[Fic: JohnJae] `the Eternal oath

ตอนที่ 1 : ` Prologue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 มี.ค. 63

 

 

the Eternal oath ` คำสาบานแห่งนิรันดร์

Johnny x Jaehyun

 

 

 

Prologue

 

 

ประเทศเกาหลีใต้ เวลา 17 นาฬิกา 21 นาที ร้านกาแฟใหญ่แถบชานเมืองแห่งหนึ่งในกรุงโซล

 

ถาดเค้กบลูเบอรี่ชีสเค้กและเค้กวานิลาครีมท็อปด้วยสตอเบอรี่สีสดถูกยกมาวางลงบนโต๊ะ สีหน้าของผู้ที่เป็นคนยกถาดมาเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้าง ชายหนุ่มวัยยี่สิบปีตอนต้นนั่งลงที่เก้าอี้โซฟาตัวเล็ก ก่อนจะไม่รอช้าที่จะหยิบส้อมจิ้มขนมหวานกินอย่างมีความสุข

 

แก้มตุ่ยที่ได้ลิ้มรสหวานอมเปรี้ยมของครีมเค้กและสตอเบอรี่ ทำให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามต้องพลิกเสียงหน้านิตยสารให้ดังขึ้น ทำให้คนที่กำลังเพลิดเพลินไปกับของอร่อยรู้สึกตัว เขากระพริบตาปริบมองคนที่ยกหนังสือขึ้นอ่านปิดหน้าปิดตา อมส้อมไว้ในปากก่อนจะหยิบออกและวางส้อมลงข้างจาน

 

“ไม่กินอะไรหน่อยเหรอ แทยง?”

 

“.......”

 

คนถูกเรียกไม่ตอบแต่ปิดหนังสือในมือแล้วโยนมันวางลงกับโต๊ะว่างข้างๆ อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ ชายหนุ่มที่ถูกอีกคนเรียกว่าแทยงขมวดคิ้วลงแน่นจนแทบจะขมวดกันเป็นปม ยิ่งมองขนมหวานตรงหน้าที่กำลังถูกอีกฝ่ายตักกินไปทีละคำก็ยิ่งอยากถอนหายใจออกมา

 

“ชิ้นสุดท้าย” ชายหนุ่มผู้ต้องออกค่าเสียหายของหวานกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบทันทีที่เค้กจานที่สามถูกยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะโดยพนักงานร้าน แทยงถึงกับต้องส่ายหน้าไปมาให้กับอาการเสพติดของหวานขั้นเรื้อรังของคนตรงหน้า

 

เจ้าของใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มที่กำลังตักเค้กเข้าปากพอดีถึงกับชะงัก รีบวางส้อมลงแล้วหยิบกระดาษบางใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองวางลงบนโต๊ะ

 

แทยงที่เห็นธนบัตรห้าหมื่นวอนรีบถลึงตาใส่ชายตรงหน้าก่อนจะคว้ามันมาถือไว้

 

"เธอไปขโมยมาจากใคร"

 

"ฉันเปล่า" เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาทันควันและเม้มปากคว่ำลง

 

พอได้รับคำตอบที่รู้อยู่แล้วว่าคนถูกถามคงไม่ยอมรับความผิดง่ายๆ แทยงถอนหายใจก่อนจะพยายามเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ใหม่

 

เขากับผู้ชายตรงหน้ามาถึงโซลเมื่อตอนบ่าย นั่งรถไฟใต้ดินประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง และใช้เวลาเดินจากสถานีมาถึงร้านกาแฟอีกไม่เกินสิบนาที

 

คนที่เดินสวนกันไป มีกลุ่มผู้หญิงจากมหาวิทยาลัยประมาณแปดคน ผู้ชายสูงอายุประมาณสิบคน ชายหนุ่มขมวดคิ้วลงแน่นก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เจอผู้ชายวัยประมาณ 35 ปีคนหนึ่งเดินสูบบุหรี่ไม่เป็นที่เป็นทางผ่านหน้าพวกเขาไป พอนึกขึ้นได้ว่าธนบัตรใบนั้นถูกฉกมาจากใคร แทยงจ้องอีกฝ่ายอย่างคาดคั้นคำสารภาพ และเท้าคางมองไม่ละสายตาไปไหน

 

"แค่ห้าหมื่นวอนมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ" ในที่สุดชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลก็ยอมพูดออกมา

 

"แต่มันไม่ใช่หน้าที่เธอ แจฮยอน ถ้ามนุษย์ทำผิดกฎของโลกมนุษย์ ก็ต้องให้มนุษย์เป็นผู้ลงโทษกันเอง" แทยงเสยผมขึ้น เขามองไปที่แจฮยอนที่นั่งเงียบลงก่อนจะหันไปมองทางอื่นเพื่อคลายความโมโหคนตรงหน้าลง "มันไม่ใช่หน้าที่ของพวกเรา"

 

"แต่ว่า..." แจฮยอนก้มหน้าลงพูดอะไรไม่ออก พอเห็นดวงตาสีน้ำตาลแดงของแทยงฉายแววไม่พอใจ ชายหนุ่มเองก็ไม่อยากจะเถียงต่อให้ยืดยาว

 

“ฉันจะรายงานเรื่องนี้ให้ผู้พัน”

 

“ไม่เอาน่า… แทยง ฉันรู้ว่านายไม่อยากให้ฉันมาที่โลกมนุษย์ แต่อย่าบอกผู้พันเลยนะ” ถ้าขืนเอาไปบอกว่าเขาไปยุ่งวุ่นวายกับวิถีชีวิตของคนบนโลกนี้มากเกินไป เขาอาจจะถูกสั่งห้ามไม่ให้มาที่นี่อีก แล้วเขาก็จะอดกินขนมอร่อยจากโลกนี้ แบบนั้นแจฮยอนไม่ยอมเด็ดขาด

 

“ถ้ากล้องวงจรปิดตามถนนจับภาพเธอได้ขึ้นมา ฉันไม่อยากให้เธอเดือดร้อน แค่ชาโดว์ธรรมดาตัวเดียวให้ฉันจัดการเองก็ได้ ไม่ต้องถึงมือเธอหรอก แจฮยอน” แทยงใช้มือไปบีบจมูกคนที่นั่งทำตัวเป็นเด็กน้อยชอบกินขนมหวานแหววตรงหน้าอย่างนึกหมั่นเขี้ยว ที่จริงเขาก็แค่อยากขู่เฉยๆ ไม่ได้คิดที่จะฟ้องใครจริงจัง ทางด้านชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าแจฮยอนย่นจมูกใส่ ก่อนจะตักเค้กเป็นชิ้นพอดีคำตักเข้าปากตัวเองกินต่อ

 

“นายมีฉันเป็นคู่หู จะไปไหนก็ต้องไปด้วยกันสิ”

 

“เธออยากมาหาของกินที่โลกมนุษย์นี้มากกว่า ฉันรู้จักนิสัยเธอดี”

 

“เราพูดจาแปลกๆ มากันตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้วนะ ไม่กลัวคนอื่นในร้านได้ยินแล้วเขาสงสัยกันเหรอ”

 

“อ่า ช่างเถอะ” แทยงตอบแบบขอไปที คำว่าคู่หูมันเป็นคำที่เขาดูจะไม่พอใจที่แจฮยอนชอบเน้นย้ำคำนี้กับเขาบ่อยเหลือเกิน

 

ชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มอมแดงเสหน้าหันไปมองทางอื่น ข้างนอกร้านกาแฟเล็กๆ นี้มีฝนตกพรำและเริ่มจะตกแรงขึ้นทีละนิด มันเป็นสัญญาณของภัยอันตรายบางอย่าง ทั้งสองคนรับรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ พวกเขาจึงหยุดการสนทนาลงและยังเฝ้ารออยู่นิ่งๆ

 

เสียงกระดิ่งหน้าประตูร้านกาแฟดังขึ้นพร้อมกับลูกค้าคนใหม่ที่เข้ามา ชายตัวสูงสะดุดตาเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทพร้อมใบหน้าหล่อเหลา ร่างสูงเก็บร่มในตะกร้าหน้าร้านและถอดเสื้อโค้ทยาวตัวหนาพาดไว้ที่มือ ก่อนจะเดินมาสั่งกาแฟที่หน้าเคาน์เตอร์ และมองหามุมสงบในร้านนั่ง

 

น่าเสียดายที่มุมโปรดของเขาถูกลูกค้าหน้าตาดีคนอื่นจับจองที่นั่งเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว ร่างสูงเลือกที่จะไปนั่งตรงโต๊ะติดกระจกของหน้าร้านแทน แม้จะไม่ใช่ที่นั่งที่คุ้นเคยนัก แต่ถ้าฝนเริ่มซาลงเมื่อไหร่เขาจะได้รู้และไปที่อื่นต่อได้แบบนี้มันก็ดี

 

“ไปกันได้แล้ว” แทยงพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เขาลุกขึ้นยืนหลังจากที่เห็นแจฮยอนวางส้อมลง

 

“ได้เวลาแล้วเหรอ” คนหน้าหวานถามเสียงเบา วันนี้อุตส่าห์ได้แอบมาเที่ยวเล่นก่อนที่จะทำภารกิจทั้งที แต่กลับมีเวลาน้อยกว่าที่คิดไว้

 

“ยังไม่ถึงเวลา แต่ฉันจะไปดูลาดเลาก่อน”

 

“ข้างนอกฝนตกอยู่นะ” น้ำเสียงฟังดูสงสัยปนเป็นห่วงถูกเอ่ยถามออกมา แจฮยอนมองแทยงที่มีท่าทีแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยห้ามอะไร ทางฝั่งแทยงเพียงแค่สวมฮู้ดขึ้นมาบังฝนและเดินออกไปจนลับสายตา

 

ไฟที่ร้านกระพริบดับไปเพียงแค่ครู่เดียวก่อนจะสว่างขึ้นมาอีกครั้ง ผู้คนในร้านและพนักงานต่างพากันงุนงง มีเพียงแต่แจฮยอนที่ยกแก้วกาแฟดำขึ้นจิบด้วยท่าทีสงบ ไม่นานนักข้างนอกก็มีเสียงรถตำรวจเปิดสัญญาณวิ่งผ่านถนนหน้าร้านไป

 

แจฮยอนหันไปมองกระจกร้านที่ดูเหมือนจะเกิดความวุ่นวายขึ้นจากข้างนอก แต่คงจะเป็นแค่อุบัติเหตุท้องถนนเพราะฝนตกเลยทำให้พื้นลื่นมากกว่า

 

ชายหนุ่มนั่งมองสายฝนที่กำลังตกลงมาไม่ขาดสาย การกระทำของเขาถูกจับจ้องด้วยสายตาของใครคนหนึ่งที่หันหน้ามามองเข้าพอดี และตัวเองก็ไม่ได้กำลังมีจุดโฟกัสสายตาตรงจุดไหนเป็นพิเศษ ผู้ชายที่นั่งอยู่หน้าร้านหันมามองแจฮยอน ผู้ชายที่เขามองว่าเป็นคนหน้าตาดีมากคนหนึ่งและมีผิวขาวละเอียดมองแล้วเพลินตา คนที่นั่งกินขนมเค้กตรงมุมโปรดของเขาเหมือนกับเป็นเด็กน้อย ทั้งที่จริงแล้วรูปร่างเขาก็ดูโตเป็นชายหนุ่มวัยรุ่นมากพอควร

 

แจฮยอนลุกขึ้นยืนและหยิบเสื้อโค้ทเรียบยาวสีขาวขึ้นมาสวมฮู้ดปิดหัวตัวเอง เขาเปิดประตูเดินออกไปข้างนอกร้านทั้งๆ ที่ฝนกำลังตก ทันทีที่ออกมาข้างนอกกลิ่นฝนและพื้นดินก็ตีเข้ามาในจมูกทันที แถวนี้ยังพอมีผู้คนเดินผ่านไปมาอยู่บ้าง เจ้าตัวได้แต่นึกภาวนาให้คนแถวนี้ยังพอจะมีความคิดที่อยากจะกลับบ้านหรือเข้าไปหลบพักในอาคารที่ดูมั่นคงให้ไว

 

เพราะอีกไม่นาน… ระยะจากตรงนี้ไปไม่พ้นห้ากิโลเมตร มันกำลังจะกลายเป็นลานต่อสู้ของเขา …

 

“แจฮยอน ชาโดว์อยู่ข้างบน” เสียงของแทยงดังขึ้นมาจากระเบียงชั้นสามเหนืออาคารสำหรับเช่าเปิดร้านต่างๆ แห่งหนึ่งที่แจฮยอนกำลังยืนอยู่

 

“ขะ… ข้างบน? แบบนี้ฉันก็ทำอะไรมันไม่ได้สิ” ชายหนุ่มบ่นอุบปนเสียดาย เขาก้าวเดินต่อไปท่ามกลางสายฝน โดยมีแทยงที่คอยสังเกตการณ์บอกตำแหน่งของเป้าหมายนั้นให้

 

“ป้ายรถเมล์” เจ้าของสายตาที่เฉียบคมที่กำลังจ้องเงาดำบางอย่างเริ่มสบถออกมาอย่างร้อนรน “ไกลออกไปแล้ว อย่าให้มันไปทางทิศตะวันออก ฉันจะล่อให้มันไปที่โล่งข้างหน้า รีบตามมาล่ะ”

 

“รับทราบ” หลังจากตอบรับคำสั่งเสร็จ ร่างของแทยงก็หายตัวไปจากระเบียงชั้นสามภายในพริบตา แต่ก่อนที่แจฮยอนจะได้ออกวิ่งตามไปยังจุดที่โล่งตามที่คู่หูบอก จู่ๆ เม็ดฝนที่เคยตกลงมาใส่บนตัวก็หยุดนิ่งไป แจฮยอนหยุดชะงักขาที่กำลังจะออกวิ่ง เขาเงยหน้ามองไปข้างบน มีร่มของบุคคลไม่ทราบชื่อยื่นร่มกางบังฝนให้กับเขาอยู่

 

ใบหน้าหวานหันกลับมามองผู้เป็นเจ้าของร่มด้วยความสงสัย ใครกันที่มอบความมีน้ำใจแต่ไม่ถูกเวลานี้ให้กับเขากันนะ

 

“อ่า… คุณ…?” แจฮยอนขมวดคิ้วพยายามนึกว่าเคยเจอคนคนนี้มาก่อนหรือเปล่า แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

 

“ผมเดินไปส่งที่รถไฟใต้ดินให้ไหม” คนตรงหน้าสูงกว่าแจฮยอนอยู่นิดหน่อย นี่ขนาดว่าตัวเขาเองก็สูงมากอยู่พอสมควรแล้ว พอมายืนกับผู้ชายคนนี้ทำเอาแจฮยอนดูตัวเล็กไปเลย สองสายตาจ้องประสานกันอยู่สักพักเพราะแจฮยอนยังคงไม่ได้ตอบรับความหวังดีนั้น แต่แล้วชายหนุ่มก็นึกขึ้นได้ว่าเขามีหน้าที่ที่ต้องทำอยู่

 

“ไม่เป็นไร ผมไม่รบกวนดีกว่า” คนตัวเล็กกว่าส่งยิ้มให้ “ฝนแค่นี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอก”

 

“แต่…”

 

“แจฮยอน! ต้องรีบแล้ว ข้างหน้ามีชาโดว์สองตัว” 

 

“ทะ… แทยง!” แจฮยอนตกใจที่จู่ๆ แทยงก็โผล่มาข้างหลัง เขารีบผละออกจากชายแปลกหน้า นั่นทำให้ผู้หวังดีที่ไม่ทันได้ระวังว่าจะถูกผลักออกนั้นถึงกับถอยเซหลังไปสองสามก้าว และทำให้เขาเผลอปล่อยถุงกระดาษที่ถือติดมาด้วยตกหล่นไปกับพื้นทันที

คนที่เผลอใช้แรงผลักออกไปเยอะรู้สึกผิดขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงอะไรบางอย่างหล่น เหมือนว่าแจฮยอนจะทำให้ขนมเค้กที่ผู้ชายคนนี้ซื้อมาหกเลอะที่พื้นไปเสียแล้ว

 

แทยงเทเลพอร์ตกลับมาตามคู่หูของเขาถึงกับผงะทันทีที่เห็นว่ามีคนยืนอยู่ข้างๆ กับแจฮยอน ใบหน้าของชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลแดงแสดงท่าทีไม่พอใจมาก ก่อนจะตะคอกใส่แจฮยอนเสียงดัง “ฉันบอกให้รีบตามมาไง!”

 

“ขะ… เข้าใจแล้ว จะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” แจฮยอนรู้สึกร้อนรนไปหมด เขาต้องตั้งสติและโฟกัสไปที่หน้าที่ของตัวเองให้มากกว่านี้

 

“ลบความทรงจำเขาซะ แล้วรีบตามมาได้แล้ว” แทยงจ้องเขม็งไปที่ชายปริศนาที่มายืนอยู่ข้างๆ แจฮยอน เขารู้สึกไม่ชอบหน้าหมอนี่ตั้งแต่เห็นเดินเข้ามาในร้านเมื่อครู่นี้แล้ว…

 

คนที่ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นยังคงตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า เมื่อกี้นี้เขาเห็นผู้ชายผมสีน้ำตาลแดงจู่ๆ ก็โผล่พรวดมาได้ราวกับปาฎิหาริย์ ทั้งยังออกคำสั่งกับผู้ชายที่ชื่อแจฮยอนด้วยว่าให้ลบความทรงจำ แล้วจะลบความทรงจำของใคร? เขางั้นเหรอ?

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้น… แล้วสองคนนี้เป็นใคร

 

แจฮยอนมีสีหน้าลำบากใจ แต่ก็รีบพยักหน้าให้แทยงแต่โดยดี ท่ามกลางฝนที่ยังคงกระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย ชายหนุ่มยกมือข้างขวายื่นมาข้างหน้าของชายที่เขาไม่รู้จัก ก่อนจะเกิดแสงจางๆ สว่างออกมาที่มือ แจฮยอนหลับตาลง แสงแผ่วเบาค่อยๆ สว่างลงทีละนิดก่อนจะลดมือลงที่เดิม

 

“ไปได้แล้ว!” แทยงฉุดมือของคนที่มัวแต่โอ้เอ้ให้รีบออกวิ่งตามมา แจฮยอนมองใบหน้าของผู้ชายคนนั้นเป็นครั้งสุดท้ายและรีบวิ่งไปตามพื้นถนนที่ตอนนี้ถูกปิดกั้นพื้นที่การจราจรไม่ให้รถทุกชนิดเข้ามายังบริเวณนี้

 

รอยร้าวปริศนาบนท้องถนนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบกั้นเส้นทางออกไปเป็นระยะสองกิโลเมตร เป็นจังหวะเดียวกันกับที่จู่ๆ ก็มีรถเมล์สาธารณะคันหนึ่งที่ไร้คนขับกำลังตรงดิ่งพุ่งเข้ามาชนเข้ากับรถคันอื่นที่ถูกจอดทิ้งไว้พังเสียหายหนัก เสียงรถใหญ่ชนกันทำให้ผู้คนบริเวณนั้นแตกตื่นรีบหนีเอาตัวรอด

 

“เจ้านั่นมันเข้าไปสิงรถเมล์ มันออกมาแล้ว” แทยงที่คอยจับจ้องพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตที่พวกเขาเรียกกันว่าชาโดว์ ชายหนุ่มเทเลพอร์ตขึ้นมาอยู่บนตึกชั้นที่หกที่เป็นพื้นเรียบให้ใช้คอยสอดส่องพื้นที่ข้างล่างได้เป็นอย่างดี

 

“เห็นแล้ว ถ้างั้นฉันเริ่มเลยนะ” แจฮยอนลอบเข้ามาในพื้นที่ต้องห้ามของพวกตำรวจ ก่อนเข้ามาพวกเขาไม่ลืมที่จะกางอาณาเขตเวทมนตร์เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายจากมนุษย์และเริ่มปฏิบัติการกำจัดเจ้าสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายที่มักจะคอยสิงสู่ข้าวของต่างๆ และควบคุมให้มันสร้างความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือนหรือทำร้ายผู้คนบริสุทธิ์

 

ดาบยาวสองมือที่ดูแข็งแรงมั่นคงและมีพลังทำลายล้างสูง ถูกตีขึ้นมาจากเหล็กกล้าชั้นดีอาวุธคู่กายของแจฮยอน ชายหนุ่มเรียกอาวุธของตัวเองออกมาและวิ่งตรงไปที่รถเมล์คันที่ขับพุ่งรถคันอื่น กระชับสองมือที่จับดาบให้แน่นและยกขึ้นตวัดคมดาบผ่ารถเมล์แยกเป็นสองท่อนภายในดาบเดียว

 

เงาทะมึนสีดำมืดสนิทล่องลอยออกมาอยู่ตามพื้นถนนเหมือนวิญญาณเร่ร่อนไร้ที่อยู่ มันรับรู้ได้ถึงอันตรายและจะเข้าไปจับต้องสิ่งของที่เป็นเหล็กรวมถึงซากรถที่พังไปเพื่อจะควบคุมสร้างความโกลาหลไม่ให้ชายในเสื้อโค้ทสีขาวเข้ามาใกล้ได้ แต่แล้วก็ถูกลูกศรเวทมนตร์แห่งแสงที่ยิงมาโดยแทยงปักเข้าไปที่กลางร่างสีดำ และตามมาด้วยคมดาบเวทมนตร์ของแจฮยอนฟันเข้าเต็มๆ จนร่างของมันสลายหายไป

 

“ยังมีอีกตัว” แทยงลดคันธนูสีขาวขนาดใหญ่อาวุธประจำตัวของเขาลงมา ก่อนจะเบิกตาโพลงเพราะรับรู้ได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง “ไม่สิ สองตัว… สาม… ไม่ได้มีแค่ชาโดว์!”

 

“อิลูชัน” แจฮยอนหน้าซีดเผือดขึ้นมาทันทีหลังจากรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของแขยงอย่างอิลูชัน “ต้องแยกกันหาแล้ว ไม่งั้นเมืองเสียหายหนักแน่”

 

“โธ่เว้ย” ชายหนุ่มโกรธตัวเองที่เขาประมาทให้กับศัตรู ชาโดว์พวกนี้มันซ่อนตัวได้ดีหากอยู่ท่ามกลางสายฝน ถ้าอย่างนั้นเขาก็ต้องล่อให้มันเข้าไปอยู่ใต้อาคารให้ได้ ชายหนุ่มขมวดคิ้วหนัก เขาไม่เห็นด้วยกับการแยกกันค้นหาชาโดว์ตามที่แจฮยอนได้พูดเอาไว้ เพราะยิ่งเจอชาโดว์ประเภทอิลูชันด้วยแล้ว ยิ่งไม่ควรให้คนที่ต้องต่อสู้กับมันในระยะประชิดอยู่ห่างสายตา

 

“แทยง ตั้งสติให้ดีก่อน” แจฮยอนที่อยู่พื้นถนนข้างล่างพยายามเตือนสติเพื่อนตัวเอง “ค่อยๆ บอกฉันมาว่าชาโดว์อีกตัวอยู่ที่ไหน”

 

“เธอจะไปจัดการอิลูชันคนเดียวไม่ได้แจฮยอน มันเสี่ยงเกินไป”

 

“พูดแบบนี้ แสดงว่าไม่เชื่อในฝีมือของฉันใช่ไหม” แจฮยอนยืนนิ่ง เขาเก็บดาบสองมือเข้าไปในฟักดาบข้างลำตัวและเอ่ยน้ำเสียงที่ดูค่อนข้างจะผิดหวัง จนแทยงถึงกับพูดอะไรไม่ออก ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลแดงไม่เคยลืมถึงความเก่งกาจของแจฮยอนคนที่เขาอยู่มาด้วยกันร่วมเป็นสิบปี และเพราะรู้จักกันมานานเขาถึงได้รู้ว่าจุดอ่อนของนักดาบคนเก่งคนนี้ก็คืออิลูชัน… อีกหนึ่งชาโดว์ที่กลายพันธุ์และมีความสามารถในการแยกร่างและสร้างภาพหลอน

 

เขากำมือบีบคันธนูตัวเองและกัดริมฝีปากแน่น มันยากมากจริงๆ กับการตัดสินใจในครั้งนี้ หรือมันควรจะเป็นเขาที่จะไปจัดการกับอิลูชัน แล้วให้แจฮยอนไปตามเก็บกวาดชาโดว์ธรรมดาอีกตัวที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้แทน

 

แต่ไม่ได้ หากคำนวนจากระยะเวลาที่ใช้ไปแล้ว ด้วยความสามารถของแทยงที่สามารถเทเลพอร์ตได้ มันทำให้เขาสามารถจบภารกิจได้ไว และตามมาสมทบกับแจฮยอนได้รวดเร็วกว่า

 

“แทยง” เสียงของแจฮยอนดังขึ้นมาอีกครั้ง เขาเอ่ยชื่อของคู่หูของเขาให้รีบตัดสินใจก่อนที่จะมีใครได้รับอันตรายไปมากกว่านี้

 

“ฉันจะไปจัดการชาโดว์อีกตัวแล้วจะรีบตามไป” สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ต้องแยกกันไปกำจัดเงามืดเพราะความสามารถแยกร่างได้ของพวกมัน ถ้าไม่รีบกำจัดตัวปัญหาที่คอยสร้างร่างเงาเพิ่มอยู่เรื่อยๆ งานของพวกเขาคงไม่มีที่สิ้นสุดเสียที “อิลูชันอยู่หน้าโรงเรียนมัธยม ไม่เกินห้าร้อยเมตรจากทางซ้าย”

 

ชาโดว์กลายพันธุ์อยู่ไม่ไกลจากร้านที่พวกเขานั่งกันอยู่ก่อนหน้านี้แต่กลับไม่รู้สึกถึงตัวตนของมันเลยทั้งสองคน ดูท่าทางจะเป็นชาโดว์กลายพันธุ์ที่ไม่ได้จะรับมือกันได้ง่ายๆ แม้แต่ฝนที่ตกอยู่ตอนนี้ สภาพอากาศพายุลมแรง หรือแม้แต่ฟ้าผ่าก็เป็นฝีมือของมัน

 

หลังจากบอกตำแหน่งของเป้าหมายตัวต่อไปเสร็จ แจฮยอนสะบัดโค้ทตัวยาวสีขาวทิ้งไว้กับพื้นเพื่อที่จะเคลื่อนไหวได้สะดวกมากขึ้นและรีบวิ่งไปที่โรงเรียนมัธยมตามที่แทยงบอกทันที

 

บรรยากาศหน้าโรงเรียนดูเงียบผิดปกติ ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะว่าการจราจรแถวนี้ถูกเจ้าหน้าที่ปิดไม่ให้ใครผ่านเข้ามาแล้วหรือเปล่า แจฮยอนตรงดิ่งไปข้างในอาคารใหญ่ตามสัญชาตญาณตัวเอง ทันทีที่ประตูปิดลง ไฟเซนเซอร์ประตูกระพริบถี่และไฟฟ้าสถิตจนเครื่องพังยาวไปถึงตัวสายไฟทั้งอาคารนี้ ชายหนุ่มยืนนิ่งเตรียมพร้อมรับมือ เขาเสยผมที่เปียกขึ้นหลังจากรู้ตัวว่าเป็นเขาเองที่ถูกมันล่อเข้ามาในอาคารมากกว่า

 

“มันควบคุมอาคารนี้เอาไว้ทั้งหมดเลยงั้นเหรอ…” ไอเย็นของน้ำฝนที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามฝนธรรมชาติมันทำให้ความสามารถในการรับรู้ของแจฮยอนด้อยลง เขาจับความรู้สึกไม่ได้เลยว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าอิลูชันอยู่ที่ไหนของอาคารสระว่ายน้ำในร่มขนาดใหญ่โตแห่งนี้ และถ้าไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนมันจะทำให้เขาลงมือจัดการมันไม่ได้และก็ต้องติดอยู่ในนี้ นั่นคือสาเหตุหลักที่แทยงไม่อยากปล่อยให้แจฮยอนต้องมาเผชิญกับชาโดว์ตัวคนเดียว

 

ผู้ใช้ดาบนั้นเปี่ยมไปด้วยความสามารถในการทำลาย เด็ดขาดและยึดมั่น ไม่เกรงกลัวต่อคู่ต่อสู้ แต่ข้อด้อยอื่นที่ผู้ใช้ดาบขาดบกพร่อง จะถูกเติมเต็มด้วยความสามารถของผู้ใช้ธนูที่มีสมาธิเป็นเลิศ และควบคุมสถานการณ์จากตำแหน่งระยะไกลได้ดีกว่า

 

แม้จะรู้ตัวดีว่าถูกล่อเข้ามาติดกับดัก แต่แจฮยอนก็เลือกจะเดินตรงเข้าไป มองไปยังเสาแท่นกระโดดน้ำที่สูงใหญ่กับสระว่ายน้ำลึกขนาดสองเมตรด้วยท่าทางระวัง เขามองไปรอบๆ อาคารที่ทั้งกว้างและสูง แต่มันกลับไม่มีที่ให้หลบหรือกำบังใดๆ เลยเพราะมันเป็นสระว่ายน้ำของโรงเรียน

 

หลังจากที่ก้าวเข้ามาถึงกลางสนามสระว่ายน้ำ ภายในอาคารจู่ๆ ก็เกิดคลื่นความถี่ประหลาดและทำให้กระจกชั้นบนแตกออกเป็นเศษแก้วร่วงลงมาเต็มพื้น แจฮยอนที่อยู่ข้างใต้กระจกพอดีตัดสินใจกระโดดลงสระว่ายน้ำและนั่นมันก็ทำให้เขาได้เห็นร่างของเงาทมิฬขนาดใหญ่ ไอดำชั่วร้ายที่กำลังต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้มแห่งความตาย

 

ชายหนุ่มรู้ดีว่าชาโดว์ประเภทอิลูชันมักจะหลอกล่อสิ่งมีชีวิตอื่นด้วยสร้างภาพหลอน แต่มันสมจริงไปด้วยเสียง และกลิ่นหรือเล่นงานสัญชาตญาณของเขาได้จริง การที่เขาได้ยินเสียงกระจกแตกและกำลังร่วงลงมาเมื่อกี้มันเป็นแค่ภาพหลอนเท่านั้น และมันกำลังเล่นงานแจฮยอนให้หนักขึ้น โดยการแยกร่างออกมานับสิบและล้อมไว้ทุกทิศทาง แจฮยอนต้องยอมทิ้งดาบที่ถ่วงน้ำหนักตัวเอาไว้ให้จมไปที่ก้นสระ ร่างสูงโปร่งรวบรวมเรี่ยวแรงที่มีอยู่กลั้นหายใจลงไปในน้ำและถีบตัวกระโดดขึ้นมาทรุดนั่งลงชันเข่าข้างหนึ่งที่ข้างสระ ชายหนุ่มหายใจหอบแม้จะเคยฝึกการต่อสู้ในน้ำมาบ้าง แต่ในสถานการณ์แบบนี้การไม่ตกอยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบให้กับศัตรูก็ย่อมส่งผลดีกว่า

 

ร่างแยกของเงาดำลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำตรงหน้าของแจฮยอนจนชายหนุ่มต้องถอยไปตั้งหลัก ใบหน้าของนักดาบหนุ่มแสดงสีหน้าโกรธที่ยังหาวิธีเล่นงานเจ้าอิลูชันตัวนี้ไม่ได้ แถมยังเป็นฝ่ายที่ถูกเล่นงานเสียด้วยซ้ำและตอนนี้เขาก็ไม่มีดาบที่เอาไว้ใช้ปราบมันติดอยู่กับตัวด้วย

 

“ตัวจริงของแก… ยังอยู่ในน้ำสินะ”

 

แม้จะพยายามหลอกตัวเองอยู่กี่ครั้งว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นเพียงแค่ภาพหลอนก็ตาม แจฮยอนพยายามควบคุมสติตัวเองเอาไว้ ชาโดว์พวกนี้มันก็แค่สร้างภาพปลอมขึ้นมาก็เท่านั้น จริงอยู่ที่ว่าเขาเป็นผู้ใช้ดาบ อาวุธประเภทดาบคือสิ่งที่ร่างสูงโปร่งคนนี้ถนัดที่สุด แต่ก็ใช่ว่าเขาจะหยิบจับอาวุธอื่นอีกไม่เป็น

 

ปืนพกรูปทรงใหญ่ถูกหยิบขึ้นมาจ่อยังร่างปลอมของชาโดว์ที่ลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำ กระสุนแสงเวทมนตร์ทั้งสามนัดถูกยิงเข้าเป้าเต็มๆ แต่มันกลับถูกสะท้อนไปคนละทิศละทาง กระสุนสองนัดแรกสะท้อนออกไปยังทิศทางของทางเข้าออกอาคาร กำแพงหนาถูกทะลุผ่านและระเบิดออกเป็นวงกว้างด้วยความร้อนและความเร็วสูงของกระสุนเวทมนตร์ สร้างความเสียหายไปถึงประตูทางเข้าที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยกระจกนิรภัยแตกออกจากกันทันที

 

และกระสุนนัดสุดท้ายที่ยิงออกไป กำลังสะท้อนกลับมาทางแจฮยอน ที่ตอนนี้ก้าวขาจะหลบไปทางไหนก็ไม่ทันแล้ว…

 

“ระวัง!”

 

เจ้าของใบหน้าขาวดุจผิวปุยนุ่มของหิมะหลับตาลงแน่นเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ร่างสูงโปร่งถูกแขนแกร่งของใครคนหนึ่งสวมกอดเข้าและหันเอาตัวเองเข้ามารับกระสุนเวทมนตร์ที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วแทน

 

และเป็นวินาทีเดียวกันกับที่กระสุนเวทมนตร์นี้สลายหายไปทันทีเมื่อชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาบังกระสุนแทนให้ แจฮยอนเบิกตาตกใจ จากที่ยังตะลึงกับการที่ปืนเวทมนตร์ของเขาสร้างความเสียหายให้กับชาโดว์ตนนั้นไม่ได้ไม่พอ จู่ๆ ก็มีคนเข้ามาช่วยเอาไว้อีกด้วย คนคนนี้…

 

คนที่เขาเพิ่งจะลบความทรงจำไปไม่ใช่เหรอ!?

 

.

.

.

To be continued

 

 

 

 

 

 

Writer talk: เอ๊ะ เหมือนจะลืมใส่แท็ก #แทจอน หรือ #จอนแท ?

 

กราบบบบบบบบบบบ สวัสดีทุกคนที่เข้ามาอ่านฟิคเรื่องนี้ค่ะ ห่างหายจากการแต่งฟิคไปหลายปีมาก และเรื่องเก่าก็ดองไว้ด้วย (ยังไม่ทราบชะตากรรมเรื่องนี้เหมือนกัน) สวัสดีทั้งผู้อ่านหน้าใหม่ หรือผู้อ่านเก่าที่ยังติดตามผลงานของ ฮนร. ทุกท่านนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #1 Péripatéticien (@_cpht_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 13:41
    บู๊เต็มที่มาก ชอบความแอบมากินหนมโลกมนุษย์มากค่ะน่ารัก55555// ตื่นเต้นอ่าาา ความมาปราบปีศาจต่างๆเท่ระเบิด
    #1
    0