The Devil Princess's Protector ..ภรรยาของผมเป็นปีศาจ

ตอนที่ 5 : Chapter [4] ภารกิจของเทพดาวมังกร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1631
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 มิ.ย. 59

[4]

 

แคปริคอร์นัสเอเรสไพซิสอะควาเรียส รายงานข้ามาสิ วันนี้เด็กๆของข้าลงไปเกิดใหม่กันครบหรือยังเสียงทุ้มทว่าใสกังวานดังก้องภายในวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ตั้งอยู่สูงจากระดับพื้นดิน ในมิติที่มนุษย์ไม่อาจมองเห็น

            เหล่าผู้ใช้เวทย์เรียกที่นี่ว่า วิหารเทพไครัส ซึ่งทำจากหินอ่อนเนื้อละเอียดสีขาวมันวาว ตั้งตระหง่านอย่างเจิดจรัสบนท้องนภากว้าง เหนือระดับชั้นหมู่เมฆที่จับตัวแน่นเป็นก้อนปุย ราวกับสิ่งก่อสร้างอันงดงามแห่งนี้ถูกโอบอุ้มด้วยอากาศ แสงแดด และสายลมอ่อนๆเท่านั้น

 

            เมื่อเสียงคำสั่งได้ยินกันอย่างดังชัดทั่วถึง เหล่าเทพผู้พิทักษ์ดาว 4 องค์ ก็ก้าวเท้าออกมาด้านหน้าหนึ่งก้าว เพื่อให้ทุกคนในวงล้อมสามารถสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น

 

ภารกิจเรียบร้อยดี เพียงแต่…”ชายผู้แต่งชุดคลุมสีม่วงกับเรือนผมสีเดียวกันนั้นเป็นผู้เปรยตอบคนแรก ทว่ากลับหยุดเงียบไปจังหวะหนึ่ง ก่อนลากสายตาไปหยุดมองที่ชายในชุดคลุมสีน้ำตาล ซึ่งเหลือบสายตามองขึ้นด้านบนทันที

 

ไพซิสไหนว่าต่อซิเสียงแรกที่ดังจากใจกลางวงล้อมขององครักษ์แห่งดวงดาวทั้ง 12 เอ่ยทับอีกครั้งเมื่อเห็นว่าบรรยากาศกำลังเข้าสู่ความเงียบกดดันประหลาด ระหว่างเทพองครักษ์ทั้งสอง

            ไพซิส เทพแห่งดาวปลาคู่ ตัวแทนในราศีมีน ผู้รายงานเริ่มขยับปากรายงานอีกครั้ง เอเรสทำพลาด

            เมื่อถูกพาดพิงถึงซึ่งๆหน้าแล้ว เอเรส เทพแห่งดาวแพะ ตัวแทนในราศีเมษ จึงกล่าวแย้งขึ้นทันที ข้านำเด็กไปส่งให้มนุษย์ท้องแก่นั่นแล้วจริงๆ

 

นั่นไม่ใช่แม่เด็กอะควาเรียส ตัวแทนราศีกุมภ์แย้ง

 

เป็นหญิงท้วมเทพดาวราศีมังกรพยักหน้าเป็นพยาน

 

            หลังจากสิ้นคำให้การของเพื่อนพ้องเทพองครักษ์พิทักษ์ดาวอีกถึง 3 องค์นั้น เอเรสจึงได้แต่แค่นเสียงเหอะ! อย่างไม่สบอารมณ์ที่ถูกประณามความผิดต่อหน้าเหล่าองครักษ์ดวงดาวอีก 8 องค์ที่เหลือ พวกเขาหันหน้าเข้าจับคู่ป้องปากกระซิบกระซาบใส่กัน ขณะที่กำลังยืนบนพื้นซึ่งมีลักษณะเป็นวงแหวนทาบติดกับกำแพง เนื้อแก้วใสจนมองทะลุลงไปยังพื้นวิหารซึ่งห่างกันราวสองเมตรได้

 

            เมื่อได้ยินเสียงความวุ่นวายค่อยๆดังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ร่างที่นั่งในวงล้อม เทพแห่งการเกิด จึงยกมือขึ้นโบกปัดพร้อมส่งเสียงปราม

เอาล่ะเงียบเสียงก่อน!”

            เสียงทุ้มฟังดูเค้นหนักขึ้น เรียกความสนใจจากเหล่าเทพองครักษ์ พวกเขาจึงหยุดปากพร้อมเงียบเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นทันที

 

ดูเหมือนว่าหมู่นี้คนของท่านจะทำงานพลาดบ่อยนัก…”เสียงทุ้มต่ำฟังดูราบเรียบเจือเย้ยหยันดังจากปากเรียวที่โค้งคว่ำนิดๆ ของบุรุษผู้นั่งถัดจากเทพการเกิด ใบหน้าเย็นชาดุดันนั้นทำให้เขาคล้ายกับไม่เคยยิ้มเลย ด้วยบุคลิกเช่นนี้จึงคู่ควรแก่ฉายานาม เทพแห่งความตาย เขามีหน้าที่แตกต่างจากบุรุษคนแรก ซึ่งมอบหมายงานเหล่าเทพองครักษ์ลงไปยังโลกเพื่อให้ชีวิต

            แต่งานของเทพความตายคือการพรากชีวิต

 

มีผิดบ้างพลาดบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาเทพการเกิดไหวไหล่นิดๆ พลันระบายรอยยิ้มออกมา ทั้งที่ใบหน้าเริ่มกระตุก

 

แล้วแม่ของเด็กว่าอย่างไรบุคคลที่สาม ที่นั่งคั่นระหว่างเทพการเกิด และเทพความตายตัดสินใจแทรกถามขึ้นก่อนจะมีการปะทะคารมกัน แล้วเหตุการณ์จะยิ่งวุ่นไปกันใหญ่

 

            เมื่อเสียงทุ้มนุ่มนวลเอื้อนเอ่ยจาก ‘เทพแห่งปัญญา นั้น เหล่าเทพองครักษ์ดวงดาวทั้ง 12 จึงให้ความสนใจกว่าเดิม พวกเขามองเทพสามองค์ที่นั่งบนเก้าอี้ทองคำ เทพแห่งความตายนั้นให้ความรู้สึกถึงความน่าเคารพยำเกรง เพียงแค่ตาคมคู่นั้นตวัดมองก็พลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เทพแห่งการเกิดให้ความรู้สึกตรงข้ามโดยสิ้นเชิง อ่อนโยน ใจดี มีอารมณ์ขัน น่าเข้าใกล้กว่ามาก

            แต่เทพแห่งปัญญา ซึ่งมักไม่ค่อยพูดแทรกระหว่างทั้งสองเท่าไหร่นัก ให้ความรู้สึกถึงพลังอำนาจอันเปี่ยมล้น ผ่านทางสายตาดุจกระแสน้ำ ใจเย็น สุขุม และพูดน้อยที่สุดในบรรดาเทพสามองค์

 

โชคดีที่เป็นครอบครัวมนุษย์เคร่งศาสนา...พวกเขาคิดว่าเป็นฟ้าลิขิตให้คนท้องกลับคลอดไม่มีเด็กออกมา แต่คนไม่ท้องดันปวดท้องคลอดแทน ชาวบ้านพากันคิดว่าเป็นโชคดีของแม่เด็กที่ไม่ต้องเจ็บท้องคลอดเองเทพดาวไพซิสกล่าวต่ออย่างราบเรียบไม่มีติดขัด

 

“…พวกเขายังคิดว่าเด็กนั่นมีความกตัญญูต่อแม่ เพราะไม่อยากทำให้แม่เจ็บปวด จึงเข้าไปเกิดในร่างสาวใช้แทน!”เทพเอเรสผู้เห็นช่องโหว่น่าแทรกเข้าไปทำคะแนน รีบเสนอคำพูดดีๆเผื่อว่ามันอาจกลบเกลื่อนความผิดมหันต์ของเขาได้

 

            แม้ว่าเทพการเกิดจะอบอุ่น ใจดี เป็นกันเอง และมีอารมณ์ขัน

แต่เขาจะกลายเป็นคนบุคลิกตรงข้ามแบบสุดขั้ว หากใครทำงานพลาด โดยเฉพาะงานส่งวิญญาณเด็กน้อยบริสุทธิ์กลับสู่โลกมนุษย์!

            เขาเหมือนจิตรกร ซึ่งวาดรูปลักษณ์ ใส่นิสัยใจคอปนไปพร้อมกับหยดหมึกและลายเส้น ตาคมสวยยามบรรจงปั้นแต่งมนุษย์มาได้คนหนึ่งนั้นเต็มไปด้วยความรักและเมตตา เมื่อผลงานเสร็จออกมาพร้อม จึงเป็นหน้าที่ของเหล่าเทพองครักษ์ที่จะนำมันไปส่งอย่างปลอดภัยและถูกต้อง!!

 

เอเรส…”เสียงเย็นเยียบเปรยขึ้น ทำให้ผู้ถูกขานเรียกกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ก่อนคิดได้ว่าไม่ควรแก้ตัวในเมื่อเรื่องนี้เขาเป็นผู้ผิดอย่างเต็มประตู

 

ช่างเถิด โชคชะตาของเด็กผู้นั้นจะยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเสียงจากเทพแห่งปัญญาคล้ายกระแสน้ำไหลเอื่อย คลายความทุกข์กังวลของทั้งสองฝ่ายลงได้

 

ปีศาจบนโลกยังคงหลบซ่อนกระจายกันไป เห็นทีคงถึงเวลาที่พวกเราต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่โลกจะวุ่นวายไปมากกว่านี้เทพแห่งความตายพาเปลี่ยนประเด็น ซึ่งเป็นเรื่องหนักอกทุกข์ใจเคียงคู่กับวิหารไครัสแห่งนี้มาอย่างช้านานเป็นพันปี

 

ว่าไงเล่า ท่านเทพแห่งปัญญาเดิมที่ท่านแบ่งแยกดินแดนมนุษย์ธรรมดา ออกจากโลกผู้ใช้เวทย์ กลับไม่อาจกั้นขวางอำนาจปีศาจได้อีกต่อไป เมื่อทวาราสั่นคลอน ในไม่ช้าความวุ่นวายจะเกิดแก่มนุษย์โลกเป็นแน่เทพแห่งการเกิดทำสีหน้าคล้ายจะยิ้มแต่ก็ยิ้มไม่ออก เมื่อนึกถึงรายงานจากทางเหล่าเทพองครักษ์ว่าบัดนี้มีแวมไพร์ปีศาจ หนีออกไปจากเขตแดนที่กั้นไว้ได้ นอกจากนั้น ในโลกเวทมนตร์ยังไม่อาจกำจัดปีศาจได้หมดสิ้น เพราะมันสามารถซ่อนเร้นตนเองปะปนกับเหล่าผู้ใช้เวทย์จนแยกไม่ออก ในที่สุดเรื่องนี้จึงคล้ายกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่เหล่าทวยเทพต้องมานั่งประชุมหารือทุกวัน

 

พวกท่านต่างคิดว่าเป็นเพราะปีศาจ โลกจึงวุ่นวายหรือเทพแห่งปัญญาไม่ได้ให้คำตอบ ทว่าย้อนถาม ปากเรียวเม้มแน่นสนิทครู่นึงเพื่อทิ้งช่วงให้คิดตาม ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลไม่ต่างจากเดิม “ตราบใดที่มนุษย์ยังมี รัก โลภ โกรธ หลง กิเลสตัณหาไม่สุดสิ้น โลกไม่มีวันสงบสุขได้และอีกอย่าง ขนาดเทพอย่างเรายังนั่งคิดกำจัดเผ่าพันธุ์ที่ธรรมชาติสร้างไว้อย่างสมบูรณ์ เช่นนั้นแล้วเราต่างจากปีศาจตรงไหนกัน

 

            ความเงียบโรยตัวลงมาอย่างช้าๆ ขณะที่ลำแสงแห่งปัญญาคล้ายจะผุดลงมาสถิต ณ องค์เทพ หลายองค์พยักหน้ารับ ขณะที่มีบางองค์ รวมถึงเทพแห่งความตายขมวดคิ้วแน่นราวกับไม่ยอมรับในสิ่งที่ได้ยิน

 

ปีศาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่ควรกำจัดเทพแห่งความตายว่า

 

การเบียดเบียนผู้อื่นไม่ใช่คำตอบสำหรับผู้หวังสันติเทพแห่งปัญญาสวนทันควัน

 

เอ้อ! พอก่อนได้ไหมพวกท่านข้าชักปวดหัวแล้วสิ เฮ้อ~”เทพแห่งการเกิดส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

           

ท่านคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความวุ่นวายในเวลานี้ล้วนเกิดจากปีศาจเทพผู้เย็นชาเลิกคิ้วขึ้น เมื่อตาคมดุตวัดไปยังด้านบนวิหาร จึงเกิดเป็นปุยเมฆสีขาวสะท้อนภาพบนโลกมนุษย์ แวมไพร์กำลังวิ่งไล่ล่าเหยื่ออย่างไม่สนกฎหมายเมืองมนุษย์ เสียงกรีดร้องขอชีวิตของเหยื่อและการสังหารอย่างไม่ปราณีด้วยดวงตากระหายอย่างไม่มีสิ้นสุด และจะไม่หยุดเพียงเท่านั้น

 

ข้าไม่ปฏิเสธอีกฝ่ายพยักหน้ารับช้าๆ

 

เช่นนั้น ข้าเห็นสมควรว่าเราควรส่งเทพองครักษ์ลงไปจัดการปัญหาเรื้อรังเหล่านี้ให้สิ้นซากเสียที

 

            เทพแห่งการเกิดเหลือบมองใบหน้าเทพทั้งสอง อย่างลุ้นว่าศึกคราวนี้ใครจะเป็นผู้กุมชัย แต่เมื่อเห็นปากเรียวของเทพแห่งปัญญายังเม้มแน่นสนิทไม่มีทีท่าว่าจะเอ่ยวาจาใดออกมาแย้ง นั่นทำให้ได้ข้อสรุปทันที

 

เทพดาวแคปริคอร์นัส จงรับคำสั่งข้า…”เสียงเย็นเยียบเปรยขึ้นอย่างทรงอำนาจ ทำให้ผู้ถูกเรียกยอบเข่าลงข้างหนึ่ง พลางค้อมหัวน้อยๆ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของเหล่าเทพองครักษ์ยามน้อมรับคำสั่ง

            ระยะเวลาการทำสำเร็จไม่มีกำหนด เพราะหากรับคำสั่งเหล่าทวยเทพผู้ปกปักษ์รักษาโลกเมื่อใด นั่นหมายความว่าหากไม่บรรลุกิจจนสำเร็จ ผู้นั้นก็จะไม่ได้กลับสู่วิหารไครัส และดวงดาวอันเป็นบ้านเกิดอีกต่อไป

 

จงลงไปยังโลกมนุษย์ และกำจัดปีศาจร้ายให้สิ้น!”

 

ข้าน้อมรับคำสั่ง

 

            สิ้นเสียงคำสั่ง เทพแคปริคอร์นัส หรือที่มนุษย์เรียก เทพดาวมังกร จึงขยับกายเดินตรงไปยังประตูทางออกของวิหาร ซึ่งมีขนาดกว้างราวกับกลืนกินท้องฟ้าไว้ทั้งหมด

 

            แต่ละก้าวการเดินนั้น ย้ำชัดถึงภารกิจใหญ่หลวงที่แบกรับไว้ ด้วยเกียรติขององครักษ์พิทักษ์ดาวมังกร

 

 

            เกวียนเทียมม้าบินเพกาซัสค่อยๆร่อนลงสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวล เมื่ออันเซียร์รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อย ตาสีแดงฉานก็ค่อยๆปรือขึ้นอย่างแช่มช้า กระพริบถี่ครั้งสองครั้ง ก่อนมองออกไปด้านนอกหน้าต่างก็พบว่าใกล้พ้นเขตแดนหิมะโซลิเซียร์ โดยสังเกตจากสองข้างทางที่เริ่มมีต้นหญ้าผุดโผล่จากพื้นดิน รวมทั้งไม้ดอกที่เติบโตได้เฉพาะอุณหภูมิอบอุ่นกำลังดีเท่านั้น แสงอาทิตย์เริ่มทอแสงสีส้มอ่อนบ่งบอกถึงเวลาค่อนเย็น ทิศทางที่เกวียนเทียมม้าบินวิ่งตรงไปคือจุดเชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินโซลิเซียร์ แคปริคอร์น และโทรปิคอร์น

            มีใครบางคนจัดแจงให้เสร็จสรรพตั้งแต่วางแผนการเดินทางและจับจองที่พัก มีกระดาษขาวซึ่งเขียนตารางท่องเที่ยวอย่างละเอียด ถูกสอดไว้ด้านข้างประตูเกวียนแต่แรก บอกไว้ว่าคืนนี้พวกเขาจะต้องเข้าพักในเมืองรียูนนา ที่ซึ่งมีความเจริญของสามแคว้นปะปนกันมากที่สุด เป็นศูนย์รวมของสินค้าและอารยธรรมพื้นเมือง มีการจัดแสดงที่นั่นเป็นประจำ ตลอดทั้งปีจึงมีผู้ใช้เวทย์และครึ่งมนุษย์ไหลเทเข้าไปเที่ยวชมอย่างไม่เคยขาด

 

            แต่การชื่นชมธรรมชาติกลับต้องสะดุดลงเมื่อความรู้สึกของแขนซ้ายและขวาไม่เท่ากัน ข้างหนึ่งมันถูกของมีน้ำหนักกดทับไว้จนชาถึงปลายนิ้ว

 

            อันเซียร์หันไปมองดวงหน้าเล็กกลมมน ซึ่งกำลังอิงซบอยู่ที่หัวไหล่ด้านซ้ายด้วยสีหน้าผ่อนคลาย แพขนตาสีอ่อนนั้นขยับสั่นไหวเล็กน้อยขณะที่เปลือกตาที่ปิดสนิทมีลูกตากลอกไปมาอยู่ด้านใน แสดงว่าเจ้าคนนอนนั้นอยู่ในช่วงที่กำลังหลับลึก

 

นี่อันเซียร์ลองเรียกดู

 

อือ~”เสียงครางต่ำในลำคอบ่งบอกว่าคนนอนยังไม่อยากจะตื่น

 

            มือหนาเลื่อนไปแตะหน้าผากกลมมน เตรียมจะผลักออก แต่กลับชะงัก

ท่านพ่อช่วย..กอดข้าซักครั้งได้หรือไม่

 

            ภาพและเสียงของเดวิลปริ๊นเซสซินเธียที่ร้องขอความรักจากพ่อแท้ๆกลับฉายเข้ามาในหัว โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ตาสีแดงฉานฉายรอยงุนงงว่าเหตุใดเขาจึงนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตขึ้นมา มันคือเหตุการณ์สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ เมื่อ 7 ปีก่อน วันที่ซินเธียสละตัวเองเพื่อรับลำแสงศาสตร์แห่งการชำระล้าง จนร่างของหล่อนค่อยๆแปรสภาพเปลี่ยนเป็นเด็กทารกแรกเกิด

 

            ในขณะที่หัวกำลังครุ่นคิดและพยายามไล่ภาพหญิงสาวผู้นั้นออกไป การเคลื่อนไหวของคนข้างๆทำให้เจ้าชายแห่งโซลิเซียร์เกร็งค้างไปทั้งร่าง เมื่อมีลำแขนเล็กตวัดพาดไปยังเอวอีกฝั่งของเขา ก่อนมือเล็กจะค่อยๆไล้จากหน้าท้องแข็งแน่นอัดไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ลากขึ้นไปลูบวนบนแผงอกแกร่งไปมา

 

ข้าตื่นแล้วค่ะเสียงใสแหบพร่าฟังเหมือนปีศาจแห่งการยั่วยวน สมเป็นซินเธียคนเดิมที่แอบขโมยจูบแรกของเขาไปวันนั้น ปลุกสติที่หลงไปเห็นใจเจ้าหล่อนอยู่ชั่วขณะหนึ่งให้กลับมา

 

อย่าแตะต้องตัวฉันสิ้นเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งแห่งโซลิเซียร์ อันเซียร์จับไหล่เล็กสองข้างก่อนจะผลักออกไปข้างๆ แต่ทว่ามือเล็กกลับคว้าดึงเอาคอเสื้อเขา ร่างหนาจึงเกือบเซล้มตามแต่ใช้เท้าดันพื้นเกวียนเพื่อพยุงร่างไว้ได้ทัน

 

            จึงเกิดเป็นภาพวาบหวามเล็กๆเมื่อคนตัวเล็กนอนหลังติดเบาะอยู่ใต้ร่างหนาของบุรุษที่พยายามดึงตัวเองไม่ให้ล้มตาม

อันเซียร์ ข้าว่าเรามาทำความรู้จักกันใหม่ดีไหม ครั้งแรกเจ้าอาจจะไม่ประทับใจข้าเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเจ้าให้โอกาสข้า ข้ารับรองว่าข้าจะเป็นภรรยาที่ดีให้เจ้าปีศาจตัวน้อยหัวเราะคิกตามหลังเสียงกระซิบแผ่ว พร้อมระบายรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

            ไม่น่าไปหลงเห็นใจแต่แรก อันเซียร์ถอนใจอย่างปลงๆ

 

ปล่อยเขายืนกราน ขณะกดไหล่เล็กติดบนเบาะนั่ง

 

ข้าเจ็บนะ!เสียงใสเอ่ยท้วง

 

ก็ปล่อยก่อนสิ

 

อุ…”เสียงอุทานประหลาดดังจากฝั่งสารถีด้านหน้า ที่เอี้ยวตัวกลับมาเปิดหน้าต่างกั้นก็เห็นภาพที่ชายหนุ่มร่างฉกรรจ์ คร่อมบนตัวร่างเด็กเล็กวัยไม่ถึงสิบขวบ ขออภัยพะย่ะค่ะ กระหม่อมคิดว่าเจ้าชายประสงค์จะเรียกใช้…”

              

หลังใช้ความพยายามอยู่นาน อันเซียร์จึงสามารถผละจากมือปลาหมึกที่ยื้อยึดคอเสื้อเขาไว้ไม่ปล่อย ซึ่งไม่รู้เจ้าหล่อนเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน พอหลุดมาได้เขาก็ถอยกรูดจนศีรษะกระแทกกับขอบประตู เกิดเป็นเสียง ตุบ!  หนึ่งที

 

เจ้าเป็นอะไรไหม? เจ็บหรือไม่?”ซินเธียลุกพรวดขึ้นนั่ง เตรียมจะพุ่งใส่สามีด้วยความรักและห่วงใย ทว่ากลับถูกแสงสีฟ้าอ่อนแทรกกั้นไว้ ราวกับกำแพงเคลือบร่างหนาไว้ในนั้น โถ่~ เอาเกราะเวทย์มาขวางทำไม ข้าจะช่วยดูให้

 

ไม่ต้องเสียงห้วนสวนกลับแทบจะทันที บัดนี้ใบหน้าเจ้าชายโพรเทกเตอร์นั้นบึ้งสนิท

 

โอ๋~ อย่างอนข้าเลยน้าตุบๆๆ มือเล็กกำแน่นก่อนจะเคาะไปยังของแข็งโปร่งแสงได้ เริ่มด้วยแรงน้อยก่อนเพิ่มเป็นรุนแรงมากขึ้น จนคนในเกราะเริ่มรำคาญเสียงดัง

 

หยุดได้แล้ว!”

 

เจ้าก็ลดเกราะแล้วให้ข้าเข้าไปกอดเอ้ย ดูแผลให้เจ้าสิตากลมโตใสแจ๋วมองช้อนขึ้นสบราวกับไม่มีพิษภัย

           

            ซึ่งอันเซียร์สรุปในใจว่า ไม่น่าไว้วางใจเป็นอันขาด

 

            เกวียนที่เคลื่อนตัวอย่างคงที่มาโดยตลอดนั้นค่อยๆลดความเร็วลงจนจอดสนิท ซินเธียจึงละจากเป้าหมายตรงหน้า ก่อนพุ่งตัวไปคว้าขอบหน้าต่างอีกฟากฝั่งแล้วชะโงกหน้าออกไปมองด้านนอก เห็นถนนโรยกรวดทอดยาวไปจนถึงตัวเมือง มีป้ายสลักไม้ลอยตัวอยู่เหนือประตูไม้กรอบสีทอง เขียนไว้ว่า ‘Reyunna’

 

ทูลฝ่าบาท กระหม่อมจะพักม้าสักครู่ โรงแรมที่พักต้องผ่านตัวเมืองอีกสิบกิโลเมตรก็ถึง เจ้าชายจะพาพระชายา ไปเดินเล่นก็ได้พะย่ะค่ะ ในเมืองมีของขายมากมายชายสารถีเปิดประตูข้างที่เจ้าชายนั่งอยู่ พูดพลางทำสีหน้าอันเต็มไปด้วยคำถามว่าทำไมเจ้าชายจะต้องเสกเกราะเวทย์มาคุ้มกันตัวเองไว้ด้วย

 

อืมอันเซียร์พยักหน้าเนิบนาบอย่างรับรู้

 

            เมื่อชายคนนั้นค้อมหัวคำนับแล้วเดินออกไปเพื่อจัดแจงอาหารและน้ำให้แก่ม้าบินสองตัว ซินเธียซึ่งหูผึ่งทันทีที่ได้ยินคำว่า เดินเล่น’ และ ‘ในเมือง เพียงเท่านั้นหล่อนก็มีความกระดี๊กระด๊าตามประสาเด็กที่เติบโต(ครั้งใหม่)ในขั้วโลกเหนือมาถึง 7 ปี ไม่เคยได้เห็นความเจริญมานาน มีเพียงบ้านไม้เก่ากลางผืนหิมะกว้าง หมีขั้วโลกและปลาสดเท่านั้น

            นั่นจึงทำให้เจ้าหญิงปีศาจยิ้มกว้างอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

ข้าอยากลงไปเที่ยวเล่นจังเลย~ นี่เพิ่งมาครั้งแรกเลยเนี้ยะ!”หล่อนเปรยพร้อมหันควับไปมองคนข้างๆที่ยังนั่งกอดอก หลุบตานิ่งไม่พูดไม่จา อ๊า~ เบื่อจังเลย อยากให้สามีพาไปเที่ยวข้างนอกคราวนี้หล่อนใส่เจตนารมณ์ชัดเจน แต่คนข้างๆยังนิ่งค้างเป็นรูปปั้น หรือว่าเขาหลับไปแล้วกันแน่!? นี่อันเซียร์! เจ้าสนใจข้าบ้างได้หรือไม่!”

 

            ชายผู้ถูกเรียกแง้มเปลือกตาเปิดเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้ายุ่งเหยิงขัดใจของคนตัวเล็ก เขาจึงถอนหายใจน้อยๆก่อนจะพลิกกายลงจากเกวียนเทียมม้าทันที

            นั่นเรียกรอยยิ้มกว้างแทนที่รอยขุ่นเคืองบนดวงหน้ากลมมน ร่างเล็กรีบปีนลงตามไปติดๆ

 

ฮ้า~ ในที่สุดเจ้าก็สนใจความรู้สึกของข้าเหมือนกัน!”ซินเธียยิ้มหัวเราะ ขณะพยายามซอยเท้าให้ทันคนข้างๆหน้า พลางบ่นขาสั้นๆในใจ

            เฮ้อ ทำไงได้เล่า นี่มันร่างเด็ก 7 ขวบนะ

 

            เมื่อเข้าถึงเขตคนเดินพลุกพล่าน อันเซียร์ก็หายแว๊บไปยังบริเวณที่ขายอาหาร และเมื่อเห็นว่าร่างหนาพุ่งตรงไปยังซุ้มขนม ใบหน้าเหนื่อยล้าจากการวิ่งก้าวให้ทันก็พลันสดใสขึ้นมาทันใด

 

..ขนมจีบ อร๊าย~ เจ้านี่ช่างร้ายจริง คิดจะจีบข้าก็ไม่ต้องต้องอ้อมค้อมมีแผนเช่นนี้ก็ดะ--”

 

เอา 10 เข่งเลยครับเสียงทุ้มเอ่ยอย่างราบเรียบ

 

อร๊าย~ อร๊าย~”ซินเธียยกมือเล็กขึ้นมาดันแก้มที่ยิ้มแทบปริ จึงต้องประคองไว้

 

            เมื่อพ่อค้ายื่นจานทรงกลม ทำจากไม้สานมาให้ ในหนึ่งจานมีขนมจีบ 3 ชิ้น ห่อเกี๊ยวอย่างสวยงามพร้อมเนื้อแน่นอัดเต็มอยู่ด้านใน อันเซียร์รับมันมาด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะใช้มืออีกข้างถือไม้จิ้มลงบนอาหาร แล้วเอาเข้าปากด้วยความเร็วสูง

 

            ในที่สุด ขนมจีบในจาน 10 เข่งจึงตกอยู่ในท้องเจ้าชายผู้รักการกินแต่โดนอดข้าวเช้ามา ภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที!

 

อะ..เอ่อเจ้ากินคนเดียวหมดเลยเหรอ ทำได้ไงน่ะ!”ซินเธียเบิกตาค้างด้วยความรู้สึกทั้งทึ่งและโกรธ ก่อนจะแทบตวาดใส่ หน็อย~ เอาขนมจีบข้าคืนมานะ!”

 

เลิกโวยวายน่า คนอื่นจะหาว่าฉันรังแกเด็กนะปากเรียวแทบไม่ขยับพูด แม้แต่ตายังไม่มองสบด้วยซ้ำ! แต่กลับหันไปสั่งปูอัดอีก 5 ไม้แทน นั่นทำให้เจ้าหญิงปีศาจเดือดดาลกว่าเดิม ทั้งโมโหหิวและผิดหวังกับคนตรงหน้า หล่อนหลงคิดว่าเขาเป็นเจ้าชายผู้สุภาพใจดี มีน้ำใจปันแบ่งอาหารให้ภรรยาที่เพิ่งจะตบแต่งเข้าบ้าน

 

เด็กที่ไหนกัน!”ซินเธียกระทืบเท้าพร้อมกำนิ้วมือทั้งห้าไว้แน่นทั้งสองข้าง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นหลายคนก้มมองมาด้วยสายตาที่ผู้ใหญ่ใช้ปรามเด็กดื้อ

            โอเคข้าเด็กก็ได้

 

ข้าอยากกินปูอัดบ้าง ข้าชอบปูอัดซินเธียส่งสายตาอ้อนวอน ขณะที่จับแขนเสื้อคนข้างๆเขย่าเบาๆ

 

จับมัน!! เร็วเข้า!!”เสียงความวุ่นวายดังขึ้นห่างไปไม่ไกลนัก ซินเธียชะงักพร้อมเบือนหน้าไปมองกลุ่มคนที่พร้อมใจกันหลีกทาง ให้หญิงสาวผู้มีเรือนผมสีดำปล่อยสยายจนถึงต้นขา วิ่งตรงเข้ามาในทิศที่เธอกำลังยืนอยู่

ถัดไปด้านหลังของเจ้าหล่อนนั้น มีเงาร่างของคน 3 คนในชุดเครื่องแบบคล้ายทหาร วิ่งไล่ล่าตามหลังมาติดๆ

 

อันเซียร์! ดูเหมือนเขาจะจับโจรกันแหละ เจ้าเป็นโพรเทกเตอร์ไม่ใช่เหรอ จัดการเลยเด้~”ซินเธียยังเบิกตาค้างอย่างตะลึงลาน ใจเต้นรัวเร็วเมื่อเห็นเหตุการณ์ไล่ล่าต่อหน้าต่อตา มือเล็กคว้าหมับไว้รอบต้นแขนคนข้างๆอย่างลืมตัว

 

ไม่ล่ะอันเซียร์เหลือบมองตามสายตาคนตัวเล็ก ก่อนจะหันกลับมากัดกินไม้ปูอัดต่อ

 

อ้าว?”ตากลมโตสีแดงกระพริบถี่ อย่างไม่เข้าใจว่าทำไมโพรเทกเตอร์อย่างเขาถึงได้นิ่งใส่สถานการณ์เช่นนี้ได้ถึงเพียงนี้ มันไม่ใช่หน้าที่งานของเขาหรอกหรือ? “จะไม่ทำอะไรสักหน่อยเหรอ ยัยนั่นวิ่งมาทางนี้แล้วนะ!” คนที่ตื่นเต้นกลับเป็นหล่อนเสียเอง

 

            ซินเธียมองไปยังดวงหน้าหล่อเหลาที่ยังตั้งมั่นกับการยืนกินโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง สลับกับร่างโจรสาวที่ห่างออกไปราวสิบก้าว ไม่กี่วินาทีก็จะถึงจุดที่ทั้งคู่ยืนอยู่

 

จับมัน~~~~~”เสียงใครบางคนตะโกนไล่หลังโจรสาวนั่น ทำให้ร่างเล็กขยับโดยวิ่งไปคว้าร่มยักษ์ที่กางอ้าไว้เพื่อบังแดด ขึ้นมาก่อนก้มฟาดเข้าไปที่ข้อเท้าของโจรสาวอย่างเต็มแรง!

 

            พลั่ก! ตุบ!

โอ๊ย!!”ร่างนั้นล้มคะมำไปกลิ้งอยู่กับฝุ่นดินบนพื้นอย่างง่ายดาย ก่อนจะสบถด่า ใครวะ อย่าให้รู้นะ จะฟาดปากด้วยแส้หนามข้านี่แหละ!!”

 

            อันเซียร์เบิกตากว้าง เมื่อจ้องสบสายตากับโจรสาวที่นอนสิ้นสภาพบนพื้น ตาสีเขียวมรกตของสาวผู้นั้นฉายรอยฉงนงุนงงชั่วครู่เมื่อได้พบกับเขาอีกครั้ง หลังจากครั้งแรกที่โดนจับกุมตัวแต่หลบหนีออกไปได้

            และที่แปลกใจมากกว่านั้น คือทำไมร่มคันยักษ์จึงได้มาอยู่ในมือเขาได้!

            เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวได้ อันเซียร์จึงค่อยๆหันไปก้มมองร่างเล็กที่หลบซ่อนตัวพร้อมเอามือกุมชายเสื้อเขาไว้แน่น หล่อนเพียงส่งยิ้มแห้งๆให้ แหะๆ ข้าลืมบอก ว่าตอนนี้ใช้พลังปีศาจไม่ได้ข้าอ่อนแอ

 

โอ๊ะ เจ้านี่เองที่ทำข้า…”หญิงผู้นั้นเด้งตัวขึ้นจากพื้นอย่างคล่องแคล่ว พร้อมมองด้วยสายตาคาดโทษ งั้นถ้าเป็นเจ้าข้าจะฟาดปากของเจ้าด้วยปากข้านี่แหละ!”

 

อย่านะ!”เสียงเล็กใสร้องดังจ้า ทว่าโจรสาวเหลียวซ้ายแลขวากลับไม่พบผู้ใด

 

ข้างล่าง!”

 

อ้อโจรสาวก้มมองต่ำเล็กน้อย เห็นร่างเล็กที่มีตาสีแดงกลมโตกับเรือนผมสีเงิน ดูคล้ายกับบุรุษหนุ่มโพรเทกเตอร์ผู้หล่อเหลา จึงได้คิดว่า ยัยนี่เป็นใครน่ะ น้องสาวเจ้าเรอะ?”

 

หน็อย~ ข้าเป็นภรร- อุ๊บๆๆร่างเล็กถูกปิดปากด้วยมือหนา พร้อมโดนอุ้มลอยไปหนีบข้างลำตัวของร่างบุรุษสูงโปร่งอย่างง่ายดาย

 

ยอมมอบตัวเถอะเจ้าโจรขโมยเพชร! เจ้าไม่มีทางหนีรอดออกไปได้แน่นอนเสียงจากหนึ่งในอัศวินของสถาบันครอส อะคาเดมี ตะโกนแทรกขึ้นมา ข้างกายเขามีชายในชุดเกราะซึ่งบ่งบอกถึงตำแหน่งไนท์อีกหนึ่งคน ขณะที่โพรเทกเตอร์ในชุดคลุมกำมะหยี่สีแดงเริ่มร่ายเวทย์คุ้มกันโดยล้อมบุคคลที่เกี่ยวข้องเอาไว้ ชาวบ้านซึ่งไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรจึงถูกกันออกห่าง เผื่อมีเหตุปะทะ

 

หืมม์ นั่นสินะ ก็ที่นี่มีไนท์สอง โพรเทกเตอร์อีกสอง เฮ้อ ข้าคงต้องยอมแพ้

 

            อันเซียร์มองดวงหน้าที่อัดแน่นไปด้วยเครื่องสำอาง เขาพลันเห็นริมฝีปากสีแดงสดยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กๆ โดยที่เจ้าหล่อนอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ นั่นทำให้คิ้วเรียวได้รูปขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด

            รียูนนา เป็นเมืองศูนย์รวมที่เชื่อมระหว่างสามแคว้น ที่ซึ่งมีประชากรหนาแน่นก็ย่อมต้องมีการคุ้มกันเข้มแข็งด้วย แล้วเหตุใดโจรสาวผู้นี้จึงเลือกที่นี่เป็นที่ก่อเหตุอาชญากรรม? ในเมื่อที่นี่แทบไม่มีผู้ร้ายกล้าก่อเหตุลงมืออย่างโจ่งแจ้ง อีกทั้งยังไม่ใช่เวลากลางคืนด้วยซ้ำ

 

เธอจงใจมาก่อเหตุในเมืองที่มีการคุ้มครองหนาแน่นทำไมเธอถึงอยากถูกจับได้ขนาดนั้น?”เขาพูดความสงสัยออกไป นั่นทำให้โพรเทกเตอร์และไนท์หันมามองหน้ากัน ก่อนจะหยุดรอฟังคำตอบอย่างสนใจ

 

ข้าอาจจะเบื่อการถูกไล่ล่าเลยอยากพักบ้างก็เป็นได้หญิงสาวร่างสมส่วนแค่นหัวเราะเบาๆ ทั้งที่ในใจกลับเต้นรัวเร็วกระหายในการหลบไปให้พ้นจากที่นี่โดยเร็วที่สุด!

            หล่อนเป็นปีศาจร่างจำแลง แปลงกายกลมกลืนกับมนุษย์

            ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ หล่อนได้พบกับ ชายลึกลับผู้หนึ่ง

            เขาสวมชุดเสื้อหนังสีดำ มีดวงหน้าหล่อคม นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มดุดัน เป็นสเป็คชายในฝันของทั้งมนุษย์และอมนุษย์! หล่อนเพียงเข้าไปทักทาย แต่กลับถูกสวนด้วยดาบยาวราวสามฟุต!

 

            หลบเกือบไม่พ้น! ปีศาจสาวรู้ดีว่าหากต้องคมดาบที่มีแสงสีทองอร่ามเคลือบทับเช่นนั้น ดวงจิตปีศาจจะถูกเฉือนเป็นชิ้นๆ จนในที่สุดจะเหลือเพียงไออากาศ

 

            ดาบเดียวนั่นสามารถปลิดชีพปีศาจได้ ไม่มีอำนาจใดทัดทานฤทธิ์ปีศาจได้ นอกจากอำนาจของมังกรราชวงศ์ ซึ่งใครๆต่างก็รู้ดี เหนือไปกว่านั้น ก็ไม่มีสิ่งอื่นในโลกที่มีอำนาจเทียบเท่าได้เว้นแต่ว่า

            สิ่งนั้นอยู่เหนือไปจากบนโลก

            ดวงดาวที่เป็นแหล่งพลังงานของเหล่าผู้ใช้เวทย์ในการร่ายเวทมนตร์ จุดกำเนิดของราชวงศ์มังกร ผู้มอบอำนาจอันไร้ขีดจำกัดในการจัดการกับปีศาจ   

 

            เทพดาวมังกร ลงมาทำอะไรบนโลกมนุษย์กัน?

            หญิงสาวส่ายหน้าพยายามข่มความหวาดกลัวจนสุดขั้วหัวใจ

           

หล่อนไม่อยากรู้คำตอบในตอนนี้ ขอรักษาชีวิตเอาไว้ก่อนดีกว่า!!

 

 

Writer: คู่ปรับซินเธียมาแล้วจ้า 555 มาร่วมลุ้นว่านางจะรอดพ้นจากเงื้อมมือเทพมังกรได้อย่างไร และจะพิชิตใจสามีได้หรือไม่ โปรดติดตาม ตาม ตาม ~~

 

บาบิQ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

779 ความคิดเห็น

  1. #345 pleum254 (@pleum254) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 21:05
    เอ่อ...ไม่รู้เรื่องเลย.......หรือจะต้องกลับไปอ่านภาคก่อนหน้านี้มาก่อน!!!...
    ......ขี้เกียจแหะอ่านต่อเถอะ
    #345
    1
    • #345-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 5)
      23 ตุลาคม 2559 / 10:20
      ถ้าเป็นเรื่องในอดีต (สงคราม เหตุที่ทำให้ซินเธียเป็นเด็ก) ก็ไม่ค่อยเกี่ยวนัก เนื้อเรื่องจะดำเนินไปข้างหน้าค่า ถ้าไม่อ่านก็ได้น้า
      ขออภัยด้วยนะคะ อาจจะบรรยายไม่เคลียร์ เดี๋ยวกลับไปดูอีกที
      #345-1
  2. #49 FangFySama (@FangFySama) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 14:39
    อันเซียร์ยังกินเก่งเหมือนเดิม เทพดาวมังกรก็เท่ซ๊าาาา~
    อยากอ่านต่อจังเยยยย
    #49
    1
    • #49-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 5)
      11 มิถุนายน 2559 / 16:11
      ได้เยย เดี๋ยวปั่นต่อให้น้าาา
      #49-1