The Devil Princess's Protector ..ภรรยาของผมเป็นปีศาจ

ตอนที่ 57 : V.2 Chapter [55] ไม่อาจปฏิเสธ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 982
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    27 พ.ค. 60

[55]

 

 

            นี่เป็นอ้อมกอดของใครกันแน่

            อันเซียร์ หรือ อิกดราซิลเลียน ?

 

            ข้าแทบกลั้นหายใจ รู้สึกเกร็งไปทั้งตัวเมื่อถูกรวบไปกอดไว้ ท่ามกลางสายฝนที่สาดเทลงมา กองผ้าที่ถือไว้เมื่อครู่ก็ตกลงสู่พื้น ดูท่าว่าพวกมันจะต้องถูกทำความสะอาดใหม่ทั้งหมดเลย

 

            “นี่เจ้า”เป็นบ้าอะไรเนี่ย ! วูบหนึ่งที่ข้านึกโกรธที่ถูกดึงเข้าไปหาเข้าอย่างรุนแรงจนหัวกระแทกกับแผงอกแข็งแกร่ง แต่เขาเลื่อนมือมาสัมผัสแผ่นหลังอย่างแผ่วเบา นั่นทำให้ข้าขมวดคิ้ว ความสงสัยวิ่งเข้ามาแทนที่ทันที

 

            “”นัยน์ตาสีแดงสดคู่นั้น จ้องตรงมายังข้า ที่แหงนเงยหน้าขึ้นไปมอง คล้ายกับเวลาค่อย ๆ เคลื่อนเดินไปอย่างช้า ๆ สายตาของเขาจ้องมองต่ำไปยังริมฝีปากของข้าด้วยระยะห่างที่อาจแตะสัมผัสกันได้หากเขาก้มหน้าลงมาอีกนิด ความคาดหวังได้ถูกก่อตัวขึ้นอย่างไม่อาจห้ามใจ ในที่สุดข้าก็หวั่นไหวให้เขาจนได้

            สายตาดุ ๆ แบบนี้ใบหน้าแบบนี้ เขาคืออันเซียร์ของข้าหรือเปล่านะ ?

 

            โครม ! ซ่า

            ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาจากฟ้า ข้าก็ยังคงอยู่ในอ้อมกอดของเขา เราสองคนจ้องสบตากันและกัน

            จนกระทั่งเขาเริ่มเป็นฝ่ายผละออกไปก่อน และดึงสีหน้าราบเรียบเฉยชากลับคืนมาดังเดิม

 

“แคปริคอร์นัส”เขาเอ่ย

 

            “อะไรนะ ?”ข้าทวนคำ เพราะไม่ค่อยได้ยินสิ่งที่เขาพูดเท่าไหร่นัก เสียงท้องฟ้าคำรามและลมกรรโชกแรงกลบเสียงของเขาจนหมด

 

            “แคปริคอร์นัสใช้อำนาจเทพ ทำให้ข้ากลายเป็นเช่นนี้ข้าไม่ได้ตั้งใจ จะกอดเจ้าหรอกนะ”

 

            “…????”อะไรอ่ะ…?

 

            “…

 

            นี่คืออิกดราซิลเลียนอย่างแน่นอน พูดจบ เขาก็เดินดุ่ม ๆ ตรงเข้าไปที่ประตูบ้านในทันที

            ข้ายืนอ้าปากค้างอย่างอึ้ง ๆ

            “หยุดเดี๋ยวนี้นะ ! อิกดราซิลเลียน ! เจ้าต้องมาช่วยข้าเก็บผ้าพวกนี้ไปซักด้วย !

            กริ๊ดดดด~ นี่ข้าจะต้องอยู่กับคนเช่นนี้จริง ๆ เหรอเนี่ย

 

            สองชั่วโมงถัดมา

สายฝนด้านนอกคล้ายจะสงบลงแล้ว จากห่าฝนกลายเป็นหยดน้ำปรอย ๆ ข้าเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนจะเหลือบมองกองผ้าที่เปรอะเปื้อนดินโคลนในตะกร้าไม้ สุดท้ายก็ส่งค้อนวงโตไปให้ต้นเหตุของหายนะครั้งนี้

 

            อิกดราซิลเลียนกำลังเอนกายนั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิงหลังพร้อมเบาะนุ่ม ๆ  เขากำลังมองออกไปนอกหน้าต่างเช่นเดียวกัน จากมุมนี้ข้าสามารถเห็นเพียงเสี้ยวหน้าอันครุ่นคิดของเขา

ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในบ้านใหม่หลังเดียวกันนี้ เราสองคนก็ยังไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย และข้าแน่ใจว่าสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะเหตุการณ์แปลก ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเรา

 

            “ฝนหยุดตกแล้ว”ข้าเปรยขึ้น แทรกบรรยากาศไร้เสียงที่ครอบคลุมมาระยะหนึ่ง

 

            “”เขายังคงทำเมิน ไม่สนใจเช่นเคย

 

            ได้ ! ตกลงว่าจะไม่สนใจ ต่างคนต่างอยู่กันใช่ไหม !

            ข้าเบ้หน้า ก่อนจะลุกขึ้นหยิบตะกร้าผ้ามาถือไว้ข้างเอว แล้วเดินจ้ำออกไปทางประตูทันที

 

            “จะไปไหน” อ๊ะ เขาทักข้าล่ะ

“ไปซักผ้า”

“เจ้าไม่ต้องไป ข้าจะไปเอง”

!?!” ห้ะ ข้าไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม

 

            อิกดราซิลเลียนเดินตรงมาแย่งตะกร้าผ้าในมือข้าไปถือไว้ ก่อนจะเปิดประตูบ้านออกไปด้านนอกที่มีแสงแดดอ่อน ๆ ตกกระทบลงมา ทุ่งหญ้ากว้างฉ่ำน้ำปรากฎเป็นบรรยากาศหลังฝนตกที่งดงามนัก ข้ามองตามร่างสูงที่เดินไกลออกไปสักระยะหนึ่งแล้ว ทันใดนั้น เขาก็พลิกกายแล้วเดินกลับมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเช่นเดิม

           

“แล้วข้าจะต้องทำความสะอาดเจ้าพวกนี้ยังไง ?

 

            อืมต้องถึงมือข้าอีกสินะ

 

 

 

            ธารน้ำตกในป่าดิบชื้น ห่างไกลจากแหล่งที่ผู้คนใช้ตั้งรกรากถิ่นฐานไม่มากนัก มีกรวดหินดินทรายรายล้อมต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวขจี บรรยากาศเป็นส่วนตัวเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจโดยไม่มีผู้คนเข้ามารบกวน พื้นที่อันเงียบสงบวันนี้กลับปรากฏเป็นหญิงสาวและชายหนุ่ม กำลังตั้งมั่นในการขยี้เสื้อผ้า ชะล้างคราบเปื้อนกับสายน้ำที่กำลังไหลตามธรรมชาติ

 

            “ทำแบบนี้สิ ! ทำแรงขึ้นอีก แรงขึ้น ! อื้อ ! อย่างงั้นแหละ” เสียงหวานดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่ว ตาสีแดงกลมโตมองอีกฝ่ายที่อยู่ในท่าพับแขนเสื้อ ขากางเกง แล้วถือเสื้อตัวยาวสีขาวสะอาดไว้ในมืออย่างเก้ ๆ กัง ๆ

 

            “แบบนี้เหรอ”

 

            “อื้อ ! ทำแบบนี้ซ้ำ ๆ แรง ๆ เข้าใจไหม”

 

            อิกดราซิลเลียนเหลือบมองดวงหน้าหวานที่กำลังจริงจังกับงานตรงหน้าอยู่ กรอบหน้ายุ่ง ๆ นั้นล้อมด้วยเส้นผมสีเงิน ที่ถูกผูกเป็นเปียยาวพาดเฉียงไปทางหนึ่ง นางอยู่ในชุดกระโปรงเรียบง่ายกลมกลืนกับชาวบ้านในละแวกนี้ เนื้อผ้าและสีเสื้อไม่ได้ฉูดฉาดหรูหรา หากแต่มีบางอย่างสะกดสายตา ทำให้ไม่อยากมองไปทางไหนอื่นอีก

 

            เขาไม่รู้ว่าจ้องนานแค่ไหนจนกระทั่งซินเธียหันมาค้อนขวับใส่

 

            “อย่าคิดอู้เชียวนะ เจ้าเป็นสาเหตุให้ข้าลำบากขึ้นเป็นสองเท่า จำเอาไว้” สายตาตำหนิติเตียน และริมฝีปากที่ขยับขึ้นลงยามนางเอ่ยคำพูด เหล่านั้นทำให้เขาเอื้อมมือออกไปข้างหน้า โดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังจะทำอะไรอยู่

 

            แล้วจู่ ๆ มือข้างเดิมก็หยุดค้างกลางอากาศ ท่ามกลางสายตางุนงงของทั้งเขาและซินเธีย

 

            “ที่แก้มมันเลอะ” เขาชี้ไปยังใบหน้าข้างหนึ่ง ซึ่งปราศจากรอยเลอะดังที่ว่า

 

            “อ่อ”ซินเธียเช็ดมือข้างหนึ่งของนางเข้ากับข้างแก้ม แต่แล้วกลับมีฟองติดอยู่แทนที่

           

            ชายหนุ่มนึกขำในใจ ก่อนจะวางเสื้อในมือลงกับโขดหิน เช็ดมือจนสะอาด แล้วจึงก้าวประชิดร่างบาง

            มือหนาค่อย ๆ บรรจงไล้คราบฟองน้ำออกจากแก้มนวลเนียน ที่ขึ้นสีระเรื่อทันทีจากนั้น

 

            “ข..ขอบใจ”ซินเธียตกใจที่หันมาพบกับร่างสูงหนาในระยะใกล้เช่นนี้ แต่แล้วก็เก็บความเขินอายไม่มิดหลังจากที่กระทำเช่นนี้

           

            ทว่าเมื่อระลึกได้ว่าคนตรงหน้าเป็นใคร ใบหน้างดงามจึงมีรอยกังวล และสับสนผสมปนเปกันไปหมด ก่อนที่จะตัดสินใจก้าวถอยออกห่าง

            เธอจะใกล้เขามากไปกว่านี้ไม่ได้

 

            “อ๊ะ !” เมื่อเท้าสัมผัสกับขอบพื้นหิน ก็พบว่าสายไปแล้ว หล่อนกำลังจะหงายตกลงไปในน้ำ !

 

            หมับ ! ตู้ม !

            ความอบอุ่นแทรกเข้าสู่กายก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงน้ำอันหนาวเย็น ซินเธียพ่นฟองอากาศออกมาคำโต แล้วก็ค้นพบว่าตนสามารถหายใจในน้ำได้ ด้วยเลือดของปีศาจพรายน้ำในกาย

 

            มโนภาพสุดท้ายก่อนจะตกไปในน้ำ คืออิกดราซิลเลียนที่ผวาเข้ามากอดไว้ ก่อนที่ทั้งสองจะร่วงหล่นสู่ผืนน้ำพร้อม ๆ กัน

            ซินเธียค่อย ๆ ลืมตาขึ้น และพบว่ามีดวงตาคมคู่หนึ่งจ้องมองมาอยู่ก่อน

            อิกดราซิลเลียนกำลังกอดเธอเอาไว้ อย่างแนบแน่น

            สายตาอันร้อนแรงที่จ้องมองมา และจังหวะหัวใจที่เต้นถี่รัวใต้มือเล็ก ๆ นี่เป็นเครื่องยืนยันว่าเขากำลังรู้สึกอะไรบางอย่าง

 

            ความรู้สึกนี้ สถานที่ที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น อ้อมกอดแข็งแกร่งที่กอดรัดแน่นราวกับจะไม่ยอมปล่อย

            ซินเธียค่อย ๆ หลุบตาลงขณะที่ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้ จนกระทั่งริมฝีปากทั้งสองประกบแนบชิดกัน การเคลื่อนไหวใต้น้ำเป็นไปได้อย่างเชื่องช้า ราวกับระลอกคลื่นเล็ก ๆ ที่กำลังจะก่อตัวเป็นคลื่นยักษ์ขนาดใหญ่

 

            เมื่อไม่อาจหลีกเลี่ยง ซินเธียจึงค่อย ๆ คลายอารมณ์ ปลดปล่อยความต้องการของตนเองออกมาเช่นเดียวกัน มือเล็กค่อย ๆ เลื่อนผ่านแผงอกไปยังรอบลำคอ ขณะที่อีกฝ่ายก็ประคองเอวเธอไว้มั่น ความหนาวเย็นมิอาจทำให้ไฟรักดับมอดลง

            มีเถาวัลย์ขนาดเท่าลำต้นของไม้ใหญ่ผุดขึ้นจากก้นพื้นธารน้ำ รองรับแผ่นหลังของร่างเล็กให้เอนกายลง โดยมีร่างสูงหนาตามประกบไม่ยอมห่าง

           

            ชายหนุ่มค่อย ๆ ไล่จุมพิตจากหลังมือ ขณะที่ในมโนภาพปรากฏเป็นใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า ที่กำลังอยู่ในอิริยาบถต่าง ๆ มีบ้านหลังหนึ่ง ห้องนอนเตียงเดี่ยว และรอยยิ้มยั่วที่คุ้นนักว่าเคยเห็นบ่อย ๆ  

 

            ภาพเหล่านั้นยิ่งปรากฏชัดขึ้นเมื่อเขาถลำลงไปในกามารมณ์ ดังนั้นเขาจึงไม่หยุดเพียงเท่านี้

 

            ซินเธียรับสัมผัสวาบหวาม ด้วยความรู้สึกสับสน แต่ทว่ารอยสัมผัสนั้นก็ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน จึงปล่อยให้หัวใจตอบรับ และเอนอ่อนไปตามน้ำ

            ข้าต้องการเขามากเหลือเกิน

           

            -cut-

 

 

 

            “ถอยออกไปเลยนะ !” ซินเธียยกมือขึ้นห้าม หลังจากที่ร่างผุดขึ้นจากน้ำ เรียกความสงสัยงุนงงกับอีกฝ่ายชัดเจน เมื่อก่อนหน้านั้นพวกเขาดูเหมือนตกอยู่ในห้วงภวังค์รัก และนางดูจะพอใจมากเช่นเดียวกัน แต่ตอนนี้ท่าทีของนางกลับเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

 

            ตาสีแดงกลมโตฉายรอยหวาดหวั่น นางกำลังเบ้หน้าคล้ายกับว่าจะร้องไห้

 

            “เจ้าเป็นอะไร ?” ชายหนุ่มพยายามพูดอย่างใจเย็น และไม่เข้าใจว่าเหตุใดซินเธียจึงมีท่าทีหวาดกลัวเช่นนี้

 

            “เจ้า…? ฮึก เจ้าไม่ใช่อันเซียร์นี่ !

 

            อิกดราซิลเลียนจึงคลายความสงสัย ว่าที่แท้นางกำลังหวั่นวิตกว่าได้ปล่อยใจร่วมรักกับชายอื่นที่ไม่ใช่สามีของนาง

            “ทำไมจะไม่ใช่ ?” เขาตอบกลับอย่างราบเรียบตามเดิม

 

            “ยังจะมาถามอีกนะ ! ก็ก็เพราะแบบนี้ไง !”ซินเธียพยายามค้นหาความแตกต่าง ทว่าลึก ๆ แล้วหัวใจของหล่อนไม่เคยปฏิเสธในตัวเขาเลย

            ไม่ว่าจะเป็นอันเซียร์หรืออิกดราซิลเลียน หล่อนก็รู้สึกเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

            แต่ความสงสัยในตัวตนอีกฝ่ายยังคงตามหลอกหลอน ความหวาดกลัว อึดอัด สับสน แปรเปลี่ยนเป็นน้ำตาที่หลั่งรินลงมาช้า ๆ

 

            อิกดราซิลเลียนจ้องมองหญิงสาวที่กำลังหลั่งน้ำตาอย่างเก็บเสียงเงียบ ๆ สายตาของนางฉายรอยตัดพ้อสิ้นหวัง นั่นทำให้เขารู้สึกอึดอัดเช่นกัน

            แต่ทว่า เขาไม่เคยต้องคอยปลอบโยนใคร จึงไม่รู้ว่าควรเข้าหาอย่างไร

 

            “ซินเธีย” แม้จะเอ่ยนามของนางแทนที่จะเรียกว่า นางปีศาจ ก็ดูเป็นคำที่ไม่คุ้นชินเอาเสียเลย

            ซินเธียอาจรู้สึกได้ จึงทำทีท่าจะเดินหนีออกไปเช่นนี้

 

            “ทำไมข้าจะไม่ใช่อันเซียร์ไม่ใช่สามีของเจ้า

 

            ”แผ่นหลังของนางกระเพื่อมขึ้นลงขณะกลั้นสะอื้น ไหล่เล็กทั้งสองนั้นลู่ลงอย่างน่าเวทนา นางก้าวเท้าเตรียมเดินออกไปอีกก้าว..

 

            “ถ้าหากข้าไม่ใช่แล้วทำไมถึงมีภาพของเจ้าวนเวียนอยู่ในหัวข้าตลอด

 

           

 

            “ถ้าหากข้าไม่ใช่ทำไมข้าถึงเจ็บปวดนัก เมื่อเห็นเจ้าร้องไห้

 

           

 

            “ถ้าหากข้าไม่ใช่ทำไมข้าจึงนอนไม่หลับ หากไม่ได้นอนกอดเจ้าเอาไว้

 

           

 

            “และถ้าหากข้าไม่่ใช่เจ้าคงไม่ปล่อยใจให้ข้าไม่ใช่หรือ ซินเธียหัวใจของเจ้าเชื่อมั่นว่าข้าคืออันเซียร์ ทำไมเจ้าถึงปฏิเสธมันอีก”

 

            อิกดราซิลเลียนค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าไปสวมกอดหญิงสาวไว้จากทางด้านหลัง ใบหน้าคมคายก้มลงอิงแนบไหล่บาง ก่อนจะหลุบตาลงอย่างเหนื่อยล้า

 

            เขาเหนื่อยเต็มที กับการปฏิเสธว่าซินเธียคือคนสำคัญ

 

            “งั้นก็เล่ามาเล่ามาให้หมดเลยนะพวกท่านเหล่าเทพเกี่ยวข้องอะไรกับข้ากันแน่ ทำไมข้าต้องมาพบรักกับท่าน” ซินเธียหลุบตาลงอย่างอ่อนล้าเช่นเดียวกัน

 

            “อืมได้สิ

 

            นางควรได้รู้ความจริง

            และเมื่อถึงวันนั้น หากนางจะโกรธจะเกลียดเขา ก็เป็นสิทธิของนาง

 

            อิกดราซิลเลียนโอบกอดหญิงงามคนรักเอาไว้แน่น ไออุ่นจากเขาช่วยบรรเทาความหนาวเย็นจากผิวกาย เทพผู้ไม่เคยอ่อนข้อให้ผู้ใด ไม่เคยแสดงออกถึงความรัก กำลังค่อย ๆ ทิ้งตัวตนเดิมของตนเองลงไป

 

            บทลงโทษราคาแพงใกล้ถึงวันตัดสินแล้ว

 

 

 

 

             เบื้องหน้าคือทรรศนียภาพของธรรมชาติอันงดงาม ต้นข้าวโพดวางเรียงเป็นแถวระเบียบทอดยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา เทพดาวมังกรนั่นเลือกทำเลไม่เลวเลยทีเดียว ทั้งใกล้เขตชุมชน ใกล้แหล่งน้ำ เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม

            ส่วนเรื่องการเพาะปลูกยิ่งไม่ยากเลยเมื่อข้ามีเทพแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ที่เปรียบเสมือนแกนคอยพยุงทั้งสามโลกเอาไว้

 

            อิกดราซิลเลียนยื่นมือมาข้างหน้าขณะที่ไม้เถาวัลย์เริ่ม โต ขยายขึ้นเรื่อย ๆ ที่ปลายยอดมีลักษณะโค้งคดคล้ายโพรงไม้ สิ่งมีชีวิตนี้ถูกสร้างขึ้นข้าง ๆ บ้านไม้ ห่างเพียงสิบก้าวเท่านั้น

 

            “มาเถอะ” เขายื่นมือมาทางข้าและรอ

 

            ข้ากระแอมครั้งสองครั้ง ก่อนจะวางมือข้างหนึ่งบนนั้นทันที

            ก็เดี๋ยวเขาเกิดผีเข้าแล้วเปลี่ยนใจ เป็นคนใจร้ายเย็นชาแบบนั้นอีกจะทำยังไงล่ะ

 

            อิกดราซิลเลียนผายมืออีกข้างให้ดินค่อย ๆ ขยับเคลื่อนขึ้นจากพื้นโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้ข้าผวาเข้าไปกอดเอวเข้าไว้แน่น และพอหันมาอีกที ก็พบว่าเขายืนยิ้มน้อย ๆ ใส่

            อา…-//- หมอนี่มีเสน่ห์เป็นบ้า

 

            ข้าเดินเขิน ๆ เข้าไปยังโพรงไม้ที่มีพรมหญ้าปูเอาไว้ด้านใน พอสำหรับคนสองคนนั่ง ๆ นอน ๆ ผ่อนคลายอิริยาบถได้ บนความสูงประมาณตึกทั่วไปสี่ชั้น ทำให้สามารถมองเห็นภูเขา หมู่บ้านที่ไกลห่างออกไป และดวงอาทิตย์ที่กำลังคล้อยต่ำลงจนใกล้จะลาลับขอบฟ้าเต็มที

 

            “ซินเธีย

            “หืม”

            “อันเซียร์เรียกเจ้าว่ายังไงหรือ”

            “ก็ยัยเตี้ย ยัยลิงเตี้ย ยัยเตี้ยยัดผ้านวม จู่ ๆ คำเรียกนั้นก็ย้อนกลับมาในโสตประสาท และข้าก็ตัดสินใจโยนมันทิ้งไป “ก็เรียกว่าที่รักไงล่ะ”

            หึหึ หวังว่าจะเชื่อนะ ก็เขาบอกว่าความทรงจำของเขาในช่วงที่เป็นมนุษย์ยังขาด ๆ หาย ๆ อยู่ จำได้แต่ส่วนที่เคยเป็นเทพเท่านั้น 

“แล้วข้าเรียกแทนตัวเองว่ายังไง ?

“เรียกว่า เค้า

            “ถ้างั้นข้าเรียกตัวเองเช่นนี้แบบเดิมนั่นแหละ”

            แป่วเขาไม่รับมุกข้าเลยอะ

 

            อิกดราซิลเลียนเอนหัวนอนลงบนหน้าตักของข้า หึ เผลอไม่ได้เลยนะยะ แต่จะว่าไป เขาก็นิสัยคล้ายกับอันเซียร์อยู่หลายส่วนเหมือนกันนะ

 

            “ซินเธีย ทำไมเจ้าถึงต้องถูกล่ามด้วยโซ่ตรวน แล้วทำไมถึงมีฝนกรด

           

            ข้านึกย้อนกลับไปถึงตอนก่อนที่พวกเราจะออกมาจากเมืองใต้บาดาล ค่ำคืนนั้นเป็นคืนที่ข้าคิดว่าจะไม่ได้ตื่นขึ้นในเช้าอีกวัน

 

            “อ่า

 

            ข้าคิดว่าควรจะเริ่มเล่าเรื่องราวนี้ใหม่ตั้งแต่ต้นจะดีกว่านะ

 

 

 

            Writer : ข้าเห็นด้วยจ้ะซินเธีย ข้าเองก็ลืมน่ะ 5555 , โอ้ย ตอนแรกจะนอนและเพราะเข้างานตอนดึก แต่ว่ามีรีดมาเม้น โอ้ย ไรท์เลยต้องเอาให้จบตอนนี้ก่อน คือ ไรท์พิมพ์สดไม่ได้ตรวจทานอะไรมากมาย ที่ลงนี่คือตอนล่าสุดจริง ๆ ค่ะ สดมากๆๆเยย อยากให้ได้อ่านกันเร็ว ๆ เหมือนกัน แต่ก็ต้องแบ่งเวลาไปด้วย T_T ขอบคุณรีดที่น่ารักมากๆๆ คอยเป็นกำลังใจให้เสมอเลย ซึ้ง*

            สัญญาว่าจะเขียนจนจบ ที่ว่า 60 ตอนถ้าไม่จบก็ขยายตอนได้จ้า

            ฝากคอมเม้นกันไว้นะคะอยากอ่าน ชอบแบบไหน แบบอันเซียร์หรืออิกดราซิลเลียนอ่ะตอนนี้ ><? //บาบิQ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

779 ความคิดเห็น

  1. #607 mewmiiiw (@mewmiiiw) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 16:43
    ฮื้ออออ หมอนี่มีเสน่ยห์เป็นบ้าเลย บ้าจริงงงงง เห็นด้วยอย่างรุนแรง สรุปเป็นคนเดียวกันใช่มั้ยคะ
    #607
    0
  2. #606 joesbeer (@joesbeer) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 16:17
    แล้วตอนที่เป็นมนุษย์หายไปไหนละและทำไม่ต้องเป็นเทพด้วยแล้วตกลงนี้คนเดี่ยวกันหรือว่าคนละคน
    #606
    0
  3. #605 mayomi09 (@mayom21) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 01:14
    ฟินค้าาาาาา
    #605
    0
  4. #604 mod04327 (@mod04327) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 21:40
    เขินมากกก
    #604
    0
  5. #603 แว่นพลาสติก (@pimpabb) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 21:15
    ท่านเทพยอมนางปีศาจแล้วนาจา มีความละมุนขั้นสิบ
    #603
    1
    • #603-1 เรโกะ จิทาคุ (@modsensei) (จากตอนที่ 57)
      28 พฤษภาคม 2560 / 06:35
      ฟินเลยค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา---//กางปีกบิน
      #603-1
  6. #602 Larwan (@Larwan) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 21:03
    รีดก็อยากรู้เหมือนกันกับซินเธียนั่นแหละอันเซียร์ 5555  รอตอนต่อไปค่ะ 😉
    #602
    0