13:20 | wenrene

ตอนที่ 3 : : 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 เม.ย. 63

     เช้าที่แสนอบอุ่นของซึงวานค่อย ๆ เดินอย่าง ๆช้า เธอในชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนสีน้ำตาลเข้มจัดเสื้อให้เข้ารูปแล้วใช้มือเกลี่ยหน้าผมเล็กน้อยเพื่อความมั่นใจ บ้านอันเงียบสงบแห่งนี้มีเพียงเธอคนเดียวที่อาศัยอยู่และเจ้าโกลเด้นที่ชื่อบ๊กซัง

“โฮ่ง!” เสียงทักทายจากบ๊กซังทำให้ใบหน้าที่นิ่งเฉยของเธอสดใสขึ้นทันที

“หวัดดีบ๊กซัง” เธอพูดพร้อมลูบหัวเจ้าโกลเด้นตรงหน้าอย่างอ่อนโยน

“แล้วกินเยอะๆนะ เดี๋ยวไปเรียนเสร็จจะรีบกลับบ้านนะ” อาหารที่วางตรงหน้าบ๊กซังก็ไม่ได้ดึงความสนใจให้เขาเลิกมองซึงวาน จนซึงวานเองสงสัยนิดหน่อย

“เป็นอะไรไปบ๊กซัง ไม่หิวหรอ?” เธอพูดจบขาหน้าของบ๊กซังก็ยกขึ้นมาวางแขนของซึงวานที่นั่งอยู่ตรงหน้าอย่างออดอ้อนแปลกๆ ยิ่งทำให้เธอยิ้มเอ็นดูเจ้าตรงหน้าไม่น้อยพร้อมยิ้มให้

“ใช่แล้วนี่สามอาทิตย์แล้วนะที่แม่นายหายไป คิดถึงแม่ใช่มั้ยหืม?” บ๊กซังเลื่อนขามาที่มือของซึงวานอย่างเบาๆเชิงตอบ

“ฉันก็คิดแม่ของนายเหมือนกัน ตอนนี้มีคนช่วยเราตามหาอยู่ไม่ต้องกลัวนะ แม่นายจะต้องไม่เป็นอะไรบ๊กซัง” ซึงวานลูบเท้าที่อยู่ในมือของเธออย่างปลอบประโลม

นอกจากบ๊กจูแม่ของบ๊กซังที่หายไปเธอก็แทบไม่มีใครที่เธอคิดว่าเป็นครอบครัวอีกเลย ฉะนั้นบ๊กจูและบ๊กซังถึงสำคัญต่อจิตใจของเธอมาก

 

“ต่อไปก็มีบ๊กจูกับบ๊กซังอยู่เป็นเพื่อนไงลูก”

“แม่ก็อยู่กับหนูนี่ไงคะ ช่วยกันดูแลเจ้าสองตัวด้วยกันไง”

ดวงตาของหญิงวัยกลางคนมองซึงวานอย่างอ่อนโยนและเอื้อมมือมาลูบหัวเธอเบาๆ

 

“เฮ้อ! ฉันไปเรียนก่อนนะ” เธอลูบหัวเจ้าบ๊กซังก่อนลุกขึ้นยืนเพื่อเดินออกจากบ้าน มือของเธอเปิดประตูรั้วอย่างเคยชิน

 

ครืด! ครืด!

เธอรีบล้วงสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาดูสายเรียกเข้า

[ ซึลกิ ]

เธอกำลังจะกดรับแต่สมาร์ทโฟนก็ดับไปดื้อๆ

“อ้าว! ทำไม...” เธอเอะใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสถานที่ตรงหน้าที่เป็นกำแพงห้องสีขาว เสียงน้ำที่ตกกระทบพื้นทำให้เธอรับรู้อย่างชัดเจนว่านี่คือ...

“ห้องน้ำหรอ?” เธอกระซิบกับตัวเองเบาๆแล้วค่อยๆหมุนตัวไปห้องที่เธอยืนอยู่นี้ ห้องน้ำที่ดูสะอาดสะอ้านเธอมองไปยังม่านที่บังเลือนร่างของใครไว้อยู่ เธอเอามือมาปิดปากตัวเองที่อยากจะกรี๊ดกับเหตุการณ์ตอนนี้ที่มันแย่มาก

‘เสียงน้ำเงียบลงแล้ว!’

ซึงวานรีบหันไปมองประตูที่อยู่ไม่ไกลนั้นแล้วเอื้อมมือค่อยๆบิดลูกบิดอย่างเบามือที่สุดเพื่อไม่ให้คนที่อาบน้ำอยู่นั้นออกมาเจอเธอ

 

“กรี๊ดดดดดดดด!!!” ผู้ที่อาบน้ำเสร็จกรีดร้องทันทีเมื่อเปิดม่านมาเจอซึงวานที่กำลังเปิดประตู ซึงวานเองก็สะดุ้งโหยงเมื่อรู้ว่าหนีไม่ทันแล้วเลยหันไปเพื่อจะอธิบาย

“คือ...” แต่ทันใดนั้นเองก็โดนข้าวของปามาที่ใบหน้าอย่างรุนแรงและหลายรอบ

“แกเป็นใคร เข้ามาห้องฉันได้ยังไง! ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!” เธอคนนั้นยังคงปาของใส่เธอไม่หยุด

“โอเคๆ” ซึงวานที่ใช้แขนข้างซ้ายบังของที่จะมาโดนหน้าและใช้มืออีกข้างรีบเปิดประตูห้องน้ำเพื่อเดินหนีคนตรงหน้าที่ปาข้าวของใส่เธอไม่หยุด

“แกเป็น... น้อง!” คนที่ปาของเมื่อครู่รีบเดินตามเธอออกมาและตะโกนอย่างเสียงดัง เธออ้าปากค้างเมื่อรู้ว่าคนที่อยู่ในห้องน้ำเมื่อครู่เป็นซนซึงวาน

“คือฉันอธิบายได้นะค-”
“ที่แท้ก็เป็นพวกสตอล์กเกอร์เองหรอ?” คนตรงหน้าที่ใส่ชุดคลุมอาบน้ำสีกรมชี้หน้าและต่อว่าเธออย่างรุนแรง
“คุณเบจูฮยอนคือฉันอธิบายให้คุณ-”
“หยุดยืนตรงนั้นห้ามไปไหนนะ!” หญิงตรงหน้าจ้องเธอไม่ละสายตาก่อนจะเอื้อมไปหยิบสมาร์ทโฟนที่อยู่บนโต๊ะแล้วโทรหาใครบางคน ซึ่งซึงวานเข้าใจว่าเธอคงเรียกตำรวจมาแน่นอนหรือไม่ก็ยาม เธอยืนนิ่งๆตามคำสั่งเธอก่อนจะยกมือทั้งสองกุมขมับตัวเอง

“คือฉันไม่รู้ว่าตัวเองมาที่นี่ได้ยังไงเหมือนกัน”

“เธอกำลังจะแก้ตัว! ฉันไม่เชื่อเธอหรอกนะ เธอตามฉันมากี่วันแล้วห้ะ?” เบจูฮยอนยังคงพูดด้วยอารมณ์โมโห

“ฉันไม่ใช่พวกโรคจิตอย่างคุณว่านะ แล้วก็ไม่ใช่ขโมยด้วย ฉันไม่รู้ว่ามาที่นี่ได้ยังไง...”

 

กริ้ง!!!

เบจูฮยอนเจ้าของห้องมองสัญญาที่หน้าประตูก่อนจะรีบเดินไปเปิดทันทีแล้วเดินเบี่ยงเธอพร้อมกับชี้หน้าหมายหัว ซึงวานได้แต่ยกมืออย่างจริงใจแต่เธอก็ไม่ฟังอะไรเลย

“ลากตัวเธอไปได้เลยค่ะ เธอเข้ามาห้องฉัน” เธอเปิดให้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในเครื่องแบบรปภ.

“เดี๋ยวสิคุณ ค่อยๆคุยกันก่อน” ซึงวานโดนชายร่างสูงล็อคตัวทันทีเมื่อกำลังจะเดินไปหาอีกคน

“แปปนะคะลุง” เธอพูดกับชายรปภ.ที่ล็อคแขนซึงวานอยู่

“ขอโทรศัพท์หน่อย” เธอยื่นมือมาตรงหน้าซึงวาน

“คุณ ฉันไม่ใช่โรคจิตนะ...” เธอยังพูดไม่ทันจบมือเล็กๆของคนตรงหน้าก็ล้วงมาที่กระเป๋าเสื้อของเธอแล้วได้สิ่งที่ต้องการเมื่อครู่

“โทรศัพท์ฉันใช้ไม่ได้หรอกนะ เพราะที่นี่ไม่ใช่ปัจจุบันของฉันมันดับ-”
“ลากตัวเธอลงไปก่อนนะคะเดี๋ยวหนูจะรีบลงไป” เธอมองโทรศัพท์ในมือก่อนจะพูดกับรปภ.ที่ยืนล็อคตัวคนตรงหน้าอยู่

“ฉันบอกคุณกี่ครั้งก็ได้นะ ฉันไม่ใช่คนโรคจิต!” เธอรีบพูดกับเบจูฮยอนเมื่อรู้ว่ากำลังจะโดนลากตัวออกไป

“ลุงปล่อยหนูก่อน! หนูไม่ใช่โรคจิตนะ!” เสียงที่ดังอยู่ไกลๆทำให้จูฮยอนหันไปมองประตูห้องที่ปิดสนิทแล้ว และกลับมามองโทรศัพท์ที่หน้าจอมืดสนิท

.
.
.

“ปล่อยหนูก่อน! ลุง!!!” ซึงวานขัดขืนชายร่างสูง ก่อนที่ชายคนนั้นจะผลักเธอให้ออกจากอพาร์ทเมนท์นี้

“อย่างเพิ่งไปไหนเชียวนะ รอคุณห้องห้าสิบสองลงมาก่อน” ชายร่างสูงยืนจ้องมองเธออยู่ใกล้ๆเพื่อรอเบจูฮยอนลงมา

“ลุงคิดว่าหนูเป็นโรคจิตจริงๆหรอคะ?”
“ยุคสมัยนี้ก็มีเยอะแยะไป”

“ลุงไปเปิดวงจรปิดดูเลยก็ได้นะ ไปเปิดให้คุณห้องห้าสิบสองดูด้วยนะคะ แล้วตึกอยู่เดี่ยวๆแบบนี้ใครจะบ้าปีนขึ้นไปคะ ปีนไม่ได้ด้วยซ้ำน่ะ” ซึงวานบ่นกับชายตรงหน้าที่กำลังตรวจดูร่างกายและสิ่งของในกระเป๋าของเธอ

ไม่นานเบจูฮยอนก็เดินลงมาพร้อมชุดธรรมดากับสายตาโกรธเคืองส่งมาให้ซึงวาน แต่ซึงวานกลับนิ่งเฉยเพราะอยากจะอธิบายมากกว่า

“ไม่เจออะไรเลยครับ มีแต่หนังสือเรียนในกระเป๋า”

“ขอบคุณนะคะ” เธอกล่าวกับชายตรงหน้าอย่างอ่อนโยนก่อนจะมองที่ซึงวานอย่างคาดโทษแล้วยื่นโทรศัพท์มาให้เธออย่างไม่พอใจนัก

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอจะเป็นโรคจิตมั้ย แต่หวังว่าจะไม่มาทำอะไรแบบนี้อีก”

“ฉันขออธิบายกับคุณก่อนได้มั้ย?”

“อย่าเลยดีกว่า อย่าเจอกันอีกเลยซนซึงวาน” เธอหันหลังกลับอย่างเยือกเย็นจนทำให้หัวใจของซึงวานรู้สึกโหวงเหวงไม่น้อย

“ฉันมาจากปี 2013 ได้โปรดเชื่อฉันด้วย” ซึงวานตะโกนไล่หลังเธอไปก่อนร่างเล็กๆนั้นจะค่อยๆเดินหายไป

.
.
.

 

ซึงวานนั่งอยู่ใกล้ๆกลับสนามเด็กเล่นเล็กๆที่ไม่ห่างจากอพาร์ทเมนท์ของเบจูฮยอนมากนัก มือของเธอค่อยๆเอื้อมไปจับที่หน้าผากตัวเองอย่างเบามือ

“โอ้ย...” เธอสะดุ้งนิดหน่อยเมื่อรับรู้ถึงความเป็นปวด

“ฉันอยู่ที่ไหนกันนะ” เธอพูดใส่สนามเด็กเล่นแห่งนี้ที่ไม่มีใครเลยอย่างเหนื่อยล้า สายตาของเธอมองไปรอบๆ แล้วได้แต่คิดอย่างสงสัย

“ทำไมฉันต้องมาที่นี่ด้วย ทำไม...”

.
.
.

 

“แม่คะ... หนูไม่รู้จะไปที่ไหนดี หนูเหนื่อยจังเลยค่ะ” เธอมองท้องฟ้าสีส้มที่สาดส่องอย่างสวยงามแต่ใจเธอตอนนี้กลับตรงข้ามกับมันนัก น้ำตาที่ซึมออกมาทำให้เธอรีบปาดมันออกแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้านั้นจนกลายเป็นฟ้าในยามค่ำคืน

“ทำไมฉันยังไม่กลับไปสักที... นี่มันหมดวันแล้วนะ” เธอยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ในสนามเด็กเล่นนี้ ก่อนภาพเครื่องเล่นตรงหน้าเธอจะเปลี่ยนเป็นแผ่นหลังของซึลกิที่มายืนรอหน้าบ้านของเธอเอง

 

“ซึลกิ...” เธอเรียกเพื่อนตัวเองอย่างอ่อนแรง คนที่ถูกเรียกรีบหันกลับมาตามเสียงของเธอพร้อมกับใบหน้าที่เป็นห่วงมาก

“ซึงวานแกไปไหนมา? แล้วทำไมประตูบ้านถึงเปิดไว้แบบนี้ล่ะ?” ซึลกิจับไหล่เธอทั้งสองข้างเพื่อสังเกต

“ฉันไม่ได้ไปไหน...”

“ทำไมแกไม่รับสายฉันอีกแล้ว แกบอกฉันได้มั้ย?” ซึลกิจ้องเธอเพื่อต้องการคำตอบ

“...”

“แกทำไมไม่ตอบฉัน... ไหนบอกเป็นเพื่อนกันมีอะไรก็บอกกันได้ไง ทำไมพักนี้แกหายไปดื้อๆ และไม่รับสายแบบนี้อ่ะ ฉันเป็นห่วงแกนะเว้ย!”

“ฉันรู้...” ซึงวานรู้สึกอึดอัดที่อยากบอกเรื่องนี้กับเพื่อนสนิทแต่ก็ยากที่จะอธิบาย

“แกมีปัญหาอะไรทำไมไม่บอกฉันล่ะ” ซึลกิเริ่มพูดด้วยอารมณ์โมโห
“ฉันไม่รู้จะอธิบายกับแกยังไงเหมือนกันซึลกิ” ซึงวานรีบแทรกขึ้นทันที

“แกรู้มั้ย... ว่าวันนี้ฉันเป็นห่วงแกมากนะ ฉันเดินหาแกทั้งโรงเรียน ทั่วสวนสาธารณะที่แกชอบไป แล้ววันนี้มีสอบย่อยแกก็ไม่ไปเรียน แกรู้มั้ย!!!”

 

“ฉันขอโทษ” ซึงวานกลั้นน้ำตาไม่ให้ซึมออกมาต่อหน้าซึลกิ

“ขอโทษ...? ฉันต้องการคำตอบไม่ใช่คำขอโทษจากแกซึงวาน” ซึลกิพูดจบก็เดินหนีและปล่อยให้เธอมองตามอย่างเสียใจ

“ฉันขอโทษที่เล่าเรื่องนี้ให้แกฟังไม่ได้สักที...” เธอมองตามเพื่อนสนิทอย่างอ่อนแรง

 

 

 

“เธอนั่งอยู่ที่นี่ทั้งวันได้ยังไงกัน...” เธอมองอีกคนจากระเบียงห้องที่ไม่มีท่าทีจะเดินไปไหนเลย

“ฉันอยากจะเชื่อใจเธอนะ ซนซึงวาน”

_________________

 

Talk.

สวัสดีค่าาา
เราขอโทษที่หายไปนานเพราะช่วงนี้งานเยอะมากๆเลย TT
แต่ด้วยกำลังใจที่รีดเดอร์ทุกคนส่งมาให้ตอนนี้เรามีพลังมากๆเลยนะ
ถ้าว่างแล้วจะมาลงเรื่อยๆเลย เราสัญญา อิอิ

 



STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น