The Devil Princess's Protector ..ภรรยาของผมเป็นปีศาจ

ตอนที่ 46 : V.2 Chapter [44] บุคคลในอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    25 ก.พ. 60

[44]

 

 

พวกเรามาที่นี่เพื่อ...มาตามหาคน

 

            หนึ่งประโยคที่เอื้อนเอ่ย ทำให้ทั้งเหล่าบรรดาปีศาจและภูติน้อยเกิดความสงสัยในทันใด มิใช่เพียงแค่จุดประสงค์ที่ชัดเจนเท่านั้น ทว่าเหตุใดบุรุษผู้นี้จึงสามารถต้านทานฤทธิ์มนต์เสน่ห์ของราชินีปีศาจได้

            หากราชินีไม่ได้เอ่ยพูดด้วย ผู้ที่ตกในมนต์ปีศาจจะไม่สามารถสอดแทรกคำพูดใดขึ้นมาได้เลย

            แต่บุรุษลึกลับผู้นี้กลับเอ่ยตอบอย่างเหนือความคาดหมาย

 

            เซฟานีชำเลืองมองไปแสดงความสนใจ แต่ก็ยังคงเก็บรักษากริยา ข้าขอถามได้หรือไม่ว่า ท่านคือใคร ?”

 

            หากไม่สังเกตให้ชัด ก็ไม่อาจเห็นเงาดำที่ทอดยาวบนพื้นกระเบื้องนั้น ได้แผ่ขยายไปถึงบริเวณที่บุรุษผู้นั้นนั่งอยู่ มนต์บทนี้เพิ่มอำนาจการควบคุมจิตใจไปอีกขั้น

 

            ท่านไม่ต้องรู้หรอก ราชินีอันเซียร์ โซลิเซียร์ ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จากนั้นจึงยอมเบนสายตาจากใครบางคนตรงหน้า ไปยังสตรีที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ แต่การสะกดจิตใจของแขกผู้มาเยือนให้อยู่ใต้อำนาจของท่าน ไม่คิดว่าเป็นการไม่ให้เกียรติแคปริคอร์นหรือ

 

            บังอาจ !”ลิลลี่ผุดกายขึ้นยืน ตาสีเหลืองอำพันสะท้อนวาบอย่างดุร้าย

 

            เฮ้ย !”แอนดรูว์เห็นภาพสตรีงดงามแปรเปลี่ยนเป็นอมนุษย์ชั่วคราว ก็จึงสะดุ้งโหยง จากใบหน้างดงามประดับยิ้ม เพียงจ้องขึงขังเท่านั้นก็เปรียบเหมือนกับวิญญาณร้ายที่ลงมาสิงสถิตในร่างอย่างฉับพลัน

 

            ลิลลี่ รักษากริยาของเจ้าด้วยราชินีปีศาจเพียงปรายตามอง ทว่าดูท่าทีดูเย็นชา ไม่มีเค้าความเป็นมิตรเหลืออยู่เช่นเดิม

 

            ทำไมฉันรู้สึกแปลกๆ วะเนี่ยทรอย เริ่มขยับตัว สะบัดหน้าอย่างงุนงง เมื่อฤทธิ์ของมนต์เสน่ห์ถูกคลายลง เงาดำที่ทอดยาวไปกลืนทับเงาของบุรุษผู้ไม่ยอมต้องมนต์ จึงค่อยหดคืนกลับสู่ที่เดิม

           

ข้าขออภัยที่เสียมารยาท บางครั้ง ข้าเองก็ควบคุมพลังที่มีในกายไม่ได้เช่นกันเซฟานีค้อมหัวเล็กน้อย พร้อมกระตุกยิ้มที่มุมปาก

 

ขออภัยอะไรกัน ท่านราชินี คนงามทำอะไรก็ไม่ผิดหรอกท่านแอนดรูว์ยิ้มกริ่ม ด้วยอำนาจปีศาจเขาจึงไม่ได้ยินบทสนทนาของเจ้าชายโพรเทกเตอร์ กับราชินีผู้งดงามเมื่อครู่ก่อนหน้านี้

 

ดวงตาของเขายังคงมองว่าหญิงตรงหน้านั้นงามเลิศ และพร้อมจะเชื่อนางทุกคำพูด

 

ซินเธียนั่งเกร็งตัวจนเริ่มเมื่อย ก็ค่อยหายใจสะดวกเมื่อเผลอนึกเวทนาในตัวบุรุษที่หลงเพียงความงามภายนอกของสตรี แต่แล้วก็ต้องกลับมาเผชิญความเป็นจริงอันน่าอึดอัดตรงหน้า

 

เมื่อตาคมคู่ดุดัน จับจ้องมาที่นางอีกครั้ง

 

            เอ่อเสียงหวานกระแอมค่อย ๆ โดยที่ไม่รู้ว่าควรเป็นฝ่ายเริ่มสนทนาหรือไม่ ต่อหน้าปีศาจและผู้ใช้เวททุกคน แต่แล้วโมรินก็พูดแทรกขึ้นก่อน

           

            ที่ว่ามาตามหาคนน่ะ ท่านหมายถึงใครเหรอ

 

            โมรินแสร้งทำสีหน้าสนใจ และยังคงระยะห่างกับเจ้าชายโพรเทกเตอร์ นั่นหมายความว่านางกำลังบอกซินเธียอ้อม ๆ ว่าให้ทำเหมือนไม่รู้จักกันจะดีเสียกว่า

            ซินเธียเข้าใจในความหมายนั้นทันใด จึงเงียบปากไว้

 

            ไม่นานมานี้ โลกผู้ใช้เวทได้เกิดความวุ่นวายขึ้น เรายังไม่รู้ตัวการที่แท้จริงหรอกนะ แต่มีผู้ต้องสงสัยนั่นคือ เดวิลปริ๊นซ์ทรอย ชายร่างยักษ์เป็นผู้ตอบอย่างห้าวหาญ เขาไม่มีท่าทีหวั่นเกรงต่อบรรยากาศกดดันแม้แต่น้อย

 

            ถ้าหมายถึงเดวิล ปริ๊นซ์ พวกข้าไม่เคยเจอเขาหรอก ท่านคงต้องถามซินเธียลิลลี่ขัดขึ้นและโน้มน้าวความสนใจทั้งหมดไปยังอีกคน ซึ่งสะดุ้งขึ้นทันทีที่ได้ยินชื่อตนเอง และชื่อพี่ชายอยู่ในประโยคนั้น

 

            ขณะที่กำลังสับสนมึนงง จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเหตุใดตนจึงกลายเป็นจุดสนใจไปได้ เสียงของแอนดรูว์ ฮันท์ ก็ดังขัดขึ้นก่อน

 

            อ้อออออ! นึกว่าใครที่ไหน เดวิลปริ๊นเซส ซินเธียนี่เอง ! ท่านงามขึ้นจนผมจำไม่ได้เลยนะเนี่ย !”

 

            แน่นอนว่าหัวหน้าคลาส A ย่อมจำนางได้ เพราะเคยร่วมภารกิจด้วยกัน แถมช่วงหนึ่งนางยังเคยเป็นโพรเทกเตอร์ของสถาบันครอสเช่นกัน

            ซินเธียรู้สึกว่าอากาศหายใจเริ่มน้อยลงไปทุกที

 

            เอ่อ ข..ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้พี่ชายของข้าไปอยู่ที่ไหนภาพสุดท้ายที่พบกับพี่ชายค่อยปรากฏขึ้นในหัว ในตอนนั้น พี่ชายของหล่อนได้ฝากฝังหล่อนไว้กับอันเซียร์ ชายที่บัดนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปกลายเป็นอีกคนไปแล้ว

 

            คิดเช่นนั้นดวงหน้าหวานจึงค่อยซีดลง ตากลมโตฉายรอยหวาดหวั่น ยิ่งจ้องไปยังบุรุษผู้ยังคงความเย็นชาตั้งแต่แรกพบ ณ ที่แห่งนี้ ก็ยิ่งกลัว

           

            เอ๊า อันเซียร์ ทำไมนายไม่ทักทายกันหน่อยล่ะ

            “…”

            “…!”

 

            คำพูดอันน่าหวาดสะพรึงถูกเอ่ยออกมาจากแอนดรูว์

            ซินเธียรู้สึกเวียนศีรษะรุนแรงมาชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะตั้งสติได้เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบไม่แสดงทีท่าอะไรนอกจากนั้น

 

            พวกเจ้ามีความสัมพันธ์ต่อกันมาก่อนหรือเซฟานีเอ่ยถามในที่สุด

 

            ข้า…”ซินเธียลากเสียงและรอ คำตอบจากตัวเองทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะพูดประโยคต่อไปอย่างไร

 

            “ระหว่างผมกับเธอ มันไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่อีกแล้ว ท่านราชินีอันเซียร์เป็นผู้ขจัดหมอกอันน่าอึดอัดแทน หากแต่การกระทำเดียวกันนั้นเอง กลับกระชากหัวใจดวงน้อยให้หลุดจากร่างออกไปด้วย

 

            “…”ซินเธียชะงักงัน พร้อมซ่อนความรู้สึกบางอย่างภายใต้ใบหน้าอันสงบ ทั้งที่เสียงของใครบางคนยังดังก้องและสะท้อนไปมาในหัว

           

            ไม่มีอะไรหลงเหลือแล้วงั้นหรือ

           

            ขอเชิญทุกท่านลงมือทานอาหารก่อนเถิด ข้ารับรองได้ว่าไม่มีใครใส่ยาพิษลงไปโมรินพูดแทรกบรรยากาศแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในโต๊ะอาหาร ทำให้เหล่าโพรเทกเตอร์ผู้มาเยือนจากแดนมนุษย์แผ่นดินแคปริคอร์นเริ่มจัดการกับอาหารอันน่าเอร็ดอร่อยตรงหน้าทันที

 

           

           

            ดนตรียังคงบรรเลงต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน ชวนให้อารมณ์ความรู้สึกผ่อนคลาย ต่างจากข้าที่ไม่อาจเลิกคิดเรื่องเขาได้

            ต้นเหตุของความไม่สบายใจทั้งหมดนั้น นั่งอยู่ตรงหน้านี้เอง

            ทั้งที่ใกล้แค่นี้ ห่่างเพียงช่วงโต๊ะเท่านั้น ข้ากลับรู้สึกไกลห่างจากเขากว่าที่ผ่านมาเสียอีก

 

            กึก

เสียงเก้าอี้ไม้ดังครูดกับพื้น เมื่อข้าลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

จะไปไหนล่ะเจ้าหญิงเซฟานีถามขึ้น เสียงทุ้มต่ำกว่าที่เคย แต่ก็ยังคงน่าฟัง

 

ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายข้าพยายามกระตุกยิ้มบาง ๆ แต่มันกลับคล้ายแสยะยิ้มนิด ๆ มากกว่า

 

ให้ข้าไปส่งพี่นะโมรินลุกพรวดขึ้นทันที

 

แขกของเราอุตส่าห์มาถึงที่นี่ จะไม่ให้การต้อนรับได้อย่างไรเซฟานีจ้องมองมายังข้า ก่อนจะลากสายตาไปยังอีกฟากฝั่ง ข้ารู้ทันทีว่านางกำลังมองใคร และภายใต้รอยยิ้มอันงดงามนั่นน่ากลัวเพียงใด “ทำไมเจ้าไม่เต้นรำกับชายผู้นั้นเล่า ข้าเห็นเขาเอาแต่จ้องมองเจ้า

 

อะไรนะ

ข้าเม้มปากแน่น พลางเหลือบมองไปที่ดวงหน้าเป็นกังวลของโมริน แต่ก่อนจะหาวิธีปฏิเสธ ใครบางคนก็เคลื่อนไหวได้เร็วกว่า

 

อันเซียร์ค่อย ๆ ลุกจากเก้าอี้ แล้วเดินอ้อมฝั่งท้ายปลายโต๊ะ ก่อนค้อมตัวลงและผายมือออก

 

เซฟานีกำลังเดินเกม ส่วนอัันเซียร์ก็ไม่ได้แสดงท่าทีหวาดหวั่น

 

คนหวั่นไหว กลับเป็นข้าอีกเช่นเคย

 

ให้เกียรติเต้นรำกับผมซักเพลงเจ้าหญิงไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม อันเซียร์ โซลิเซียร์ คนนี้คือใครกันแน่ ใช่คนที่ข้าเคยรู้จักมาก่อนหน้านี้หรือไม่

 

“…”ข้าเผลอกัดริมฝีปากล่างจนแน่น และรู้สึกเจ็บ ก่อนที่จะถูกไออุ่นจากมือหนาจับกุมมือของข้าเอาไว้ เพียงออกแรงกระตุกเบา ๆ ข้าก็จำต้องเดินก้าวตามเขา ไปยังบริเวณกลางฟลอร์เต้นรำ

 

บรรยากาศงานเต้นรำ เสียงเพลงอันไพเราะ ไออุ่นจากมือหนาคู่นั้น

เป็นอีกครั้งที่ข้าได้เต้นรำเคียงข้างชายคนนี้ ในครั้งแรกข้าได้ขโมยจูบจากเขา ครั้งต่อมาเขาช่างดีต่อข้ามากมายเหลือเกิน ท่ามกลางทะเลสาบเวรีเซียร์และหมู่ดาวบนฟ้า ล้วนเป็นพยานได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง

 

แต่มันเป็นกลับกลายเป็นแค่เพียงอดีต ที่ไม่มีหลงเหลืออยู่อีกแล้วก็เท่านั้น

 

เพลงยังคงบรรเลงต่อไป ข้าจ้องไปยังอกเสื้อสีดำ ชุดประจำการของสถาบันครอส อะคาเดมี เนิ่นนานทุกวินาทีนั้นข้าได้แต่ภาวนาให้ช่วงเวลานี้ผ่านพ้นไปเร็ว ๆ เสียที เพราะไม่เช่นนั้น ข้าอาจจะไม่สามารถสะกดอารมณ์ภายใต้หน้ากากอันเย็นเยือกได้อีกต่อไป

 

กึก

ข้ารู้สึกถูกดึงรั้งอย่างแรง กระโปรงยาวสองเมตรได้ทำเรื่องแล้ว เมื่อข้าได้เหยียบมันแล้วจึงเสียการทรงตัวทันที

 

หมับ

ข้าถูกรวบเข้าไปกอด แผ่นหลังอันเปลือยเปล่าของข้าสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากฝ่ามือเขา อุ่นมากอุ่นไปทั้งหัวใจ

 

ระวังหน่อยเขาเอ่ยตำหนิ ทันทีที่ผละออก ทำให้ข้าเห็นคิ้วที่ขมวดจนเกือบแน่นของเขา

 

เป็นห่วงข้าหรืออันเซียร์

ข้ามีความกล้าที่จะเผชิญกับนัยน์ตาสีแดงอันเจิดจรัสเป็นครั้งแรกตั้งแต่เขามาเยือนที่นี่

 

ข้าคิดถึงเจ้ามากเหลือเกิน

 

“…”

 

ข้าเอ่ยความรู้สึก ต่อหน้าเขาที่ข้าไม่คิดว่าจะได้พบอีกครั้ง คำที่ข้าพร่ำเอ่ยทุกครั้งที่เฝ้ามองผ่านช่องแคบเล็ก ๆ ที่เห็นผืนน้ำทะเลสาบโซลิเซียร์

 

แต่สิ่งที่เผชิญตรงหน้า คือความเย็นชา และหมางเมิน

ข้าเห็นเพียงใบหน้าอันนิ่งสงบ เหมือนกับว่าความรู้สึกของข้า ไม่อาจเอื้อมถึงเขา

 

รู้สึกถึงน้ำตาที่ค่อย ๆ เอ่อขึ้นจนบดบังภาพตรงหน้า โครงหน้าของเขาค่อย ๆ เลือนรางจนมองเห็นไม่ชัด ข้าจึงสะบัดหน้าไปอีกทาง ผละจากเขา ยอบกายถวายคำนับแก่เซฟานีรัวเร็ว ก่อนจะเดินออกจากที่นั่นทันที

 

ซินเธีย เจ้ายังหวังอะไรอยู่อีก ?

 

ข้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งทันทีที่เสียงเพลงในงานเลี้ยงเริ่มเบาบางลงจนไม่ได้ยิน น้ำตาที่เพียรกลั้นไว้ได้ไหลทะลักลงมาเป็นสาย เซฟานีเห็นข้าแล้ว นางคงเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างเพื่อลงโทษข้าอีกเป็นแน่

 

นางว่า ปีศาจ ไม่ควรแสดงความอ่อนแอเยี่ยงมนุษย์

ข้าไม่มีพลังปีศาจจิตของข้าได้ถูกชำระล้างไปแล้ว

แต่สายเลือดของข้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง

ข้าจึงอ่อนแอ และไร้ค่าต่อเผ่าพันธุ์ปีศาจ

 

แต่ข้าไม่เคยรู้สึกไร้ค่าเท่าวันนี้เลย

 

ฮึกฮึก ๆ ฮือ ๆ

 

วูบ

สายลมและกลิ่นดอกไม้ป่า ทำให้ข้าค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมอง และก็ต้องตะลึงกับภาพที่เห็น เมื่อจู่ ๆ ผืนหญ้าตรงหน้ากลับกลายเป็นสวนดอกไม้ คล้ายกับว่าที่นี่ไม่ใช่อาณาจักรปีศาจ แต่กลับกลายเป็นสรวงสวรรค์ เหล่าผีเสื้อกำลังโบยบินไปมา พร้อมมีแสงวิบวับเป็นประกายคล้ายเกล็ดดาวทุกครั้งที่พวกมันกระพรือปีกขึ้นลง

 

ภายใต้ดวงจันทร์กลมโต อันเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียว ปราสาทหินอ่อนสีขาวยังอยู่ด้านข้างเช่นเดิม แล้วภาพอันงดงามนี้มาจากที่ไหนกัน

 

นี่คือนิมิตที่ฉันสร้างขึ้นมาเสียงใครบางคนดังจากด้านหลัง และข้าเพิ่งค้นพบว่าไม่อาจขยับเขยื้อนร่างกายได้เลย

 

ตึก ๆ ตึก ๆ

ข้ายืนนิ่ง หายใจรัวเร็ว น้ำเสียงนั่นคล้ายว่าเคยได้ยินที่ไหน ? แต่เขาเป็นใครกันล่ะ ? และที่สำคัญคือเขาเข้ามาในอาณาเขตของเซฟานีได้อย่างไร

 

อย่ากลัว ฉันไม่ใช่ศัตรูของเธอ

 

ข้าพยายามฟังการเคลื่อนไหวของเขา เสียงของเขาดังอยู่ใกล้มาก ถ้าหากข้าพลิกกายกลับไปคงอยู่ห่างกันเพียงก้าวเดียว

 

..ท่านเป็นใครเขาคนนั้นจะต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน ข้าพยายามฝืนขยับ แต่กลับไร้ความหมาย

 

ฉันเป็นเพียงผู้ที่เดินผ่านมา และเห็นเธอกำลังเศร้าอยู่

 

“…และตอนนี้ท่านกำลังทำให้ข้ากลัว

 

อย่ากลัวจงอย่ากลัว…”

 

หมับ

สัมผัสอุ่นวาบทาบทับบนไหล่ซ้าย ข้าสะดุ้งตัวเล็กน้อย วูบนึงที่เริ่มรู้สึกประหลาด

รู้สึกได้ถึงความอบอุ่น และความไว้วางใจ

 

หัวใจของข้า มันกำลังจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ช่างทรมานเหลือเกินข้าพร่ำพูดโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังพูดอะไร ทั้งที่เสียงที่กำลังได้ยินก็คือเสียงของข้า แต่กลับควบคุมหรือบังคับให้หยุดไม่ได้เลย

 

หัวใจที่มีรัก ย่อมมีความทุกข์เสมอ

 

มือของชายผู้นั้นทิ้งน้ำหนักบีบไหล่ข้าเล็กน้อย ข้าพยักหน้าเบา ๆ

 

ที่ข้าทุกข์เช่นนี้ เพราะข้าตกหลุมรักให้แก่ชายผู้หนึ่ง หัวใจของข้าพองโตเมื่อได้รับรัก และทุกข์หนักเมื่อไม่ได้รับรักอีกแล้ว

 

แต่สำหรับใครบางคน เขาอาจจะยอมทนทุกข์เพียงเพื่อได้รักษาความรักนั้นไว้

 

ข้าไม่อยากทนทุกข์ต่ออีกสักวินาทีเดียว

 

การรอคอย ให้ความเจ็บปวดแก่ผู้รอเสมอ”

 

ฮึก…”ข้ากลืนคำพูดลงไปในลำคอ ภาพเบื้องหน้าช่างสวยงามเหลือเกิน แม้มันเป็นเพียงธรรมชาติที่ปั้นแต่งขึ้นมา เป็นเพียงนิมิตของใครบางคนเท่านั้น

 

ให้ฉันกล่อม ดวงวิญญาณของเธอเถิดคืนนี้เธอจะได้นอนหลับโดยไม่ต้องเป็นกังวล

 

ความอุ่นวาบแทรกซึมเข้าจากแผ่นหลัง ข้าแหงนตัวขึ้นสุด ก่อนจะค่อย ๆ รู้สึกผ่อนคลาย หนังตาอันหนักอึ้งได้ทิ้งตัวลงมา จากนั้นภาพสรวงสวรรค์น้อย ๆ ตรงหน้าก็ค่อย ๆ มลายหายไปอย่างช้า ๆ

 

 

 

 

ภาพชายร่างสูงกำลังโอบกอดหญิงงามร่างเล็กกว่าจากด้านหลัง เกิดเป็นเงาซ้อนกันบนผืนหญ้า

 

ตึก ๆ ตึก ๆ

บังเกิดเป็นโทสะแรงกล้า ใกล้จะระเบิดออกเต็มที โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เถาวัลย์เส้นหนากลับค่อย ๆ ผุดขึ้นจากผืนดินช้า ๆ

 

แคปริคอร์นัส

 

เสียงเย็นเยียบ แฝงไปด้วยอารมณ์ท้าทายที่ส่งไปให้อีกฝ่ายชัดเจน ดังชัดไปถึงเทพดาวมังกร เรียกนัยน์ตาคมดุสะท้อนเงาสีทองอร่ามให้ตวัดมองมา แขนแข็งแกร่งของเทพดาวมังกรแคปริคอร์นัสจะยังคงโอบประคองร่างเล็กไร้สติ ที่อิงแอบแนบอกเอาไว้ไม่ปล่อย

 

อิกดราซิลเลียน

 

นัยน์ตาสีเขียวเรืองรอง แทนที่สีแดงเจิดจ้า พร้อมกับคลื่นพลังพิเศษที่แฝงในอนูอากาศ แม้จะอยู่ในร่างของมนุษย์ แต่กลิ่นอายรอบกายนั้นกลับเต็มไปด้วยพลังเทพ

 

“ท่านจดจำทุกอย่างได้แล้วงั้นหรือ ?”น้ำเสียงของเทพดาวมังกรเต็มไปด้วยความฉงน

 

 “…”

 

นัยน์ตาสีเขียวมรกตยังคงจดจ้องภาพตรงหน้าอย่างนิ่งเงียบ เนิ่นนานจนกระทั่งสายลมและนิมิตได้จางหายไป

 

 

 

 

Writer : (โค้ง) ไม่ว่างเลยจริงจริง งื้อ บวกกับพอกลับมาแต่งเจออาการตันหลายรอบมากค่ะ (ปาดเหงื่อ) นี่ก็หลบซ้ายหลบขวา จนไม่รู้จะไปยังไงแล้วเหมือนกัน

            ท่านเทพปรากฏตัวแล้ว เขามาแล้ว หายไปหลายตอนในที่สุดไรท์ก็อัญเชิญมาได้ TuT

            ขอบคุณที่ยังคงติดตามกันนะคะ ดีใจมากกก และสัญญาว่าจะแต่งจนจบให้ได้เลย (ระยะเวลาอันลิมิตเต็ด) //บาบิQ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

779 ความคิดเห็น

  1. #506 NON-SHUGAR (@NON-SHUGAR) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:52
    สงสารซินเธีย อันเซียร์ใจร้ายมาก ย้ายไปอยู่ทีมเทพดาวมังกรดีมั้ย
    #506
    0
  2. #505 Larwan (@Larwan) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:21
    ติดตามตลอดนะคะ
    #505
    0
  3. #504 fuchia (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:00
    เเง้ สงสารซินเธียย อันเซียร์ใจร้ายจังง //สู้ๆนะคะไรท์
    #504
    0
  4. #503 Altear (@briony87) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:03
    ไม่มีไรจะคอมเมน แค่มาเช็กชื่อให้รู้ว่ายังรอติดตามอยู่.....อย่างช้าๆ
    #503
    0
  5. #502 Altear (@briony87) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:03
    ไม่มีไรจะคอมเมน แค่มาเช็กชื่อให้รู้ว่ายังรอติดตามอยู่.....อย่างช้าๆ
    #502
    0
  6. #501 mewmiiiw (@mewmiiiw) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:16
    ฮื้ออออ อันเซียร์โหมดทรอน์หรอนี่ หัวใจจจจจจจ ซินเธียต้องมองจากช่องแคปเล็กๆนี่เจ็บปวดแทนนางฮืออออออ ว่าแต่อิกดราซิลเลียนนี่ใครนะ?? สู้ๆนะคะไรต์ การรอคอยมักให้ความเจ็บปวดแก่ผู้รอเสมอ 5555555
    #501
    0
  7. #500 klazato123 (@klazato123) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:13
    ไรล์อย่าดราม่าอีกเลยจิตใจผมอ่อนไหว
    #500
    0
  8. #498 สมูทตี้นมสด (@0954438399) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:36
    เปลี่ยนฝ่ายไปเชียร์เทพมังกรดีมะ
    #498
    0
  9. #497 ★REMY★ (@Hawthorn) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:22
    เปลี่ยนใจเชียร์ท่านเทพมังกรดีไหมนะ???
    #497
    0