13:20 | wenrene

ตอนที่ 11 : : 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 74
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    26 มิ.ย. 63

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่ซนซึงวานได้แต่นั่งเหม่อลอยแบบนี้อยู่กับพื้นที่มีโกลเด้นสีน้ำตาลนั่งมองไม่ละสายตา สายตานั้นมองไปยังแสงไฟที่ถนนบริเวณหน้าบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกที่หน่วงจนบอกไม่ถูกทำให้เธอนั้นฟุบหน้าและหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า

“โฮ่ง!” หลังจากที่มองซึงวานมานานบ๊กซังจึงส่งเสียงเชิงเรียกเธอ

“เฮ้อออ!” เมื่อรู้ว่าโดนเรียกเธอเงยหน้าขึ้นมาพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ และค่อยๆขยับไปนั่งใกล้ๆบ๊กซังมากขึ้น

“บ๊กซัง” เธอเอื้อมมือไปลูบหัวโกลเด้นที่น่ารักตรงหน้าอย่างช้าๆ

 

“ฉันรู้สึกบางอย่างที่แปลกไป.. อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน” เธอพูดพร้อมมองโกลเด้นตรงหน้าที่นั่งมองเธอเหมือนกัน

 

“ฉันรู้สึกอยากรักษา อยากให้เธอยิ้ม อยากให้เธอพ้นจากเรื่องราวที่เป็นฝันร้ายกับเธอ อยากให้เธอเจอแต่กับคำว่าความสุข ...จนตัวฉันนั้นไม่คิดเรื่องของตัวเองเลยเวลาอยู่กับเธอ”

“ฉันอยากเจอเธอทุกวันในชีวิตที่ฉันใช้แบบปกติ ฉันอยากอยู่ข้างๆเธอตลอดไป... ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ต่างจากความรู้สึกที่ฉันมีให้แม่ของฉัน แม่ของนายและนาย”

เมื่อนึกถึงใบหน้าของเบจูฮยอนขึ้นมาก็ทำให้หัวใจของซนซึงวานเต้นแรงขึ้นจนเธอเองต้องรีบเอื้อมมือไปทาบที่อก

 

“นี่คือความรักใช่มั้ย?”

 

 

........

 

 

ในคาเฟ่แห่งหนึ่งที่มีผู้คนไม่มากนักเพราะร้านไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนอกจากเบจูฮยอนและพัคโชรง ที่มานั่งที่นี่บ่อยครั้ง

“วันนี้ทำไมถึงนัดฉันออกมาล่ะ มีเรื่องด่วนหรอ?” พัคโชรงถามเธอทันทีเมื่อมาถึง

“ไม่ด่วนหรอก แต่ค่อนข้างสำคัญและอยากบอกแก” เบจูฮยอนยกมุมปากเล็กน้อย

 

“อ่า.. ขอบคุณนะคะ” โชรงกำลังจะพูดต่อแต่เจ้าของร้านกลับเดินมาซะก่อน เลยหันไปขอบคุณก่อน

“แปปนะฉันหิวน้ำน่ะ” โชรงยกมือห้ามเพื่อนและหยิบเครื่องดื่มขึ้นมาแก้กระหาย

“ฉันไม่ได้ให้แกรีบขนาดนี้เลยนะโชรง” จูฮยอนมองท่าทีของเพื่อนอย่างขำๆ

“ไม่ได้หรอกเพื่อนมีเรื่องจะคุยต้องก็รีบมาป่ะ” เธอพูดพร้อมวางแก้วลง
“ว่ามาสิ มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉัน?” โชรงสบตากับเพื่อนข้างๆ

“ขอให้ตั้งสติก่อนฟังนิดนึงนะ” จูฮยอนบอกเพื่อนสนิท

“อื้อ!” โชรงตอบแบบยิ้มๆ

 

“จริงๆแล้ว.. ฉันกับซึงวานไม่ได้เป็นญาติกันหรอก” เบจูฮยอนพูดขึ้นหลังจากรวบรวมคำพูดอยู่สักพัก
“ขอโทษที่โกหกแกนะ” สายตารู้สึกผิดส่งไปให้โชรงทันทีเมื่อพูดจบ

“อ้าว! แล้วน้องซึงวานเป็นใครอ่ะ?” โชรงไม่ได้โกรธอะไรแต่ขมวดคิ้วเล็กๆขึ้นมาอย่างสงสัย

“คือเราเพิ่งเจอกันได้ไม่นานนักหรอก ฉันเองที่เป็นคนไปเจอเขา.. แต่ฉันก็รู้สึกแปลกๆทุกครั้งเวลาเธอหายไป” จูฮยอนเริ่มที่เล่า

“หืม! หายไปยังไง?” โชรงถามด้วยความสงสัย

“เวลาเขาหายก็หายไปดื้อๆ แค่เพียงไม่ถึงนาทีรอบๆ ตัวฉันก็หันไปไม่เห็นซนซึงวานเลย..”

“หรือว่า... ซนซึงวานเป็นผีงั้นหรอ?” โชรงทำตาโตทันที

“เปล่าๆ” จูฮยอนรีบตอบ
“ฉันสัมผัสซนซึงวานได้ เธอเป็นคนนี่แหละ”

“แล้วรู้จักน้องเขาได้ยังไงอ่ะ? น้องเขาคืออะไรล่ะถ้างั้น?” โชรงยังคงสงสัย

“ซนซึงวานมาจากปี 2013” จูฮยอนพูดพร้อมมองหน้าโชรงที่ตอนนี้คิ้วของเธอขมวดเป็นปม

“แกจะบอกว่า... ซนซึงวานมาจากอดีตงั้นหรอ?” เพื่อนสนิทถามจูฮยอนขึ้น จูฮยอนทำได้เพียงพยักหน้าตอบอย่างนิ่งๆ

“นี่... มันเรื่องอะไรกัน ฉันเริ่มงงไปหมดแล้ว” โชรงได้แต่พูดแล้วก็สงสัย

“แต่มันคือเรื่องจริงนะโชรง ตอนแรกฉันก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมซึงวานถึงมาเจอฉันตลอด...”

“...” โชรงนั่งมองรอจูฮยอนพูดต่อ

“แต่หลังจากที่เขาช่วยคุณยายที่ขนส้มได้ ฉันคิดว่าซนซึงวานมาจากอดีตจริงๆ แล้วฉันคิดว่าเขาแก้ไขอนาคตที่เป็นความฝันของฉันได้”

“แกเคยเห็นตอนน้องซึงวานหายไปมั้ย?” โชรงยังมีสีหน้าที่งงๆ

“หลายครั้งเลยล่ะ แต่ซึงวานไม่ใช่ผีจริงๆนะ แล้วฉันเคยให้เขาจับสิ่งที่ปราบภูตผีต่างๆมาหมดแล้ว”

“ตอนนี้ฉันเชื่อว่าเขาไม่ใช่ผี แต่ฉันสงสัยว่า... เขาข้ามเวลามาได้ยังไง” โชรงอธิบายให้เพื่อนสนิทฟังก่อนเบจูฮยอนจะเงียบไปสักพัก

 

“อาจจะเป็นเพราะฉันก็ได้ที่ทำให้เขามาที่นี่” จูฮยอนพูดด้วยแววตาสั่นเครือ

“อย่าบอกนะที่แกโทรมาหาฉันเรื่องหมอดูวันนั้น...” พัคโชรงพูดจบก็เบิกตาโพลงทันที

“ใช่ ฉันอยากกลับไปถามหมอดูว่าเป็นซึงวานรึเปล่า แต่หมอดูก็ย้ายออกไปไหนแล้วไม่รู้”
“และนั่นแหละ ทำให้ฉันอยากปกป้องซนซึงวานให้มากที่สุดหากมันเป็นจริงขึ้นมา” จูฮยอนพูดจบก็ได้แต่หลุบตาลงไม่กล้าสบตาเพื่อนสนิท

 

“ฉันไม่แน่ใจ แต่...นั่นจะทำให้เธอต้องแลกกับความเจ็บปวดและเสียใจไปตลอดชีวิต”

 

 

........

 

 

“บ๊กซังวันนี้ฉันกลับดึกหน่อยนะ” ซนซึงวานพูดพร้อมลูบหัวโกลเด้นที่นั่งตรงหน้า

เมื่อเธอเดินออกมาจากได้สักพักก่อนจะมองเวลาในสมาร์ทโฟนที่ถืออยู่

 

[18:13]

 

“หลายวันแล้วนะที่ไม่ได้เจอเบจูฮยอน” เธอพึมพำกับตัวเองก่อนจะส่ายหน้าไปมาเพื่อทิ้งความคิดนี้ให้ออกจากหัวเธอ

 

ครืดดด! ครืดดด!

“ฮัลโหล พี่ยูริอยู่ไหนแล้วอ่ะ”

(อ้อ! ที่ทำงานซอฮยอนรถติดอ่ะ รอแปปนะ) เจ้าชื่อที่อยู่ปลายสายรีบพูดขึ้น

“ไม่เป็นไรๆ ฉันเพิ่งออกจากบ้านเองเดี๋ยวเดินช้าๆเอาก็ได้ค่ะ” ซนซึงวานพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง

(แปปนึงนะน้องซึงวาน!) เสียงของอีกคนที่แทรกขึ้นมาจากปลายสายทำให้เธอหลุดหัวเราะออกมา

“ไม่เป็นไรค่ะพี่ซอฮยอน” ยังไม่ทันพูดจบหน้าจอสมาร์ทโฟนของเธอก็มืดสนิท ก่อนเธอจะเงยมองรอบๆ

 

“เฮ้อออ เจอเธอจริงๆด้วย” ซึงวานพูดพร้อมยิ้มออกมาเมื่อหันไปเจอเบจูฮยอนที่กำลังเดินมา

“เธอใส่โค้ทสีดำแล้วเข้าจัง” ซนซึงวานพูดไปก็ยิ้มไป สายตาของเบจูฮยอนหันมาสบกันพอดี ทำให้ซึงวานนั้นไม่รู้จะหลบสายตาไปทางไหนเลยได้แต่สบตากับเธออยู่แบบนั้น และยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

“สวัสดี” เมื่อเห็นอีกคนนั้นนิ่งไปซึงวานเลยรีบโบกมือทักทาย ทำให้เบจูฮยอนที่อยู่ไม่ไกลนักรีบเดินตรงมา

“ซนซึงวาน” ใบหน้าสวยยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน

“หืม!?” ซนซึงวานเลิกคิ้วเพื่อถาม

“ไปกินเนื้ออย่างกันเถอะ” เธอพูดจบก็รีบดึงซนซึงวานให้เดินตามไปทันที

“อ่า.. ฮ่าๆๆ” ซนซึงวานหลุดขำออกมาอย่างงงๆ

.

.

.

.

ทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงามน่ามองที่สวนแห่งหนึ่งกับลมหนาวที่พัดผ่านมาทำให้เบจูฮยอนตัวสั่นทันที ซนซึงวานที่มองเธอจากด้านหลังรีบเดินมาที่เธอและยื่นแก้วกาแฟไปให้เธอ

“ขอบใจนะ” เบจูฮยอนส่งรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนไปให้เธอก่อนซึงวานจะยิ้มตอบ และนั่งลงข้างๆเธอโดยมีระยะห่างนิดหน่อย

“หืม!? ฉันก็ดื่มกาแฟเหมือนกันนะ ช่วงนี้ติดมากเลยด้วย” ซึงวานที่พูดขึ้นเมื่อเห็นอีกคนจ้องเธอที่กำลังจะยกกาแฟขึ้นมาจิบ

“เปล่า ฉันดีใจน่ะ” ใบหน้าของจูฮยอนแดงขึ้นหลังจากพูดจบ

“...” ซึงวานที่งงๆกับคำพูดของคนข้างๆ หันไปมองใบหน้าของเธอ

“ฉันดีใจที่เธอมาที่นี่อีก... ฉันอาจจะพูดดูเห็นแก่ตัวเกินไปแต่ฉันดีใจจริงๆที่เธออยู่ตรงนี้” ดวงตานั้นเป็นประกายจนซึงวานรับรู้ได้

“...”

“ฉันไม่กล้าพูดเพราะมันดูเห็นแก่ตัว แต่วันนี้ฉันอยากพูดจริงๆว่าฉันดีใจที่ได้เจอเธออีก” เบจูฮยอนพูดจบก็หลุบตาลงเมื่อคนข้างๆ เธอเงียบไปและไม่มองเธอด้วยซ้ำ

 

“พอคุณพูดแบบนี้ มันทำให้ฉันกล้าพูดขึ้นมาแล้วล่ะ” หลังจากเงียบสักพักซึงวานก็พูดขึ้น

“...” ใบหน้าสวยเงยขึ้นมามองซึงวานอีกครั้ง

“ถ้าฉันเป็นคนเปลี่ยนอนาคตอย่างที่เคยพูด... ฉันก็อยากจะช่วยคุณและอยู่ข้างๆคุณตลอดไป” ใบหน้าและคำพูดที่จริงจังส่งไปยังเบจูฮยอน

“ถึงจะไม่ได้เจอคุณตลอด แต่ขอให้คุณคิดว่ามีฉันที่คอยช่วยเหลือและเชื่อใจคุณอยู่เสมอนะ”

“...”

“ฉันรู้สึกเสียดายที่เราไม่เจอกันใน2013 มันทำให้ฉันคิดถึงคุณตลอดเลย”


“ฉันคงพูดให้คุณอึดอัด งั้น...” ซึงวานลุกขึ้นก่อนจะโดนมือเล็กๆของคนข้างๆรั้งไว้ แววตานั้นสั่นไหวมากจนซึงวานรับรู้ได้ เธอยิ้มให้ซึงวานและใบหน้าสวยๆของเธอก็แดงขึ้นทันที

“ฉันไม่ได้อึดอัด แต่ดีใจแทนต่างหากล่ะ” เธอพูดพร้อมยิ้มให้ซนซึงวานอีกรอบและกระชับมือที่จับอยู่ให้แน่นขึ้น

 

 

_________________

 

 

Talk.
มาแน้วๆ สวัสดีค่าา
เป็นยังไงบ้างเอ่ย?
ขอแอบๆบอกว่าไม่น่าจะไม่ถึง20ตอนนะงับ^^
แต่เราคิดตอนจบไว้นานแล้วน้าา
พูดคุยกับไรท์และเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น