The Devil Princess's Protector ..ภรรยาของผมเป็นปีศาจ

ตอนที่ 6 : Chapter [5] ยอมรับความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    11 มิ.ย. 59

[5]

 

 

            เมื่ออัศวินแห่งสถาบันครอส อะคาเดมี ควบคุมตัวนักโทษออกไปแล้ว โพรเทกเตอร์บ้านครอส ผู้มีเวทย์ธาตุพิเศษไฟฟ้า ก็เข้ามาทักเจ้าชายโพรเทกเตอร์ ที่ยืนหิ้วเอาร่างเด็กสาวไว้ข้างกายพร้อมกับเอื้อมมืออีกข้างมาปิดปากค้างไว้

 

ไงอันเซียร์ ได้ข่าวว่านายลางานไปแต่งงาน แล้วนี่อะไร นายพาน้องสาวมาเที่ยวเหรอ?”

           

            ฉึก

คำทักทายนั้นเสมือนหอกแหลมคมที่พุ่งทะลุกลางร่างเจ้าหญิงปีศาจ หล่อนดิ้นพล่านประท้วง เท้าทั้งสองสลับกันตีขึ้นลงกลางอากาศ ทำให้มือหนายอมปล่อยจากร่างเล็กให้ลงไปยืนบนพื้นดินด้วยตัวเอง

 

“…แต่งงานแล้วควรอยู่กับภรรยาไม่ใช่เหรอโพรเทกเตอร์บ้านครอสยังคงสงสัยต่อไปเมื่อเห็นอันเซียร์เลิกคิ้วขึ้นนิดๆ แล้วเงียบเหมือนกับให้ลองคิดย้อนคำถามดูใหม่ ว่าแต่ นายไม่มีน้องสาวนี่

 

อืมอันเซียร์ขานอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก เขาไม่อยากพูดถึงสาเหตุที่ต้องลางานแล้วมาเดินแกร่วอยู่แถวนี้ อันที่จริง หากเขายังรับภารกิจอยู่ เหตุการณ์ชุลมุนเมื่อครู่นี้เขามีสิทธิยื่นมือเข้าช่วยเหลือทันที แต่เพราะอยู่ในช่วงลาหยุดงาน เขาจึงไม่มีอำนาจก้าวก่ายงานของเจ้าหน้าที่จากสถาบัน

 

หรือว่านั่นคือ…?”คนถามพิจารณาดวงหน้าเล็กที่เพ่งมองมาด้วยแววตาโกรธเกรี้ยวเดือดดาล หล่อนกำลังยืน กอดอกพร้อมพ่นลมหายใจออกเฮือกใหญ่อย่างไม่สบอารมณ์

 

ข้า-เป็น-ภรรยา-ของ-เขา!!”ไม่ว่าเปล่า นิ้วชี้ยังพุ่งไปที่ดวงหน้าหล่อเหลาคมคายที่ตึงเรียบสนิท วินาทีนั้นเสียงรอบข้างพลันถูกกลืนหายไป เหล่าผู้ใช้เวทย์และครึ่งมนุษย์ที่มุงดูเหตุการณ์อยู่นั้นเริ่มมีการขยับเคลื่อนไหว หันไปป้องปากกระซิบกระซาบฟังไม่ได้ศัพท์ 

 

            ซินเธียกวาดสายตามองไปยังกลุ่มคนที่รายล้อม พวกเขามองมาด้วยสายตาแปลกๆจนคนถูกมองรู้สึกอยากเผ่นหนีจากที่นี่ แต่เมื่อหันกลับไปมองพื้นที่ที่เคยมีคนข้างๆยืนอยู่ กลับพบเพียงความว่างเปล่า

 

อ้าวอันเซียร์หายไปไหนของเขานะเจ้าหญิงปีศาจเริ่มมีรอยความกังวลบนใบหน้า จึงหันกลับไปคุยกับโพรเทกเตอร์บ้านครอสที่หยุดยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เจ้าเห็นเขาไหม

 

หึหึ เขาเป็นคนหาตัวจับยากน่ะครับ

 

            ซินเธียมองรอยยิ้มที่ฉายรอยชื่นชมปนเจ้าเล่ห์ บนใบหน้าคร้ามแดดอย่างไม่เข้าใจนัก ก่อนจะตัดสินใจกล่าวลาสั้นๆ เท้าเล็กกึ่งเดินกึ่งวิ่งในรองเท้าคัทชูสีขาวถูกฝุ่นดินเคลือบจนเป็นสีออกเทา ชุดสายเดี่ยวกระโปรงสีดำสะบัดพลิ้วตามจังหวะการเดิน เรือนผมสีเงินที่ถูกปล่อยสยายจรดกลางหลัง ปลิวไสวรับกับสายลมอ่อนๆที่พัดเข้ามาปะทะร่าง

 

            สายลมเจือความเศร้าโศก ของลมหายใจสุดท้ายของปีศาจ?

 

            ร่างเล็กชะงักงันพลางขมวดคิ้วแน่น เลือดปีศาจในกายพุ่งพล่านเสมือนเลือดที่ถูกเร่งสูบฉีดจากหัวใจ ทำให้ใจเต้นระรัวไม่หยุดหย่อน ซินเธียก้มตัวหอบเล็กน้อยเพราะวิ่งมาได้สักระยะหนึ่ง จนพ้นเขตร้านค้าขายของ สุดทางเดินพื้นที่โรยกรวดต่อด้วยดินสีน้ำตาลแดงกับป่ารกทึบ

            พระอาทิตย์คล้อยต่ำจนแทบไม่เหลือแสงสว่างบนฟ้า ตาสีแดงกลมโตตัดกับเงามืดของต้นไม้ที่ทอดยาวลงมากินพื้นที่ที่ร่างเล็กหยุดยืนตรงหน้าเขตป่าอย่างลังเล

 

            จะเข้าไปดีไหม…?

            ร่างเล็กยกไหล่ขึ้นสุดเมื่อตนสูดหายใจเข้าเต็มปอด ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและกระหายจะพิสูจน์ว่าลางสังหรณ์นั้นเป็นจริงหรือไม่ เจ้าหญิงปีศาจจึงค่อยๆก้าวเท้าเหยียบพื้นหญ้า พร้อมกวาดสายตาไปโดยรอบอย่างระแวดระวังภัย

 

            บรรยากาศอึมครึมชวนขนลุก แม้หล่อนจะเคยอยู่ฝ่ายมืด แต่ไม่ได้ชอบความมืดเท่าใดนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอมีความทรงจำที่ไม่ดีนักเกี่ยวกับมัน ในห้องสี่เหลี่ยมคฤหาสน์เดวิลแลนด์ความมืดในนั้น และเสียงกรีดร้องของเธอ

 

            เฮือก…!

ซินเธียสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้กลิ่นอายปีศาจชัดเจน รับรู้ถึงหัวใจที่เต้นแผ่วเบา และเสียงของจิตวิญญาณที่กรีดร้องผ่านทางอณูอากาศ

ได้โปรดไว้ชีวิตข้าได้โปรด…’

เด็กหญิงรู้สึกชาวาบไปทั่วทั้งร่าง ในขณะที่คิดจะถอยหลังกลับไปยังทางที่จากมานั้น ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เท้าชะงักกึก โดยไม่กล้าก้าวต่อ

 

            “ได้โปรด ไว้ชีวิตข้าเถิดเสียงแหบแห้งไร้สิ้นพลังดังจากร่างมนุษย์ที่ค่อยๆเปลี่ยนสภาพ ใบหน้าชายวัยกลางคนผู้นั้นกำลังหลอมละลายกลายเป็นของเหลวจนลูกตาทั้งสองลงไปกลิ้งหลุนๆบนพื้น แขนขาค่อยๆบิดเบี้ยวผิดรูปร่าง เหล่านั้นคือการเผยตัวตนที่แท้จริงว่าร่างมนุษย์เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น

            เจ้าปีศาจร้ายจงแตกสลายไปพร้อมกับจิตวิญญาณอันดำมืดของเจ้าเสีย…”คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของชายวัยกลางคนผู้นั้น คว้าเอาดาบยาวขึ้นมาเงื้อค้างกลางอากาศ ก่อนจะตวัดดาบลงอย่างรวดเร็ว เกิดแสงสีทองสว่างวาบหนึ่งครั้ง ร่างอมนุษย์ผู้นั้นพลันแตกสลายหายไปเป็นละอองอากาศสีดำ เสื้อผ้าที่เขาสวมติดกายร่วงหล่นลงบนพื้นเป็นกองเล็กๆไม่เป็นระเบียบ

 

            อำนาจขนาดนั้นนอกจากราชวงศ์มังกรแล้วจะเป็นใครไปได้ ถ้าไม่ใช่เทพดาวมังกรแคปริคอร์น!

            ซินเธียอุทานในใจ พลางกู่ร้องว่า ซวยแล้วซวย!’เมื่อรู้สึกว่าตนมาในที่ที่ไม่ควรมา ยืนในที่ที่ไม่ควรอยู่

 

            ในความเงียบ และความมืดที่โรยตัวลงมาครอบคลุมบรรยากาศป่า เสียงทุ้มเย็นเปรยขึ้นเบาๆ ปีศาจ ตาสีน้ำเงินเข้มสั่นไหวชั่วครู่ ก่อนจะตวัดไปมองเงาร่างหนึ่ง ซึ่งยืนแข็งค้างอยู่ไม่ไกลนัก

 

“…อ่าซินเธียพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น จึงทำการวอร์มเสียงสักครั้ง ..สวัสดีค่ะ

 

            ตาสีแดงสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อมองร่างหนาที่ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ หล่อนไม่รู้ว่าเป็นอุปาทานหรือไม่ที่เห็นเหมือนเท้าคู่นั้นแทบไม่แตะพื้น ท่วงท่าการเดินของเขาช่างงามสง่า หลังเหยียดยืดตรง ดวงหน้าราบเรียบเชิดตรง ตาสีน้ำเงินเข้มคมดุจดจ้องมองมาโดยไม่กระพริบ

 

ท่านช่วยพาข้าไปส่งได้ไหมคะ? ข้าหาทางออกไม่เจอเอ่อซินเธียแหงนหน้าคนตัวสูงกว่ามาก ในขณะที่เกร็งแข็งไปทั้งร่าง อุตส่าห์ได้แต่งงานมีสามีเป็นตัวเป็นตน แถมเขายังเป็นเจ้าชายในฝันของใครหลายคน ฮือ ทำไมโชคชะตาช่างเล่นตลกร้ายอะไรเช่นนี้...นี่ข้ายังไม่ได้ร่วมหอกับเขาเลยนะ!

            เจ้าหญิงปีศาจเริ่มมีน้ำตารื้นที่ขอบตา…ยิ่งเมื่อคนตรงหน้ายกดาบขึ้นสูงเหนือหัว หล่อนจึงหลับตาปี๋พร้อมหยดน้ำตาที่ร่วงผล็อยผ่านแก้มไปหนึ่งหยด

 

            อันเซียร์! ช่วยข้าด้วย!~

 

 

 

            ผมยืนหยุดอยู่หน้าร้าน Heaven bar&Restaurant’ อย่างชั่งใจว่าควรจะเข้าไปดีหรือไม่ หลังจากเดินตระเวนหาร้านเครื่องดื่มมาจนทั่ว แน่นอนว่าเมืองรียูนนา มีร้านตัวเลือกให้มากมายหลากหลายราคา เมนูในแต่ละร้านก็แทบไม่ซ้ำกัน นานๆจะได้พักงานแล้วออกมาเที่ยวเล่นเดินเปิดหูเปิดตาบ้างก็คงไม่มีปัญหาอะไรมั้งครับ?

            ผมอายุ 25 ปีเต็ม ทำงานหาเงินเองโดยไม่ต้องขอเงินพ่อแม่สักเหรียญ

            ส่วนยัยเตี้ยซินเธียนั้นหายสาปสูบไปแล้ว เนื่องจากผมแอบหนีออกมานั่นก็คงไม่มีปัญหาอะไรนะครับ?

 

            ชีวิตอิสระที่ผมโหยหามานานกำลังจะถูกเติมเต็มอีกครั้ง คืนนี้ผมกะจะสนุกให้เต็มที่ วางเรื่องเครียดๆลงก่อน ใช้ชีวิตให้คุ้มบ้างหลังจากที่ตรากตรำทำงานทุกวันจนแทบไม่มีเวลาว่างให้ตัวเอง

            ส่วนยัยนั่นน่ะเหรอโตแล้วนี่ น่าจะหาทางกลับได้นะ

            ล้อเล่นน่ะ ผมกะจะหาอะไรกินนิดหน่อยแล้วกลับไปรับเธอก็เท่านั้น แค่เด็กสาววัย 7 ขวบเดินตัวคนเดียว ผมสีเงิน ตาสีแดง พูดมากชอบโวยวายเสียงดัง คงตามเจอได้ไม่ยาก

              ก็อาจจะนะ

 

            ขอตรวจบัตรด้วยจ้า~”พนักงานสาวเอ่ยทักขึ้น ขณะที่ผมพยายามชะเง้อหน้ามองลงไปดูบรรยากาศในร้าน เลยผ่านประตูไม้อัดสีดำแดง มีทางเดินทอดยาวลงไปลึกขนาดที่มองไม่เห็นสิ่งอื่น นอกจากแสงไฟหลากสีที่สว่างวาบอยู่ในนั้น

 

            ผมคว้าบัตรประจำตัวของสถาบันออกมา เมื่อพนักงานสาวเห็นบัตรสีทองก็เบิกตากว้างอย่างตื่นเต้น หล่อนรีบรับบัตรไปดูพร้อมตรวจเช็คว่าคนในรูปที่ติดบัตร กับผมนั้นเป็นคนคนเดียวกันหรือไม่

..อันเซียร์โซลิเซียร์เสียงของเธอกลับดังแผ่วลงคล้ายโดนสะกดจิต

 

เรียบร้อยใช่ไหมครับผมรีบตัดบท ก่อนจะแบมือรอเพื่อรับบัตรคืน ดูเหมือนพนักงานคนนั้นจะเข้าใจไม่ยากจึงส่งมันคืนกับมือผมแต่กลับไม่ปล่อย?

 

เชิญเลยค่ะเจ้าชาย ด้านในมีความสุขสนุกรอท่านอยู่~”หญิงสาวบีบมือผมครั้งหนึ่ง ก่อนจะยอมปล่อยด้วยสีหน้าเสียดาย

 

            ผมรีบจ้ำเท้าลงไปยังทางเดิน มันเป็นบันไดหินวนยาวไปจนสุดพื้นด้านล่าง บรรยากาศคล้ายกับห้องลับในชั้นใต้ดิน และเมื่อก้าวผ่านขั้นสุดท้ายไปได้นั้น เสียงที่เงียบสงัดมาตลอดกลับดังกระหึ่มแทนที่ด้วยเสียงเพลงแนวร็อคแอนด์โรล ปลุกเร้าให้ใจเต้นตามจังหวะกลองและเบส

 

            ผมเลือกเก้าอี้ที่ยังว่าง ตั้งอยู่ติดกับโต๊ะบาร์เล็ก ตรงมุมห้องไม่เป็นที่น่าสนใจนัก

เมื่อหย่อนตัวลงนั่งได้ไม่นาน บาร์เทนเดอร์สาวที่หันหลังอยู่แต่แรกจึงพลิกตัวกลับมาถาม รับเครื่องดื่มอะไรดีคะ

 

            เจ้าหล่อนมีนัยน์ตาสีดำสนิท กับเรือนผมสีเดียวกัน อยู่ในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยคือเสื้อเกาะอกสีแดงสด กับกางเกงยีนส์ซีดๆ

 

มีเมนูแนะนำไหมครับผมมองหญิงสาวคนนั้นที่โน้มหน้ามาใกล้ พลางเอียงหูเข้าหาเป็นเชิงว่าเธอไม่ได้ยินที่ผมพูด ผมถามว่ามีเมนูแนะนำบ้างไหมครับ ผมเร่งเสียงดังกว่าเดิมทว่าพยายามให้ไม่เหมือนกับการตะคอกจนเสียมารยาท

 

            บริกรสาวยกมุมปากยิ้ม และถ้าผมมองไม่ผิด ตาสีดำสนิทดูเปล่งประกายยามมองจ้องเข้ามา แถมดูออกจะใกล้ไปนิดนึง จนผมต้องผละตัวออกห่างอย่างสุภาพ

            ผู้หญิงเนี่ยเป็นเพศที่น่ากลัวจริงๆนะครับ

 

เดี๋ยวฉันจัดให้เองค่ะ รับรองว่าคุณจะต้องติดใจหล่อนบิดตัวเล็กน้อยประกอบการพูด ก่อนจะหยิบแก้วเปล่าออกมาแล้วจัดแจงผสมเครื่องดื่ม

 

            ผมไม่ต้องรอนานนัก เธอคนนั้นก็เดินออกจากด้านในโต๊ะเคาน์เตอร์ มาหยุดยืนข้างๆผม

อ่ะนี่ของคุณ ฉันดื่มด้วยนะหล่อนยื่นแก้วที่มีเครืื่องดื่มสีเหลืองอ่อนมาให้ ขณะที่ชูแก้วอีกใบที่มีของเหลวใสสีชมพูอ่อนซึ่งเป็นแก้วของเธอ

 

ขอบคุณครับผมรับมาถือในมือ เมื่อก้มลงสูดกลิ่นก็พบว่ามีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์เกือบครึ่ง ที่สถาบันมีการสอนเรื่องพิษ และสสารมอมเมาต่างๆเป็นหลักสูตรพิเศษอยู่แล้ว การดมกลิ่นเป็นการช่วยอย่างหนึ่งสำหรับแยกสารพิษ ซึ่งพิษชนิดที่โพรเทกเตอร์อย่างเราไม่อาจตรวจสอบเจอนั้น มีไม่กี่ชนิดบนโลก อย่างเช่น พิษปีศาจงูขาว

 

            เมื่อผมตรวจกลิ่นดูจนแน่ใจว่าปลอดภัย ผมจึงยกเครื่องดื่มในมือขึ้นมาจรดริมฝีปากก่อนจะกลืนของเหลวลงคออย่างช้าๆ

 

ฮ่าๆ คุณนี่เก่งนะ เป็นคนอื่นแค่เอาลิ้นแตะยังไม่กล้าหญิงสาวคนข้างๆเริ่มชวนคุย หล่อนหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ด้านข้างผมที่ว่าง คุณชื่ออะไรเป็นคนที่ไหนหรอ

 

ผมว่า คืนนี้ผมอยากจะอยู่คนเดียวผมปฏิเสธไปตรงๆ หนึ่ง เพราะผมรู้สึกแบบที่พูดจริงๆ และสอง ผมคิดว่าหญิงสาวคนข้างๆกำลังคิดอะไรกับผมอยู่ ดูจากทั้งแววตา น้ำเสียงที่ใช้ ใช่ว่าผมจะโดนกระทำเช่นนี้ครั้งแรก

            ผมไม่ใช่เจ้าชายน้อยผู้ใสซื่อ ยิ่งตอนมีงานทำด้วยแล้ว พวกที่ทำงานนี่ตัวดีเลย โดยเฉพาะ โทมัส ฟิชเชอร์หมอนั่นสอนให้ผมดื่มแอลกอฮอล์ทุกรูปแบบโดยอ้างว่านั่นเป็นการศึกษาหาความรู้เผื่ออนาคตข้างหน้าจะได้ไม่โดนสาวๆมอมเมา ผมก็ไม่คิดว่าจะได้เรียนรู้จากหมอนั่นมาเยอะเหมือนกัน และหัดปฏิเสธสาวๆเป็นตั้งแต่ตอนนั้น

 

“อู๊ย…พูดแบบนี้ฉันเจ็บนะคะหญิงสาวยิ้มน้อยๆอย่างไม่ถือสาอะไร แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะไปไหนเช่นกัน

 

“…”ผมก้มมองเครื่องดื่มที่วางไว้บนโต๊ะ ไม่ได้สนใจจะสานบทสนทนาต่อ

 

            เมื่อทิ้งช่วงสักพัก จนเพลงดนตรีสดจบไปอีกเพลง ผู้หญิงคนข้างๆจึงค่อยๆขยับตัวเข้ามาใกล้อีกครั้ง จนผมซึ่งแสร้งทำเป็นไม่สนใจตอนแรก ก็ต้องเบือนไปมอง

 

คุณ มีแฟนรึยังคะ?”คราวนี้ไม่ได้พูดเปล่า มือเรียวยาวเอื้อมมาสัมผัสท่อนแขนผมเบาๆ พร้อมสายตาเว้าวอน ผมมองดวงหน้าที่แต่งแต้มสีแดงเรื่อ อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ หรือความเขินอาย ไม่ว่าอะไรก็ตาม ผู้หญิงคนนี้อยู่ในเกณฑ์ที่คนทั่วไปจัดอยู่ในประเภทสาวงามเลยทีเดียว

 

            ได้ยินคำถามนั้น ผมกลับนึกถึงภาพเด็กสาวคนหนึ่งซ้อนทับขึ้นมา ดวงตากลมโตสีแดงสด เรือนผมสีเงินยาวสยาย ปากเล็กที่ขยับพูดว่า ข้า-เป็น-ภรรยา-ของ-เขา!!’ ดังสะท้อนในหัวเสมือนภาพหลอนที่คอยติดตามวนเวียนไม่ยอมปล่อย

 

            เฮ้อ นึกว่าการหลบมาในที่แบบนี้ จะทำให้ผมรู้สึกถึงอิสรภาพขึ้นมาบ้าง แต่เปล่าเลย

 

ผมแต่งงานแล้วเมื่อหญิงสาวผู้นั้นได้คำตอบจากผม เธอพลันชะงักค้าง ดวงหน้าที่มีสีแดงเรื่อค่อยๆซีดเผือดลง ผมสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบเหรียญทองออกมาสองเหรียญ วางมันลงข้างแก้วเครื่องดื่ม ก่อนจะเดินหมุนตัวออกจากที่นั่นทันที

 

 

            เมื่อออกมาข้างนอก ลมหนาวจากโซลิเซียร์ก็พัดเข้ามาปะทะร่าง ผมติดต่อหาสารถีคนขับเกวียนและตกลงว่าเราจะไปเจอที่เดิม ในระหว่างนี้ผมจึงต้องตามหายัยเด็กตัวเตี้ยนั่นให้เจอ ก่อนที่จะพลัดหลงไปที่ไหน

 

            แต่แล้วเหมือนโชคชะตาจะเข้าข้าง เพราะผมไม่จำเป็นต้องตามหาให้เหนื่อย เสียงหัวเราะคิกกับพูดคุยเจื้อยแจ้ว ดังจากเจ้าหล่อนที่กำลังเดินเคียงข้างกับชายร่างสูงหนา เขามีสีหน้าราบเรียบต่างจากซินเธียที่สดใสร่าเริง จนออกจะเกินไปหน่อยด้วยซ้ำ?

 

ยัยเตี้ยผมทัก และเมื่อยัยนั่นเห็นผม ก็เบิกตายิ้มกว้างอย่างดีใจ

 

อันเซียร์!!”ร่างเล็กพุ่งตรงเข้ามาก่อนคว้าเอวผมเอาไว้ แล้วแหงนหน้ามองขึ้นมาด้วยน้ำตาเอ่อท้น ข้าเกือบไม่รอดแล้ว เจ้ารู้ไหม ฮือ~”

 

นี่ จะไม่รอดก็เพราะโดนฉันฆ่าเนี่ยล่ะปล่อยมือผมดันไหล่เล็กออกไปด้านข้างอย่างระวัง เพราะสายตาประชาชนจะหาว่าผมรังแกเด็กเอาได้

 

“…”บุรุษผู้นั้นยืนหยุดอยู่ที่เดิม ไม่ได้สนใจจะเข้ามาทักทาย ผมมองเห็นเขาจากที่ไกลๆ เค้าโครงร่างนั่นเหมือนคุ้นว่าเคยเห็นที่ไหน

 

ขอบคุณมากน้าพี่ชาย~ ข้าเจอญาติแล้ว ขอบคุณท่านม้ากกกก~”ซินเธียยืนเกาะชายเสื้อผม สลับกับโบกไม้โบกมือรัวๆ รีบไปกันเถอะอันเซียร์ เร้วว~”แล้วหันมาเร่ง

 

            เอ่อ

ผมเลยเดินออกมาอย่างงงๆ ว่าทำไมยัยนั่นจะต้องรีบร้อนปานนั้น

 

            และเมื่อเดินพ้นเขตคนเดินพลุกพล่าน ผมกับซินเธียก็เข้าไปนั่งในเกวียนเทียมม้าอีกครั้ง ผมสังเกตว่าคนข้างๆไม่ได้พูดมากชวนคุยเหมือนเดิม แถมยังมีอาการหวาดระแวงตลอดเวลา เพราะดวงหน้ากลมเล็กนั่นมักคอยหันซ้ายขวา เหมือนสังเกตว่ามีใครแอบสะกดรอยตามรึเปล่า

 

            บอกเลยว่าไม่มีหรอกครับ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ผมซึ่งเป็นโพรเทกเตอร์จะมีสัมผัสไวและรับรู้ได้เร็วก่อนเธออย่างแน่นอน

 

            ผมจ้องหน้าซีดเผือดของซินเธีย แล้วถอนหายใจเบาๆออกมา นี่คนเมื่อกี้ใครน่ะ

 

หือเอ่อคือ…”ซินเธียกลืนน้ำลายเอื๊อก มือเล็กยกมือขึ้นทาบอก หล่อนสูดหายใจลึกเพื่อเรียกกำลังใจ แล้วพ่นระบายเรื่องราวออกมายาวเหยียด คือว่าข้าออกไปตามหาเจ้าน่ะ พอเดินไปสุดเขตถนนนะ มันก็เป็นป่ารกทึบ มีต้นไม้เต็มไปหมดเลย ข้ามีลางสังหรณ์เหมือนมีเสียงปีศาจร้องขอชีวิตดังในหัว ตอนนั้นข้ากลัวมาก แต่ด้วยความอยากรู้เลยเดินเข้าไปในป่า ก็เลยได้พบเขาเขาคือเทพดาวมังกรแคปริคอร์น มีดาบที่สามารถสังหารปีศาจได้ ข้าเพิ่งเห็นการสังหารแบบนั้นเป็นครั้งแรก

 

            ผมเห็นมือเล็กกำชายกระโปรงไว้แน่น หล่อนคงกำลังกลัวมากจริงๆ

 

ข้าแปลกใจที่เขาไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร นึกว่าจะโดนจับได้ซะอีกดูเหมือนว่าพลังปีศาจของข้ายังเบาบางนัก นอกจากใช้พลังไม่ได้ยังทำให้เทพจับไม่ได้ด้วย เฮ้อ โชคดีชะมัด~”ซินเธียพึมพำกับตัวเองในประโยคสุดท้าย

 

            ผมคิดตามสิ่งที่ซินเธียเล่า ถ้าเรื่องที่เทพดาวมังกรลงมายังโลกมนุษย์แล้วลงมือฆ่าปีศาจเป็นเรื่องจริงล่ะก็ยิ่งต้องรีบรายงานกับทางสถาบัน นี่เป็นเรื่องใหญ่ระดับแคว้น ผมต้องติดต่อกลับไปทางโซลิเซียร์เพื่อบอกเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเช่นกัน

 

            ในเกวียนเทียมม้าจึงตกอยู่ในความเงียบ เมื่อผมนิ่ง ซินเธียเงียบ ไม่ช่างพูดช่างคุยเหมือนเดิม เสียงสัตว์กลางคืนร้องแทรกขึ้นตลอดทาง เมื่อผ่านจุดที่ไม่มีคนเดินถนนแล้ว ทัศนียภาพด้านนอกหน้าต่างก็เปลี่ยนเป็นเนินเขา ไล่ขึ้นไปด้านบนก็เห็นเป็นเส้นขอบตัดระหว่างฟ้า และดวงจันทร์กลมโตที่ลอยเด่นอยู่บนนั้น

 

            เมื่อถึงโรงแรมที่พัก ชายสารถีจึงมาตกลงนัดแนะเวลาเดินทางพรุ่งนี้เสร็จสรรพ ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน

            ที่นี่เป็นโรงแรมขนาดเล็กสองชั้น มีเพียงไม่กี่ห้องพักเท่านั้น เพราะห้องนึงกินพื้นที่กว้างขวาง ผมเปิดประตูเข้าไปก็พบการตกแต่งที่เรียบหรูเหมือนอยู่บ้าน มีเครื่องเรือนและเฟอร์นิเจอร์ครบครัน

 

อู้หูวววว~!!คนที่ตื่นเต้นดีใจจะเป็นใครไปไม่ได้ ยัยนั่นวิ่งชาร์จขึ้นไปบนเตียงก่อนเป็นอันดับแรก

 

            ผมถือกระเป๋าสัมภาระส่วนตัวของผม ไปวางบนโต๊ะเล็กข้างโซฟา

นี่ถึงเวลาที่ต้องรับความจริงแล้วใช่ไหมว่าต่อไปนี้ห้องนอนของผมจะมียัยลิงเตี้ยเข้ามาร่วมนอนด้วยอีกคนน่ะ?

 

            ร่างเล็กกลิ้งไปมาบนเตียงนุ่มอย่างสะใจแล้วก็เด้งตัวออกไปหาเป้าหมายใหม่ คือการสำรวจรอบๆห้อง และเมื่อร่างนั้นหายเข้าไปในห้องน้ำ ผมก็ได้ยินเสียงตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น “อันเซียร์~~ มีอ่างน้ำจากุซซี่ด้วยล่ะ!!”

 

            ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ในขณะที่ค้นของในกระเป๋าส่วนตัวออกมา มีสมุดบันทึกประจำวัน อุปกรณ์เฟซซิ่งดีไวซ์ และแทปเล็ตเพื่อหาข้อมูลต่างๆทั่วโลก เมื่อได้ของครบแล้วผมจึงเดินออกไปทางประตู

 

อ้าว เจ้าจะไปไหนอ่ะใบหน้ากลมมนโผล่ออกมาให้เห็นแต่หน้า ผ่านทางประตูห้องน้ำ

 

ออกไปข้างนอกผมตอบสั้นๆ

 

อ้อแล้วต้องกลับมานะ…”ตาสีแดงฉายรอยกังวลลึก เดาว่ามันคงเกี่ยวกับเรื่องเมื่อครู่

 

“…อืมผมตอบสั้นๆ

 

อันเซียร์ เจ้าห้ามทิ้งข้านะ

 

“…”ผมมองใบหน้าเล็กครั้งสุดท้าย ก่อนจะเปิดประตูออกไปจากห้องทันที

 

 

 

 

Writer: อยากไปฮันนีมูนกับอันเซียร์บ้าง ฮือ (อ้าวไรท์) ใครเป็นแบบไรท์บ้างง 5555

 

บาบิQ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

779 ความคิดเห็น

  1. #55 zhou (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 17:19
    อันเซียรฺมาหาข้าเองแหละ ซินเธีย ...
    #55
    1
    • #55-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 6)
      12 มิถุนายน 2559 / 18:27
      นั่นไง~ !! 555 ทำไมรู้สึกว่าอันเซียร์มีนัดกะสาวๆเยอะมากเลยนะ
      #55-1
  2. #54 FangFySama (@FangFySama) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 08:59
    ไปฮันนีมูน อู๊ววววว-..-
    #54
    1
  3. #53 t.Darling (@iamtey) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 06:56
    ซินเธียรอดไปนะรอบนี้ ฮาาา  
    เจ้าหนูอันเซียร์~  แล้วเจอกันน้าา /โดนตบ
    #53
    1
    • #53-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 6)
      12 มิถุนายน 2559 / 07:50
      ที่แท้อันเซียร์เดินออกห้องไปเพราะมีนัดนี่เอง...//55
      #53-1
  4. #52 KAMI (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 00:38
    ซินเธียโว้ยยย ช้านอิจฉาเธอออ~~~~ 55555
    #52
    1
    • #52-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 6)
      12 มิถุนายน 2559 / 00:39
      555 ไฟในลูกตาลุกโชน~~!!! ตอนนี้รีดกำลังสาปแช่งให้เทพมังกรแทงซินเธียแหงๆ!-!
      #52-1
  5. #51 วาซาบิหวานฉ่ำ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 00:22
    ไปๆ ไปด้วยนะไรท์
    #51
    1
    • #51-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 6)
      12 มิถุนายน 2559 / 00:27
      มาร่วมมือกับเม้นล่างเลย แต่ไรท์ขออยู่หลังสุดพร้อมกางเกราะเวทย์ให้นะ
      /ใครบุกตกลงกันเอง
      /ฮ่าาาา
      #51-1
  6. #50 Mazato Yume (@sleeplezzrr) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 23:52
    ถ้าฮันนีมูนกับอันเซียร์เราคงได้ตายอนาถแน่ TT #เพราะเราจะไล่ปลั้มนาง นังหื่น!!!
    #50
    1
    • #50-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 6)
      12 มิถุนายน 2559 / 00:26
      55555 เรามาร่วมมือกันไหม?
      #50-1