The Devil Princess's Protector ..ภรรยาของผมเป็นปีศาจ

ตอนที่ 11 : Chapter[10] ภารกิจแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1041
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    7 ก.ค. 59

[10]

 

            การทำความรู้จักกับใครบางคนน่ะ มันต้องใช้เวลาไม่ใช่เหรอ…?

ผมครุ่นคิดอย่างหนักในหัวข้อนี้ตลอดหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สนใจคนสองคนที่เดินนำอยู่ข้างหน้า แต่เสียงดังจิ๊จ๊ะร่วมกับเสียงหัวเราะคิกคักผสมโรงของยัยเตี้ยตัวยุ่ง ซึ่งจู่ๆก็โผล่มาที่สถาบันในฐานะไนท์ ทำให้ผมถอนหายใจเบาๆเป็นครั้งที่สิบไม่สิ ถ้ารวมวันนี้ทั้งวันก็อาจจะถึงร้อย

 

            โมโม แล้วเจ้าเป็นไนท์มาเกือบสองเดือนแล้ว มีภารกิจไหนที่ว่ายากสำหรับเจ้าหรือเปล่าเนื่องจากผมต้องมองทางเดินปูนสีขาวที่ทอดยาวไปเบื้องหน้า แต่ดันมีร่างสองร่างเดินคุยกระหนุงกระหนิงกันอยู่ตรงหน้า ทำให้ผมมองเห็นเสี้ยวหน้าที่มีตากลมโตสีแดงเปล่งประกายวิบวับ เมื่อเจ้าหล่อนแหงนเงยมองคู่สนทนาที่ตัวสูงกว่า

 

            แถมสรรพนามที่ใช้เรียก และท่าทางคุยกันอย่างออกรสนั่น ดูราวกับเป็นเพื่อนรักกันมานานหลายสิบปี

 

ฉันเหรอเอ…”สาวผมสีน้ำตาลอ่อน กับตาสีเดียวกันเอียงคออย่างนึกคิด

 

ขอเดานะ เจ้าคงฝีมือร้ายกาจไม่เบา ถึงได้ถูกคัดเลือกมาอยู่ทีมเดียวกับสาเอ๊ย พี่ชายของข้าได้ว่าแล้วเจ้าตัวดีก็ยกมุมปากเหยียดยิ้ม แล้วหันมามองผมแว๊บนึง ก่อนจะคุยต่อแบบไม่มีสะดุด คลาสAใช่ไหมเจ้าน่ะ

 

อ้อจริงๆแล้วฉัน…”

 

พึ่บๆๆ

เสียงลมตีแว่วเข้ามาในหู ทำให้ผมกางเกราะเวทออกมาคลุมทับไว้ตามสัญชาติญาณ ส่วนไนท์มือใหม่สองคนก็เหมือนจะเพิ่งรู้ตัวหลังจากนั้นอีกห้าวินาทีเต็มๆ เหอะๆ ถ้าถูกหน่วยสังหารฝีมือดีโจมตีล่ะก็คงจะรอดยาก

 

ผมจึงกางเกราะเวทอีกสอง คลุมทับร่างไนท์อีกชั้นหนึ่ง

 

เสียงอะไรอ่ะ? อันเซียร์ เจ้าได้ยินไหมถ้าไม่ได้ยิน จะเสกเกราะเวทออกมาทำไมกันล่ะครับ

 

ผมจึงไม่ได้ตอบคำถามนั้น เพราะมัวกวาดสายตามองไปรอบๆอย่างรวดเร็ว ทางเดินที่ถูกเทปูนสีขาวทอดยาวนั้นมีต้นไม้สูงใหญ่ประปราย ขนาบข้างทั้งสองทาง มันเป็นเส้นทางเดินสู่โทรปิคอร์นที่เชื่อมยาวจากแคปริคอร์น สะดวกในการขนย้ายสิ่งของผ่านเกวียนเทียมม้า อย่างที่ใบจ้างเขียนเอาไว้ว่ามันถูกนำมาใช้ในการขนสิ่งของ

 

เอาอาวุธออกมาเร็ว ซินซิน

 

เฮ้ ตะกี้ข้าตกลงว่าจะให้เจ้าเรียกว่า เธียเธียน้า

 

โมรินชักอาวุธดาบยาวออกมาพลางยอบกายลงต่ำเกือบสุด ดีนะ ที่ดูเหมือนว่าซินเธียจะไม่ได้พกอาวุธมาด้วย ไม่อย่างนั้นถ้ามียัยนั่นยืนถือดาบอีกคนล่ะก็ ทั้งสองอาจจะกวัดแกว่งดาบแทงใส่หลังกันเองก็ได้

 

เอ่ออาวุธเหรอเป็นอย่างที่ผมเดาไม่ผิด ใครเขาจะให้เด็กสิบสองถืออาวุธกัน

 

เร็วเข้าซินซิน

 

ข้าไม่มีอาวุธนี่

 

ลงทะเบียนอาวุธรึยัง ทางสถาบันจะให้มาหนึ่งชิ้น เธอแค่ต้อง เรียกมันออกมา  

 

บนฟ้าเหมือนมีการเคลื่อนไหว มีวัตถุบางอย่าง เป็นเหมือนจุดเล็กๆบนท้องฟ้า และกำลังพุ่งดิ่งตรงลงมาอย่างรวดเร็ว ในจุดที่คนสองคนกำลังยืนพูดคุยเหมือนกำลังจิบน้ำชากันอยู่

 

หลบ!!”ผมจึงต้องตะโกนออกไป และก็อย่างที่คิด โมรินเพียงแค่หันซ้ายขวาอย่างเลิ่กลั่ก ส่วนยัยซินเธียกำลังยืนทำหน้างงพร้อมกับเตรียมจะอ้าปากพ่นคำถามใส่ผมไม่มีใครเข้าใจคำว่าหลบ!!รึไง นั่นมันแปลว่าทำเดี๋ยวนี้ หลบก็คือหลบไง พวกเธอไม่เข้าใจตรงไหน?

 

ตู้ม!!

ผมยื่นมือออกไปควบคุมเกราะเวทสองวงที่อยู่ตรงหน้าให้ย้ายหลีกไปอีกทาง

ขณะที่สิ่งของบนฟ้านั้นตกลงมาสู่พื้นอย่างเร็วแรงเพียงไม่กี่วินาทีถัดจากนั้น

 

แค่กๆๆเกิดฝุ่นตลกอบอวลจนไนท์สาวสองคนต้องไอสำลักเนื่องจากสูดฝุ่นควันไปเต็มปอด

 

นี่คือเจ้าหน้าที่จากสถาบันครอส อะคาเดมี ใช่หรือไม่?”เสียงแหลมเล็กจนไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากร่างชายวัยกลางคน เอ่ยขึ้นทันทีที่เขาก้าวลงมาจากตำแหน่งที่เป็นสารถีคนขับ ไม่มีสัตว์พาหนะนำทาง ส่วนตำแหน่งที่นั่งนั้นต่อกับเกวียนสีดำเรียบสนิท จอดนิ่งอยู่บนพื้นที่มีรอยแตกร้าวจากแรงกระแทกเมื่อครู่

 

โอ้โฮ เราดวงแข็งเป็นบ้าเลยโมโม

 

ผมพยายามไม่สนใจในเสียงที่แทรกขึ้น

 

ใช่ครับ นี่บัตรสั่งงานผมยื่นใบพลาสติกสี่เหลี่ยมใส ให้แก่คนตรงหน้า ซึ่งพยักหน้ารับเบาๆ

 

ท่านชายนั่งอยู่ด้านใน ไม่สะดวกออกมาต้อนรับ พวกท่านแค่ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีก็พอ

 

            ชายวัยกลางคนเหลือบมองด้านหลัง เกวียนเทียมสีดำที่ยังคงเงียบสนิทไม่มีเสียงใดใดเล็ดลอดออกมา

 

            ซินเธียเดินมาแทรกระหว่างผมกับผู้จ้าง แล้วไหนเพชรล่ะ

 

ขอโทษด้วยนะครับผมคว้าคอเสื้อยัยนั่นออกมาห่างสองสามก้าว ก่อนจะกระซิบเยียบเย็น ไม่ใช่หน้าที่ของสถาบัน ที่ต้องถามรายละเอียดการขนย้าย

 

            ยัยตัวเล็กค้อนขวับ พร้อมเบ้หน้าอย่างไม่พอใจนักที่ถูกลากออกมา เดาว่าเธอคงไม่ชอบร่างเล็กๆไร้พละกำลังต่อต้านของตัวเอง ดวงหน้าเกือบเรียวได้รูปพลันยุ่งขึ้นทันที ก่อนจะบ่นออกมาเบาๆ มีอย่างที่ไหนกัน รับงานแล้วไม่รู้งาน หรือว่ามีเรื่องผิดกฎหมายรึไง

 

            ผมจ้องนิ่งไปยังใบหน้าเจ้าเล่ห์ กับแววตาจับผิดของคนตรงหน้า

 

งี้เองบางทีสถาบันก็ต้องทำภารกิจลับๆ แบบผิดกฎหมายใช่มะ เช่นลักลอบขนย้าย ใช่รึเปล่า?”ซินเธียยิ้มกรุ้มกริ้ม จนน่าหมั่นไส้ แต่สิ่งที่ยัยนั่นพูดมาก็ใช่ว่าจะผิด

 

            เพียงแต่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่พนักงาน ทั้งโพรเทกเตอร์ ไนท์ หรือฮีลเลอร์ ล้วนแล้วแต่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถาบันเท่านั้น ภารกิจเหล่านี้ล้วนถูกกรองมาอย่างดี พวกเราแค่ทำมันให้สำเร็จ หรือไม่ก็ล้มเหลว แต่ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาแบบไหน ทางสถาบันก็เป็นผู้รับผิดชอบอยู่ดี ส่วนรางวัลหรือบทลงโทษก็ได้ถูกสรุปรวมเป็นเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จในแต่ละครั้งที่ทำภารกิจอยู่แล้ว

 

“เริ่มออกเดินทางไหมคะ เดี๋ยวจะไม่ทันกำหนดการโมรินเก็บดาบยาวกับปลอกดาบที่พาดสะพายไว้ด้านหลัง(หลังจากที่พยายามใส่เก็บมันอยู่นานตั้งแต่เกวียนตกลงมาจากฟ้า)

 

งั้นรบกวนรอสักครู่ กระผมจะไปเรียนคุณชายว่าเรากำลังจะออกเดินทางแล้วชายสารถีค้อมหัวลงอย่างนอบน้อม ดูท่าทางเหมือนบ่าวรับใช้ที่ถูกฝึกเรื่องการสำรวมกริยามารยาทเป็นอย่างดี เมื่อเห็นผมพยักหน้ารับ เขาจึงพลิกกายหันกลับไปเปิดหน้าต่างเล็กๆข้างเกวียน

 

            ดวงตาสีเหลืองอำพันคู่หนึ่งจับจ้องมาก่อน ผมหรี่ตาลงเพ่งมองเข้าไปด้านใน แต่ไม่เห็นรายละเอียดหรือหน้าตาของท่านชายลีโอนาร์ดที่ว่าเลยแม้แต่น้อย ไม่มีแสงสว่างภายในเกวียน แสดงว่า เขาคนนั้นปิดบานหน้าต่างทั้งหมด มีเพียงบานเล็กๆที่ถูกแง้มเปิดออกเล็กน้อยเพื่อพูดคุยกับคนรับใช้ของเขา

 

ท่านชายรับทราบแล้ว เริ่มขบวนได้ชายสารถีเดินกลับไปนั่งประจำตำแหน่งเดิม และต่อมาข้อสงสัยอีกหนึ่งก็ถูกคลี่คลายออกมา เมื่อจู่ๆก็มีลมหอบพัดมาโอบล้อมรอบเกวียนขึ้น ทำให้ล้อไม่ต้องแตะพื้นดิน และชายผู้นั้นเพียงแค่บังคับทิศทางของเกวียนเท่านั้น

 

ประหยัดเรื่องค่าบำรุง ค่าอาหารสัตว์น่ะชายผู้นั้นเหมือนจะรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ จึงตอบพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร

 

            ใช้เวทมนตร์น่ะเหรอ เวทบทไหนกันที่เรียกลมมาหอบอุ้มน้ำหนักของเกวียนและคนสองคนเอาไว้ได้? ผมขมวดคิ้วอย่างสงสัย แต่แน่นอนว่ามีใครบางคนก็สงสัยเหมือนผม แต่ไม่สามารถหักห้ามปากตัวเองได้

 

ไม่เหมือนแคปริคอร์นเลยนะ ปกติเวทใหญ่ขนาดนี้ต้องใช้พลังมากไม่ใช่เหรอ แล้วเดินทางไกลแบบนี้จะเป็นไปได้ยังไงซินเธียเอียงคอพลางเดินสำรวจรอบเกวียนที่เคลื่อนไปอย่างช้าๆอย่างสนอกสนใจ ส่วนโมรินก็เดินตามไปสมทบ ทำท่าทางลับๆล่อๆประหลาดๆชวนให้เสื่อมเกียรติแห่งสถาบันเป็นอย่างยิ่ง

 

พวกเธอน่ะ เดินนำไปเฉยๆไม่ได้เหรอผมจะพูดไปทำไมกัน ในเมื่อพวกหล่อนก็ไม่ฟังอยู่ดี

 

โมโม ดูนี่ดิ กระแสลมพวกนี้อุ้มเกวียนทั้งเล่มเอาไว้ล่ะซินเธียเอานิ้วชี้แหย่เข้าไปข้างเกวียน แล้วหัวเราะคิกคักอย่างเบิกบานใจ ส่วนโมริน ไนท์สาวคนนั้นก็ดูเหมือนให้ความสนใจ จึงเอื้อมมือออกไปจะทำท่าเลียนแบบบ้าง

 

            ครืด~

เสียงเปิดบานหน้าต่างไม้ ดังขึ้นจากเกวียนเทียมสีดำ คราวนี้คนในนั้นชะโงกหน้าออกมาเล็กน้อย ทำให้สามารถเห็นเค้าโครงใบหน้าของเขาได้ชัดขึ้น

            เขามีนัยน์ตาสีเหลืองอำพันอย่างที่เห็นแว๊บๆเมื่อครู่ ใบหน้าสะอาดสะอ้านเกลี้ยงเกลาไร้หนวดเครา ผิวขาวผุดผาด ได้กลิ่นอายของบัณฑิตมากกว่าพ่อค้าเพชร

 

ท่านชายลีโอนาร์ดเหรอซินเธียแหงนหน้ามองเสี้ยวหน้าที่ยื่นออกมาพ้นเกวียน เขากระพริบตาสองสามครั้งก่อนก้มมองหล่อน

 

ใช่

 

ข้าสงสัยว่าท่านทำได้ยังไงคือแบบว่า ใช้ลมน่ะซินเธียชี้นิ้วไปที่ล้อ บริเวณด้านล่างของเกวียน ส่วนท่านชายคนนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ

 

เวทของฉันเป็นธาตุลมน่ะสิเขาตอบสั้นๆ

 

คงเป็นธาตุบริสุทธิ์ เข้มข้นมากใช่ไหมคะ ไม่อย่างนั้นคงทำขนาดนี้ไม่ได้หรอกโมรินเสริมคำถาม นั่นทำให้ผมเริ่มปวดหัวตุบๆ ก็ท่าทีแสดงออกของพวกเธอมันไม่เหมือนมาทำงานคุ้มครองไม่ใช่เหรอ แถมยังจะชวนนายจ้างคุยเล่นอีก มันผิดกฎสถาบันในข้อที่ว่าห้ามข้องเกี่ยวกับนายจ้าง หรือมีความสัมพันธ์อื่นใดนอกจากภารกิจ ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลซะทีเดียว พวกเขาป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขั้นตามมา

 

คุ้มกันขบวนเดินทาง โมริน เธออยู่ฝั่งซ้าย ซินเธีย…”ผมพยายามสูดหายใจเข้าลึกเต็มปอดเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เพราะยัยนั่นเกิดอยากทดสอบความแข็งแรงของเกวียนจึงเตะเข้าไปที่ด้านข้างประตูดังปั้กๆ

 

ขอโทษนะครับผมเหมือนพาเด็กมาทัศนศึกษามากกว่า มาทำภารกิจไหม?

 

            เป็นอีกครั้งที่ผมเดินเข้าไปลากคอเสื้อยัยนั่นออกมา ก่อนจะกดเสียงต่ำอย่างดุดันเต็มที่ “เลิกเล่นได้แล้ว นี่เป็นภารกิจ ช่วยจริงจังกับงานหน่อยได้ไหม ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงได้ไล่เธอออกตั้งแต่ภารกิจแรก

 

รู้แล้วล่ะน่าหล่อนตอบสั้นๆ เห็นชัดว่าไม่สบอารมณ์ที่ถูกลากออกมาอย่างง่ายดาย

 

            แล้วร่างเล็กก็เดินก้าวยาวๆไปหยุดยืนในตำแหน่งที่ผมสั่ง

เฮ้อวุ่นวายเป็นบ้า

 

นี่ เธอน่ะเสียงจากคนในเกวียนดังเล็ดลอดออกมาพอให้ได้ยิน “ชื่อซินเธียเหรอ

 

            และแม้ว่าผมจะพยายามไม่ใส่ใจ แต่นั่นก็ช่วยไม่ได้ เพราะผมดันเป็นคนเดินปิดท้ายขบวน จึงเห็นการเคลื่อนไหวของทุกคนทั้งหมด และได้ยินเสียงนั่นด้วย

 

ใช่ ท่านชายมีอะไรเหรอ อย่าพูดกับข้านานนักนะ เพราะมีใครบางคนไม่ชอบที่ข้าคุยกับชายอื่นยัยนั่นพูดเรียบเรื่อยแต่ก็ไม่วายส่งสายตาหวานเยิ้ม และขยิบตาซ้ายหนึ่งทีปิดท้ายมาให้

 

            เหอะๆ งั้นเชิญคุยตามสบายเถอะ ผิดกฎสถาบันหรือถูกไล่ออก ก็ดีเหมือนกัน หล่อนจะได้ไม่ต้องมาป้วนเปี้ยนถึงในที่ทำงาน ขอให้มีสักทีที่เป็น สถานที่ปลอดซินเธีย บ้างเถอะ ทุกวันนี้แค่ในบ้านก็ไม่มีที่แบบนั้นอีกแล้ว

 

ทำไมเธอถึงมีพลังแปลกๆนะเอ่อ ขอโทษที คือฉันเป็นพวกมีเซ้นส์น่ะเสียงของเขาถูกเบาลง จนซินเธียทำท่าตะแคงหูเข้าไปใกล้ขึ้น

 

แปลกเหรอ แล้วมันแปลกยังไงล่ะ

 

มันเหมือนเหมือนกับว่า พลังของเธอมันถูกเวทพรางเอาไว้น่ะสิ ฉันสัมผัสได้ว่าเธอถูกปิดผนึกเอาไว้ นี่ไม่ใช่ร่างจริงของเธอใช่ไหม

 

            ผมชะงักเท้า ก่อนจะเดินก้าวเข้าไปใกล้ขึ้น มันไม่แปลกที่จะมีผู้ใช้เวทมีความสามารถพลังจิต เช่นเดียวกับน้าแพท แต่ว่า เขาไม่ควรรู้เรืื่องมากเกินไป โดยเฉพาะ ตัวตนของเจ้าหญิงปีศาจ ในโลกยุคนี้ใครๆต่างก็รู้ดีว่าสายเลือดปีศาจเป็นสิ่งที่่คนทั่วไปไม่ยอมรับ

 

โห! ท่านรู้ด้วยเหรอ!”เสียงเล็กกระซิบกระซาบเสียงสูง พลางยกมือขึ้นมาอุดปาก ตากลมโตสีแดงฉายรอยสนอกสนใจในตัวท่านชายคนนั้นทันที แล้วท่านรู้ไหมว่าร่างจริงของข้าเป็นยังไง

 

สวยเสียงคนในเกวียนตอบกลับแทบจะทันที

 

“…”ผมขมวดคิ้ว มองคนถูกชมซึ่งๆหน้านั้น กำลังยืนบิดม้วนตัวจนจะเป็นเกลียว เหอะๆ แค่ถูกชมก็หลงตัวเองขนาดนั้นเลยเนี่ยนะยัยเตี้ย

 

สง่างาม เหมือนกับเจ้าหญิง

 

            เจ้าหญิงปีศาจ

ในขณะที่ลังเลว่าควรจะลากยัยนั่นออกมาก่อนที่เรื่องจะบานปลาย และสถานะของหล่อนถูกเปิดเผยดีหรือไม่ เซ้นส์โพรเทกเตอร์ของผมก็เริ่มทำงานอีกครั้ง

 

            เกราะเวทขนาดใหญ่ถูกเสกคลุมทับทุกคนไว้ในนั้นทันที

 

            ตู้ม!!

เสียงพลังงานบางอย่างวิ่งพุ่งใส่เกราะเวท แต่ไม่สามารถเข้าได้ จึงเกิดแรงสั่นสะเทือนกระเพื่อมเหมือนระลอกคลื่นน้ำ แสงสีฟ้าสว่างวับให้เห็นว่ามันยังไม่ได้ถูกทำลายไป เกราะเวทยังอยู่ ส่วนผู้โจมตีก็ยังไม่ปรากฏตัวให้เห็น

 

เราถูกโจมตี!!”โมรินโพล่งขึ้นพร้อมชักดาบยาวออกมากำถือไว้ ส่วนซินเธียก็

 

            หมับ

พุ่งทะยานตัว กลับมาเกาะแขนผมไว้ทันที

ผมเหลือบมองเสี้ยวหน้าซีดขาวของยัยนั่น แล้วพลันคิดว่าใครกันที่ใจปล้ำกล้าจ้างไนท์ที่ไม่มีอาวุธมาร่วมภารกิจ คุ้มกันตัวเองไม่ได้ แถมโจมตีไม่เป็นอีกต่างหาก

 

..อันเซียร์แม้แต่เสียงก็ยังฟังดูหวาดกลัว ตาสีแดงกลมโตเบิกกว้างอย่างตื่นๆ เขามาแล้ว

 

“…ใคร?”

 

เทพดาวมังกร

           

            คลื่นพลังมหาศาลจากด้านหน้า ทำให้ผมหรี่ตาจ้องผ่านฝุ่นควันที่ยังหลงเหลือจากการโจมตีเข้าเกราะเวทเมื่อครู่ และเมื่อมันสลายกลายเป็นไออากาศจนหมด จึงสามารถมองเห็นทางเดินสีขาว ที่มีเงาร่างสูงสง่าของใครบางคนยืนขวางทางเอาไว้

 

            เขาคือเทพดาวมังกรแน่นอน ดูจากสีหน้าเรียบตึง การแต่งกายด้วยผ้าคลุมสีดำเรียบๆเหมือนมนุษย์ธรรมดา แต่กลบรัศมีเรืองรองสีทองอ่อนๆจากกายเขาไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องแสงอาทิตย์

 

            และดูเหมือนว่าคราวนี้เขาจะจงใจเปิดเผยตัวตน ว่าเขาเป็นใคร ไม่ได้จะปกปิดสถานะตนเอง

            การที่เทพมังกรปรากฏตัวขวางขบวน นั่นหมายความว่า เขาต้องมาเพื่อกำจัดปีศาจ

 

อันเซียร์เสียงสั่นเครือเรียกชื่อผมซ้ำไปซ้ำมา มือเล็กอันสั่นเทาเกาะแขนผมแน่นจนเริ่มเจ็บ

 

ไหนว่าเขาไม่รู้ว่าเธอเป็นปีศาจไงผมถามขณะที่ตายังจ้องบุรุษร่างหนาที่ก้าวยาวตรงมาเรื่อยๆ

 

..ไม่รู้ คราวนี้โตขึ้น ข้าอาจจะมีพลังปีศาจมาบ้างแล้วก็ได้

 

ปล่อยผมแกะนิ้วมือปลาหมึกออกอย่างยากเย็น พร้อมถอนหายใจออกมา ฉันจะไปเจรจา

 

ฮือๆไม่อาว~ เจ้าห้ามห่างกายข้ามือเล็กตะปบเข้ามารัดรอบแขนผมอีกครั้ง

 

ไม่อย่างนั้น ฉันจะส่งตัวเธอให้เขาไปเลย จะได้จบๆเรื่อง

 

ใจร้ายมากT^T”

 

            ผมมองมือเล็กที่ยอมปล่อยแขนในที่สุด ก่อนจะเบือนหน้ามองชายสารถีที่ทำหน้างง กับโมรินที่ยืนอึ้งอ้าปากค้าง โดยลืมกระทั่งยกอาวุธดาบออกมาป้องกันตัวเอง

            ผมค่อยๆเดินตรงไปยังสุดขอบของเกราะเวท และหยุดยืนพอดีกับช่วงที่เทพดาวมังกรมาถึง

 

ที่นี่ไม่มีสิ่งที่ท่านตามหาผมพูดเรียบเรื่อย พยายามสังเกตสีหน้าของเขา แต่มันไม่มีผลอะไรในเมื่อเขาไม่มีการแสดงสีหน้าแบบอื่น แม้แต่ขมวดคิ้วก็ไม่ทำ

 

มีปีศาจที่ต้องกำจัดเขาเอ่ยตอบกลับมาสั้นๆ ดวงตาคมสีน้ำเงินเบือนไปมองเกวียนไม้สีดำ

 

            ผมมองตามสายตาของเขา ไปหยุดอยู่ที่ชายสารถีที่แสดงอาการเนื้อตัวสั่นเทาอย่างหวาดกลัว

 

เขาไม่ใช่ปีศาจผมตอบกลับ

 

“…”ไร้ซึ่งคำพูด ตาสีเข้มมองสบตรงกลับมา และคราวนี้ผมแน่ใจว่าเขาจะไม่หยุดเพียงแต่เจรจาเท่านั้น

 

อันเซียร์!!”เสียงซินเธียกรีดร้อง พร้อมกับวินาทีที่ชายตรงหน้าชักดาบออกมาอย่างรวดเร็ว มีประกายสีทองอร่ามสว่างวาบแว๊บหนึ่ง ผมร่ายเวทหลีกหนีพาร่างตัวเองให้พ้นจากกรอบการโจมตีทันที

 

            เคร้ง!! โครม!!

เสียงดาบฟาดเข้าใส่เกราะเวท จนเกิดรอยร้าวและแตกลงมาเป็นเสี่ยงๆ คราวนี้อำนาจของเทพมังกรปรากฏชัดขึ้น พลังของผู้ใช้เวทที่ถูกหยิบยืมมาจากดาวมังกรนั้นแทบไม่เป็นผลจากเขา

            นั่นแปลว่า มีทางเดียวคือต้องหนี

 

หนีไป! คุ้มกันท่านชายหนีไปเร็วเข้า!ผมหันไปสั่งไนท์สาวที่ยืนกอดกันกลม ก่อนจะก้าวไปเผชิญหน้ากับชายตรงหน้า

           

[60%]

 

            สิ้นเสียงพูดตะโกนลั่นของเจ้าชายโพรเทกเตอร์ คนออกคำสั่งก็เรียกคฑาไม้ อันมีอัญมณีประดับอยู่ปลายยอด แสงสีขาววับทอเป็นประกายรายล้อมรอบมัน และเมื่อมันอยู่ในมือของชายผู้นั้น ยิ่งดูทรงพลังอำนาจมากขึ้น

เพียงแค่เห็นก็รับรู้ได้ถึงพลังอำนาจเวทของผู้ครองคฑา

 

ซินซิน ไปเร็วเข้าเสียงกระซิบเครียดดังขึ้นจากด้านข้าง แต่ทว่าซินเธียยังไม่ยอมละสายตาภาพจากบุรุษร่างหนาที่บัดนี้ยืนหันหลังให้ และกำลังเผชิญหน้ากับเทพดาวมังกรโดยไม่มีแววว่าจะถอยหนี

ดวงหน้าเกือบเรียวรีจึงเผยสีหน้ากังวลและหวาดกลัวปะปนกันไป หล่อนกลัวแทนใครบางคนที่อาจหาญยืนหยัดต่อต้านเทพมังกร คนเดียวที่เธอหวาดกลัวที่สุดรองลงมาจากท่านพ่อ

 

ท่านชายลีโอนาร์ด!”เสียงของชายสารถีดึงความสนใจจากไนท์สาวทั้งสอง ร่างเพรียวบางคล้ายสตรีก้าวออกมาจากเกวียนไม้สีดำ ซินเธียจ้องสบกับดวงตาคมกริบสีอำพัน ที่มองตรงมาที่เธอก่อน

 

ตู้ม!!

เสียงอัสนีบาตคำรามบนฟ้าเสี้ยววินาทีก่อนจะฟาดเส้นสายของมันลงมาบนพื้นดินอย่างแรง เกิดแสงสว่างวาบพร้อมกับแรงอัดแน่นคล้ายระเบิด

 

อันเซียร์!”ซินเธียร้องออกมาทันทีที่ลดมือลงจากการปัดป้องไม่ให้เศษดินกระเด็นเข้าหน้า  แล้วก็ต้องเบิกตากว้างอย่างลนลานหาร่างที่หายไปจากตำแหน่งที่เคยยืน

 

ไม่นะ

หรือว่าเขาตายไปแล้ว?

 

ในขณะที่กำลังตกใจสุดขีด ซินเธียก็พลันเห็นจุดเล็กๆบนฟ้า เมื่อแหงนหน้ามองก็พบว่าคนที่เธอห่วงนัก ได้ดีดตัวลอยพลิ้วไปอยู่บนฟ้า และกำลังค่อยๆประคองร่างตนเองลงมายังพื้นดินอย่างสง่างาม

 

เรือนผมสีเงินสะบัดพลิ้วขึ้นลงตามจังหวะ ร่างหนานั้นยืนเยื้องห่างออกไปประมาณสิบก้าว แรกเริ่มเดิมทีเจ้าหญิงปีศาจคิดจะตะโกนเรียกและวิ่งเข้าไปหา แต่ทว่า สีหน้าและแววตาของเขานั้นเปลี่ยนไป ดูไม่เหมือนคนที่เธอเคยรู้จักเมื่อสองสามวันก่อน

เขาที่ดูไม่สนใจสิ่งใดบนโลก และมักแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายอยู่เสมอ ยามนี้กลับเปลี่ยนเป็นดูจริงจังมุ่งมั่น หล่อนเหมือนได้เห็นเปลวไฟอันมุ่งมั่นในแววตาคู่นั้น

 

ไปเถอะสัมผัสได้ว่ามีใครบางคนจับกุมต้นแขนแล้วออกแรงฉุดดึงเบาๆ ร่างเล็กบางจึงโอนเอนกึ่งเดินกึ่งวิ่งคล้อยตามอย่างว่าง่าย

 

ท่านชาย?”ซินเธียกระพริบตาปริบ พลางมองเลยไหล่ท่านชายร่างเพรียวผู้นั้นและพบว่าโมริน และชายคนรับใช้ของท่านชายกำลังหยุดยืนมองอย่างรอคอย

 

ให้ทิ้งเขาคนนั้น ไว้กับเทพดาวมังกรผู้แข็งแกร่งขนาดนั้นน่ะเหรอ

ซินเธียเหลือบมองสองเท้าของตนที่วิ่งตามกลุ่มคนออกไปอีกทาง ในทิศที่ยิ่งห่างจากแรงระเบิดและเสียงสายฟ้าฟาด

 

แต่อดไม่ได้ที่จะเหลียวหลังกลับไปมอง แผ่นหลังกว้างของเขา ทักษะการหลบหลีกการโจมตีจากทั้งดาบยาวน่าเกรงขาม และสายอัสนีที่ฟาดลงไปยังตำแหน่งที่เขาหลบยืนและกำลังจะก้าวไป แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนทิศทางกะทันหันเมื่อโดนดักทางไว้ก่อนแล้ว

 

เจ้าชายโพรเทกเตอร์คนนั้นมีฝีมือป้องกันตัวเองอย่างยอดเยี่ยม กระทั่งตอนนี้ยังสามารถหลบหลีกโดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

แต่ถึงอย่างไร ซินเธียก็ไม่เห็นช่องโหว่ ที่อันเซียร์จะสามารถพลิกกลับเป็นฝ่ายโจมตีได้บ้าง เพราะคู่ต่อสู้ของเขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา เป็นเทพผู้พิทักษ์ ปกป้องดวงดาว นั่นย่อมหมายถึงความแข็งแกร่งเหนือกว่าพละกำลังของมนุษย์ แล้วผู้ใช้เวทจะเอาอะไรไปต้านทานอำนาจนั้นไหว?

 

“อันเซียร์อันเซียร์!!”ซินเธียสะบัดมือจากพันธนาการที่ต้นแขน ก่อนจะปราดเข้าไปหาแผ่นหลังกว้าง ลืมความกลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับเทพผู้ต้องการสังหารชีวิตปีศาจ

 

หลบไปนัยน์ตาสีแดงตวัดมามองแว๊บหนึ่ง ก่อนพูดเรียบๆ แต่วินาทีต่อมา ร่างหนาก็พุ่งกระโจนเข้ามาคว้าร่างบางเล็กไว้ ก่อนกดลงพื้นในท่าหมอบต่ำ โดยมีร่างนั้นนอนนิ่งอยู่ข้างใต้

 

ตู้ม!!!

ซินเธียรับรู้ได้ถึงแรงระเบิดที่ห่างออกไปราวสองเมตร สัมผัสถึงไอร้อน และเศษหินที่กระเด็นกระดอนเข้ามาปะทะข้างแก้ม

 

อย่าเป็นตัวถ่วงฉันหนีไปตาสีแดงก้มมองสบอย่างจริงจังอีกครั้งเป็นวินาทีที่เจ้าหญิงปีศาจกลั้นหายใจไว้แน่น ก่อนเสี้ยววินาทีต่อมา ไออุ่นจากร่างหนาพลันหายวับไป เพราะเขาดีดตัวขึ้นไปแล้วเสกเกราะเวทมาคุ้มกันร่างเขาและเธอไว้

 

ซินเธียเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งจากที่นั่นอย่างเร็วที่สุด คำสั่งของเขานั้นชัดเจนอยู่แล้ว เป็นความจริงที่ ณ ขณะนี้ เธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดา แม้มีเลือดปีศาจ แต่กลับใช้พลังไม่ได้ และเป็นอย่างที่เขาว่าไว้...เธอเป็นตัวถ่วงในสถานการณ์เช่นนี้

 

เจ้าหญิงปีศาจรู้สึกเจ็บแปลบ ขณะที่มือเล็กกำแน่นจนจิกเข้าไปในเนื้อ

 

นั่นเขากำลัง…”โมรินเบิกตาค้างขณะกำลังมองสวนไปทางทิศที่ซินเธียเพิ่งวิ่งจากมา เจ้าหญิงปีศาจเห็นสีหน้าตะลึงลานของทุกคน จึงอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง

 

เจ้าชายโพรเทกเตอร์คนนั้นกำลังยืนหลุบตา มือขวาจับกุมด้ามคฑาไว้แน่น แสงสว่างสีขาวค่อยๆถักทอเป็นเส้นใยดุจผ้าแพรไหมเนื้อละเอียดและสายน้ำกระเพื่อมไหวเป็นระลอกคลื่น รายล้อมรอบกายเขาไว้

 

เขาทำอะไรเหรอถึงจะมีความขุ่นเคืองใจอยู่นิดๆ แต่ซินเธียก็ยังอดห่วงไม่ได้ เพราะเทพดาวมังกรกำลังชี้ดาบไปยังจุดที่อันเซียร์กำลังยืนสงบนิ่งอยู่ หล่อนแน่ใจว่าวินาทีต่อมา ต้องเป็นการโจมตีประชิดตัวอย่างแน่นอน

 

ไม่น่าเชื่อว่ามีผู้ใช้เวททำแบบนี้ได้ท่านชายลีโอนาร์ดพึมพำกับตัวเองเบาๆ ทว่าได้ยินดังชัดถ้วนหน้า

 

อะไรเหรอซินเธียเริ่มร้อนใจขึ้น พร้อมกับงุนงงกับสีหน้าตื่นตะลึงของทุกคน

 

การถอดจิต เป็นการปลดพันธนาการของผู้ใช้เวท ให้ไร้ขีดจำกัดชายผู้มีกลิ่นอายของบัณฑิตหันมาให้คำตอบ ขณะที่ตาสีอำพันทอแสงอ่อน มุมปากยกยิ้มน้อยๆ นึกเอ็นดูหญิงสาวที่เผยสีหน้าเลิ่กลั่กลนลานออกมาอย่างธรรมชาติ การที่ผู้ใช้เวทดึงพลังจากดาวมังกรออกมาใช้นั้น เชื่อว่ายังไม่ถึงครึ่งของพลังสูงสุดที่พวกเขาสามารถใช้ได้

 

ถอดจิต?”ซินเธียกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ เธอแน่ใจว่าไม่ชอบคำนี้เลยแม้แต่น้อย การที่จิตหลุดจากร่างเป็นเรื่องที่ฟังแล้วดูไม่เข้าท่าไม่ใช่หรอกหรือ ถ้าอย่างนั้นอันเซียร์…”

 

ใช่…”ท่านชายพยักหน้าเบาๆ ก่อนตาสีอำพันจะเบือนกลับไปมองที่สมรภูมิรบเล็กๆ เขาจะกลายเป็นผู้ใช้เวทที่รับพลังจากดาวมังกร อย่างไร้ขีดจำกัด

 

เสียงคำอธิบายของท่านชายลีโอนาร์ด ทำให้สองไนท์สาวพลันใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ทั้งตื่นเต้นและรอลุ้นกับผลลัพธ์ที่จะเกิดตามมาภายหลังการต่อสู้นี้ ไม่เคยมีประวัติศาสตร์จารึกไว้ว่า เทพดาวมังกรเคยปะทะกับผู้ใช้เวทมาก่อน บางทีเหตุการณ์นี้อาจเป็นนาทีสำคัญที่ต้องจารึก และจดจำไปอีกหลายชั่วอายุคน

 

 

 

Writer: พักอ่านหนังสือจ้า~ อ่านแล้วเม้นกันหน่อยน้า คนแต่งต้องการกำลังใจ ~~ >.< อิอิ ขอบคุณทุกคนนะคะ ไม่อยากให้รอนานเหมือนกัน งานนี้รีบปั่นมาก ๆๆๆๆ 55 หวังว่าจะพอไหว แล้วเจอกันค่ะ//บาบิQ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

779 ความคิดเห็น

  1. #97 FangFySama (@FangFySama) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 23:39
    เป็นห่วงอันเซียร์T^T
    สู้ๆนะคะไรท์ ติดตามเสมอน้า><
    #97
    1
  2. #96 วาซาบิหวานฉ่ำ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 15:11
    เย้ๆ มาต่อจบตอนแล้ว

    สู้ๆค่ะไรท์
    #96
    1
  3. #95 honey_jackjin (@Kk_Jk) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 23:46
    ต่อโลดดดดด รอที่ท่าพระจันทร์ทุกคืนวันน ~
    #95
    1
  4. #94 kumikotuan (@kumikotuan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 22:56
    รออยู่น้าค่า ติดตามตลอดทุกวัน เผ้ารออันเซียร์กับซินเธียหนักมากกก
    #94
    1
  5. #93 t.Darling (@iamtey) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 22:02
    เจ้าหนูอันเซียร์มาแล้ววโอ้เย้✌
    สู้ๆนะ ไรท์ด้วยสู้ๆพักผ่อนบ้างเน้ออ
    แล้วมาอัพต่อน้าา ><555555 รอค๊าบบบ
    #93
    1
  6. #91 Toh Pichaya (@messitoh) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 15:36
    รออยู่น้าาา
    #91
    1
  7. #90 kumikotuan (@kumikotuan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 11:42
    เย้ๆ ได้อ่านสักที รอนานมากไรท์ ><
    #90
    1
  8. #89 t.Darling (@iamtey) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 11:12
    เจ้าหนูอันเซียร์สู้ๆ คืดถึงน้าา 
    #89
    1
  9. #85 Bio z (@bio-z) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 08:47
    รอค่ะพระเอกหึงค่ะ

    #85
    1
  10. #84 FangFySama (@FangFySama) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 06:53
    อันเซียร์อย่าเป็นไรไปนะT^T
    #84
    1