The Devil Princess's Protector ..ภรรยาของผมเป็นปีศาจ

ตอนที่ 71 : V.2 Chapter [69] สู่อิสรภาพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 510
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    11 ธ.ค. 60

[69]

 


ภายในคฤหาสน์โซลิเซียร์ เกิดความโกลาหลขึ้นอีกครั้ง เมื่อราชินีแห่งโซลิเซียร์ออกคำสั่งเรียกผู้ใช้เวทตำแหน่งฮีลเลอร์ทั่วราชอาณาจักรรวมถึงสถาบันครอส อะคาเดมี จากแคปริคอร์น มารวมตัวกันมากที่สุดในประวัติกาล

 

เป็นวันที่หิมะทั่วราชอาณาจักรละลายลงบ้างแล้ว แทบไม่มีก้อนน้ำแข็งเกาะตามทางเดิน เสียงฝีเท้าที่กำลังก้าวเร็วนั้น ต่างมุ่งตรงไปยังห้องโถงของอาคารรักษา

 

ประตูไม้สีขาวสลักลายถูกผลักออก สีหน้ากังวลของราชินีแห่งโซลิเซียร์ค่อยมีรอยยิ้มจางให้เห็น แม้ว่าสายตาคู่นั้นมิได้ฉายรอยยินดีเลยแม้แต่น้อย

 

"เราดีใจที่พวกท่านมาตามคำขอ"

"ทูลฝ่าบาทพวกเราคณะฮีลเลอร์พร้อมรับใช้ฝ่าบาททุกเมื่อว่าแต่เหตุใดฮีลเลอร์อันดับหนึ่งในโลกผู้ใช้เวทเช่นท่าน จึงเรียกฮีลเลอร์จากทั่วราชอาณาจักรมาเช่นนี้ ? เกิดเหตุอะไรขึ้นหรือพะยะค่ะ ?"

 

อะความารีน โซลิเซียร์ กวาดสายตามองรอบห้องทั้งผู้คนในชุดคลุมที่เพิ่งเดินทางมาถึง รวมถึงบางคนที่รออยู่ก่อนแล้ว ต่างนิ่งเงียบและรอฟังคำชี้แจงพร้อมกัน

 

เกิดเสียงถอนหายใจขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน

"ก่อนอื่นเราอยากให้ทุกท่านช่วยเก็บเป็นความลับของราชวงศ์"

"ความลับของราชวงศ์ ?"

"ใช่…"

"ท่านอะความารีนเป็นผู้มีพระคุณแก่พวกเราชาวแคปริคอร์นยิ่งนัก...โปรดไว้ใจเถิด...พวกเราไม่มีทางแพร่งพรายเรื่องนี้ ข้าสาบานด้วยเกียรติของฮีลเลอร์"

 

"ถ้าเช่นนั้นเชิญทุกท่านทางนี้"

 

คณะผู้รักษาค่อย ทยอยเข้าสู่ห้องขนาดเล็กลง พวกเขาเดินผ่านกำแพงสีขาวที่ไม่มีหน้าต่างแม้เพียงสักบาน แสงสว่างในห้องล้วนเกิดจากไฟเวทสีแดงส้มที่ประดับอยู่ตามมุมห้อง

 

ส่วนบริเวณกึ่งกลางห้องทรงสี่เหลี่ยม ปรากฏเป็นร่างชายหนุ่มถูกคลุมด้วยผ้าสะอาดสีขาวหลายชั้น เหลือเพียงส่วนศีรษะและปลายขาเท่านั้น

เรือนผมสีเงินขยับไหวไปมาอย่างช้าๆ หากไม่สังเกตคงไม่อาจเห็นคลื่นพลังที่รายล้อมเขาไว้

 

ภาพตรงหน้าทำให้เหล่าผู้ใช้เวทอุทานในใจ

เจ้าชายอันเซียร์ โซลิเซียร์ ?

เหตุใดผู้ที่ลอยอยู่ในคลื่นพลังนั้นคือเจ้าชาย ?

หรือเขาก็คือความลับของราชวงศ์ ?

 

คณะผู้มาใหม่เพิ่งสังเกตุเห็นว่าภายในมุมห้องมีเหล่าผู้ใช้เวทจำนวนหนึ่ง กำลังนั่งเข้าฌานทำสมาธิรวบรวมพลังจิตและส่งทอดไปสู่ผู้ที่หลับใหลอยู่บริเวณกลางห้อง

 

"ไม่ทราบว่าเจ้าชายเป็นเช่นนี้มานานแล้วหรือไม่ ?" หนึ่งในคณะผู้มาเยือนเอ่ยถามอย่างอึ้งปนทึ่ง แม้มีการเคลื่อนไหวของคนมากมายที่ทยอยเข้ามา แต่ผู้รักษาเหล่านั้นกลับนั่งนิ่งไม่ขยับ สีหน้าของพวกเขานั้นดูซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง คาดว่าคงเสียพลังเวทไปไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นการรักษาก็คงไม่ได้คืบหน้า มีเพียงเรื่องเดียวที่นับว่าเป็นเรื่องดี ก็คือพวกเขายังสามารถเก็บสภาพร่างของเจ้าชายเอาไว้ได้สมบูรณ์แบบ

 

"เกือบจะครบหนึ่งปี...เจ้าชายไม่เคยตื่นลืมตาขึ้นมาเลย แม้ว่าจะทำพิธียื้อวิญญาณ ศาสตร์ขั้นสูงสุดของผู้รักษาและดูเหมือนว่าดวงจิตของเขาได้กลับคืนสู่ร่างแล้ว แต่เจ้าชายยังคงเป็นเช่นนี้"ผู้ใช้เวทผู้ถวายการรับใช้ข้างกายราชินีแห่งโซลิเซียร์มาโดยตลอด อาสาเป็นผู้ให้คำตอบแทน เนื่องจากนางรู้ดีว่าคำถามนั้นส่งผลกระทบเช่นไรต่อพระนาง

 

นัยน์ตาสีม่วงอเมธิสต์เริ่มมีหยดน้ำรื้นเต็มสองข้าง ปากบางเม้มเป็นเส้นตรง ยามจ้องมองไปยังดวงหน้าอันซีดเซียวของลูกชายสุดที่รัก

"วันนั้นอันเซียร์กลับมาพร้อมกับห่อผ้าในอ้อมกอด หลังจากที่เขาส่งมอบเด็กน้อยคนนั้น เขาก็หายไปจากโซลิเซียร์ เราส่งคนตามหาไปยังสถานที่ที่เจ้าหญิงเล่าให้ฟังว่าเป็นบ้านหลังสุดท้ายที่เขาใช้เวลาอยู่ร่วมกับพระชายาซินเธีย

เราเจอเขา คล้ายว่ากำลังหลับใหลอยู่ใต้เงาไม้ เมื่อตรวจสอบดูถึงได้รู้ว่าดวงจิตไม่ได้อยู่กับร่างแล้ว ดีที่ไปได้ทันเวลา ไม่นานจากนั้นเราสามารถยื้อดวงจิตให้กลับคืนร่างแล้วรีบนำร่างมาโซลิเซียร์ทันที"

 

"แปลกมากทีเดียว ทั้งเรื่องที่สามารถยื้อดวงจิตได้สำเร็จ และเรื่องที่ทำให้เจ้าชายหลับใหลมาอย่างยาวนานขนาดนี้"

 

ยังคงเป็นปริศนาของโลกผู้ใช้เวทต่อไป

 

...

 

 

วิหารเทพไครัส

 

ตำหนักของเทพการเกิดเต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด บรรยากาศของงานเลี้ยงรื่นเริงยังคงดำเนินต่อไป ที่เป็นเช่นนี้เพราะท่านเทพ ยินดีเป็นอย่างยิ่งต่อการกลับมาของเทพีจันทรา

 

เสียงหัวเราะร่วนดังสลับกับเสียงพูดคุยในวันนี้เจ้าของตำหนักแห่งนี้ได้อัญเชิญเหล่าเทพทุกองค์มาร่วมสังสรรค์ด้วยกัน

"เชิญเลย เชิญเลย มีทั้งอาหารอันเลิศรสและสุราหลากหลายชนิด พวกท่านสามารถเลือกหยิบได้ตามใจชอบ ฮ่าๆๆ"

 

เทพแห่งความตายถูกยัดแก้วไวน์มาถือไว้ในมือ ไม่รอให้เขาปฏิเสธ เทพการเกิดก็รินเครื่องดื่มรสองุ่นลงมาทันที

เห็นดังนั้น เทพความตายก็อดสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยถาม

"เดี๋ยวก่อนท่านเทพ...ไหนเล่า สุรารสเลิศที่ท่านประกาศให้ได้หยิบตามใจชอบ นี่คือผลไม้ไม่ใช่หรอกหรือ ?"

 

เทพการเกิดเลิกคิ้วเล็กน้อย

"นั่นเป็นเพราะท่านยังคงต้องทำงานตลอดเวลาไม่ใช่หรอกหรือ หากว่าต้องไปเก็บดวงวิญญาณตอนนี้จะทำเช่นไร ข้า...ทำแทนท่านไม่ได้หรอกนะ"

 

นัยน์ตาคมดุที่จับจ้องใบหน้าทะเล้นจึงเลื่อนมองเครื่องดื่มสีม่วงอ่อนในมือ ก่อนจะกระดกดื่มในรวดเดียว

 

"เหตุใดเทพีจันทราจึงไปนั่งอยู่ตรงนั้นผู้เดียว ? ไม่ใช่ว่าท่านจัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นเพื่อนางหรอกหรือ ?" อะควาเรียส เทพประจำราศีกุมภ์ เดินเข้ามาร่วมวงสนทนาพร้อมกับมองนำไปยังร่างของสตรีนางหนึ่ง

 

นางจงใจเดินเลี่ยงการพบประกับเหล่าเทพองค์อื่น ในตอนนี้ยังนั่งเอนกายพิงกับต้นไม้ต้นใหญ่ โดยหย่อนขาทั้งสองข้างแช่ลงในบ่อน้ำ เมื่อมีใครไปทักนางก็ไม่ตอบสนองใดใด

 

"ให้เวลานางอีกเดี๋ยว นางยังเจ็บช้ำเรื่องการตัดสินในวันนั้น"

 

เทพแห่งความตายครั้นนึกย้อนกลับไปยังอดีต กลับพบว่าทุกรายละเอียดถูกจดจำได้ทั้งหมด ถ้อยคำของอิกดราซิลเลียน คำวิงวอนขอร้องของเขา 

 

ได้โปรดมอบซินเธียคืนแก่ข้าซินเธียจะกลับคืนสู่สวรรค์ไม่ได้เด็ดขาดนางจะตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงต้นไม้อิกดราซิลจะไม่มีทางปล่อยเทพีจันทรา

 

เมื่อก้าวแรกที่เทพีจันทราเหยียบวิหารเทพไครัสแห่งนี้ หล่อนทรุดกายลง และหมดสติทันที

 

เวลานั้น เขาย้อนนึกได้ถึงสิ่งที่เทพแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ได้กล่าวไว้ ว่าต้นไม้สวรรค์จะไม่ปล่อยเทพีจันทรา นางจะถูกกลืนกินพลังจนหมดสิ้น

เทพแห่งการเกิด รวมถึงแคปริคอร์นัสแทบสิ้นหวังเมื่อได้ยินคำนั้น

แต่แล้วไม่นานพลังของต้นไม้กลับดับลง

 

...

..

.

1 ปีก่อนนั้น เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เหล่าเทพไม่มีวันลืม

 

ก้านกิ่งไม้เหี่ยวเฉา

กลีบใบ ที่ค่อย ร่วงโรย

ต้นอิกดราซิลที่เคยมีชีวิต กลับสูญสิ้นพลัง

 

และนั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าวิญญาณเทพต้นไม้สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ได้แตกสลายไปแล้ว

 

...อิกดราซิลเลียน ตายแล้ว...

 

ทั้งสรวงสวรรค์ต่างไว้อาลัย แก่การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้

 

 

“เจ้าจะนั่งเศร้าอยู่ตรงนี้ ไปจนถึงเมื่อไหร่กัน ?ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง แต่งกายเรียบง่ายแทบไม่มีเครื่องประดับ นอกจากดาบซึ่งเป็นอาวุธคู่กายของเทพดาวมังกร

 

คนถูกเรียกยังคงเหม่อมองไกลออกไป นัยน์ตาสีทับทิมแดงหม่นแสง ไม่เปล่งประกายสดใสเช่นวันคืนอันยาวนานที่ผ่านพ้นมา

หรืออันที่จริง ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา เทพีจันทราก็เป็นเช่นนี้มาตลอด

จากหญิงสาวบุคลิกร่าเริงและซุกซน เปลี่ยนเป็นเงียบขรึม เย็นชา คล้ายว่าไม่สนใจสิ่งใดอีก

นางไม่ได้ถามถึงวันตัดสิน และผลของการตัดสิน ในความทรงจำเมื่อหนึ่งปีก่อน แคปริคอร์นัสจดจำใบหน้าตื่นตระหนกของซินเธียได้ดี นางสะดุ้งกายขึ้นพร้อมหยดน้ำตามากมาย และเมื่อต้นไม้สวรรค์แห้งเหี่ยวและตายลง นางก็ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้เห็นอีก

 

ไม่ร้องไห้ทว่า ที่เป็นอยู่ กลับดูหนักหนาสาหัสยิ่งกว่า

 

“ซินเธียเทพการเกิดจัดงานฉลองให้เจ้าเป็นครั้งที่ร้อย แต่เจ้ากลับไม่เคยยิ้มให้เขาเห็นบ้างสักครั้งเขาเป็นห่วงเจ้ามากข้าก็เป็นห่วงเจ้ามากเช่นกัน” เทพดาวมังกรวางอาวุธลงข้างกาย ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งเคียงข้างหญิงสาว

 

เรือนผมสีแดงถูกถักเป็นเปียเดี่ยวอย่างเรียบง่าย หากไม่ได้เทพรับใช้คอยดูแล มันก็คงถูกปล่อยให้รกรุงรังจนแก้ไม่ไหว

 

“ซินเธีย”

 

“แคปริคอร์นัสข้าอยู่ไปเพื่ออะไรกัน”

 

“เจ้าว่าอย่างไรนะ ?

 

 

เทพดาวมังกรจับจ้องริมฝีปากอวบอิ่มที่เม้มแน่น คล้ายข่มกลั้นไม่ให้คำพูดใดหลุดออกมามากกว่านี้ นัยน์ตาสีแดงเรียวรีหันมาสบ

 

“เมื่อไม่มีเขาแล้วไม่มีเขาแล้วนางทำสีหน้าเช่นนั้นอีกแล้ว อยากร้องไห้ออกมาแต่กลับไม่มีน้ำตาซักหยด

 

ร่างสูงโปร่งขยับกายเข้าหา วงแขนแข็งแกร่งตวัดรัดร่างบางเข้ามาอิงซบในอ้อมอก

ซินเธียเจ็บปวดมากเพียงใด เขาย่อมรู้ดี

และแม้ว่าอยากจะทำให้นางหายเป็นทุกข์มากเท่าไร เขาก็ไม่อาจทำได้

การที่ดวงวิญญาณเทพแตกสลายนั้น แม้แต่เทพแห่งความตายหรือเทพแห่งโชคชะตาก็ไม่อาจยับยั้งได้

เพราะนั่นหมายความว่าเทพองค์นั้นได้ละทิ้งวิญญาณและสังขาร ไปสู่ดินแดนอันว่างเปล่า

 

“อะแฮ่ม”

“อะแฮ่ม !

เสียงกระแอมไอดังขึ้นจากด้านบน แคปริคอร์นัสตวัดสายตาดุ ๆ ไปมองผู้ที่จงใจเดินเข้ามาขัด

 

“ไม่ต้องมามองข้าแบบนั้น แล้วเจ้าจะกอดไปอีกนานไหม” เทพการเกิด ผู้หวงแหนเทพีจันทราเหนือสิ่งอื่นใดในสรวงสวรรค์แห่งนี้ยืนกอดอกฉีกยิ้มออกด้านข้างเล็กน้อย จ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้า ซินเธียอยู่ในสายตาเขาตลอดเวลา และนับวันเทพดาวมังกรผู้นี้ก็มักแสดงความรู้สึกออกมาให้เห็นบ่อย ๆ จนชักรู้สึกเหมือนมีอะไรเข้าตา จนกระทั่งทนมองไม่ได้ต้องเข้ามาปรากฏตัวเช่นนี้

 

“ซินเธีย มาหาข้า”

“เจ้าค่ะ”

นางรับคำอย่างว่าง่าย เมื่อผละจากอ้อมกอดอุ่น ซินเธียก็โค้งกายลงคำนับเทพการเกิดหนึ่งครั้ง ก่อนจะก้าวเท้าขึ้นจากลำธาร ไปยืนหยุดเคียงข้างเทพการเกิด

 

“หึ” เทพการเกิดยิ้มเยาะหนึ่งทีให้แก่บุรุษตรงหน้า ก่อนจะหันกายเดินจากไปเยี่ยงผู้ชนะ

            “

 

            เหล่าเทพหันมามองการเคลื่อนไหว เทพการเกิดและเทพีจันทรากลายเป็นแหล่งรวมความสนใจ กระทั่งมีเทพรับใช้ถือถาดวางเครื่องดื่มไปส่งมอบให้ท่านเทพ เจ้าของตำหนักแห่งนี้จึงเปล่งเสียงดังฟังชัดพร้อมชูแก้วในมือขึ้นสูงเหนือศีรษะ

 

            “ในวันนี้ เป็นวันครบรอบหนึ่งปีที่สรวงสวรรค์นำเทพีจันทรากลับคืนสู่ข้าสู่วิหารเทพไครัส” เขาเอ่ยแก้ประโยคท้ายเมื่อเห็นสายตาของเทพแห่งความตาย และเหล่าบรรดาเทพองครักษ์พิทักษ์ดวงดาว “ข้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง และเสียใจเป็นอย่างยิ่ง...

 

            เทพการเกิดตวัดมองดวงหน้างดงามที่เอาแต่ก้มมองพื้น ไม่สบตาผู้ใด แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ไม่ว่าจะพยายามเท่าใด เจ้าก็ไม่เคยมอบรอยยิ้มให้ข้าเลยสักครั้ง”

 

            เทพีจันทราทำได้เพียงถอนสายบัวโค้งกายคำนับอย่างอ่อนช้อยงดงาม แทนคำขอโทษที่ทำผิดต่อท่านเทพ

 

            “และแทบไม่พูดกับข้าอีกด้วย”

 

            “

 

            “เฮ้อ ! เลิกๆ ไม่จัดแล้วงานเลี้ยง ! จบแยก !

 

            เกิดเสียงฮือฮาดังขึ้น เหล่าบรรดาเทพที่เป็นแขกในงานต่างถูกเชิญกลับอย่างกะทันหัน พวกเขาล้วนงุนงงแต่ก็ไม่แปลกใจนัก เพราะเทพการเกิดขึ้นชื่อในด้านอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่แล้ว

            สุดท้ายในงานเลี้ยงจึงเหลือเพียงเทพแห่งการเกิด เทพแห่งความตาย เทพดาวมังกร และเทพีจันทราเท่านั้น

 

            เนิ่นนานจนคล้ายว่าเทพทุกองค์จะเปลี่ยนเป็นรูปปั้นประดับ เทพีจันทราจึงเอ่ยปากขึ้น

            “ข้าขอโทษเจ้าค่ะท่านเทพ...”

 

            “อืมมม” เจ้าของตำหนักส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนก้าวเดินไปมาอย่างใช้ความคิด “เทพความตาย ข้าว่า ท่านพูดถูก

 

            ” เทพความตายเลิกคิ้วเล็กน้อย

 

            “บางทีข้าอาจกำลังทำผิดต่อนางจริง ๆ เฮ้อ !” เขาถอนหายใจแรง ๆ อีกสองสามครั้ง “ได้ ! เจ้าจะทำให้ข้าโกรธจริง ๆ ใช่ไหมซินเธีย !

 

            จู่ ๆ น้ำเสียงเนิบนาบกลับดูดุดันขึ้น แต่กระนั้นเทพีจันทราก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า ทั้งดูเซื่องซึมและไร้ชีวิตชีวา นางเพียงค้อมกายนิด ๆ เท่านั้น

 

            “ท่านไม่โกรธนางหรอก” แคปริคอร์นัสขัดขึ้นอย่างอดไม่ได้

 

            “เจ้าจะไปรู้อะไร นางทำให้ข้ารู้สึกโกรธ เนิ่นนานมาจนครบปีแล้ว ข้าไม่รู้จะทำอย่างไรกับนางดีหึได้...ได้ !...ถ้าเจ้าไม่อยากอยู่บนสรวงสวรรค์แห่งนี้กับข้าเช่นนั้นก็จงกลับไป เกิดเป็นงูขาว มิต้องพูดกับใคร มิต้องยิ้มให้ใคร ดีหรือไม่ !

 

            เจ้าค่ะ” ซินเธียรับคำอย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่มีน้ำเสียงตัดพ้อหรืออาวรณ์ นางสูญเสียการมีชีวิตอยู่ไปแล้วจริง ๆ

 

            “ท่าน” เทพดาวมังกรเดินเข้ามาขวางไว้

 

            “เจ้าไม่ต้องมาห้าม !” เทพการเกิดตวาดขึ้น ขบกรามขึ้นจนเห็นเป็นสันนูน แคปริคอร์นัสเหลือบเห็นเทพแห่งความตายยืนส่ายหน้าช้า ๆ จึงยอมสงบ

 

            “ข้าขอปลดเจ้าจากฐานะเทพีจันทราและขอให้ร่างของเจ้าแปรเปลี่ยนเป็นงูขาวไปใช้ชีวิตที่เหลือ ตามแต่โชคชะตาจะนำพา

 

            “เจ้าค่ะ” ซินเธียค้อมกายคำนับอีกครั้ง จิตใจของนางว่างเปล่าเหมือนนัยน์ตาคู่นั้น ไม่หวั่นไหวแม้ว่าจะสูญเสียพลัง รูปลักษณ์ ความเป็นเทพ ไม่มีกระทั่งความเป็นมนุษย์ นางจะเป็นเพียงสัตว์เดรัจฉานที่ไปเผชิญชะตากรรมของตนเองเท่านั้น

 

            ไม่ว่าจะเป็นเทพ มนุษย์ หรือปีศาจ นางไม่อาจอยู่อย่างเหมือนเดิมได้อีกต่อไป

 

            ร่างอ้อนแอ้นอรชรเปล่งแสงสีเหลืองนวลออกมา ก่อนจะหายวับไปจากที่ที่เคยยืนทันที

           

            เทพการเกิดเบ้หน้า แสดงสีหน้าเจ็บปวดชัด

            เทพความตายเดินเข้ามาตบบ่าเบา ๆ “เจ้าทำดีแล้ว”

 

            “ข้าข้าไล่นางเช่นนั้นได้อย่างไรข้าไปตามนางกลับมาดีกว่า”

            “แต่ท่านเพิ่งจะไล่นางไป อีกอย่างเทพการเกิดมีวาจาสิทธิ์ ท่านปล่อยนางไปแล้วก็แล้วไปเถิด”

            “ท่านเป็นเพราะท่านแท้ ๆ ! ข้าถึงได้ทำอะไรแบบนี้ ! ว่าแต่ท่านเห็นหรือเปล่า ว่านางอาจเสียใจที่ไปจากข้าก็เป็นได้นะ ?

            “นางไม่เสียใจเลยสักนิด”

            “ท่านพูดโกหกบ้างไม่เป็นหรือ

 

            แคปริคอร์นัสละสายตาจากภาพที่สองมหาเทพยืนปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด แล้วกลับมามองตำแหน่งที่ร่างหญิงสาวเคยยืนอยู่

           

            หมดเวลาแล้วสินะกับการเป็นองครักษ์แห่งเทพีจันทรา

           

            ผู้พิทักษ์ที่ไม่ได้ถูกเลือกแต่แรก

           

            แคปริคอร์นัสหลุบตาลง ก่อนจะพลิกกายเดินห่างออกไปช้า ๆ ทบทวนเรื่องราวหนึ่งพันปีมานี้

            ซินเธีย ความรู้สึกต่อนางนั้นคือการอยากปกป้อง

            วินาที่แรกที่เห็นนางถือกำเนิดขึ้น ถูกปฏิเสธจากอิกดราซิลเลียน เขาไม่ลังเลที่จะรับหน้าที่ดูแลนาง

            อิกดราซิลเลียน ปกป้องนางด้วยการผลักนางออกห่างอันตราย เสียสละได้แม้กระทั่งชีวิตและจิตวิญญาณเทพ

            เทพการเกิด ปกป้องนางด้วยการปล่อยนางไปสู่อิสระ

 

            หากเป็นเทพ หรือมนุษย์ ล้วนมีพลังของเทพแห่งโชคชะตาของกำหนดชี้ทางได้

            แต่หากเป็นสัตว์เดรัจฉานนั้น อำนาจของเทพมิอาจเข้าถึง

 

            จากนี้ เป็นการเผชิญชะตากรรมด้วยตนเองอย่างแท้จริง

 

 

 

 

Writer : โอย ง่วงมากค่า ฮือ ๆ งานยุ่งและจะสอบอีกด้วย อยากปั่นจนจบเหมือนกันแต่ล้ามากค่า TT ขอเติมพลังกำลังใจหน่อย ~ น้า น้า ~ ไม่ได้เปลี่ยนตอนจบซะหน่อย ฮุ

ตอนนี้แอบจิ้นเทพการเกิดกับเทพความตาย อ๊ากก ความวายเข้าแทรกขออภัยค่ะฮือๆๆ(แอบอยากแต่งตอนพิเศษคู่นี้ ใครเห็นด้วยยกมือ)

ใกล้จะถึงบทสรุปแล้ว ตอนแรกก็คิดเหมือนกันว่าใครที่เป็นผู้พิทักษ์ของเจ้าหญิงปีศาจนี่นะ แคปริคอร์นัสเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ที่สุดนี่นะ แต่อิกดราซิลเลียนก็มีวิธีปกป้องในแบบของเขา พ่วงด้วยเทพการเกิดที่เสียสละที่สุด(มั้ง) ! ยอมให้เขา เพราะเขารักเขาหวงมากจริงๆ อะๆ ยกตำแหน่งนี้ให้ทั้งสามท่านไปเลอจ้า ~

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกท่านนะคะที่อ่านมาถึงบทนี้ แสดงว่าท่านมีความอดทนสูงมากจริง 555 อัพช้ามากมายอ่ะเค้ารู้ตัว แงงงงงง //บาบิQ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

779 ความคิดเห็น

  1. #713 Toh Pichaya (@messitoh) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 00:03
    รีบมาอัพให้จบเร็วๆ นะค้า T T
    #713
    1
  2. #711 Siladee123 (@Siladee123) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 19:02
    อะไรเนี่ยยยย!!!! อ๊ากกกก อยากจะกรีดร้องงงงง!!!! T-T
    #711
    1
    • #711-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 71)
      11 ธันวาคม 2560 / 22:36
      กรีดร้องด้วยคน แงงงงงงง้ เมื่อไหร่จะแต่งจบนี่
      #711-1
  3. #710 เรโกะ จิทาคุ (@modsensei) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 13:02
    ลูกชายและลูกสะใภ้....อืม......... อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไรต์ ทำเรื่องแยกวายๆเลยค่ะ 55555555 จะได้มีคู่กับเขามั่ง 
    #710
    1
    • #710-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 71)
      11 ธันวาคม 2560 / 22:37
      555 ได้เลยค่ะ นึกว่าแอบฟินอยู่คนเดียว อิอิ
      #710-1
  4. #709 Sakura-swewt (@Sakura-swewt) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 11:15
    ดราม่าจังเลยง่าาา รอนะค่ะ
    #709
    1
  5. #708 Jarin_a (@Jaja089466) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 08:39
    เศร้าจังเลย
    #708
    1
    • #708-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 71)
      11 ธันวาคม 2560 / 22:37
      ขอบคุณที่มาเม้นทุกตอนเลยนะคะ
      #708-1
  6. #707 Larwan (@Larwan) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 07:17
    รอตอนต่อไปค่ะ 
    #707
    1
    • #707-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 71)
      11 ธันวาคม 2560 / 22:40
      ขอบคุณค่าาา -/l\-
      #707-1
  7. #706 Toh Pichaya (@messitoh) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 01:48
    โอ๊ย ดราม่าหนักหน่วงมากค่ะ รอให้จบแล้วมาอ่านทีเดียวได้มั้ยคะ ฮือ ดราม่าแบบค้างคามาก ToT
    #706
    1
    • #706-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 71)
      11 ธันวาคม 2560 / 22:40
      ได้จิ เข้าใจเลย ไรท์ก็เป็นคนที่ชอบรอให้จบแล้วค่อยอ่าน - ดู พวกซีรี่ย์
      #706-1