13:20 | wenrene

ตอนที่ 14 : : 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    13 ก.ค. 63

“บ๊กซัง” เมื่อเข้ามาบริเวณบ้านซนซึงวานตรงก็เข้าไปกอดโกลเด้นที่คุ้นเคยและน้ำตาของเธอก็ค่อยๆไหลออกมา

“ฉันไม่ได้ไปเจอบ๊กจูเลย เสียดายจัง...” เมื่อเธอคลายกอดเจ้าบ๊กซังก็ใช้เท้ามาวางที่แขนของเธอ

“ฉันไปก่อนนะบ๊กซัง ขอโทษที่อยู่ด้วย...”
“ตื่นได้แล้ว ซนซึงวาน” เธอชะงักเมื่อได้ยินเสียงคุ้นๆของใครบางคน ก่อนจะหันซ้ายขวาเพื่อหาต้นเสียง

 

“ตื่นสักทีเถอะ ฉันไม่อยากพูดคนเดียวแล้วนะ” เธอหยุดฟังเสียงนั้นที่ชัดขึ้นก่อนภาพตรงหน้าทุกอย่างจะกลายเป็นสีขาว

 



“...” เธอลืมตาขึ้นมาพร้อมแสงไฟที่กระทบดวงตาและรู้สึกตึงๆที่ตัวอย่างแปลกๆ เธอกวาดสายตามองร่างของตัวเองก่อนจะมองไปทางซ้ายมือที่มีควอนยูรินั่งมองเธออยู่

“ซึงวาน!” ยูริเรียกเธอด้วยท่าทีที่ดีใจก่อนจะหยิบน้ำใกล้ๆมาให้เธอดื่ม
“หืม!?” ซึลกิที่นอนอยู่บนโซฟาลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะมองมาที่ซนซึงวานอย่างตกใจ

“ซึงวานฟื้นแล้ว” ซึลกิที่เดินมาใกล้ๆยกยิ้มอย่างดีใจ แต่ก็เก้ๆกังๆ เพราะไม่กล้าจับตัวเพื่อนสนิทเพราะกลัวเธอจะเจ็บ

“ฉันหลับไปนานแค่ไหนหรอ?” ซึงวานถามทั้งคู่

“หนึ่งวัน” ยูริพูดด้วยหน้านิ่งๆ
“หืม! ฉันหลับไปวันนึงเลยหรอ?” ซนซึงวานเบิกตาโพลงอย่างตกใจ 

“แต่มันนานเหมือนปีเลยนะ” ยูริพูดกับซึงวานอย่างจริงจังและน้ำตาที่คลอ

“ขอบคุณนะพี่ที่เป็นห่วงฉันมากขนาดนี้” ซึงวานใช้มือข้างขวาเอื้อมไปจับมืออีกคนแทนเพราะรู้สึกเจ็บแผลข้างซ้าย

“ไม่เป็นไรพี่ก็ดีใจมากแล้วนะ งั้นพี่ไปตามหมอก่อนนะ” ยูริพูดกับซึงวานและซึลกิ

“ช่วงนี้คงจะอึดอัดที่หัวหน่อยนะ” ซึลกิมองไปที่ผ้าพันแผลบนหัวของซึงวาน ก่อนเจ้าตัวจะรีบจับตามที่เพื่อนสนิทบอก

“คงเจ็บมากสินะ” ซึลกิเอื้อมมือมาจับมือของซึงวานอย่างเบาๆ และมองที่ขาซ้ายที่มีผ้าพันแผล ก่อนที่น้ำตาจะค่อยๆไหลออกมา

“แกร้องไห้ทำไม? ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้ว” ซึงวานรีบพูดขึ้นเมื่อซึลกิร้องไห้ต่อหน้าเธอ

“เมื่อวานฉันตกใจมากเลยนะที่ได้ยินเรื่องนี้ ฉันเสียใจที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย”
“อย่าร้องไห้เลยนะ ซึลกิ” ซึงวานรีบลูบที่หลังมือของเพื่อนสนิทเพื่อปลอบใจแล้วยกยิ้มให้

 

 

........

 

 

หลายวันต่อมา...

 

“ซึงวานกินนี่หน่อยนะ” ซอฮยอนยื่นแอปเปิ้ลมาให้เธอเพื่อจะป้อน

“ฮ่าๆๆ ขอบคุณค่ะ” ซึงวานอ้าปากพร้อมเคี้ยวจนแก้มตุ่ย

“ใกล้จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว ไว้เดี๋ยวพี่เลี้ยงเต็มที่เลยนะซึงวาน” ซอฮยอนพูดพร้อมยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

“ฮ่าๆๆ พี่พูดแล้วนะ” ซึงวานพูดหยอกล้อซอฮยอนอย่างกวนๆ

“โอ๊ะ!” ซอฮยอนมองสายที่โทรเข้ามาก่อนจะหันไปที่ประตูเมื่อได้ยินเสียงคนกำลังเปิดเข้ามาและพูดขึ้น

“ยูริมาพอดีเลย คุยกับน้องไปก่อนนะขอไปรับโทรศัพท์ก่อน” ยูริพยักหน้าตอบก่อนจะหันมามองซึงวานที่นั่งยิ้มให้เธออยู่

“มือขยับดีขึ้นมั้ย?” ยูริชี้ไปที่มือซ้ายของซึงวานก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ

“ยังตึงๆอยู่เลยค่ะ” ซึงวานพูดพร้อมยกขึ้นมานิดหน่อย

“เดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้วล่ะ” ยูริยิ้มให้เธออย่างเอ็นดู

 

 

“พี่ยูริ” จู่ๆซนซึงวานก็เรียกเธอขึ้นหลังจากเงียบมาสักพัก

“หืม!?” ควอนยูริเลิกคิ้วเชิงถามน้องตรงหน้าอย่างสงสัย

“คือฉันอยากถามพี่มาหลายวันแล้ว.. ขอถามหน่อยแล้วกันนะ?” ซึงวานสบตากับคนตรงหน้าอย่างจริงจัง ก่อนที่ยูริจะพยักหน้าตอบอย่างนิ่งๆ

“พี่เห็นผู้หญิงคนที่เรียกฉันมั้ย เอ่อ...เธอนั่งลงข้างๆฉันน่ะ” ซึงวานถามอย่างติดขัดเพราะไม่รู้จะอธิบายยังไง

“...” ยูริเงียบสักพักก่อนจะพูดขึ้น

“มีอะไรรึเปล่า?” ยูริถามซึงวานด้วยใบหน้ายิ้มๆ

“ฉันได้ยินคนๆ นั้นเขาเรียกชื่อฉันน่ะ... เลยถามดู”

“อ่อ! เป็นพลเมืองดีที่โทรเรียกรถพยาบาลน่ะ” ยูริพยักหน้าก่อนจะเบี่ยงสายตาไปทางอื่นแล้วพูด

“ผู้หญิงคนนั้นเหมือนคนที่ฉันกำลังคิดถึงอยู่น่ะ แต่คงไม่ใช่หรอก...” ซึงวานมองและยกยิ้มจางๆ

“...” ยูริหันกลับมามองซึงวานด้วยความสงสารก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือของซึงวานเพื่อปลอบใจ

.

.

.

.

ยูริเดินเข้ามาในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก สายตานั้นกวาดมองหาใครบางคนที่นัดเธอมาที่นี่ 

“เจอละ” เธอพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินไปที่โต๊ะนั้น

“พี่ซอฮยอนไม่มาด้วยหรอคะ?” เบจูฮยอนทักยูริทันทีเมื่อนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเธอ

“ซอฮยอนรีบกลับบ้านน่ะ แม่นัดทานข้าวไว้” ยูริพูดด้วยหน้านิ่งๆ

“จูฮยอน” ยูริมองอีกคนที่กำลังเลือกเมนูอยู่สักพักก่อนจะเรียกเธอขึ้น

“คะ?” เบจูฮยอนยกคิวถาม

“มาแถวนี้เพราะอยากรู้เรื่องของซนซึงวานใช่มั้ย?” ยูริถามขึ้นอย่างตรงๆ

“...” เมื่อเธอรู้ว่าพี่ตรงหน้าจับทางเธอได้จึงวางเมนูในมือลงอย่างอ่อนแรง

“ทำไมไม่ไปเยี่ยมซึงวานดูล่ะ? ทำไมต้องให้พี่โกหกด้วย?”
“วันนี้ซนซึงวานถามหาคนที่เรียกชื่อเขาในวันนั้นด้วย... แล้วเขาก็ดูจะรู้จักเธอด้วยนี่” ยูริปาคำถามมาที่เธออย่างไม่เข้าใจ

“ถ้าฉันไปหาซนซึงวานจริงๆ เขาจะดีใจรึเปล่าก็ไม่รู้”
“ฉันกลัวความรู้สึกของตัวเองอยู่เหมือนกัน” เบจูฮยอนพูดด้วยสายที่สั่นไหว

“พี่ไม่รู้หรอกนะว่าเธอมีอดีตอะไรกัน... แต่เธอเป็นคนพยายามช่วยเขา ยังไงเขาก็อยากเจอเธออยู่แล้วล่ะ” ยูริมองเธออย่างนิ่งๆ

“...” 

“อีกสองวันเขาก็จะออกจากโรงพยาบาลแล้วนะ ไปหาบ้างก็ยังดี”

 

 

........

 

 

            ช่วงบ่ายของวันแสงแดดที่แสนอ่อนสาดส่องทำให้บรรยากาศหนาวขึ้นไปกว่าเดิมหลายเท่า เบจูฮยอนที่เดินตัวสั่นนั้นค่อยๆ นั่งลงที่สวนเล็กๆ ของโรงพยาบาล 

“เฮ้อ!” เธอวางกล่องอาหารที่เตรียมมาด้วยหัวใจที่สั่นเครือ ก่อนจะมองไปบนตึกที่ซึงวานพักอยู่อย่างหวั่นๆ

“ซนซึงวาน... ฉันกลัวเหลือเกิน” เธอพูดพร้อมน้ำตาที่คลอก่อนจะหลุบตาลงมองพื้นอย่างเศร้าใจ

“ขอนั่งด้วยนะคะ พอดีว่าฉันเมื่อยมากเลย” ร่างของใครบางคนที่ใส่ชุดของโรงพยาบาลนั่งลงแล้วพูดกับเธอ แต่ด้วยความที่เสียงนั้นดูคุ้นๆ เธอจริงรีบเงยหน้ามองเจ้าของเสียงนั้นทันที

“เอ่อ... คุณรอคนที่คุณจะมาเยี่ยมใช่มั้ยคะ?” ซนซึงวานพูดพร้อมยกยิ้มให้เบจูฮยอนอย่างสดใส

“...” เบจูฮยอนที่ยังคงนั่งนิ่งเพราะทำตัวไม่ถูกและได้แต่สบตากับคนตรงหน้าไม่ละสายตา

“ฉันขอนั่งแปปนึงนะคะ เดี๋ยวหายเมื่อยเมื่อไหร่จะไปทันที” ซนซึงวานยังคงพูดพร้อมใบหน้ายิ้มๆ

 

“ซนซึงวาน” เธอเรียกคนตรงหน้าพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ สายตาของเธอมองใบหน้าที่มีบาดแผลของคนตรงหน้าอย่างเศร้าใจ ก่อนมือของซนซึงวานจะค่อยๆ เอื้อมมาปาดน้ำตาให้เธออย่าเบามือและทะนุถนอม

“...” ซนซึงวานยกยิ้มไม่ได้เอ่ยอะไรก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวเข้าไปกอดเธออย่างอบอุ่นและปลอบประโลม

“ขอโทษนะคะ แต่ฉันคิดว่าคุณอาจต้องการอ้อมกอดจากใครสักคนเพื่อปลอบใจ... งั้นขอเป็นฉันนะคะ คุณเบจูฮยอน” เมื่อเบจูฮยอนได้ยินสิ่งที่ซึงวานพูดจบก็ปล่อยโฮออกมา จนไหล่ของอีกคนชุ่มไปด้วยน้ำตาของเธอ

 

 

_________________

 

 

Talk.
สวัสดีค้าบบ
มาต่อแน้ววว เบจูฮยอนร้องไห้อีกแน้วTT
แต่เราก็ชอบที่ซึงวานกอดคุณเขามากเลย แงง
ยังไม่จบน้าาาทุกคน ยังมีอีกไม่กี่ตอน อิอิ
ยังไงโปรดติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ
และขอบคุณที่ให้กำลังใจกันเสมอๆน้าาา

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น