๋ยวพาไปส่งถึงที่..

 

ง่า..ขอบคุณฮะ

 

 แล้วร่างหนาก็พุ่งพรวดขึ้นไปยังกิ่งไม้ที่ยื่นออกมารอรับ...ก่อนที่รากหนาจะโผล่ขึ้นมาเหนือพื้นดิน แล้วพาลำต้นเคลื่อนที่ตรงไปยังสถานที่ที่กล่าวถึง..

 

 

 

 

เสียงใบไม้กระทบกันเป็นจังหวะ ดังแว่วเข้าสู่โสตประสาท...ลมเย็นๆพัดพาเอาละอองเกสรไปเกาะบนดอกไม้สีขาวที่ตั้งชูก้านฉายความงามอยู่บนผืนหญ้าข้างๆ...เปลือกตาขยับขึ้นช้าๆ ทอดมองกลีบดอกไม้สีสวยที่เริ่มมีผีเสื้อตัวน้อยๆมาตอมดม

 

  แม้จะเริ่มรู้สึกตัว แต่ก็ไม่สามารถขยับร่างได้เลยสักนิด...ความเจ็บปวดที่หน้าท้องทำให้ดวงหน้าคมขำเริ่มหงิกงอ กัดฟันกรอดกลั้นเสียงร้องที่อยากปล่อยออกมา เพราะนั่นเป็นเรื่องที่อันตราย...หากออกเสียงร้องซักแอะเดียว เท่ากับประกาศให้บรรดามัจจุราชทั้งหลายรู้ว่า มีเหยื่อที่อ่อนแอรอให้พวกเขาสังหารอยู่ที่นี่

 

  นัยน์ตาสีชาอ่อนทอดมองดอกไม้สีขาวสะอาดตาอย่างเหม่อลอย...ก่อนจะหลุบตาลงรับความรู้สึกสมเพชในตัวเอง...

 

  ท่านย่า...เมื่อไหร่ข้าจะเป็นเหมือนท่าน...

 

เมื่อไหร่ข้าจะแกร่งพอ...ให้ท่านยอมรับในตัวข้า

 

เมื่อไหร่ท่านจะปรายตามองข้า...ที่เป็นหลานแท้ๆของท่าน

 

น้ำใสๆที่ไม่ได้ปรากฏเป็นเวลานาน เริ่มหลั่งทะลักออกมาอย่างควบคุมไม่ได้...ความทรงจำหวนระลึกถึงอดีตอันเจ็บปวด...สิ่งที่เธอนำมันมาเป็นแรงผลักดัน ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ...

 

ท่านย่าเสียงเด็กหญิงอายุราวๆ5ขวบ ร้องเรียกสตรีร่างบางที่หันหลังให้ ส่งผลให้ร่างนั้นค่อยๆพลิกตัวกลับมา...แต่แทนที่จะได้เห็นภาพรอยยิ้มอบอุ่นของคนในครอบครัว กลับเป็น...ใบหน้าที่เย็นชา ไร้ความรู้สึก..

 

มารีอา...เจ้าต้องเติบโตเป็นทายาทแห่งไทรีนอลที่ยิ่งใหญ่...จนกว่าจะถึงวันนั้น ...จนกว่าข้าจะยอมรับในตัวเจ้า...เราสองคน...เป็นเพียงคนรู้จัก...เสียงหวานที่เคยขับกล่อมเธอยามหลับใหล ตอนนี้มันกลับกรีดหัวใจเธอจนเจ็บช้ำ...

 

....มือเล็กๆยกขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม พยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้ หัวก้มลงต่ำซ่อนรอยน้ำตาที่ไม่อาจกลั้น

 

หมับ~

 

  สัมผัสได้ถึงแรงกดทับที่ศีรษะ...ทำให้เด็กน้อยเงยหน้าขึ้น ช้อนนัยน์ตาสีชาอ่อนไปสบ

 

มือของผู้เป็นย่าลูบไล้ไปมาที่แก้มนิ่มๆทั้งสองข้างของเด็กน้อย...รอยยิ้มอบอุ่นประดับแต้มทั่วใบหน้าของหญิงสาว

 

มารีอา...ย่าจะเฝ้าดูหลานเติบโต...จงเป็นไทรีนอลที่แข็งแกร่ง...ย่าเชื่อว่าหลานทำได้

 

  ท่านย่า...ข้าทำให้ท่านผิดหวัง...

 

หญิงสาวปรือขนตาขึ้นมาอีกครั้ง...และก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจ...เมื่อเห็นเท้า ของใครบางคนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก..

 

ทำไมเธอมานอนเล่นอยู่ตรงนี้ล่ะ..เสียงทุ้มลึกดังขึ้นแผ่วๆ  แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่อาจขยับร่างหนี...ปากเรียวขยับขึ้นนิดๆราวกับต้องการจะเปล่งเสียงคำพูด...แล้วก็ปิดลงเช่นเดิมอย่างอ่อนแรง

 

ฉันจะฆ่า หรือช่วยเธอดีนะ..เสียงลึกลับนั่นครางต่ำเหมือนกำลังติดสินใจ อืมม์...เอายังไงดี..

 

เสียงฝีเท้าเหยียบย่ำพื้นหญ้าดังเข้ามาใกล้ๆจนหยุดอยู่ตรงหน้า...เจ้าของร่างย่อกายลงมา ทำให้เธอเห็นใบหน้าของเขาชัดเจน

 

ดวงหน้าคมคาย...นัยน์ตาสีน้ำตาลแดง...ผมสีน้ำตาลอ่อน...

 

  นัยน์ตาสีชากระพริบไล่ความมึน...ก่อนจะเพ่งพินิจพิจารณาต่อ..

 

เฮ้~อย่าจ้องอย่างนั้นดิ-*-ร่างหนาเริ่มประท้วง...ก่อนจะขมวดคิ้ว มองสำรวจบาดแผลแผลไม่ลึกมาก...อืมม์...แต่ทะลุตัวเลยละสิเนี่ย

 

  หึ...ไม่ลึกมาก...

 

หญิงสาวกัดฟันกรอด  อยากจะลองปักดาบกลางลำตัวเจ้าคนวินิจฉัยนี่นัก...ดูซิว่ายังจะบอกว่าไม่ลึกอีกมั้ย..

 

เฮ้อ..ฉันไม่ได้เป็นฮีลเล่อร์หรอก...แต่เวทย์รักษาก็พอไหวว่าแล้วร่างนั่นก็ขยับเข้ามาใกล้...คุกเข่าทั้งสองข้างลงบนพื้นหญ้า...ก่อนจะหลุบตาลงทำสมาธิ ฮีล!”

 

  แสงสีเขียวอ่อนพุ่งออกมาจากฝ่ามือที่ทาบบนลำตัวอย่างแผ่วเบา...ลำแสงสีสวยนั่น...มันทั้งดูนิ่มนวล มั่นคง และอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน..

 

เนื้อเยื่อเริ่มประสานจนปากแผลปิดสนิท...ร่างบางขยับตัวช้าๆ เรี่ยวแรงเริ่มกลับมาทีละนิดๆ...จนสามารถขยับตัวได้ในที่สุด

 

พอแล้วล่ะ...ขอบใจมารีอาเอ่ยขอบคุณสั้นๆ ก่อนจะดันตัวให้นั่ง

 

อืมคนรักษาชักมือกลับ ก่อนจะยกขึ้นเกาท้ายทอยแก้เก้อ

 

ทำไมไม่ฆ่าฉัน...เป็นฉันฉันจะฆ่านายเสียงหวานเปรยเรียบๆ น้ำเสียงฉายชัดถึงความเย็นชา

 

...ไม่รู้สิ...เพราะฉันไม่ใช่เธอละมั้งคำตอบกวนๆเรียกนัยน์ตาสีชาอ่อนให้ตวัดมาสบ ก่อนจะหลุบตาลงสงบสติอารมณ์...พลางนึกถึงใครบางคนที่กวนฝ่าเท้าได้ทุกประโยค

 

  ป่านนี้นายจะเป็นยังไงบ้างนะ...

 

ลืมบอกไป...ฉันชื่อ เอริค...

 

ไม่ได้ถาม..หญิงสาวตัดบทแทบจะทันที แล้วดันตัวขึ้นหมายจะลุกขึ้นยืน แต่แล้วก็ต้องเซไปซบไหล่คนข้างๆ ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้าที่บาดแผลจนเจ้าตัวเผลอร้องครางออกมา

 

เฮ้...จะไหวเรอะเนี่ยเอริคขมวดคิ้วจ้องมองร่างบางในอ้อมกอด...แล้วตัดสินใจช้อนร่างขึ้นมาไว้แนบอก ก่อนจะยืนหยัดเต็มความสูง

 

ป...ปล่อยมารีอากัดฟันกรอด เจ็บใจที่ตกอยู่ในอ้อมกอดของคนที่ไม่รู้จัก...แล้วยังถูกช่วยเหลืออีกต่างหาก

 

นี่...อยากนอนเป็นอาหารเสืออยู่นี่รึไง...

 

“…”

 

  ร่างบางสมส่วนหยุดประท้วง...สะบัดหน้าไปอีกทางด้วยมาดนางพญา...ไม่วายตวัดสายคามาค้อนใส่เจ้าคนที่ถือวิสาสะช้อนร่างเธอขึ้นมาแบบนี้

 

สาบานได้ว่าไม่ได้อยากอุ้มนักหรอก - -”เอริคพูดด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ก่อนจะเริ่มเดินมุ่งตรงไปข้างหน้า โดยหวังจะหาที่พักที่น่าจะปลอดภัยกว่านี้...อย่างน้อยก็รอให้หญิงสาวในอ้อมอกนี่พอเดินไหว...แล้วเขาค่อยเดินทางหาข้อมูลต่อ

 

 

 

ฮีล!ลำแสงสีเขียวอมฟ้าสว่างวาบขึ้นเหนือร่าง พุ่งผ่านจากฝ่ามือไปอย่างช้าๆ...พลังงานถูกถ่ายทอดจากคนสู่คน...หากแต่ชีพจรของคนถูกรักษา เริ่มแผ่วลงอย่างน่าใจหาย...

 

ไม่นะ...ฮึก...ฮีล!!สิ่งที่สัมผัสได้ คือร่างเย็นเฉียบของคนที่นอนแผ่หลาไร้สติอยู่ตรงหน้า...กับเสียงเต้นของหัวใจที่แทบจะไม่ได้ยิน

 

แพทริกซ์...นายต้องไม่เป็นอะไรนะT^T”ฉันกลั้นน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอเต็มหน่วง...รู้สึกแสบจมูกไปหมด...เพราะอากาศที่เริ่มเลวร้ายลงทุกที...ถ้าเกิดหิมะถล่ม หรือพายุเข้าตอนนี้ล่ะ โคตรซวยเลยขอบอก..

 

ครืน~

 

เฮ้ย...! ฉันแค่คิดนะเว้ย~ ไม่ได้ให้มันเป็นแบบนั้นจริงจริ๊ง TTOTT!!

 

ครืน~ ~

 

เสียงนั่นเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเริ่มเข้าใกล้ที่นี่ขึ้นทุกทีๆ...ฟังดูแล้วมันมาจาก..ทางนั้น *0*!!...ฉันหันขวับไปมองทางลาดชันที่อยู่เหนือขึ้นไป

 

ครืน~ ~ ~

 

  มันเวรกรรมอะไรของฉันวะเนี่ย T[]T

 

ครืน นน  ~

 

มาแล้วไง...เห็นแต่เนิ่นๆเลยพี่น้อง(T0T) หิมะสีขาวเริ่มไล่สเกลลงมาจากเนินสูง...ตรงดิ่งมาทางที่ฉันยืนหัวเด่อยู่นี่ ด้วยความเร็วไม่เกิน 80m/s ความเร่ง 2 จงหาค่าอัตราเร็วเฉลี่ยของการเคลื่อนที่นี้โดยให้ S = 100 m และคำนวณหาอัตราการรอดชีวิตของผู้ฟาดเคราะห์(นั่นคือ ฉัน).. เวร!...แล้วฉันจะมาตั้งโจทย์อะไรวะเนี่ย ..T^T?

 

  ถ้าจะหนี มันก็หนีได้อยู่หรอก...แต่จะให้ทิ้งคนทั้งคน แล้วปล่อยให้เขาตายต่อหน้าต่อตานี่มัน..ไม่ใช่นิสัยฉันหนิ T_T

 

ฉันมองหน้าแพทริกซ์ สลับกับหิมะที่เริ่มปั้นเป็นสโนว์บอลน่ารักน่าจับมาทำเป็นสโนว์แมน (YOY)  ..

 

  เอาก็เอาวะ...ถึงเสี่ยง...แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

 

ไวเท่าความคิด...ฉันพุ่งตรงไปข้างหน้า...กางแขนทั้งสองข้างออก เหมือนโรสที่อ้าแขนให้แจ๊คประคองไว้ด้านหลังก็มิปาน...

 

ไอซ์ แบริเออร์ !!ฉันกรีดเสียงลั่น...สายตามุ่งมั่นแน่วแน่ จ้องตรงไปยังกองหิมะที่พุ่งใกล้เข้ามาทุกที...

 

  แต่...แต่ว่า..

 

เกราะหิมะที่ควรจะโผล่ออกมาใต้พื้นน้ำแข็ง...ไฉนเลยมันถึงไม่ปรากฏแม้เพียงเสี้ยวลิ่ม? T____T

 

โฮ~…TOT”หิมะทับตาย ศพไม่สวย อืดเน่าคาน้ำแข็งล่ะที่นี้

 

ไอซ์ แบริเออร์เสียงทุ้มลึกกระซิบแผ่วดังขึ้นมาจากด้านหลัง..

 

    เสียงที่ฟังดูคุ้นหู...เสียงที่เคยบอกตัวเองว่าเกลียดนักเกลียดหนา...ไม่อยากเจอ ไม่อยากได้ยิน...แต่ทำไม...ทำไมได้ยินแล้วถึงรู้สึก...อุ่นใจ

 

  ฉันพลิกตัวกลับไป...ไม่สนว่าเกราะน้ำแข็งเริ่มก่อประสานกันเป็นกำแพงน้ำแข็งขนาดใหญ่นั่นจะต้านทานแรงหิมะก้อนยักษ์ได้หรือไม่...แต่ที่สน

 

ทรอนซ์..ฉันกระซิบเบาๆพึมพำเรียกชื่อเขา...ความรู้สึกดีใจจนอยากกระโดดเข้าไปกอดเขา...รู้สึกดีที่ได้เห็นหน้าเขา..

 

“…”ใบหน้าเรียบเฉย...กับนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่ทอดมองมา

 

  ก็เขานั่นแหละ...เขาจริงๆด้วย...

 

ฮึก..และแล้ว ไม่รู้อะไรดลใจ ฉันถึงพุ่งตรงเข้าหาเขา...ไม่รู้แหละ...ฉันดีใจมากๆที่เจอเขา...ฉันนึกว่าเขาจะทิ้งฉันไปแล้วจริงๆ...T^T

 

 พลั่ก~

 

สัมผัสถึงแรงต้านที่บริเวณหน้าผากถึงศีรษะ...

 

  ทรอนซ์ยกมือขึ้นยันหัวฉันไว้หรอเนี่ย >O<!!

 

ทำบ้าอะไรของเธอ - -”

 

นี่...นายช่วยทำซึ้งหน่อยไม่ได้รึไงนะTOT”

 

...

 

 ฉันก้มหน้าลง...ซ่อนน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้...มันเป็นความดีใจที่บอกไม่ถูก...ความหวังที่จะมีชีวิตรอด...มีชีวิตรอด...!?

 

  เออใช่ ! *0* …ฉันลืมแพทริกซ์ !!

 

ทรอนซ์! ช่วยด้วย! ช่วยแพทริกซ์ด้วย!! เขาดูแย่มากๆเลยอะ...ตาเขาเป็นอะไรไม่รู้...มันเปลี่ยนเป็นสีขาว น่ากลัวมากอ่ะ...ตัวงี้เย็นเฉียบเลยนะ...ชีพจรก็อ่อนมาก เหมือนหัวใจจะหยุดเต้นเลย...แล้ว..

 

หมอนั่นอยู่ไหน..= =;”ทรอนซ์รีบตัดบท ก่อนที่คนที่พูดถึงจะตายไปแล้วจริงๆ

 

นู่น~...ตรงโคนต้นไม้โน้น..ฉันชี้ไปยังต้นไม้เพียงต้นเดียวที่ตั้งเด่นอยู่ท่ามกลางหิมะสีขาว..

 

“…”ทรอนซ์ไม่ได้ว่าอะไร...เขาเดินไปยังร่างแพทริกซ์ โดยมีฉันตามไปติดๆ

 

ทำไมไม่ดึงด้ายออก= =;”เขายิงคำถามทันทีที่หยุดอยู่ตรงหน้าร่างแพทริกซ์...ปรายตามองอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก...อากาศแบบนี้ หมอนี่คงทนได้ไม่นาน

 

เออ...จริงด้วย ทำไมฉันนึกไม่ออกนะ T^T”ฉันเกือบจะฆ่านายแล้วจริงๆ...แพทริกซ์ ฉันขอโต๊ด TOT

 

...ทรอนซ์จ้องเขม็งไปยังร่างที่นอนไร้สติอยู่ที่เดิม...ขมวดคิ้วนิดๆ ทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะคลายปมคิ้วนั่นออก

 

 

ฉันสัมผัสไม่ได้ถึงพลังชีวิตในตัวหมอนั่น..

 

 

“…!!”

 

 

 

Writer: ฝากเม้นติชมด้วยนะค๊า ~^ ^’  

 

วันนี้เอาอิมเมจมาฝาก>w<
เริ่มจาก ยูริ

 

ต่อด้วย เอริค

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #1768 Me_MoZa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 12:04
    ทรอนซ์T-T ทำซึ้งกับชาร์ลีนตัวปลอมหน่อยสิ!!
    #1,768
    0
  2. #1679 cake01 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 01:33
    อ้ากกก  ไม่นะ หรือว่าแพทริกซ์จะตายแล้ว
    #1,679
    0
  3. #1541 SheetahG (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 06:11
    นางเอกจะวิ่งไปซบทรอนซ์ใช่ปะ แต่ถูกทรอนซ์ดันหัวซะงั้น ฮ่า ๆ สงสัยยังไม่หายกลัวกบ
    #1,541
    0
  4. #1502 MinZ@ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 22:00
    เกิดอีหยังขึ้นกับแพรทริกซ์
    #1,502
    0
  5. #1485 BigGest-Dino (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 18:25
    ผู้ชายเรื่องนี้แย่งซีนกันไปแย่งซีนกันมา
    เห็นใจคนอ่านหน่อยเด้
    บทนู้นคลั่งทรอนซ์ บทนี้คลั่งราฟล์ บทหน้าฉันจะคลั่งใคร O.o
    กลายเป็นผู้หญิงหลายใจไปแล้วเพราะเธอ บาบิ Q!!!
    #1,485
    0
  6. #1444 SheetahG (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 08:05
     แพทริกตายเพราะช่วยนางเอกใช่มั้ยเนี่ย ชิชะโช๊ะเช๊ะ เธอทำพระเอกชั้นตายนะ อเมทิส
    #1,444
    0
  7. #1429 คนดีนิสัย13 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2554 / 22:35
    แพกทริกซ์จะตายมั้ยย
    #1,429
    0
  8. #1345 lovelyGirl_P (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 19:38
    แพททริกตายเรอะ -*- !!
    #1,345
    0
  9. #1286 [P]a[t] (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 21:47
    แพททริกกกเปนอะไร T^T
    ขอให้รอดนะ
    #1,286
    0
  10. #1245 •Zol2iäc• (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:42
    เอริ น่ารักมากกกก
    555
    #1,245
    0
  11. #1194 Once upon a time (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2553 / 17:56
    =_=

    ตกลงผู้ใด๋เป็นพระเอกค่ะ ระหว่างเเพทริกซ์เเละสวามีข้า(ก๊ากๆๆ^O^)

    เจ๊บิ เค้ากลับมาเเล้วววววววววววววว เจ๊อาจจะลืมเค้าอ่ะนะ

    เพราะไม่ได้คุยกันตั้งเกือบปีเเน่ะ-0-

    ด้วยภาระเเละหน้าที่อันยิ่งใหญ่ เฮ้อ!! ในที่สุดก้อมานั่งอ่านสวามีเล่นนิยายได้เเล้วววววT^T(ทรอนซ์นั่นเอง555+)

    นางเอกเอ๋อมากค่ะ ฮาดี เเต่ก้อน่ารัก (Warning: ถ้าคู่กับสวามีข้าอเมทิสต์ไม่ตายดีเเน่ๆ=_=")
    #1,194
    0
  12. #1174 ปาท๋องโก๋กะนมข้น (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 14:24

    สงสารใครดี่ว่า TT.TT พระเอกนี่ก้เย็นชาตลอดเลยแหะ

    #1,174
    0
  13. #1050 **ฟรุ๊ตตี้=[[f]inzO (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มีนาคม 2553 / 15:47
    นายการบูร(น่าสงสารTT)
    นางเอก- -.
    #1,050
    0
  14. #1017 ~?Lotion!~ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2552 / 14:38
    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,017
    0
  15. #957 ultra'lady (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กันยายน 2552 / 13:51
    ที่ โร๊บ แคชอ่ะ...เชือกไม่ทราบที่มาใช่ป่ะ...อิอิ

    อย่าลืมมาแก้นะนะจ๊ะ...ถึงหายไปนาน

    แต่ก็ยังติดตามอยุ่นะ...บับบุยยยยยย ยย
    #957
    0
  16. #934 Chii_Elda (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2552 / 22:40
    ศาสตราจาร์ย น่ารักอะ ตัวเล็ก ๆ
    #934
    0
  17. #855 Rainny สายน้ำแห่งความสุข (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 17:34
    ฮาสูตรเคมีราล์ฟมากกก 55+ 

    เคเอฟซ๊ บีทูเอส ฯลฯ

    - -

    ถึงจะเป็นความซวยของชาร์ลีนที่มเพยศก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็ทำให้ทรอนซ์หายงอนแล้ว อิอิอิอิ
    #855
    0
  18. #624 Oshimasakura (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2552 / 17:29

    อ๊าก คอมกระตุก ลืมจ่ายค่าเน็ต พักแปบนะค่า ไปจ่ายตังค์ก่อน เดี๋ยวมันจะตัดไม่ให้อ่าน ฮือๆๆๆ

    #624
    0
  19. #623 AppleCyder (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 / 21:50
    ทรอนซ์ปากร้ายมากกก  ขอบอก...
     
    แต่ยังไงก็น่ารัก.. 

    นางเอกเราก็ฮาได้ตลอดจริงๆ

    สนุกมากๆๆๆ เลย 

    แล้วจะมาอ่านต่อน้า 
     



      



    #623
    0
  20. #622 กระต่ายchugar (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 / 12:44
    ครูทิมมาสอนข้าพเจ้าบ้างสิ อิอิ 
    ชอบๆ >< ยิ่งอ่านยิ่งมัน
    ยิ่งอ่านยิ่งสนุก
    #622
    0
  21. #621 Shubu" (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 / 06:19

    ment ment
    หนุกกกกกกกกกกกกกก
    เกินคำบรรยาย
    จบข่าว
    แต่งต่อ
    เป็นกำลังให้

    #621
    0
  22. #620 ~panhoo32~ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2552 / 13:53
    หวา...น่าเปิดโรงบาลสัตว์

    หนุกดี..............................

    เม้น เม้น เม้นปายยยยย
    #620
    0
  23. #619 ผู้พัดผ่านในความมืด (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2552 / 12:56

    คนเขียนนี่นิยมรังแกสัตว์เนอะ

    ว่าแต่เหมือนทอร์นจะพูดมากขึ้นนะเนี่ย (เพิ่งสังเกตุเห็นเนื่องจากมัวแต่กรี๊ดราล์ฟกับแพทริกซ์)

    อ่านต่อๆ (เผื่อจะจบทัน)

    #619
    0
  24. #618 7 Λ I V II (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2552 / 16:02
    ตอนนี้ราล์ฟน่ารักแฮะ

    55555 >O<


    แต่ทรอนซ์น้อยจัง อะฮืออออ T^T

    (ไม่น่างอนนานเลย ... ยังดีที่มีบทกุ๊กกิ๊กนิดนึง >..<)


    ปล. ยาวจุใจดีค่า ^^
    #618
    0
  25. วันที่ 12 พฤษภาคม 2552 / 00:26
    โหยยย

    ว่าจะอ่านแค่ตอนแรกตอนเดียว

    ดันเผลออ่านมาถึงนี่ได้ไงเนี่ย

    ไว้จะมาอ่านต่อนะคะ

    ฮือ
    #617
    0