13:20 | wenrene

ตอนที่ 10 : : 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    26 มิ.ย. 63

บรรยากาศอันหนาวเหน็บภายในโรงเรียนซนซึงวานเลือกซึมซับมันอย่างช้าๆ และปล่อยให้เพลงที่ฟังอยู่เป็นเพื่อนในบรรยากาศแบบนี้ แต่ไม่นานนักก็โดนทำลายเพราะซึลกิที่มาจากไหนไม่รู้มาทำลายความเงียบและบรรยากาศของเธอ

“ซึลกิ!” ซนซึงวานฟาดไปที่แขนเพื่อนสนิทอย่างรวดเร็วที่ทำให้เสียบรรยากาศ 

“ฮ่าๆๆ ขอโทษๆ” ซึลกิพูดปนหัวเราะและนั่งลงข้างๆ

“ทำไมยังไม่กลับบ้านอ่ะ?” ซนซึงวานถอดหูฟังออกและถามเพื่อนสนิทอย่างสงสัย

“แล้วแกล่ะทำไมยังกลับ?” ซึลกิเลือกที่จะถามกลับแทน

“ฉันถาม / นี่ฉันถาม” ทั้งคู่พูดพร้อมกันก่อนจะหัวเราะออกมาทั้งคู่

“ใกล้จะจบแล้วเลยอยากอยู่โรงเรียนตอนเย็นๆบ้าง” ซนซึงวานตอบขึ้นก่อน

“อ่อ” ซึลกิพยักหน้ารับรู้

“เพื่อนชมรมบาสชวนไปคุยนิดหน่อย แต่มีน้องคนนึงมาคุยกับฉันน่ะเลยนาน” ซึลกิตอบบ้าง ซนซึงวานเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินประโยคหลัง

“ใครอ่ะ? น้องมาจีบหรอ?” ซึงวานรีบโน้มตัวไปแซวเพื่อน

“เบาๆหน่อย” ซึลกิรีบดันหัวซึงวานให้กลับไปที่เดิม

“แล้วไม่จริงหรอล่ะ?” ซึงวานจับทางเพื่อนสนิทได้ก่อนจะมองตาขวางใส่

“ก็.. อือ น้องมาสารภาพน่ะ” 

“ห๊ะ! จริงอ่ะ?!” ซึงวานตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ

“จะเสียงดังทำไมเล่า!” ซึลกิตีไปที่แขนของเธออย่างรวดเร็ว

“แล้ว...?” ซึงวานยังคงถามต่อด้วยความสงสัยด้วยใบหน้ากวนๆ

“ฉันก็เลยบอกว่า... เห้ย!!” และเป็นซึลกิตะโกนเสียงดังจนต้องรีบมองไปรอบๆ ว่ามีใครเห็นที่ซึงวานหายตัวไปต่อหน้าต่อตาหรือไม่

 

 

........

 

 

 

“...” ซนซึงวานมองสถานที่ในตอนนี้ ที่รับรู้ได้ว่าที่นี่คือรถแท็กซี่ก่อนจะหันไปมองคนข้างๆ ที่กำลังอ้าปากค้างอยู่

“ชู่ว!” เมื่อรู้ว่าคนข้างๆเป็นเบจูฮยอนซึงวานจึงรีบยกนิ้วให้เธอนั้นไม่ตระหนกตกใจมากนัก เบจูฮยอนค่อยๆเอามือปิดปากตามที่คนตรงหน้าบอกก่อนจะเหล่มองลุงที่ขับแท็กซี่

 

“จอดข้างหน้านี่แหละค่ะ” เบจูฮยอนพูดกับคนขับแท็กซี่ก่อนลุงขับแท็กซี่จะมองที่กระจกแล้วทำสีหน้าตกใจเมื่อเห็นซนซึงวาน

“อ้าว! น้องนักเรียนขึ้นมาด้วยหรอครับ?” ลุงขับแท็กซี่รีบหันไปถามเบจูฮยอนอย่างสงสัย

“อ่อ ใช่ค่ะ” เบจูฮยอนรีบตอบขึ้น

“พักดื่มกาแฟบ้างนะคะ คุณลุงอาจจะเบลอๆนะ” ซึงวานพูดและเปิดประตูรถลงทันที

“นี่ค่ะ” เบจูฮยอนยื่นเงินให้ลุงก่อนจะรีบลงตามซึงวานติดๆ

 

“...” เบจูฮยอนมองคนตรงหน้าอย่างสงสัย แต่ซึงวานก็ได้แต่ยกยิ้มบางๆให้และมองข้าวของในมือของจูฮยอนที่ค่อนข้างเยอะ

“มาฉันช่วย” ซึงวานยื่นมือไปหยิบของในมือของจูฮยอนมาไว้ในมือของตัวเองอย่างรวดเร็ว สายตาที่จ้องมองมาที่ซึงวานนั้นทำให้คนที่ถูกมองต้องชะงัก

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า” ซึงวานยกยิ้มให้เธอตรงหน้าอย่างอ่อนโยน

“เอ่อ...” 

“...” ซนซึงวานเลิกคิ้วรออีกคนที่เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง

“ไม่มีอะไร” เบจูฮยอนกลืนประโยคที่จะพูดลงคอและปฏิเสธคนตรงหน้าด้วยใบหน้ายิ้ม แม้จะยังสงสัยอยู่บ้างแต่ซนซึงวานก็พยักหน้าตอบ 

 

อากาศที่หนาวเย็นลงมากขึ้นทำให้ทุกคนใส่โค้ทหรือเสื้อผ้าตัวหนาๆกันมากขึ้นและเบจูฮยอนเองก็ด้วย ซนซึงวานที่เดินตามหลังนั้นมองเธออย่างอ่อนโยนก่อนจะชะงักตามเธอเมื่อโดนชายคนหนึ่งเดินตรงมาที่ทั้งคู่อย่างรวดเร็ว

“อ้าว! ตอนนนั้นยังทะเลาะกันอยู่เลย.. ทำไมวันนี้มาด้วยกันล่ะครับ?” คุณลุงรปภ.ของอพาร์ทเมนท์หันไปถามจูฮยอนสลับกับซึงวานอย่างสงสัย

“เอ่อ...” เบจูฮยอนได้แต่ยิ้มและอ้ำอึ้งกับการที่จะตอบคำถามนี้ 

“ฮ่าๆๆ เราเป็นพี่น้องกันค่ะ วันนั้นเราทะเลาะกันแรงไปหน่อยน่ะค่ะ” ซนซึงวานรีบใช้แขนข้างที่ว่างโอบไหล่เบจูฮยอนเพื่อให้ลุงรปภ.นั้นเชื่อกับคำพูดของเธอ

“...” เบจูฮยอนเลิกคิ้วอย่างตกใจและหันมาสบตากับซึงวานที่กำลังส่งซิกให้เธอแบบเนียนๆ

“อ่อ! ใช่ค่ะเราเป็นพี่น้องกันค่ะ” เบจูฮยอนพูดพร้อมตบแขนคนข้างๆให้ดูเนียนที่สุด

“ขอโทษนะคะที่วันนั้นทำให้คุณลุงต้องวุ่น ไปก่อนนะคะ” ซึงวานพูดจบก็ยังโอบไหล่เบจูฮยอนอยู่

“อ่อ โอเคครับๆ” คุณลุงรปภ.พยักหน้าพร้อมยิ้มให้ 

“ค่า” 

 

เมื่อรู้สึกว่าเดินมาลับสายตาของคุณลุงแล้วซนซึงวานค่อยๆ คลายอ้อมกอดนั้นและมองใบหน้าของคนข้างๆ

“ขอโทษนะที่ต้องพูดแบบนั้น” ซึงวานรีบพูดขึ้น

“ไม่เป็นไรๆ” เบจูฮยอนยกยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน

.

.

.

.

 

บรรยากาศยามค่ำคืนที่มาถึงและอากาศที่เย็นลงเรื่อยๆ ถ้วยชาในมือของซนซึงวานทำให้มือที่เย็นอุ่นขึ้น กลิ่นชาที่หอมทำให้จิบมันนิดหน่อย

“...” สายตานิ่งๆมองไปที่ร่างบางที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาอย่างสบายใจ ซนซึงวานได้แต่มองเธอสลับกับรอบๆห้องมาสักพักแล้ว 

ความเงียบงันแต่ไม่น่าอึดอัดนี้ทำให้ซึงวานนั้นเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน สายตานั้นมองออกทางด้านนอกระเบียงของห้อง ก่อนจะหันกลับมามองที่ร่างบางของเบจูฮยอนอีกครั้ง

“คุณ” ซนซึงวานทำลายความเงียบนี้ขึ้น

“หืม!?” ใบหน้าสวยเงยขึ้นมองซนซึงวานอย่างเรียบๆ

“ขอไปนั่งที่ระเบียงหน่อยนะ” ซนซึงวานพูดพร้อมชี้ไปทางด้านหลัง

“อากาศเย็นขนาดนี้ จะไม่หนาวเอาหรอ?” เบจูฮยอนมองคนตรงหน้าที่ใส่เสื้อผ้าของเธอกับเสื้อฮู้ดเพียงตัวเดียวอย่างเป็นห่วง

“ฉันไม่ใช่คนขี้หนาวหรอกน่า” ซนซึงวานพูดจบก็เดินไปเปิดประตูระเบียงอย่างรวดเร็ว

“เฮ้อ” เบจูฮยอนที่ไม่ได้พูดอะไรต่อส่ายหน้าให้กับความตีมึนของซึงวาน

เมื่อเดินออกมาลมหนาวก็สัมผัสที่กายของซนซึงวานอย่างรวดเร็วแต่เจ้าตัวกลับนิ่งเฉยเหมือนไม่รู้สึกอะไร และนั่งลงกับเก้าอี้ที่วางไว้อย่างสบายใจ

“ที่นี่ก็มองเห็นชัดเหมือนกันนะเนี้ย” ซนซึงวานเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สดใสพร้อมกับดวงดาวที่เปล่งประกายนับล้าน มือที่ยังคงถือถ้วยชาทำให้ความอบอุ่นนั้นยังคงช่วยให้ดีขึ้น

 

“บ๊กจู ฉันคิดถึงเธอจังเลย...”
“รีบๆกลับมาหาฉันนะ” ซึงวานพึมพำกับดวงดาวบนท้องฟ้า

เสียงประตูที่เลื่อนทำให้ซึงวานหันไปมองร่างที่เปิดออกมาอย่างช้าๆ เธอใส่เสื้อกันหนาวสีขาวที่เข้ากันกับใบหน้าอันอมชมพูนั้น ทำให้ซนซึงวานแอบยกยิ้มเล็กน้อย เบจูฮยอนยืนไม่ห่างจากเธอมากนักและวางแขนไปที่ขอบระเบียง

“คุณไม่ชอบอากาศหนาวสินะ” ซนซึงวานมองคนตรงหน้าที่ใช้มือลูบแขนตัวเองไปมา

“คงงั้น” เธอหันมาตอบอย่างยิ้มๆ 

 

“คุณเคยขอพรจากดวงดาวมั้ย?” ซนซึงวานเปิดบทสนทนาอีกครั้งหลังจากเงียบมาสักพัก ใบหน้าสวยที่เงยหน้ามองท้องฟ้าอยู่หันกลับมามองด้วยดวงตาที่สั่นเครือ

“เคยสิ... แทบจะทุกครั้งที่เงยหน้ามองท้องฟ้าเลยล่ะ” เธอตอบก่อนจะหันไปมองท้องฟ้าอีกครั้ง

“ฮึ นึกว่าจะมีแต่ฉันคนเดียวที่ทำ” ซนซึงวานพูดปนขำ

“เธอขออะไรหรอซนซึงวาน?” ใบหน้าสวยไม่ได้หันกลับมามองเธอแต่ยังคงถามขึ้น

“ฉันเคยขอให้แม่ของตัวเองหายป่วย... แต่มันก็ไม่ได้ผลหรอกเพราะฉันรู้ผลลัพธ์ของสิ่งที่จะเกิดขึ้นดี”
“และตอนนี้กำลังขอให้เจอบ๊กจูหมาของฉันอยู่” ซนซึงวานพูดพร้อมหลุบตาลงมองถ้วยชาด้วยใบหน้าเศร้าๆ

“ข-ขอโทษที่ถามนะ” เบจูฮยอนรีบหันมาขอโทษซนซึงวานที่นั่งนิ่ง

“อ่า.. ไม่เป็นไรๆ คุณอยากรู้ฉันก็เลยตอบ” ซึงวานยกยิ้มให้อีกคนทั้งที่ตอนนี้แทบจะยิ้มไม่ออก

“งั้นขอถามคุณได้มั้ย.. ว่าคุณขออะไรจากดวงดาว?”

“...” เบจูฮยอนยกยิ้มอย่างฝืนๆ ก่อนจะเงยหน้ามองดวงจันทร์ที่ส่องสว่างอยู่ตอนนี้

“ถ้าไม่สบายใจไม่ต้องตอบฉันก็ได้นะ ฉันไม่อยากให้คุณไม่สบายใจ” ซึงวานจ้องมองสีหน้าที่ดูเศร้าหมองของเบจูฮยอนอย่างเป็นห่วง

“ฉันขอให้ความฝันทุกอย่างที่ฉันฝันไม่เกิดขึ้นจริงๆ” เมื่อคนตรงหน้าพูดจบซึงวานถึงกลับมีดวงตาที่สั่นไหวอย่างรวดเร็ว ไฟที่สลัวที่กระทบใบหน้าสวยนั้นทำให้เห็นดวงตาที่เศร้าหมองของเธอ

“ฉันอยากให้ฝันทุกอย่างมันเป็นแค่ฝัน.. ไม่มีทางเกิดขึ้นจริงๆอย่างที่ใครๆก็พูดกัน”

“...” ซนซึงวานได้แต่นั่งฟังอีกคนอย่างเงียบๆ

 

“ขนาดฉันฝันถึงพ่อตัวเองในความฝัน ฉันยังช่วยอะไรท่านไม่ได้เลย ฉันพยายามทุกอย่าง ทุกวิธี แต่โชคชะตาก็ไม่เคยช่วยฉันเลย” เสียงที่สั่นเครือและน้ำใสๆที่ไหลอาบแก้มของคนตรงหน้า ทำให้ซนซึงวานค่อยๆลุกขึ้นไปหาเธอ


“ฉันอยากช่วยทุกคนที่ฉันฝันถึงได้ แต่ฉันอยากให้ความฝันนั้นไม่เป็นความจริงมากกว่า... หรือไม่อยากให้มีความฝันอีกเลยไปตลอดชีวิต” 

ซนซึงวานมองใบหน้าของเบจูฮยอนที่ตอนนี้มีแต่น้ำตาก่อนจะดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน และกระชับกอดนี้ให้แน่นขึ้น

“ขอโทษนะ... แต่ฉันคิดว่าคุณต้องการมัน” ซนซึงวานที่ดวงตาแดงกล่ำกลั้นมันไว้และพยายามข่มเสียงให้ดูปกติที่สุด เพื่อปลอบประโลมคนในอ้อมกอด
“ไม่ว่ายังไง... ฉันขอให้พรที่คุณขอเป็นจริงสักวันนะ”

“ฮือๆๆ ฮึก ฮือออ” คนในอ้อมกอดปล่อยโฮออกมาพร้อมเอื้อมมือขึ้นมากอดตอบ

 

 

‘ฉันอยากให้คุณรู้ว่ามีฉันคอยอยู่ข้างๆและเชื่อใจคุณไปตลอดนะ เบจูฮยอน’

 

 

_________________

 

 

Talk.
สวัสดีค่ะ
ตอนนี้จะเศร้าๆหน่อยนะคะ TT
แต่คุณทั้งสองกอดกันแล้วนะ อิอิ
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยน้าาา

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น