13:20 | wenrene

ตอนที่ 6 : : 06

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 80
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    22 พ.ค. 63

“ฉันฝันแบบนี้อีกแล้วโชรง ฉันกลัว...”

“ฉันกลัวทำไม่ได้”

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของเบจูฮยอนออกมาพร้อมบอกกับปลายสาย ที่เข้าใจตัวเธอทุกอย่าง

“อ่า! ฉันเสร็จแล้วคุณ ไปกันเลยมั้ย?” ซึงวานที่ดูตื่นเต้นเพราะจะได้ไปสำรวจข้างนอกที่อาจจะเปลี่ยนไปมากกว่าปัจจุบัน

“อ่า.. แค่นี้ก่อนนะโชรง” เบจูฮยอนหันมามองอีกคนเล็กน้อยก่อนจะหันไปพูดกับปลายสาย

 

“...” ซึงวานเห็นสีหน้าของอีกคนไม่ค่อยดีนักจึงได้มองอย่างสงสัย

“ไปกันเถอะ” จูฮยอนรีบหันมาพูดกับคนตรงหน้า

“คุณไม่สบายใจรึเปล่าที่ฉันจะไปด้วย? งั้นฉันไปนั่งที่สวนธารณะแถวนี้ก็ได้ พอจะมีใกล้ๆมั้ย?” ซึงวานที่เดินตามหลังเธอออกมาจากห้องถามขึ้น

“เปล่า ไม่มีอะไรหรอกวันนี้อากาศค่อนข้างเย็นน่ะ” เบจูฮยอนตอบปัดๆเพื่อไม่ให้อีกคนสงสัย

“อ่า...” ซึงวานพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ว่าแต่ทำไมฉันยังไม่กลับไปอีกนะ” ซึงวานพูดกับตัวเองอย่างไม่เข้าใจ

 

ซึงวานมองเลขชั้นที่อยู่ใกล้ๆบันไดที่เธอกำลังเดินลงอย่างสงสัย เท้านั้นก้หยุดชะงักทันทีเมื่อมองกำแพงรอบๆที่เป็นสีเหลืองเหมือนเคยเห็นมาก่อน ก่อนวันที่เธอโดนรปภ.นั้นลากตัวเธอลงมาด้วยซ้ำ

‘ชั้น5 กำแพงสีเหลือง...’

‘ที่ฉันสงสัยมาตลอดคือเธอจริงๆหรอ...เบจูฮยอน’

เธอรีบคว้าข้อมืออีกคนที่กำลังเดินอยู่อย่างรวดเร็ว

“เป็นอะไรไป? ทำไมจ้องหน้าฉันแบบนี้ล่ะซึงวาน?” เธอหันมาด้วยความตกใจและมองซึงวานที่จ้องเธอไม่ละสายตา

 

‘แต่ฉันไม่เข้าใจเลย... เพราะอะไรกัน?’

 

“ซึงวานฉันเริ่มเจ็บมือแล้วนะเมื่อไหร่จะปล่อยฉันสักที” คนที่โดนจับที่ข้อมืออย่างแน่นท้วงคนตรงหน้าที่ได้แต่จ้องเธอไม่พูดอะไร

“เอ่อ... ขอโทษที” ซึงวานรีบปล่อยมือทันทีเมื่อรู้ว่าจับข้อมือของเธอแน่นมากไป

“เป็นอะไรไป ฉันถามเธอเมื่อกี้เธอก็จ้องแต่ฉัน” เบจูฮยอนยังคงถามอย่างสงสัย

“มะ ไม่มีอะไร คุณรีบไปซื้อของไม่ใช่หรอรีบเดินเถอะ” ซึงวานเลือกที่จะไม่ตอบอะไรคนตรงหน้า

.

.

.

“คุณมาซื้ออะไรหรอ? เราเดินในตลาดนี้นานแล้วนะ” ท่ามกลางผู้คนในตลาดมากมายซึงวานโน้มตัวไปใกล้ๆเบจูฮยอนจากด้านหลังเพื่อพูดให้เธอได้ยิน

“เอ่อ... ฉันจะทำเมนูที่หาของยากน่ะ” สายตาของเธอตอนนี้กวาดมองไปทั่วตลาดจนแทบไม่สนใจซึงวานด้วยซ้ำ

“คุณ” ซึงวานสะกิดไหล่เธอ

“หืม!?”

“ฉันขอตัวไปซื้อน้ำแปปนึงนะเดี๋ยวตามไป” ซึงวานมองด้านหลังของอีกคนที่ไม่แม้จะหันมามองเธอเลยและได้แต่ยกมือโอเคขึ้นมาเพื่อรับรู้ ซึงวานพยักหน้าแล้วเดินไปซื้อน้ำทันที

“ได้โปรดให้ฉันหาเจอที” เบจูฮยอนเดินกุมมือพร้อมใบหน้าที่เคร่งเครียด สายตาของเธอยังคงพยายามมองหาคนที่เธอพยายามจะหาอยู่แต่ก็ไร้วี่แวว

 

 

จนเธอเดินมาที่เดิมเป็นรอบที่สามแล้วเธอก็เริ่มสงสัยว่าซึงวานนั้นหายไปไหนหลังจากขอไปซื้อน้ำ แต่เธอก็ยังคงตามหาคนที่เธอพยายามหาอยู่ไม่ละเลิก

“ขอทางก่อนนะคะ! ขอโทษด้วยค่ะ!” เสียงที่คุ้นๆตะโตนมาไม่ไกลนักเธอมองไปถนนเล็กๆฝั่งตรงข้าม ก็พบกับซนซึงวานที่กำลังยกมือห้ามรถกระบะคันสีขาวให้หยุด เพราะตอนนี้ส้มนั้นกระจายเต็มทั่วพื้นถนน เพราะรถเข็นของคุณยายเสื้อสีเขียวนั้นคว่ำลงไปหมด

“อะไรกัน...” เธอพูดขึ้นกับตัวเองแล้วได้แต่จ้องมองซึงวานอย่างแปลกใจ

ซึงวานรีบเก็บส้มที่หล่นช่วยคุณยายอย่างรวดเร็วพร้อมกับอีกหลายคนที่ช่วยกันจนไม่เหลือส้มบนถนนอีก จนรถกระบะคันนั้นก็ขับผ่านไปอย่างปกติ ซึงวานหันมามองเบจูฮยอนที่ยืนนิ่งและเหม่อลอยก่อนจะข้ามถนนมาหาเธอ

“ไหนของที่คุณจะซื้อล่ะ?” คนตรงหน้าถามเธอขึ้นทันทีเมื่อเดินมาถึง

“เอ่อ... คือ..มันไม่มีน่ะ” จูฮยอนอ้ำอึ้งที่จะตอบคนตรงหน้า

“คุณไม่สบายรึเปล่า? ทำไมสีหน้าไม่ดีตั้งแต่เช้าแล้วนะ” ซึงวานจ้องมองใบหน้าที่เริ่มซีดลงของจูฮยอน

“เปล่า...ฉันไม่ได้เป็นอะไร ไปหาที่นั่งพักกันก่อนเถอะฉันเหนื่อยๆน่ะ”

.

.

.

“กินน้ำก่อนสิ” เมื่อทั้งคู่นั่งลงที่เก้าอี้ซึงวานก็ยื่นขวดน้ำให้เธอทันที

“ขอบใจนะ” เบจูฮยอนเอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำที่อีกคนยื่นมาให้ สายตาของซึงวานยังคงมองเธออย่างเป็นห่วง

“เมื่อกี้ไปช่วยคุณยายที่ขนส้มมาน่ะ... รถขี่ไวมากเลย ดีนะฉันรีบเดินตามคุณยายไปก็เลยช่วยห้ามทัน วินาทีนั้นฉันกลัวมากเลยอ่ะ” ซึงวานเล่าเรื่องราวเมื่อครู่

“แล้วคุณยายไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?” เธอหันมาถามซึงวาน

“ใช่สิ... ” ซึงวานหันมาสบตากับเธอและหุบยิ้มลงเมื่อเห็นดวงตาที่สั่นเครือของเธอ
“คุณจะร้องไห้หรอ?” ซึงวานถามอีกคนตรงๆ

“เอ่อ... เปล่าฉันแค่แสบตาแล้วก็เหนื่อยๆน่ะที่หาของที่จะซื้อไม่เจอ” เธอรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“ฉันได้ยินคุณคุยโทรศัพท์อยู่... คุณคงจะมีความฝันสินะ”

“...”เมื่อเบจูฮยอนได้ยินประโยคนี้หัวใจก็แทบจะหลุดออกมากองที่พื้น

“คุณคงมีความฝันอยากเป็นเซฟสินะ” ซึงวานพูด

“...”

“เอ่อ... ฉันไม่ได้แอบฟังนะแต่เผอิญได้ยินเฉยๆน่ะ” ซึงวานเมื่อเห็นอีกคนขมวดคิ้วจึงอธิบายให้เข้าใจ

“เฮ้อออ!” จูฮยอนถอนหายใจเฮือกใหญ่และก้มหน้าลงอย่างโล่งอก

“อย่ายอมแพ้นะ ฉันเป็นกำลังใจให้คุณนะ” ซึงวานเอื้อมมือไปจับไหล่เธอเบาๆ

เธอเงยหน้ามองซึงวานอีกครั้งก่อนจะยิ้มให้บางๆ ซึงวานยิ้มตอบเธออย่างจริงใจก่อนจะชักมือกลับมาเช่นเดิม

“ฉันดีใจนะที่เธอไม่เป็นอะไร...” จูฮยอนส่งสายตาเป็นห่วงไปให้เธอ

“ฉันไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก” รอยยิ้มที่สดใสและอบอุ่นนั้นยังคนอยู่บนใบหน้าของซึงวาน ก่อนที่เธอจะหายไปในพริบตา เบจูฮยอนตกใจมากก่อนจะหันซ้ายขวาเพื่อมองรอบๆว่ามีใครเห็นรึเปล่า

“แต่ยังไง... ก็ขอบใจมากนะซึงวาน”

 

 

........

 

 

 

ซึงวานกลับมาอยู่ที่ซอยบ้านของเธอก่อนจะมองไปรอบๆเพื่อดูความแน่ใจ

“2013 แล้วสินะ” ซึงวานมองปลอกคอที่ตกอยู่ข้างๆเธอก่อนจะหยิบมันขึ้นมาอย่างทะนุถนอม

“ดีใจจังที่ของบ๊กจูกลับมาด้วย” เธอมองปลอกคอแล้วพูดพร่ำกับตัวเอง

“เบจูฮยอนคงตกใจมากแน่ๆเลยที่ฉันกลับมาแบบนี้ เฮ้อ! เป็นห่วงจัง...”

.

.

เธอเดินมาถึงหน้าบ้านตัวเองแล้วต้องชะงักเมื่อเห็นคนที่ยืนรอที่หน้าบ้านนั้นคือ...

“พี่ยูริ!” เธอเรียกอีกคนอย่างดีใจก่อนจะทำท่าตะเบ๊ะใส่เจ้าของชื่อ

“ฮ่าๆ” ควอนยูริหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูก่อนจะทำท่าตะเบ๊ะตามซึงวาน

“ได้เบาะแสของบ๊กจูหรอคะ?” เธอรีบเดินมาตรงหน้าอีกคน

“เปล่าหรอก พี่แค่ว่างๆเลยมาหาน่ะ”
“วันนี้ซอฮยอนมีงานเลี้ยงบริษัทน่ะเลยเหงาๆ” ยูริตอบพร้อมชูข้าวของเต็มไม้เต็มมือ

“มาหาบ๊กซังก็บอก” ซึงวานพูดจับทางเธอได้ก่อนจะเบ้ปาก

“รู้อีก ฮ่าๆๆ” ยูริหัวเราะอย่างชอบใจ แต่ซึงวานเริ่มทำหน้างอนๆซะแล้ว

“ฮ่าๆๆ ไม่เชิญเข้าบ้านหรอซึงวาน?” ยูริถามเธออย่างกวนๆ

“อ่อ... เชิญค่ะ” ซึงวานรีบเปิดประตูให้อีกคนทันทีเพราะมัวแต่ทำท่าทีขี้งอนอยู่

 

 

“บ๊กซังนี่น่ารักจังนะ อ้อ! วันนี้ไปหาบ๊กจูมาอีกแล้วหรอ?” ยูรินั่งลงที่โซฟาและเอ่ยถามขึ้น

“เอ่อ... ใช่ค่ะๆ” ซึงวานรีบตอบไปแม้มันจะเป็นเรื่องที่โกหก

“ดูแลตัวเองด้วยนะซึงวานใกล้จะสอบแล้ว” ยูริบอกคนตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง

“ครับผม!” ซึงวานยืนตรงแล้วทำท่าตะเบ๊ะอีกครั้ง

“ฮ่าๆๆ นี่วันหยุดฉันก็ไม่ใช่ตำรวจแล้วนะ” อีกคนหัวเราะให้ซึงวานก่อนจะยกไม้ยกมือให้เลิกทำเพราะท่าทีของซึงวานนั้นตลกจนต้องหลุดขำตลอด

“ฮ่าๆๆ” ซึงวานหัวเราะออกมาก่อนจะเดินไปหยิบข้าวของเพื่อมาจัดอาหาร

“บ๊กจูต้องกลับมาแน่นอน... พี่เชื่อ” ควอนยูริที่นั่งมองเจ้าของบ้านมาสักพักพูดขึ้น

“ขอบคุณนะพี่... ที่ช่วยฉันตามหา” ซึงวานที่หยิบข้าวของอยู่ไม่ได้หันมามองเธอแต่ก็พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงใจ

“แล้วเพื่อนบ้านคนนั้นติดต่อกลับมาบ้างมั้ย?” ยูริถาม

“ไม่ ไม่เลยค่ะ หลังจากย้ายบ้านไปก็ไม่โทรมาถามเลย” ซึงวานพูดพร้อมสีหน้าที่โกรธเคือง

“แย่จริงๆเลย ทำหมาเขาหายแล้วมาตีมึนอีก” ยูริมีสีหน้าที่โมโหทันทีหลังจากซึงวานพูด

“ปล่อยเขาไปเถอะพี่”

“น้องฉันหน้าบูดเป็นตูดหมึกแล้วเนี่ย ฮ่าๆๆ” ยูริพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อให้เธอเลิกเครียด

“อ้าว! พี่ยูริ...”

“ฮ่าๆๆ ล้อเล่น”

 

 

_________________

 

 

Talk.
อันยองจ้าาา
ตอนนี้มีตัวละครมาเพิ่ม!
แต่พี่ยูริไม่มีพิษภัยอะไรค่าาไว้ใจได้ (^^)
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ
ขอบคุณที่คอยติดตามกันและให้กำลังใจกันน้าา

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น