13:20 | wenrene

ตอนที่ 9 : : 09

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    12 มิ.ย. 63

 

‘ฉันตามหาตัวเองมาหลายวันหลังจากที่จูฮยอนพูดไปวันนั้น’

‘ฉันพยายามจะไม่เจอเธอ แต่ทุกครั้งที่มาก็เจอเธอแทบทุกครั้ง’

 

 

ลมหนาวพัดผ่านเลือนผมสีดำสนิทของซนซึงวานอย่างเบาๆ เธอมองซ้ายขวาก่อนจะเจอร่างอันคุ้นเคยที่เพิ่งลงจากแท็กซี่อย่างเบจูฮยอน กับสถานที่เดิมๆเหมือนเคยมาเมื่อคราวก่อนๆ

“ทำไมฉันต้องมาเจอเธอด้วยนะ...” ซนซึงวานพูดพร้อมมองร่างบางที่กำลังเดินไปที่อพาร์ทเมนท์อย่างนิ่งเฉย

“ถ้าฉันไม่มาเจอเธออีกมันจะเป็นยังไงนะ” ซึงวานมองตามแผ่นหลังนั้นที่กำลังหายไปในอพาร์ทเมนท์อย่างช้าๆ

 

ซึงวานเดินไปยังสนามเด็กเล่นอย่างนิ่งๆ ก่อนจะมองไปอพาร์ทเมนท์ของเบจูฮยอนที่อยู่ไม่ไกล ความสงสัยที่ยังคงมีอยู่ก็ไม่ได้ลบล้างไปจากความคิดของซนซึงวานในตอนนี้เลย แต่เธอกลับพยายามที่จะไม่อยากรับรู้และปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไป 

“เฮ้อออ!” ซนซึงวานถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

 “...” เมื่อรู้สึกว่ามีคนเดินมาใกล้ๆซนซึงวานจึงรีบเงยหน้ามองเจ้าของร่างนั้น และนั่นคือเบจูฮยอนที่มายืนอยู่ข้างๆ

“...” แววตาของเบจูฮยอนสบตากับซึงวานได้สักพัก จนเป็นซึงวานเองที่หลบสายตาคู่นั้นด้วยความอึดอัด

“ฉันพยายามหาตัวฉันเองใน 2019 แต่... ฉันพยายามทีไรก็ทำไม่ได้” ดวงตาของซึงวานหลุบลงอย่างเหนื่อยๆ

“...” เบจูฮยอนยังคงยืนนิ่งและจ้องมองซนซึงวานอย่างเป็นห่วง

“ฉันข-”
“แต่ไม่เป็นไรหรอก ต่อให้ฉันจะเจอหรือไม่เจอตัวเองในอนาคตมันก็ไม่สำคัญหรอก” ซนซึงวานรีบตัดบททันทีเมื่อรู้ว่าอีกคนจะเอ่ยอะไรขึ้น

“ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองมาที่นี่ได้ยังไง งั้นคุณไม่ต้องกังวลหรอกนะ” ซนซึงวานสบตากับเบจูฮยอนและยกยิ้มให้บางๆ

“ขอโทษที่ทำให้เธอมารับรู้เรื่องแปลกๆเหล่านี้นะ” เบจูฮยอนเอ่ยขึ้น แต่ซนซึงวานรีบส่ายหน้าและยิ้มอีกครั้ง

“เลิกพูดเรื่องนี้เถอะนะ เครียดไปเปล่าๆ” ซึงวานพูด

“เธอ...” คนตรงหน้าลากเสียงพร้อมมองซึงวาน

“ฉันไม่เป็นอะไรจริง ๆ แค่คุณทำงานก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว อย่ากังวลไปเลย” ซึงวานลุกขึ้นแล้วมองใบหน้าสวยของคนตรงหน้าที่ยังคงมีความกังวล

“เพราะฉันมาที่นี่อย่างไม่มีเหตุผล... ฉันก็ไม่อยากหาเหตุผลหรอก” ซึงวานพูดด้วยน้ำเสียงแอบหมดหวัง

 

“ซนซึงวาน” ดวงตาคู่สวยสบตากับซึงวานอย่างสั่นไหว

“...” เจ้าของชื่อมองเธออย่างนิ่งๆและสงสัย

“ถ้าหากมาที่นี่อีก...” เธอรวบรวมความกล้าก่อนจะพูดต่อ
“อย่าหนีหน้าฉันอีกเลยนะ ซนซึงวาน” เบจูฮยอนมองคนตรงหน้าอย่างจริงจังและดวงตาที่สั่นไหว

“คุณ...” ซึงวานเบิกตาโพลงเมื่ออีกคนนั้นจับได้

“ใช่ ฉันเห็นเธอทุกครั้งที่เธอมาที่นี่...”
“อย่าหนีหน้าฉันอีกเลยนะ ฉันอยากจะช่วยเธอเท่าที่จะทำได้...” ดวงตาที่คู่นั้นที่เต็มไปด้วยความจริงจังของเบจูฮยอน ทำให้ซึงวานรู้สึกผิดและสบตากับเธออย่างไม่เข้าใจ

.

.

.

 

เบจูฮยอนที่อยู่ตรงหน้าเมื่อครู่ ตอนนี้กลับเป็นกำแพงห้องที่คุ้นชินแต่ซึงวานเองยังคงติดใจกับเบจูฮยอนอยู่แล้วได้แต่นิ่งจนไม่สนใจว่าตัวเองนั้นตอนนี้จะอยู่ที่ไหน

“เฮ้อออ!” ซึงวานถอนหายใจออกมาอย่างอึดอัด

“เห้ยยย!!! ซึงวาน!” ซึลกิที่เดินอยู่ในบริเวณห้องนั่งเล่นต้องตกใจเมื่อจู่ๆซนซึงวานก็มาอยู่ข้างหลังเธอ ซึงวานรีบหันมองเพื่อนที่อุทานเสียงดังจนเธอเองก็ตกใจ

“มาได้ยังไงเนี้ย?” ซึลกิมองไปที่ประตูห้องสลับกับเพื่อนสนิทอย่างสงสัย
“หรือว่า...”

“อือ ฉันไป 2019 มา” เจ้าตัวกำลังอธิบายเพื่อนสนิทที่ทำหน้างงอยู่

“แล้วแกก็มาโผล่ห้องฉันเนี่ยนะ?” ซึลกิถามอย่างไม่เข้าใจ

“อื้อ!” ซึงวานพยักหน้า

“ฉันกำลังคุยกับเบจูฮยอนอยู่ แต่จู่ๆก็กลับมาโผล่ที่นี่” ซึงวานหันไปมองซึลกิ

“ไหนแกซนซึงวานจริงๆใช่มั้ย” ซึลกิเดินมาจับหัวและใบหน้าของเพื่อนเพื่อให้เกิดความมั่นใจ

“เดี๋ยวๆ แกก็เคยเห็นฉันโผล่ไปนู้นแล้วแกจะต้องกลัวอะไรอีก” ซึงวานรีบพูดขึ้น

“เออ ลืมไป” ซึลกิครุ่นคิดสักพักก่อนจะพูดขึ้น
“เฮ้อ / เฮ้อออ!” ทั้งคู่ถอนหายใจพรอมกันก่อนจะหันกลับมามองกันอย่างงุนงง 

“แกถอนหายใจตามฉันทำไมเนี้ย?” ซึลกิพูดพร้อมเดินหนีเพื่อนสนิท

“มีบางอย่างที่รู้สึกแปลกๆ อ่ะ” ซึงวานพูดพร้อมมองเพื่อนที่เดินไปหยิบน้ำในตู้เย็น

 

“ยังไงอ่ะ?” ซึลกิพูดพร้อมยื่นขวดน้ำมาให้ซึงวาน แล้วชวนนั่งลงที่โซฟาใกล้ๆ

“ไม่รู้อ่ะ” ซึงวานมองเพื่อนตรงหน้าและพูดอย่างนิ่งๆ

“อ้าว!” ซึลกิที่รอลุ้นคำตอบรีบอุทานขึ้นด้วยความหงุดหงิด

“ฉันก็ไม่เข้าใจความรู้สึกนี้เหมือนกัน” บรรยากาศกลับมาเงียบสนิท ซึลกิที่ยังสงสัยได้แต่มองเพื่อนสนิทที่สายตาตอนนี้ช่างดูสังเกตยาก

 

 

“ฉันขอนับถือหัวใจของแกเลยนะซึงวาน” ซึลกิเริ่มพูดอีกครั้ง

“หืม!?” ซึงวานเงยหน้าถามเพื่อนสนิทอย่างงุนงง

“จู่ ๆแกข้ามเวลาได้... แกไปเจอคนแปลกหน้าที่นั่น แต่แกกลับรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้ แกเก่งจริง ๆนะซึงวาน”

“...” ซึงวานนั่งฟังเพื่อนสนิทพูด

“ถ้าเป็นฉันคงแย่มากที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ หรืออาจจะเป็นบ้าไปเลยก็ได้” ซึลกิพูดพร้อมยกยิ้มบางๆ

“ฮ่าๆๆ แต่ฉันก็เคยเกือบจะแย่กับเรื่องนี้เหมือนกัน ที่ถ้าบอกใครไปแล้วใครจะเชื่อ” ซึงวานพูดปนขำๆ

“แต่ฉันขอเชื่อแก ฉันเชื่อว่าเรื่องที่แกกำลังเจอมันคือเรื่องจริง” ซึลกิพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทำให้ซึงวานพยักหน้ารับรู้ก่อนซึลกิจะเอื้อมมือมาตบไหล่เบาๆ

“ขอบใจนะ ที่เชื่อฉัน”

 

 

........

 

 

ประตูรั้วเปิดออกหลังจากที่เจ้าของบ้านนั้นมาถึง โกลเด้นเดินออกมาทักทายเธออย่างเป็นมิตร ซนซึงวานเดินตรงไปแล้วลูบหัวเจ้าบ๊กซังอย่างอ่อนโยน 

“ขอโทษนะที่ช่วงนี้ไม่ได้ตั้งใจหาแม่นายเลย”
“ฉันเหมือนกำลังหลงทาง ฉันขอโทษนะบ๊กซังที่ทำหน้าได้ไม่ดีพอ” ซนซึงวานนั่งคลุกเข่าแล้วโผกอดโกลเด้นที่สุดแสนน่ารักอย่างแนบแน่น

“...” ดวงตาที่แดงกล่ำเผยให้เห็นหลังจากที่คลายกอดจากบ๊กซัง 

“โฮ่ง!” เสียงที่ตอบรับและอุ้งเท้าที่สัมผัสมือของซึงวานเหมือนคำปลอบใจที่สุดพิเศษ

“โอเค ฉันจะไม่ร้องไห้บ๊กซัง ฉันจะหาแม่นายให้เจอให้ได้รอหน่อยนะ”

.

.

.

 

23:35 น.

สายตาที่เริ่มอ่อนล้าของซนซึงวานนั้นริบหรี่ลงเรื่อยๆ หลังจากที่อ่านหนังสือมาเป็นเวลานาน เสียงเข็มนาฬิกาที่ดังที่สุดในตอนนี้ทำให้เจ้าตัวเลือกที่จะปิดหนังสือ

“เฮ้อออ!” มือของเธอค่อยๆ หยิบแว่นที่ใส่อยู่ออกอย่างเหนื่อยๆ

 

“ถ้าหากมาที่นี่อีก...” 

“อย่าหนีหน้าฉันอีกเลยนะ ซนซึงวาน”

 

อยู่ๆ ประโยคที่เบจูฮยอนนั้นพูดเมื่อตอนเย็นนั้นก็โลดแล่นเข้ามาในความคิดของซนซึงวานอย่างรวดเร็ว

“เฮ้อ! เป็นอะไรไปซึงวาน” เธอตบหน้าตัวเองเบาๆ สองสามทีก่อนจะลุกขึ้นไปยังเตียงที่อยู่ไม่ไกล

 

“อย่าหนีหน้าฉันอีกเลยนะ ฉันอยากจะช่วยเธอเท่าที่จะทำได้...”

 

“ทำไมช่วงนี้ถึงมีแต่เรื่องของเธอมาอยู่ในความคิดกัน”

 

‘และนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกว่า... ฉันไม่อยากกลับมาปัจจุบัน ฉันอยากจะสบตากับเธอและเข้าใจความรู้สึกของเธอให้มากกว่านี้’

 

 

_________________

 

Talk.
สวัสดีค่าารีดเดอร์ทุกคน
วันนี้มาช้าแต่มาแล้วน้าา
โปรดติดตามตอนต่อไปกันด้วยนะงับ

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น