13:20 | wenrene

ตอนที่ 2 : : 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    26 เม.ย. 63

“อะไรเนี่ย...” ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลจนเหงื่อไหลออกมาที่ไรผมจนเปียกชุ่ม

สายตาที่กังวลนี้มองผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างไม่เข้าใจและได้แต่ยืนนิ่งจนคิดอะไรไม่ออก ซึงวานหลับตาลงแล้วได้แต่ภาวนาในใจว่านี่คงไม่ใช่เรื่องจริงที่เกิด

“เฮ้อออ!” เธอลืมตาอีกครั้งก็พบว่าสถานที่ยังคงเป็นที่ที่แปลกตานั้นเหมือนเดิม
“เป็นอะไรรึเปล่าคะ?” เสียงอันนุ่มนวลกับมือที่เอื้อมมาจับแขนของเธอทำให้ซึงวานที่ยืนนิ่งอยู่สะดุ้งนิดหน่อย

“...” เธอหันไปมองหญิงที่ถามเธอเมื่อครู่อย่างแปลกใจ ก่อนจะรีบถอยออกห่างจากหญิงตรงหน้าหนึ่งก้าว

“เอ่อ... พี่เห็นเราเหงื่อออกมากเลยแถมมือสั่นด้วย พี่เลยเป็นห่วงน่ะ” คนตรงหน้าพูดอธิบายพร้อมส่งรอยยิ้มที่อ่อนโยนมาให้เธอ

“...”

“เอาน้ำไว้ดื่มนะเผื่อจะดีขึ้น ไม่ต้องกลัวหรอกนะพี่เพิ่งซื้อมาเอง” คนตรงหน้ายื่นขวดน้ำมาให้เธอ เธอรับมาตามมารยาทแต่ก็ยังสงสัยกับการกระทำของคนแปลกหน้านี้อยู่

 

“งั้นพี่ไปล่ะ”
“คุณคะ” คนตรงหน้าหยุดชะงักเมื่อโดนซึงวานเรียกเธอ

“หืม?” คนที่ถูกเรียกยกคิ้วสูงเชิงถาม

“นี่... ปีอะไรหรอคะ?” คำถามที่เต็มไปด้วยความกังวลนั้นออกมาจากปากของเธออย่างช้าๆ

“2019 ไงคะ”

 

‘2019? เป็นไปได้ยังไงกัน...’

เมื่อเธอรู้คำตอบก็พยายามตั้งสติและถามเธอต่อ

“แล้วที่นี่ที่ไหนหรอคะ?”

เมื่อคำถามนี้ดังขึ้นคนตรงหน้าเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะยิ้มให้บางๆอย่างงงๆ

 

“ฉันไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์หรือความจำเสื่อมอะไรนะคะ แต่...”
“เราหลงทางหรอ? นี่เลยค่ะ” เธอหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดแผนที่ให้ดูแต่ซึงวานกลับไม่ได้อยากรับรู้สถานที่ตรงนี้เท่าไหร่ แต่เป็นสถานการณ์แปลกๆนี้ต่างหากที่เธออยากได้คำตอบ

“จะไปที่ไหนหรอ? ให้พี่ไปส่งที่ป้ายรถเมล์มั้ย?” คนตรงหน้ามองมาที่เธออย่างอ่อนโยนจนทำให้ซึงวานที่เผลอไปสบตาคู่นั้นรีบหันหนีและโบกไม้โบกมือปฏิเสธ

“ไม่เป็นไรค่ะ แต่ฉัน...”

“มีอะไรบอกพี่ได้นะ” คนตรงหน้ายังคงคิดที่จะช่วยเหลือเธอต่อโดยรอคำตอบจากเธอ

“คือ... คือฉัน-”
“แปปนึงนะ พี่ขอรับโทรศัพท์ก่อน” เธอพูดแทรกขึ้นแล้วหันหลังไปคุยโทรศัพท์

ซึงวานมองตามแผ่นหลังของคนแปลกหน้านี้และท่าทางที่ดูคุ้นๆแต่กลับนึกไม่ออก

 

 

“ซึงวาน” อยู่ๆทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเธอหันซ้ายขวาแล้วก็พบกับสวนสาธารณะที่เดิมที่โทรหาซึลกิเมื่อไม่นานนี้ สมาร์ทโฟนที่ใช้ไม่ได้เมื่อครู่กลับมาหน้าจอสว่างตามปกติ

“ซึงวาน” เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เธอหันไปตามเสียงนั้น ก่อนจะพบว่าเป็นซึลกิที่กำลังเดินมายังเธอ

“เป็นอะไรไปรึเปล่า? ตอนแกโทรมาอยู่ๆเสียงก็ตัดไป โทรกลับก็ปิดเครื่อง ฉันก็เลยมาตามหาแกเนี่ย” ซึลกิพูดพร้อมกับสีหน้าเป็นห่วงจนทำให้เธอรู้สึกผิด แต่เธอเองก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าเมื่อกี้เธอคุยกับใครและอยู่ที่ไหนกันแน่ ความรู้สึกอึดอัดถาโถมมายังตัวเธออย่างหนักจนเธอพูดอะไรไม่ออกเหมือนจมอยู่ในบ่อความสงสัย

“ซึลกิ” เธอเค้นเสียงให้ดูปกติที่สุด

“ว่าไง?” ซึลกิมองเธอ

“...โทรหาฉันไม่ได้นานมั้ย?” ซึงวานถามเพื่อนสนิทอย่างหวั่นๆ ภายในใจที่ไม่รู้จะอธิบายกับใครได้ แม้แต่เพื่อนของเธอคนนี้อาจจะหาว่าเธอเป็นบ้าไปแล้วก็ได้ ถ้าหากพูดเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอเมื่อครู่

“ประมาณครึ่งชั่วโมง” ซึลกิพูดจบเธอก็กดดูเวลาที่หน้าจอสมาร์ทโฟนและสายที่ไม่ได้รับสิบกว่าสายของซึลกิ

“โทรศัพท์แกก็ใช้ได้หนิ แล้วทำไมฉันโทรมาไม่เห็นจะรับสายกันเลย แกเป็นอะไรรึเปล่าซึงวาน?”
“เปล่าๆ สงสัยเครื่องจะเสียแหละมั้ง” เธอปฏิเสธที่จะพูดเรื่องนั้นให้ซึลกิฟังเพื่อให้เพื่อนสนิทสบายใจ

“แล้วที่ถามอพาร์ทเมนท์ฉันอ่ะ มีอะไรรึเปล่า?” ซึลกิยังคงยิงคำถามไม่หยุด

“เผื่อฉันอยากไปอยู่ไง ฮ่าๆ” ซึงวานรีบเปลี่ยนเรื่องให้ดูไม่ตรึงเครียด ก่อนจะโอบไหล่เพื่อนสนิทแล้วชวนเดินออกจากสวนสาธารณะแห่งนี้

 

 

........

 

 

 

ในบ้านของซึงวานที่เงียบสงบนี้ทำให้เธอได้แต่หาข้อมูลในแล็ปท็อปของตัวเองอย่างรีบร้อน

[การข้ามเวลา ,ข้ามไปอนาคตได้]

เธอเสิร์จคำประเภทนี้ไปแล้วนั่งอ่านบทความเหล่านั้นพร้อมกับคิ้วที่ขมวดเป็นปมอย่างสงสัย

จนเวลาล่วงเลยไปหลายชั่วโมงเธอก็คงยังนั่งอ่านบทความพวกนั้นอย่างไม่หยุดหย่อน

 

“เฮ้อ!” เธอถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้าและฟุบหน้าลงที่โต๊ะอย่างรวดเร็ว

.
.
.

วันต่อมา...


ด้วยเวลาพักเที่ยงทำให้ซึงวานกับซึลกิมานั่งเล่นที่ใต้ตึก

“ซึลกิ” เป็นซึงวานที่เปิดบทสนทนาขึ้นกับเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งวาดรูปอยู่

“หืม?” ซึลกิส่งเสียงเชิงถามและยังคงวาดรูปต่อ

“แกเชื่อว่าคนเราไปโลกอนาคตได้มั้ย?” ซึลกิวางดินสอลงแล้วมองมายังเธออย่างนิ่งๆจนทำให้ซึงวานแอบกังวลเล็กๆ

“เชื่อนิดหน่อยน่ะ แต่ก็เชื่อแหละ” ซึลกิตอบพร้อมยิ้มจนตาปิดมาให้เธอ

“อ่อ...” ซึงวานพยักอย่างเข้าใจ

“ทำไมอยู่ๆถามเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอ่ะ? แกอยากไปโลกอนาคตหรอ ฮ่าๆ” ซึลกิถามเธอ

“ไม่... ไม่อยากเลยสักนิด”
“อย่าบอกนะที่วันนี้มาเรียนสายเพราะอ่านเรื่องแบบนี้ทั้งคืนอ่ะนะ?” ซึลกิมองเพื่อนสนิทตรงหน้า ซึงวานที่โดนจับได้ได้แต่พยักหน้าตอบแล้วไม่พูดอะไรต่อ

“ถ้ามันข้ามเวลาได้จริงๆ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าตัวเองในอนาคตจะเป็นยังไง โลกจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหน ฉันยังคงมีชีวิตอยู่รึป่าวในตอนนั้น...”
“ย๊าๆ! พูดอะไรพร่ำไปเรื่อยเลย” เมื่อซึงวานเห็นเพื่อนสนิทนั้นทำหน้าซึมๆก็รีบตีแขนเพื่อเรียกสติทันที

“ฮ่าๆ ฉันอยากอยู่กับปัจจุบันนี้แหละเพราะคนเรามันข้ามเวลาได้ที่ไหนกัน” ซึลกิหัวเราะเล็กๆออกมาก่อนจะก้มไปวาดรูปต่อ


‘ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานมันเกิดขึ้นได้จริงล่ะซึลกิ ฉันจะบอกแกยังไงดี...’

 

 

........

 

 

 

ลมหนาวแห่งฤดูใหม่พัดผ่านมาทำให้ซึงวานที่กำลังเดินตามทางเข้าบ้านนั้นสะดุ้งนิดหน่อย เสียงเพลงที่เบาลงจากการที่เธอลดเสียงลงเพื่อฟังเสียงเดินของตัวเอง เท้าทั้งสองยังคงก้าวต่อไปไม่หยุด แสงจากไฟข้างทางทำให้เห็นเงาตัวเองอย่างชัดเจน พื้นที่เป็นปูนเปลี่ยนไปกลายเป็นอิฐสีเทาทำให้ซึงวานตกใจกับการเปลี่ยนไปที่รวดเร็วตรงหน้า

“อะไรเนี่ย... ฉัน...”
“ค่ะ ได้ค่ะ ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่นะคะ” ซึงวานเงยหน้ามาพบกับหญิงคนเดิมที่เคยเจอเมื่อคราวก่อนยืนโทรศัพท์อยู่ไม่ไกลมากนัก ทำให้เธอยืนมองนิ่งๆเพื่อไม่ให้เธอคนนั้นรู้ตัว

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเครียดและดวงตาที่เศร้าหมองของเธอคนนั้นทำให้ซึงวานอยากจะเดินเข้าไปปลอบใจ แต่เธอเองก็ได้แต่ยืนอย่างสงสัยกับเหตุการณ์เหล่านี้อย่างไม่เข้าใจตัวเอง

“ทำไมฉันเจอคุณอีกแล้ว...” ซึงวานพูดออกมาแม้คนที่อยู่ไกลๆจะไม่ได้ยินก็ตาม เธอคนนั้นวางสายแล้วเงยมองท้องฟ้าแต่ไม่ใช่การมองท้องฟ้าอยู่ซึงวานเข้าใจดี

 

“เฮ้อ!” หญิงคนนั้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้าตัวเองและถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า

จู่ๆก็มีมือที่ถือซองทิชชู่เล็กๆยื่นมาให้เธอ ใบหน้าสวยเงยมองเจ้าของมือนั้นแล้วรีบทำสีหน้าให้เป็นปกติเพื่อไม่อยากให้คนตรงหน้ารู้ว่าเธอนั้นเพิ่งร้องไห้ไป

“รับไว้เถอะนะคะ” ซนซึงวานเอื้อมอีกมือไปจับมือเล็กๆของคนตรงหน้าแล้ววางซองทิชชู่ที่มือของเธอคนนั้น

“ขอบใจนะคะน้องนักเรียน” เธอยิ้มอย่างอ่อนโยนให้แล้วเหลือบมองป้ายชื่อที่เสื้อของซึงวาน คนที่ถูกเรียกว่าน้องนักเรียนได้แต่พยักหน้าให้เธอแล้วรีบเดินออกมาจากคนตรงหน้าที่เพิ่งให้ทิชชู่ไป

“ซนซึงวาน” เจ้าของชื่อหันกลับไปมองคนแปลกหน้าคนนั้นที่เพิ่งเรียกชื่อเธอไป

“ขอบใจมากๆนะ... สำหรับทิชชู่” เธอคนนั้นพูดจบก็ชูซองทิชชู่นั้นด้วยท่าทางที่น่ารัก

“ขอบคุณการช่วยเหลือครั้งก่อนด้วยค่ะ คุณ...”
“เบจูฮยอน ฉันชื่อเบจูฮยอน” เธอรีบพูดขึ้นเมื่อซึงวานเว้นประโยคเพื่อให้เธอตอบ

ซนซึงวานพยักหน้าอย่างรับรู้ก่อนจะก้มหัวให้เธอเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆส่งไปให้หญิงที่ชื่อเบจูฮยอนอย่างอ่อนโยน ก่อนจะกลับมาเดินต่อแม้ไม่รู้ว่าจะเดินไปที่ไหนก็ตาม

ทางเดินค่อยๆเปลี่ยนไปอีกครั้งแล้วกลายเป็นทางเดินในซอยบ้านของเธอเหมือนเดิม ซึงวานหันหลังกลับไปก็พบว่าอยู่ในทางเดินในซอยเช่นเคย ไม่เห็นหญิงคนที่ชื่อเบจูฮยอน ไม่เห็นสถานที่แปลกๆเมื่อครู่ และได้แต่ทำหน้าไม่เข้าใจเหตุการณ์พวกนี้เลยสักครั้ง

“ทำไมฉันถึงข้ามไปที่นั่นได้กันนะ...”

 

‘เราเจอกันรอบที่สองแล้วนะ เบจูฮยอน’

 

 

 

_________________

 

Talk.

มาแล้ววว เป็นยังไงบ้างเอ่ย..? คิคิ
เราจะพยายามมาอัพเรื่อยๆน้าาา
ขอบคุณทุกๆกำลังใจมากๆที่ให้เรานะคะ รัก.

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #2 FahinBlueH- (@tntgamerthailand) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 20:15
    น่าสนใจมากเตง เค้าเป็นกำลังใจให้!
    #2
    0