The Devil Princess's Protector ..ภรรยาของผมเป็นปีศาจ

ตอนที่ 2 : Chapter [1] ข่าวร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2829
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    4 มิ.ย. 59

[1]

 

 

            ที่นี่คือดินแดนอันว่างเปล่า ไร้ผู้คนปักหลักอาศัย แม้ว่ามันจะมีอุณหภูมิิติดลบไม่มากเท่าแผ่นดินโซลิเซียร์ แต่เทียบกันทางความเจริญ แหล่งอาหาร และการคมนาคมกับโลกผู้ใช้เวทย์ด้วยกันแล้ว ขั้วโลกเหนือจึงนับเป็นสถานที่ที่ผู้ใช้เวทย์หลีกเลี่ยงการตั้งถิ่นฐาน

            บ้านกระท่อมขนาดเล็กซึ่งก่อด้วยไม้สีอ่อนตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางพื้นหิมะสีขาว ใกล้กันนั้นมีแหล่งน้ำอยู่ภายใต้ผืนน้ำแข็งขนาดใหญ่ นั่นคือแหล่งอาหารหลักสำหรับผู้ที่พักอาศัยที่นี่ เพราะมีหมู่ปลาตัวเล็กตัวน้อยไล่เรียงไปจนถึงขนาดใหญ่ซึ่งทนต่ออากาศหนาวยะเยือกนี้ได้ ถูกนำมาเป็นอาหารเลี้ยงชีพได้ตลอดทั้งปี

 

            บัดนี้ภายในตัวบ้านปรากฏเป็นแสงไฟสว่างวาบ สักพักจึงมีควันลอยกรุ่นออกจากปล่องไฟสู่หลังคาบ้าน

 

            มีชายผู้หนึ่งยืนหยุดมองควันไฟ เขามีรูปร่างสูงโปร่ง หนวดเครารกปรกตามคางเลยมาถึงข้างหู ทำให้มองดูโครงหน้าได้ไม่ชัดนัก นอกจากตาสีแดงที่สะท้อนวาบเมื่อเห็นไฟ

ซินเธีย!!”เสียงทุ้มแหบห้าวดังก้องสะท้อนไปมาระหว่างภูเขาน้ำแข็งลูกใหญ่ ก่อนที่เขาจะทิ้งหอกไม้ยาวราว 2 ฟุต ในมือลงบนพื้นดัง ตุบ! แล้วรีบวิ่งพาร่างที่คลุมทับไว้ด้วยเสื้อผ้าหลายชั้น ไปยังประตูบ้าน

 

            โครม!

ชายผู้นั้นเปิดประตูกระชากออกแรงจนมันกระแทกกับผนังไม้ด้านนอกบ้าน แล้วตีกลับไปกลับมาเกิดเสียงเอี๊ยดๆดังหลายระลอก

 

ซินเธีย!!”น้ำเสียงนั้นคล้ายกับว่ากำลังร้อนรน ไม่ต่างจากสีหน้าและสายตาของเขา

 

            ขลุกขลักๆๆ~

เสียงเหมือนรื้อค้นของจากลังกล่องกระดาษดังจากฝั่งมุมห้องถัดจากเตาผิงที่มีไฟลุกไหม้อยู่บนขอนไม้แห้งในนั้น เป็นมุมมืดเลยไปจากโต๊ะอาหาร เขาจึงมองไม่เห็นจากจุดที่ยืนอยู่

 

            ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงพุ่งเข้าไปคว้าตัวร่างเล็ก ก่อนอุ้มให้ห่างจากกองไฟ ระวังหน่อยสิ มันร้อนนะ

 

            ดวงหน้ากลมมนพลันง้ำงอขึ้นทันที เมื่อถูกกระชากจากกล่องลังไม้ ตาสีแดงกลอกขึ้นฟ้าอย่างเหนื่อยหน่าย

โถ่~ พี่ก็บอกแล้วว่าข้าไม่ใช่เด็กเสียงเล็กใสดังเจื้อยแจ้วมาจากร่างเด็กวัย 7 ขวบ

 

พี่บอกแล้วไงว่าห้าม! ยุ่งกับปล่องไฟเด็ดขาด ห้ามเข้าใกล้ไฟ หรือของมีคม แล้วนี่อะไร คุ้ยลังไม้ออกมาทำไมกันรู้ไหมว่ามันมีเสี้ยนไม้ เดี๋ยวจะตำมือเอาได้…”เมื่อปากเรียวได้รูปขยับพูด ซินเธียอดไม่ได้ที่จะยกมือเล็กขึ้นมาอุดหูสองข้างไว้ นี่! ซินเธีย!”

 

            เสียงทุ้มกดต่ำไม่ได้ตวาดลั่นให้ตกใจ ชายผู้หวงแหนน้องสาวมากกว่าอะไรในโลกผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือ ธามส์ เดวิลปริ๊นซ์ที่ถูกเนรเทศจากดินแดนผู้ใช้เวทย์ มายังขั้วโลกเหนือพร้อมกับร่างเด็กทารก

            7 ปีที่เขากลายเป็นคุณพ่อบ้านลูกอ่อน จากเหตุที่บิดาแท้ๆที่ผู้ใช้เวทย์ขนานนามเรียกว่า เดวิลคิง มีแผนร้ายโดยคิดจะครองโลกผู้ใช้เวทย์ ด้วยการสร้างกองทัพปีศาจ ทำให้ผลจากการพ่ายแพ้นั้นส่งถึงปีศาจทุกตนให้ต้องอยู่อย่างหลบซ่อนในมุมมืด ไม่เคยกลับมาปรากฏตัวและสร้างความวุ่นวายอีก

            เมื่อย้ายมายังแหล่งที่อยู่ใหม่ ธามส์ได้ตั้งปณิธานว่าจะไม่ใช้พลังปีศาจอีก และด้วยความตั้งใจที่จะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดนั้น ทำให้เด็กน้อยถูกเลี้ยงอย่างไข่ในหิน และได้รับความรักเต็มเปี่ยมจากผู้ที่ทำตัวเป็นพี่ชายและพ่อ

 

            ซินเธียดิ้นขลุกขลักอยู่ในกอดของชายผู้นั้น เพราะในร่างเด็กน้อยวัย 7 ขวบ หล่อนจึงไม่มีพละกำลังมากพอที่จะฝืนต่อสู้กับชายฉรรจ์วัย 26 ปี ตรงหน้าได้ เมื่อรู้ว่าไม่มีทางหลุดจากพันธนาการนั้น หล่อนจึงได้แต่เงียบ ส่งค้อนวงโตผ่านสายตา แล้วกัดริมฝีปากล่างไว้แน่น

 

ในหัวพลันนึกถึงครั้งตั้งแต่ที่เธอถูกศาสตร์แห่งการชำระล้างปีศาจ เสกเข้าตัวจนขจัดพลังด้านมืดออกไปหมดนั้น เธอกลับกลายเป็นเด็กทารกที่พูดเป็นประโยคไม่ได้ด้วยซ้ำ! แต่เรื่องเหนือธรรมชาติยังไม่หมดลงเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้ว เธอไม่ได้สูญเสียความทรงจำและความคิดของเดวิลปริ๊นเซส ซินเธีย จึงต้องทนดูการถูกเลี้ยงประหนึ่งเด็กอ่อนแต่แบเบาะยันเริ่มหัดพูดหัดเดินได้ พอเริ่มสื่อสารได้ราวๆ 3 ขวบ หล่อนก็พยายามอย่างยิ่งที่จะบอกกับพี่ชายว่า นี่คือซินเธียคนเดิมเพิ่มเติมคือร่างหดลดลงเท่านั้นเอง ทว่าพี่ชายเธอกลับไม่ยอมฟังแม้แต่คำเดียว และดูเหมือนจะไม่มีวันเข้าใจด้วย!

 

งอนเหรอ?”เสียงทุ้มห้าวฟังดูอ่อนลง ซินเธียมองจ้องเข้าไปในตาคู่คมสีเดียวกันกับหล่อน ก่อนจะพยักหน้าหนึ่งครั้งอย่างหนักแน่นโอ๋นะอย่างอนพี่นะ?” พี่ชายสุดที่รักของเธอจึงเปลี่ยนโหมดเป็นเอาใจแทน

 

พี่ชายคะข้าก็ยังเหมือนเดิม แค่ร่างเล็กลงเป็นเด็กเท่านั้น…”

 

หิวรึยัง? ซุปต้มปลาโคโค่น่าจะเสร็จพอดีกินเลยไหม?”

 

“…”

 

ซินเธียมองพี่ชายที่เดินอ้อมโต๊ะอาหาร ไปเปิดฝาหม้อที่ตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว มันวางเรียงกันสามโต๊ะเล็ก มีเตาถ่านเว้าเป็นหลุมลงไป กั้นด้วยตะแกรงเหล็กไว้สำหรับการอุ่นเครื่องต้ม ถัดไปเป็นพื้นที่ว่างสำหรับวางมีดและแล่เนื้อปลาสด เหนือขึ้นไปเป็นชั้นวางของซึ่งมีเครื่องปรุงวางเรียงกันเป็นระเบียบ นั่นเป็นวัตถุดิบปรุงอาหารที่พี่ชายเธอไปหามาจากชาวเอสกิโม หรือมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่อาศัยในแถบขั้วโลก

 

นั่งสิคะขณะที่มือกำลังหยิบขวดซอสปรุงรสมาเหยาะบนหม้อซุป อีกมือนึงถือช้อนแล้วชิมอยู่นั้น คนตัวโตก็เหลียวหลังมามองพลางเลิกคิ้วให้

 

เฮ้อ~”ซินเธียจึงได้แต่ถอนหายใจ โยนเรื่องที่พยายามจะอธิบายไปก่อนเพราะพอหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดทีไร พี่ชายเธอจะต้องพูดเปลี่ยนเรื่องตลอด และยังกระทำกับเธอเช่นนี้ไม่เปลี่ยนแปลง

เมื่อร่างเล็กเดินไปนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงเสริมเบาะสำหรับเด็กเรียบร้อยแล้ว คนทำหน้าที่พ่อบ้านและพ่อครัวจึงเดินยกหม้อมาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนแจกจาน ช้อนส้อม ให้โดยที่ร่างเล็กแทบไม่ต้องขยับทำอะไรนอกจากรอกินอย่างเดียว

 

ทีหลังจะจุดไฟต้องเรียกพี่ก่อนนะรู้ไหม เดี๋ยวโดนมือขึ้นมาจะทำยังไงไม่ทำไงหรอกค่ะ ไฟน่ะทำอะไรเดวิลปริ๊นเซสได้้ด้วยเหรอ

ซินเธียแอบเบ้หน้าพลางคิดแย้งในใจ ก่อนหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารในชามที่ถูกพี่ชายแบ่งจากหม้อมาให้แล้วตรงหน้า

 

แล้วนี่จะคุ้ยลังไม้ไปทำไม หาของหรือ?”

 

ก็ประมาณนั้น

 

หาอะไร

 

ชุดค่ะ

 

หืมม์ ชุด?”

 

ใช่ ข้าอยากหาชุดสวยๆมาใส่ ที่มีอยู่ก็ใส่วนจนเบื่อแล้ว

 

ธามส์พยักหน้าพลางพยายามเข้าใจว่าน้องสาวคงเริ่มรักสวยรักงามตามประสาเด็กสาว ทว่ากลับไม่เห็นประกายยิบยับในดวงตาใสที่สั่นไหวน้อยๆ มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มวูบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงตักเนื้อปลาสดเข้าปากโดยกลบเกลื่อนสีหน้าจนเหมือนปกติ

 

พี่ชายคะ

 

หืมม์

 

ข้าอยากกินเนื้อปลาอุมามิจัง

 

อืมแต่นั่นต้องเดินไกลเลยนะ…”ธามส์คำนวณระยะทางในใจ แหล่งปลาชนิดโปรดของน้องสาวสุดที่รักนั้นอยู่ไกลจากบ้านเกือบสิบกิโลเมตร

 

“พี่ชายขา~~”ซินเธียร้องอ้อน ก้มหน้าทำมุม45องศา พร้อมใช้สายตาบ๊องแบ๊วเข้าสู้ ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าการทำเช่นนี้นั้น ทำให้พี่ชายเธอใจอ่อนยวบยาบลงได้

 

งั้นก็ได้ ตกลงเอาเป็นพรุ่งนี้แล้วกันนะนั่นไง!

 

เย้ๆ ข้าดีใจที่สุดเลยยย~~”เด็กน้อยลากเสียงสดใสยาวพร้อมหัวเราะเบาๆ มือสองข้างชูขึ้นกลางอากาศ ทำให้ภาพลักษณ์เจ้าหล่อนจึงดูสมกับอายุ 7 ขวบเป็นอย่างยิ่ง

เหอะๆ ก็ในเมื่อพี่มองข้าเป็นเด็ก 7 ขวบเช่นนี้ข้าก็ต้องทำตามน้ำบ้างจริงไหม?

 

ธามส์ผุดลุกจากเก้าอี้ เดินตรงมาหยุดยอบเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน จากนั้นมือหนาก็เอื้อมมาวางสัมผัสบนเส้นผมสีเงินของหล่อนเบาๆ แล้วโน้มหน้าลงไปประทับริมฝีปากกับหน้าผากกลมมนนั้นอย่างนุ่มนวล

 

จุ้บ

 

ซินเธียพลันกลั้นหายใจค้างไว้ ก่อนจะกระพริบตาถี่ๆพลางครุ่นคิดอย่างหนักว่าเหตุการณ์ใดที่ทำให้พี่ชายผู้เย็นชาของหล่อนกลับกลายเป็นอบอุ่นขึ้นมาเช่นนี้ หรือว่าบางทีหัวเขาอาจจะไปกระแทกเข้ากับอะไรสักอย่างตั้งแต่สงครามเมื่อ 7 ปีก่อนก็ได้?

 

 

 

 

“อันเซียร์!!”

 

ไอซ์ แบเรีย!”แผ่นน้ำแข็งหนาแทรกผ่านรากไม้และผิวดิน ขึ้นมาคุ้มกันผู้ใช้เวทย์สองร่างไว้ในนั้น ขณะที่เชือกสีดำสะบัดมาโดนดัง เพี๊ยะ! สองสามครั้ง ทว่าไม่อาจทำให้น้ำแข็งเกิดรอยร้าวได้

 

เฮ้อ

 

            ชายตาสีฟ้า ผมสีทองซอยสั้น เป็นผู้เรียกเจ้าชายโพรเทกเตอร์มาช่วยเสริมกำลังเนื่องจากเกราะเวทย์ของเขาใกล้จะแตกหักเต็มที หลังจากถูกกระหน่ำฟาดด้วยแส้หนาม อาวุธยาว 2 เมตร ที่มีอานุภาพร้ายแรงซัดรัวไม่หยุดมือ เอาเป็นว่าหากลองโดนแส้สะบัดใส่ซักครั้ง จะเกิดรอยไหม้เสมือนถูกน้ำกรดสาดรดผิวหนัง และทิ้งรอยกัดกินเนื้อเยื่อลึกไปจนถึงกระดูก

 

            ผู้ถูกเรียกอยู่ในท่าแผ่ฝ่ามือออกตรงหน้าข้างหนึ่ง ขณะที่มืออีกข้างที่ว่างแบมือลงขนานกับพื้นเพื่อร่ายเวทย์คุ้มกันตัวเอง

 

            ฉลาดป้องกันตัวเอง…

            โทมัส ฟิชเชอร์นึกอย่างชื่นชม แม้ว่าเหตุการณ์จะยุ่งชุลมุนขนาดไหน ทว่าชายผู้นี้ไม่เคยลดเกราะของตัวเองลงเลย ทำให้เขาไม่เคยบาดเจ็บจากภารกิจ

            และไม่เคยทำภารกิจล้มเหลวแม้แต่ครั้งเดียว

 

            ตาสีทองมองไปยังใบหน้าราบเรียบของเพื่อนในทีม ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับผู้ร้ายตรงหน้า เจ้าหล่อนเป็นหญิงสาวคาดเดาสัญชาติได้ยาก ไม่มีกลิ่นปีศาจชัด ทว่าปัจจุบันเมื่อมีเทคโนโลยีและอาวุธก้าวล้ำทันสมัย ปีศาจจึงฉลาดในการแฝงตัวกับผู้ใช้เวทย์ โดยทำตัวกลมกลืนกับพวกเขา จึงไม่อาจใช้กลิ่นอายปีศาจมาตัดสินได้อีกต่อไป

            เรือนผมสีดำทอดสยายยาวจนถึงต้นขา ตาเรียวสีเขียวอ่อนฉายแววมุ่งมั่นในการทำร้ายโพรเทกเตอร์แห่งครอส อะคาเดมี เจ้าหล่อนอยู่ในชุดกระโปรงสั้นทับสองชั้น ดูเป็นหญิงสาวบอบบางน่ารัก ด้วยภาพลักษณ์เช่นนี้จึงไม่มีใครคิดว่าจะเป็นโจรปล้นเพชรตามร้านค้าต่างๆในเขตเมืองแคปริคอร์น สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายไปทั่ว

 

ฮ่าๆๆเสียงแหลมปรี๊ดสะเทือนแก้วหู ทำให้เจ้าชายแห่งโซลิเซียร์หรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมทำสีหน้าที่บ่งบอกถึงความ รำคาญ โพรเทกเตอร์ ครอส แน่จริงก็เข้ามาจับข้าให้ได้เซ่!~ โฮะๆๆ

 

โทมัสไนท์จะมารึยัง?”ร่างสูงในชุดคลุมสีขาว สวมทับเสื้อคลุมสีน้ำเงินโดยมีตราสัญลักษณ์ไม้กางเขนคว่ำกลางหลัง เอี้ยวตัวหันกลับไปถามคู่หูด้วยสีหน้าเอือมระอา

           

“เห็นหล่อนบอกว่ากำลังจะมาถึงแล้วนะโทมัสสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะล้วงหยิบเครื่องมือเฟซซิ่งดีไวซ์ อุปกรณ์สื่อสารยอดฮิตในโลกผู้ใช้เวทย์ มันมีรูปร่่างรี ขนาดเล็กพอดีมือ หยิบใช้สะดวกและหายง่าย โพรเทกเตอร์เรียกไนท์ โพรเทกเตอร์เรียกไนท์ ได้ยินแล้วตอบด้วย เขากรอกเสียงลงไปขณะกดปุ่มเล็กบนนั้น

 

ข้า…%$##@...ไป…##@$...ข้ามีดวงหน้ายุ่งๆของหญิงสาวกับตาสีน้ำตาลฉายขึ้นเหนือหน้าจอ โดยผ่านลำแสงสีขาวอ่อนทำให้เกิดภาพเสมือนเล็กๆ ภาพในนั้นสั่นไหวซึ่งส่วนหนึ่งคงเกิดจากการที่ไนท์สาวผู้นั้นกำลังวิ่งอยู่ หรือไม่ ก็เพราะคลื่นสัญญาณถูกรบกวน

 

“…ดูเหมือนสัญญาณจะไม่ดีนะโทมัสเลิกคิ้ว พร้อมปิดเครื่องไป ช่วยไม่ได้ นายจัดการเลยแล้วกัน

 

เหอะๆอันเซียร์แค่นเสียงในลำคอ ตาสีแดงจ้องนิ่งไปยังร่างอรชรที่กลิ้งหมุนตัวพร้อมใส่แรงฟาดผ่านแส้หนามมาอย่างเต็มที่ แต่นั่นไม่อาจทำให้ ไอซ์ เกท ที่ถูกเคลือบทับด้วยเวทย์คุ้มกันบางๆนั้นจะถูกทำลายโดยง่าย

 

ศาสตร์แห่งการพันธนาการสิ้นเสียงทุ้มลึก ตาสีแดงหลุบลงต่ำพร้อมเกราะเวทย์ที่สลายหายไป รวมถึงกำแพงน้ำแข็งที่กำลังหลอมละลายลงอย่างช้าๆ

 

เสร็จ-ฉัน-ล่ะ!”หญิงสาวยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนจะวิ่งพุ่งเข้าไปพร้อมง้างมือขึ้นกลางอากาศ รอคอยจังหวะที่เหมาะสมในการตวัดข้อมืออีกครั้ง!

 

อ๊ากกกกกกกกกกกก”แต่ยังไม่ทันที่จะสะบัดแส้ลงไป เสียงสูงแหลมกรีดร้องขึ้นเมื่อรู้สึกว่ามีมือที่มองไม่เห็นฉุดข้อเท้าไว้ทั้งสองข้าง ทำให้ร่างที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วนั้นไถลครูดไปกับพื้นดิน

 

เหอนายสมเป็นเจ้าพ่อ ศาสตร์แห่งมนตราจริงๆนี่ อันเซียร์ นายกินตำราเวทย์ทุกเล่มบนโลกเข้าไปหมดแล้วใช่หรือเปล่าน้ำเสียงอึ้งปนชื่นชมดังจากผู้เห็นเหตุการณ์อีกคน เนื่องจากเขาปฏิบัติภารกิจกับเจ้าชายโพรเทกเตอร์มาเกือบร้อยหน จึงรู้ว่านอกจากฝีมือการร่ายเกราะเวทย์ชั้นดีแล้ว อันเซียร์ โซลิเซียร์ ยังสามารถเรียนรู้เวทมนตร์แขนงอื่นได้ดี เป็นพรสวรรค์ที่แม้แต่แม่มดพ่อมดผู้ครองศาสตร์แห่งมนตราที่แท้จริงนั้นไม่อาจเทียบชั้นได้

 

            พ่อมดแม่มดสามารถใช้พลังวิเศษด้วยพลังเวทย์ที่มีในกาย

            ทว่าผู้ใช้เวทย์ ต้องหยิบดึงพลังจากดวงดาวมังกร และกล่องเวทย์บริเวณอกมาใช้ แต่ก็ไม่ได้มีข้อจำกัดในการเรียนรู้ศาสตร์มนตราของฝ่ายพ่อมดแม่มด และมีแค่บางคนเท่านั้นจึงจะสามารถเรียนรู้ได้สำเร็จ น้อยคนนักที่สามารถใช้ศาสตร์แห่งมนตราได้อย่างคล่องแคล่วและมีประสิทธิภาพเช่นนี้

 

ปล่อยฉันนะ!! ไอ้พวกเส็งเคร็ง! ไอ้พวกโพรเทกเตอร์เฮ็งซวย! รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้!”เสียงโวยวายลั่นดังจากร่างที่นอนหงายแอ้งแม้งโดยถูกรากไม้รัดตรึงข้อมือและข้อเท้าทั้งสองข้างไว้แน่นหนา จนไม่อาจขยับอวัยวะอื่นได้นอกจากปาก กริ๊ดดดดด~~ ปล่อยยยยยย~~

 

            อันเซียร์เดินเรียบเรื่อยยืนหยุดค้ำร่างบางนั่นไว้ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งยองๆด้วยสีหน้าเอือมระอา

            ผิดกับสีหน้าของโจรสาวที่เมื่อเห็นดวงหน้าหล่อเหลาในระยะใกล้แล้ว ก็พลันทำให้หน้าร้อนวูบวาบ และเริ่มเกิดอาการเคลิบเคลิ้มหลงใหล

 

            หมับ

ตาสีเขียวอ่อนกระพริบถี่อย่างงุนงง เมื่ออวัยวะส่วนเดียวที่ว่างกลับถูกบางสิ่งยัดเข้ามา และนั่นไม่ใช่สิ่งอื่นไกล นอกจากด้ามอาวุธแส้ของหล่อนนั่นเอง!

           

            นี่โพรเทกเตอร์รูปหล่อคนนั้น แค่เดินมาเพื่อเอาแส้ยัดปากหรอ!! กริ๊ด!!

โจรสาวจึงถอนตัวออกจากห้วงภวังค์วาบหวามนั้นก่อนมองค้อนไปยังชายผู้มีสีหน้าดีขึ้นทันทีเมื่อหล่อนไม่สามารถร้องกริ๊ดได้อีกต่อไป

อี๊ดดดดดดด อ่อยยยยยยเสียงโหยหวนครวญครางจึงดังลั่นได้แค่ระยะไม่ไกลนัก ซึ่งคนขี้รำคาญได้พลิกตัวออกจากพิกัดที่ได้ยินเสียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็หันไปคุยกับเพื่อนโพรเทกเตอร์คนข้างๆ

 

เสร็จภารกิจแล้วไปกินของหนักกันไหม

 

หืมม์ อีกแล้วเหรออันเซียร์ มื้อเที่ยงนายก็กินไปสามจานแล้วนะ

 

“…ไม่ไปใช่ไหม

 

เอ้อ ไปก็ได้ แล้วชวนมิรินด้าด้วยล่ะ ฉันขี้เกียจฟังยัยนั่นด่าหาว่าฉันไปแย่งนายมาจากเขา ประสาท

 

เออ

 

            ร่างสองคนยังคุยกันเหมือนอยู่ในที่ทำงาน นั่งจิบกาแฟไปคุยไป อย่างเคร่งเครียดมากกว่าการชวนกินข้าว ทำเอาร่างหญิงสาวดิ้นพรวดพราดอย่างเจ็บใจที่ถูกปล่อยปะละเลยเป็นตัวประกอบแถมนอนหมดสภาพอยู่บนพื้น!

 

“..แฮ่กๆ มาแล้ว! ฉันมาแล้ว! โมริน วิทช์ เดอะ ไนท์ ออฟ ครอส อะคาเดมี รายงานตัวค่ะ!”หญิงสาวร่างสมส่วนพุ่งพรวดมาพร้อมชูดาบเหนือหัว หล่อนเปิดตัวด้วยการวิ่งสไลด์เท้าลงกับพื้นเกิดเป็นฝุ่นตลบไปทั่ว ตาสีน้ำตาลกวาดมองพื้นที่โดยรอบด้วยความมุ่งมั่นไหนล่ะคะ ผู้ร้ายที่ว่า!!”

 

“…”อันเซียร์มองด้วยสีหน้าเบื่อโลก

เฮ้อโทมัสลอบถอนหายใจพลางยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ

 

แค่ก~ ยัยบ้าแกทับฉันแอ่ก…”เสียงแหบแห้งดังจากพื้นดิน ทำเอาไนท์สาวสะดุ้งโหยงก่อนจะยกเท้าขึ้นด้วยความตกใจลนลาน

 

อ้าว มีคนอยู่บนพื้น!”

 

ก็เออสิ...โจรสาวรู้สึกชาหน้าไปหมด เนื่องจากการสไลด์ฝ่าเท้าเมื่อครู่ของผู้มาใหม่นั้นกระแทกเข้ากับข้างแก้มเธออย่างจัง ทำให้แส้หลุดไปด้านข้าง พร้อมกับใบหน้าที่สะบัดหันไปอีกฝั่ง

 

ไม่ต้องห่วงค่ะ ที่เหลือฉันจะจัดการเอง ฉันจะควบคุมตัววายร้ายผู้นี้ไปคุมขังที่สถาบันเองค่ะ!”โมรินพยักหน้าแข็งขัน พลางพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง

 

            โพรเทกเตอร์ครอสสองนายเหลือบสายตามามองหน้ากันแว๊บนึง มีรอยกังวลอยู่บนใบหน้าทั้งสองเล็กน้อย ทว่าจำต้องทำตามกฎของสถาบัน

โพรเทกเตอร์มีหน้าที่ภารกิจเพียงแค่การคุ้มครอง เมื่อสิ้นสุดภารกิจแล้วจึงเป็นหน้าที่ของไนท์ หรืออัศวินที่ต้องจัดการกับเป้าหมายต่อไป

            ไนท์ โพรเทกเตอร์ และฮีลเลอร์แห่ง ครอส อะคาเดมี นั้นจะถูกเรียกไปทำภารกิจต่างๆเพื่อดูแลทุกข์สุขของประชาชนในแดนแคปริคอร์น งานบางอย่างไม่จำเป็นต้องใช้ไนท์ บางเรื่องไม่จำเป็นต้องใช้โพรเทกเตอร์ พวกเขามีการจัดสรรมอบหมายงานอย่างลงตัวตามรูปแบบภารกิจอันหลากหลาย

 

            งานหลักของโพรเทกเตอร์คือการคุ้มครอง พวกเขามักถูกมอบหมายให้ไปดูแลบุคคลสำคัญ คุ้มกันสิ่งของมีค่า น้อยครั้งที่จะมีการปะทะเช่นนี้ เพราะความจริงคนที่มีหน้าที่หลักในการปราบโจรผู้ร้ายคือไนท์ ส่วนโพรเทกเตอร์และฮีลเลอร์เป็นเพียงกองสนับสนุนเสริมอีกแรงเท่านั้น

 

            แต่ดูเหมือนหญิงสาวผู้นี้จะเพิ่งเข้าทำงานเป็นไนท์เต็มตัวได้ไม่นานนัก หล่อนจึงยังคงมาสายเพราะมัวหลงทาง...ชื่อเสียงของ โมริน วิทช์ ผู้นี้จึงโด่งดังไปทั่วสถาบัน แต่ไม่ใช่ด้านดีนัก

 

กลับกันเถอะ

 

            อันเซียร์ไม่ได้สนใจว่านักโทษจะถูกคุมตัวไปยังสถาบันได้สำเร็จหรือไม่ เพราะนั่นไม่ใช่งานเขา

            ตอนนี้เขาสนใจอย่างอื่นมากกว่า

 

            ให้ทายว่าอะไร

 

 

 

 

ง่ำๆๆ

 

“…”

 

จ๊วบๆๆๆ

 

            เจ้าชายแห่งโซลิเซียร์ยังคงรักษาสีหน้าราบเรียบไว้ได้ดี แม้ว่าจะรำคาญนิดๆที่เพื่อนโพรเทกเตอร์สาวซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะอาหาร จะกินเสียงดังมาก และเน้นจังหวะการดูดน้ำด้วยหลอดเล็กเป็นพิเศษ

            โรงอาหารในสถาบันครอส อะคาเดมี บัดนี้คราคร่ำไปด้วยผู้คนหลายหน่วยงานปะปนกันไป ผู้เป็นไนท์จะมีตราสัญลักษณ์รูปดาบกลางเกราะอัศวิน โพรเทกเตอร์มีจุดเด่นเป็นลายไม้กางเขนคว่ำบนเสื้อคลุมกำมะหยี่ด้านหลัง ส่วนฮีลเลอร์มีชุดคลุมเข้ารูปสีขาวลายกุหลาบ

 

มิรินด้า วันนี้ภารกิจเธอเป็นไงมั่งโทมัส ฟิชเชอร์ แทรกถามขึ้นก่อนที่จะมีฉากตามตื๊อ และปัดหนีของเพื่อนร่วมทั้งสอง ซึ่งเกิดขึ้นเป็นรายวันประจำทุกวันอยู่แล้ว

 

งานง่ายๆ คุ้มกันท่านหญิง ท่านชาย เดินทางไปโทรปิคอร์นหล่อนตอบปัดๆ ขณะที่ตาสีเขียวมรกตไม่ได้มองตอบผู้พูด แต่กลับจดจ้องอยู่ที่ดวงหน้าหล่อเหลาซึ่งไม่สนใจสิ่งอื่นใดนอกจากอาหารตรงหน้า กินเยอะๆนะอันเซียร์

 

“…”

 

เหอๆ หมอนี่มันเคยกินน้อยที่ไหน

 

            คนถูกกล่าวถึงหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะอาหารของพวกเขา จึงเบือนหน้าไปมองด้านข้าง มีกลุ่มคนซึ่งสวมชุดคลุมโพรเทกเตอร์สีดำยืนหยุดตรงหน้าพอดี

 

            พวกเขาคือลูกแท้ๆของท่าน เวรัน ครอส เจ้าของสถาบันครอส อะคาเดมี และผู้นำสภาความมั่นคงแห่งแคปริคอร์น

            ผู้ใช้เวทย์ไฟฟ้าโดยกำเนิด ที่เกิดมาเพื่อเป็นโพรเทกเตอร์ กองกำลังหลักของทหารแคปริคอร์น

 

ไง อันเซียร์ ได้ข่าวว่าทำภารกิจสำเร็จ…แค่ครึ่งเดียวเหรอชายผมสีดำ หัวยุ่งราวกับเขาไม่ใส่ใจจะจัดทรงผมนัก เอ่ยทักขึ้นมาพร้อมยิ้มเยาะ ซึ่งไม่มีใครดูไม่ออกว่าผู้พูดมีเจตนาจงใจยั่ว

 

หมายความว่ายังไงที่ว่า สำเร็จครึ่งเดียวโทมัส ผุดลุกยืนขึ้นก่อนขมวดคิ้วถาม

 

หึหึ ถึงกับไว้ใจปล่อยให้ยัยโมริน วิทช์ คุมตัวนักโทษมาให้ คิดว่าภารกิจจะสำเร็จ 100% ไหมล่ะ นักโทษหลุดหนีไปได้...มีอีกคนพูดแทรกขึ้นมา ด้วยสีหน้าไม่ต่างจากคนแรก เสียใจด้วยนะ ที่นั่นทำให้สถิติภารกิจสำเร็จ 100% ของนายต้องถูกดึงลงมา รู้สึกว่าค่าถ่วงน้ำหนักจะเยอะซะด้วยนะ อย่างน้อยก็คงลดมาเหลือ 98% ล่ะมั้ง

           

            ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก คำนวณจากคะแนนภารกิจตามความสำคัญของภารกิจนั้น ถ้ามีความสำคัญมากก็จะส่งผลต่อเปอร์เซ็นความสำเร็จรวมเยอะกว่า

            สถาบันครอส อะคาเดมี จะเป็นผู้ให้คะแนนและจัดอันดับ ซึ่งจะมีค่าเฉลี่ยความสำเร็จของภารกิจ คะแนนสอบปฏิบัติ ความสามารถในการร่ายเวทย์,ใช้อาวุธ ทุกอย่างจะรวมกันแล้วนำมาจัดแบ่งเป็น class ต่างๆโดยเรียงจากต่ำไปสูง ตั้งแต่ class E,D,C,B,A

            และทุกปี เมื่อนำคะแนนภารกิจและการสอบปฏิบัติต่างๆมารวมกันแล้ว จะมีการเรียงคะแนนและมอบ class S ให้แก่ผู้ที่มีคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่ง

 

            แน่นอนว่าตัวเต็งไม่ใช่ใครอื่น เพราะเขาแสดงความสามารถอย่างโดดเด่นกว่าใคร ไต่เต้าจากclass E ไปจนถึง A ในเวลาไม่ถึงครึ่งปี

            อันเซียร์ โซลิเซียร์ เจ้าชายโพรเทกเตอร์ซึ่งไม่มีใครในโลกผู้ใช้เวทย์ไม่รู้จัก

 

เฮ้อ ฉันว่าแล้ว ไม่น่าไว้ใจยัยนั่นเลยจริงๆโทมัสถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตบไหล่เพื่อนคู่หูดังป้าบ เสียดายว่ะ อุตส่าห์ได้สถิติ 100% มาตั้งนาน

 

ฉันไม่สนคนพูดสวนควับขึ้นทันที ขณะเตรียมจะก้มลงทานอาหารตรงหน้าต่อไป

 

ท่านเวรัน เรียกนายไปพบผู้มาใหม่อีกคนยืนอยู่เกือบหลังสุด แทรกขึ้นเพื่อเตือนคนอื่นว่า สาเหตุที่เข้ามาทักทายเจ้าชายโพรเทกเตอร์คนนี้นั้นไม่ใช่มาเย้ยหยันถากถาง ทว่าพวกเขาถูกสั่งให้มาตามตัวคนผู้นี้ต่างหาก

 

อืมอันเซียร์ตอบรับสั้นๆ

 

อ๋อย~ ทำไมต้องมีมารความสุขมาขัดอยู่เรื่อยนะ!”มิรินด้าอดบ่นไม่ได้

           

            เมื่อการชุมนุมเล็กๆสิ้นสุดลงที่ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานรับภารกิจช่วงบ่าย มิรินด้าและโทมัสถูกเรียกไปประกบคู่ภารกิจกับฮีลเลอร์ ด้วยงานคุ้มกันผู้รักษาไปยังบ้านของหนึ่งในคนสำคัญของสภาความมั่นคงแคปริคอร์นนั้น อันเซียร์ไม่ได้ถูกมอบหมายภารกิจ เขาจึงรู้ว่าควรเดินไปทางไหน

            ห้องทำงานของเจ้าของสถาบัน ครอส อะคาเดมีเวรัน ครอส

 

            ก๊อกๆ

มือหนายกขึ้นเคาะประตูไม้สลักลายตราสัญลักษณ์โพรเทกเตอร์อันประกอบไปด้วย ดาบ ไม้กางเขนคว่ำ และกุหลาบ

 

เชิญเสียงทุ้มพร่าดังจากชายสูงอายุด้านใน

 

            อันเซียร์เดินสวนกับคณะกรรมการความมั่นคงแห่งแคปริคอร์นสามนาย พวกเขามารับมอบหมายงานจากเวรัน ครอส มีข่าวลือแว่วว่าอีกไม่นาน เวรัน ครอส จะปลดเกษียณตนเอง มาทำงานดูแลสถาบันครอส อะคาเดมีอย่างเต็มตัว และยกตำแหน่งผู้นำสภาคนใหม่ให้แก่ แพทริกซ์ ฮันท์ ผู้ใช้เวทย์ธาตุไฟบริสุทธิ์ซึ่งมีชื่อเสียงในวงการโลกผู้ใช้เวทย์ เพราะเขาเป็นอดีตคิง ออฟ แคปริคอร์น ในโรงเรียนผู้ใช้เวทย์อันมีฝีมือเหลือร้ายและความฉลาดด้านการบริหารปกครอง

 

อ้อ เจ้าชายแห่งโซลิเซียร์ มาแล้วรึดีในสถาบัน เวรัน ครอส จะพูดเสมือนกับเขาเป็นหนึ่งในคนใต้ปกครองเช่นเดียวกับคนอื่น เพื่อลดคำครหาว่าเพราะเป็นเจ้าชายจึงสามารถเข้ามาทำงานในสถาบันแห่งนี้ได้โดยง่าย ทั้งที่กาลเวลาผ่านไปนั้นเจ้าชายผู้นี้ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่านั่นเป็นเพราะฝีมือและทักษะการร่ายเวทย์ ลบคำหมิ่นประมาทเหล่านั้นไปได้จนหมดจด อย่างไร้ข้อกังขาใดใด

 

ครับอันเซียร์ค้อมหัวคำนับเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ซึ่งถูกกั้นไว้ด้วยโต๊ะทำงาน

 

เชิญนั่-”

 

“…”ตาสีแดงสบประสานกับผู้มีอำนาจสูงสุดในสถาบัน ซึ่งมีสีหน้าค้างแข็งไปเมื่อยังพูดไม่ทันจบประโยค ร่างหนาก็ทรุดตัวลงนั่งทันที นั่นทำให้เกิดบรรยากาศแปลกๆซึ่ง เวรัน ครอส ก็หัวเราะออกมากลบเกลื่อนสถานการณ์ได้อย่างแนบเนียน

 

ราชินีแห่งโซลิเซียร์ แจ้งว่ามีงานสำคัญที่เธอจะต้องไปเข้าร่วม และต้องลาหยุดงาน 1 สัปดาห์ซึ่งฉันได้อนุญาตแล้ว

 

“…งานสำคัญหรอครับ?”อันเซียร์พยายามนึก แต่ก็นึกไม่ออกว่างานสำคัญที่ว่านั้นคืออะไร อาจเป็นงานแต่งงานของพี่สาว? หรืองานฉลองการเกิดใหม่ของลูกม้าบินเพกาซัส? ซึ่งจากความน่าจะเป็นไปได้นั้น อันเซียร์คิดว่าอย่างหลังพอมีโอกาสมากกว่า

 

ฉันฝากของฝากเล็กๆน้อยๆไปให้แม่เธอด้วยนะว่าแล้วเจ้าตัวก็ยื่นกระเช้าสามใบใหญ่ๆมาให้

 

“…ครับเขารับมันไว้อย่างทุลักทุเล

 

            จากนั้นก็เป็นบทสนทนาสั้นๆถามเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ทั่วไปในสถาบัน ไม่นานเจ้าชายแห่งโซลิเซียร์จึงลากลับไปเพราะมีเรื่องสำคัญที่ต้องโทรถามท่านแม่ให้รู้เรื่อง ว่าเหตุใดจึงแจ้งลาหยุดงานของเขาโดยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า

 

            เมื่อประตูไม้ปิดลงสนิท ทิ้งภาพชายสูงวัยนั่งเอนหลังบนเก้าอี้ทำงานไว้ในนั้น

            อันเซียร์พลิกตัวกลับมา ก็พบสองพ่อลูกตระกูลครอส

 

            ราล์ฟเฟ ครอส และ แองเจลินา ครอส หยุดยืนหน้าประตูด้วยสีหน้าปั้นยาก และดูตกใจมากที่เจอเขา

 

สวัสดีครับน้าราล์ฟ มาหาท่านเวรันหรือเขาจึงเอ่ยทักก่อนเมื่อสองพ่อลูกไม่ยอมกระดิกตัว หรือขยับปากพูดทักทายเพราะมัวแต่จ้องหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยสีหน้ามีพิรุธ

 

อ่าฮ่าฮ่าฮ่า หลานรักอันเซียร์ ใช่แล้ว เรามาหาท่านพ่อของฉันเอง!”ราล์ฟเฟเข้าไปแตะไหล่กว้างของคนที่สูงกว่าเขาเล็กน้อย ว่าแต่ติดต่อแม่หรือยัง

 

            ราล์ฟหมายถึงราชินีแห่งโซลิเซียร์

            อันเซียร์พิจารณาดูดวงหน้าของทั้งสองที่เหมือนมีอะไรปิดบัง ก่อนจะเก็บความสงสัยไว้ในใจ

 

กำลังจะติดต่อครับ ท่านแม่ลาหยุดงานให้ผม 1 สัปดาห์ น้าราล์ฟพอจะทราบไหมว่ามีเรื่องอะไร?”

 

..ไม่รู้หรอก นายโทรถามแม่เองดีกว่านะหลานรัก โอ้ แองจี้ มาลูก เรารีบกันอยู่ไม่ใช่เหรอ

 

            แองเจลิน่าพยักหน้ารัวๆทันที และแทบไม่กล้าสบตาอันเซียร์ อีกทั้งยังเม้มริมฝีปากเอาไว้จนแน่นสนิท

 

            น่าสงสัย?

 

            อันเซียร์ยืนมองตามแผ่นหลังของสองพ่อลูกที่เดินสวนเข้าไปในห้อง ก่อนจะพลิกกายเดินไปหยุดอยู่ที่มุมหนึ่งของตึก เป็นจุดปลอดคน

            เขาเอื้อมมือคว้าอุปกรณ์สื่อสารออกมา ก่อนจิ้มนิ้วมือลงบนที่สแกนรูปสี่เหลี่ยมเล็กหนึ่งครั้ง แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นมาแสดงภาพ เขาจึงเอ่ยเรียกชื่อที่ทำการบันทึกไว้ ท่านแม่ จากนั้นภาพก็ซูมไปที่ดวงหน้าหญิงวัยกลางคนที่กำลังแย้มรอยยิ้มอ่อนหวาน

 

            ตู๊ด ตู๊ด...

รอไม่นานนัก ปลายสายก็ขานรับพร้อมกับจอแสดงภาพเคลื่อนไหว ท่านแม่ของเขานั่งอยู่กับแพทตี้ เพื่อนของหล่อนนั่นเอง

 

ฮัลโหล อันเซียร์ แม่ว่าจะโทรหาอยู่พอดีเลย!”ปลายสายกรอกเสียงออกมาดังกว่าปกติ อันเซียร์จึงหมุนปุ่มข้างเครื่องสื่อสารเพื่อปรับระดับเสียงให้เบาลง

 

ท่านแม่ครับ ทำไมท่านแม่ลาหยุดงานให้ผมล่ะครับ”อันเซียร์พูดเข้าประเด็นทันที ตาสีแดงฉายรอยฉงนสงสัย เมื่อเห็นภาพแม่และเพื่อนแม่กระซิบกระซาบอะไรบางอย่างอยู่นาน และเมื่อตกลงกันได้ ราชินีแห่งโซลิเซียร์จึงยื่นหน้ามาใกล้จนเห็นตาสีม่วงอะเมทิสต์ชัดเจน

 

คืองี้นะลูกอันเซียร์ ฟังแม่ให้ดีๆนะ

 

ครับ

 

ลูกจะต้องเข้าพิธีแต่งงาน

 

“…”นี่แม่ล้อเล่นใช่ไหม เจ้าชายแห่งโซลิเซียร์พลันเบิกตาค้างพร้อมนิ่งอึ้งไป

 

ฮัลโหล!...นี่ลูกยังอยู่ในสายรึเปล่า!

 

ครับท่านแม่”

 

นั่นไง เขาตกลงแล้วล่ะ เห็นไหม ลูกชายฉันน่ะเลี้ยงง่าย เชื่อฟังแม่ของเขาจะตาย เขาจะไม่ทำให้แม่ผิดหวัง เพื่อโลกในอีกร้อยปีข้างหน้าแล้ว สายเลือดโพรเทกเตอร์อย่างเขาย่อมเสียสละได้!

 

เสียสละอะไรนะครับ? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับโลกอีกร้อยปีข้างหน้า?”

 

อันเซียร์ รีบมาที่บ้านเดี๋ยวนี้เลยนะ ทุกคนรอลูกอยู่ อ้อ ใส่ชุดสูทติดดอกไม้ที่แม่ส่งไปให้ด้วยนะจ๊ะ แม่รักลูกจ้ะ!!”

 

            ตู๊ด ตู๊ด

ปลายสายตัดบทฉับแล้วหายไป ทิ้งความงุนงงอย่างใหญ่หลวงให้เขาแบกรับไว้บนไหล่

 

“…”

 

            เขาชักสังหรณ์ไม่ดีเสียแล้วสิ

 

 

 

Writer: ฮ่า! มาแล้วบทแรก อยากจะมานั่งปั่นจริงๆขออภัยด้วยน้าไรท์ยุ่งมากๆอาทิตย์ที่ผ่านมาเลยไม่ได้มาอัพเลย จากนี้จะกระหน่ำอัพถ้ามีคอมเมนต์และกำลังใจส่งคืนมาบ้างTT ฮือออ

            เหนื่อยหนักมากต้องจัดสรรเวลาเรื่องเรียนและงานที่ได้รับมอบหมาย

            ประมาณว่าเหมือนไอลีนไปฝึกเป็นอัศวินพิเศษที่โทรปิคอร์นน่ะค่ะนึกภาพออกไหมแถมยังมีรายงานต้องเขียนด้วย แงๆ!

            เจอกันตอนหน้า คาดว่าคงอีกไม่นานค่ะ <3

 

บาบิQ

 

 

แนะนำตัวละคร

 

อันเซียร์ โซลิเซียร์

ตำแหน่ง : โพรเทกเตอร์

ธาตุ : น้ำ

Class : A

สถิติความสำเร็จภารกิจ 98%


 

โทมัส ฟิชเชอร์

ตำแหน่ง : โพรเทกเตอร์

ธาตุ : ลม

Class : B

สถิติความสำเร็จภารกิจ 87%

 

 

มิรินด้า เกติล่า

ตำแหน่ง : โพรเทกเตอร์

ธาตุ : พิเศษ(เก็บไว้ก่อน)

Class : B

สถิติความสำเร็จภารกิจ 93%


 

โมริน วิทช์

ตำแหน่ง : ไนท์

ธาตุ : ดิน

Class : E

สถิติความสำเร็จภารกิจ 0%


 

โจรสาวนิรนาม

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

779 ความคิดเห็น

  1. #742 id.zombie (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 01:13
    อันเซียร์เเต่งกับเค้าเองเเหละ 555 *หลบรองเท้าเเปป*
    #742
    1
    • #742-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 2)
      9 มกราคม 2561 / 00:21
      เป็นสามีแห่งชาติ ? ดีไหมน้อ
      #742-1
  2. #274 ฟีน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 19:59
    เปิดตอนแรกมาก็โดนจับแต่งงานซะแล้ว อันเซียร์ของฉันนนนนน 5555 กลับมาแล้วค่า จะเริ่มอ่านล่ะนะ
    #274
    1
    • #274-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 2)
      9 ตุลาคม 2559 / 20:13
      ยินดีต้อนรับโฆษกคนเก่งของไรท์ ^^~~555 คำเตือน : กรุณาทำใจ กับความเกรียนและ_น ของอันเซียร์ดีๆ นะคะ -w-
      #274-1
  3. #40 GraySterZ (@GraySterZ) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 06:38
    สงสารอันเซียร์5555
    #40
    1
  4. #35 Mazato Yume (@sleeplezzrr) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 09:57
    อันเซียร์ผู้น่าสงสาร~ คิคิ~
    #35
    1
    • #35-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 2)
      6 มิถุนายน 2559 / 00:33
      ดวงไม่ดี อาจเพราะทำบาป(กับเดรโก) ไว้มาก (ข้อหาขัดจังหวะ)
      #35-1
  5. #26 FangFySama (@FangFySama) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 13:38
    อันเซียยยยยยยยยยร์><
    คิดถึงมากกกกกกกอร๊ายยย
    สู้ๆนะคะไรต์อย่าหักโหมนะคะ ขอให้ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยดี วู๊ววววว ไฟท์ติ้งงงงง><
    #26
    1
  6. #25 Mind Moomoo (@moomoo_55555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 13:20
    รอนะค่ะ
    #25
    1