The Devil Princess's Protector ..ภรรยาของผมเป็นปีศาจ

ตอนที่ 72 : V.2 Chapter [70] ภัยร้ายที่คืบคลาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    11 ธ.ค. 60

[70]

 

 

            ความทรงจำครั้งสุดท้ายเกี่ยวกับวิหารเทพไครัส คือแสงสีเหลืองนวลที่โอบล้อมข้าเอาไว้ ความรู้สึกอุ่นวาบลามเลียไปทั่วทั้งตัว กระทั่งความอบอุ่นหายวับไป แทนที่ด้วยความหนาวเย็นยะเยือกซึมแทรกเข้าผิวกาย

           

            ที่แท้ การเกิดเป็นงูขาวก็ไม่ได้ทำให้ข้าลืมอดีตชาติตนเอง ยังมีความรู้สึกนึกคิดได้เหมือนแต่ก่อน แล้วร่างนี้มันทำอะไรได้บ้างนะ ?

 

            ข้าจ้องมองไปรอบ ๆ ทั่วทุกมุมมีแต่สีขาว กับแสงสว่างรำไรจากด้านบน จึงตัดสินใจพุ่งขึ้นไป

            พรึ่บ !

            ลองอยู่สองสามหน ในที่สุดกลิ่นไอเย็นก็พัดแทรกเข้ามา ภาพทุกอย่างแจ่มชัดกระจ่างตามากยิ่งขึ้น เมื่อครู่คือกองหิมะที่คลุมทับร่างข้าไว้ และเมื่อมุดขึ้นมาได้ ข้าก็เห็นเงาต้นไม้สองสามต้น กับคนสองคนที่กำลังถือถาดรองแก้วเอาไว้ในมือ ทว่าที่น่าสะดุดตาก็คือ การแต่งกายของพวกนาง

            ข้ารับใช้หลวงแห่งโซลิเซียร์ !

 

            “ไม่รู้ทำไม ราชินีถึงมีรับสั่งให้ฮีลเลอร์มาเข้าเฝ้าเนอะ”

            “นั่นสิ มากันทั้งแคว้นเลยมั้งเนี่ย”

            “ต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ ๆ ฉันไปถามพวกตำหนักด้านใน ไม่มีพวกนางข้าหลวงได้เข้าไปส่วนหวงห้ามเลยนะ !

            “อืม แปลกจริง ปีกว่าแล้วเนอะ ตั้งแต่เจ้าชายกับพระชายาหายตัวไป เฮ้อ ฉันไม่ชอบบรรยากาศตอนนี้เลย

 

            พวกนางเดินย่ำหิมะ โดยมีรองเท้าบูทคลุมถึงส่วนหัวเข่า ความหนาวเย็นและหิมะจึงไม่ทำให้ลำบากมากนัก

           

            “กริ๊ดดดด !

            “อะไร !

            “งงู !!

 

            ข้าตกใจกับเสียงกรีดร้องดังลั่น พวกนางกำลังกลัวข้านี่เอง

 

            “เกิดอะไรขึ้น !” มีนายทหารคนนึงวิ่งมาทันที นิ้วชี้ของแม่นางคนหนึ่งก็พุ่งตรงมายังข้า

 

            “มีงูน่ะสิ !

 

            “ไหนกัน…?

           

            ข้าได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายดังลั่นจากด้านบน ดีที่ข้าไวพอที่จะมุดกลับเข้าไปในหิมะ และโชคดีที่ลำตัวของข้าเป็นสีขาว กลมกลืนกับพื้นสีขาวโพลนเป็นที่สุด

 

            มุด ๆๆ

            ข้าพยายามแซะฝ่ากองหิมะเหล่านั้น ดีที่อดีตชาติก่อนหน้าเคยเกิดเป็นปีศาจงูขาวมาก่อน ข้าคุ้นชินกับการเคลื่อนไหวแบบนี้ เบี่ยงซ้ายสลับขวา แถมสายตาในความมืดก็ดีกว่าเวลาที่มีแสงจ้าเสียอีก

 

            ช่างดีจริง ๆ

            ข้าไม่รู้ว่าตนเองกำลังทำสีหน้าเช่นไร แต่หากงูขาวแสดงออกได้ ข้าคงกำลังยิ้มน้อย ๆ อยู่ล่ะมั้ง

           

            ฟึ่บ !

            ข้าโผล่ขึ้นหาอากาศเบื้องบนอีกครั้ง โชคดีที่ไม่เจอผู้ใช้เวทคนไหนอีก ยิ่งในละแวกสิบเมตรนี้ยังไม่มีแรงสั่นสะเทือนบนพื้นดิน แสดงว่าปลอดภัย

            เมื่อเหลือบซ้ายแลขวา ก็พบประตูไม้สีขาวบานใหญ่ ข้าจำไม่ได้ว่ามันคือที่ใดกันในคฤหาสน์โซลิเซียร์ หรือบางที ความทรงจำของข้าอาจจะลบเลือนบ้างไปแล้วก็เป็นได้

           

            บานประตูนั่นแง้มเปิดน้อย ๆ เมื่อถูกลมหนาวกระแทกเบา ๆ คล้ายเป็นคำเชื้อเชิญสำหรับข้า

            ดีล่ะ...

            ข้าไม่ลังเลที่จะเคลื่อนเข้าไปยังช่องเล็ก ๆ นั่น พาตัวเองเข้าไปหาที่อบอุ่น อย่างน้อยในคฤหาสน์ก็มีไฟเวทประดับ แม้ลำตัวของข้าจะมีเกล็ดปกคลุม แต่ทว่าเมื่อไม่มีพลังปีศาจ ข้าไม่สามารถทำให้ตนเองอบอุ่นได้อีก

 

            มีไฟเวทประดับอยู่มุมห้อง ถัดไปนั้นเป็นตู้ชั้นวางหนังสือ ข้าเลือกที่จะเข้าไปหลบอยู่ในมุมมืดนั่นทันที

 

            ครืด ~

            บานประตูไม้ถูกผลักให้เปิดออก คราวนี้มีคนในชุดคลุมสีดำ สวมหมวกฮูทปิดทับใบหน้าไว้เดินเข้ามาอย่างช้า ๆ เขามีรูปร่างสูงใหญ่ หนวดเคราประปรายประดับบนใบหน้า จากมุมนี้ข้าเห็นเพียงครึ่งใบหน้าด้านล่างเท่านั้น    

           

            ตึกๆ ตึก ๆ

            ข้ารับรู้ถึงเสียงหัวใจตนเอง สัญชาตญาณของสัตว์ป่ากำลังตื่นตัวเต็มที่

           

            เขาคนนั้นยืนหยุดที่เดิม เหลียวซ้ายแลขวา ดูไม่เร่งรีบอะไร

            ข้าอยากเข้าไปใกล้อีกนิด บางที อาจจะเห็นใบหน้าภายใต้ฮูทนั่นแต่ข้าในตอนนี้นั้นอ่อนแอยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ไม่มีพลัง แม้แต่จะพูดยังทำไม่ได้ ดังนั้นข้าตั้งใจว่าจะรอดูไปก่อน

 

            “คิคิคิ” เสียงพูดคุยหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากด้านหลังประตูบานเดิม คนในเสื้อคลุมเหลียวไปมองด้านหลัง ก่อนจะเลือกเดินเลี้ยวไปฝั่งซ้าย

 

            ไม่อยากให้ใครเห็นหรือ งั้นแปลว่าแอบย่องเข้ามาโดยพละการ ?

 

            “องค์ชายน้อยกำลังน่ารักเชียวล่ะ แค่ขวบเดียวก็สามารถพูดได้สองสามคำแล้ว !

            “หืมม อยากเห็นแล้วล่ะ ! ดีที่วันนี้งานฉันเสร็จเร็ว จะได้มาช่วยทางนี้อีกแรง !

            “อื้อ พวกเรามาช่วยกันเตรียมอาหาร จากนั้นค่อยแวะไปเปลี่ยนหน้าที่กับราเชลละกัน”

            “ดี !

 

            พวกนางข้าหลวงเมื่อครู่นี่เอง ที่แท้นางทำงานในตำหนักนี้หรือ ?

            มีคนแอบเข้ามา พวกเจ้ารีบไปดูเถอะ

            ข้าเอ่ยปากอย่างลืมตัว เสียงที่ออกจึงเป็นแค่เสียงฟ่อเบา ๆ เท่านั้น

 

            เฮ้อ…’

 

            พวกนางไม่ได้ยินเสียงนั้น ไม่ได้ยินคำเตือนของข้า เมื่อคุยเออออกันเสร็จสรรพก็เดินเลี้ยวไปอีกทางทันที

 

            ว่าแต่ที่พวกนางพูดถึงคือใครกัน ? โซลิเซียร์มีองค์ชายน้อยเมื่อไหร่ ? เจ้าชายอีกองค์หรือ ?

            ทันใดนั้น เสมือนมีคลื่นน้ำกระแทกเข้ามาในใจ ภาพเหตุการณ์หนึ่งฉายวาบขึ้นมาในหัว แสงสีทองอร่ามฉาบบนผืนน้ำทารกน้อยผู้กำเนิดในสายน้ำ

           

บ้าจริง ! เกิดเป็นงูแล้วทำไมความคิดช้าเยี่ยงนี้ ! องค์ชายผู้นั้นคือลูกของข้าเอง !

 

            ข้าเลิกหลบอยู่ตามมุมมืด เร่งรุดไปยังห้องทางฝั่งซ้ายมือ ที่ที่ชายสวมชุดคลุมผู้น่าสงสัยนั้นเข้าไป พื้นไม้ถูกขัดจนวาววับ ทำให้ข้าสามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก

 

            โชคดีที่คฤหาสน์หลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตมากมายนัก โถงทางเดินอันประดับไปด้วยเครื่องเรือนไม้และแจกันทรงสวย ทอดยาวจนไปสุดที่บานประตูไม้บานหนึ่ง

           

            มีแรงสั่นสะเทือนของพื้นไม้ในห้องนั้น

           

            กรร

            เสียงคำรามเบา ๆ ของสัตว์ป่า

            ข้าใจหายวาบ เมื่อเลื้อยผ่านช่องแคบ ๆ ของประตู แล้วเห็นเหตุการณ์ในห้องนั้นชัดเจน !

           

            ร่างเด็กทารกวัยขวบกว่า กำลังถูกตรึงไว้ด้วยกรงเล็บขนาดใหญ่กว่าใบหน้าของเขาสองเท่า !

            ชายผู้ไม่เผยตัวตนนั้นถอดฮูทออก เผยให้เห็นนัยน์ตาสีเหลืองเงาวับดูดุดันและเหี้ยมโหด กรอบหน้าล้อมด้วยขนสีน้ำตาล มุมปากมีเขี้ยวแหลมคมโผล่ออกมาให้เห็น

            ไม่ใช่ผู้ใช้เวทเขาคือเผ่าหมาป่า !

            ข้าจำเขาได้ในวินาทีนั้นเองเวสเทิร์น !

 

            ‘ปล่อยลูกข้านะ !!’ ข้าพุ่งตัวเข้าใส่ร่างเขาเต็มที่ พร้อมง้างปากขึ้นสุด และเจาะผิวหนังของเขาที่ลำคอทันที

           

            “อ๊าก !! เขาปล่อยร่างทารกน้อยไว้บนเบาะตามเดิม ข้าหันขวับไปมองเด็กคนนั้น ซึ่งไม่ยอมร้องสักแอะ แต่เขายังเคลื่อนไหวโดนโบกมือไปมา และขยับขาทั้งสองข้างได้ แบบนั้นไม่น่ามีปัญหาสินะ

 

            “นังงูพิษ !เวสเทิร์นสบถอย่างเดือดดาล กรงเล็บหดกลับไปเป็นมือหนา ที่กดแผลบนลำคออันโชกเลือดของตนเองไว้

 

            มันไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น คราวนี้กรงเล็บนั่นหมายมาดเอาชีวิตข้าแทน

           

            ข้ารุดหนีโดยมุดลอดโต๊ะเล็ก แต่เขาก็ทุบมันทิ้งอย่างง่ายดาย เมื่อแทรกตัวเข้าไปหลบใต้ตู้เสื้อผ้า ก็ถูกกรงเล็บสัตว์ป่าเจาะทะลวง และโยนมันไปอีกทาง

 

            ข้าไร้ทางหลบหนี ได้แต่ส่งเสียงขู่ แต่เมื่อครู่ที่ผ่านบานกระจก เห็นตัวเองแล้วต้องสลดใจ ลำตัวเรียวยาว เกล็ดสีขาวมันวาว ไม่ได้ทำให้ข้าดูน่ากลัวเลยสักนิด

            เวสเทิร์นคำรามในลำคอ อาจจะไม่อยากยุ่งกับข้าในตอนนี้แล้วก็เป็นได้ แต่มันกลับหันขวับไปยังเบาะ ที่มีเด็กทารกน้อยนอนแผ่ในนั้นแทน

 

            “หึ แกโชคดีที่ข้าต้องฆ่าเด็กนั่นก่อน ไม่งั้นแกตายแน่” มันตวัดสายตามองข้าอย่างเคียดแค้น นัยน์ตาดุร้ายของสัตว์ป่านั้นแดงก่ำทั้งสองข้างแสดงถึงความเกรี้ยวกราด ก่อนจะง้างกรงเล็บขึ้นสุด

 

            ‘ไม่ !!!’ ข้าพุ่งตัวเข้าไป หมายจะกัดฝ่ามือของมัน

 

            ฉึก

 

            “กริ๊ดดดดดดดด !!” เสียงหวีดร้องดังขึ้นจากด้านข้าง นางข้าหลวงสองคนนั้นมาแล้ว พวกนางกวาดตามองความเละเทะในห้อง ก่อนที่คนในคนหนึ่งจะวิ่งมาอุ้มทารกน้อยไปกอดไว้

 

            อย่าให้เขาเป็นอันตราย…’ ข้ารู้สึกง่วงงันขึ้นมาทันใด สติสัมปัชชัญญะลดเหลือน้อยลงทุกที

 

            แล้วข้าก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย

 

 

 

            นี่คือความฝันหรือเปล่า…?

 

            แสงสว่างสีขาวที่ล้อมรอบกาย กลิ่นอายของสมุนไพรจาง ๆ คล้ายว่าลอยมาจากที่ไกล เสียงของใครบางคนที่กระซิบเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

            อันเซียร์ตื่นสิลูก…’

 

            ความว่างเปล่านี้ทำให้จิตใจรู้สึกสงบ แม้จะมีเสียงพูด หรือเสียงร่ำไห้ดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะ แต่ไม่นานมานี้ เริ่มมีภาพบางอย่างเข้ามา แต่งแต้มภาพสีขาวให้มีสีสัน

 

            สีเหลืองอ่อน...กลมโตดวงจันทร์ ?

 

            ผมนอนเอนกาย จ้องมองสิ่งที่อยู่บนท้องฟ้า มันลอยนิ่งอยู่อย่างนั้น ภาพสีเริ่มแทรกซึมเข้ามา รายละเอียดของท้องฟ้า หมู่ดาว ช่างเป็นค่ำคืนที่เงียบสงบเสียจริง

            ถัดจากภาพ ก็เป็นสัมผัสถึงผืนหญ้าอันอุ่นนุ่ม ไอร้อนจากผืนดินช่วยบรรเทาอากาศหนาวเย็นยามกลางคืนได้เป็นอย่างดี

            แต่ทำไมถึงเศร้าจังนะ

           

            ผมเลื่อนมือขึ้นมาสัมผัสข้างแก้ม มีหยดน้ำติดอยู่ที่หางตา ผมกำลังร้องไห้ ?

            นอนดูดวงจันทร์แล้วร้องไห้เนี่ยนะ ไม่เหมาะจะเป็นนายซะหน่อยอันเซียร์

            ผมส่ายหน้าให้กับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะยันกายลุกขึ้นนั่ง แต่แล้วกลับมีภาพเหตุการณ์มากมายไหลเทเข้ามาในหัว

 

            นี่คือฝันสินะ

            ผมก้มมองมือทั้งสองข้างของตัวเอง

            แค่ฝันใช่ไหม

            ซินเธียที่นอนแผ่อยู่บนโขดหินอย่างไร้พลัง ข้างกายนางมีน้ำตกและธารน้ำ แวมไพร์ชั่ว สายอัสนีบาตร พรากชีวิตนางไปแล้ว

 

            “ร้อยเท่าพันเท่า” ผมพึมพำคำนี้ออกมาอย่างลืมตัว และไม่รู้ว่าตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งนี้นานแค่ไหน

           

            ซินเธียฉันชดใช้ทุกสิ่งทุกอย่างให้เธอจนหมดแล้ว แล้วทำไม ความเจ็บปวดนี้ยังไม่หายไปเสียที วิญญาณของฉันควรจะสลายไปแล้วไม่ใช่หรือทำไมยังคงต้องทนทุกข์กับการสูญเสียเธอไปแบบนี้

 

            ซินเธียเธออยู่ที่ไหนกันนะ ?

            เมื่อรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เผชิญตรงหน้าไม่ใช่โลกแห่งความจริง ผมจึงหลุบตาลง เสียงในความคิดดังขึ้นชัดเจนในหัว

 

            เมื่อลืมตาขึ้นมา สถานที่ตรงหน้าก็แปรเปลี่ยนไป

            ห้องทรงสี่เหลี่ยม ที่มีพื้นไม้ และเครื่องประดับที่ทำจากไม้ แม้จะแน่ใจถึงแปดเก้าส่วนว่านี่คือส่วนหนึ่งในคฤหาสน์โซลิเซียร์ แต่ก็ไม่เคยเห็นห้องแบบนี้มาก่อน ท่านแม่อาจจะเพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่

 

            ผมเดินเข้าไป ใกล้กับเบาะเปลที่แกว่งไกวเบา ๆ ด้วยพลังเวท ในนั้นมีเด็กทารกตัวน้อยกำลังหลับตาพริ้ม

            เขาโตขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก

            แต่ก่อนที่ว่า ไม่รู้ว่านานแค่ไหนเหมือนกัน

 

            ถ้าหากภาพตรงหน้าเป็นสถานที่จริง ในคฤหาสน์โซลิเซียร์แล้วล่ะก็ ผมคงเป็นดวงจิต ที่ไม่ยอมกลับคืนร่างเสียที

 

            กึก

            เสียงประตูไม้เลื่อนเปิดออกช้า ๆ ชายผู้หนึ่งเดินเข้ามาในห้อง

 

            ผมเบิกตากว้าง เมื่อเห็นชัดว่าเขาคือใคร !

            เวสเทิร์น !

            มันมาทำอะไรที่นี่ หรือว่า…?!

 

            ผมเสกเกราะออกมาคลุมเบาะทารกเอาไว้ ทว่ามันกลับไร้ผล พลังของผมใช้การณ์ไม่ได้ตอนนี้

 

            บ้าที่สุด !

             

            อมนุษย์ตนนั้นไม่แม้แต่จะชำเลืองมองมา งั้นแสดงว่ามันไม่เห็นว่าผมยืนอยู่ตรงนี้งั้นหรือ ?

           

            มันแสยะยิ้ม ค่อย ๆ ถอดชุดคลุมออก แล้วเรียกกรงเล็บออกมา

 

            “อย่า !” ผมวิ่งเข้ามายืนบัง แต่กรงเล็บของมันพุ่งแทรกกลางลำตัว และจับร่างทารกตรึงไว้บนอากาศอย่างง่ายดาย

            ผมเบิกตากว้าง เหลือบมองจ้องไปยังนัยน์ตาสีม่วงอ่อนที่แง้มเปิดเล็กน้อย เขาไม่ส่งเสียงร้อง ทว่ากลับจ้องมองมา…ที่ผม ?

            เขามองเห็นอย่างนั้นหรือ ?

 

            “อ๊าก !!เวสเทิร์นส่งเสียงร้องลั่น ก่อนปล่อยจากร่างทารก “นังงูพิษ ! มันสบถด่า นัยน์ตาแดงก่ำดุดันจับจ้องไปยังที่ที่หนึ่ง

 

            ผมมองตามสายตาเขาไป

           

            งูสีขาวเลื้อยหลบการโจมตีของอสูรกาย เมื่อเทียบกับขนาดร่างแล้ว ดูยังไงมันคงหนีไม่พ้นกรงเล็บแหลมคมที่ตามราวีไม่ปล่อย เวสเทิร์นทำลายข้าวของจนเละกระจัดกระจายเพียงเพื่อตามจัดการกับมัน

 

            “หึ แกโชคดีที่ข้าต้องฆ่าเด็กนั่นก่อน ไม่งั้นแกตายแน่” แต่เมื่อตามจับถึงตัวงูขาวนั่นไม่ได้ เวสเทิร์นจึงพูดคาดโทษ ก่อนจะลงมือทำเรื่องชั่วอีกครั้ง…!

 

            “กริ๊ดดดดดดดด !!” เสียงกรีดร้องของนางข้าหลวงดังขึ้นจากอีกด้าน อาคีราห์ปลอดภัย เวสเทิร์นค่อย ๆ ล้มลง งูขาวตนนั้นถูกสะบัดทิ้ง นอนแน่นิ่งอยู่ไม่ห่าง 

       

 

           

            ในห้องสีขาว มีแสงสว่างรอบมุมห้องอันเกิดจากไฟเวท และแสงจากพลังรักษาที่ถ่ายเทสู่ร่างที่นอนแน่นิ่งมานามแรมปี เริ่มมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น

 

            “ในที่สุด” ผู้ใช้เวทรักษาพลันค่อย ๆ ลืมตาอย่างแช่มช้า ใบหน้าอิดโรยเหล่านั้นฉายรอยยินดียิ่ง

 

            ไฟเวทแห่งการรักษาค่อย ๆ ดับลง

 

            “รีบไปตามราชินีมาที่นี่ เร็วเข้า !

 

            “เจ้าค่ะ !

 

            คณะฮีลเลอร์จากทั่วทั้งแคปริคอร์น ต่างมองไปยังจุดรวมความสนใจแห่งเดียวของพวกเขา ทุกคนสัมผัสได้ถึงคลื่นพลัง กลิ่นไอพลังของผู้ใช้เวทธาตุน้ำบริสุทธิ์เข้มข้น ลอยกรุ่นในอากาศที่ใช้หายใจทุกขณะ

 

 

 

            Writer : ตอนแรกจะเขียนฉากหลังนี้คล้ายเบลล่าที่ตื่นเป็นแวมไพร์ ในแวมไพร์ทไวไลต์ แต่ไม่ไหวจริง ๆ ขอข้ามละกัน อันเซียร์ดูสวยเกินไป - - ; // ตามๆๆ ตอนหน้านะคะ อิอิ // ตอนนี้บอกไม่ได้ว่าเหลืออีกกี่ตอนจบ คือไม่ได้คิดไว้ค่ะ ฮ่าา _ _ จนกว่าจะปิดเรื่องค่ะ ฮือ ~ //บาบิQ

 

           

           

              

           

           

           

 

           

           

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

779 ความคิดเห็น

  1. #718 Sakura-swewt (@Sakura-swewt) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 20:53
    สงสาร รอนะค่ะสนุก
    #718
    1
  2. #717 Oulayvanh Sixiegmay (@storym) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 19:51
    สู้ๆๆๆคร่าาาาสนุกมาก
    #717
    1
    • #717-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 72)
      7 มกราคม 2561 / 15:54
      ขอบคุณนะคะ ที่มาเม้นให้
      #717-1
  3. #716 sarae2 (@Sarae) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 06:15
    ไรท์รีบมาต่อนะค่ะ รออยู่น้าาา
    #716
    1
    • #716-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 72)
      7 มกราคม 2561 / 15:54
      ขอบคุณสำหรับเม้นนะคะ
      #716-1
  4. #715 Larwan (@Larwan) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 01:17
    ฮือ.... ซินเธีย น่าสงสาร
    #715
    1
    • #715-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 72)
      7 มกราคม 2561 / 15:54
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
      #715-1
  5. #714 honey_jackjin (@Kk_Jk) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 00:04
    งื้อออ สงสารซินเธีย
    #714
    1
  6. #712 ~Wazabi-Girl~ (@wazabi-girl) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 22:51
    สู้ๆ ค่ะไรท์
    ชั้นมารออันเซียร์ที่วังทุกวันเลยนะ
    #712
    1