ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,202 Views

  • 126 Comments

  • 288 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    234

    Overall
    14,202

ตอนที่ 6 : บทที่ 2.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    16 พ.ย. 61

แสงประภาลับลงจากขอบฟ้า เรือนไม้ยอดภูผาสว่างไสวด้วยแสงตะเกียง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกหลานฮวาขจายฟุ้งทั่วหุบผา หรีดหริ่งร้องผสานเสียงเร่งให้จันทร์นวลเผยโฉมออกมาจากผืนเมฆ   

เผิงอวี้นั่งถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วน  มองลูกหมีสองตัวเข้าไปซุกอยู่ใต้เตียงรื้อของออกมาจนหมด อีกทั้งยังยึดอาณาเขตส่วนตัวของเขาเป็นที่เรียบร้อย ส่วนแม่ของมันบาดเจ็บอยู่ ต้าหนิงกับกลุ่มพยัคฆ์ขาวช่วยกันสร้างเพิงไม้ขนาบโพรงหินขนาดเล็ก กะเกณฑ์ไม่ให้ห่างจากตัวเรือนมากนัก แล้วค่อยนำเศษฟางมาปูรองพื้นล่างตามคำสั่งของผู้เป็นนาย

ท่านฮานเก่อ เราอาจต้องร่นเวลาการเดินทางเข้ามาอีกสองวัน สายข่าวของเรารายงานว่า ทางเหนือมีขั้วอำนาจเก่าที่เร้นรอด เริ่มกว้านคนตั้งเป็นกองทัพหวังครองแผ่นดินแถบลุ่มน้ำจรดเหนือ ตลาดฮัวตงจึงขึ้นราคาสินค้านับสิบชนิด หากทางเราล่าช้า เสบียงที่เราต้องการแลกเปลี่ยนอาจถูกชิงไปหมด

เผิงอวี้พยักหน้า มืออีกข้างดึงเจ้าสองตัวแสบออกมาจากใต้เตียงได้สำเร็จ แต่มันก็ยังเกาะติดเขาไม่เลิก มันคงนึกว่าตัวเล็กเท่าลูกแมวกระมัง พยายามมุดเข้าไปในอกเสื้อจนฉีกขาดเป็นแนวยาว อีกตัวนอนอยู่บนตักนิ่ง ๆ ถ้าเผลอเมื่อไหร่ไม่เข็มขัดก็รองเท้าถูกมันเอาไปกัดแน่นอน ฉะนั้นข่าวที่ต้าหนิงรายงานมา เทียบไม่ได้กับปัญหาของเจ้าขนดำสองตัวนี้เลย  

นั่นใคร ต้าหนิงตวัดเสียงเข้ม รวบมีดสั้นกุมไว้แน่น ดวงตาคมปลาบกวาดมองตรงราวบันได แสงนวลจากตะเกียงส่องให้เห็นเงาร่างบอบบางยืนถือของพะรุงพะรัง

ข้าเอาสำรับอาหารมาส่งให้ท่านต้าหนิงเจ้าค่ะซานอินตอบเสียงใส รีบก้าวขึ้นบันไดเพื่อแสดงตัวให้อีกฝ่ายได้เห็น ตามจริงแล้วนางไม่ได้ตั้งใจเข้ามาขัดจังหวะ แต่ถ้าไม่เผยพิรุธให้พวกเขาเห็น บางทีนางอาจต้องยืนรอจนถึงเช้า

ต้าหนิงตัวจริงมุ่นคิ้วครุ่นคิด เขาจำได้ว่าไม่เคยสั่งให้โรงครัวยกสำรับอาหารมาให้นี่นา พอจะเอ่ยถาม นางก้มศีรษะเดินผ่านเขาไปเสียก่อน ทางด้านเผิงอวี้วุ่นจัดการจับเจ้าหมีน้อย จึงไม่ได้สังเกตผู้มาเยือน

อย่าจับตรงคอมันเช่นนั้นนะเจ้าคะ เดี๋ยวมันจะข่วนเอาได้ ซานอินกล่าวเตือน หวังช่วยเจ้านิลน้อยออกมาจากมือชายหนุ่ม จังหวะเดียวกันนั้น เผิงอวี้เสียจังหวะเผลอเท้าแขนข้างที่เจ็บยันกับพื้น พลาดหงายหลังล้มลง ซานอินก็พลอยคว้าลมล้มทับซ้ำ เกยอยู่บนตัวของชายหนุ่ม สายตาสุกกระจ่างสบผสานกันเพียงเสี้ยวเวลา เขาคาดไม่ถึงว่าซานอินจะมา ส่วนนางก็จุกจนเกินจะอธิบายอะไรได้   

 ท่านฮานเก่อ…”ต้าหนิงเอ่ยเสียงเจื่อน รีบรุดเข้ามาช่วย แต่ถูกสายตาคมปรามไว้ก่อน

ฮานเก่อหรือ? ซานอินทวนชื่อที่ได้ยิน สลับมองหน้าชายหนุ่มที่นางเข้าใจผิดว่าเป็นต้าหนิง มิทันได้ลุกขึ้นก็ล้มทับเขาอีกหน เสียงโอยเบา ๆ ดังพร้อมกัน เมื่อหัวทุยของซานอินโขกเข้าที่ปลายคางของอีกฝ่าย เหตุมาจากปลายผมพันเกี่ยวกับสิ่งของบางอย่างไว้

เผิงอวี้พยักหน้าให้นางรอ มือหนาค่อย ๆ คลายปมออก ซานอินตัวแข็งค้างก่อนจะเริ่มสั่นเล็ก ๆ ดวงตาเรียวจับจ้องไปที่สร้อยเงิน คล้องแหวนหยกเขียวเนื้อใส สลักตัวอักษรไว้สองคำ เผิงอวี้ร้อยคู่ไว้กับแหวนหยกขาว หลานหลัน

น้ำตาหยดหนึ่งพลันหยดลง นางก้มหน้าซ่อนอารมณ์ตื่นตระหนก ตั้งสติภายในระยะเวลาอันแสนสั้น แต่ยิ่งทำยิ่งยากจะเลี่ยงความจริง ประตูใจที่นางคิดว่ามันปิดตายไปแล้ว ถูกเปิดออกกว้าง ซ้ำยังบอกตัวเองไม่ได้ว่า...นางควรจะทำเช่นไรต่อ

เผิงอวี้หน้าสลด ต่อให้เขาตาฝ้าฟางก็ย่อมรู้ ที่เห็นอยู่นี้คือน้ำตา นางคงโกรธมาก เรื่องปกปิดชื่อแซ่ใช้นามต้าหนิง จึงไม่ทันได้สังเกตถึงความผิดปกติอื่นที่เกิดขึ้น

ข้า...ข้าผิด

เพียงถ้อยคำสั้น ๆ กลับทำให้ใจของคนบอบช้ำยากจะทานไหว ไหล่มนสะท้านครั้งแล้วครั้งเล่า ย้ำให้เผิงอวี้รู้สึกผิดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ท่าน...ท่านฮานเก่อ ได้โปรดอย่าถือสา ข้าแค่ห่วงว่าเจ้านิลน้อยจะถูกรังแกเลยร่ำไห้ต่อหน้าท่าน น่าอายยิ่ง ซานอินแต่งเรื่องขึ้นมากลบเกลื่อนความจริง เสียงของนางสั่นเครือ ครั้งสุดท้ายที่ได้พบเขา ตอนนางอายุแปดปีเศษ ตรงกับช่วงต้นวสันต์ฤดู ลมพายัพพัดหวนคืนสู่ชาวเมือง มวลบุปผาผลิแย้มบานถ้วนทั่ว สองตระกูลทำการหมั้นหมาย เกี่ยวสายสัมพันธ์ให้แด่บุตรหญิงชายของตน

หลานหลันข้าจะแต่งเจ้า ถ้อยคำนี้นางยังจำได้ไม่ลืม

ซานอินช้อนเปลือกตามองชายหนุ่มตรงหน้า พลันคลี่ยิ้มจาง ๆ แต่ไหนแต่ไรมาเผิงอวี้จะเป็นคนขี้อาย ปากหนักประหยัดคำพูด ทั้งไม่ชอบเข้าสังคมกับผู้อื่นนัก หนึ่งปีพบกันเพียงครั้ง เขามักจะซ่อนตัวอยู่ตรงมุมใดมุมหนึ่ง คอยมองอยู่ห่าง ๆ

ยามห่างร้างอยู่ต่างถิ่น จดหมายของคนไกลส่งมาไม่เคยขาด แม้เงินทองหายาก แต่เขาก็เก็บรอมริบ ซื้อแหวนหยกคู่มอบไว้แทนคำมั่น ซานอินแทบไม่อยากคิดต่อ ชื่อของ หลานหลัน ทำให้เขาเจ็บปวดสักแค่ไหนกัน

ครั้นเมื่อนางโอบวงแขนผ่านต้นคอของเขา เผิงอวี้ผงะหลังจนตัวเกร็ง มือทั้งสองข้างกำแน่น มิรู้จะวางไว้ตำแหน่งใดถึงจะเหมาะ นัยน์ตาพยัคฆ์พิศมองแก้มนวลกลิ่นหอมจรุง ล่อลวงให้เขาเสียการควบคุม เผิงอวี้ไม่กล้าแม้แต่จะสูดลมหายใจเข้า ยังดีอยู่บ้างที่เจ้าหมีน้อยตัวป่วนขัดทัพได้ทันท่วงที มุดหัวมาแทรกตรงกลางตัก

ในทางกลับกัน ใจของซานอินอยากโถมกอดเขานัก แต่ทำได้แค่ฉวยโอกาสตอนสวมสร้อยคืนให้ เบี่ยงหน้าข้ามบ่ากว้างแสร้งขอดูตะขอสร้อย เพื่อสำรวจคนตัวใหญ่กว่า ยามหัวไหล่ทั้งสองฝ่ายชิดกัน เสียงเต้นเร้าที่นางสัมผัสได้ ช่วยนำความอบอุ่นคืนสู่ใจอันหนาวเหน็บ ซานอินหลับตาลง พลันทิ้งคราบความอ่อนแอนั้นไว้บนไหล่หนา ก่อนจะกลับมาเป็นซานอินคนเดิม

เขาไม่ใช่พี่เผิงอวี้เด็กหนุ่มร่างผอมสูง ใช้ชีวิตอยู่ในขบวนม้าขนสินค้าดังในวันวาน แต่เป็นถึงเจ้าหุบเขาม่านเมฆา มีผู้อยู่ใต้อาณัตินับร้อย ๆ คน

ท่านฮานเก่อ

ท่านฮานเก่อเจ้าคะ

ซานอินหัวเราะร่วน สะกิดให้เผิงอวี้ตื่นจากภวังค์ ดูผลงานล่าสุดของเจ้านิลน้อยตัวป่วน แอบกัดเข็มขัดเขาขาดจนได้ มันส่งเสียงโฮกเล็ก ๆ เมื่อโดนเผิงอวี้จับไว้ได้ทัน บรรยากาศอึมครึมพลันเปลี่ยนเป็นฉากละครบทใหม่ จะมีก็แต่ต้าหนิง เก็บความสงสัยไว้มากมาย

ข้อแรกคือ...เขาไม่เคยเห็นท่านฮานเก่อปล่อยให้ผู้อื่นเข้าใกล้เกินสามจั้ง ไหนจะท่าทางผิดแปลกราวกับคู่รัก... หนำซ้ำยังปล่อยให้แม่นางซานอินสัมผัสโดยง่ายดาย ไม่แปลกไปหน่อยหรือ?

มันหิวน่ะเจ้าค่ะ สัตว์ก็เหมือนคนเรา เพียงแต่มันพูดไม่ได้ หิวมากก็เลยงอแงมาก ทำให้ท่านฮานเก่อลำบากแล้ว ซานอินตัดบท ไม่อยากให้เขาพูดถึงเรื่องก่อนหน้านี้ นางลุกไปหยิบหน่อไม้หวานที่เตรียมมา ยื่นให้เจ้านิลน้อยทั้งสอง โดยไม่ลืมพยุงให้เผิงอวี้ขึ้นนั่ง จัดแจงตักปลายข้าวเคี่ยวหอมกรุ่นใส่ถ้วย พร้อมเจียดยากินกับยาทาแผลไว้รอ

 เผิงอวี้มองยา ก่อนตวัดสายตาหาต้าหนิงหวังให้เขาช่วย แต่อีกฝ่ายเลือกถอยไปอยู่นอกชานไม้ เรียกหน่วยลาดตะเวนให้ดูแลในส่วนอื่น ปล่อยเรือนผาหินไว้ชั่วคราว     

            ซานอินอมยิ้มน้อย ๆ หยีตาเล็กเป็นเส้นโค้ง เขาลนลานราวกับกลัวนางจะขืนใจอย่างไรอย่างนั้น ท่านฮานเก่อ ขอบคุณท่านมากที่ช่วยพาแม่นิลดำกับเจ้านิลน้อยมาดูแลต่อ ซานอินกล่าวขึ้นในขณะตักข้าวเติมให้เขาเพิ่ม เผิงอวี้หมดสิทธิ์ปฏิเสธ มองสิ่งที่อยู่ในถ้วย เหมือนยาพิษ ลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

สายตาคมฉงนใจ เมื่อเห็นนางขยับเข้ามาใกล้ ใช้ปลายตะเกียบคีบต้นหอมออกจนหมด แล้วยื่นให้เขาใหม่ เผิงอวี้เงยหน้ามองแทนคำถาม เห็นนางยิ้มบาง ๆ ส่วนคนที่ถูกจับผิดจำต้องเลิกมองต่อ หยิบช้อนตักข้าวเงียบ ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #126 Naruthaik1972 (@Naruthaik1972) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 10:09
    น่ารักจัง อยากให้ฮานเก่อรู้ว่าซานอินคือหลานหลันคงจะฟิน
    #126
    0
  2. #16 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 12:35
    สงสารจัง
    #16
    1
  3. #15 Colorberry (@Colorberry) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 11:26
    พระเอกไม่ชอบกินต้นหอมแน่ๆ
    #15
    1
    • #15-1 สายลมกลางเมฆา (@azooii) (จากตอนที่ 6)
      18 พฤศจิกายน 2561 / 22:36
      แหะ ๆ ความลับที่มิใช่ความลับ **ตอบช้าหน่อยนะครับ พอดีกลับบ้านที่ตจว.
      #15-1