ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11,988 Views

  • 125 Comments

  • 287 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,127

    Overall
    11,988

ตอนที่ 7 : บทที่ 2.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1048
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    19 พ.ย. 61

ซานอินหมุนกายเดินไปทางชั้นหนังสือ ไม่แสดงพิรุธให้เห็น สายตาคู่งามพิศดูโดยรอบ ของตกแต่งภายในเรือนมีเพียงกระเบียดนิ้ว เน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก เด่นสุดนั้นคือเสาต้นใหญ่ตั้งชิดมุม ติดตะเกียงโคมไว้อย่างละอันเพิ่มแสงสว่างในยามค่ำ หลังพนักเก้าอี้ มีแผ่นไม้แดงยาวราวหนึ่งช่วงแขนสลักรูปขบวนม้าแปดตัว แขวนอยู่ระดับเดียวกับศีรษะ มุมขอบล่างลงลายลักษณ์อักษรไว้ว่าสกุลฮาน  

ของในห้องส่วนใหญ่มีอย่างละหนึ่งชุด ตั่งไม้สน เตียงหนึ่งหลัง หนึ่งตู้ตำรา และหนึ่งโต๊ะทำงาน ซึ่งดูเหมือนว่าเจ้าของจะหวงพื้นที่ส่วนตัวไม่น้อย อะไรที่เคยหยิบมาใช้อย่างไร มักถูกวางไว้แบบนั้น

พริบตาเดียว ซานอินก็เริ่มทำการแยกร่างเป็นสาวใช้พันมือ ต้าหนิงเอ่ยห้ามไม่ได้ เผิงอวี้ก็นั่งอึก ๆ อัก ๆ จากเดิมที่เจ้าเป็นนายข้าเป็นบ่าว เผิงอวี้กับต้าหนิงถูกซานอินบ่นอุบ ร่ายยาวเป็นข้อ ๆ กระทั่งเจ้านิลน้อยยังทนฟังไม่ไหวชิงหลับไปก่อน  

ท่านไม่ควรตั้งตะเกียงไว้ข้างเตียง หากมือปัดโดนจะทำเช่นไร?

ผ้าอับชื้น มีแต่ฝุ่น กี่เดือนกี่ปีแล้วที่ไม่ได้เปลี่ยน นึกอยากเป็นบุรุษเต่าพันปีอย่างงั้นรึ?

เสื้อผ้าขาดแล้วขาดอีก ให้ข้าเอาผ้าขี้ริ้วหลังครัวมาใช้แทนยังดีเสียกว่า?

น้ำค้างกลางดึกแรงนัก แต่ก็ยังเปิดบานพับหน้าต่างไว้เสียกว้าง รอให้เสือป่าโดดเข้าหางั้นหรอกรึ?

ครึ่งชั่วยามให้หลัง เผิงอวี้ก็ถูกไล่ไปอาบน้ำเช็ดตัว มิวายถูกเสียงค่อนขอด อาบน้ำตอนดึก ๆ ป่วยขึ้นมาหมอที่ใดจะรักษาได้ หรือต้องรอพระจันทร์เอียงข้างเสียก่อน จึงได้ฤกษ์ได้ยาม

ต้าหนิงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ก็ยาก ไม่รู้ภูตผีตนใดเข้าสิงแม่นางซานอิน เขาเองก็พลอยโดนหางดาวเคราะห์ไปด้วย ในฐานะผู้อยู่ใกล้ชิดนาย กลับปล่อยปละละเลยต่อของใช้ข้างกาย ก้านธูปยังมิทันมอดไหม้ถึงครึ่งก้าน เรือนผาหินดูสะอาดทันตาเห็น นางมารมากด้วยวาจาพลันคืนร่างเป็นสาวใช้ผู้แสนอ่อนหวานตามเดิม เผิงอวี้กับต้าหนิงกลายเป็นคนบ้าใบ้ไปโดยปริยาย  

ท่านฮานเก่อมานอนได้แล้ว

เผิงอวี้สวมชุดผ้าฝ้ายเนื้อบางเบาที่นางเลือกให้ ล้มตัวลงนอนดุจร่างไร้วิญญาณ แต่ใจเต้นอุ่นวาบเป็นจังหวะ พยายามไม่มองเสื้อผ้าราว ๆ สามตะกร้าใหญ่ ถูกนางรื้อออกจากชั้นเตรียมไปซักวันพรุ่ง

มินานนัก กลิ่นยามาพร้อมกับสัมผัสผ่านปลายนิ้วลงบนแผล เผิงอวี้รวบรวมความกล้าเบนหน้ามามองหมอหญิงจำเป็น นางสวมชุดสีน้ำตาลอ่อนไขว้ทับแบบเดียวกับบุรุษ มวยผมยาวพันด้วยเศษผ้ารั้งไว้ด้านหลังเผยให้เห็นแก้มสุกปลั่ง เนตรงามฉายดุจดวงนภาในเดือนแรม เพียงนางจับจ้องสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ก็พานให้ใจยากจะอยู่นิ่ง โดยเฉพาะ...ริมฝีปากจิ้มลิ้มไม่รู้ว่านุ่มเหมือนเสียงพูดหรือหวานเหมือนการกระทำ

ในที่สุดเขาก็มีความกล้าที่จะมองนางอย่างละเอียด มากกว่าฉาบฉวย  

ถ้าเจ็บให้บอกข้านะ ห้ามอดทนโดยใช่เหตุ ซานอินกล่าวพลางทาแผลให้ทั่ว ค่อยนำผ้าสะอาดพันไว้ เผิงอวี้พยักหน้าช้า ๆ สายตาคงจับจ้องอยู่ที่เดิม เหงื่อพราวใบหน้าเรียว หมั่นเรียกร้องให้คนมองเอื้อมมือเช็ด แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความคิด

ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้เจ้าค่ะ แขนซ้ายแผลไม่ลึกมาก ถิงซูบอกกับข้าว่า...ถ้าเลือดมีสีแดงอยู่ไม่ออกคล้ำดำคล้ำเหลือง สักสอง... 

ข้า...ล่วงเกินท่านแล้ว ซานอินรู้ตัวว่าพูดมากไป นับตั้งแต่นางมาถึงจวนเจียนใกล้จะกลับ อีกฝ่ายพูดแค่คำสองคำ นอกนั้นมีแต่เสียงนางคนเดียว เผิงอวี้รีบสั่นหน้า ขยับแขนอำนวยความสะดวกให้ซานอิน คอยชี้ให้นางช่วยดูตรงนี้อีกหน่อย ตรงโน้นอีกนิด เพื่อจะได้มองนางให้นานขึ้น

สองสามวันนี้ พยายามอย่าใช้มือซ้าย รอให้แผลสมานดีก่อน ส่วนข้าจะช่วยดูแลเจ้านิลน้อยให้อีกแรง รวมทั้งงานในเรือนไม้ ข้าไม่คิดเบี้ยหวัดเพิ่ม แต่บางวันถ้ายุ่งมากอาจไม่ได้มานะเจ้าคะ

ดวงตาของเผิงอวี้เปล่งประกาย ก่อนดับวูบลงด้วยคำลงท้าย เขาอดทนรอไปพักใหญ่กว่านางพันแผลเสร็จ แล้วจึงเอ่ยในสิ่งที่ตระเตรียมไว้เนิ่นนาน ท่ามกลางความเงียบงัน   

ขอ...ขอ...ขอโทษ เผิงอวี้อั้นลมหายใจไว้จนหน้าแดง ถึงพูดออกมาได้

ซานอินเลิกคิ้วโค้ง ยิ้มน้อย ๆ มุมปาก ย่อมเข้าใจดีว่าเขาหมายถึงเรื่องใด แต่ถ้าเทียบกับความจริงเรื่องหลานหลัน ตัวนางต่างหากที่ควรขอโทษ ทว่าพูดไปตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ เรื่องบางเรื่องเมื่อผ่านไปแล้ว หากรื้อขึ้นมาใหม่ก็ใช่ว่าจะดีต่อทุกฝ่าย เมื่อสวรรค์ดึงให้นางและเขากลับมาเจอกันใหม่ ก็ปล่อยให้เป็นไปตามวาสนานั้นเถิด

อากาศช่วงนี้อาจไม่เย็นมาก แต่ท่านควรห่มผ้าปิดปลายเท้ากับช่วงอกไว้บ้าง ซานอินกล่าวเสียงเบาลง แลเห็นเปลือกตาของคนตัวโตเริ่มต้านฤทธิ์ยาไม่ไหว

เจ้า...กลับ

ท่านหลับก่อนแล้วข้าจะกลับซานอินคลี่ยิ้มหวาน แสร้งโกหกคำโตไปอีกหลายคำ ได้แต่นั่งฟังเสียงผ่อนลมหายใจสั้นยาวสม่ำเสมอ แต่ใจนางนั้นหาได้เป็นสุขไม่ หญิงสาวกอบกุมมือหนาขึ้นจรดริมฝีปาก ค่อยนำมาผสานไว้รวมกันใต้คางมน พลันเอ่ยชื่อนามที่นางมิเคยลืม ให้ฟ้าดินได้ยินเป็นครั้งแรก

เผิง--ที่แปลว่าอาจหาญ อวี้--มีความหมายว่าใต้หล้า สองคำเป็นตัวอักษรของชนเผ่าหนานชิว พี่เผิงอวี้เป็นท่านจริง ๆซานอินเอียงแก้มถูกับหลังมือ ประเดี๋ยวยิ้ม อีกเดี๋ยวก็น้ำตารื้น

เสียงฝีเท้าหนักเบาย่ำบนกระดานไม้ ปลุกให้หญิงสาวผละออกจากฝันที่หยิบยืมมาชั่วคราว ในระหว่างที่ซานอินหันหลังเดินกลับเรือนด้วยใจเลื่อนลอย สายตาคู่หนึ่งเบิกกว้างเคล้าหยาดน้ำตา เพ่งมองเงาร่างเน่งน้อยเลือนหายไปในความมืด


.

.

เพิ่งกลับมาจากตจว.ครับ เดี๋ยวช่วงเย็น ๆ จะมาลงอีก 1 ตอนย่อยน้าาาาา

ขอบคุณทุกกำลังใจและความคิดเห็นคร้าบ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #92 จทน. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 20:02

    เดินเรื่องเร็วดี ไหลรื่น ไปเรื่อยๆ แต่!! ชวนติดตาม มากๆ ราวกับ อยู่ร่วมในเนื้อเรื่อง

    สนุกมากๆ ตอนอันหยง เดินกรีดกราย

    #92
    1
    • #92-1 (@azooii) (จากตอนที่ 7)
      5 มกราคม 2562 / 00:07
      ขอบคุณนะครับสำหรับคำติชม มีพลังในการเขียนขึ้นมาทันที ฝากติดตามด้วยน้าาาา เดี๋ยวจะพาไปอันหยง 555
      #92-1
  2. #20 bigsun1120 (@bigsun1120) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 15:40

    โอ้วววว รู้แล้วก็รีบอ่อยนะเดี่ยวน้องจะบินหนีไปอีก

    #20
    0
  3. #19 queendevil0410 (@queendevil0410) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 13:40

    ในที่สุดพระเอกก็รู้ววววว โอยยย ค่อยหายใจได้ทั่วท้องหน่อยค่ะ 555+

    #19
    0
  4. #18 Colorberry (@Colorberry) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 11:13
    พระเอกต้องรู้แล้วแน่ๆ ติดตามมมมมม
    #18
    0