The Devil Princess's Protector ..ภรรยาของผมเป็นปีศาจ

ตอนที่ 64 : V.2 Chapter [62] ดอกระฆังขาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    19 ต.ค. 60

[62]

 

            ข้าคือเทพแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์

อิกดราซิลเลียน คือนามของข้า

 

            เมื่อหลุบตาลง ตั้งใจสดับรับฟังเสียงจากภายนอก ข้าสามารถสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังธรรมชาติในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรูป รส กลิ่น เสียง แสง กระทั่งเงาไม้ที่ซ้อนทับกันก็ส่งสัญญาณสะท้อนถึงการเคลื่อนไหว ทิศทาง ความเร็วของสายลมที่พัดผ่าน

 

            ข้าคือเทพผู้โอบอุ้มทุกสิ่งอย่าง คอยประคองโลกมนุษย์ให้เกิดความสมดุลอยู่เสมอ

 

            ภายใต้ผืนธรณีนี้ เหล่าพืชพรรณล้วนมีการเกิด เมื่อผุดพ้นจากดิน คลี่ใบรับแสงแดดและเผชิญกับความสวยงามบนโลกมนุษย์แล้ว กาลเวลาก็จะต้องแลกคืน ด้วยการดึงสิ่งเหล่านั้นกลับคืนสู่ผืนดินดังเช่นที่เคยเป็นมา

 

            ข้าค่อย ๆ ยอบกายลง ก่อนจะเอื้อมไปหยิบใบไม้ที่แห้งกรังขึ้นมาถือไว้ในมือ

 

            การเกิดและตายนั้นเป็นวัฎจักร ที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้ ให้เกิดสมดุล

            ไม่มีสิ่งใดฝืนกฎแห่งธรรมชาตินี้ได้

            แม้แต่เทพสูงสุดแห่งต้นไม้และพรรณพืช ก็ไม่อาจมอบความอมตะให้แก่ทุกชีวิตได้ ไม่อาจหยุดยั้งกลีบใบไม้สุดท้ายที่กำลังจะโรยรา

 

            “ท่านมาที่นี่อีกแล้วหรือเจ้าคะ ?”ได้ยินเสียงดังเจื้อยแจ้ว คลอด้วยเสียงพูดคุยจุกจิกอย่างรัวเร็วไม่เป็นภาษา ข้าจำต้องเลื่อนสายเศษใบไม้สีน้ำตาลเข้ม ไปยังกลุ่มเด็กสาวที่มาใหม่ พวกนางมีร่างเล็กสูงแค่เอวคอด ผมและเครื่องแต่งกายล้วนถูกประดับด้วยใบไม้และดอกไม้ใหญ่ สีสันสะดุดตา

            ผู้ใช้เวทเรียกพวกนางว่า ภูติไม้

            โดยปกติพวกภูติไม้ไม่ชอบสุงสิงกับใคร แต่คงเป็นเพราะพวกนางสัมผัสได้ถึงพลังของข้า แล้วรู้ว่าข้าไม่ได้เป็นอันตรายสำหรับพวกนาง

 

            “มีอะไรให้พวกเรารับใช้หรือเปล่าเจ้าคะ ?” อีกหลายเสียงพึมพำตาม ๆ กันคล้ายกับเสียงสะท้อน เหล่าภูติไม้ยอบกายคำนับและจับจ้องมา

           

            “ข้าเพียงแต่สงสัยข้ายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปล่อยให้เศษใบไม้ลอยปลิวไปกับสายลม ตั้งแต่วันกำเนิดโลก มีผู้ที่มีสายเลือดของปีศาจและเทพในร่างเดียวกัน แล้วสามารถมีชีวิตรอดได้หรือไม่”

           

            คำถามที่รู้ชัดในคำตอบอยู่แล้ว แต่ข้าก็ยังไม่อาจยอมรับ ว่าในพันกว่าปีที่ปกครองผืนดิน ไม่มีเลือดของเทพและปีศาจที่สามารถหลอมรวมกันได้ เนื่องจากพลังทั้งสองนั้นเป็นอริกันโดยสัญชาติ

 

            พวกนางหันไปปรึกษาหารือกันอย่างตั้งใจโดยจับกลุ่มกันเป็นวงกลม แล้วหนึ่งในนั้นจึงหันมาให้คำตอบ

            “ไม่มีเจ้าค่ะ

 

ไม่มีทางใดที่จะแก้ไขสถานการณ์นี้ได้เลย

            หรือว่าข้าต้องยอมจำนน ปล่อยเจ้าไปแบบนี้หรือ...ซินเธีย

 

 

            ทั้งที่เราได้พบรักกัน ได้อยู่ร่วมกัน

            ทั้งที่ข้า สามารถสัมผัสเจ้าได้ โอบกอดเจ้า และเอ่ยคำว่ารักได้อย่างเต็มปาก

 

            “ท่านเทพแห่งโชคชะตา...ได้ยินหรือไม่” ข้าแหงนเงยมองผืนฟ้าสีคราม สายฝนค่อย ๆ หลั่งเทลงมาจากเบื้องบน บางทีนี่อาจเป็นสัญญาณว่าเทพองค์นั้นกำลังรับฟังอยู่ “ในวันนี้ ข้า...อิกดราซิลเลียน เทพแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ขอมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้ามี พลังเทพ...จิตวิญญาณ...ข้ายอมแลกกับดวงวิญญาณของซินเธีย...เทพีจันทรา ผู้ได้พิสูจน์ต่อข้าแล้วว่านางเป็นผู้บริสุทธิ์...เป็นผู้ที่มีจิตใจอ่อนโยน...”

 

            ข้าหลุบตาลง ให้หยาดฝนชำระล้างหยดน้ำที่ไหลรินจากดวงตาช้า ๆ

            “เป็นผู้ที่คู่ควรแก่ความรัก...”

 

            รัก

            ข้ารักนางตั้งแต่นางกำเนิดเป็นเทพีจันทรา...ตั้งแต่ที่มือน้อย ๆ คู่นั้นแตะสัมผัสข้า สายตาทั้งสองมองมาอย่างเว้าวอน นางเลือกให้ข้าเป็นองครักษ์ของนาง

            หลังจากที่ปฏิเสธความรู้สึกนั้น...ปฏิเสธนาง...เรื่อยมา

            ข้ากลับค้นพบว่าข้าไม่เคยเหลียวมองหญิงอื่น ในสายตาข้ามีเพียงนางเสมอมา ข้าคอยจับตาดูว่านางมัวไปเล่นซุกซนที่ใด ตั้งแต่ก้าวแรกที่นางหัดเดิน คำแรกที่นางเอ่ย ข้าล้วนอยู่ในเหตุการณ์นั้น นั่นเป็นเพราะ...ข้าไม่เคยห่างกายนางจริง ๆ เลยสักครั้ง

            เมื่อไหร่กันนะ...ที่ข้ายอมรับว่าความรู้สึกที่มีต่อนางเป็นเรื่องจริง เลิกหยิบยกข้ออ้างอื่น ๆ มาอธิบายต่อตนเอง เมื่อไหร่กันที่ข้ายอมรับว่ามีนางอยู่ในหัวใจ...

 

            หรือจะเป็นตอนนั้น...

 

 

...

          ณ คืนวันเฉลิมฉลอง

 

 

            ท่ามกลางความเงียบสงัด เป็นเวลากลางคืนที่ความมืดแห่งรัตติกาลเข้าครอบงำพื้นที่ เทพแห่งวันเวลาไม่เพียงบันดาลความสงบให้แก่มนุษย์ได้พักผ่อนหลับใหลเท่านั้น แต่ยังทำให้เหล่าเทพได้สัมผัสกับบรรยากาศของรัตติกาล อันมีผืนฟ้าสีน้ำเงินเข้ม กลิ่นของหยาดน้ำค้างผสมใบหญ้า เลียนแบบธรรมชาติบนโลกมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

 

            “อิกดราซิลเลียน...ท่านกำลังจะพาข้าไปที่ไหนน่ะ...โอ๊ย ช้า ๆ หน่อยซิ”เสียงหวานพร่ำถามสลับกับบ่น เมื่อมือหนึ่งถูกเทพแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ถือกุมไว้แล้วลากไปด้านหน้าตามใจชอบ อีกมือหนึ่งก็ง่วนอยู่กับการยกชายกระโปรงให้พ้นขอบเท้าเพื่อจะได้วิ่งอย่างสะดวก

            เทพีจันทราสรุปได้ว่าชุดนี้ไม่เหมาะแก่การวิ่งเล่นเป็นอย่างยิ่ง

 

            “ใกล้ถึงแล้ว”เสียงทุ้มเข้มตอบกลับเพียงเท่านั้น ไม่ได้หันกลับไปมองความลำบากของนางเลยแม้แต่น้อย นั่นทำให้สาวน้อยเริ่มมีอารมณ์เคือง

 

            “ท่าน...เดินช้า ๆ หน่อยได้หรือไม่ ข้าสะดุดชายกระโปรงไปหลายทีแล้ว ไม่รู้สึกบ้างหรือ” นางเอ่ยอย่างขุ่นเคืองใจ ในหัวพลันคิดว่าคนข้าง ๆ จะต้องจงใจแกล้งอีกเป็นแน่ แต่ทันใดนั้นความคิดทุกอย่างพลันสะดุดลง

 

            หมับ

            “...”

            “O_O

            ร่างหนาที่เดินนำหน้ากลับพลิกตัวมาช้อนร่างอ้อนแอ้นขึ้นมา วงแขนแข็งแกร่งกระชับแน่นขึ้น โอบระหว่างท้ายทอยและข้อพับบริเวณเข่าทั้งสองข้างเอาไว้

 

            “ท...ท่าน...ท่านทำอะไรน่ะ”

            “ข้าเพียงแต่รำคาญเสียงบ่นของเจ้า”

            “ร...รำคาญงั้นเหรอ !” เป็นคำพูดที่ดูแทงใจดำนางยิ่งนัก เพราะใบหน้านวลเนียนเริ่มขึ้นสี ริมฝีปากอวบอิ่มนั้นเม้มแน่นราวกับอัดอั้นบางอย่าง แต่นางกลับนิ่งไม่ต่อปากต่อคำ นั่นทำให้อิกดราซิลเลียนประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นเขาค่อย ๆ ก้าวเดินต่อ

           

            จนกระทั่งฝีเท้าทั้งสองหยุดลง ณ สถานที่ที่คุ้นเคย ต้นไม้สวรรค์อิกดราซิลตั้งตระหง่านตรงหน้า ทว่า ผืนหญ้าที่ควรมีเพียงต้นหญ้า กลับถูกแทนที่ด้วยดอกไม้อันมีกลีบดอกสีขาว ย้อยคว่ำลง เรียงรายเป็นระเบียบแถวสวยงาม

            “นั่น...”แม้แต่คนอารมณ์ขุ่นเคืองยังสลัดความวิตกนั้นจนหมด แทนที่ด้วยความตื่นเต้น นัยน์ตากลมโตสีแดงสดทอดมองภาพเหล่านั้นด้วยอารมณ์หลากหลาย “ดอกระฆังขาว...นั่นดอกระฆังขาวเต็มไปหมดเลย !

           

            สายลมพัดผ่าน หยอกล้อกลีบดอกไม้เกิดเป็นเสียงกรุ๊งกริ๊ง คล้ายดนตรีเสียงเล็กใสดังก้องไปทั่ว

            อิกดราซิลเลียนจับตามองใบหน้าที่สะท้อนอารมณ์อันหลากหลายของสตรีในวงแขน พลันกระดกยิ้มโดยไม่รู้ตัว

 

            “ในวันนั้น ข้าเห็นเจ้าก้มลงเก็บดอกระฆังขาว ถูกกิเลสความอยากได้เข้าครอบงำ จนเกือบถูกต้นไม้กลืนกิน บทลงโทษของเจ้า...ก็คือเก็บดอกไม้พวกนี้ให้หมด”

 

            เทพีจันทราเปลี่ยนสีหน้าได้อย่างรวดเร็วทันที ดวงตากลมโตช้อนมองดูคนที่คล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม

            “หา ! ท่านว่าอย่างไรนะ !

            “เจ้าได้ยินไม่ผิด”

            “ฮือๆ ข้าไม่มีทางทำคนเดียวสำเร็จแน่”

            “...”

            “ข้าต้องการความช่วยเหลือ ใช่แล้ว ข้าต้องขอความช่วยเหลือ !

            “เจ้าจะขอความช่วยเหลือจากใคร”

            อิกดราซิลเลียนไม่รู้ว่าตนใช้น้ำเสียงดุดันมากขึ้นเพียงใด อีกทั้งมุมปากที่ยิ้มน้อย ๆ กลับกระตุกเบา ๆ

            “แคปริคอร์นัสจะต้องช่วยข้าแน่ ๆ !

            “...ไม่ได้”

            เสียงทุ้มเข้มขัดขึ้นทันที จากนั้นร่างบางในวงแขนก็ถูกปล่อยวางลงบนพื้นกะทันหัน เทพีจันทราได้แต่ส่งเสียงอุทานเบา ๆ กับการกระทำที่รวดเร็วเช่นนั้น

           

            “โอ๊ย แล้วท่านจะให้ข้าทำยังไง บทลงโทษแบบนี้ไม่ไหวหรอก ข้าทำไม่ได้ !”เทพีจันทรากำหมัดแน่น นางรับผิดแล้วย่อมต้องยอมรับกับบทลงโทษ แต่เมื่อกวาดสายตามองดูรอบ ๆ อาณาบริเวณพื้นที่ของเทพแห่งต้นไม้สวรรค์แล้ว นางก็นึกอยากร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ

            “นี่เจ้า...ไม่คิดแม้แต่จะขอความช่วยเหลือจากคนตรงหน้าเจ้าเลยหรือ...” จู่ ๆ เสียงกระซิบจากคนข้างหน้าก็ตรึงความสนใจเอาไว้

            “หา...?” คิดว่าได้ยินผิดไป เทพีจันทราก้าวเข้าไปอีกนิด แหงนเงยมองใบหน้าอันเรียบเฉยไร้อารมณ์ ของบุรุษตรงหน้า “เป็นเพราะท่านมอบบทลงโทษนี้ให้ข้า ข้าก็คิดว่าท่านจะไม่ยอมช่วยข้าน่ะสิ”

            “หึ”

           

            มือเล็ก ๆ ทั้งสองถูกมือหนาจับกุมไว้อีกครั้ง นี่เป็นครั้งที่สองตั้งแต่วันกำเนิดเทพีจันทรา ที่เทพแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ผู้หยิ่งทะนงผู้นั้น เอื้อมมือมาสัมผัสนางก่อน...คิดเท่านี้หัวใจน้อย ๆ พลันเต้นแรงขึ้น...

            เขาไม่ได้รังเกียจข้าหรอกหรอ

 

            “พลังของข้าสามารถบังคับผืนดินได้ ดอกระฆังขาวก็เช่นกัน...”

            “จ...จริงสิ ! ก็ท่านเป็นเทพแห่งพืชพรรณนี่นา” เทพีจันทราพยายามกลบเกลื่อนความเขินอายด้วยเสียงหัวเราะแห้ง ๆ

            “หากเจ้ายอมเต้นรำกับข้า ข้าจะใช้พลังช่วยเจ้าในครั้งนี้”

            “หา...อะ...เอ่อ...”

            หมับ

            ไม่ทันได้ตอบรับหรือปฏิเสธ มือหนาก็คว้าเอวคอด ดึงร่างบางเข้าหาตน ใบหน้าสวยหวานเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ลามจนถึงใบหู เมื่อนางได้จ้องสบกับนัยน์ตาคมคู่ที่อิกดราซิลเลียนใช้จ้องมองมา

            เป็นสายตาที่สื่อความนัยบางอย่าง ?

            แต่นางไม่กล้าจะจ้องตอบได้นาน ต้องเบือนสายตาออกไปทางอื่น มือเล็กข้างนึงที่ถูกมือหนาจับกุมอยู่ ก็ถูกจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งบ่าไหล่อย่างพอเหมาะ ขณะที่อีกข้างก็อยู่ในอุ้งมือหนา

            เสียงเล็กใสของดอกระฆังขาวที่ถูกสายลมหยอกล้อนั้น เกิดเป็นเสียงสูงต่ำเกิดเป็นบทเพลงธรรมชาติ สองเท้าเริ่มก้าวเข้าจังหวะเดียวกับเสียงบรรเลง ร่างบางคล้ายว่าถูกโอบอุ้ม แทบไม่ต้องขยับตนเองหมุนไปตามการเคลื่อนไหวที่อีกฝ่ายนำให้เท่านั้น

 

            อิกดราซิลเลียนทอดมองใบหน้าแดงระเรื่อของสตรีในอ้อมกอด ก่อนที่จะปล่อยคลื่นพลังออกมา ดอกระฆังขาวค่อย ๆ ลอยขึ้นโผล่พ้นจากพื้นดินสู่ท้องฟ้า แสงสีเขียววิบวับแผ่กระจายไปทั่วอาณาบริเวณ เกิดเป็นภาพอันสวยงามที่ทำให้เทพีจันทราลืมความประหม่าไปในทันใด แล้วเอ่ยชมจากใจ

            “สวยจัง”

           

            เทพแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เห็นดังนั้น จึงยิ้ม แล้วยอมปล่อยให้สตรีในอ้อมกอดได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ คิดไม่ผิดว่านางชื่นชอบดอกระฆังขาวเป็นอย่างมาก มือเล็กทั้งสองพยายามเอื้อมเก็บดอกไม้สีขาวบนอากาศอย่างเพลิดเพลิน

 

            “สวยจริง ๆ เลย !     

 

            อิกดราซิลเลียนทอดมองภาพนั้น นัยน์ตาดุดันเกิดประกายความอ่อนโยน เท้าทั้งสองเดินเข้าหา ประชิดร่างบางเล็กที่มัวหลงเพลิดเพลินกับความงามธรรมชาติจากทางด้านหลัง

            มือหนาแตะสัมผัสไหล่บาง ร่างอ้อนแอ้นเกร็งตัวทันทีเมื่อรับรู้ถึงไออุ่น และความใกล้ชิดอีกครั้ง

            อิกดราซิลเลียนเอื้อมมืออีกข้างคว้าดอกระฆังขาวเอาไว้ ในระดับสายตาที่เทพีจันทราจะมองเห็น ริมฝีปากบางยิ้มจาง ก่อนจะเอ่ยกระซิบข้างหู

 

            “สำหรับเจ้า...ดอกระฆังขาวก็คือกิเลส...เป็นสิ่งที่เจ้าอยากครอบครองมันใช่หรือไม่...”

 

            “...”

 

            “เทพีจันทรา...เจ้า...เปรียบเสมือนดอกระฆังขาว สำหรับข้า...”

 

 

 

 

Writer : พอๆ หยุดก่อนที่เนื้อหาจะดูล่อลวงเด็กสาวไปมากกว่านี้ 555 อิกดราซิลเลียนช่างลงทุนจริงๆ แค่จะหลอกเขามาเต้นรำสารภาพรักถึงกับต้องสร้างพล็อตขนาดนี้เลย – ดูไม่ค่อยมีเหตุผลนะ— พยายามทำให้มีเหตุผลมากกว่านี้ได้มั้ย [บ่นตัวเอง] //บาบิQ

 

 

 

 

 

           

           

             

 

           

 

           

             

 

           

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

779 ความคิดเห็น

  1. #660 Toh Pichaya (@messitoh) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 05:09
    ไรท์เตอร์คะ ทำไมทำกับเราแบบนี้ ไม่ยอมมมม จะปล่อยให้เรายิ้มค้างแบบนี้ไม่ได้นะ ToT
    #660
    0
  2. #659 dcasertuymnb34 (@dcasertuymnb34) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 17:40
    ละวังโดน จับนะ อิกดราชินเลียน
    #659
    0
  3. #658 Sakura-swewt (@Sakura-swewt) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 14:14
    เขินนนนน บิดตัวไปมาาาา
    #658
    0
  4. #657 Raknayna (@Raknayna) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 14:11
    งื้อออออออออ สุดจริงงง รอค่าา
    #657
    0
  5. #656 เรโกะ จิทาคุ (@modsensei) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 13:27
    อ----------อเฮือกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก//เลือดพุ่งงงงงงงงงงงงงง
    #656
    0