The Devil Princess's Protector ..ภรรยาของผมเป็นปีศาจ

ตอนที่ 62 : V.2 Chapter [60] Igdrasilian

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    2 ก.ย. 60

[60]

 

 

วิหารเทพไครัส 

ก่อนคืนวันเฉลิมฉลอง 7 วัน

 

"ท่านเทพแห่งการเกิด บางทีข้าก็สงสัยเหมือนกันว่าท่านมีนามหรือไม่?" เสียงใสดังเจื้อยแจ้ว ข้างกายบุรุษเทพที่กำลังนั่งวาดรูปเขียนของบุคคลเสมือนจริง ปรากฏเป็นร่างระหงของหญิงสาวผู้มีนัยน์ตาสีแดงสดใส รับกับเส้นผมสีเดียวกัน หล่อนมักชอบมาที่ตำหนักเทพการเกิด มาชื่นชมผลงานศิลปะของเขา และพูดคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไป เนื่องจากวัน ก็ต้องขลุกอยู่กับสัตว์เลี้ยงเทพผู้ไม่เคยพูด และองครักษ์ประจำกายผู้ชอบหาเรื่องเทศนาได้ตลอดเวลา

 

ผิดกับเทพแห่งการเกิด เขามีจิตใจเมตตา ทั้งยังเอ็นดู(ให้ท้าย)หล่อนเป็นพิเศษ

 

"อา...มีสิ"นัยน์ตาคมดุเบือนจากภาพวาดมามองสบจ้องแววตาฉงนของอีกฝ่าย

"เอ๋?"

"เจ้าอยากรู้เหรอ”

“เปล่าเจ้าค่ะ” เด็กสาวยักใหล่ ขณะที่อีกฝ่ายตั้งท่าจะยั่วเย้า แน่นอนว่าเทพการเกิดจะไม่เฉลยคำตอบในทันที เขาต้องการการแลกเปลี่ยนอยู่ร่ำไป “ข้าแค่อยากรู้ว่าข้ามีชื่อเหมือนเทพธิดาคนอื่น ๆ หรือไม่”

ดูอย่างเซฟานี ลิลลี่ บุตรีแห่งเทพความงดงามก็ยังมีนามอันไพเราะ

“มีสิ”

“ท่านพูดจริงเหรอ!”

“หึหึหึ ถ้าอยากรู้ล่ะก็ เจ้าต้องทำสิ่งหนึ่งให้ข้าก่อน”เห็นไหม นางคิดแล้วไม่มีผิด

“ท่านจะให้ข้าทำอะไรเจ้าคะ ?”

“พอดีแม่สีของข้าหมดแล้ว ข้าต้องการลูกเบอร์เบอร์น่า เจ้าช่วยไปเก็บมันให้ข้าได้หรือไม่ ข้าจะบอกชื่อหากเจ้ากลับมาพร้อมผลไม้นั่น” เทพการเกิดยิ้มกว้าง เมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของเด็กสาว นั่นคืออ้าปากค้างและหน้าซีด นางถึงกับเงียบไปหลายอึดใจ

“นั่นมันผลไม้วิเศษที่หาได้เฉพาะบนต้นไม้สวรรค์อิกดราซิลนี่

“ถูกต้อง”

“ท่านให้ข้าทำอย่างอื่นไม่ได้เหรอ” เทพีจันทราเริ่มมีอาการกระวนกระวาย การเข้าไปยังพื้นที่อาณาเขตของเทพแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นั่นว่ายากแล้ว การไปนำของของเขากลับออกมานั้นเป็นการรนหาที่เป็นอย่างยิ่ง “ข้ายินดีทำความสะอาดพู่กันให้ท่าน หรือว่าให้ขัดถูตำหนักทั้งหมดของท่านก็ได้นะเจ้าคะ”

 

เทพการเกิดเลิกคิ้วหนึ่งข้าง เพราะนั่นเป็นข้อเสนอที่ใจปล้ำทว่าดูเกินกำลังของหญิงสาวตัวเล็ก ๆ คนเดียว หากนางรับปากจะทำเช่นนั้นจริงเกรงว่าต้องใช้เวลาอีกร้อยปีเศษ ๆ จึงจะสำเร็จงานที่ว่า

 

“เจ้ายังกลัวเขาอยู่อีกเหรอ” เป็นคำพูดที่แทงใจดำยิ่งนัก หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ก่อนจะส่ายหน้าเป็นพัลวัน

“ไม่ ! ก็แค่ข้าไม่อยากเข้าใกล้ผู้ที่ไม่ชอบหน้าข้าเท่านั้น”

“ทำไมเจ้าถึงคิดว่าเขาไม่ชอบเจ้าล่ะ”

“ก็เขาชอบหาเรื่องดุข้าอยู่เรื่อยนี่เจ้าคะ”

“นั่นเป็นเพราะเจ้าชอบหาเรื่องให้ตนเองเดือดร้อน ข้าเห็นด้วยและยินดีที่อิกดราซิลเลียนช่วยดูแลเจ้าอีกแรง”

“ท่านเรียกว่านั่นคือการดูแลอย่างนั้นหรอเจ้าคะ!?

“เอาล่ะ หากเจ้าไม่ทำภารกิจที่ข้ามอบให้นี้ ก็กลับไปพักเสียเถิด ลีโอคงไม่ชอบที่ต้องกลับตำหนักเร็วนัก เขายังดูสนุกกับเพื่อนสัตว์เลี้ยงเทพอยู่เลย”

            เทพีจันทราเม้มปากแน่น นัยน์ตาสีแดงกลมโตตวัดไปมองเจ้ากริฟฟินยักษ์ที่กำลังวิ่งไล่จับอยู่กับยูนิคอร์นสีขาวบริสุทธิ์ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ก็ได้ ข้ารับปากว่าจะนำลูกเบอร์เบอร์น่ากลับมาให้ท่าน”

 

            “ดี”

 

            เทพจันทราไม่รู้ว่านั่นเป็นเรื่องที่ดีอย่างเขาว่าหรือไม่

 

 

 

 

[Igdrasilian]

 

 

            อาณาเขตของเทพแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ไม่ไกลจากวิหารเทพไครัส ผืนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่จรดยาวไปจนถึงขอบฟ้า ปรากฏเป็นต้นไม้สวรรค์อันทำหน้าที่เป็นแกนพยุงโลกทั้งสาม

            บนกิ่งไม้ท่อนหนามีเทพองค์หนึ่งกำลังนอนเอนกายด้วยท่วงท่าสบาย เขาใช้แขนข้างหนึ่ง เป็นที่หนุนนอน ริมฝีปากเรียวได้รูปห่อเข้าหากันเท่านั้นก็สร้างสรรค์เสียงดนตรีอันไพเราะจนเหล่าเทพและเทพธิดาต่างต้องหยุดสัญจรไปมา และเฝ้ามอง เหล่าต้นไม้ใบหญ้าและดอกไม้สวรรค์ขยับไหวไปมาเมื่อสดับฟัง เป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยธรรมชาติ

            เทพแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ขยับกายยันตนเองให้นั่งเมื่อรับรู้ว่ามีผู้มาเยือน ดังเช่นทุกวัน หลังจากที่เขาขับร้องเพลงสร้างพลังหล่อเลี้ยงผืนดิน และสิ่งมีชีวิตให้พืชพรรณทุกชนิดบนโลกเสร็จสิ้น ก็มักมีบรรดาเหล่าเทพมาเยือน

 

            “เสียงเพลงของท่านทำให้ใจข้าสงบยิ่ง นี่คือสิ่งที่ข้าขอมอบเพื่อตอบแทนท่าน” เทพธิดาองค์หนึ่งกล่าวเสร็จสรรพก็ยื่นกล่องไม้ขึ้นมา ด้วยแววตาคาดหวังว่าเขาจะรับมันไว้กับมือตนเอง

 

            “ขอบใจ แต่ข้าไม่ได้ต้องการสิ่งของเหล่านั้น”เขาปฏิเสธด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

            “เห็นไหมล่ะ ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าทำเช่นนี้เลย”เทพอีกองค์สะกิดไหล่ ทำให้สติของหญิงที่ถูกปฏิเสธนั้นกลับคืนสู่ร่าง

 

            “อ..อภัยให้ข้าด้วยที่ล่วงเกินท่าน

 

            ทันใดนั้น เทพธิดากลุ่มหนึ่งก็ก้าวเข้ามาอยู่ด้านหน้า เรียกความสนใจของเทพทุกองค์ เซฟานี บุตรสาวของเทพแห่งความงดงามเป็นผู้เดินนำขบวน ตามมาด้วยลิลลี่ และธิดาองค์อื่น ๆ ที่มีสายโลหิตของเหล่าเทพ ความสง่างามทุกย่างก้าวนั้นตรึงสายตาของเทพทุกองค์  ทำให้เผลอก้าวถอยหลังเพื่อให้พวกนางได้เดินสะดวก

 

            “ท่านอิกดราซิลเลียน วันนี้พวกเรามีการร่ายรำชุดใหม่มานำแสดงแก่ท่าน ข้าหวังว่าเราสามารถแสดงในงานพิธีสำคัญได้ รบกวนท่านช่วยแนะนำได้หรือไม่”เซฟานีเอ่ยด้วยเสียงใสกังวานทั่วถึง เทพแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เพียงหรี่ตาลง ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธ เท่านั้นบุตรีของเทพีความงามก็กระดกยิ้มน้อย ๆ  ก่อนพยักหน้าเบา ๆ ให้เหล่าเทพธิดาองค์อื่น ๆ ทยอยเดินไปยืนประจำตำแหน่ง

 

            เทพธิดาสององค์ใช้มือทั้งสองกรีดกรายผ่านอากาศ เกิดเสียงคล้ายเครื่องสาย อีกสององค์กุมดอกระฆังขาวไว้เป็นช่อ และสะบัดรับจังหวะที่ส่งเรื่อยมา

            เซฟานีเริ่มเคลื่อนไหวร่ายรำ ดวงหน้าเรียบเฉยแย้มพราย คล้ายกลีบกุหลาบที่คลี่ออกเผยให้เห็นความงดงามลึกซึ้ง กายอ้อนแอ้นอรชรโก่งเว้าตัว ขยับราวกับก้านกิ่งของต้นหลิวที่พลิ้วไหวรับกับสายลม

           

            ระหว่างที่การแสดงยังดำเนินต่อไปท่ามกลางสายตาของทุกคู่ที่จดจ้อง อิกดราซิลเลียนมองเหลือบเลยออกไปไม่ไกล ก็สะดุดตากับบางสิ่งบางอย่าง

            บางสิ่งที่คอยรบกวนชีวิตความเป็นเทพของเขาตั้งแต่วันกำเนิดจันทรา

 

            ร่างหญิงสาวกำลังก้มศีรษะคลานต่ำ อยู่ในชุดคลุมสีเขียวสด ดูกลืนไปกับสีของพื้นหญ้านั้น มีปอยผมสีแดงหลุดออกมาให้เห็น โดยที่ไม่ต้องมองก็รู้ว่าภายใต้เสื้อคลุมนั่นคือใคร

 

            เจ้าตัวยุ่ง

            เทพแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหายวับไปจากกิ่งก้านไม้เดิม ไปยืนหยุดรออยู่บนยอดไม้อีกด้าน ไกลจากจุดที่ยังคงมีการแสดงต่อไป พวกเหล่าเทพคงไม่ทันสังเกตว่าเขาได้จำลองกายทิพย์ขึ้นมาแทนที่

 

            เมื่อก้มมองเบื้องล่าง ก็ยิ่งเห็นชัดว่าใบหน้าภายใต้หมวกฮูทดูเป็นกังวลมากเพียงใด นัยน์ตาสีแดงสดกลอกมองไปรอบ ๆ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่นเกือบตลอดเวลา จนกระทั่งนางดูแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครในละแวกนี้ จึงถอยเสื้อคลุมตัวนอกออก

           

            อิกดราซิลเลียนเผยอปากเตรียมจะประกาศตัว ว่าเขารู้และเห็นการกระทำลับ ๆ ล่อ ๆ นั่นและแน่นอนว่านางจะต้องถูกโยนกลับไปหลังจากนั้น ทว่าเขากลับชะงักเมื่อเห็นแววตาแปล่งประกายเมื่อนางแหงนเงยขึ้นมา ราวกับกวาดหาของบางอย่าง

            เวลาคล้ายจะเคลื่อนเดินไปอย่างช้า ๆ ผิวกายของนางช่างดูนวลเนียนเมื่อจับต้องด้วยแสงแดด เส้นผมสีแดงเพลิงหยักศกสะบัดเป็นเกลียวคลื่นเมื่อถูกสายลมพัดผ่าน ใบหน้าที่เขามักคุ้นตั้งแต่วัยเยาว์ มีการเปลี่ยนเป็นเรียวรี ไล่เรื่อยไปยังลำคอระหง ไหล่บาง และเอวคอดที่หญิงสาวทั่วไปพึงมี

           

            ความคิดหยุดชะงักลงเท่านั้น เมื่อเทพหนุ่มผู้ไม่เคยสนใจในเรือนกายอิสตรีคนไหนเริ่มรู้เท่าทันความคิดตนเอง

            เขามัวยืนพิจารณานางอยู่อย่างนั้นหรือ !

           

            “เจ้า”เสียงทุ้มที่ตั้งใจจะตวาดแต่แรกกลับอ่อนลง จนแทบเป็นแค่ลมหายใจ เมื่อเห็นภาพด้านล่าง

แคว่ก ! แคว่ก !
            เจ้าตัวยุ่งฉีกปลายกระโปรงตนเองออกจนเหลือแค่ระดับเข่า ก่อนจะวิ่งกระโดดขึ้นมาเกาะต้นไม้ราวกับสัตว์ป่า

 

            อิกดราซิลเลียนเบิกตากว้าง เทพีจันทราสามารถปีนต้นไม้ได้ และนางปีนป่ายได้ไวยิ่ง !

            เทพแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ขยับขาถอยหลัง เพื่อเร้นกายในเงาไม้ ในจังหวะที่ร่างเล็กปีนได้ถึงที่เดิมที่เขาเคยยืน

 

            แล้วเรื่องอะไรเขาจะต้องมายืนหลบนาง !

            เจ้าของอาณาเขตต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เริ่มหงุดหงิดเล็ก ๆ ทว่าหญิงสาวที่น่าตีคนนั้นยังไม่ยอมเลิกทำให้เขาแปลกใจ นางเริ่มปีนต่อ

 

            ดี ! ไหน ๆ ข้าก็จะจับเจ้าลงโทษสถานหนักแล้ว ไหนขอดูความผิดของเจ้าเสียหน่อย ว่าเจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ !

            ความคิดนั้นทำให้เขาสงบลง และเฝ้ารออย่างอดทน เมื่อแหงนเงยขึ้นไปก็ต้องหายใจสะดุดเพราะสายตาเหลือบไปเห็นสิ่งที่ไม่ควรเข้า

            ต้นขาเนียนนวลภายใต้เนื้อผ้า ปรากฏชัด

            แม้จะเป็นเทพที่ไม่สุภาพนัก แต่เขาก็ไม่เคยล่วงเกินอิสตรีขนาดนี้

            ความรู้สึกผิดที่ได้ล่วงเกินทางสายตานั้นทำให้อิกดราซิลเลียนหลุบตาลงต่ำ มือหนากำหมัดแน่นบนเปลือกต้นไม้ ทั้งโกรธและหงุดหงิดกับเรื่องราวทั้งหลายนี้ แน่นอนว่าเทพีจันทราจะต้องชดใช้กับโทษของนางอย่างสาสม

 

            “อ๊ะ ! เจอแล้ว !” เสียงหวานใสอุทานขึ้น คล้ายพึมพำกับตัวเอง

 

            เจออะไร ?

            เทพหนุ่มขมวดคิ้ว และเบิกตากว้างเมื่อเหลือบขึ้นไปเห็นว่านางกำลังจะเอื้อมไปเก็บผลของต้นไม้สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์

 

            “หยุดเดี๋ยวนี้ ! เขาตะโกนออกไป พริบตาเดียวเรือนกายหนากำยำก็ไปปรากฏต่อหน้า ทำให้ร่างเล็กที่กำลังเอื้อมหาสิ่งของที่ต้องการนั้นเซถลาออกไปซบบนแผงอกเปลือยเปล่าอย่างพอดิบพอดี

 

            “หา ! ทะ..ท่านท่านมาอยู่นี่ได้ไง !” เทพีจันทราร้องครวญเสียงหลง มือเล็กตะปบหมับกับไหล่กว้างทั้งสองเพื่อช่วยพยุงตนไม่ให้ตกจากต้นไม้

           

            “ข้าต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถามว่าเจ้าเข้ามาที่นี่ทำไม ! และ ขึ้นมาทำอะไร !” เสียงคำรามโกรธเกรี้ยวดังขึ้น เถาวัลย์หนาพุ่งเข้ามาตวัดรัดร่างบางแล้วเหวี่ยงลงไปยังพื้นดินอย่างเร็วแรง !

 

            “กริ๊ดดดด !” นางหวีดร้องสุดเสียงอย่างตกใจ แต่ก่อนที่การกระแทกจะเกิดขึ้น รากเถาวัลย์ไม้กลับชะลอลง และปล่อยให้ร่างนางหล่น ตุบ ! กับพื้นหญ้า เบาจนแทบไม่รู้สึกเจ็บ

 

            “ตอบข้ามา ! เจ้าคิดจะขโมยผลของต้นไม้สวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นหรือ !” ร่างหนากำยำลอยตามไปติด ๆ บัดนี้เขายืนค้ำร่างเล็กที่กำลังนั่งถดหนีทีละนิดด้วยความหวาดกลัวปนตกใจ

 

            “ข..ข้า ข้าข้าแค่มาทำภารกิจ

 

            “ใครส่งเจ้ามา !

 

            “คือนี่ใครจะส่งข้ามามันก็ไม่ใช่เรื่องของท่าน ! ท่านจะโยนข้าลงมาแบบนี้ไม่ได้นะ ! ถ้าหากข้าได้รับบาดเจ็บขึ้นมา ท่านจะต้องโทษ !” เมื่อความกล้าหาญกลับมา เทพีจันทราค่อย ๆ ยืนหยัดเต็มความสูง ดวงตากลมโตทอประกายกล้า ปากอวบอิ่มพูดดังฟังชัดถ้อยชัดคำ นางกลัวเขา แต่นั่นมันคนล่ะเรื่องกับที่กล้าเถียงเขา เพราะนางทำเช่นนี้เป็นประจำตั้งแต่จำความได้

 

            “การลักขโมยผลจากต้นไม้สวรรค์ ต้องโทษร้ายแรงเช่นเดียวกัน เจ้าไม่รู้บ้างหรือไร !

 

            “หา…!” เทพีจันทราเบิกตากว้าง ก่อนส่ายหน้าเป็นพัลวัน “ไม่ ! ไม่ๆๆ ไม่มีทาง เพราะคนที่ให้ข้าทำแบบนี้น่ะ

 

            “เขาคือใคร

            “เขาเอ่อ

            ข้าเริ่มหงุดหงิดกับเจ้ามากขึ้นแล้วนะเจ้าตัวยุ่ง

            “ใคร !

            “อ๊า ! อย่าเสียงดังซิ !

           

            เทพีจันทราดูจะเป็นกังวลอย่างมาก เขาสังเกตว่านางไม่กล้าสบตาเหมือนอย่างเคย มือเล็กกำชายกระโปรงที่เปรอะเปื้อนดินไว้แน่น นางคงกำลังกดดันอย่างหนัก

            “ข้าบอกไม่ได้”

            “

            “ถ้าข้าบอกแล้วเขาจะมีความผิดใช่ไหม”

            “

            “งั้นข้าไม่บอกท่าน”

           

            กะแล้ว...นางเป็นเพียงหมากตัวนึงที่ถูกส่งมาปั่นหัวเขาเท่านั้นเอง เทพหนุ่มกระดกยิ้มเย็น ๆ เพราะการคาดเดาตัวการนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย

            เทพที่มักสร้างสถานการณ์วุ่นวายระหว่างเขาและนาง เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเทพแห่งการเกิด ผู้อิจฉาผู้ที่ถูกเลือกตั้งแต่วันกำเนิดจันทรา เพราะเขาเองอยากเป็นองครักษ์แห่งเทพีจันทรา แต่นางกลับเลือก

 

            คิดเพียงเท่านั้น ความขุ่นเคืองภายในใจคล้ายจะหายไปครึ่งนึง ยิ่งเมื่อเห็นสายตาคู่นั้นที่เพ่งมองมา ไฟพิโรธเมื่อครู่คล้ายจะดับไปทันที

 

            “หากเจ้าเก็บผลไม้วิเศษจากต้นไม้สวรรค์ นอกจากจะทำให้เจ้าถูกขับไล่ลงจากสวรรค์แล้ว เจ้ายังต้องถูกสาปแช่ง โดยเหล่าเทพสามองค์ ผลไม้วิเศษหนึ่งผล กว่าจะสุกงอมนั้นใช้เวลาเกือบห้าร้อยปี มันทำหน้าที่หล่อเลี้ยงต้นไม้สวรรค์และบริวารต้นไม้โดยรอบไม่ให้แห้งเหี่ยวและเฉาตาย” อิกดราซิลเลียนไม่ทันสังเกตว่าตนใจเย็นเพียงใด ปากกลับค่อย ๆ อธิบายให้นางได้เข้าใจ นัยน์ตาสีฟ้าคอยลอบสังเกตว่านางจะมีทีท่าเช่นไรเมื่อรู้ว่าหากเขามาห้ามช้าเพียงก้าวเดียว ความผิดนั้นจะตกอยู่กับตัวนางโดยทันที “ดังนั้น หากผลไม้ถูกเก็บเกี่ยวหนึ่งผล ก็จะทำให้รากต้นอิกดราซิลเน่าตายไปหนึ่ง จากนั้นไม่กี่ร้อยปี มันอาจจะลามไปที่ลำต้น และใบเจ้ารู้หรือไม่ ว่าเกือบจะทำเรื่องเลวร้ายเพียงใด”

 

            “”เทพีจันทราหน้าซีดเผือด ไม่มีแม้แต่รอยแต้มเลือดข้างแก้มให้เห็น นัยน์ตาสีแดงสดฉายรอยหวาดหวั่นชัดเจน

            เขาทำให้นางกลัวได้เสมอ และมันก็สำเร็จเรื่อยมา

           

เกลียดข้าอีกนิดแล้วจงเดินจากไป โดยที่ยังมีลมหายใจอยู่เถิด

 

ฮึก”นางร้องไห้ดังคาด ทว่ากลับไม่ได้ฟูมฟายเหมือนเด็กน้อยในวันที่ผ่าน ๆ มา ท่ามกลางความอ่อนไหวเปราะบาง ดวงตาคู่นั้นยังคงความกล้าหาญเข้มแข็งนางได้โตขึ้นอีกขั้นแล้ว ? “ข้าข้าขอโทษข้าไม่คิดว่าเรื่องมันจะร้ายแรงเช่นนี้ ข้าแค่แค่อยากได้สิ่งที่ตนต้องการแต่กลับไม่สนว่าผลที่ตามมาจะเป็นเช่นไร ข้าไม่ดีเอง ที่ไม่ไตร่ตรองดูก่อนและที่สำคัญข้าบุกรุกอาณาเขตของท่านข้าขออภัยนะเจ้าคะ”

 

เทพีจันทรายอบกายเคารพ อย่างอ่อนช้อยงดงาม แม้ภาพภายนอกจะเปรอะเลอะเปื้อนดิน ปลายกระโปรงขาดรุ่ย ผมเผ้ารุงรัง และใบหน้าเปื้อนรอยน้ำตา แต่นางก็ยังคงงดงาม

 

เป็นดวงจันทราที่งดงามเสมอ

 

”อิกดราซิลเลียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาไขว้มือไพล่หลัง แล้วเดินช้า ๆ ไปรอบ ๆ ด้วยท่วงท่าคล้ายกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก “ข้าต้องลงโทษเจ้า แต่ข้านึกไม่ออกว่าบทลงโทษสาหัสบทไหนถึงจะเหมาะสมกับการกระทำอุกอาจของเจ้า”

 

เกิดรอยยิ้มที่มุมปากของเทพหนุ่ม เมื่อเห็นดวงหน้ายุ่ง ๆ ของเทพีจันทรา

ต้องสอนให้เจ้าตัวยุ่งเข็ดหลาบให้ได้ ไม่เช่นนั้นอนาคตภายภาคหน้านางจะยิ่งเป็นอันตราย

 

ข้าจะเก็บไปไตร่ตรองดูก่อน เจ้าจงกลับไปสำนึกในความผิดตนเอง และรอวันที่ข้าจะมอบบทลงโทษให้เจ้าก็แล้วกัน” เมื่อป่วนอารมณ์นางได้จนพอใจ เขาต้องรีบปิดฉากก่อนที่จะหลุดขำออกมาเมื่อเห็นใบหน้าร้อนรนกับร่างเล็กที่เริ่มสั่นเทา

 

“เจ้าค่ะ !”นางรับอย่างแข็งขัน “ถ้าเช่นนั้นข้าขอลา

 

“หึเดี๋ยว”

 

แผ่นหลังเล็ก ๆ หยุดชะงักทันที นางรีบจ้ำเดินออกไปโดยทิ้งทั้งผ้าคลุมและชายกระโปรงที่ตนฉีกไว้กับพื้น เป็นหลักฐานมัดตัวทั้งสิ้น

 

“เก็บของของเจ้าออกไปด้วย”

 

“จ..เจ้าค่ะ !

 

วันนี้นางว่านอนสอนง่าย และดูมีความคิดขึ้นจนผิดปกติ…?

อิกดราซิลเลียนขมวดคิ้วเล็กน้อย เฝ้ามองหญิงสาวที่ก้มเก็บสัมภาระตนอย่างเลิ่กลั่ก นางไม่แม้แต่จะจ้องมองมาทางเขา ได้แต่ยอบกายคำนับแล้ววิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว

 

“หึหึหึ”ในที่สุด เทพหนุ่มก็ไม่อาจเก็บความขำขันจึงระบายรอยยิ้มออกมา

 

 

 

            เทพีจันทราวิ่งจ้ำอ้าวจนกระทั่งพ้นอาณาเขตต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ นางจึงค่อยผ่อนฝีเท้า แล้วนั่งพักหายใจเอาแรงขึ้นบ้าง

 

            “ฮึ่ย ! ดุชะมัด ! ถ้ามีภารกิจให้เข้าไปที่นั่นอีก ข้าจะไม่ทำอย่างแน่นอน !” นางบ่นงึมงำ พร้อมบีบนวดไหล่และต้นคอ เพราะเมื่อครู่ถูกจับโยนลงมาจากต้นไม้ก็ทำให้ปวดเมื่อยเล็กน้อย

 

            เมื่อพักจนหายเหนื่อย มือเล็กที่หอบเอาเสื้อคลุมสีเขียวขึ้นมา ก็จับต้องบางสิ่งบางอย่างในเนื้อผ้าได้

 

            “เอ๊ะ ?มีบางสิ่งซ่อนอยู่ ? เทพีจันทราวางกองผ้าไว้บนตัก ก่อนจะค่อย ๆ คลี่ออกมาเป็นสี่แฉก เผยให้เห็นผลกลมแวววาวสีเหลืองอ่อน ที่กำลังทอประกายบนผ้า

 

            “นี่มัน…! ผลเบอร์เบอร์น่า ! ” นางตกใจปัดมันหล่นออกด้านข้าง “ไม่นะ ข้ายังไม่ได้เก็บเจ้าออกมา ! มันไม่ใช่ความผิดของข้านะ !

 

            เสียงหายใจเร็วแรงพร้อมหัวใจที่เต้นถี่คือสิ่งที่นางรับรู้ในวินาทีนั้น ก่อนที่จะคิดไตร่ตรองอีกรอบ นึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

 

            เป็นไปไม่ได้ที่อิกดราซิลเลียนจะไม่รู้ว่านางนำผลไม้วิเศษกลับออกมา

            นอกเสียจากว่าเขาจะเป็นผู้นำมาให้นางด้วยตนเอง

            เทพแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีอำนาจเก็บเกี่ยวผลไม่ใช่หรือ ?

 

“หึเดี๋ยว...เก็บของของเจ้าออกไปด้วย”

 

“จ..เจ้าค่ะ !

 

            

          มือเล็กค่อย ๆ ประคองผลไม้ขึ้นมาอยู่ในอุ้งมือ ก่อนที่จะเพ่งจ้องมองมันอยู่นานแสนนาน

            เวลานั้น หัวใจของนางกำลังพองโต ราวกับสามารถแผ่ขยายได้มากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่มีวันสิ้นสุด

 

 

 

 

Writer : กริ๊ดกร๊าด มาแล้วค่า รอนานเลยใช่เปล่า TT เก๊าขอโทษน้า เม้นให้ด้วยนะคะ ยิ่งใกล้จบยิ่งลำบาก ต้องพายเรือกลับฝั่งนะคะลากลงทะเลไปซะนาน แฮ่ๆๆ ขอบคุณที่ยังรอกันค่ะ //พิมพ์กันสด ๆ เหมือนเดิม ตรงไหนผิด แปลก ๆ บอกเลยนะคะ //บาบิQ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

779 ความคิดเห็น

  1. #666 TKMYNER (@taklomwattanakul) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 14:20
    อ่านมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ยังไงก็ต้องอ่านต่อแน่ๆๆ สู้ๆนะคะไรท์
    #666
    0
  2. #646 mewmiiiw (@mewmiiiw) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 16:40
    น่ารักกกกกกกกกกกกกกกก ชอบๆๆๆจะจบแล้วหรอ ฮื้อออใจหายจังเลย อยู่ด้วยมาตั้งแต่รุ่นพ่อ 55555555สู้ๆนะ
    #646
    1
    • #646-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 62)
      5 ตุลาคม 2560 / 23:14
      รุ่นพ่อ 55 ทรอนซ์ดูแก่ไปเลย
      #646-1
  3. #645 Sakura-swewt (@Sakura-swewt) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 09:31
    บิดตัวไปมา รอนะค่ะ
    อ๊ากกกกกกกกก
    #645
    1
    • #645-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 62)
      5 ตุลาคม 2560 / 23:14
      ขอบคุณสำหรับเม้นนะคะ
      #645-1
  4. วันที่ 3 กันยายน 2560 / 07:19
    ฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #644
    1
  5. #643 sarae2 (@Sarae) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 00:16
    รีบมาต่อนะค่าาาาา ????
    #643
    1