The Devil Princess's Protector ..ภรรยาของผมเป็นปีศาจ

ตอนที่ 12 : Chapter [11] ประชุม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 992
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    8 ก.ค. 59

[11]

 

            กลิ่นอายของผู้ใช้เวทธาตุน้ำบริสุทธิ์ลอยกรุ่นในอากาศ ไม่ว่าปีศาจหรือเทพก็ยังสัมผัสได้ ทุกชีวิตล้วนพุ่งความสนใจไปที่ร่างชายในชุดคลุมสีดำ ดวงหน้าคมภายใต้สายสว่างจ้าสะท้อนให้เห็นถึงความสงบนิ่งและเย็นยะเยือก แม้ว่าเวทบทนั้นจะยุ่งยากจนไม่มีใครคิดว่าผู้ใช้เวทคนไหนจะเอ่ยมนต์บทนี้

 

            ไม่เว้นแม้แต่เทพแห่งดาวมังกร ผู้ปกปักรักษาดวงดาวอันเป็นแหล่งพลังงานของผู้ใช้เวท ตาสีน้ำเงินหรี่ลงเล็กน้อยในขณะที่มองไปยังผู้ร่ายเวท และท่ามกลางความตื่นตะลึงนั้นเอง ก็สัมผัสได้ถึงพลังงานไอเวทที่เพิ่มพูนขึ้นจากเดิมอย่างรวดเร็ว

            จนไม่น่าเชื่อว่าพลังนั่นจะอยู่ในร่างมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น

 

            แต่แล้ว ตาคมคู่เดิมก็ต้องเบิกกว้าง เทพดาวมังกรเบี่ยงตัวหลบพลังงานที่วิ่งพุ่งเข้าใส่อย่างเร็วแรง ถ้าหากอาศัยเพียงสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์ก็ไม่อาจสังเกตุเห็นได้ทัน

            แต่ไม่ใช่กับเทพร่างสูงโปร่งยอบกายหลบ แล้วกระโดดถอยหลังกลับไปตั้งหลัก เปลี่ยนจากผู้ที่กำลังโจมตีเป็นฝ่ายตั้งรับ มือหนากระชับดาบยาวเรียวเอาไว้แน่น

 

            พลังงานนั้นเป็นระลอกคลื่นเล็ก ที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า

            และจะไม่น่าแปลกใจอะไร ถ้าคนที่สร้างพลังงานนั่นขึ้นมา จะไม่ใช่มนุษย์ผู้ใช้เวทธรรมดา

            ทันใดนั้น เทพผู้ที่มีนามว่า แคปริคอร์นัส จึงครุ่นคิดถึงเหตุที่ทำให้มนุษย์ ตรงหน้าได้รับพลังงานจากดวงดาว จนแข็งแกร่งขึ้นเทียบเท่ากับพลังของเทพ

            มนุษย์ ผู้ใช้เวท มักหยิบยืมตำราเรียนของเหล่าพ่อมดแม่มด ทำให้เกิดเรื่องเหนือธรรมชาติได้มากมาย กระทั่งเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร และไม่ใช่ว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน เพียงแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นกับตา ว่ามนุษย์สามารถทำได้ถึงเพียงนี้

 

            เปรี้ยง! เปรี้ยง!

แสงอัศนีบาตพุ่งสู่พื้นดินสองครั้งดังติดต่อกัน เกิดเป็นแสงสีม่วงและน้ำตาลสว่างวาบขึ้นแวบนึง พร้อมกับเงาร่างสองสายในนั้น

 

แคปริคอร์นัสเสียงทุ้มเรียบเอ่ยทันทีหลังจากที่ร่างบึกบึนกำยำปราดเข้าไปขวางหน้าชายที่ถูกเรียก เขามีผมสีม่วงอ่อนและลำแสงสีเดียวกันสะท้อนออกมาจากกาย และมันยิ่งเห็นได้เด่นชัดขึ้นเมื่อต้องลำแสงสีทองที่รายล้อมรอบเทพดาวมังกร

 

หยุดก่อน แคปริคอร์นัสชายผู้มาใหม่อีกคนพุ่งเข้าไปแตะไหล่เพื่อนเทพองครักษ์เอาไว้ ด้วยสีหน้าเป็นกังวล เขามีตาสีน้ำตาลและลำแสงสีเดียวกันรายล้อมรอบกาย

 

            ผู้ชมคนดูที่หยุดยืนมองภาพเหตุการณ์เบื้องหนาต่างอ้าปากค้างตามๆกัน เพราะไม่เคยเห็นการปรากฎตัวของเหล่าเทพองครักษ์ดวงดาวมากเท่านี้มาก่อน

            แคปริคอร์นัสไพซิสเอเรส

            เทพประจำดวงดาวราศีมังกร…ราศีมีนและราศีเมษ

 

พวกเขาจะมารุมอันเซียร์เหรอคะ!”โมรินอุทานเสียงสูงพลางยกมือทาบอก มีความหวาดกลัวปรากฎชัดบนใบหน้า เสียงนั้นทำให้เจ้าหญิงปีศาจที่มีความกังวลอยู่แล้วยิ่งเครียดจัด ดวงหน้าเล็กพลันซีดเผือดขึ้นกว่าเดิม ตากลมโตสีแดงสั่นริกๆ จ้องนิ่งไปยังร่างที่ยืนหลุบตานิ่ง พร้อมถือครองคฑาเปล่งแสงได้เอาไว้ในมือ

 

“…คงมาห้ามทัพมากกว่าท่านชายลีโอนาร์ดเบือนจากดวงหน้ากลมเล็กของคนข้างๆ พร้อมพูดความคิดออกมา พวกเทพไม่ค่อยชอบความวุ่นวายเท่าไหร่

 

“…แต่เทพดาวมังกรดูเหมือนไม่อยากรามือง่ายๆนะขอรับชายวัยกลางคนกลืนน้ำลายเอื๊อก เพราะจากการคิดวิเคราะห์ตาม และเห็นภาพตรงหน้าแล้ว ดูเหมือนเรื่องจะคลี่คลายได้ยาก ใบหน้าเทพแคปริคอร์นัสนั้นไม่สะท้อนความปราณีแต่อย่างใด อีกทั้งยังฉายรอยกรุ่นโกรธนิดๆทั้งที่เขาดูเป็นคนที่ดูไม่ชอบแสดงอารมณ์เท่าไหร่นัก

 

อันเซียร์ซินเธียได้แต่พึมพำเบาๆ เฝ้ามองสถานการณ์หลังจากที่ร่างสูงหนานั้นนิ่งสงบ และแสงสีขาวที่สะท้อนวาบจากอัญมณีซึ่งอยู่บนยอดปลายคฑาแล้ว เทพดาวมังกรก็ไม่อาจเข้าใกล้เขาได้เกินกว่านั้น และดูเหมือนถูกพลังบางอย่างสกัดกั้นเอาไว้ทำให้ต้องเบี่ยงตัวหลบถ้าหากเดินใกล้เข้าไปอีกก้าว

 

            หรือนั่นเป็นพลังงานที่มองไม่เห็นด้วยตา

ซินเธียขบคิดถึงศาสตร์แห่งมนตรา ตำราของเหล่าพ่อมดแม่มดซึ่งหล่อนเคยได้ยินได้เห็นมาบ้าง เนื่องจากแต่ก่อนหล่อนมีพลังอำนาจของปีศาจอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเรียนรู้เวทมนตร์จึงไม่ได้สนใจมากนัก

 

            สมรภูมิรบเล็กๆเริ่มคลายความคุกรุ่นลงตั้งแต่เทพสององค์เข้ามาปรามห้ามเพื่อนองครักษ์เอาไว้ คนถูกห้ามตวัดสายตามองไปที่บุรุษผู้ถือครองคฑาอีกครั้ง ก่อนจะหายวับไปพร้อมกับลำแสงสว่าง

 

            ทิ้งบรรยากาศเคว้งคว้างไว้กับผู้สังเกตการณ์ ซึ่งดูเหมือนการหายตัวไปของเหล่าเทพแห่งดวงดาวจะพรากเอาจิตวิญญาณออกไปด้วย จนแทบลืมหายใจ

 

            พลั่ก

ร่างสูงหนาที่ยืนหยัดอย่างมั่นคงในตอนแรกนั้น ทรุดฮวบทิ้งเข่าทั้งสองข้างกระแทกพื้น และคงล้มนอนหากมือหนาไม่พยุงคฑาไม้เอาไว้แน่นพอ

 

อันเซียร์!!”จากความละล้าละลังในการเข้าไปหา กลับเปลี่ยนไปทันทีเมื่อซินเธียเห็นร่างที่อยู่ในความสนใจมาโดยตลอดทรุดกายลงไป ร่างบางเล็กรีบผุดวิ่งเข้าไปหาก่อนใคร

 

            อันเซียร์หอบหายใจรวยริน แต่เมื่อเห็นหยดน้ำใสๆเอ่อคลอในดวงตากลมแดง บนดวงหน้าที่ยื่นเข้ามาใกล้หลังจากที่เจ้าหล่อนวิ่งไถลตัวมานั่งตรงหน้า เขากลับขมวดคิ้วแน่น

 

 ยัยเตี้ยฉันไม่ได้ตายซักหน่อยเมื่อหล่อนเอาแต่จ้อง เขาจึงพูดออกไปทั้งเสียงแหบพร่า

 

อันเซียร์ฮือออ~”ร่างเล็กกระแทกเข้ามาโผกอดโดยตวัดอ้อมแขนรัดรอบคอ จนคนถูกโจมตีเกือบหงายหลังลงไปนอน และหากเป็นเช่นนั้น ซินเธียจะเป็นผู้ทำลายสถิติที่ว่าไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาได้รับแผลจากภารกิจเลย ข้าขอโทษนะ ขอโทษที่ช่วยอะไรเจ้าไม่ได้เลยทั้งที่สามีภรรยาควรจะร่วมทุกข์ร่วมสุขตามคำสาบานของเราในวันแต่งงานฮือข้าส..สัญญา ว่าข้าจะต้องแกร่งขึ้นและช่วยเจ้าได้ ไม่เป็นตัวถ่วงของเจ้าอีกฮึกๆ

 

            อันเซียร์ใจหายวาบเมื่อได้ยินคำพูดแต่ละคำที่พ่นออกมา อันแสดงให้เห็นถึงสถานะของหล่อนชัดเจน และดีที่แม้ขาจะสั้นแต่หล่อนก็ยังวิ่งเร็วกว่าใครพวก จึงมาถึงก่อนใครพวก

            พวกเขากำลังหยุดยืนมองด้วยสีหน้าเป็นห่วงกังวล

            เจ้าชายโพรเทกเตอร์อยากจะตะโกนว่า ถ้าเป็นห่วงเขาล่ะก็ ช่วยเอาลิงเตี้ยตัวนี้ออกไปทีจะได้ไหม นี่เริ่มจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

 

ปล่อยได้แล้วน่าเขาเอ่ยเสียงแผ่วเบาลง รู้สึกทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย ไม่เคยมีครั้งไหนที่เหมือนถูกสูบพลังงานจากการร่ายเวทมากขนาดนี้

 

            แต่กระนั้นคนที่เอาตัวมาเบียดแน่น และซุกหนาไว้บนศีรษะเขานั้นยังคงนิ่งเงียบ มีเสียงสะอื้นร่ำไห้คลอเบาๆ จนคนถูกกอดผ่อนระบายลมหายใจออกมาอย่างใจเย็น

 

ซินเธีย

 

“…”

 

ฉันหายใจไม่ออก

 

อ้อข้าขอโทษ…”

 

            พูดเช่นนั้นไป หล่อนจึงยอมคลายกอด

อันเซียร์มองตากลมโตที่ฉ่ำน้ำตา มองสบประสานกับเขาอีกครั้ง ก่อนที่หล่อนจะยอมลุกขึ้นยืน ส่วนเขาก็อาศัยพลังเฮือกสุดท้ายในการดีดตัวขึ้นมายืนหยัดเต็มความสูงอีกครั้ง

 

            ไกลออกไปไม่กี่ก้าว ชายสองคนมองภาพของสองสาวที่แย่งถามไถ่อาการของผู้ใช้เวทหนุ่มอย่างเป็นห่วงไม่แพ้กัน เกิดช่องว่างของความเงียบ ทิ้งให้ความคิดลอยล่องในช่วงหนึ่ง ก่อนจะมีใครบางคนเริ่มเปรยขึ้นก่อน

ไม่น่าเชื่อว่า โพรเทกเตอร์แห่งครอสจะมีความสามารถสูงถึงเพียงนี้ ทั้งที่ภารกิจก็เป็นเพียงระดับEเท่านั้นนะขอรับชายวัยกลางคนยกมือกอดอก พลางลูบเคราตนเองอย่างครุ่นคิด ขณะที่นายท่านของเขาพยักหน้าเห็นด้วยเบาๆ

 

คราวหน้า ถ้ามีงานคุ้มครองสำคัญอะไรอีก เราจะจ้างเขา

 

นายท่านหมายถึงชายคนนั้น?”

 

ใช่และรวมถึง ซินเธียสาวน้อยคนนั้นด้วย

 

            ตาสีอำพันจับจ้องดวงหน้าเกือบเรียวของหญิงสาววัยแรกแย้ม ไม่ว่าจะดูมุมไหนหล่อนก็ดูไม่เหมือนผู้ใช้เวทที่จะคุ้มครองใครได้ และที่สำคัญ

            เขารู้ว่าร่างที่แท้จริงของหล่อนคือใคร

            หากแต่นี่อาจไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม?

 

            แต่แล้วทั้งสองจึงต้องหยุดบทสนทนาสั้นๆ และทิ้งความสงสัยไว้ในใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มโพรเทกเตอร์คนนั้นเดินตรงมาหา

 

ปลอดภัยดีใช่ไหมครับ

 

ท่านทำหน้าที่ได้เยี่ยม สมเป็นโพรเทกเตอร์แห่งครอสนะขอรับชายวัยกลางคนยิ้มกว้าง เผยให้เห็นซี่ฟันสีขาวสลับดำในช่องปาก

 

ครั้งหน้าหวังว่าจะได้รับการคุ้มครองจากท่านอีกท่านชายค้อมหัวเล็กน้อยด้วยท่วงท่าสง่างาม และมุมปากที่ยกยิ้มน้อยๆ

 

ขอบคุณครับแต่จะรับงานหรือไม่ ก็ขึ้นกับทางสถาบันเท่านั้น ถ้าเป็นงานที่นำความเดือดร้อนมาให้ ทางสถาบันก็คงรับไว้พิจารณา…”เสียงทุ้มเอ่ยราบเรียบหากแต่แฝงความนัย ที่ผู้จ้างทั้งสองเข้าใจเป็นอย่างดี

 

            ชายผู้นี้รู้ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาแล้ว

 

นี่มันภารกิจระดับSชัดๆ ไม่ใช่ระดับE แน่นอนค่ะ!!”โมรินโพล่งขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มเปลี่ยนไป ทั้งที่ยังมีรอยยิ้มของผู้ว่าจ้างค้างอยู่บนใบหน้า

 

หืมม์ สูงสุดเลยเหรอ แจ๋ว!”ซินเธียเบิกตากว้างแล้วยิ้มระรื่น แบบนี้ข้าก็ได้เปอร์เซ็นต์เยอะเลยสินะ ภารกิจแรกของข้า~”

 

ไว้กลับไปสถาบันก่อนเถอะ อาจมีการพิจารณาเลื่อนระดับภารกิจอันเซียร์ปรายตามองไนท์สาวทั้งสองที่หันมาจับมือกระโดดหย็องแหย็งแสดงความดีอกดีใจ รีบเดินทางเข้าเถอะ อีกไม่นานก็จะถึงโทรปิคอร์นแล้ว

 

            ทุกคนได้ยินดังนั้นจึงกลับไปยังรูปแบบขบวนคุ้มครองเกวียนไม้สีดำ ซึ่งอาศัยลมในการเคลื่อนที่ เหมือนกับที่ผ่านๆมา

 

 

            เนื่องจากเรื่องที่เทพแคปริคอร์นัส หรือเทพดาวมังกรที่ผู้ใช้เวทเรียกจนชินปาก ปรากฎตัวขึ้นกลางที่แจ้งนั้น กลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศที่ทำให้ผู้นำแต่ละแคว้นถูกเรียกตัวไปยังป้อมปราการครอส ซึ่งตั้งติดอยู่กับสถาบันครอส อะคาเดมี จึงเกิดความวุ่นวายในการจัดสถานที่ต้อนรับกษัตริย์และราชินีแห่งโซลิเซียร์ และราชามังกรแห่งโทรปิคอร์น

 

            พวกเขาเดินทางมาเร็วกว่าที่ทางนี้จะจัดเตรียมห้องได้ทัน

            และตอนนี้ มีเพียงโต๊ะปูทับด้วยผ้าสีแดงกำมะหยี่ และเก้าอี้ไม้หรูรายล้อมไว้สี่มุมโต๊ะ โดยมีแขกกิตติมศักดิ์นั่งกันครบจำนวนที่นั่งแล้ว

 

            ผมยืนหยุดที่มุมหนึ่งของห้อง เฝ้ามองการประชุมที่เริ่มมานานกว่าชั่วโมง และยังไม่มีทีท่าว่าจะหาข้อสรุปจากเรื่องนี้ได้

 

ลูกว่าเขาพูดแค่จะมากำจัดปีศาจน่ะเหรอท่านแม่อะความารีนเอี้ยวตัวกลับมาถามผมอีกครั้ง ตาสีม่วงอะเมทิสต์มีรอยกังวลไม่น้อย ผมไม่อยากให้แม่เครียดเพราะอายุเพิ่มมากขึ้นแล้ว แต่เรื่องนี้จำเป็นที่ต้องให้ทุกคนรู้

 

ครับเป็นนายจ้างสองคนนั้น ผมคิดว่าพวกเขาเป็นปีศาจจำแลง

 

            ราชามังกรตวัดสายตามามองผมแวบนึง และส่งคลื่นความคิดแทรกเข้ามาในหัว เขารู้ไหมว่าซินเธียเป็นปีศาจ?’

 

            ผมส่ายหน้าช้าๆเป็นคำตอบ

 

นี่แสดงให้เห็นว่า เหล่าเทพไม่ไว้หน้าเราอีกต่อไปเวรัน ครอส ผู้นำสภาความมั่นคงแห่งแคปริคอร์น ร่วมกับสถาบันครอส อะคาเดมี เอ่ยเสียงกร้าวเผยให้เห็นความโกรธเกรี้ยวในน้ำเสียงชัดเจน และแม้อายุจะล่วงเลยไปเป็นวัยคุณปู่ได้ แต่เขาก็ยังคงมีมัดกล้ามเนื้อและร่างกายกำยำบึกบึนแข็งแรงไม่แพ้คนหนุ่ม ไม่อย่างนั้นคงไม่แทรกมือเข้ามาจัดการปีศาจด้วยตัวเองหรอก

 

ได้ยินว่า มีรายงานเรื่องแวมไพร์ที่อาละวาดในโลกมนุษย์เราว่าท่านควรจัดการเรื่องนั้นก่อนท่านพ่อทรอนซีรา หรือกษัตริย์แห่งโซลิเซียร์ พูดราบเรียบแต่เปรียบเหมือนน้ำเย็นที่ลูบเอาความร้อนกรุ่นของบรรยากาศในห้องออกไปได้ไม่น้อย

 

กระหม่อมจะรีบจัดการทันที

 

ถ้าท่านต้องการก็สามารถเรียกใช้กองกำลังเดอะ ไนท์ ของข้าได้เลย ไม่ต้องเกรงใจนะท่านเวรันราชามังกรเอ่ย

 

หรือกองกำลังโซลิเซียร์ท่านสามารถเรียกได้เสมอท่านแม่รีบเสริม แล้วจากนั้นผู้นำทุกคนก็หันมามองจ้องหน้าสบตากัน

 

            เป็นอีกครั้งที่สามแผ่นดินแสดงความเป็นปึกแผ่นอย่างแน่นแฟ้น แคปริคอร์น โทรปิคอร์น โซลิเซียร์โดยไม่มีข้อผูกมัด กฎ พันธะสัญญาใดใด

            นี่คือพลังของมนุษย์ไม่รู้ว่าเหล่าเทพจะเข้าใจมันไหม นอกจากคำว่ากำจัดให้สิ้น

 

            ผมฉุกคิดถึงดวงหน้าเทพมังกร สายตาที่เขาจ้องมานั้น ผมคิดว่านั่นเป็นการประกาศว่าครั้งหน้าเขาจะไม่รามือ

            และผมคงดวงซวยขนาดปะทะกับเขาอีกครั้งหรอกใช่ไหม?

 

            หลังจากที่การประชุมเสร็จสิ้น และคณะเดินทางจากแต่ละประเทศเตรียมตัวทยอยเดินทางกลับ ผมก็ถูกท่านแม่คว้าตัวเข้าไปกอดเอาไว้ก่อน

 

แล้วเจอกันที่บ้านจ้ะ แม่เป็นห่วงลูกมากรู้ไหมฮึ? ทีหลังอย่าทำแบบนั้นอีกนะท่านแม่เอ่ยหนึ่งประโยคด้วยน้ำเสียงหลากหลายผมเหลือบมองท่านพ่อที่ยืนอยู่ด้านข้าง แค่สบตาผมก็รู้แล้วว่า ต้องมีการนัดพบนอกรอบอย่างแน่นอน

            ท่านพ่อไม่เคยห้ามที่ผมใช้เวทมนตร์นอกเหนือไปจากที่คนปกติเขาจะใช้กัน

            แต่ไม่รู้ว่าความคิดนั้นจะเปลี่ยนไปไหม หลังจากที่ผมใช้เวทถอดจิตออกไปต่อกรกับเทพ

 

            เฮ้อ แค่ป้องกันตัวเท่านั้นเองครับ ผมไม่ได้จะโจมตีสร้างความบาดหมางระหว่างเทพกับมนุษย์ซะหน่อย

 

อันเซียร์อีกเสียงหนึ่งเรียกให้ผมหันไปมอง ขณะที่ท่านแม่ยกมือขึ้นลูบหน้าผมเบาๆ ก่อนจะถอยห่างไปพร้อมกับท่านพ่อ ทิ้งให้ผมอยู่กับราชามังกรเพียงลำพัง

 

ธามส์ ไวเลอร์ มาทำอะไรที่ค่ายทหารฉันดูเหมือนว่าที่พี่เขยของผมจะกัดฟันพูด แม้ว่าจะยังคงฟอร์มหน้านิ่ง แต่ตาสีนิลแทบจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม เซ้นส์โพรเทกเตอร์ของผมทำงานอีกครั้งทันที

 

ผมไม่รู้เรื่องนั้น

 

หึ ฝากบอกยัยปีศาจซินเธียด้วยนะ ว่าช่วยเอาพี่ชายของหล่อนออกจากโทรปิคอร์น ก่อนที่ฉันจะไม่อดทนอีกต่อไป

 

“…”

 

            ผมเลือกไม่ตอบรับหรือปฏิเสธดีกว่าเพราะไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังเป็นมายังไง และจากดวงของผมที่ผ่านมานั้น ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ใช่ของตัวเอง

 

 

 

 

            ห้องนอนสี่เหลี่ยมดูแคบลงไปถนัดตาเมื่อมีร่างสูงหนานอนกึ่งนั่งพิงศีรษะอยู่บนเตียง ในมือถือหนังสือที่มีปกว่า ศาสตร์แห่งมนตรา บทที่๑๒๓ เอาไว้ เป็นกิจวัตรประจำวันก่อนเข้านอนปกติของเจ้าชายแห่งโซลิเซียร์ แม้ว่าวันนี้บรรยากาศในห้องจะไม่ได้เงียบสงบเหมือนวันก่อนๆ แต่เขาก็ยังพอทำใจรับได้บ้างแล้ว จึงไม่มีปัญหารบกวนสมาธิในการอ่านหนังสือมากนัก

 

            แม้ว่าจะมีเสียงเล็กแหลมดังงึมงำแทรกขึ้นเป็นระลอก

ร่างเล็กง่วนอยู่กับกองหนังสือเล่มโตหลายเล่มที่กองวางบนพื้นบริเวณปลายเตียงอย่างไม่เป็นระเบียบ โดยเจ้าตัวอ้างว่าการวางซ้อนกันนั้นทำให้หาข้อมูลลำบากไม่ทันใจ จึงได้มีกองหนังสือเกือบร้อยเล่มเกลื่อนพื้นจนแทบไม่มีพื้นที่ให้เดิน

 

“…การร่ายเกราะเวทต้องอาศัยพลังสมาธิมั่นคงไม่วอกแวก เกราะเวทแบ่งเป็น 4 ธาตุหลัก ดินน้ำลมไฟแต่ละธาตุก็แบ่งออกไปอีกดังนี้โอ๊ย~”เสียงลมหายใจดังพรืดกระทบหน้าหนังสือ คิ้วเรียวขมวดม้วนตัวเข้าหากันไม่ยอมคลาย นี่อันเซียร์ ก่อนจะร่ายเกราะเวทออกมาได้จำเป็นต้องท่องขนาดนี้เลยเหรอ

 

            คนถูกถามซึ่งนอนหนุนแขนข้างหนึ่งของตนเองไว้ด้วยท่วงท่าสบาย เพียงแค่ตวัดสายตาไปมองแวบนึง แต่ไม่ได้ให้คำตอบ

 

โอเค คนอ่านหนังสือกำลังมีสมาธิซินเธียพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะกวาดสายตาอ่านหนังสือตรงหน้าอีกครั้ง ดวงหน้ากลมเล็กก้มลงต่ำจนแทบจมลงไปในตัวอักษร ไม่นานจากนั้นมากนัก เจ้าหล่อนก็ทิ้งตัวลงนอนกลิ้งบนกองหนังสือแทน โอ๊ย ข้าไม่เข้าใจเลย! อ่านยังไงก็ไม่เข้าใจ…”

 

            เงียบ

ยิ่งพูดมากก็ยิ่งเหมือนอยู่คนเดียวในห้อง เจ้าหญิงปีศาจเริ่มฉุนกึก ก่อนเด้งตัวลุกพรวดขึ้นนั่ง แล้วมองแรงไปยังชายในชุดนอนผ้าไหมแขนขายาว แม้ว่าเขาจะดูเท่ สงบเยือกเย็น แต่หล่อนไม่ได้อยากให้เขาเป็นเหมือนรูปปั้นน้ำแข็งประดับห้อง! และบางทีก็อยากได้ความคิดเห็นจากเขาบ้าง

 

            ตากลมโตฉายรอยครุ่นคิดบางอย่าง ก่อนจะขยับยิ้ม ร่างบางเล็กในชุดเดรสยาวสีชมพูก็กระโจนขึ้นไปบนเตียงทันที

 

            แล้วก็ต้องยิ้มค้างเมื่อคนๆนั้นเสกเกราะเวทขึ้นมากันไว้ ไม่ว่าจะด้วยสัญชาตญาณของโพรเทกเตอร์หรือไม่ แต่นั่นทำให้ซินเธียไม่พอใจเป็นอย่างมาก

 

ไหนสัญญาแล้วไง ว่าจะนอนกอดข้าทุกคืน

 

“…”

 

แบบนี้มันผิดคำพูดนี่!”

 

การร่ายเกราะเวท ไม่ต้องคิดเยอะหรอก แค่ทำจิตให้นิ่งและว่างเปล่าเหมือนอากาศที่มองทะลุผ่านได้…”เสียงทุ้มแทรกขึ้นพร้อมกับตาสีแดงที่จ้องสบ เพียงเท่านั้นก็คลายความโกรธเคืองของใครบางคนไปได้ทั้งหมด ทั้งยังเรียกสีแดงเรื่อซับข้างแก้มทั้งสองข้าง “ที่สำคัญคือสมาธิ และควบคุมพลังเวทให้คงที่เหมาะสม

 

อือหล่อนรับคำอย่างเหม่อลอย การมองผ่านเกราะเวทสีฟ้าที่แสงของมันที่ตกกระทบบนดวงหน้าหล่อเหลา ทำให้คนตรงหน้าดูอบอุ่นอ่อนโยนขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน?

 

แต่ว่า แม้แต่เวทบทง่ายๆเธอก็ยังร่ายไม่ได้ ก็อย่าได้หวังว่าจะร่ายเกราะเวทได้

 

“…อ้าว

 

            ซินเธียมองเกราะเวทที่หายวับไป ความเจ็บแค้นใจดันแน่นท้นอก จนอยากระบายออกมา

            เป็นเรื่องจริงดังที่เขาได้กล่าวไว้ทุกประการ

            สถานะของเจ้าหญิงปีศาจตอนนี้ย่ำแย่ที่สุดในชีวิต เพราะนอกจากจะมีร่างเป็นเด็กสิบสอง ไม่มีพลังปีศาจ ร่ายเวทบทง่ายๆก็ไม่ได้ หล่อนยังต้องลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงคราวที่เทพมังกรจะรู้ความจริง และเมื่อไหร่จะเป็นหัวต่อไปที่เขาหมายจะกำจัดทิ้ง

 

งั้นข้าจะลองสิ่งที่น่าจะถนัดที่สุดดูหลังจากนิ่งเงียบไปนาน และพอจัดการอารมณ์ปั่นป่วนของตนเองได้แล้ว ตาสีแดงที่หม่นลงก็พลันสดใสขึ้น

 

            อันเซียร์ไม่ได้ถามว่าสิ่งที่ว่านั้นคืออะไร

เขาเอื้อมมือไปวางหนังสือไว้บนโต๊ะเล็กข้างเตียง ก่อนจะเลื่อนตัวลงนอน

 

            ภาพนั้นทำให้หัวใจของใครบางคนค่อยๆพองโตขึ้นทีละนิด

 

            เมื่อไม่มีเกราะเวทสีฟ้ากั้นกลางอีกต่อไป

ที่แท้เจ้าก็รักษาคำพูดที่ให้ไว้กับข้า…”ปากเล็กฉีกยิ้มกว้างจนเห็นครบซี่ก่อนที่เจ้าหล่อนจะค่อยๆกระแซะร่างเข้าหาไออุ่น ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ลำแขนเรียวเล็กก็ค่อยๆเลื่อนไปโอบแผ่นหลังแข็งแกร่ง ขณะที่ดวงหน้าแดงระเรื่อซุกบนอกอุ่น

 

            และได้ยินเสียงหัวใจ ที่ดังคงที่อย่างหนักแน่นสม่ำเสมอ

 

            ใจดวงน้อยกลับเป็นฝ่ายสั่นไหวไม่เป็นจังหวะเสียเอง

 

อันเซียร์ตาสีแดงกลมโตพึมพำเบาๆ ก่อนเหลือบมองเสี้ยวหน้าคมคายยามหลับใหล หล่อนรับรู้ถึงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอที่เป่ารดหน้าผาก

 

ราตรีสวัสดิ์จ้ะอันเซียร์ปากเรียวเล็กเงยกดลงบนคางเรียวของคนข้างๆ ระบายรอยยิ้มเล็กๆอย่างพึงพอใจก่อนที่จะจมดิ่งสู่ห้วงนิทราอันแสนหวานต่อไป

 

 

 

Writer: มีความหวานแล้ว อ๊ากกกกกกก เป็นไงกันบ้างคะ ถูกใจไหมเอ่ย??? ไรท์รีบพิมพ์มากๆดังนั้นจะมีจุดผิดพลาดเยอะมาก มาอ่านเองก็อยากกลับมาแก้ แล้วก็..ลืม 555 ถูไถไปก่อนนะคะ แงๆๆ ไม่อยากจะคิดถึงตอนรีไรท์เล้ย~//บาบิQ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

779 ความคิดเห็น

  1. #101 kumikotuan (@kumikotuan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 16:55
    ขอนอนด้วยซินเธียยย หวานมากกกก
    #101
    1
    • #101-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 12)
      11 กรกฎาคม 2559 / 22:14
      ตอนต่อไปหวานกว่าเน้!!
      #101-1
  2. #100 PreawPure (@PreawPure) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 10:15
    อยากกระแซะด้วยคน
    #100
    1
    • #100-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 12)
      10 กรกฎาคม 2559 / 22:23
      ฮุฮุฮุ อยากได้หมอนข้างอันเซียร์จุง
      #100-1
  3. #99 วาซาบิหวานฉ่ำ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 03:05
    ฝันดีค่ะ อันเซียร์ที่รัก จุ๊บ -3-
    #99
    3
    • #99-2 วาซาบิหวานฉ่ำ (จากตอนที่ 12)
      11 กรกฎาคม 2559 / 12:35
      ม่ายยย ไรท์หลบปายยย
      #99-2
    • #99-3 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 12)
      11 กรกฎาคม 2559 / 22:14
      แง้ว!!
      #99-3
  4. #98 FangFySama (@FangFySama) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 23:48
    งื้ออออ~ อยากจะเข้าไปอิงแอบอันเซียร์ด้วยอีกคน>///<
    #98
    1