The Devil Princess's Protector ..ภรรยาของผมเป็นปีศาจ

ตอนที่ 7 : Chapter [6] ฮันนีมูนที่อบอวลไปด้วยความร..รัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1510
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    16 มิ.ย. 59

[6]

 

 

            บริเวณล็อบบี้โรงแรมยามดึกนั้นเงียบสงัด ส่วนนึงเป็นเพราะที่นี่มีจำนวนห้องพักน้อย ให้ความเป็นส่วนตัวสูง และมีจุดขายคือใกล้แหล่งความเจริญอย่างเมืองรียูนนา ทว่าเงียบสงบเป็นส่วนตัวเนื่องจากถูกรายล้อมด้วยหุบเขาเล็กๆ และทุ่งหญ้ากว้างคล้ายเมืองชนบทในประเทศฝั่งตะวันตก

 

            แสงสลัวจากโคมไฟที่ห้อยระย้าลงมา ณ ใจกลางห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้ เป็นแสงสว่างเดียวในความมืดเกิดเป็นแสงสีส้มอ่อนๆฉายให้เห็นเสี้ยวหน้าเคร่งขรึมของเจ้าชายโพรเทกเตอร์แห่งโซลิเซียร์ บัดนี้เขาครอบครองโซฟาเดี่ยวโดยเอนหลังพิงกับเบาะนิ่ม ขณะที่นัยน์ตาสีแดงกำลังกวาดสายตาอ่านข้อมูลในจอแท็ปเล็ตจากซ้ายไปขวาอย่างรวดเร็ว

            หัวข้อของกรอบสี่เหลี่ยมบนจอคือ รายงานทั้งหมดในรอบวัน จำนวน 879 รายการ

            นิ้วเรียวยาวแตะสัมผัสไปในหัวข้อ ภารกิจที่สำเร็จ ซึ่งแสดงผลเกินครึ่งนึงของภารกิจในรอบวันนี้ นับเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่สถาบันเคยมีมาในประวัติศาสตร์

            อันเซียร์ไม่ได้คลายคิ้วที่ขมวดแน่น เมื่ออ่านเนื้อหาในจอสี่เหลี่ยมที่แสดงผลอยู่ นำมันมารวมหาความเชื่อมโยงกันแล้วนั้น เขากลับพบข้อเท็จจริงหนึ่งเรื่อง

 

            ผู้ร้ายก่อเหตุในเวลาไล่เลี่ยกัน สถานที่เกิดเหตุล้วนอยู่ในเขตรอบเมืองรียูนนา มีหลายคนมอบตัวกับเจ้าหน้าที่สถาบันด้วยตนเอง และเหตุการณ์ประหลาดเกี่ยวกับเรื่องบังเอิญนี้ เกิดขึ้นพร้อมกับเวลาที่เทพดาวมังกรปรากฏตัวบนโลก

 

            หรือว่า…?

 

            ชายหนุ่มถอนหายใจพร้อมๆกับวางแท็ปเล็ตลงข้างลำตัว มือหนาข้างนึงยกขึ้นมานวดหว่างคิ้วเนื่องจากเขาไม่ได้พักสายตามาร่วมสองชั่วโมง จึงเกิดอาการล้าจากการเพ่งมองจอสว่างจ้านานๆ

 

            พวกผู้ร้ายเหล่านั้นเป็นปีศาจที่พรางกายในร่างมนุษย์ ถึงต้องหนีจากเทพดาวมังกร?

 

            ในหัวพลันนึกถึงใบหน้าขาวซีดของซินเธียที่แสดงถึงความหวาดกลัวต่อชายคนนั้น บุรุษร่างสูงสง่า ดูดุดัน และมีใบหน้าเรียบนิ่งราวกับไร้ความรู้สึก

 

            มันเกี่ยวกับคำทำนายหรือเปล่านี่คือสัญญาณเตือนจากเหล่าทวยเทพที่ปกปักษ์รักษาความสงบสุขของโลกหรือไม่ใครผู้ใดจะล่วงรู้ถึงความคิดของคนเบื้องบน ถ้าเช่นนั้นแล้ว ทายาทของเขาและซินเธียจะสามารถหยุดวันโลกาวินาศได้จริงหรือ?

 

..นายท่านเสียงกระเส่าดังจากฝั่งซ้ายมือ หลบอยู่ในมุมมืด ทำให้แม้แต่ผู้ใช้เวทย์โพรเทกเตอร์ยังสะดุ้งเฮือกแล้วเสกเกราะเวทย์มาคลุมทับร่างตนไว้หนึ่งชั้นเพื่อป้องกันตัวเอง

 

            แสงสว่างสีฟ้าที่ล้อมรอบร่างหนาเป็นวงกลมจึงคล้ายเป็นไฟฉายในห้องสลัว

อันเซียร์จ้องเขม็งไปยังผู้มาใหม่ เขาคือชายชรารูปร่างเล็ก หลังค่อมตามวัย มีจุดสังเกตเป็นหนวดขาวเทาลากยาวจากคางจรดกลางอก จึงจำได้ทันทีว่าคนผู้นี้คือเจ้าของโรงแรมที่ทักทายกันเมื่อตอนเย็นไปแล้วนั่นเอง

 

นายท่านทำอะไรดึกๆดื่นๆรึ?”เคราสีขาวเทาขยับไหวตามคำพูด ขอบตาบวมหนานั้นทำให้อันเซียร์ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าเขาลืมตาหรือหลับตาอยู่กันแน่

 

เอ่อ ผมทำงานไปเรื่อยเปื่อยน่ะครับเขาเลือกคำตอบที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด ไม่แปลกที่เจ้าของโรงแรมจะไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา เพราะราชินีแห่งโซลิเซียร์ไม่ต้องการให้มีใครมายุ่มย่ามเอาใจพวกเขามากนัก จึงได้ใช้ชื่อนามสกุลสมมติ แสดงตนเป็นคู่สมรสข้าวใหม่ปลามันที่ต้องการบรรยากาศส่วนตัว และได้เลือกจองห้องพักที่นี่…เขตชานเมืองอันสงบสุขให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

 

มาฮันนีมูนมิใช่รึ เหตุไฉนจึงปล่อยให้เจ้าสาวนอนรอเก้อ

 

เธอคงผล็อยหลับไปแล้วล่ะครับ

 

หืมม์ เกรงว่าจะมิใช่เช่นนั้น ตะกี้ข้าได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากห้องท่าน

 

           

            อันเซียร์ขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะเบิกตากว้างเล็กน้อย พลันนึกถึงดวงหน้าราบเรียบของเทพดาวมังกร

 

            ตึก ตึก ตึกเสียงรองเท้าหนังกระทบแผ่นบันไดไม้ดังแผ่วเบาเพราะเจ้าของร่างได้ใช้พลังไอน้ำแบ่งเบาแรงสัมผัสไปส่วนหนึ่ง

 

            และด้วยพลังนั้นเองเขาจึงสามารถพาร่างมาหยุดยืนหน้าประตูไม้บานแรกจากห้องมุมในสุดฝั่งซ้าย และใช้มือผลักมันเข้าไปในวินาทีถัดมาได้อย่างรวดเร็ว

 

แฮ่กๆๆเสียงหอบหายใจกระชั้นถี่ดังจากมุมหนึ่งของห้อง

 

ซินเธีย…”เสียงทุ้มเอ่ยเรียกอย่างไม่แน่ใจ เมื่อเอื้อมมือไปเปิดสวิทช์ไฟด้านข้างประตูนั้น ไม่นานแสงสว่างก็คืนสู่ห้องสี่เหลี่ยมอีกครั้ง สภาพห้องโดยรวมยังเหมือนเดิม ไร้วี่แววการต่อสู้ โดยไม่รู้สาเหตุว่าทำไมแต่นั่นทำให้เขาโล่งอกไปเปราะหนึ่ง ทว่ากลับรู้สึกเช่นนั้นได้ไม่นาน เพราะพบคนที่มองหาอยู่นั้นกำลังนั่งตัวสั่นเทิ้มพลางกอดเข่าตัวเองเอาไว้แน่นบนพื้นไม้ด้านล่าง โดยมีเตียงและกำแพงห้องขนาบข้างซ้ายขวา

 

            อันเซียร์ค่อยๆเดินอ้อมขอบเตียง แล้วเอื้อมมือไปแตะไหล่เล็กเบาๆ นี่ ยัยเตี้ย

 

กริ๊ด!!!!”เสียงหวีดร้องดังแทรกขึ้น ก่อนตามมาด้วยเสียงร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจ ตาสีแดงกลมโตเบิกกว้างคล้ายกับว่ากำลังจ้องมา แต่ทว่ามันเลื่อนลอยไม่มีจุดหมาย เสมือนว่าเขาเป็นเพียงอากาศธาตุที่มองไม่เห็น

 

            หล่อนกำลังกลัวอะไรอยู่กันนะ?

 

ข้าเจ็บทรมานเหลือเกินหยุดเถอะท่านพ่อท่านพ่อได้โปรด…”เสียงสะอื้นปนอ้อนวอนพึมพำเป็นประโยคเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างเล็กเกร็งสั่นไปทั้งตัว นั่นทำให้มือหนาเอื้อมคว้าไหล่บางแล้วเขย่ามันเบาๆเพื่อเรียกสติ

 

ซินเธียเธอเป็นบ้าอะไรห้ะ

 

กริ๊ดดดดดท่านพ่ออย่า!”

 

ฉันไม่ใช่พ่อเธอ

 

“อย่าอย่าท่านพ่อ…”

 

ฉันเป็น…”

 

กริ๊ดดดดดดดด

 

ฉันเป็นสามีเธอ

 

“…”เงียบ

 

            สิ้นเสียงทุ้มที่แฝงไปด้วยความลังเล ร่างบางเล็กกลับนิ่งสงบลงฉับพลัน ตาสีแดงกระพริบสองสามที แต่ครั้งนี้ในแววตาคู่นั้นกลับจ้องมองมาที่เขาอย่างชัดเจน อันเซียร์มองดวงตาที่คลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำ และมันกำลังฉายรอยงุนงงไม่ต่างจากเขา

 

อันเซียร์ เจ้ากลับมาแล้วเหรอ

 

อืมเขาแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วนี่เป็นบ้าอะไร เธอร้องไห้ทำไม?”

 

ใคร?”

 

เธอไงยัยเตี้ย

 

เอ่อ ข้าเหรอ?”

 

              อันเซียร์เริ่มรู้สึกว่าเป็นเขาหรือเธอที่คุยไม่รู้เรื่องกันแน่ ความง่วงกำลังเริ่มบุกโจมตีให้หนังตาใกล้จะปิดลงในไม่ช้า พลังงานสมองที่ใช้ไปทั้งหมดก่อนหน้านี้คล้ายจะหมดลงอย่างรวดเร็ว ร่างสูงจึงเหยียดตัวยืนขึ้นก่อนจะนึกอะไรได้ เอ้อ ลืมของไว้ข้างล่าง เดี๋ยวฉันมา ถึงจะไม่รู้ว่าจะบอกคนตัวเล็กที่นั่งทำหน้างงอยู่บนพื้นไปทำไม แต่ปากก็พูดไปแล้ว และเจ้าตัวก็ไม่คิดจะเก็บมันมาใส่ใจ

 

            ซินเธียนั่งค้างอยู่ในท่าคุกเข่าบนพื้น รอยนิ้วมือทั้งห้ายังคงติดแน่นประทับบนต้นแขนสองข้าง ตาสีแดงกลมโตเบือนจากรอยแดงไปมองรอบๆห้อง และเตียงนอนที่อยู่ไม่ห่างนัก

 

            แปลกนอนหลับอยู่ดีๆ ตื่นมาอีกทีก็ตกเตียงอีกแล้ว

ที่ว่าอีกแล้วนั่นเป็นเพราะเธอมักมีอาการเช่นนี้บ่อยๆ และพี่ชายเธอที่นอนด้วยกันทุกวันก็เคยถามถึงเรื่องนี้เหมือนกัน ซินเธียคิดว่ามันอาจเป็นแค่ฝันร้ายที่เธอจำเรื่องราวในนั้นไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

            เมื่อนึกถึงพี่ชาย ตาสีแดงก็พลันหม่นแสงลงทันใด แต่ก็เปล่งประกายสดใสทันทีที่เห็นร่างหนาในชุดคลุมสีดำ ก้าวมาในห้องพร้อมถือของในมือเข้ามาด้วย มือหนาข้างที่ว่างกำลังเอื้อมไปล็อคกลอนประตู นั่นทำให้หัวใจดวงน้อยเริ่มสั่นไหวกับความคิดจินตนาการนับร้อยที่กำลังผุดขึ้นในหัว

 

            เมื่อชายหนุ่มพลิกกายหันหลังให้กับบานประตู แล้วพบกับสายตาระยิบระยับราวกับมีดาวนับพันสะท้อนแสงอยู่ในนั้น ร่างเขาก็พลันชะงักค้าง ก่อนเปรยด้วยเสียงเรียบ หยุดคิดอกุศลเดี๋ยวนี้

 

อร๊าย~ อันเซียร์ เจ้านี่นะ ตะกี้ข้าไม่ได้คิดอะไรเล้ย แต่พอเจ้าว่าอย่างนั้นข้าก็เริ่มจะคิดนิดนึงแล้วล่ะ~”ร่างเล็กผุดลุกขึ้นก่อนกระโดดลงไปในเตียงนุ่ม ในท่านอนตะแคงข้าง พร้อมเอาแขนข้างหนึ่งหนุนศีรษะไว้อย่างได้มุมได้องศา

 

            อันเซียร์เดินไปเก็บของในเป้สัมภาระ โดยพยายามไม่สนใจเสียงหัวเราะคิกคักอย่างเบิกบานใจจากใครบางคน

 

            และเมื่อร่างหนาก้าวมุ่งตรงไปยังเตียง ปีศาจน้อยคล้ายกับว่ามีหางปุกปุยที่กำลังแกว่งไปมา และหูแหลมกระดิกดิ้นได้ เสียงหวานใสก็ถูกดัดให้แหบพร่าเล็กน้อย อันเซียร์จ๋า~” ตาข้างซ้ายขยิบลงหนึ่งที พร้อมยกยิ้มที่มุมปากปิดท้ายเป็นอันครบสูตร!

 

ลงไป

 

ห้ะ

 

ข้างล่าง

 

อ๋อออออ~ งี้เองเจ้าไม่ชอบเตียงนุ่มๆงั้นเหรอ มันก็แปลกดีนะแต่ข้าจะลองดูดวงหน้ากลมเล็กก้มเงยอย่างแข็งขันสองสามที ก่อนจะค่อยๆกลิ้งไถลลงไปยังพื้นด้วยสเต็ปที่คิดว่าเซ็กซี่เย้ายวนสุดๆ!

 

            ตุบ

วัตถุเบาชิ้นนึงตกลงมากระทบใบหน้า บดบังภาพตรงหน้าและแสงสว่างภายในห้องไปจนหมด เจ้าหญิงปีศาจปัดสิ่งกีดขวางนั้นออกไป

            ตุบ

สัมผัสเช่นเดียวกับเมื่อครู่ปิดคลุมใบหน้าอีกครั้ง คราวนี้ดวงหน้าเล็กกลับงอง้ำขึ้นทันทีเมื่อรู้ว่าที่แท้ มีคนใจดีโยนหมอนลงมาให้เธอถึงสองใบ

 

            คนที่บัดนี้นอนแผ่หลาเอาผ้าคลุมห่มตัวเองเรียบร้อย เหลือเพียงแผ่นหลังกว้างและเรือนผมสีเงินโผล่มาให้ดูต่างหน้าเล็กน้อย

 

อันเซียร์!”

 

“…”

 

            ปราการสุดท้ายคือเกราะเวทย์สีฟ้าที่สว่างวาบคลุมทับทั้งเตียงและร่างที่นอนในนั้นเอาไว้ ภายใต้การคุ้มครองนี้ ไม่เคยมีผู้ใดก้าวผ่านเข้ามาได้ ไม่มีเลย...แม้แต่เจ้าหญิงปีศาจ ที่อยู่ในฐานะภรรยาอย่างถูกต้องแล้วก็ตาม

 

[50%]

 

            ตั้งแต่ตื่นลืมตามาในรอบ 25 ปีมานี้ วันนี้เป็นเช้าที่น่าอึดอัดสำหรับผมมากที่สุด ด้วยเหตุผลดังนี้

 

หนึ่ง คือการรับรู้ว่าพบอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่งนอนร่วมอยู่บนเตียง สอง สิ่งมีชีวิตในข้อหนึ่งนั้นตัวเล็กกว่าผมมากๆ จนสามารถใช้ร่างผมเป็นเบาะรองได้อย่างสบายๆ และสาม ไม่ว่าจะพยายามผลัก แกะแขนและขาราวกับปลาหมึกนั่นก็ไม่มีทีท่าว่าผมจะหลุดจากพันธนาการนี้ได้

 

ยัยเตี้ยผมสูดหายใจเข้าสุดปอดอย่างพยายามข่มกลั้นอารมณ์

 

อือ…”เสียงครางต่ำขานรับสั้นๆ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับ ผมก้มมองหน้ากลมมนที่ซุกแก้มแนบกับอกของผมไว้ ก็ต้องชะงักเพราะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กๆบนใบหน้านั่น ซึ่งไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่

 

เฮ้อผมจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างยอมแพ้...พลันนึกขึ้นว่าที่ซินเธียมานอนบนตัวผมได้คงเป็นช่วงที่ผมหลับลึกเต็มที่ เกราะเวทจึงคลายลง นั่นหมายความว่าหล่อนถึงกับจ้องจะขึ้นมานอนบนเตียง โดยอาจรอจนผมหลับสนิทน่ะหรือ?

 

“ข้าเพิ่งได้นอน ฮ้าว~”คำตอบของผมถูกเฉลยทันที เมื่อตากลมโตค่อยๆขยับแพขนตาขึ้นช้าๆ ก่อนเจ้าตัวบิดซุกตัวเข้ามากอดแน่นขึ้นกว่าเดิม อรุณสวัสดิ์จ้ะอันเซียร์ จุ้บ~”

 

“…”เอ่อผมหลบการจู่โจมนั่นไม่ทันเพราะมันมาในรูปแบบที่คาดการณ์ไม่ได้ จึงทำให้ถูกปากอวบอิ่มของปีศาจจอมยั่วแตะสัมผัสที่มุมปากซ้ายเบาๆ และเมื่อเห็นรอยยิ้มเล็กๆบนใบหน้านั้น ผมก็เริ่มทนไม่ไหว

 

            ท่านแม่ครับผมขอเว้นผู้หญิงคนนี้ไว้สักคนแล้วกัน

            คำว่า สุภาพบุรุษ มันใช้ไม่ได้กับเธอคนนี้น่ะครับ

 

            พรึ่บ! หมับ!

ผมลุกพรวดจากเตียงอย่างรวดเร็วในหนึ่งจังหวะสั้นๆ เท้าทั้งสองสัมผัสพื้นอย่างมั่นคง แต่ว่าทำไมแทนที่ร่างเล็กจะปลิวตกไปข้างๆเตียง กลับยังเกาะติดอย่างเหนียวแน่นอยู่บนตัวผมได้ล่ะครับ…    

            ผมกวาดสายตามองใบหน้ายิ้มระรื่น ต้นแขนสองข้างที่โน้มโอบรอบคอ ตลอดจนลำตัวเล็กที่แนบสนิทไปกับท่อนตัวของผม โดยมีเท้าของปีศาจปลาหมึกที่เกี่ยวรัดรอบเอวไว้ได้อย่างถนัดถนี่

 

ข้าเดินไม่ไหวเพราะนอนน้อยเจ้าอุ้มข้าลงไปข้างล่างนะคนที่เกาะแน่นช้อนสายตาขึ้นมาสบ โดยก้มหน้าทำมุม 45 องศาเหมือนเดิม แต่ที่สงสัยคือ คุณเธอจะขอทำไมในเมื่อกระโจนเข้ามาทั้งตัวขนาดนี้?

 

            ได้อยากจะตกลงไปคอหักตายก็เชิญเลย

ผมพยายามเลิกสนใจอุปสรรคที่ขวางหน้า(ไม่ได้เปรียบเทียบ) ก่อนจะเดินจ้ำไปยังประตู คว้าลูกบิดมาหมุนเปิดช้าๆ

 

            และเมื่อออกไปด้านนอกห้องก็พบว่ามีชายหญิงวัยทำงานคู่หนึ่งเพิ่งเดินออกจากห้องข้างๆเช่นกัน เมื่อสบตากับฝ่ายหญิงโดยบังเอิญ เธอก็มีอาการตกใจชั่วครู่ ก่อนจะหันไปกระซิบกระซาบบางอย่างกับฝ่ายชายให้หันมามอง

 

            ผมหยุดยืนมองดวงหน้ายิ้มแย้มของทั้งสองเมื่อทั้งคู่กำลังจะเดินผ่านไป

 

แหม่ น่ารักจังนะคะ พี่ชายที่ดูแลน้องสาวดีขนาดนี้น่ะนี่คือคำทักทายจากสุภาพสตรีท่านนั้น

 

เอ่อ…”ผมนิ่งไปเกือบวินาที

 

ไม่ใช่นะ!...ความจริงแล้วเราปะ- อื้อๆๆเสียงแหลมสูงดังแทรกขึ้นข้างหู ปลุกเรียกสติผมให้กลับเข้าที่เข้าทางก่อนจะใช้แขนสองข้างที่เดิมวางไว้ข้างลำตัว มาช้อนอุ้มร่างบางเล็กไว้แนบอกด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวาใช้สำหรับการปิดปากไม่ให้ใครบางคนพูดมากไปกว่านี้

 

            อันที่จริงถูกทักแบบนี้ก็ไม่แปลก เพราะดูยังไงๆเราสองคนก็ดูเหมือนพี่น้องกันอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นสีผมสีเงิน นัยน์ตาสีแดง และถึงยัยนั่นจะบอกว่าตนไม่ใช่เด็ก แต่นิสัยขี้โวยวายพูดเจื้อยแจ้วนั่นก็ดูเหมาะสมกับร่างนี้อยู่ไม่ใช่เหรอ

 

ขอบคุณครับผมก้มหัวเล็กน้อยตามมารยาท เพราะดูจากภายนอกทั้งสองคงมีอายุมากกว่าผมและซินเธีย ต้องขอโทษที่เมื่อคืนน้องสาวผมงอแงไปหน่อย เวลาโมโหเธอจะชอบกริ๊ดเสียงดังน่ะครับ

 

เอ๋ไม่นะครับ เราได้ยินช่วงที่คุณเรียกเธอเท่านั้น และนั่นก็แค่เดี๋ยวเดียวเองฝ่ายชายเป็นผู้ตอบ มีริ้วรอยแห่งวัยปรากฏจางๆทั่วใบหน้า โดยเฉพาะเมื่อเขาขมวดคิ้วและมองผู้ที่น่าจะเป็นภรรยาของเขา เพราะหล่อนเดินมาควงแขนเขาไว้แสดงถึงความรักใคร่สนิทสนม

 

อ้อ ถ้าอย่างนั้น ขอโทษสำหรับเรื่องนั้นด้วยละกันครับผมค้อมหัวลงอีกครั้ง และไม่ลืมที่จะกดหัวยัยเตี้ยลงด้วย มองจากหางตาก็พบว่าตากลมโตคู่นั้นมองค้อนผมอยู่ แถมเป็นค้อนอันใหญ่มากด้วย

 

“หืมม์ เกรงว่าจะมิใช่เช่นนั้น ตะกี้ข้าได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากห้องท่าน”

 

            เสียงชายชราดังแทรกในหัวผม ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกไม่ดีขึ้นมา เหมือนมีลางสังหรณ์บางอย่าง

 

อ่อยยยย อ้าาาาา!”เมื่อร่างเล็กเริ่มดิ้นประท้วง ผมก็ถือโอกาสวางร่างนั่นลงกับพื้น คำก็น้องสาว สองคำก็น้องสาว! มนุษย์พวกนี้เป็นอะไรกันไปหมดนะ นี่ไม่เห็นหรือว่าพวกเราสวีทกันขนาดไหนน่ะหือ!”

 

            ผมจึงเลิกคิดเรื่องอื่น เพราะเริ่มรู้สึกปวดหัวตุ้บๆ ก่อนจะเดินลงบันไดโดยไม่สนเสียงตะโกนประท้วงให้รอก่อน

 

            และเมื่อเดินลงมาจนถึงชั้นล่างซึ่งเป็นบริเวณล็อบบี้ มีโซฟายาวตัวเดิมถูกจับจองโดยแขกชายหญิงอีกคู่และทั้งสองสวมเสื้อคลุมสีดำ กับหมวกฮูทปิดคลุมศีรษะเอาไว้

 

รอข้าด้วย~~~ โฮ้ย เหนื่อยเป็นบ้า นี่เจ้าขายาวอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องก้าวเร็วมากไม่ได้เหรอ!”

 

            ผมหรี่ตามองร่างสองร่างแว๊บหนึ่ง ก่อนจะเดินผ่านไปอีกทาง มีประตูกว้างขนาดคนสองคนเดินผ่านได้พอดี กับป้ายที่เขียนติดไว้บนนั้นว่า ห้องอาหาร

 

อรุณสวัสดิ์นายท่านชายชราเครายาวก้มค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม ขณะที่มือทั้งสองประสานไว้ด้านหน้า พักผ่อนสบายดีไหมนายท่าน?”

 

ครับขอบคุณที่เตือนผมเรื่องเมื่อคืน

 

หืมม์ เมื่อคืนมีอะไรรึนายท่าน?”

 

“…ก็ที่คุณลุงมาบอกว่า ภรรยาของผม กำลังกรีดร้องอยู่ในห้องไงครับผมพยายามไม่สนใจกับสายตาของสองสามีภรรยาคู่แรกที่เจอเมื่อครู่นี้ พวกเขามองมาอย่างอึ้งๆขณะที่กำลังตักอาหารบนโต๊ะบุฟเฟ่ต์ ตอนนี้ในหัวผมกำลังครุ่นคิดเรื่องบางเรื่องอยู่

 

เมื่อคืนข้าไม่ได้พบท่านนา เอข้านอนหลับแต่หัวค่ำแน่ะนายท่าน

 

“…!”ผมนิ่งค้างไป ก่อนสัมผัสได้ถึงมือเล็กนุ่มนิ่มที่สอดเข้ามาในมือผม

 

อันเซียร์~ ไม่เข้าไปเหรอ ข้าหิวแล้วง่ะ

 

เธออยู่นี่แหละผมพลิกตัวออกไปจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว คราวนี้ผมใจร้อนเกินกว่าจะใช้แค่พลังไอน้ำ เมื่อเดินถึงบริเวณหน้าล็อบบี้ผมจึงก้าวกระโดดพร้อมร่ายเวทศาสตร์แห่งมนตรา มันพาร่างผมวาร์ปไปยังด้านบนบริเวณชั้นสองของโรงแรมทันที

 

            ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ

ผมรู้สึกตื่นเต้นและเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และเมื่อผลักบานประตูไม้เข้าไปในห้อง ก้มลงเทของทั้งหมดในกระเป๋าออกมา ก่อนรีบแปะฝ่ามือวางบนลงจอแท็ปเล็ต จากนั้นภาพสแกนลายมือสะท้อนแสงวาบหนึ่งครั้ง ก่อนจะมีเสียง ยินดีต้อนรับสู่ระบบ’ ดังขึ้นมาในความเงียบ

 

            ผมกดนิ้วลงไปบนแป้นหน้าจอทัชสกรีนเป็นรหัสผ่าน มีแสงสีขาวพุ่งวาบขึ้นมาผ่านตาทั้งสองข้างอีกครั้ง ยืนยันตัวตน อันเซียร์ โซลิเซียร์

 

            มีจดหมายปรากฏบนมุมขอบด้านขวาบน มันแสดงผลภาพบนจอทันทีเมื่อผมใช้ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ

เรียน เจ้าหน้าที่สถาบัน อันเซียร์ โซลิเซียร์ ตำแหน่ง โพรเทกเตอร์ คลาส A ท่านได้ทำการละเมิดกฎของสถาบันข้อที่ 113 ห้ามเจ้าหน้าที่ใช้รหัสล็อคอินไปยังต่างหน่วยงานอื่น เป็นเหตุให้สถาบันกำลังเร่งตรวจสอบพฤติกรรมและเหตุจูงใจของการกระทำดังกล่าว ทางสถาบันขอเรียกเข้าพบเป็นการส่วนตัวทันทีที่หมดช่วงเวลาลางานครบ 1 สัปดาห์

ขอให้ท่านมีฮันนีมูนที่สนุกและอบอวลด้วยความรัก

บาทิลด้า แฮมมี่(เลขาธิการ) สถาบันครอสอะคาเดมี

 

อันเซียร์แฮ่กๆ เจ้า! ก็บอกแล้วไงว่า รอข้าด้วยแฮ่กๆเสียงใครบางคนดังเข้ามาใกล้พร้อมเสียงฝีเท้าเล็กๆที่ก้าววิ่งสลับข้างอย่างรัวเร็ว ซินเธียยืนอยู่หน้าประตู มองผมด้วยใบหน้าซีดจัด และยืนหอบหายใจรัวเร็ว

 

ฉันต้องกลับไปที่สถาบัน เดี๋ยวนี้ผมอธิบายสั้นๆ ก่อนจะหันไปก้มลงเก็บข้าวของ โดยมีหน้าเล็กๆพยายามยื่นเข้ามาขวางพร้อมยิงคำถามไม่หยุดไม่หย่อน

 

ทำไมล่ะ! ท่านแม่ให้เวลาพวกเรา 1 สัปดาห์ไม่ใช่เหรอ ทำไมเจ้าถึงได้รีบกลับนักล่ะ!”ยัยนั่นพยายามเขย่งเท้าโบกมือเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่ผมก็ยังสามารถก้มๆเงยๆหยิบเก็บของเข้าเป้สัมภาระได้อยู่ดี

 

“…”

 

นี่ อันเซียร์ข้าขอโทษก็ได้ ที่ล่วงเกินเจ้าน่ะ แต่ข้าเป็นภรรยาเจ้านะ!”เสียงแรกฟังดูรู้สึกผิด แต่ถัดมากลับกระแทกเต็มแรงด้วยความมั่นใจ ช่างเป็นประโยคที่ฟังแล้วขัดแย้งกันจริงๆ

 

“…”

 

หรือเจ้าอายที่มีภรรยาแบบข้า…”เสียงเล็กเริ่มอ่อนเบาลงจนเกือบไม่ได้ยิน ผมขมวดคิ้วขณะสะพายเป้ไว้ที่ไหล่ขวา แล้วพลิกตัวเพื่อเผชิญหน้ากับร่างเล็กที่ยืนไหล่ลู่อยู่ตรงหน้า ตากลมโตสีแดงมีน้ำตาคลอหน่วง ปากอวบอิ่มเม้มแน่นก่อนจะคลี่ออกพร้อมพูดต่ออย่างไม่ค่อยเต็มเสียงเท่าไหร่นัก ข้าเป็นปีศาจ

 

หยุดพูดเพ้อเจ้อแล้วไปเก็บของซะผมถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะก้าวเดินสวนไป แต่ในขณะที่เดินเฉียดผ่านไหล่บางเล็กนั้น ผมกลับถูกพุ่งโจมตีใส่อีกครั้งจากด้านข้าง

 

             หล่อนใช้อ้อมแขนตวัดโอบรัดรอบเอวผมเอาไว้ แล้วกอดแน่นราวกับกลัวว่าจะถูกทิ้ง ก่อนพูดเสียงอู้อี้

ขอบคุณ…”

 

เร็วๆด้วย รถจะมารับแล้วและคงถูกทิ้งจริงๆถ้ายังมัวโอ้เอ้อยู่ล่ะก็

 

            ผมผละออก ด้วยความรู้สึกโหวงเหวงประหลาด ไม่รู้เป็นเพราะรอยเจือเศร้าในนัยน์ตาคู่นั้น ความเหงา? หรือกลัวการอยู่คนเดียว? อะไรก็ตามที่หล่อนพยายามจะสื่อออกมา มันชัดเจนในครั้งนี้ แต่ผมก็ยังไม่มีเวลาใส่ใจมากอยู่ดี

 

            ผมสนใจว่าใครกัน ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้? ใครที่แอบปลอมตัวเป็นเจ้าของโรงแรมที่พักแห่งนี้ ใช้จังหวะที่ผมวิ่งขึ้นไปหาซินเธียบนห้อง แล้วทำผิดกฎสถาบันผ่านไอดีของผม

 

            และสิ่งที่ทำผิดคืออะไร

 

            เมื่อหาความเชื่อมโยงไม่พบเลย นั่นทำให้ผมเริ่มกังวลมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

ไม่นานนักหลังจากที่ยัยนั่นสะพายเป้แล้วไถลตัวออกมาจากห้อง ผมจึงช่วยพยุงร่างโดยคว้าเป้ยกขึ้นจนร่างเล็กลอยจากพื้นไม่ดีเหรอไง จะได้ไม่ต้องเหนื่อยสับขาวิ่งตามให้ทัน?

 

            ยัยนั่นคงไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่เถียงอะไรอีก จากนั้นเมื่อเราลงไปถึงชั้นล่างผมก็ทำการคืนกุญแจห้องพักทันที ด้วยเหตุผลว่ามีเรื่องด่วนที่ต้องรีบสะสาง

 

            อุปสรรควันนี้ยังไม่หมดลงแค่นั้น เซ้นส์ของโพรเทกเตอร์ของผมมันบอก ตั้งแต่ก่อนก้าวออกจากประตูโรงแรมอีกครับ

 

            หยุดเสียงทุ้มกร้าวดังจากเบื้องหน้า เขาคือชายร่างสูงโปร่ง ดวงหน้าคร้ามไปด้วยหนวดเครา เค้าโครงรูปร่างและหน้าตาเหมือนคุ้นว่าเคยเห็นที่ไหนหมอนั่นสวมชุดหนังสีน้ำตาล ทับด้วยเสื้อคลุมที่ทำจากขนสัตว์ การแต่งตัวเหมือนอยู่ในพื้นที่เขตอากาศหนาว ในเขตชานเมืองรียูนนา ที่อากาศอบอุ่นกำลังดีเนี่ยนะ?

 

            “นายเป็นใครผมหรี่ตาลงมองพร้อมถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก ส่วนคนตัวเล็กข้างๆผมนั้นอุทานเบาๆแล้วเดินมาหลบข้างหลัง โดยเกาะชายเสื้อผมเอาไว้แน่น

 

            คืนซินเธียมาให้ฉัน

 

            “…”ผมมองดาบสั้นสีเงินที่ถูกชักจากกระเป๋าสะพายด้านหลังของชายหนุ่มผู้นั้น อาวุธสังหารที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายปีศาจอย่างรุนแรงมันมีไอดำพวยพุ่งออกจากดาบคมเมื่อเจ้าของตวัดข้อมือเล็กน้อย

 

            นัยน์ตาสีแดง เรือนผมสีดำบุคลิกห้าวหาญ กับไอปีศาจรุนแรงคนคนนี้ถามหาถึงซินเธีย

            ผมปรายตามองคนตัวเล็กที่ยืนค้างเป็นรูปปั้น ไม่ช่างพูดเหมือนเคย

 

ไม่ต้องใช้กำลังหรอกเดวิลปริ๊นซ์ ธามส์…”ผมลากสายตากลับไปที่เดิม ดวงหน้าคร้ามเครากระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น และนั่นทำให้ผมแน่ใจในตัวตนเขามากกว่าเดิม

 

..พี่ชายคะเสียงเล็กดังแผ่วเบา เรียกสายตาอำมหิตราวกับพร้อมจะฆ่าคนให้ตวัดไปมองแว๊บหนึ่ง พี่อย่าฆ่าอันเซียร์ เขาเป็นสามีข้า

 

            คำพูดนั้นไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นแต่อย่างใด

เมื่อดวงตาของเจ้าชายปีศาจเริ่มวาวโรจน์ขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว เหมือนถูกสุมไฟให้ลุกโหมขึ้นกว่าเดิมแล้วนั้น ผมจึงเสกเกราะเวทขึ้นมาบังไว้หนึ่งชั้นทันที

 

            เสียงชักดาบออกจากคมฝักดังสองครั้งติดๆกัน เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นชายหญิงคู่นั้น ที่นั่งบนโซฟายาวพร้อมเสื้อคลุมสีดำปิดคลุมทั้งร่างไว้ ขณะนี้พวกเขาหยิบจับอาวุธขึ้นมาอยู่ในท่าพร้อมรบทันที

 

 

 

Writer: แฮ่ มาแล้ว จะสอบก็มา ฮือๆ งอแงๆๆ คิดถึงเซียร์เธีย ส่วนตอนพิเศษไอลีนก็ยังไม่จบ- - อืมมม แล้วจะมาต่อนะคะไม่หายไปไหนหรอก สนุกกับการเขียนอยู่...รักทุกค้นนน<3

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

บาบิQ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

779 ความคิดเห็น

  1. #65 Mazato Yume (@sleeplezzrr) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 20:58
    สู้ๆค่ะไรท์ >___</
    #65
    1
  2. #62 FangFySama (@FangFySama) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 21:42
    โอ๊ย เรื่องแลดูยุ่งยากจัง><
    สู้ๆนะคะไรท์
    #62
    1
    • #62-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 7)
      18 มิถุนายน 2559 / 09:11
      ขอบคุณค่า นี่ก็หัวปั่นอยู่เหมือนกัน รีดสู้ๆเช่นกันน้าา
      #62-1
  3. #61 Toh Pichaya (@messitoh) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 23:57
    ธามส์มาแล้ววววๆๆๆ
    #61
    1
    • #61-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 7)
      18 มิถุนายน 2559 / 09:11
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ค่าาา
      รอลุ้นน้า
      #61-1
  4. #60 t.Darling (@iamtey) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 20:17
    เจ้าหนูอันเซียร์.ทำไมทำงี้ล่าา55555 
    #สู้ๆนะฮะ ดูแลสุขภาพด้วยเน้ออ  จะรอน้าาาา T^T
    #60
    1
    • #60-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 7)
      16 มิถุนายน 2559 / 19:11
      เย้เย้ ขอบคุณค้าบ
      #60-1
  5. #59 หนูยุ้ย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 20:13
    ได้ไงอ่ะ ได้(ใจ)เค้าแล้ว จะทิ้งเค้าได้ไง ใจร้ายยย
    #59
    1
    • #59-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 7)
      16 มิถุนายน 2559 / 19:11
      ไม่ทิ้งน้าา อาจมาช้า นิดหน่อยเท่านั้นเองง TT
      #59-1
  6. #58 FangFySama (@FangFySama) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 13:37
    เอิ่ม...จะสงสารใครดีเนี่ย สามีภรรยาคู่นี้-0-
    #58
    1
    • #58-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 7)
      16 มิถุนายน 2559 / 19:10
      สงสารไรท์ค่ะ 55
      #58-1
  7. #57 Larwan (@Larwan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 02:09
    แง..... มาต่อไวๆนะค้า
    #57
    1