13:20 | wenrene

ตอนที่ 12 : : 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    2 ก.ค. 63

“ฉันไม่ได้อึดอัด แต่ดีใจแทนต่างหากล่ะ” เธอพูดพร้อมยิ้มให้ซนซึงวานอีกรอบและกระชับมือที่จับอยู่ให้แน่นขึ้น

หัวใจที่เต้นแรงของซนซึงวานนั้นทำให้เธอได้แต่จ้องใบหน้าของเบจูฮยอนอยู่แบบนั้น เพราะทำตัวไม่ถูก

“...” สีหน้าซึงวานเปลี่ยนไปทันทีเมื่อจู่ๆมือที่สัมผัสเมื่อครู่กลายเป็นความว่างเปล่า และสถานที่วุ่นวาย

“ฉันทำไมไม่บอกเธอไปนะ” ซึงวานหลับตาลงอย่างเสียดาย

 

ครืดดด! ครืดดด!

สมาร์ทโฟนที่สั่นขึ้นทำให้ซึงวานนั้นนึกอะไรได้ก่อนจะรีบเปิดดู จอปรากฏเบอร์ของควอนยูริที่โทรมาสิบกว่าสายและข้อความอีกเพียบทำให้เธอรีบโทรไปหาทันที

“ฮัล-” ซึงวานไม่ทันจะพูดก็โดนปลายสายแทรกขึ้นอย่างรวดเร็ว

(ซนซึงวานพี่ไม่ได้จะเบี้ยวนัดเลยนะ แต่รถมันติดจริงๆ พี่ขอโทษนะ)

“อ่า... ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่พี่กินอะไรรึยังคะ?” ซึงวานพูดพร้อมเกาหัวงงๆ

(พี่ขอโทษจริงๆนะ) ปลายสายยังคงพูดด้วยความรู้สึกผิด

“ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ พอดีฉันไปทำธุระมาน่ะพอดีแบตมันหมด ฉันเพิ่งถึงบ้าน” ซึงวานรีบเดินไปที่เงียบๆ

(งั้นวันหลังพี่กับซอฮยอนจะไปรับนะ)

“ได้เลยครับผม” ซึงวานตะเบ๊ะใส่ปลายสาย

(งั้นไม่กวนแล้วนะ บาย) เมื่อวางสายซึงวานก็รีบมองท่าทีของตัวเองที่ยังตะเบ๊ะกับอากาศอยู่

“ฉันติดแล้วสินะ” เธอพูดพร้อมเอามือลง

 

 

........

 

 

‘ใบหน้าและประโยคที่ซึงวานพูดเมื่อหลายวันก่อนยังคงวนเวียนทำให้ใจฉันเต้นแรงเสมอเลย’

 

‘เรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นคงเป็นความคุ้นชินสำหรับฉันไปแล้วล่ะ...’

 

            ร่างบางค่อยๆเดินตามทางอย่างสบายใจด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม สายลมพัดผมสลวยของเธออย่างช้าๆ แววตานั้นมองอพาร์ทเมนท์ตรงหน้าที่ลูกพี่ลูกน้องของเธออยู่ ก่อนจะหยุดมองอย่างนิ่งๆ

“ถึงแล้วสินะ” เธอพึมพำกับตัวเองก่อนจะมองไปทางด้านขวามือที่รู้สึกมีอะไรกำลังเคลื่อนไหวอยู่

 

“สวัสดี” เบจูฮยอนรีบตรงไปที่โกลเด้นสีน้ำตาลและนั่งลงทักทายอย่างเป็นมิตร

“แฮ่กๆๆ!” เจ้าโกลเด้นที่เดินไปมานั่งลงตรงหน้าเธออย่างเชื่อฟัง

“ชื่ออะไรเราน่ะ” เธอเอื้อมมือไปลูบหัวมันอย่างเบามือ
“อ้าว! เบจูฮยอน” อยู่ๆเจ้าของชื่อก็โดนเรียกขึ้นเธอจึงรีบหันไปมอง

“สวัสดีค่ะพี่ซอฮยอน” เธอยังไม่ทันลุกขึ้นคนที่กำลังเดินมาก็นั่งลงข้างๆ เธอและยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร

“ทำไมวันนี้ไม่ไปทำงานล่ะ?” ซอฮยอนถามเธอ

“ช่วงนี้เหนื่อยๆน่ะค่ะเลยลา ตั้งแต่พี่สองคนย้ายมาอยู่นี่ก็ยังไม่เคยมาหาเลยน่ะ” เธอตอบพร้อมยื่นข้าวของที่วางข้างๆให้ซอฮยอน

“ขอบใจมากๆนะ” ซอฮยอนรับข้าวของนั้นไว้

“พี่ล่ะคะทำไมวันนี้ไม่ไปทำงาน?” เธอถามคนข้างๆกลับ

“พี่ลาเหมือนกัน ฮ่าๆๆ” คนข้างๆตอบพร้อมหัวเราะออกมา

“อ้อ! วันนี้ยูริไปทำงานนะ จูฮยอนมีธุระอะไรด่วนรึเปล่า?” 

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ วันนี้เบื่อๆเลยอยากมาหาน่ะค่ะ” เมื่อเธอพูดจบคนข้างๆ เธอก็พยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะหันไปมองโกลเด้นที่ใช้เท้าไปเกยแขนเบจูฮยอนอย่างเป็นมิตร

“บ๊กซัง เดี๋ยวนี้นายสนิทกับทุกคนไวขนาดนี้เลยหรอ?” ซอฮยอนพูดใส่โกลเด้นที่อยู่ตรงหน้าเบจูฮยอน 

“...” เบจูฮยอนรีบหันมองซอฮยอนอีกครั้งเมื่อชื่อเจ้าโกลเด้นตรงหน้านั้น...

 

“แน่นอนบ๊กซังรออยู่... อ่า!ฉันติดเรียกชื่อพวกมันน่ะ อันนี้ชื่อลูกของบ๊กจูน่ะ”

 

“เขาชื่อบ๊กซังหรอคะ?” เบจูฮยอนถามเพื่อความแน่ใจ

“อื้อ! พวกเราเรียกชื่อเดิมตามเจ้าของเก่าน่ะ”
“ตามจริงมีอีกตัวด้วยนะ ชื่อบ๊กจู แต่เธอเพิ่งตายไปเมื่อ 2 ปีก่อน” ซอฮยอนพูดจบก็ยิ่งทำให้เบจูฮยอนยิ่งตกใจและทำตัวไม่ถูก

“อ่อ...” เบจูฮยอนแกล้งพยักหน้าอย่างยิ้มๆ 

“เจ้าของเก่าของเจ้าสองตัวนี้นิสัยดีมากเลยนะ เธอเป็นเด็กที่มีรอยยิ้มที่อบอุ่นและสดใสมาก แต่ชีวิตเธอค่อนข้างโดดเดี่ยวมากเลย... ไม่มีใครรับเจ้าพวกนี้ไปเลี้ยงต่อเพราะเธอแทบจะไม่มีญาติเลย พี่กับยูริเลยรับมาเลี้ยงน่ะ”

“ยูริเห็นเธอเป็นเหมือนน้องแท้ๆ คนนึงเลยล่ะ ซึ่งฉันก็คิดเหมือนกัน... แต่โชคชะตาพาเธอจากพวกเราไปเร็วเกินไป” ซอฮยอนพูดพร้อมหลุบตาลงอย่างเศร้าหมอง 

“...” เบจูฮยอนที่นั่งฟังคนข้างๆถึงกับตัวชาไปเลยหลังจากได้ยินประโยคสุดท้ายที่ซอฮยอนพูด

 

“หน้าเศร้าไปเลย... ขอโทษนะที่พี่พูดเรื่องเศร้าๆขึ้นมา” คนข้างๆรีบเอื้อมมือไปจับแขนเธอเพื่อปลอบหลังจากเธอทำหน้าเศร้าและนิ่งมาสักพัก

“เอ่อ...” เธออ้ำอึ้งและคิดคำถามที่จะถามคนข้างๆ อย่างลำบาก

“เจ้าของเก่า... ชื่ออะไรหรอกคะ?” เบจูฮยอนถามคนข้างๆอย่างลำบากใจ และลุ้นจนมือของเธอนั้นเย็นไปหมด

“เธอชื่อซนซึงวานน่ะ” เมื่อเธอได้ยินชื่อนี้ขึ้นมือที่สัมผัสโกลเด้นอยู่ก็ล่วงลงอย่างอ่อนแรง ดวงตาของเธอสั่นเครือและแดงเพราะกลั้นน้ำตาไว้นั้นไม่กล้าที่จะสบกับคนข้างๆเลย

“อ-เอ่อ...”
“เขาเป็นอะไรถึงเสียหรอคะ?” เบจูฮยอนหันไปถามคนข้างๆ ด้วยเสียงที่สั่นๆ

“เธอโดนรถชนที่สี่แยกก่อนถึงสน.ที่ยูริทำงานน่ะ เพราะโรงเรียนเธออยู่ใกล้ๆกลับสน.ที่ยูริทำงานอยู่น่ะ...”
“เพราะเด็กคนนี้จะไปรับบ๊กจูที่หายออกจากบ้านเมื่อหลายเดือน ยูริดีใจจนรีบโทรบอกเธอตั้งแต่เช้าจนทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นน่ะ” ซอฮยอนพูดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง

“...” เบจูฮยอนที่ได้แต่กลั้นน้ำตาและเอื้อมมือไปจับมือคนข้างๆ เพื่อปลอบใจ

“พรุ่งนี้ก็ครบรอบ 6 ปีที่เธอจากไปแล้วล่ะ... พี่คิดถึงเด็กคนนี้มากเลย” คนข้างๆพูดพร้อมถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้น เบจูฮยอนที่ลุกขึ้นตามได้แต่ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง


“เลิกพูดอะไรเศร้าๆดีกว่า ขึ้นไปบนห้องกันเถอะอากาศมันหนาว” ซอฮยอนพูด

“เหตุการณ์เกิดเมื่อ 2013” จู่ๆ เบจูฮยอนก็พูดขึ้นมาอย่างนิ่งๆ
“งั้นฉันขอกลับก่อนดีกว่าค่ะ ไม่อยากรบกวนเวลาวันหยุดของพี่” เธอพูดกับคนตรงหน้าก่อนจะก้มหัวให้เล็กน้อย ซอฮยอนมองตามเธอที่ค่อยๆเดินออกไปอย่างสงสัยก่อนจะหันกลับมา

 

 

........

 

 

            ร่างบางของเบจูฮยอนยังคงยืนนิ่งที่ประตูห้องมาสักพักแล้ว และประโยคของซอฮยอนเมื่อไม่กี่นาทีก็ตีวนกลับมาในความคิดของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอค่อยๆถอดรองเท้าของตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน แววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองตอนนี้มีแต่น้ำตาที่คลอออกมา

 

“เธอโดนรถชนที่สี่แยกก่อนถึงสน.ที่ยูริทำงานน่ะ”

“พรุ่งนี้ก็ครบรอบ 6 ปีที่เธอจากไปแล้วล่ะ...”

 

เธอทรุดลงกับพื้นและปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก ความคิดของเธอยังคงวนเวียนกับประโยคเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมา

“ซ-ซนซึงวาน ฮึก! ฉันจะช่วยเธอยังไงดี ฮือๆๆๆ” น้ำตาของเธอยังคงไหลออกมาอย่างไม่มีวันหยุด กับความรู้สึกจุกที่อกจนเจ็บปวด

“ฉันจะช่วยเธอยังไงดี ฮึก ฮือๆๆๆ”

“เอ๊ะ! ทำไมฉันเปิดมาเจอที่นี่...” ร่างของซนซึงวานที่เปิดประตูเข้ามาอย่างสงสัยและกำลังพึมพำต้องชะงักเมื่อเห็นเบจูฮยอนนั่งอยู่ที่พื้นกับเสียงสะอื้นที่ทำให้เธอรับรู้

“คุณ... เป็นอะไรไป?” ซนซึงวานเดินมาใกล้ๆร่างบาง 

“ซนซึงวาน” ใบหน้าของเธอที่เต็มไปด้วยน้ำตาอยู่ตอนนี้เงยมองอย่างพร่ามัว แต่ก็ชัดพอที่จะรู้ว่าเป็นซึงวานค่อยๆนั่งลงตรงหน้าเธอ

“เป็น...” ซึงวานต้องชะงักเมื่อร่างบางพุ่งเข้ามากอดอย่างรวดเร็ว หลังจากนิ่งได้สักพักซึงวานก็กอดตอบอย่างอ่อนโยนและลูบที่แผ่นหลังของเธอเพื่อปลอบประโลมอย่างเบามือ

“ฮือๆๆ ฉันจะทำยังไงดี ฮึก” คนในอ้อมกอดพูดประโยคนี้ออกมาทำให้ซึงวานสงสัยนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร

“ฮือๆๆ ฉันไม่รู้จะทำยังไงดี ฮือๆ ฉันหาวิธีไม่ออกเลย” เบจูฮยอนยังคงกอดคนตรงหน้าอย่างแนบแน่น

“ไม่เป็นไรนะ ฉันจะคอยช่วยคุณเอง” ซนซึงวานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

ร่างบางของเบจูฮยอนค่อยๆ คลายกอดและมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกเป็นห่วง ซนซึงวานสบตากับเธอก่อนจะมองน้ำตาที่ยังคงไหลใบหน้าอาบนั้น มือนั้นค่อยๆ เอื้อมไปเช็ดน้ำตาที่แก้มของเบจูฮยอนอย่างเบาๆ

“ฉันรู้... ว่าเธอควบคุมการกลับไปที่ปัจจุบันของตัวเองไม่ได้ ฮือๆๆๆ” เธอยังคงร้องไห้ออกมา

“แต่ฉันก็กลับมาหาคุณนี่นา อย่าร้องไห้เลยนะ” ซนซึงวานเอื้อมมือไปปาดน้ำตาให้คนตรงหน้าอีกครั้ง

“ถ้านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันเจอเธอล่ะ ฮึก!”

“...” ซนซึงวานนิ่งไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่

“ถ้าพรุ่งนี้มาถึง... ฮึก! แล้วเธอไม่ได้อยู่กับฉันตรงนี้แล้ว...”

“ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะ?” ซนซึงวานถามอย่างสงสัย

“ระวังตัวด้วยนะซนซึงวาน ม-ไม่นะซนซึงวาน!” เธอรีบตะโกนขึ้นเมื่อร่างของคนตรงหน้าหายไปแล้ว
“ซนซึงวานนน ฮือๆๆ ไม่นะ ฮือออ”

 

 

 

 

 

“เฮือก!” ดวงตาของเธอรีบเปิดขึ้นทันทีด้วยความตกใจ ก่อนจะยันตัวเองขึ้นเพื่อมองรอบๆ ห้อง ที่สถานการณ์ดูปกติ แสงแดดอ่อนๆทะลุเข้ามาทำให้เธอรับรู้เวลาตอนนี้ได้ดี

 

“ทำไมฉันฝันถึงเด็กคนนี้อีกแล้วนะ”

 

 

_________________

 

 

Talk.
สวัสดีค้าบบบ
วันนี้มาไวหน่อย^^
เราพยายามจะมาอัพบ่อยๆขึ้นนะ
ยังไงก็โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยน้าา

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น