The Devil Princess's Protector ..ภรรยาของผมเป็นปีศาจ

ตอนที่ 63 : V.2 Chapter [61] ไม่มีสิ่งใด ที่เป็นนิรันดร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 632
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 ต.ค. 60

[61]

 

 

            อาหารมากมายที่อิกดราซิลเลียนเตรียมไว้สำหรับมื้อเช้านั้นมากพอที่จะเก็บตุนไว้ได้อีกสามวันข้างหน้า ข้ากระพริบตาปริบ ๆ มองจานที่เต็มไปด้วยเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ก่อนจะลากสายตามองพ่อครัวจำเป็นที่ยืนกอดอก ส่งสายตาดุ ๆ มาให้

 

            “เจ้าต้องกินให้หมดเลยนะ”เขาพูดเชิงขู่ ดูก็รู้ว่าเอาจริงเอาจังเพียงใด

 

            “ข้าไม่รู้สึกหิวเลยสักนิดนี่นะ

 

            “เฮ้อ”อิกดราซิลเลียนถอดชุดตัวนอกออก ก่อนจะเดินอ้อมมุมโต๊ะไม้ มาหยุดที่ข้า “ข้าไม่อยากบังคับเจ้าเลยนะ ?

 

            “งั้นก็อย่าสินะ”ข้าส่งสายตาเว้าวอนเต็มที่

 

            “ไม่ได้”

 

            เขาจูงมือข้าไปที่เก้าอี้ไม้ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลง แล้วอุ้มข้าไปไว้บนตัก แผ่นหลังของข้าอุ่นจนเกือบร้อน เมื่อสัมผัสกับมัดกล้ามเนื้อที่อกของเขา แม้จะมีเสื้อผ้าบาง ๆ กั้นเอาไว้ก็ตาม

 

            “ถึงจะทำแบบนี้ แต่ข้าก็กินทั้งหมดนี่ไม่ไหวหรอกนะ” ข้าออกปากก่อน กลัวว่าเขาจะผิดหวัง เพราะหลายวันมานี่ข้าแทบไม่แตะอาหารอะไรเลย

 

            “ซินเธีย” น้ำเสียงของเขาฟังดูกลัดกลุ้มยิ่งนัก ลมหายใจที่ผ่อนยาวกระทบหลังหูข้างหนึ่ง แขนแข็งแกร่งโอบกายข้าไว้อย่างแผ่วเบา ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมหยิบช้อน เตรียมตักอาหารขึ้นมาป้อนอย่างเคย

 

            “ง่ำๆๆ” ข้าจำต้องอ้าปากเพื่อรับเนื้อไก่ที่ทอดน้ำมันแบบสุกกำลังดีเข้ามาเคี้ยว ถัดจากนั้นไม่นาน เจ้าผักกาดขาวก็ตามมาอย่างติด ๆ

 

            ข้าดีใจนะที่เขาใส่ใจข้าถึงเพียงนี้ ไม่เพียงแต่อาหารการกิน งานบ้านง่าย ๆ เขาก็ยังอาสาทำเองทุกอย่าง ถึงแรก ๆ ข้าจะเหนื่อยกับการสอนงานเขาก็ตามที แต่เขาเรียนรู้ได้เร็วทีเดียว

            อาหารพวกนี้ก็ได้มาจากการแลกข้าวโพดกับอาหารอื่น ๆ ชาวบ้านแถบนี้พากันบอกปากต่อปากว่า ข้าวโพดพันธุ์อิกดราซิล นี้เอาไปประกอบอาหารก็ดี หรือกินกับซุปก็อร่อยมาก ขายดีมาก ๆ จนเก็บเกี่ยวไม่หวาดไม่ไหว

           

            ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเคร่งครัดเรื่องเวลาพักผ่อนของข้า ในหนึ่งวัน อิกดราซิลเลียนจะบังคับให้ข้านอนงีบสามเวลา โดยอยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา มีเพียงบางครั้งเท่านั้นที่ตื่นมาโดยไม่พบเขา แต่ไม่นานจากนั้นก็เห็นเขาวิ่งหอบกองผ้าที่ผ่านการทำความสะอาดแล้วกลับมาที่บ้าน

 

            ไม่รู้ทำไมภาพเหล่านั้นทำให้้ข้าอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

            ทั้ง ๆ ที่พวกเราต่างมีเรื่องที่คิดหนักอยู่ตลอดเวลา แต่กลับแสร้งทำเหมือนว่าทุกอย่างกลับคืนสู่ปกติ ข้าเดาไม่ออกเลยว่าในใจของเขาคิดอะไรอยู่บ้าง

 

            “สำหรับเรื่องทั้งหมดนี้ข้าขอบคุณมากนะ” ข้าเอ่ยออกไปเช่นนี้บ่อยครั้ง และเมื่อพูดไปอย่างนั้น อิกดราซิลเลียนมักมีท่าทีแปลกไป

            เคร้ง

            เขาทิ้งช้อนลงกับจาน มือที่ยังทำท่าถือกลางอากาศนั้นกำแน่นขึ้น

           

            “จะขอบคุณไปทำไมกัน”

 

            “อิกดราซิลเลียน ?

 

            ข้าเบี่ยงกาย แหงนหน้าขึ้นมองเขา นัยน์ตาคู่นั้นดูทั้งกรุ่นโกรธ และหม่นหมองลงฉับพลัน

 

            “ข้าแค่รู้สึกขอบคุณ ก็เลยพูดออกมาแบบนั้น ทำไมท่านต้องโกรธด้วยน้า” หรือคำพูดของข้าเป็นคำที่ไม่ควรพูดหรือ ข้าเก็บงำความสงสัยไว้ในใจ ก่อนจะเอื้อมมือขึ้นไปสัมผัสข้างแก้มของเขา

 

            อิกดราซิลเลียนกลับเบือนหน้าหนี

 

            “เจ้าคิดว่าจะจากข้าไปสินะ” เอ๋…? เขาพูดทั้งที่ไม่มองหน้ากันด้วยซ้ำ นี่คือสิ่งที่เขาคิดตลอดเวลาอย่างนั้นหรือ

 

            “ข้าขอโทษ

 

            “ไม่ต้องขอโทษหรอก ซินเธียเจ้าไม่เชื่อใจข้าหรือว่าข้าสามารถปกป้องเจ้าและลูกของเราได้”คราวนี้น้ำเสียงของเขาอ่อนลง ฟังดูเหนื่อยล้ายิ่งนัก เขารู้ไหมว่าในหลายวันมานี้เขาฝืนตัวเองมากมายขนาดไหน ถึงจะไม่พูดระบายออกมา แต่ข้าก็รู้

 

            “ข้าไม่เคยคิดจะไปจากท่านเลย”ข้าพยายามปลอบโยนเขา รู้สึกปวดหนึบในใจ กับความจริงที่ว่าแม้กระทั่งตอนนี้ ก็ไม่มีใครล่วงรู้อนาคตได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับข้า หรือสายสัมพันธ์ของพวกเรา

 

            “” เขานิ่งเงียบ ในขณะที่ข้าโผเข้ากอดเขาเต็มวงแขน แนบกายทั้งหมดไว้กับกายเขา โดยหวังว่าความอุ่นนี้จะช่วยคลายความหนาวเหน็บในใจของเขาไปได้บ้าง

            เขากลัวมาก ๆ...ข้ารู้

            นั่นคือเหตุผลที่ยามข้าลืมตาขึ้นมา ก็จะพบสายตาห่วงใยของใครบางคนเฝ้ามองอยู่เสมอ

 

            “แล้วข้าจะกลับมาก่อนค่ำ”

 

            อิกดราซิลเลียนคลายกอด เขาค่อย ๆ ผุดลุกขึ้น หันมามองหน้าข้าแวบหนึ่งก่อนจะคว้าเสื้อคลุมตัวนอกเดินออกจากประตูหน้าบ้านไป

 

            เฮ้อ

            ข้าถอนหายใจยาว ก่อนยกมือขึ้นลูบหน้าท้องที่เริ่มปูดนูนเป็นเส้นโค้งให้เห็น

            “ดูพ่อของเจ้าสิ มัวแต่คิดมากจนไม่สนใจพวกเราแล้ว”

 

            ครืน~

            เสียงจากฟากฟ้าดังขึ้นก่อนที่หยาดฝนจะโปรยปรายลงมา สภาพดินฟ้าอากาศที่นี่นั้นคาดเดาไม่ได้เลยจริง ๆ ด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังมีแดดลงแท้ ๆ

 

            แว้บ ~

            “ซินเธีย”

 

            “O_o” ข้าสะดุ้งเบา ๆ เมื่อเห็นแสงสีม่วงแว๊บ ๆ แล้วอยู่ ๆ ก็มีเทพองค์หนึ่งปรากฏตัวขึ้นกลางบ้าน “แคปริคอร์นัส ! ท่านเกือบทำข้าหัวใจหยุดเต้นแน่ะ !

 

            “ข้าขอโทษล่วงหน้าแล้วกัน ถ้าต้องทำเช่นนั้นจริง ๆ” เขาพูดราบเรียบ เดิมก็เป็นเทพที่เคร่งเครียดจริงจังอยู่แล้วด้วยนะ ยังพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้อีก น่ากลัวจริง ๆ

 

            “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ร่างสูงโปร่งเก็บลำแสงอันน่าแสบตากลับไปแล้ว เขาดูเหมือนมนุษย์เดินดินทั่วไป นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มกวาดมองสำรวจร่างกายข้าเร็ว ๆ หนึ่งครั้ง และข้ารู้ว่าเขาติดใจที่หน้าท้องที่เริ่มป่องนูนของข้าเป็นพิเศษ “รู้สึกยังไง ?

 

            “ก็ปกติดีนะ” ข้าพูดอ้อมแอ้ม ทำตัวไม่ค่อยถูกพอถูกจ้องแบบตั้งใจขนาดนั้นน่ะ

 

            “ข้าแค่สงสัยว่าทำไม” คำพูดของเขาหยุดลง ตาเรียวรีหรี่เล็ก เทพดาวมังกรก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินก้าวขายาว ๆ เข้ามาทางข้า

           

            หมับ

            กริ๊ด ! ข้าโดนเทพดาวมังกรลวนลาม !

 

            “ทท่านทำอะไรน่ะ !” ข้ายืนเกร็งตัวขณะที่ปล่อยให้เขายืนลูบ ๆ คลำๆ หน้าท้อง ใบหน้าอันเยือกเย็นนั้นปกปิดความสงสัยไม่มิด

 

            “หรือว่า

            “หรือว่าอะไร !?” ข้าเริ่มทนกับความเงียบไม่ไหว

 

            แคปริคอร์นัสยอมละมือหนาออกจากกายข้า ซึ่งนั่นทำให้ข้าตั้งสติ นับหนึ่งและถอยหลังห่างจากเขาหนึ่งก้าว

 

            “ข้าเคยบอกเจ้าใช่ไหม ว่าที่ข้าลงมาโลกมนุษย์คราวนี้ เป็นเรื่องของเทพแห่งปัญญา

 

            “เคยบอกมั้ง จำไม่ได้และ” มันนานมากแล้วนี่

 

            “ไม่อยากจะเชื่อ” เขากอดอก ยืนครุ่นคิดกับตัวเองอยู่นานแสนนาน

 

            “เทพแห่งปัญญาหายไป วิหารเทพไครัสสั่นคลอนไปหมด เดือดร้อนกันไปทั่ว เป็นที่สรุปได้แล้วว่าพลังเทพของเขาไม่ได้อยู่บนสวรรค์อย่างแน่นอน แต่ข้ากลับรู้สึก” แคปริคอร์นัสเว้นช่วงหายใจ นั่นทำให้ข้าระลึกได้ว่ามีบางอย่างเชื่อมโยงกันอย่างแน่นอน เรื่องของเทพที่หายไปนั้น กับเรื่องที่เทพดาวมังกรดูแปลกไปเช่นนี้ แต่ข้าหาได้ใส่ใจเรื่องนั้นตอนนี้ ที่ข้าสนคือ

 

            “แคปริคอร์นัส”ข้าเอ่ยเรียกเขา “ท่านว่ายังไงข้าก็ต้องจากไปใช่ไหมเรื่องที่ต้องชดใช้น่ะสุดท้ายแล้ว ข้ากับอันเซียร์ ก็ไม่มีทางอยู่ด้วยกันได้ใช่ไหม”

           

            สีหน้าของเทพดาวมังกรพลันสงบลง ก่อนจะพยักหน้าให้คำตอบช้า ๆ

 

            “อย่างนั้นเหรอนั่นสินะ”จนถึงวันนี้ ใครบางคนยังมีความหวังว่าเรื่องราวต่อจากนี้จะเปลี่ยนไปได้ ใครบางคนยังไม่ละความพยายามที่จะหาวิธี อย่างทุกวิถีทาง

            เพื่อที่จะไม่ต้องจากลากัน

 

            “ใกล้ถึงวันติดสินแล้วใช่ไหม” ข้าเดินช้า ๆ ไปยังขอบหน้าต่าง ด้านนอกที่กำลังมีฝนตก และหมอกควันจาง ๆ กลิ่นของสายฝนและใบหญ้าสดใหม่ ช่างน่าแปลกที่จิตวิญญาณของข้านั้นสงบนิ่งเหลือเกิน

            วันเวลา และฤดูกาล ได้เปลี่ยนผันไปเรื่อย ๆ ไม่เคยหยุดนิ่งเลย ความสุขก็เช่นกัน ไม่มีสิ่งใดที่เป็นนิรันดร์

            แม้จะอยากครอบครองท่านตลอดไป แต่ข้าก็ทำไม่ได้เช่นกัน

 

            “เมื่อถึงวันนั้นข้าจะยืนอยู่เคียงข้างเจ้าเอง” ร่างสูงโปร่งเดินเรียบเรื่อยมาหยุดข้างกาย แม้ไม่ต้องมองก็รู้ ว่าดวงตาคู่นั้นคอยจ้องมองข้าอยู่ องครักษ์ ผู้พิทักษ์ ผู้ปกป้องเรื่อยมา

 

            “ขอบคุณขอบคุณนะแคปริคอร์นัส ท่านช่างดีกับข้าเสมอมา”

 

            .

            .

            .

            .

 

            ดีต่อกันเสมอมา

 

[นานแสนนานมาแล้วณ คืนงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง]

 

 

“ลีโอจะพาเข้างาน ทำตัวกลมกลืนเข้าไว้ อย่าก่อเรื่องล่ะ” เสียงราบเรียบฟังผ่าน ๆ คล้ายบทสวดมนต์สำหรับเทพีจันทรานั้น ดังเอื่อย ๆ คล้ายสายลมที่พัดผ่านไปมาเบา ๆ

นัยน์ตาสีแดงสดชำเลืองมองเทพแห่งดาวมังกร แคปริคอร์นัสที่วันนี้ดูแปลกตาไป เนื่องจากทรงผมที่ถูกเซ็ตอย่างเรียบร้อย เครื่องประดับที่ทำจากทองคำห้อยระโยงระยาง ติดประดับบนเนื้อผ้าซาตินนั้นทำให้เขาดูสง่างาม แต่สำหรับหญิงสาวที่ไม่คุ้นชินกับงานพิธีสำคัญ และไม่เข้าใจเรื่องเครื่องประดับและความงามมากนัก มองว่านั่นช่างน่าขำนัก

 

“ข้าไม่ก่อเรื่องหรอก” เสียงหวานเอ่ยพร้อมยื่นปากเชิดขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะชำเลืองมองมงกุฎสีเงินที่ประดับประดาไปด้วยเพชรนิลจินดามากมาย “แต่ข้ารู้สึกเหมือนกำลังจะถูกทับตาย”

 

“อดทนหน่อยก็แล้วกัน” สายตาขององครักษ์แห่งเทพีจันทราคล้ายจะเห็นใจอยู่บ้าง เพราะเมื่อเทียบกับขนาดตัวและน้ำหนักของมงกุฎแล้ว เทพีจันทราที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโตก็คงต้องแบกรับน้ำหนักเหล่านี้ไปก่อน และอีกเดี๋ยวนางก็คงชินไปเอง

 

“ลีโอ เจ้าห้ามบ่นข้านะ เพราะที่หนัก ๆ นี่เครื่องประดับทั้งนั้นเลย ข้าเปล่านะ” เทพีจันทราจัดแจงพูดคุยกับสัตว์เลี้ยงเทพเสร็จสรรพ ก็ค่อย ๆ ปีนขึ้นไปนั่งบนหลังกริฟฟินยักษ์ ที่ก้มลงช้อนร่างบางขึ้นไปอย่างนุ่มนวล

 

“ลีโอ ข้าฝากนางด้วยนะ เมื่อเสร็จพิธีแล้วข้าจะตามไปดูแลนางเอง”

 

“เฮ้~ ข้าโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้วน่า~

 

            แม้จะมีเสียงท้วงเป็นระยะ แต่แคปริคอร์นัสก็หาได้ใส่ใจ เพราะทั้งเขาและสัตว์เลี้ยงเทพที่ดูแลประคบประหงมเทพีจันทราตั้งแต่เล็กจนโตนั้นรู้ดีว่าสิ่งที่เทพีจันทราถนัดที่สุด คือการนำเรื่องใส่ตัว

 

            นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มของเทพองครักษ์ทอแสงอ่อนลง เมื่อมองร่างบางในชุดผ้าซาตินสีขาว เคลือบขอบสีทอง เปิดเว้าใหล่เผยให้เห็นผิวขาวนวลเนียนเล็กน้อย ประดับด้วยมงกุฎที่รัดเกล้าเส้นผมหยักศกสีแดงขึ้นไป วันนี้เทพีจันทราดูงดงามไม่แพ้เทพแห่งความงามเลยทีเดียว

 

           

 

            ข้ากำลังเดินอยู่ในวิหารเทพไครัส เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจนั้นหยุดลง เมื่อเหล่าเทพเห็นการปรากฏตัวของข้า พวกเขาก็ค้อมกายคำนับให้ตามระเบียบ ก่อนจะหันไปสนทนากันต่อ

 

            ลีโอมาส่งข้าได้เพียงด้านหน้าเท่านั้น วันนี้สัตว์เลี้ยงเทพไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาภายในอาคารหินอ่อนอันหรู่หราโอ่อ่าแห่งนี้ ข้าจึงต้องเดินเข้างานอย่างลำพัง

            ไม่เคยต้องตกเป็นเป้าสายตาขนาดนี้มาก่อน

 

            แถมยังไม่มีแคปริคอร์นัส หรือลีโออยู่ข้าง ๆ อีกด้วย

            โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ข้ากำชายกระโปรงเอาไว้แน่น ก่อนจะพยายามทำตัวกลมกลืนอย่างที่ใครบางคนว่าเอาไว้ ข้ากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ว่าเทพแต่ละองค์นั้นทำอะไรกันบ้าง นอกจากยืนพูดคุยสนทนากันอย่างสุภาพแล้ว ทุกคนก็ต่างมีเครื่องดื่มหรืออาหารในมือ

 

            มีโต๊ะอาหารวางเรียงอยู่ชิดติดกับผนัง บางทีข้าน่าจะไปยืนกลมกลืนอยู่แถว ๆ นั้น

 

            “เทพีจันทราจริง ๆ น่ะหรอ นางดูไม่โดดเด่นเท่าไหร่เลยนะ” เสียงหวานบาดแก้วหูดังขึ้นทันทีที่เดินใกล้ถึงที่หมาย ทำให้เท้าที่เตรียมจะก้าวต่อนั้นหยุดชะงักลง

           

            “วันนี้ไม่มีเทพองครักษ์มาด้วย กล้าหาญจริง ๆ”

 

            เย็นไว้ พวกนางแค่หยอกข้าเหมือนเคยนั่นแหละ

 

            “ข้าไม่จำเป็นต้องสนใจ คำพูดของพวกเจ้าหรอกนะ” ข้าเชิดหน้า ก่อนจะเดินดุ่ม ๆ ไปคว้าแก้วสีเหลืองใสขึ้นมาถือไว้ แสร้งทำทีท่าว่าไม่เป็นไร ทั้งที่ในใจน่ะอยากจะวิ่งหนีไปจากที่นี่เต็มที

            ทำไมเหล่าเทพธิดาพวกนั้นไม่เคยชอบข้าเลยนะ

 

            “ดื่มได้เหรอ เครื่องดื่มนั้นมันไม่่ใช่ของเด็กน้อยนะ ?” เสียงหัวเราะร่วนดังผสมโรงเข้ามา เออ จริงสิ ไม่ใช่แค่เทพธิดาสินะที่ไม่ชอบหน้าข้า พวกเทพบุตรที่คลุกคลีกับพวกนางก็เหมือนกัน พวกเขาก็มักหยอกล้อข้าเรื่อยเลย ไม่รู้ทำไม

 

            “ดื่ม-ได้-สิ!”ข้าพูดกระแทกเสียงเล็กน้อย พร้อมกันนั้นก็กระดกแก้วทรงสูงนั้นขึ้นมาชิดขอบปาก ปลายลิ้นสัมผัสได้ถึงความขมปี๋เท่านั้นข้าก็ชะงัก

            ฮือ ไม่อยากดื่มแล้ว มันไม่หวานเลย

 

            “กำลังทำอะไร” เสียงทุ้มเข้มดังจากด้านหลัง ไม่นานจากนั้น ข้าก็ถูกแย่งเครื่องดื่มที่ถือไว้ออกไปจากมือ

 

            “อ๊ะ ?” อิกดราซิลเลียน ? เขาปรากฎตัวที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่รู้คือทุกคนนิ่งเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ทุกสายตานั้นหยุดอยู่ที่ร่างสูงโปร่ง อิกดราซิลเลียนสวมใส่เสื้อผ้าเต็มยศเช่นกัน แต่เครื่องประดับดูน้อยชิ้นกว่าเทพองค์อื่น ๆ ที่สำคัญท่อนบนกำยำของเขาถูกปิดด้วยเนื้อผ้าบาง ๆ เข้ารูปสีดำ ทำให้เส้นผมสีเงินนั้นดูโดดเด่นยิ่งขึ้น

 

            พริบตาเดียว เครื่องดื่มในมือข้ากลับไปอยู่ในมือเขา ข้าจ้องค้างไปยังเทพแห่งต้นไม้ศักสิิทธิ์ที่บัดนี้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนรอบข้าง เขายิ้มเหยียดก่อนจะกระดกเครื่องดื่มในมือจนหมด

 

            “เจ้าไม่เหมาะกับเครื่องดื่มพวกนี้ ถ้าไม่ชอบก็อย่าฝืนอีก” หูข้าได้ยินผิดเพี้ยนไปหรือเปล่านะ ? เมื่อกี้ทำไมเขาถึงพูดด้วยน้ำเสียงแบบไร้การตำหนิติเตียนเช่นทุกครั้งล่ะ ?

 

            อาจเป็นเพราะเครื่องดื่มมึนเมาที่ทำให้ใจข้าเริ่มเต้นแรงขึ้น เพราะเมื่อครู่ข้าก็ดื่มไปอึกหนึ่งเหมือนกัน

 

            “ตามข้ามา” หรือเป็นเพราะวันนี้ เขาดูแปลกตาไปหรือ ?

 

            “ไปไหน ?

 

            “บทลงโทษของเจ้า...ข้าได้เตรียมมันไว้แล้ว”

 

            “หา !

 

            ข้าเบ้หน้าทันที พลางนึกถึงคราวก่อนที่เกือบทำความผิดฐานขโมยลูกเบอร์เบอร์น่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดนั้นน่ะข้าจำได้ แต่ไม่คิดว่าเขาจะทวงเอาในวันสำคัญแบบนี้

 

            “แล้วท่านไม่ดุข้าหรอเรื่องที่ข้าแตะของมึนเมาพวกนั้น”ข้าอดสงสัยไม่ได้ วันนี้อิกดราซิลเลียนดูแปลกไปจริง ๆ นะ

 

            เขาหยุดเท้าลง เมื่อพวกเรามาถึงบริเวณหน้าวิหารเทพไครัส ไม่รู้ว่าทำไมข้าถึงรู้สึกดียิ่งกว่าตอนที่อยู่ท่ามกลางคนมากมายซะอีก

            แม้จะรู้ว่ากำลังจะได้รับโทษ แต่กลับสบายใจกว่า

 

            “ข้าไม่ได้ลืมเรื่องนั้น” อิกดราซิลเลียนก้มหน้าลงน้อย ๆ ก่อนจะส่งสายตาดุดันคาดโทษมาให้เช่นเคย “แต่จะให้เจ้าได้ชดใช้ความผิดนี้ในคราวเดียว”

 

            “งื้อออออออออ ~~~~!!!!!ไม่เอ๊าาาาาา

 

            ข้ามองเขาผิดไปได้อย่างไรนี่ !!!

 

 

 

 

Writer : โค้งตัว* ค่ะ กลับมาแล้วค่ะ สั้นๆ ง่ายๆนะคะ คือตัน ** อย่างแรงค่ะ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็หลายครั้ง งงเหมือนกัน แต่จะพยายามค่ะ ขอบคุณที่ยังติดตามนะคะ (ไรท์ก็ต้องกลับไปทวนเรื่องราวใหม่แล้วจดใส่กระดาษด้วยค่ะ \T_T/) ช่วงนี้ฝนตกทุกวันเลยรักษาสุขภาพนะคะ <3

 

ส่วนอิกดราซิลเลียนจะล่อลวงเด็กสาวไปไหน ติดตามได้ในตอนต่อไปนะคะ 555555 (เนื้อหาพรากผู้เยาว์ขึ้นไปทุกที)

 

ส่วนความเห็นที่ว่าอันเซียร์ / อิกดราซิลเลียน อาจเหมือนไม่ใช่คนละคน เอ่อ คือเขาคือคนเดียวกันนะคะ แบบ เป๊ะๆๆๆเลย แต่แอบใบ้ว่า จะมีกลับมาบรรยายเป็นอันเซียร์ด้วยแหละ >> ติดตามค่ะๆๆ

 

// บาบิQ

 

             

           

           

           

           

           

 

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

779 ความคิดเห็น

  1. #655 Winzex (@pleum254) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 16:38
    ไปกินติมอุ่นละสิ
    #655
    0
  2. #654 เรโกะ จิทาคุ (@modsensei) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 08:31
    เดี๋ยวพวกเจ้าจะโดนข้อหาทำร้ายจิตใจเทพีจันทรา//มองเหล่าเทพีและเทพทั้งหลายที่เยาะเย้ยเทพีจันทราอยู่ แล้วยิ้มแสยะ ว่าใครก็เข้าตัวเองหมดล่ะนะ
    #654
    0
  3. #653 mayomi09 (@mayom21) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 21:13
    สู้ๆคะไรท์    แอบคิดถึงอันเซียร์จังเลยยยย
    #653
    0
  4. #652 Arista_ (@3279) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 10:30
    ไรท์มันจบแฮปปี้มั้ยคะ?
    #652
    0
  5. #651 Sakura-swewt (@Sakura-swewt) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 09:13
    ในที่สุด!!!!
    เป็นกำลังใจนะค่ะไรต์
    คิดถุงงงงงที่สูดดดดด
    #651
    0
  6. #650 mewmiiiw (@mewmiiiw) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 03:05
    ฮื้ออออออออออ อันเซียร์ของแม่คิดถึงเหลือเกินนนนน เรายังรออยู่น๊าาา เพราะเราเป็นแม่อันเซียร์ เป็นแฟนทรอนนั้นเอง 55555555555 สู้ๆนะคะไรต์ ดูแลตัวเองด้วยย
    #650
    0
  7. #649 Toh Pichaya (@messitoh) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 00:11
    ไรท์เตอร์ก็ต้องดูแลสุขภาพตัวเองเหมือนกันนะค้า จะได้มีแรงมาแต่งต่อ อิอิ รออยู่เสมอค่ะ ^______^
    #649
    0
  8. #648 Larwan (@Larwan) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 23:05
    เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์ สู้ๆค่ะ ว่าแต่จะโดนลงโทษยังไงเนี่ย แล้วเทพแห่งปัญญามาเกิดเพื่อช่วยทั้งคู่รึเปล่าคะ 
    #648
    1
    • #648-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 63)
      5 ตุลาคม 2560 / 23:14
      เย้ ๆ ขอบคุณนะคะ ยังมีคนติดตามอยู่จริงๆด้วย ;_; แฮ่ๆ แอบไม่มั่นใจ
      ดีใจที่เข้าใจว่าไรท์จะสื่ออะไร อิๆๆ
      #648-1