13:20 | wenrene

ตอนที่ 16 : : 16 (END)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    18 ก.ค. 63

       เบจูฮยอนเดินมาที่ร้านดูดวงที่เคยมาก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้กลับกลายเหลือเพียงความว่างเปล่า เธอจึงรีบหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาหมอดูคนนั้นแต่ก็ไร้วี่แวว

“ความฝันที่ฉันเห็นเป็นจริงทุกอย่างเลยหรอ...” เบจูฮยอนพูดออกมาก่อนจะยกยิ้มอย่างไม่เข้าใจ

“แต่ซนซึงวานเปลี่ยนมันได้แล้ว... ฉันคิดว่าคนที่หมอดูพูดคือเธอนั่นแหละค่ะ” เมื่อพูดจบเธอก็เดินกลับอย่างสบายใจ

.

.

.

.

ป้ายรถเมล์ที่ดูเงียบเหงานี้เบจูฮยอนยืนมาสักพักจนโดนมือของใครบางคนมาสะกิดที่ไหล่เบาๆ จนเธอที่เหม่อลอยสะดุ้งขึ้น

“เป็นอะไรรึเปล่าคุณ?” ซนซึงวานมองสีหน้าคนตรงหน้าอย่างสงสัย

“อ้อ! ฉันแค่อ่านหนังสือมาจนเบลอๆน่ะ” เบจูฮยอนรีบตอบปัดๆ เพื่อไม่ให้อีกคนเป็นห่วง

“ฉันนัดคุณมา...ทำให้คุณอึดอัดรึเปล่า?” ซึงวานพูดด้วยความกังวล

“ไม่เลยๆ” เธอรีบส่ายหัวให้ซึงวาน
“ไปกันเถอะ” เบจูฮยอนรีบจูงมือของซนซึงวานเพื่อให้เดินตามเธอไป

“ฮ่าๆๆ” ซึงวานหัวเราะออกมาด้วยความเขินอายแต่ก็เดินตามโดยดี

 

 

“เอ้อ! ฉันลืมเล่าอีกอย่างเลย ฉันเห็นฝันที่เธอกินกาแฟกับฉันที่สวนที่ไหนสักที่นี่แหละ” เบจูฮยอนเล่าอย่างจริงจัง ทำให้ซนซึงวานรีบเดินมาข้างๆเธอและพูด

“คุณเห็นฉันเกือบทุกครั้งที่ไปที่นั่นเลยนะ ว่าแต่...คุณเชื่อจริงๆหรอว่าฉันข้ามไปอนาคตได้?” ซนซึงวานมองอย่างสงสัย

“เชื่อสิ ที่ฉันฝันมันก็คือความจริงทุกอย่างนี่นา...” เธอมองซนซึงวานที่หุบยิ้มลง

“...” ซนซึงวานมองเธอด้วยสีหน้าเห็นใจก่อนจะเดินไปเงียบๆไม่พูดอะไรต่อ

“ไปกินต๊อกโบกีกัน!” เมื่อบรรยากาศเริ่มดูจะอึดอัดเบจูฮยอนจึงรีบเปลี่ยนเรื่องแล้วควงแขนซนซึงวานให้เดินไปร้านตรงหน้า

.

.

.

 

อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ เมื่อดวงอาทิตย์ลับฟ้าไปได้ไม่นาน ซนซึงวานมองอีกคนที่ยืนมองแสงไฟบริเวณสวนตรงหน้าอย่างนิ่งเฉย ซนซึงวานจึงค่อยๆเอื้อมมือไปจับมือของเธอและเธอไม่ได้ขัดขืนอะไรก่อนจะหันมาสบตาอย่างสั่นไหว

“ขอบคุณจริงๆนะ” ซึงวานเป็นคนทำลายความเงียบลง

“ไม่เป็-”
“ตั้งแต่วันนั้นฉันก็กลับมาคิดทั้งคืนว่าตัวเองจะเป็นอะไรบ้าง... จะจากโลกนี้ไปทั้งๆที่ไม่ได้เห็นบ๊กจูจริงๆหรอ? คิดสารพัดเลยล่ะ” ซึงวานรีบแทรกเธอขึ้น

“...” เบจูฮยอนมองหน้าอีกคนและตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ

“วันนั้นฉันใส่เสื้อตั้งหลายชั้นเลยนะ... แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดี” ซนซึงวานพูดปนตลก

“...” เธอแกล้งยกยิ้มตามซึงวานด้วยใบหน้าที่ดูเศร้า

“ถ้าฉันไม่รู้อะไรเลย... ตอนนี้ฉันคง-” ซนซึงวานชะงักทันทีเมื่อมือของอีกคนรีบกำแขนเสื้อจนแน่นเพื่อห้ามไม่ให้พูดสิ่งที่เธอคาดเดาได้ออกมา

“ฉันถึงต้องขอบคุณคุณยังไงล่ะ” ซึงวานเอื้อมมือไปจับมือที่กำแขนเสื้ออยู่อย่างเข้าใจ

 

“...” เธอมองซนซึงวานอย่างจริงจังพร้อมกับแววตาที่สั่นเครือจนซึงวานรับรู้ได้

“มีอะไรจะพูดใช่มั้ย?” ซนซึงวานถามเธอไปตรงๆก่อนจะยกยิ้มให้

“...” เบจูฮยอนไม่พูดอะไรแล้วเอื้อมมือเล็กๆนั้นมาสัมผัสที่ใบหน้าของซึงวานอย่างเบามือ ซนซึงวานตกใจกับท่าทีแปลกๆ ของคนตรงหน้านิดหน่อยแต่ก็ยืนนิ่งๆให้เธอกระทำไป

“ซนซึงวาน” เธอเรียกชื่อคนตรงหน้าด้วยแววตาที่สั่นไหวมากขึ้น

“...”

“เธอคือซนซึงวานในความฝัน... แล้วเธอก็คือซนซึงวานที่มีตัวตนจริงๆ” น้ำตาที่คลอออกมานั้นทำให้ซึงวานหัวใจกวัดแกว่งอย่างบอกไม่ถูก

“ฉันอยากรักเธอและอยากให้เธอปลอดภัย... ฉันขอเดินเข้าไปในโลกของเธออย่างช้าๆนะ” เมื่อเธอพูดจบก็ค่อยลดมือที่สัมผัสไปหน้าของคนตรงหน้าลง ซนซึงวานสบตากับเธอก่อนจะค่อยๆดึงเธอเข้ามากอดอย่างอ่อนโยน

“ได้สิ ฉันรอคุณได้เสมอนะ” ซนซึงวานเอื้อมมือไปลูบหัวของเธอเบาๆ เบจูฮยอนยิ้มออกมาก่อนจะกระชับกอดนั้นให้แน่นขึ้น

 

 

........

 

 

2 ปีต่อมา...

 

            ใบไม้ร่วงหล่นและปลิวไปตามลมบ่งบอกถึงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงอีกครั้ง ผู้คนเริ่มใส่เสื้อหลายชั้นเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ซนซึงวานเดินยิ้มแย้มกับบรรยากาศแบบนี้และเดินมองผู้คนที่เดินสวนกันไปมาอย่างมีความสุข

‘หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น ฉันก็เริ่มมั่นใจสาเหตุการข้ามเวลาของฉันมากขึ้น และตัวฉันเองก็อยู่กับปัจจุบันตามปกติอย่างที่เคยเป็น’

ซนซึงวานยิ้มออกมาอย่างเขินอายก่อนจะหยุดเดินเมื่อมองเห็นเบจูฮยอนกำลังเดินมาหาด้วยใบหน้าที่สดใส

“ไปเดินเล่นกัน” เบจูฮยอนรีบจับมือของซนซึงวานแล้วยืนเอาไหล่ชน ซึงวานอดยิ้มกับท่าทีที่ดูน่ารักของอีกคนไม่ไหวจึงหัวเราะออกมา

“ไปสิ” ซึงวานกระชับมือที่จับอยู่ให้แน่นขึ้นแล้วค่อยๆเดิน

“แม่บอกว่าวันหลังให้พาเธอไปเล่นที่บ้านด้วยนะ” เบจูฮยอนมองอีกคน

“อ้อ! ได้สิ” ซนซึงวานยิ้มออกมาอย่างเขินๆ

“ช่วงนี้คงเครียดเรื่องเรียนมากสินะ”

“ไม่เท่าไหร่หรอก ฉันเก่งจะตายฮ่าๆๆๆ” ซึงวานพูดพร้อมเชิดหน้าทำให้อีกคนฟาดไปที่แขนหนึ่งทีอย่างหมั่นไส้

“คนอะไรขี้โม้ชะมัด” เธอมองซึงวานอีกครั้ง

“ไม่เถียงหรอกนะเพราะเป็นจริงๆ” ซึงวานยักคิ้วกวนๆให้เธอ

.

.

.

.

“เป็นไงบ้างซึลกิ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปหาเลย” ซนซึงวานที่เดินออกมาหน้าบ้านทักเพื่อนสนิทขึ้นอย่างคุ้นเคย

“ก็ดีแหละ ฉันเอาหนังสือที่อยากอ่านมาให้ เห็นแกบอกว่าอยู่บ้านพอดี” ซึลกิยื่นถุงผ้าที่มีหนังสือประมาณสี่ห้าเล่ม

“อ้อ! ขอบใจมากอ่านเสร็จจะเอาไปคืนนะ” ซึงวานรับถุงหนังสือนั้นมาและนับว่ามีกี่เล่ม
“ฉันกับเบจูฮยอนกำลังทำกับข้าว กินข้าวด้วยกันก่อนมั้ย?” ซึงวานถามเพื่อนสนิทก่อนจะมองท่าทีที่ดูรีบร้อนและการแต่งตัวที่ดูดีกว่าปกติ

“ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวนี้มีคนมาช่วยทำกับข้าวแล้วสินะ” ซึลกิโบกไม้โบกมือปฏิเสธ ก่อนจะทำหน้าตาแซวๆซึงวาน

“มีเดทหรอ?” ซึงวานไม่ได้สะทกสะท้านกับคำแซวก่อนจะยิงคำถามใส่ซึลกิและหรี่ตามองเพื่อนสนิทอย่างรู้ทัน

“เอ่อ... ฉันนัดน้องกินข้าวไว้น่ะ” ซึลกิพูดพร้อมท่าทีเคอะเขิน

“อ่าๆ ไปๆ รีบไปหาน้องคิมของแกเลยไป เดี๋ยวน้องงอนนะไปสายอ่ะ” ซึงวานรีบโบกมือไล่เพื่อนสนิท

“ฮ่าๆๆ งั้นไปก่อนนะ ว่างๆเดี๋ยวมาหาใหม่”

“โอเคๆ” ซึงวานมองเพื่อนสนิทอย่างซึลกิที่โบกมือให้และรีบเดินไปทันที

 

 

ค่ำคืนแห่งวันธรรมดาได้มาถึงเธอเงยหน้ามองแสงที่ค่อยๆลับฟ้าไปอย่างนิ่งๆ ก่อนจะเลิกเหม่อแล้วเดินเข้ามาภายในบ้านและทักทายบ๊กจูกับบ๊กซังเชิงหยอกล้อแล้วรีบเข้ามาในบ้านเพื่อตรงไปหาเบจูฮยอนทันที

“ซึลกิไม่เข้ามาหรอ?”

“ซึลกิมีนัดกับแฟนน่ะ” ซึงวานตอบอีกคน

“อ่อ!” เธอพยักหน้ารับรู้ก่อนจะวางอาหารจานสุดท้ายที่ทำเสร็จพอดี

“มากินข้าวกันเถอะ หืม!? มีอะไรรึเปล่า?” เธอถามอย่างสงสัยเมื่อรู้สึกว่าซึงวานมองหน้าเธอนานเกินไป

“วันนี้คุณน่ารักดีน่ะ” ซึงวานชมอีกคนแต่หน้าตัวเองกลับแดงทันที

“ฮ่าๆๆ พูดอะไรเนี้ย!” เธอรีบฟาดที่แขนของซึงวานอย่างเขินอาย

“ก็คุณน่ารักจริงๆนี่นา”

“หยุดเลย มากินข้าวได้แล้วน่า” เบจูฮยอนแกล้งดุอีกคนเพื่อกลบเกลื่อนความเขินของตัวเอง

“โอเคค่าๆ” ซึงวานพูดพร้อมนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเธอก่อนจะยิ้มอย่างเขินๆ

.

.

.

.

ร่างของซนซึงวานค่อยๆเดินออกมายังระเบียงของบ้านอย่างใจเย็น มือนั้นเอื้อมไปหยิบไม้ขีดที่วางอยู่ที่ขอบระเบียงขึ้นมาจุดเทียนที่วางอยู่ใกล้ๆกัน กลิ่นหอมนั้นสัมผัสได้อย่างรวดเร็วทำให้ซนซึงวานรู้สึกดีกับบรรยากาศที่เย็นแบบนี้ด้วย

“เฮ้ออออออ!” ซนซึงวานมองไปรอบๆบริเวณบ้านก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ที่กำลังส่องแสงสว่างและหมู่ดาวนับล้านที่เห็นได้ค่อนข้างชัดอย่างนิ่งๆ

“อยู่นี่เองหรอ มองหาตั้งนาน” เสียงของเบจูฮยอนดังขึ้นทำลายความเงียบนี้

“อ่อ! มานั่งดูดาวน่ะ” ซึงวานหันไปตอบเธอก่อนจะยกยิ้มให้

“...” เธอเดินมายืนที่ระเบียงพร้อมยืนถูมือเพื่อคลายความเย็นที่มือนั้น

“อากาศเริ่มเย็นแล้วคุณเข้าห้องก่อนก็ได้น-”
“ตอนนี้เธอยังขอพรจากดวงดาวอยู่มั้ย?” เบจูฮยอนรีบถามอีกคนขึ้น คำถามนี้ทำให้ซึงวานครุ่นคิดสักพักก่อนจะเงยหน้ามองอีกคนที่ยืนมองดวงดาวอยู่อย่างสดใส

“แล้วคุณล่ะ” ซึงวานไม่ตอบคำถามแต่เลือกที่จะถามอีกคนกลับ

“ไม่แล้วล่ะ” เบจูฮยอนตอบ
“ฉันคิดว่าสิ่งที่ฉันขอประสบผลสำเร็จแล้วล่ะ” เธอยังคงพูดต่อ

“...” ซึงวานไม่ได้พูดอะไรแต่ยังคงนั่งมองอีกคนที่ยังมองท้องฟ้านั้น

“ฉันมีซนซึงวานอยู่ตรงนี้แล้ว... ฉันไม่ขออะไรแล้วล่ะ” เมื่อซึงวานได้ยินประโยคนี้ก็หน้าแดงทันที

“ฉันกลัวจะตกหลุมรักคนในฝันอยู่ข้างเดียว เคยกลัวว่าคนคนนั้นจะไม่มีตัวตนจริงๆในฉันชีวิตของฉัน... แต่ตอนนี้ฉันไม่กลัวแล้วล่ะ” เธอหันมองคนที่นั่งอยู่ด้วยดวงตาที่สั่นเครือทำให้ซึงวานรีบลุกขึ้นมาหาทันที

“เพราะตอนนี้คนคนนั้นอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว” จู่ๆน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา

“ฉันดีใจมากเลยนะ... ฉันนึกว่าตัวเองต้องรอเบจูฮยอนจนถึงปี 2019 กว่าจะได้เจอกันอีก” ซึงวานเอื้อมมือไปปาดน้ำตาให้เธออย่างเบามือ

“ฉันคิดว่าการที่ฉันข้ามเวลาไปได้... ก็เพื่อที่จะเปลี่ยนอนาคตของคุณแล้วก็ตัวฉันเอง” ซึงวานสบตากับเธอด้วยหัวใจที่เต้นระรัว

“ไม่ต้องกลัวอีกแล้วนะ เบจูฮยอน” มือของซึงวานเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าของเบจูฮยอนอย่างทะนุถนอม ก่อนที่ใบหน้าของซนซึงวานจะค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปใกล้กับใบหน้าของเธออย่างช้าๆ และสัมผัสที่ริมฝีปากอันอ่อนนุ่มของเธออย่างอ่อนโยน เบจูฮยอนได้แต่หลับตาพริ้มและกักเก็บความรู้สึกของช่วงเวลานี้อย่างช้าๆเช่นกัน ก่อนที่ซนซึงวานค่อยๆคลายจูบนั้นและมองใบหน้าของเธอที่แดงก่ำ

“ฮึ” ซึงวานหัวเราะในลำคอด้วยความเขินอายก่อนจะดึงเธอเข้าไปโอบกอดอย่างอบอุ่น

“คุณเข้ามาในโลกของฉันแล้ว... อย่าจากฉันไปไหนเลยนะ เบจูฮยอน” เมื่อเบจูฮยอนได้ยินประโยคเมื่อครู่ก็กระชับกอดให้แน่นขึ้นก่อนที่จะเอ่ยขึ้น

“โลกของเธอไม่มีทางออกสำหรับฉันอยู่แล้วนี่นา ฮึฮึ” เธอพูดพร้อมหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่อีกคนจะค่อยๆคลายกอดแล้วโอบไหล่ของเธอ

“ตอนนี้ฉันกลายเป็นคนวิเศษที่ไม่มีความฝันแล้วล่ะ ซึงวาน” เบจูฮยอนพูดด้วยใบหน้าที่สดใส

“ดีใจจัง” ซึงวานหันไปมองอีกคนพร้อมรอยยิ้มที่ดีใจ

 

 

สุดท้ายแล้ว... เรื่องราวทั้งหมดก็มีเพียงไม่กี่คนที่เข้าใจ

 

 

_________________

THE END.


 


 

Talk.
จบแล้วววววววว! /จุดพลุ
สวัสดีค่าทุกคนน
ก่อนอื่นเลยเราขอขอบคุณทุกๆคน ทุกๆกำลังใจที่มีให้เรามาตลอดนะคะ
ทุกๆคำพูด ทุกๆกำลังใจ มีค่ากับเรามากเลยนะคะTT
และด้วยความคิดถึงเวนรีนมากๆเราจึงเขียนจบด้วย /ซับน้ำตา
อย่าเพิ่งหนีกันไปไหนน้าา เราจะมีเรื่องใหม่เร็วๆนี้!

>> Juice #น้ำผลไม้ของหมอเบ 

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #9 neetz (@neetz) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 21:18
    ประทับใจ เป็นเรื่องที่น่ารักมากๆเลย ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีๆแบบนี้นะคะ
    #9
    0
  2. #8 Pattinium (@pattinium) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 23:35
    เป็นเรื่องที่น่ารักมากๆเลยค่ะ เราชอบภาษาเขียนคุณนะคะ ขอบคุณที่เขียนงานน่ารักๆออกมาให้อ่านนะคะ :)
    #8
    0