The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 11 : The Keyz 11 แยกย้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    3 เม.ย. 62

[11]

 

   ก่อนที่ริมฝีปากเรียวจะทาบลงบนริมฝีปากหยักได้รูปคนที่กำลังก้มลงประทับรอยจูบก็ชะงักกึก แล้วพยายามดันไหล่ของสตรีร่างบางออกไปเบาๆอย่างสุภาพ...

 

ก็ยังไม่ทันจูบน่ะสิ! แต่หญิงสาวที่แปลงร่างมาจากกบนั่นแหละ...หล่อนไม่รีรอให้อีกคนโน้มลงมาถึง เพราะทันทีที่ยืนด้วยเท้าสองข้าง หล่อนก็เขย่งปลายเท้า ยกมือขึ้นโอบลำคอ...กลายเป็นฝ่ายมอบจุมพิตเองซะงั้น !?

 

“OoO!!/O[]O!!/O___O!!”หน้าฉัน ราล์ฟ มารีอา จึงไม่ต่างกันนัก...ทุกคนไม่มีใครพูดอะไร เพราะมัวแต่อึ้งกับภาพตรงหน้า

 

    มันจะดูเป็นภาพที่โรแมนติกมาก เพราะทั้งรูปร่างหน้าตาฝ่ายหญิงและชายต่างดูเหมาะสมกันดี...หากไม่ใช่ว่าร่างหนากำลังเหมือนจะขัดขืนด้วยการผลักไหล่ร่างบางเบาๆอย่างให้เกียรติ...นัยน์ตาสีน้ำเงินเบิกกว้างเล็กน้อยอย่างประหลาดใจ...หากแต่ยังรักษาสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ไว้ได้...ริมฝีปากของทั้งสองประกบทาบทามกันอยู่นาน...ดวงหน้าสตรีผู้เป็นฝ่ายจู่โจม ดูเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบ...หล่อนหลับตาพริ้ม ราวกับสวมบทเป็นเจ้าหญิง ที่กำลังรับจุมพิตจากเจ้าชาย...

 

ทะ...ทำบ้าอะไรกันน่ะ !”ฉันโพล่งออกไปทันทีที่ได้สติ...อ๊ากๆๆๆ~ บัดสีที่สุด! กลางป่ากลางดง รับไม่ได้ๆ>O<! ยัยผู้หญิงก็ไม่สงวนตัว ไอ้ผู้ชายก็ไม่หวงตัว ต๊าย~ วัยรุ่นสมัยนี้...โฮก~ >;:< (ทีจริงเลือดกำเดาพุ่ง)

 

จูบ...เขากำลังจูบกันอยู่...*O*//”ราล์ฟเป็นผู้ให้คำตอบ...นัยน์ตาสีฟ้าเทานั่นสั่นระริกกับฉากจูบระยะประชิดตรงหน้า ดวงหน้าหล่อเหลาดูทะเล้นเริ่มขึ้นสีจางๆ แล้วหันไปแหย่อีกคนที่ยืนเป็นใบ้อยู่ข้างๆตามนิสัย นี่...จำไว้นะ...ผู้หญิงน่ะ ต้องจู่โจมแบบนี้บ้าง ถึงจะน่ารัก..

 

  คนถูกแนะนำจ้องกลับตาแทบถลน...ดวงหน้าคมขำเริ่มเปลี่ยนสี...หากแต่ไม่มีเสียงด่าหรือแหวกลับดังที่คาดไว้ อาจเป็นเพราะเจ้าหล่อนกำลังยืนช๊อค อ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูกก็เป็นได้

 

เฮ้ย! พอได้แล้ว อุจาดตา >O<!”ฉันเข้าไปลากแขนยัยหน้าสวยที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ออกจากวงแขนของทรอนซ์

 

อ๊าย~ ไม่นะ...ไม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่~”ยัยนั่นร้องครวญครางอย่างกับฉันกำลังพรากเธอจากคนรักอย่างนั้นแหละ - -

 

นี่! ยัยกบ...ทำบ้าอะไรของเธอห๊ะ...เป็นผู้หญิงก็หัดรักนวลสงวนตัวบ้าง ไม่ใช่ไปยืนเขย่งจูบชาวบ้านเขาอย่างนั้น! (>O<)/~”แล้วทำไมฉันต้องมายืนสั่งสอนแม่นี่ด้วยล่ะเนี่ย...เหมือนตัวเองเป็นคนจุ้นจ้านเรื่องชาวบ้านเลยแฮะ...แต่ก็นั่นแหละ...ออกมาพูดเป็นตัวแทนวัยรุ่นคนหนึ่งละกัน ! (ปรบมือๆๆ)

 

ปล่อยค้าวน้า~ที่รัก...ที่รักคะ...ช่วยด้วย อึก...ฮือๆ~”ว่าแล้ว ยัยกบก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น เหมือนกำลังโดนรังแก...ทั้งที่ฉันแค่จับแขนกระชากออกมา จนต้นแขนมีรอยจ้ำเขียวๆแดงๆเท่านั้นหนิ...ไม่รู้มันจะร้องทำไม - -:;

 

ที่ร๊าก~ ฮึกๆ...หนูโดนรังแก T^T”ยัยกบส่งสายตาอ้อนวอนน่าสงสาร ไปยังบุรุษนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่ทอดมองมาอย่างสงบ...และถ้าดูไม่ผิด...ดวงหน้าเจ้าคนที่ถูกเรียกว่าที่รักนั่นดูเกร็งขึ้นเล็กน้อย...ก่อนจะหลุบตาลง แล้วแสร้งเสเบือนหน้าไปอีกทาง

 

   สงสัยจะเขิน...หึหึ (สรุปเองในใจ)

 

โอ๊ย~ หยุดร้องได้แล้ว...บอกคำใบ้มาซักที ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจกินญาติกบของเธอ- -;:”ฉันเริ่มหงุดหงิดแล้วนะ...โฮ้ย~ พูดก็พูดเถอะ...หิว...หิวแล้วนะเนี่ย! เห็นกบเขียวๆโดดดึ๋งๆไปมาอย่างนี้ ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนใช่เล่นเลยนะ...กระเพาะเริ่มร้องประท้วงแล้วด้วย...

 

ยะ..อย่านะ...อย่ากินนะTOT”

 

ก็ไม่แน่...ถ้าหล่อนไม่รีบๆบอก = =^”นี่ฉันติดนิสัยข่มขู่คนมาจากมารีอารึเปล่านะ

 

ฉันจะนำทางไป...แต่ต้องรีบหน่อย...เพราะฉันอยู่ในร่างนี้ได้ไม่ถึง 1 ชั่วโมง..เสียงหวานใสที่เปล่งออกมานั้น...ฟังดูเศร้าสลดหดหู่อย่างบอกไม่ถูก...นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นั้นดูหม่นหมองลงอย่างชัดเจน...ปากเล็กยิ้มเศร้าๆ ทำให้ฉันเริ่มใจอ่อนลงเล็กน้อย...ทั้งที่ในใจก็อย่างจะด่าเหมือนกันว่า แล้วนี่เธอมัวทำบ้าอะไรอยู่...มันเสียเวลานะว้อย~’

 

..เธอเป็นกบจริงๆสินะ..ฉันพูดเบาๆ...ชักเริ่มเห็นใจเหมือนกันแฮะ...ดูเธอจะชอบร่างมนุษย์มากกว่าร่างกบของเธอนะ...และถ้าเป็นฉัน...ฉันก็คงไม่อยากใช้ชีวิตในบึงเล็กๆแบบนี้นักหรอก...

 

ฉันอยากขออะไรบางอย่าง...จะได้มั้ย..น้ำเสียงเศร้าสลดหดหู่ เรียกคะแนนความสงสารจากฉันได้มากทีเดียว...หล่อนคงจะ...ทุกข์ทรมานใจมากสินะ...ที่ต้องเป็นกบเฝ้าสระน้ำอยู่แบบนี้...

 

อืม...ฉันพยักหน้าเบาๆ...คลี่ยิ้มอ่อนโยนอย่างให้กำลังใจ...

 

 งั้น.........ขอฉันจูบต่ออีกซักทีได้มั้ยอ่ะ...>O<//”

 

“*0*”

 

ฉันจ้องมองร่างหญิงงามที่ทำหน้าออดอ้อนสุดชีวิตมาให้...แล้วหลุบตาลง กัดฟันกรอด กำหมัดแน่นอย่างข่มอารมณ์

 

  มันยังจะ...ขออีกเนอะ..

 

ได้!”ฉันหลุบตาลง ใส่ฟิลกระแทกแดกดันเต็มที่ เล่นเอาคนที่กำลังจะโดนรับเคราะห์ปรายตามองมาอย่างงงๆ...ในขณะที่สาวงามแทบจะกระโดดร้องโห่ด้วยความยินดี แล้ววิ่งปราดเข้าไปหาเป้าหมาย... แต่ฉันจะกินกบเป็นมื้อเย็น!!”

 

   สิ้นคำประกาศลั่นของฉัน...กบในร่างสาวงามถึงกับชะงักกึก...หน้าถอดสี...แล้วยอมหันมาพูดคุยเจรจาด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงานมากขึ้นทันที โดยมีเสียงหัวเราะของราล์ฟคลอบทสนทนาไปด้วย...มารีอาที่ดูว่าวิญญาณจะลอยกลับเข้าร่างแล้ว แต่เพียงแค่พยักหน้าเออออรับรู้ไปด้วยเท่านั้น ไม่ได้แสดงความเห็นอย่างเคย...สงสัยเจ๊แกคงจะช๊อคไม่หายจริงๆ -*-...ส่วนไอคนที่โดนจูบน่ะหรอ...โน่น...เลี่ยงไปหลบในมุมเงาต้นไม้แล้ว...

 

 

 

 

ฮ่ะๆๆ...สรุปว่า...ฉันกับมารีอาจะแยกไปหาของต่อ...ส่วนชาร์ลีนกับทรอนซ์ ก็ไปหาชาร์ลีนตัวจริง...ราล์ฟเปรยขึ้น  พลางแจกยิ้มสดใสร่าเริงให้ทุกคนในวงสนทนา...ที่กำลังทำหน้าบึ้งตึงไม่ต่างกันนัก...

 

ก็ดูวิธีสุ่มจับคู่มันสิ..........มันช่าง........น่าถีบนัก...-*-

 

   โอน้อยยย~ ออก!”

 

“=[]=”<<ฉัน...ถึงจะงงแต่ยอมออกคว่ำ

 

“^^”<<ราล์ฟ...ออกหงาย

 

“- -^”<<มารีอา...กำลังยกมือขึ้นเสยผม...ค้างในท่าแบมือหงาย

 

“= =;:”<<ทรอนซ์...ยืนนิ่งๆ...หากสังเกตดูที่มือ...มันก็คว่ำอยู่นั่นแหละ

 

เวร..ฉันหลุดคำสบถทันที...ทำไมซวยอย่างนี้ฟะ !>O<

 

เฮ้~ รีบๆหน่อย...ยังต้องเดินอีกไกลน้า~”ยัยกบที่กำลังสั่งเสีย เอ๊ย! ล่ำลากับพวกพ้องชั่วคราว หันมาโบกไม้โบกมือเรียกความสนใจ...ไม่วายจะส่งจูบกลางอากาศให้...ทรอนซ์

 

“= =;:”ทรอนซ์หน้าตึงขึ้นเล็กน้อย...ดูเหมือนเขาจะไม่พูดอะไรอีกเลย ตั้งแต่โดนจูบแบบไม่ได้ตั้งตัว...และไม่กล้าเฉียดใกล้ยัยกบนั่นอีกเลยด้วย..

 

เอาล่ะ...เราคงต้องแยกกันตรงนี้..ราล์ฟทำหน้าเครียดๆ วางมาดนักวิชาการ น้ำเสียงฟังดูเป็นการเป็นงานขึ้นมาทันใด..เหมือนกำลังวางแผนออกรบก็ไม่ปาน..(ซึ่ง ใครๆก็ดูออกว่ามันเสแสร้ง - -) ขอให้โชคดี...ระวังตัวด้วยล่ะ...^^”

 

รีบตามมานะ..มารีอาพูดสั้นๆ จ้องหน้าฉันกับทรอนซ์สลับกันแล้วยิ้มให้กำลังใจ

 

   ฉันถอนหายใจเบาๆ...พยักหน้าแทนคำตอบ จ้องมองแผ่นหลังของมารีอาและราล์ฟกำลังเดินตามหลังยัยกบนั่น(ที่หันมาโบกไม้โบกมือให้ทรอนซ์เป็นระยะๆ) จนร่างทั้งสามหายไปกับต้นไม้สีเขียวไกลลิบตา

 

มากับหมอนี่...ก็เหมือนมาคนเดียวแหละว้า ~ - -^ .คิดแล้วมันน่าเซ็งจริงๆ ถ้าเป็นไปได้ขออยู่กับราล์ฟเฟดีกว่า...หมอนั่นน่าคบกว่าเยอะ

 

  ฉันบ่นในใจ ก่อนจะเหลือบมองหน้าคนข้างๆที่กำลังยืนนิ่งตีมาดขรึม...และถ้าดูไม่ผิด...เขากำลังถอนหายใจเบาอย่างโล่งอก...? และนั่นทำให้ฉันถึงกับร้องอ๋อขึ้นมาในใจ..เมื่อเริ่มรู้กระจ่างแจ้งแล้วว่าทำไมทรอนซ์ถึงต้องหลบหน้ายัยกบนั่นด้วย..

 

อ๋อ...นี่นายกลัวยัยกบนั่น?...มิน่าๆ...ก็ว่า...ทำไมต้องเดินหนีตลอด...หึๆฉันอดแหย่ไม่ได้...แล้วดูเหมือนที่ฉันพูด มันจะจริงซะด้วย เพราะเขาแค่ปรายตามองมาด้วยสายตาแบบที่เสียวสันหลังวูบ...แล้วพูดเปลี่ยนประเด็น

 

แผนที่..

 

ห๊ะ...แผนที่?”

 

“= =;”

 

อ้อ!...แผนที่..เป็นบทสนทนาที่สั้นมากมั้ยล่ะ...-*-...ฉันเริ่มค้นหากระดาษสีชมพูตามกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากระโปรง...แล้วพบว่ามัน..........ไม่อยู่แล้ว!

 

อะ...เอ่อ...ฉันเริ่มค้นอีกรอบ...ค้นแล้วค้นอีก  ค้นจนแทบจะถอดเสื้อผ้าออกมากองตรงหน้าแล้ว...ก็ยังไม่เจอ!

 

งั้นก็...แปลว่า........    ฉันว่า...มันคงหายไปแล้วล่ะ ^^”

 

“= =;:”ใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ เริ่มฉายรอยอำมหิตขึ้นเรื่อยๆ...แม้จะไม่แสดงสีหน้าอาการ แต่นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มนั่นเหมือนมีประกายไฟกำลังเต้นระบำ(?)อยู่ในนั้น..

 

เธอว่าไงนะ..น้ำเสียงเย็นยะเยือก...ปากเรียวแทบไม่ขยับ บ่งบอกถึงสถานะอารมณ์ของเจ้าชายน้ำแข็งคนนี้...ว่ามันคงทะลุจุดเยือกแข็งที่ 0 องศา ไปแล้ว...T^T

 

ฉันบอกว่า...มัน-หาย-ไป-แล้ว...แปลว่า...ไม่-มี-แผน-ที่..ฉันย้ำคำชัดๆ...หนักแน่นทุกถ้อยคำ...ไม่ได้จะกวนประสาทนะ...ก็...ก็เขาถามหนิ...ฉันแค่กลัวเขาได้ยินไม่ชัดน่ะ TOT

 

หายไป ?”

 

อื้ม...หายไป

 

   ฉันเริ่มรู้สึกอยากตามพวกราล์ฟไปอีกด้านจังแฮะ...อยู่กับตานี่แล้วรู้สึกชีวิตใกล้จะดับสูญยังไงไม่รู้อ่ะ...

 

งั้นหาทางไปเองละกัน...เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น...ก่อนจะเดินก้าวยาวๆไปอีกทาง..

 

เฮ้ย!~ .. แต่เดี๋ยว!! ....

 

     ฉันพยายามก้าวเดินตาม....แต่อย่างที่บอก....โชคร้ายที่ฉันเกิดมาขาสั้น(TOT) ....จากเดิน  ก็เปลี่ยนเป็นวิ่ง...วิ่งตามแผ่นหลังนั่นที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเคลื่อนที่....ลมหายใจเริ่มติดขัด....เหงื่อผุดเกาะตามใบหน้า จนไหลย้อยเข้าตา ชวนให้รู้สึกแสบไม่น้อยเลยทีเดียว...และนั่นทำให้ฉันก้าวพลาด  สะดุดรากต้นไม้ที่สะเออะโผล่มาจากพื้นดิน...เป็นเหตุให้ร่างล้มคะมำไปด้านหน้า...แต่ยังดีที่เอามือยันพื้นไว้ก่อน...ไม่อย่างนั้น หน้าสวยๆของฉันได้มุดลงดินจริงๆแน่ - -;:

 

นาย...จะทิ้งฉันไว้อย่างนี้ไม่ได้นะ!~ กลับมานะ!! ..กลับมาสิ๊>O<!!”ฉันตะโกนลั่น...ร้องเรียกใครบางคนที่ไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามอง...แผ่นหลังนั่นไกลออกไปขึ้นทุกทีๆ...ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะหายไปไกลลิบตา

 

 

 

 

เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหญ้าที่ชุ่มแฉะไปด้วยหยาดน้ำ แสงอาทิตย์พยายามส่องเล็ดลอด ผ่านใบไม้ที่แข่งกันแย่งแดดเข้ามา ทำให้อากาศไม่ถึงกับร้อนมากนัก...แต่รอบด้านดูจะมืดกว่าที่ควร...ทั้งที่เป็นเวลาเกือบบ่ายเท่านั้น...

 

   ร่างบางที่เดินนำหน้า ดูจะชำนาญทางเป็นพิเศษ...เพราะขาเล็กๆทั้งสองข้างนั่นก้าวไวมากทีเดียว...ชวนให้นึกถึงใครบางคนที่ต้องให้รั้งท้ายรอตลอด...

 

ราล์ฟยิ้มนิดๆ...นึกเป็นห่วงเจ้าคนที่กำลังนึกถึง...หวังว่าเจ้าหล่อนจะไม่ขยันหาเรื่อง...

 

   เหลือบไปมองร่างบางสมส่วนที่เดินก้าวยาวอยู่ข้างๆ...แม้สีหน้าจะไม่แสดงอาการเหนื่อยล้า แต่เขาก็รู้ว่าเธอคงเริ่มเหนื่อยแล้ว...เพราะเขาก็เริ่มอยากจะหยุดพักแล้วล่ะ

 

นี่ๆ...เราพักกันก่อนเถอะนะราล์ฟเดินเข้าไปกระซิบเบาๆ พร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนไปให้ แม้จะรู้ว่ามันไม่ได้ผลกับคนตรงหน้าก็ตาม..

 

ไม่ได้...เสียเวลาเปล่าคำตอบก็เป็นอย่างที่คิด นัยน์ตาสีชาอ่อนทอดมองไปตรงหน้า ไม่แม้แต่จะเบือนมาสบตาที่พยายามส่งกระแสอ้อนวอนชวนสงสารเลยสักนิด...

 

ฉันรู้ว่าเธอเหนื่อย..ราล์ฟไม่ละความพยายาม เขาปราดเข้าไปขวางหน้าร่างบางทำให้หล่อนต้องหยุดชะงักฝีเท้า แล้วปรายตามองอย่างไม่พอใจ

 

เลิกงอแงซักทีจะได้มั้ย...หัดอดทนซะบ้างสิมารีอาพ่นลมออกทางจมูก สายตาทอดมองใบหน้าหล่อทะเล้นที่ดูยุ่งๆขึ้นที่โดนดุเหมือนเด็กๆ

 

ก็ได้ =3=”แล้วเขาก็กลับไปเดินอยู่ในตำแหน่งเดิม...คือเดินรั้งท้าย ในขณะที่กบในร่างสาวงามเดินจ้ำอ้าวนำอยู่ด้านหน้าอย่างคนชำนาญทาง

 

อีกไกลมั้ย..เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก  มารีอาก็เริ่มเปรยถามสตรีที่เดินนำหน้า  นั่นทำให้ร่างนั่นชะลอฝีเท้าลง แล้วหันมาตอบอย่างสดใส

 

ไม่นานหรอก...ใกล้ถึงแล้ว^^”

 

ก็เห็นบอกใกล้แล้วๆอยู่นั่นแหละ...เมื่อไหร่จะถึงซักทีล่ะ~-3-”เจ้าคนชอบพูดอดไม่ได้ที่จะขัดขึ้น  เพราะจากที่คำนวณระยะทางจากพลังงานที่สูญเสียไป...มันไม่ใช่น้อยๆเลยนะนี่...เดินอย่างไม่หยุดพัก มาเกือบ 2 ชั่วโมงแล้วเนี่ย

 

อย่าบ่น..

 

คร๊าบ (_ _)”

 

บทสนทนาเป็นอย่างนี้เป็นประจำตลอดชั่วโมงที่ผ่านมา...ทำให้หญิงงามที่เดินนำหน้าเริ่มจะเคยชินกับมันแล้ว ทั้งที่ตอนแรกๆดูจะตื่นตระหนก พยายามปรามให้ทั้งคู่ไม่ให้เถียงกัน...แต่ก็นั่นแหละ...สงสัยมันจะเป็นเรื่องปกติของสองคนนี้..

 

   หญิงงามถอนหายใจเบาๆ  เริ่มปาดเหงื่อที่อาบท่วมใบหน้า  สายตามองไปข้างหน้า แล้วเริ่มทำหน้าที่ ผู้ให้คำใบ้ ต่อไป ...

 

   เวลาผ่านไปสักพักใหญ่...ไม่มีใครพูดอะไร...ต่างฝ่ายต่างจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง...บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย  อย่างที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจสัมผัสได้...แต่ไม่ใช่กับผู้ที่มีฉายาว่า โพรเทกเตอร์ ...

 

ร่างหนาเริ่มไหวตัวเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากัน นัยน์ตาสีฟ้าเทากวาดตามองรอบๆอย่างลวกๆ  ก่อนจะปราดเข้าไปประชิดตัวร่างบางสมส่วนที่อยู่ด้านหน้า

 

ฉันว่า...มันแปลกๆอยู่นะ...เธอว่ามั้ย?”เสียงทุ้มลึกถูกกดต่ำลง ดูเป็นทางการมากขึ้น  และนั่นทำให้หญิงสาวคู่สนทนาชะงักเล็กน้อย  ก่อนจะเบือนสายตาไปสบกับดวงตาคู่ที่จ้องอยู่ก่อน

 

อืม...แปลกเธอขานรับ พร้อมพยักหน้าเบาๆ  แล้วรีบเสริมแปลกที่นายสงบปากสงบคำได้เกิน 5 วินาที..

 

ราล์ฟชะงักกึก...ก่อนจะส่งยิ้มกวนประสาทไปให้คนข้างๆ ก็ฉันมันคนขี้เหงา...ชอบพูดชอบคุยเป็นเรื่องธรรมดาแหละ...

 

...มารีอาปรายตามองราล์ฟด้วยหางตา ก่อนจะเริ่มกวาดตามองรอบๆ..

 

  ก็จริงของเขา...บรรยากาศดูเงียบ...วังเวงเกินไป...และมันจะไม่แปลกเลยที่ประสาทสัมผัสเขาจะไวกว่าเธอ...

 

โพรเทกเตอร์...ผู้พิทักษ์ ผู้มีหน้าที่ระวังภัยให้ทีม...

 

นายว่าไง…?”คิ้วเรียวเริ่มขมวดเป็นปมเครียดๆ...ริมฝีปากเม้มแน่น...นัยน์ตาสีชาอ่อนกวาดมองพื้นที่ป่า ที่เริ่มมืดลงผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด..

 

เฮ้อ...รับแขก~”ราล์ฟพูดสั้นๆ  สิ้นเสียง เมฆสีขาวเริ่มก่อตัวเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ เคลื่อนที่มาบดบังแสงอาทิตย์ที่ก่อนหน้านี้ก็แทบจะไม่มีให้เห็น...ลมพายุกรรโชกแรง ท้องฟ้าเริ่มปั่นป่วน ส่งเสียงคำรามลั่น บ่งบอกถึงสภาพอากาศที่เลวร้ายลงทุกที...

 

   เปรี้ยง!!

 

ลำแสงสีขาวพุ่งดิ่งลงมาด้วยความเร็วแสง...กรีดเฉือนต้นไม้ใหญ่ให้ล้มพับไปอย่างง่ายดาย เพียงเสี้ยววินาที..

 

กริ๊ดดดดดดดดด !”เสียงหวานกรีดร้องจากด้านหน้า  เรียกสติของทั้งสองให้กลับมา 

 

ราล์ฟกวาดตามองหาร่างบางที่ถูกลมพายุซัดจนแทบทรงตัวไม่อยู่...ไวเท่าความคิด ร่างทั้งร่างปราดพุ่งเข้าไปประชิดตัว แล้วคว้าเอวร่างบางไว้แนบอก ก่อนจะก้าวกลับมาสู่ตำแหน่งเดิม ที่มีร่างบางสมส่วนรออยู่ก่อน..

 

  เปรี้ยง!!

 

ลำแสงลำที่สองพุ่งตรงลงมา  เฉียดพื้นที่ที่พวกเขายืนอยู่เพียง 2 เมตร !

 

กริ๊ดดดดดดดด!!!”เสียงหวานสูงกรีดร้องแข่งกับแรงพายุที่ซัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง...ร่างในอ้อมอกดิ้นเร่าๆ สั่นเทาด้วยความกลัว 

 

ไฟฟ้าสินะ...เอาแล้วไง ฉันละเกลียดการสู้กับพวกธาตุเดียวกันจริงๆราล์ฟบ่นอุบอิบ ก่อนจะส่งตัวร่างบางที่ดูจะเสียสติไปแล้ว ให้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ดูแลยัยนี่ด้วยละกัน...เดี๋ยวทางนี้พระเอกจัดการเอง^^”

 

หากแต่รอยยิ้มสดใสที่ประดับบนใบหน้าเด็กหนุ่ม ไม่อาจคลายความกังวลที่แน่นจุกในอกของเธอได้เลยสักนิด...

 

ระวังตัวด้วย..สิ้นเสียงหวานที่กระซิบแผ่วเบาๆ  เด็กหนุ่มก็ขยับยิ้มอบอุ่น  ก่อนจะหายไปกับลมที่พัดกระหน่ำเข้ามา...

 

 

 

 

   กินแมลง...กินแมลง...กินแมลง....นี่ฉันต้องกินแมลงเป็นมื้อเย็นจริงๆใช่มั้ยเนี่ย! T^T

  ..แต่ปัญหาคือ เท่าที่กวาดตามอง ไม่เห็นมีแมลงบินโผล่มาให้จับกินซักตัว!

 

แล้วฉันจะห่วงอะไรกับเรื่องกินแมลงฟะเนี่ย! ..แง๊ๆๆ หลงป่า !! ตอนนี้ฉันกำลังหลงป่าอยู่ไงล่ะ TOT!

 

   หลังจากที่โดนทอดทิ้งอย่างไม่ไยดี...ตอนแรกฉันก็รีบเดินตามรอยเท้าใครบางคนที่ไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมามอง...แต่ดูไปดูมา...มันเริ่มเปลี่ยนไปคล้ายรอยเท้าของสัตว์สี่ขา ซึ่งฉันทำใจเดินต่อไม่ได้...และค่อนข้างมั่นใจว่านั่นไม่ใช่รอยเท้ามนุษย์แน่นอน...ฉันจึงเปลี่ยนเป้าหมาย ย้อนเดินกลับทางเดิม มุ่งตรงกลับไปยังที่ที่โดดเล่นบันจี้จัมพ์นั่นแหล่ะ(T^T)ฉันคิดว่าเป็นตอนนั้นแน่ๆ...แผนที่ต้องตกอยู่แถวนั้น...

 

แต่ปัญหาจริงๆตอนนี้ก็คือ...ตอนนี้  แวร์  แอม  ไอ  ? TOT (ฉัน-อยู่-ไส?)

 

บรรยากาศรอบๆสุดแสนจะบรรยาย...เงียบ...เงียบได้อี๊ก T^T

 

   นกน้อย จิ้งจกน้อย ตุ๊กแกน้อย มันหายไปไหนหมดฟะ!  ...หรือโดนใครจับกินไปแล้ว!?(ฮึ่ม~ โดนตัดหน้าซะแล้ว)

 

โฮกกกก ~

 

  สิ้นความคิด(?)เสียงคำรามลั่นมาจากด้านหลัง...ตามใจสั่งเลยนะ...TOT

 

ฉันค่อยๆหันไปสบตาหวานเยิ้มกับ นัยน์ตาสีน้ำตาลกลมแป๋ว...กำลังขยับยิ้มอวดเขี้ยวคมสวย...ร่างสัตว์สี่ขา  มีขน  สีส้มน้ำตาล  หน้าคล้ายแมว  แต่ขนาดตัวไม่ยักคล้าย ...หนวดมี...1...2...3...ข้างละสามเส้น...ขนรอบๆคอมันชี้ฟูดูเป็นเอกลักษณ์ยิ่ง...แล้วฉันยืนบรรยายอยู่ไย...?

 

ฉันถามหานกน้อย จิ้งจกน้อย  ตุ๊กแกน้อย(ในใจ) แล้วแกมาทำไมฟะ! เจ้า...ไลอ้อนน้อย...T^T!!

  โฮกกกก~

 

เออ...โฮกๆ TOT”เสียงนายทุ้มหล่อได้ใจมากเลยเจ้าไลอ้อนน้อยๆ(?) T___T

 

  โฮกกกก~

 

อย่าเข้ามานะ...ฉัน...ฉันไม่อร่อยหรอก...จะ...จริงๆนะ T^T”ทำไมขามันไม่ขยับถอยหนีล่ะ...ยืนโง่ให้สิงโตเดินย่างสามขุมเข้ามาเรื่อยๆ...เยี่ยมจริงๆ! ฉันจะไม่ได้กินแมลงเป็นมื้อเย็นแล้ว...แต่ฉันกำลังจะเป็นมื้อเย็นให้เจ้านี่แทน !

 

ยะ..อย่านะ...อย่า...อย่าเข้ามา!>O<”ฉันชี้นิ้วสั่งสิงโตร่างยักษ์อย่างหมดหนทางสู้...ขาสั่นพั่บๆอย่างควบคุมไม่ได้ ร่างสัตว์สี่ขาชะงักกึก...ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนตรงหน้าอย่างเหนื่อยล้า...?

 

    ฉันขมวดคิ้วมองร่างที่นอนแน่นิ่งบนพื้นหญ้า...สังเกตุเห็นตาของมันหรี่ลงอย่างหมดแรง...ลมหายใจติดๆขัดๆ...พอเลื่อนสายตามองสำรวจร่างกายมัน ก็พบว่า ที่ลำตัวบริเวณท้องของมันบาดเจ็บ เป็นรอยข่วนสามแฉก เลือดสดๆไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย ทำให้พื้นหญ้าชุ่มแฉะไปด้วยโลหิตแดงฉานในเวลาอันสั้น

 

ฉันปราดเข้าไปหาร่างที่ใหญ่กว่าฉันประมาณ 3 เท่าได้...ลืมความกลัวเมื่อครู่ไปซะสนิท...มันคงเป็น...สัญชาติญาณของคนเป็นฮีลเล่อร์ละมั้ง...?

 

  ว่าแล้ว ก็จัดการทาบฝ่ามือลงบนลำตัว ก่อนจะ..   ฮีล!!”

 

สิ้นเสียงคำประกาศ...ลำแสงสีเขียวอมฟ้าสาดกระจายเข้าลำตัวโชกเลือด...ปากแผลค่อยๆถูกเนื้อเยื่อประสานกันจนสนิท...ฉันข่มตาลง...เรียกสมาธิให้จดจ่อเข้าไป...พยายามรีดพลังบางอย่างออกจากร่าง...จะตั้งใจมากไปก็ไม่ได้...เพราะพลังจะออกมามากเกินไป จนอาจเป็นอันตรายได้...ดังนั้นสมาธิจึงเป็นปัจจัยสำคัญ...ฉันรู้กฎข้อนั้นดี

 

   ฉันพยายามเพ่งลึกเข้าไปในบาดแผล....ลึกเข้าไปอีก....รอยแผลที่มองไม่เห็นด้วยภายนอก...

 

อึก..ฉันสัมผัสได้ถึงของเหลวกลิ่นคาวที่ไหลทะลักออกมาจากริมฝีปากตัวเอง...สายตาเลื่อนมาหยุดที่แขนขวา...เลือดจากบาดแผลรอยขีดข่วนค่อยๆไหลซิบออกมาอีกครั้ง...ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้าที่แขนขวา...สายตาเริ่มพร่ามัว...ฉันกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ..

 

โว๊ยๆๆ~! ...ฮีลๆๆๆๆฉันสะบัดหน้าไล่ความมึน...ภาพตรงหน้าเห็นเป็นรางๆ...มือสัมผัสลำตัวนุ่มนิ่ม...พยายามกรีดพลังออกจากตัว...สิ่งที่เห็นแม้จะไม่ค่อยชัด แต่ร่างสิงโตนั่นเริ่มขยับทีละนิด ก่อนจะยันตัวขึ้นมายืนหยัดอีกครั้งอย่างสง่างามสมฉายาเจ้าป่า

 

   ขอบใจนะ..

 

ภาพตรงหน้าเริ่มมัวๆ...จนไม่อาจสะบัดไล่ออกไป...

 

ไม่...เป็นไร..ฉันขานรับ  พยายามประคองสติที่เหลืออยู่น้อยนิด...

 

ภาพสุดท้าย...คือใบหน้าสัตว์มีขน  ก้มลงเลียบาดแผลที่แขนให้...ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง..

 

 

 

 

   ร่างสูงโปร่งก้าวผ่านรากไม้ที่ชอนไชเหนือพื้นดิน...ดวงหน้าหล่อคมคายไร้อารมณ์...นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มสอดส่องทั่วอาณาบริเวณ...แสงอาทิตย์ยามบ่ายอาบไล้ผิวขาวตัดกับเสื้อสีดำสนิท...ทำให้ผิวกายของเจ้าของร่างดูขาวสว่าง ราวกับเทพบุตรที่ลงมาจุติบนโลกก็ไม่ปาน..

 

ออกมาได้แล้ว..เสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆ สายตาหยุดอยู่ที่ต้นไม้ต้นใหญ่ที่ห่างจากตำแหน่งที่เขายืนอยู่ไม่มากนัก...

 

รู้ด้วยหรอ...ว่าฉันอยู่นี่..เสียงเกือบหวานดังขึ้นแผ่วๆ...ก่อนจะปรากฏร่างสตรีร่างบางได้รูปกำลังยืนหันหลังพิงต้นไม้อยู่ในเงาร่ม หากแต่นัยน์ตาสีแดงโลหิตนั่นกลับดูโดดเด่น...ทำให้รู้ว่า เขากำลังถูกเจ้าหล่อนจับจ้องอยู่

 

ว่าแต่...นายเป็นใคร?”เสียงหวานกระซิบแผ่ว...เมฆเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งที่เคยบดบังแสงดวงอาทิตย์ ทำให้เห็นร่างบางนั่นชัดเจนขึ้น...

 

   เจ้าหล่อนมีนัยน์ตาสีเขียวมรกต...ไม่ใช่สีแดงฉานอย่างที่เห็นเมื่อครู่...ผมสีแดงเพลิงปล่อยสยายยาวจรดกลางหลัง...มือเรียวประคองปลอกดาบขนาดยาวพอสมควร...หล่อนอยู่ในชุดนักเรียนสีดำ กระโปรงพีชจับจีบระบายสวย เนคไทสีแดงประดับบนปกเสื้อ...สวมทับด้วยเสื้อหนังสีน้ำตาลอ่อน

 

...ไม่มีเสียงตอบรับจากร่างเด็กหนุ่ม ทำให้หญิงสาวชักสีหน้าไม่พอใจ...ก่อนจะก้าวตรงเข้ามาใกล้จนร่างทั้งสองยืนประจันหน้ากัน...แต่หล่อนดูฉลาดรอบคอบดี ที่เลือกจะทิ้งระยะห่างไว้พอสมควร

 

ฉันถาม...ว่านายเป็นใคร...มาที่นี่ได้ยังไง..น้ำเสียงเริ่มแสดงความหงุดหงิด...หากแต่นัยน์ตาสีเขียวมรกตยังคงนิ่งเย็น สัมผัสได้ถึงไอเวทย์ที่เคล้าคลึงกับอากาศรอบตัว...ไอเวทย์แบบที่มือสังหารพึงมี..

 

เป็นคนมาเจรจา..ทรอนซ์ขยับปากตอบสั้นๆ มองสบไปยังตาสีสวยที่หรี่ลงอย่างใช้ความคิด...ริมฝีปากแดงอวบอิ่มนั่นขยับยิ้มนิดๆ  ก่อนจะเปรยประโยคต่อไปด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

 

ยัยนั่นคงกลัวจนหัวหดเลยล่ะสิ...หึ

 

   ใบหน้าของบุรุษผู้ประกาศตัวเป็นคนเจรจายังคงนิ่ง...จนคู่สนทนาไม่อาจเดาอารมณ์คนตรงหน้าออก...ความเงียบเข้าปกคลุมสักพัก  ก่อนที่ผู้ไม่ถนัดทำลายความเงียบจะเปรยขึ้นอีกครั้ง

 

เธอมีจุดประสงค์อะไร

 

  คนถูกถามไหวตัวนิดๆกับคำถามที่ถูกยิงส่งมาอย่างไม่ตั้งตัว...ก็เพราะเธอมัวพิจารณารูปลักษณ์อันน่าหลงใหลของคนตรงหน้า...และเธอมั่นใจแล้วว่าเด็กหนุ่มผู้นี้คือใคร..

 

ปริ๊นซ์ ออฟ ไอซ์..เสียงหวานเปรยลอยๆแทนคำตอบ...ตาจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มน่าค้นหา...ถึงแม้มันจะไม่เผยอะไรให้รับรู้เลยก็ตาม ทำไมท่านต้องมาเจรจาแทนยัยนั่นด้วยล่ะ...เจ้าชาย...

 

  เมื่อเห็นว่าดวงหน้าหล่อคมคายนั่นไม่แสดงอาการอะไร...หล่อนจึงรีบเปรยต่อ

 

ฉันแค่จะมาลาออก..หญิงสาวขยับยิ้มนิดๆ...นัยน์ตาสีเขียวดูมีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย...อย่างน้อยแรงอาฆาตนั่นก็หายไปแล้ว..

 

...

 

เป็นเรื่องส่วนตัวของครอบครัว...นายไม่ต้องรู้หรอก...ชาร์ลีน โคลงหัวไปมา...กลอกตาขึ้นฟ้าอย่างไม่สบอารมณ์ ดูก็รู้ว่าหล่อนไม่อยากพูดถึงมันนัก.. เอาเป็นว่า...แค่มาบอกว่าใบประวัตินักเรียนสามัญของยัยนั่นน่ะ...ฉันจัดการให้แล้ว...ส่วนใบสมัครของฉัน...พวกนายไปจัดการแปลงข้อมูลเอาละกัน...เพราะฉันก็ไม่อยากให้พ่อแม่รู้ว่าลาออก...

 

   ทรอนซ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย...ใบหน้าฉายแววประหลาดใจนิดๆ..

 

   นี่...หมายความว่า.....?

 

ช่ายๆ...ฉันจะขอให้ยัยนั่นช่วยเรียนเป็นตัวแทนฉันหน่อย...อย่างน้อยก็ซักระยะ...ให้ฉันจัดการกับปัญหาส่วนตัวก่อน...

 

   ร่างบางขยับก้าวชิดเข้ามา  นัยน์ตาสีเขียวช้อนขึ้นจ้องสบกับดวงตาแข็งกร้าวของเด็กหนุ่มตรงหน้า อย่างไม่คิดหลบ..

 

แต่จะว่าไปก็นึกเสียดายอยู่เหมือนกัน..หล่อนยกมือขึ้น หมายจะไล้บนดวงหน้าหล่อ...แต่เจ้าของร่างไหวตัวก่อน จึงคว้ามือเรียวไว้ได้ทัน..

 

เฮ้อ...อันที่จริงฉันดีใจมากเลยนะที่ได้อยู่ร่วมทีมกับนาย...

 

“…”

 

ฉันจะบอกแค่นี้หล่ะ...แล้วก็...ฝากขอโทษยัยนั่นด้วยที่ทำให้ตกใจ...หึหึ

 

   ทรอนซ์ไม่รู้ว่าหญิงสาวหมายความว่ายังไง...แต่ดูจากสีหน้าแล้ว...ใบหน้าเรียวได้รูปนั่นดูสะใจมากกว่าจะขอโทษ ทำให้เขานึกถึงสตรีร่างเล็กที่หล่อนกล่าวถึง แล้วตระหนักว่า ได้เวลาจะไปรับยัยนั่นแล้ว...ป่านนี้หลงอยู่ทางไหนแล้วก็ไม่รู้

 

แต่ก็นั่นแหละ...ตามมาด้วยก็เกะกะเปล่าๆ...อันที่จริงเรื่องแผนที่น่ะ...มันถูกบันทึกไว้ในสมองเขาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

 

 

   แค่ไม่อยากให้ยัยนั่นตามมาเป็นตัวถ่วง...ก็แค่นั้น...

 

 

 

 

   ลมพายุกรรโชกแรง  ห่าฝนสาดเทกระหน่ำลงพื้นดินอย่างบ้าคลั่ง...ต้นไม้ใหญ่พัดเอนไปตามแรงลม  ส่วนต้นเล็กๆที่รากยังไม่แข็งแรงดี  ก็มีชะตากรรมต้องพลัดพรากจากแผ่นดินถิ่นเกิด...ลอยไปตามแรงลมที่ไม่มีทีท่าว่าจะสงบ..

 

  ร่างเด็กหนุ่มยืนหยัดเต็มความสูง...สายตาเพ่งมองผ่านสายฝนจำนวนมากที่หลั่งไหลราวกับทะลักออกมาจากท้องฟ้า..ทำให้ร่างทั้งร่างเปียกโชกไปด้วยน้ำ  ผมสีทองชี้ฟูไปทั่วทิศ...นัยน์ตาสีฟ้าเทากวาดสายตามองรอบๆอย่างร้อนรน

 

ครืนนน~ ..

 

เวร..

 

เปรี้ยง !! เปรี้ยง !! เปรี้ยง !!

 

   ร่างชายหนุ่มพุ่งหลบลำแสงสีขาวที่มาเร็วดุจแสง...หากไม่ใช่ว่าเขามีความสามารถในการหลบหลีกได้ว่องไว...ป่านนี้ก็คงจบชีวิตตั้งแต่ลำแสงแรกแล้ว..

 

แต่นี่ก็ทำให้เสียพลังงานมากเหมือนกัน...เป็นแบบนี้ต่อไปนานเข้าก็ไม่ใช่เรื่องดี

 

เฮ้~..จะลอบกัดอีกนานมั้ย...กลัวฉันขนาดนั้นเลยเรอะ!?”แม้ไม่รู้ว่าจะมีใครฟังประโยคที่เขาตะโกนแข่งกับเสียงพายุ...แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย...อีกอย่าง...ลำแสงนั่นคงไม่ได้บังเอิญผ่าบริเวณที่เขายืนอยู่พอดิบพอดีทุกครั้งหรอกนะ..

 

ออกมาเล่นสนุกกันดีกว่าน่า...เจ้าสายฟ้า~”ราล์ฟกวาดสายตามองรอบๆ  ในใจนึกอยากให้คู่ต่อสู้ปรากฏตัวเร็วๆ...เพราะเขาเริ่มห่วงใครบางคนขึ้นมาบ้างแล้ว...ป่านนี้จะถูกโจมตีรึเปล่าก็ไม่รู้..

 

ฉันชื่อสตอร์ม...ไม่ใช่เจ้าสายฟ้าร่างหนาปรากฏตัวบนยอดของต้นไม้สูง...เขามีเรือนผมสีเงิน  ตัดกับเสื้อโค้ทสีดำหนา...นัยน์ตาคมกริบจับจ้องมองลงมา...แต่ราล์ฟไม่ได้สนใจจะเพ่งมองรูปลักษณ์...เขาเลื่อนสายตามองที่เส้นด้ายสีทองที่ถูกพันไว้ที่ข้อมือด้านซ้าย...แล้วเริ่มวางแผนในใจ..

 

ออกมาซักทีนะ...ให้ตะโกนเรียกอยู่ได้...มันเจ็บคอนะรู้มั้ย~”เขาถีบตัวส่งให้ร่างตัวเองขึ้นไปยืนบนจุดยอดของต้นไม้ไกล้ๆด้วยความสามารถที่มี...ความว่องไวที่เขามั่นใจว่าไม่เป็นรองใคร...และในพริบตา  ร่างเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าเทาก็ยืนประจันหน้ากับบุรุษร่างหนา อยู่บนยอดต้นไม้ใกล้เคียงกัน...

 

เอาล่ะ...เริ่มเลยดีมั้ย...ชายหนุ่มหน้าทะเล้นยิ้มกว้างอย่างคนอารมณ์ดี...ในขณะที่เจ้าของเรือนผมสีเงินจ้องเขม็งไปอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ...

 

เฮ้อ...นี่...ถามหน่อยสิ...นายได้กินข้าวเช้ามารึเปล่า...

 

สิ้นเสียง  คนถูกถามไม่ได้ตอบรับแต่อย่างใด...แต่เขานับว่ามันเป็นการประกาศท้ารบ...นั่นทำให้เขาพุ่งเข้าประชิดตัวเด็กหนุ่มคู่ต่อสู้ด้วยความเร็วสูง...ก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มขึ้นอย่างจริงจัง...

 

 

 

 

ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ ..

 

   ร่างสตรีสองนางได้แต่ยืนนิ่ง สดับฟังเสียงเต้นของหัวใจตนเอง...โดยใจหนึ่งเต้นด้วยความหวาดกลัว อีกใจเต้นด้วยความรู้สึกที่ไม่ดีบางอย่าง...นึกห่วงใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ถึงแม้ว่าจิตใต้สำนึกจะรับรู้ว่าเจ้านั่นเก่งพอที่จะเอาตัวรอดได้ แต่ถ้าเป็นธาตุ พิเศษ-ไฟฟ้าเหมือนกัน...อันนี้คงตอบยาก...เพราะนั่นเป็นจุดอ่อนของธาตุทุกชนิด...การต้องประมือกับธาตุเดียวกัน นับว่ามีความเสี่ยงมากทีเดียว...จะตัดสินกันที่ความเข้มข้นของสายเลือดในธาตุนั้นๆ

 

   ลมพายุเมื่อครู่เริ่มสงบลงแล้ว...เป็นสัญญาณว่าเจ้าของเวทย์คลายมนต์ออก...หรืออีกนัยหนึ่งคือ การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว...

 

สตรีร่างสมส่วนยืนขวางหน้าหญิงงามอีกร่าง ที่เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความกลัวที่ไม่อาจปิด...สองตาจับจ้องไปรอบๆอย่างระวังภัย...

 

นี่...คนถูกปกป้องเปรยขึ้นแผ่วๆด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ จะ..เจ้านั่นจะรอดหรอ...ดีไม่ดีคง...

 

หยุดพูดบ้าๆนะ!”มารีอาหันกลับไปตวาดใส่อย่างลืมตัว...และเมื่อตั้งสติได้...เธอก็หลุบตาลง  แล้วเบือนหน้าไปอีกทาง เห็นอย่างนั้นก็เถอะ...แต่เขาเป็นคนมีความสามารถ..

 

“…”มารีอามั่นใจว่าหล่อนคงกำลังตกใจที่เธอขึ้นเสียงใส่...ซึ่งเธอเองก็รู้สึกเสียใจกับการกระทำนี้เหมือนกัน...คงเป็นเพราะความเครียด เธอถึงพูดออกไปแบบนั้น

 

ผู้ให้คำใบ้...อยู่ที่นี่สินะ...เสียงหนึ่งดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง...นั่นทำให้มารีอารีบถอยหลังมาประชิดร่างหญิงงามที่ยืนแข็งทื่อ เป็นการระวังภัยให้..

 

ออกมา..ผู้มีฉายาว่า เดอะ ไนท์  ประกาศลั่น...เป็นอันเปิดศึก

 

หึ...มารีอา ไทรีนอล..

 

“…”

 

นานแล้ว...ที่ไม่ได้ประมือด้วย...

 

  มารีอากวาดตามองรอบๆ...มือถืออาวุธจากจินตนาการ...ย่อกายนิดๆเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมเข้าโจมตี เมื่อมีอันตรายเข้ามาใกล้..

 

จะรีบไปไหนฮึ...อ้อ...รึว่าเป็นห่วงเพื่อนร่วมทีมมากนักใช่มั้ย..

 

ออกมา..

 

ป่านนี้คง...ถูกสตอร์มเล่นงานไปแล้วล่ะ...หึหึ

 

“…”

 

  ดวงหน้างามของสตรีนักสู้เริ่มซีดลง...นัยน์ตาสีชาอ่อนสั่นระริกกับชื่อที่ถูกเอ่ยขึ้น...

 

สตอร์ม  โวลต์...

 

ไนท์ ...ผู้มีพลังพิเศษ-ไฟฟ้า..

 

ทายาทตระกูลพลังไฟฟ้าที่ร่ำลือว่าสายเลือดบริสุทธิ์มาก...พลังเวทย์แกร่งกล้า...ผู้มีพลังวิเศษอันน่ากลัว...พลังที่ลือกันว่าสามารถดึงพลังเวทย์ของธาตุสายเดียวกัน มาเป็นพลังตนเอง..

 

   ผู้ที่เหล่าธาตุไฟฟ้าหวั่นเกรง...

 

มารีอาเม้มริมฝีปากแน่น...ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างเครียดๆ ความหวาดกลัวแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนลอยขึ้นมาจุกแน่นอยู่ที่อก...ใจเต้นผิดจังหวะ...ตัวทั้งตัวสั่นระริกอย่างยากจะควบคุม...

 

ไม่ต้องรีบหรอก...เธอคงอยู่ทันไปดูศพหมอนั่น...ถ้าส่งตัวผู้ให้คำใบ้มาให้ฉัน..

 

   ราล์ฟเฟ...นายอย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ...

 

หญิงสาวกัดฟันข่มอารมณ์  นัยน์ตาสีชาอ่อนค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลืองดุดันเหมือนตาสัตว์ป่า...เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ  ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีศัตรูที่บังอาจเข้ามาท้าทาย

 

  การต่อสู้แย่งตัวผู้ให้คำใบ้ ได้เริ่มขึ้นแล้ว...

 

 

 

 

   สายฝนเทกระหน่ำ ดิ่งลงพื้นหญ้าสีเขียวทุกอณู...ใบไม้สีเขียวโบกสะบัดไม่รู้ทิศ เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำที่หลั่งไหลมาจากฟากฟ้าโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด...ผืนดินเปียกชุ่ม เจิ่งนองพื้นหญ้าสีเขียวที่พยายามยึดเหนี่ยวลำต้นน้อยๆ ด้วยรากเล็กๆของมัน

 

  บุรุษผู้หนึ่งยืนหยัดอย่างสง่าบนโขดหิน  จ้องมองร่างอีกร่างที่กำลังยืนหอบอยู่บนพื้นดินเบื้องล่าง...ดวงหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์  ทำให้ใครบางคนรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในใจ...

 

เขาไม่ได้อ่อนแอ  แต่ทำไม...

 

หมดมุขแล้วหรอ..สตอร์มเปรยเรียบๆ นัยน์ตาสีเงินคมกริบทอดมองลงไป หากแต่ไม่มีแววดูหมิ่นดูแคลนในสายตาเลยสักนิด

 

อย่าได้ใจไปหน่อยเลย..ชายหนุ่มอีกคนเปรย นัยน์ตาสีฟ้าเทาฉายชัดถึงรอยจริงจัง...เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก...

 

 กะอีแค่ถูกโจมตีแค่ครั้งสองครั้ง ทำไมร่างกายเขาถึงอ่อนยวบลงไปได้ขนาดนี้นะ..

 

เปล่าประโยชน์...สตอร์มหลุบตาลง ก่อนจะทำท่าเดินหนีไป ฉันให้โอกาสนาย...ดึงด้ายออกซะ แล้วกลับไปที่จุดเริ่มต้น...

 

  สิ้นเสียง  ชายหนุ่มหน้าทะเล้นถึงกับเค่นหัวเราะออกมาด้วยความขมขื่นใจ เขารู้ดีว่าสถานการณ์แบบนี้มันแย่ แต่จะให้คนที่รักศักดิ์ศรียิ่งชีพอย่างเขาหนีไปทั้งอย่างนี้ โดยที่เพิ่งเริ่มสู้กันไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเนี่ยหรอ..

 

  รู้ถึงไหน...อายถึงนั่น...

 

เสียใจด้วยนะ...แต่คนที่จะต้องกลับไป...ก็คือนายนั่นแหละ^^”

 

ฟึ่บ!

 

  ว่าแล้ว ร่างทั้งร่างก็หายวับไปกับตา...นั่นทำให้ร่างที่ยืนอยู่บนโขดหินผงะเล็กน้อย  ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ที่ไม่มีแม้แต่เงาของบุรุษอีกคน..

 

  หายไปไหน...?

 

ความคิดแรกทำให้สตอร์มขมวดคิ้ว คิดวิเคราะห์วิถีการโจมตีที่อาจโดนจู่โจมได้ทุกเมื่อ...

 

  ซุ่มโจมตี ...?

 

ความคิดที่สอง ทำให้นัยน์ตาสีเงินกวาดมองไปรอบๆ พยายามสแกนหาไอเวทย์ ธาตุไฟฟ้า...สายตาคู่นั้นเปรียบเสมือนนักล่าที่จ้องจะกินเหยื่อที่อ่อนแอกว่า...

 

  รึว่า...

 

บุรุษเรือนผมสีเงินยื่นแขนขึ้นเหนือหัว  ก่อนจะบังคับให้ไฟฟ้านับสิบลำแสง พุ่งตรงดิ่งไปทั่วทิศรอบตัว  ต้นไม้ใหญ่ถูกโค่นลงอย่างง่ายดาย...และสิ่งที่เห็นคือ ความว่างเปล่า...ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต...

 

  สตอร์มสบถด่าตัวเองในใจ แล้วส่ายหน้าอย่างปลงๆ กับแผนการอันร้ายกาจที่ โพรเทกเตอร์ตัวแสบแสดงให้เขาเห็น...

 

  เขาประเมินคนคนนี้ผิดไปจริงๆ......บทจะหนี...ก็หนีไปซะดื้อๆ

 

แต่ความจริง  โดนสูบพลังไปซะขนาดนั้น...ก็ไม่น่าจะมีแรงขยับแล้ว...แต่หมอนี่...กลับหนีได้โดยไม่ทิ้งร่องรอย...

 

นัยน์ตาสีเงินสั่นระริก  กระหายการต่อสู้ที่เขายังไม่ได้จริงจังนัก...และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ประมือกับคนคนนั้นอีกครั้ง...

 

  คราวหน้าฉันไม่ปล่อยนายแน่...ราล์ฟเฟ ครอส...โพรเทกเตอร์แห่งทรอนซีรา..

 

 

 

 

  ปวดหัว...

 

ความรู้สึกแรกแล่นปราดเข้ามา ทันทีที่รู้สึกตัว...

 

  หนาว...

 

สัมผัสจากอากาศรอบตัว ทำให้ต้องปรือตาขึ้นมาอย่างลำบาก...คำถามมากมายผุดขึ้นมาในใจ...และทันทีที่สติกลับมา...ก็ต้องถึงกับเบิกตาโพลงอย่างตกใจ

 

ที่นี่มันที่ไหนวะเนี่ย O[]o!!!!~

 

หิมะสีขาวโพลนปกคลุมหญ้าสีเขียว...มองไปทางไหนก็มีแต่หิมะ...หิมะ...หิมะ...อ๊ากกกกก !! อะไรกัน ! ใครพาชั้นมาทัวร์ขั้วโลกเหนือฟะ T^T

 

   ฉันตะเกียกตะกายดันร่างตัวเองที่นอนพิงต้นไม้ต้นหนึ่งอยู่  กวาดตามองรอบๆอย่างร้อนร้น...เกล็ดหิมะยังโปรยปรายลงมาทีละนิด...ทางไหนทิศเหนือ ทางไหนทิศใต้  ฉันยังไม่รู้เลย  TTOTT!

 

หลงของจริงแล้วทีนี้...ไอ้เจ้าไลอ้อนนั่นพาฉันเข้านาร์เนียหรอฟะ !

 

  ฮือๆๆๆ~ ทำไมต้องเกิดเรื่องแย่ๆแบบนี้ในชีวิตฉันด้วย T^T  ตอนแรกก็บันจี้จัมพ์ ตอนสองก็สะดุดรากไม้ สุดท้ายมาจบที่ โดนสิงโตคาบมาทิ้งไว้กลางดง(หิมะ) !

 

  ว่าแล้ว ฉันก็กวาดสายตาเหลือบสายชำเลืองขวา พยายามวิเคราะห์สถานที่ แต่ดูจากสภาพภูมิอากาศแล้ว...มันช่างต่างกับป่าดงดิบที่เคยหลงอย่างน่าตกใจ...

 

ฉันทรุดตัวลงนั่งเอนหลังพิงต้นไม้ตามเดิม...ชันเข่าขึ้นมากอดไว้แน่น...ความกลัวเริ่มเกาะกินหัวใจ...ริมฝีปากแห้งผากจนแตกซิบเป็นหยดเลือด ส่งกลิ่นคาวเล็กน้อย...ตัวทั้งตัวเริ่มสั่นสะท้านด้วยความหนาวอย่างควบคุมไม่ได้...ความโดดเดี่ยวแล่นวาบเข้ามาในความรู้สึก...สิ่งที่ฉันควรเคยชินกับมันตั้งนานแล้ว...ฉันที่อยู่คนเดียวมาตลอด...

 

  ความทรงจำร้ายๆแล่นวาบมาพร้อมกับความรู้สึกที่ว่างเปล่า...รู้สึกถึงน้ำอุ่นๆที่ที่ไหลผ่านแก้มไปช้าๆ...กลัว...ฉันกำลังกลัวมากๆ...ไม่เคยรู้มาก่อนเลย...ว่าตัวเองจะอ่อนแอแบบนี้...

 

  ...ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่...

 

ฉันยังคงอยู่ในท่าเดิม...หัวใจเหมือนถูกแช่แข็งไปกับหิมะ...สมองขาวโพลนเหมือนน้ำแข็งที่เริ่มเกาะตามลำตัวและใบหน้า..

 

...ได้โปรด...ใครก็ได้...

 

  ความหวังอันน้อยนิด...เหมือนหวังจะเห็นแสงตะเกียงที่ปลายทาง...มันช่างดูริบหรี่เหลือเกิน..

 

ชาร์ลีน..เสียงห้าวดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท..

 

  ฉันลืมตาขึ้น แล้วไล่สายตาไปทางต้นเสียง ด้วยสายตาที่พร่ามัว..

 

...ใครกันนะ...ภาพตรงหน้า...ดูคุ้นจัง..

 

ทำไมมาอยู่ที่นี่..

 

...

 

  เขากำลังพูดกับฉันหรอ...เขามาช่วยฉันใช่มั้ย..

 

ช่วย...ด้วย..

 

  เสียงที่ถูกเปล่งออกมา...มันทั้งแหบพร่าและน่ากลัว...นั่นเสียงฉันหรอ...

 

ภาพสุดท้าย...คือร่างหนานั่นพุ่งตรงเข้ามา ถอดเสื้อคลุมตัวนอกของเขามาวางทับร่างฉันไว้...แล้วบรรจงช้อนร่างฉันขึ้นมาแนบอก...วินาทีนั้น ราวกับความอบอุ่นถูกถ่ายเทแทรกซึมเข้ามาในร่าง...กล้ามเนื้อทุกส่วนคลายตัวลง ...ฉันขยับตัวซุกเข้าไปในอ้อมกอดอบอุ่นนั่น...

 

   แล้วฉันก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย..

 

 

 

 

Writer: ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงตอนนี้นะคะ ~^^

 

อ๊ะๆ ก่อนจะพลิกหน้าถัดไป อย่าลืมเม้นให้ด้วยน๊า

 

*ขอบคุณมากค่ะ _ _

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #1845 dear jung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 20:48
    ไทลินอล?! มี500ต่อหลังมั้ย!!!
    #1,845
    0
  2. #1767 Me_MoZa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 11:51
    สนุกมากค่ะ!!! ><
    #1,767
    0
  3. #1670 cake01 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มกราคม 2555 / 12:29
    ใครอ่ะ  ทรอนซ์หรือแพทริกหว่าที่มาช่วย
    #1,670
    0
  4. #1620 หญิงมุก (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 23:24
    ใครอ่ะ
    #1,620
    0
  5. #1540 SheetahG (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 06:00
     หิโถ่ ราล์ฟจ๋าาา ไอดึงด้าย กับ หนีไปเนี่ย มันไม่ค่อยต่างกันเลยเน้อออ
    #1,540
    0
  6. #1500 MinZ@ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 21:55
    ใครหว่า
    #1,500
    0
  7. #1478 BigGest-Dino (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2554 / 11:40
    อยากไปเขย่งจูบผู้ชายได้อย่างแม่กบนั่นบ้างอ่า า าา า ...


    ปล. ตัวเองเขียนฉากแฟนตาซีเก่งจัง ชอบๆ
    #1,478
    0
  8. #1443 SheetahG (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 07:52
    ใคร คร๊ายยยย
    #1,443
    0
  9. #1390 $ ..... $ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2554 / 19:09
     ผู้ใดกันที่มาช่วย
    #1,390
    0
  10. #1344 lovelyGirl_P (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 19:28
    ใคร !!!
    #1,344
    0
  11. #1285 [P]a[t] (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 21:35
    ใครอ่ะ ใคร!!!
    #1,285
    0
  12. #1244 •Zol2iäc• (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:32
    เเพทริก???
    #1,244
    0
  13. #1173 ปาท๋องโก๋กะนมข้น (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 22:43

    บอกได้คำเดียวสนุกๆๆๆๆๆ ^ ^

    #1,173
    0
  14. #1109 yunijung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2553 / 08:31
    แล้วสิงโตล่ะ
    #1,109
    0
  15. #1066 Parn_SeoRoRo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 เมษายน 2553 / 18:53
    อ่านไปก็หัวเราะนางเอกไป

    ทรอนซ์ น่าร๊ากกกกกกกกกกก
    #1,066
    0
  16. #1049 **ฟรุ๊ตตี้=[[f]inzO (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มีนาคม 2553 / 15:32

    สนุกได้อีก!!!
    ทุกๆ5นาที 10ชั่วโมง
    ทรอนซ์นายทนทานมากจ้า

    #1,049
    0
  17. #1016 ~?Lotion!~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2552 / 14:29
    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,016
    0
  18. #933 Chii_Elda (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2552 / 22:33
    ว้าย ๆ  ชอบอะ ธาตุไฟฟ้า

    ไม่ได้ชอบราฟนะ  แต่อยากได้พลังไฟฟ้า
    #933
    0
  19. #854 Rainny สายน้ำแห่งความสุข (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 17:25

    คืนชีพต่อแล้วค่ะ หลังจากที่ห่างหายไปนาน ด้วยความที่มีงานเยอะ

    แต่วันนี้ รร.ถูกสั่งปิดเนื่องด้วยมีคนใน รร. เป็น หวัด 2009 หึหึ =_+

    เราเลยมีเวลาว่างงงงง ( แล้วการบ้านที่กองสุมหัวมันเรียกว่า ??) กลับมาอ่านต่อ

    สนุกดีค่ะตอนนี้

    วิธีชาร์จช่าง .... > / / / <  อยากให้ทรอนซ์มาชาร์จให้บ้างงงงง อิอิอิ

    #854
    0
  20. #581 Oshimasakura (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2552 / 16:50
    อยากเป็นนางเอ๊กนางเอกจังค่า ไม่แต่งแล้วนิยายตัวเอง อ่านของคนอื่นอย่างเดียวเลย อิอิ ส่วนนิยายตัวเอง โยนให้น้องถุงดำคาบไปแทะเล่นซะ
    #581
    0
  21. #580 AppleCyder (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 / 21:30

    จูบแล้วๆๆๆๆๆๆ

    ว่าแต่รุนแรงขนาดไหนเนี่ย

    ปากถึงได้แตกเลย +O+????

    ...ว่าแต่พระเอกงอนซะแล้ว...

    นางเอกจะง้อยังไงล่ะเนี่ย..

    #580
    0
  22. #579 กระต่ายchugar (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 / 12:30
    ชาร์จโดยการจูบจริงๆด้วย อ่านแล้วก็เขิน >////< (<< อินได้ทุกเรื่อง)
    แหะๆ ชอบเวลาชาร์ลีนกับทรอนคุยกัน น่ารักดีอ่ะ
    ชาร์ลีนไม่น่าปัดยาทิ้งเลยทรอนเลยน้อยใจ งอลเช้งแล้ว -3-
    อุตส่าห์ทำยาให้กินจนไม่ได้หลับทั้งคืน
    #579
    0
  23. #578 Shubu" (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 / 06:12
    ^^
    sanook
    แต่งต่อด่วน
    วัยรุ่นเซงนะเนี่ย
    #578
    0
  24. #577 ~panhoo32~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2552 / 13:32
    55555555555+

    อายไหมนั่น...

    ด่าเป็นชุดเลยอ่ะ
    #577
    0
  25. #576 ผู้พัดผ่านในความมืด (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2552 / 12:38

    นางเอกเรานี่เป็นโรคฝังใจรึเปล่เนี่ย  รู้สึกจะหลอนกับน้ำศิลาเวทย์มากเลยนะเนี่ย กร๊ากกกกๆๆๆ

    แพทริกซ์ของเราอยู่ไหน คิดถึงที่รัก แต่อย่างน้อยก็ยังมีราล์ฟ ^^

    #576
    0